PDA

View Full Version : ประสบการณ์ มโนมยิทธิ


santosos
08-09-2005, 07:01 AM
ประสบการณ์มโนมยิทธิ
เวลาขึ้นไปเบื้องบนนิพพาน เป็นแก้วใสสวยงาม เมืองมีแต่ความเย็น เวลาพระพุทธเจ้าประชุม
ทุกพระองค์ เราจะเห็นต่างกันที่บารมี พระพุทธรังสี องคปฐมสสวยงามที่สุด เป็นแสงเจ็ดสี
พระองค์จะทรงโปรดคนที่มีความเลื่อมใสพระพุทธศาสนา และถ้าผู้อยู่ในศาสนาอื่นไปกราบเรียนถามปัญหา
ท่านจะทรงตอบทุกรายไป
เวลาไปเมืองของมาร จะมีความมืดเป็นสำคัญ พวกเขาจะชักจูงให้เราไปเป็นสาวก
พวกเขาเป็นผู้ที่หลงผิด กำลังรอคนไปชี้แนะแนวทางที่จะบรรลุธรรม
เวลาไปที่จาตุมหาราชิกา มีเทวดาหลายประเภท อสูร ท่านจะตามท่านท่านท้าวกุเวร
ท้าววิรุณหก มีกุมภัณฑ์ เป้นลูกน้อง ท้าวธตรฐ มีคนธรรพ์ วิทยาธร และมีเหล่าเทพเป็นลูกน้อง
ท้าววิรูปักษ์ มีนาคเป็นลูกน้อง ท้าวทั้งสี่รัศมีกายงามมาก เป็นอริยเบื้องสูง
เวลาไปดาวดึงส์ มีแต่ความสุข เสวยสุขเป้นผลแห่งความดีที่ได้กระทำ
พระอินทร์ มีรังสีของพระอรหันต์ เห็นความสว่างรัศมีท่านสว่างเจ้ดสีชัดเจน และพระมเหสีของท่าน ความสว่างของท่านไม่ต่างมากนัก เพราะท่านเป็นอรหันต์เช่นกัน
มีเทพมากมายที่อยู่ในดาวดึงส์ แต่ที่เห็นประจำเวลาขึ้นไปคือ จาตุมหาราช ท่านไปรายงานความดีแห่งมนุษย์
พร้อมที่จะช่วยเหลือ และท่านฝากมาบอกว่า มีเทพที่มาสร้างบารมี ที่เราเรียกว่ามาทรงเจ้า
ท่านที่มาช่วยเหลือ พวกเราจะเห็นรัศมีกายท่านจะสวยงามมากขึ้นเรื่อยๆ
ชั้นยามา เป้นสวรรค์ที่มีเทวดา ที่ชอบการสวดมนต์เป็นประจำ ความสว่างของรัศมีของท่านท้าวยามามสว่างมาก ท่านเป้นอริยบุคคลเบื้องสูง
ชั้น ดุสิต มีความสวยงามมาก พระศรีอาริยเมตตรัย มหาโพธิสัตว์ ท่านมีรัศมีกายงามมาก
ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้ปรมัตถบารมี
ส่วนอีกสองชั้น มีอริยบุคคลเบื้องสูงเป็นเจ้าครอง แต่ชั้นที่6นั้น ท่านที่เรารู้จักคือ วิสาขาเทพนารี

Kay
08-09-2005, 12:06 PM
Just curious... Are they all Asians? Is there any Black, White, or Hispanic up there? Any mixed?

Do they all look about the same age?

Do they only talk in Thai? Do they speak Chinese or English or Korean?

Do all people who acquired มโนมยิทธิ see the same thing and be at the same place? Or each individual see things differently and be at different places - but believe that they see what they see and believe that what they see is REAL... for example.. does 'Ju-ra-ma-nee' look the same to everyone who acquired มโนมยิทธิ, or does it look different from person to person?

Kay

yaytae
08-09-2005, 05:15 PM
นิ พพานเป็นยังไงกันแน่ที่ผมเรียนมาไม่ใช่อย่างนี้

santosos
08-09-2005, 05:48 PM
we are using the dhamma language in there.
the picture is not the same
no nationality there
in the imagination is the same.
when we see everything like this and
leave the imagination there and find the truth.
everything is no picture in Nirvana.
ทุกสิ่งเป็นสิ่งที่เราสร้างตามหลักวิชา เพื่อ ยึดเป็นแบบ แล้วปล่อยวาง จึงเจอตามที่คุณyaytaeเคยเรียน
ผมก็รู้ อย่างที่คุณรู้ นิพพาน เป็นอนัตตา คือไร้สมมติ อิสระ บรมสุข

yaytae
09-09-2005, 02:35 AM
(bb-flower ครับ

sathit56
09-09-2005, 10:33 AM
ขอความคิดเห็นจากท่านอื่น ๆ ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ.....
.....เป็นธรรมทานน่ะครับ....

santosos
09-09-2005, 01:35 PM
เพิ่มความระลึกรู้ลมหายใจ เรามีความเป็นพุทโธ ตลอดไหม
เรามีความคิดที่จะช่วยคนอื่นอย่างจริงใจไหม และได้ช่วยแล้วยัง และพอใครได้ดียินดีกับเขาไหม
และวางเฉยบ้างไหม ไม่ใช่ช่วยตลอดไม่หยุด เขาทำไม่ได้ เราต้องรุ้จักหยุด วางเฉยบ้าง และใจควรอยู่กับพระเสมอ
ทำอย่างนี้ได้ เราจะได้ธรรมะก้าวหน้าอีกมาก

lotte
09-09-2005, 01:51 PM
คุณหนุ่มเเจ่มมากเลย โมทนาสาธุครับ

mac33
09-09-2005, 04:37 PM
ผมว่าที่คุณเห็นอาจเป็นพรหม ก็ได้นะ พิจารณาให้ดี

santosos
09-09-2005, 06:40 PM
องค์ปฐม ใครบ้างจะไม่รู้ ผมศิษย์มีครู

ไห่เฉากุหลาบไฟ
11-09-2005, 08:48 AM
งง พระอินทร์กับพระเมหสีเป็นอรหันต์ แล้วทำไมไม่เข้านิพพาน

santosos
11-09-2005, 10:29 AM
ท่านได้ อรหัตตมรรคไง
เออ ใครที่อยากว่าผมว่าเจอพรหม เอานี้นะ
ทำฌาน8 แล้ว เพิกแล้วกำหนดเป็นหนึ่งกับพระนิพพานที่เห็น จะเจอไร ทำตามนั้น

สาวน้อยโพราลี่
11-09-2005, 05:23 PM
*-*

ศุกร์
11-09-2005, 06:21 PM
เราก็มีสิ่งนี้เป็นอารมณ์ เช่นกันค่ะ ส่วนเรื่องสมาธิ...ถ้าจิตส่ายๆ จะพุทโธ แล้วให้ลมหายใจช่วยวางอารมณ์ไม่ให้ส่าย ไว้กลางอก เมื่อจิตที่หนักๆ แน่น กลับมา...ความไม่ดีทั้งปวงจะคลายได้ค่ะ..


เพิ่มความระลึกรู้ลมหายใจ เรามีความเป็นพุทโธ ตลอดไหม
เรามีความคิดที่จะช่วยคนอื่นอย่างจริงใจไหม และได้ช่วยแล้วยัง และพอใครได้ดียินดีกับเขาไหม
และวางเฉยบ้างไหม ไม่ใช่ช่วยตลอดไม่หยุด เขาทำไม่ได้ เราต้องรุ้จักหยุด วางเฉยบ้าง และใจควรอยู่กับพระเสมอ
ทำอย่างนี้ได้ เราจะได้ธรรมะก้าวหน้าอีกมาก

santosos
12-09-2005, 09:33 AM
แน่นเมื่อไร หลวงพ่อสอนให้หายใจเข้าออก แก้

panuwat
13-09-2005, 09:44 AM
<TABLE bgColor=#ffffff><TBODY><TR><TD vAlign=top><CENTER>หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
วัดท่าซุง อุทัยธานี </CENTER></TD><TD>...ขอให้ทุกท่าน จงอย่าหลงตัวว่าเป็นผู้ทรงญาณ เป็นพระอริยเจ้า ความเป็นพระอริยเจ้าไม่ต้องประกาศ เห็นหน้าปั๊บรู้จักได้ยินชื่อ ก็รู้ว่าเป็นพระอริยเจ้า หากว่าท่านยังไม่เป็น และหลงว่าเป็นนี่มันจะซวย ไม่ต้องประกาศเขา ความดีอยู่ที่เรา เราไม่ได้บวชเพื่อบูชาของชาวบ้าน เราบวชเพื่อความดับไม่มีเชื้อ...


</TD></TR></TBODY></TABLE>

santosos
13-09-2005, 09:50 AM
ขอบคุณ ผมกำลังดูสังโยชน์10อยู่ ทำบารมี10ให้เต็ม
เจริญ พรหมวิหาร จิตเกาะพระพุทธองค์
ผมบอกแค่ให้คนรู้ว่าท่านมีจริง ไม่ต้องการอวดอะไร เข้าใจด้วยครับ

santosos
13-09-2005, 09:55 AM
โปรดเข้าใจเจตนา ผมทำด้วยความเป็นผู้สร้างบารมีครับ
ขอบคุณทุกคำพูด

จิรศักดิ์ เอิดจะโปะ
13-09-2005, 08:05 PM
ดีแล้วครับทุกสิ่งทุกอย่างย่อมรู้ได้ด้วยตนเอง

KomAon11
13-09-2005, 11:53 PM
อิอิ

pbij
14-09-2005, 07:24 AM
อืม ผมว่าคุณไปอ่านพระไตรปิฎกก่อนที่จะมาขยายความเบาปัญญาของตัวเองมากไปกว่านี้

ผมเองก็ไม่ได้รู้มากหรอก แต่รู้สึกว่าคุณยังมีความยึดถือตัวตนอยู่ เหมือนนิพพานของคุณเต็มไปด้วยกิเลสและความถือตัวตน

นิพพานไม่ใช่ภพ คุณกำลังหลงในภพ

สมองคุณคงเล่นตลกสร้างภาพให้คุณหลงแล้วหล่ะ

คุณจะไปพบพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าต่างๆ ได้อย่างไร คุณไปอ่านพรหมชาลสูตรให้ดีก่อนจะดีกว่า

คุณไปอ่านเรื่องที่พระสารีบุตรอธิบายให้พราหมณ์ทราบว่านิพพานเป็นไฉนให้ดีก่อนจะดีว่า

สุดท้าย คุณถามตัวเองก่อนว่า คุณปฏิบัติตามมรรค 8 ได้ครบถ้วนแล้วหรือยัง

ท้ายของสุดท้าย คุณทานข้าววันละมื้อหรือเปล่า ถ้าคุณไม่ได้ทานข้าววันละมื้อ

ผมตอบได้เลยว่าคุณเพ้อเจ้อ หรือไม่ก็คุณตอแหล คุณอ่าน ภัททาลิสูตร หรือยัง



ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้วยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต เปรียบเหมือนพวงมะม่วง เมื่อขาดจากขั้วแล้ว ผลใดผลหนึ่งติดขั้วอยู่ ย่อมติดขั้วไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคตมีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพ ขาดแล้ว ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตได้ก็ชั่วเวลา ที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต.

santosos
14-09-2005, 01:19 PM
ผมกล่าวตามหลัก ว่าผมเห็นเช่นที่คนอื่นเห็น
คนไม่ทำคงเห็นยาก มาซิครับลองดูไม่เสียหาย

หนูมาลี
14-09-2005, 04:51 PM
อืมมมมมมมมมมม

vichian
14-09-2005, 07:27 PM
พระวังหน้า,พระไกเซอร์,สมเด็จม้วน

เห็นด้วยครับที่ควรจะลองลงมือปฎิบัติดู หากได้ผลเป็นประการใด ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง ผมเชื่อว่าผู้ที่ได้ผลจากการปฎิบัติจริงคงยินดีที่จะมายืนยันหรือมาช่วยแนะนำการปฎิบัติของคุณ เพราะคุณเองก็ได้ศึกษามามากพอสมควร แต่ขอแนะนำว่าอย่าเอาดีแค่เพียงการศึกษาเท่านั้น ควรลงมือปฎิบัติด้วยควบคู่กันไปก็จะดีกับคุณเอง เปรียบเหมือนคนที่รู้จักตําราทําอาหารแต่ไม่เคยลงมือทํา แล้จะได้ลิ้มรสชาดอาหารที่ตนรู้จักว่าเป็นอย่างไร

vichian
14-09-2005, 08:07 PM
Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 11<O:p</O:p
สมเด็จองค์ปฐมรุ่น 3 จำนวน 5 องค์ <O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 2,345 บาท
<O:p</O:phttp://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=183855&stc=1&thumb=1&d=1183176672 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=183855&d=1183176672)http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=183857&stc=1&thumb=1&d=1183176672 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=183857&d=1183176672)


Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 12<O:p</O:p
พระยอดธง วัดโพธิ์สุทธาวาส 2 องค์(สุดท้าย)
มอบให้ 1 องค์เมื่อร่วมบุญ 2,345 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=207215&stc=1&thumb=1&d=1189268919 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=207215&d=1189268919) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=207216&stc=1&thumb=1&d=1189268919 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=207216&d=1189268919)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 13<O:p</O:p
เข็มกลัดดาว 6 แฉก พลอยสีแดง(หายาก) 2 องค์<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,745 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220684&stc=1&thumb=1&d=1191576313 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220684&d=1191576313) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220685&stc=1&thumb=1&d=1191576313 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220685&d=1191576313)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 14<O:p</O:p
เข็มกลัดดาว 6 แฉก พลอยสีขาว 2 องค์<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 645 บาท<O:p</O:p
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220948&stc=1&thumb=1&d=1191648820 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220948&d=1191648820) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220949&stc=1&thumb=1&d=1191648820 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220949&d=1191648820)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 15<O:p</O:p
เหรียญใบโพธิ์ รูปหลวงพ่อ หลังยันต์เกราะเพชรชุบทอง 4 เหรียญ
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 1,155 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=218835&stc=1&thumb=1&d=1191292239 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=218835&d=1191292239) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=218836&stc=1&thumb=1&d=1191292239 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=218836&d=1191292239)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 16 <O:p</O:p
พระยอดธง วัดโพธิ์สุทธาวาส 3 องค์(สุดท้าย)<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 2,055 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=202390&stc=1&thumb=1&d=1188360823 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=202390&d=1188360823) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=202391&stc=1&thumb=1&d=1188360823 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=202391&d=1188360823)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 17<O:p</O:p
เหรียญของขวัญวันเกิดรุ่น 3 จำนวน 5 เหรียญ<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 545 บาท
<O:p</O:phttp://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220947&stc=1&thumb=1&d=1191648665 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220947&d=1191648665)http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220946&stc=1&thumb=1&d=1191648665 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220946&d=1191648665)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 18<O:p</O:p
เหรียญเอกราช รุ่น 1 จำนวน 3 เหรียญ<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 545 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215870&stc=1&d=1190778588 http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215871&stc=1&d=1190778588

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 19<O:p</O:p
เหรียญเอกราช รุ่น1(หลังยันต์เกราะเพชร) หายาก 2 เหรียญ<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 485 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220519&stc=1&d=1191554543 http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220520&stc=1&d=1191554543

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 20<O:p</O:p
<O:p</O:pเหรียญเอกราช รุ่น 2 จำนวน 3 เหรียญ
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 425 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215872&stc=1&d=1190778588 http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215873&stc=1&thumb=1&d=1190778588 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215873&d=1190778588)

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=260428&d=1199373192 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=260429&d=1199373192 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=260430&d=1199373192

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=260415&d=1199372488 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=260416&d=1199372488 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=260417&d=1199372488


เมื่อประมาณ30ปีที่แล้ว ผมได้รับหนังสือธรรมะเล่มแรกจากเพื่อน แล้วก็อ่านจนจบก็เกิดข้อสงสัยมากมาย เกี่ยวกับคําสอนและการปฎิบัติในการนั่งสมาธิ เพียงแค่กําหนดลมหายใจเข้าออกพร้อมคําภาวนาว่าพุทโธ ว่าจะเกิดผลอะไรบ้างโดยไม่มีใครสอน ผมทำทุกคืนในห้องนอนของผมหลังจากทุกคนในบ้านหลับแล้วก็ประมาณเที่ยงคืน ทำครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อยถึงสองชั่วโมง ทำอยู่ร่วมสองปีจึงเห็นผลในคืนหนึ่ง ปรากฎว่าทั้งคำภาวนาและลมหายใจหายไปพร้อมกับรู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในท่อขนาดใหญ่ที่มืดมิดเหมือนตัวกำลังไหลไปตามท่อนั้นด้วยความเร็วมาก แล้วผมก็เห็นแสงสว่างเล็กๆเหมือนเป็นทางออกของท่อ แล้วผมก็โผล่ที่ปลายท่อ ก็เกิดความสว่างไสว อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต พร้อมกันนั้นก็เกิดอาการขนลุกสู้ทั่วทั้งตัวตั้งแต่ผมบนหัวลงมา ซึ่งไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน แล้วผมก็เห็นสิ่งหนึ่งซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตอีกเช่นกันมันน่ากลัวมากจำติดตามาถึงเดี๋ยวนี้ สิ่งนั้นคือ.......(เดี๋ยวมาเล่าต่อขอทำธุระหน่อยครับ)

พลังธรรม
15-09-2005, 02:08 AM
นี่คือ วิทยาการ

ที่มีความสำคัญ และ มีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อมวลมนุษยชาติ

เรียนรู้ได้ สอนได้ เข้าใจได้

ไม่น่าเชื่อว่า ถูกทอดทิ้ง

ให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สำหรับกราบไหว้พึ่งพิง

ของคนหลายร้อยล้านคน ยาวนานเป็นพันๆ ปี



กลัวตาย ฝันร้าย สูญเสีย และ ความอยุติธรรม เป็นแค่ ปลายเหตุ ต้นสายนั้นอยู่ที่ไหน?

มนุษย์ที่มีสติปัญญา ได้ค้นหาคำตอบนี้มานานแสนนาน และ

คำตอบสุดท้ายปรากฏขึ้น เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว

ประกาศโดย พระพุทธเจ้า



ทฤษฎี ของ พระพุทธเจ้าเรื่อง "นิพพาน" นั้น

มิใช่ศาสนา (เพื่อโลกหน้า) ไม่ต้องใช้ความเชื่อ ไม่ต้องใช้ความศรัทธา

แต่เป็นความรู้ด้านจริยศาสตร์ การปฏิบัติตัวที่เหมาะสม

เพื่อสร้างความผาสุก ให้แก่มนุษย์ และโลก

เป็นวิทยาการ ที่ สอนให้มนุษย์ รู้จักตนเอง และผู้อื่น ให้ผลทันที ที่นี่ เดี๋ยวนี้

เมื่อพระพุทธเจ้า "ตรัสรู้" และเผยแพร่หลักธรรม เรื่อง "นิพพาน" นั้น

ทรงตระหนักดีว่าเป็นสิ่งยากยิ่ง สำหรับสติปัญญาของคนในยุคนั้น จะเข้าใจได้

จึงแบ่งคำสอนออกเป็นส่วนย่อยๆ และอธิบายทีละส่วน

ให้เหมาะกับบุคคล และสถานการณ์

ดังนั้น เราจึงพบแต่คำอธิบาย มุมเล็กๆ มุมเดียว ที่มองไปยัง "นิพพาน" เท่านั้น

ไม่มีสรุปใจความ หรือ หลักการ หรือ ทฤษฎี ของ "นิพพาน"

ว่ามีเนื้อหาอย่างไร ณ ที่ใดเลย



ณ ที่นี้ จะกล่าวถึง "พุทธทฤษฏี" เรื่อง "นิพพาน" กันตรงๆ แบบสรุป

โดยถือหลักว่า ผู้มีปัญญา ต้องมองเห็นจุดหมายก่อนส่วน วิธีการนั้นทีหลัง



"พุทธทฤษฎี" เป็นสิ่งที่ พระพุทธเจ้า มอบให้ เวไนยสัตว์ (สัตว์ที่มีสติปัญญาเพียงพอ) ด้วยความเมตตา

เป็นสิ่งรู้เห็นและเข้าถึงได้ อย่างแน่นอนด้วย "ปัญญา" หนทางเดียวเท่านั้น

ขอบอกตรงนี้ว่า "นิพพาน" เป็นเพียง จุดหมายปลายทาง หรือ ผล ของการกระทำเท่านั้น

การรู้ และเข้าใจหลักการ นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด วิธีการนั้นไม่สำคัญ เพราะ หลักการจะนำไปถึงจุดหมายได้ หลายวิธี



หลักการของพระพุทธเจ้า คือ "มัฌชิมาปฏิปทา"

ความเพียร ใดๆ ที่ไม่ได้มุ่ง ไปยังการสร้างสรรค์ สติปัญญา ให้มีความฉลาดยิ่งขึ้นนั้น

มิได้มีประโยชน์ในการนี้เลย เพราะ

"มัฌชิมาปฏิปทา" เป็นการใช้สติปัญญาวิเคราะห์ วิจัย และจัดการ กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ข้างใน และข้างนอกกายเรา ทุกลมหายใจ



ความเคารพ ความศรัทธา ความพึ่งพา การภาวนา ใดๆ

ก็ไม่สามารถ ช่วยนำพาผู้ใด ไปสู่ ความรู้ ความเข้าใจ "มัฌชิมาปฏิปทา" ได้แม้แต่น้อย

ต้องกราบขออภัยจริงๆ



ผู้นับถือพระพุทธเจ้า แบบเป็นที่พึ่ง สรณะ

ไม่มีความจำเป็นต้องเรียนรู้ "มัฌชิมาปฏิปทา" เพื่อไปสู่ "นิพพาน"

เพราะ ไม่ได้ใช้เรื่องเหล่านี้



แม้พระพุทธเจ้าเอง จะเลือกสอน หรือ บวชให้กับ ผู้ที่สอนได้เท่านั้น





มารู้จักต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง เสียก่อน

เอกภพ เกิดขึ้นเองจากการระเบิดใหญ่ 45,000 ล้านปีมาแล้ว

ทุกสิ่งพุ่งกระจายออกไปจากศูนย์กลาง

มีชิ้นส่วนหลุดออกมา เป็นสุริยะจักรวาล หลุดมา เป็นดวงอาทิตย์

และหลุดออกมา เป็นโลก 4,500 ล้านปีมาแล้ว



โลก แต่เดิมเป็นลูกไฟร้อน เมื่อเย็นลงมีน้ำมีแผ่นดิน

มีเซลล์สิ่งมีชีวิตแรกเกิดขึ้นเอง พัฒนามีลูกหลานเป็นสัตว์ และพืช

นักวิทยาศาสตร์ วัดระยะ คำนวนอายุ หาจุดศูนย์กลาง และทำแผนที่เอกภพได้แล้ว

แต่ยังค้นหา สิ่งมีชีวิตที่อื่นยังไม่พบ แม้พยายามค้นหามา กว่า 100 ปีมาแล้ว



ตามประวัติศาสตร์ มนุษย์นั้น วิวัฒนาการมาจาก สัตว์จำพวกลิงไม่มีหาง

เริ่มเดินสองขาตัวตรง ราว 2 ล้านปีมาแล้ว สายพันธุ์แรก เกิดขึ้นในทวีปอาฟริกา

ต่อมาฉลาดกว่าสรรพสัตว์ ได้เดินด้วยเท้าไปทั่วโลก 35,000 ปีมาแล้ว

ที่เล่ามาทั้งหมด เพื่อบอกว่า ไม่มีใครสร้างโลก ดวงดาว และสิ่งมีชีวิต





ประวัติศาสตร์อินเดีย นับถอยหลังไป 3,500 ปี คือ ก่อนพุทธกาล 1,000 ปี

คนอินเดียเชื่อถึอว่า ชีวิต มีการเวียนว่ายตายเกิด และ ชีวิต นั้นเป็นทุกข์ คนดินเดียตัวดำ เป็นเผ่า"ทมิฬ"

ถูกรุกราน และครอบครองกดขี่ โดยคนตัวขาวจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ เรียกว่าเผ่า "อารยัน หรือ อริยกะ"

เผ่าอารยัน เข้าปกครองอินเดีย แบ่งชนชั้นวรรณะ ให้คนตัวดำทั้งอินเดีย อยู่ต่ำที่สุด

นับถือ คัมภีร์พระเวท อันเป็นต้นกำเนิด ศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู

เดิมมีพระเจ้าองค์เดียว เกิดตายหนเดียว (เหมือนศาสนาในตะวันออกกลาง และยุโรป)

ต่อมา เริ่มมีพระเจ้าหลายองค์ และมีวัฏสงสาร (เวียนว่ายตายเกิด)

เริ่มมีคนนิยมออกแสวงหา "สัจธรรม" เพื่อการพ้นทุกข์

ละทิ้งไปจากบ้านเรือน อยู่ตามป่าเขา บำเพ็ญพรหมจรรย์

ตามหลักศาสนาแทบทุกศาสนาตอนนั้น



ชาวฮินดูนั้น กราบไหว้เซ่นสรวงสังเวย รับใช้ ขอพรจากพระเจ้าอย่างเดียว

พระเจ้าสร้างทุกอย่าง โลกและดวงดาว อะไรที่เป็นไป ในทุกที่ ทุกเรื่อง

พระเจ้า ขีดเส้นไว้ให้เป็นไป พราหมณ์เป็นพวกเดียวที่ติดต่อกับพระเจ้าได้

การแบ่งชั้นวรรณะ เป็นไปตามพระเจ้า มีสวรรค์หลายชั้น มีนรกหลายชั้น

คนต้องตาย ต้องเกิดหลายชาติ จนกว่า พระเจ้าพอใจให้ไปอยู่ด้วย

เรียกว่าพบกับ "โมกษะ" เป็นความสุขสูงสุดของมนุษย์



1,000 ปีผ่านไป ศาสนาฮินดูยังคงมีอิทธิพลสูงสุด มีการตั้งลัทธิแยกออกมาบ้าง

ที่สำคัญ มี 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และ ศาสนาเชน(นิครนถ์)

มีลักษณะคล้ายกันตรงที่ ไม่ยอมรับการเซ่นไหว้บูชายัญเทพเจ้า

และการพึ่งพิงภักดีต่อทวยเทพเป็นสรณะ ตามแบบฮินดู

และสอนว่า มนุษย์สามารถพบ "สัจธรรม" ได้เอง ด้วยปัญญา และการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง

ทั้ง 2 ศาสนานี้ ปฏิเสธความคิดของฮินดูทุกเรื่อง



มาสนใจดูความเชื่อแบบฮินดู ที่ศาสนาพุทธ และเชน ปฏิเสธ

เช่น การแบ่งชนชั้นวรรณะ การเชื่อว่ามี พระเจ้า เทวดา และผี

ที่สามารถให้คุณให้โทษต่อมนุษย์ ต้องเคารพเกรงกลัว

และเซ่นไหว้ การเชื่อว่า "ตัวตน(วิญญาณ)" คงทนอยู่ตลอดกาลตายแล้ว "ตัวตน" ไม่ตายด้วย

จะวนเวียนไปเกิดใหม่ ในภพภูมิต่างๆ เป็นรูปร่างต่างๆ ในนรก ในสวรรค์

ขอย้ำว่าศาสนาพุทธ และเชน ไม่ยอมรับความเชื่อเหล่านี้ทุกประการ



พระพุทธเจ้า และ มหาวีระ คล้ายคลึงกันหลายประการ เป็นโอรสของกษัตริย์ (ผิวขาวชาวอารยัน)

ออกจากบ้านเมืองครอบครัวมาอยู่ป่าหาสัจธรรม เคยบำเพ็ญเพียรด้วยการทรมานตนมาก่อน

ตรัสรู้ ใต้ต้นโพธิ์ เมื่อประกาศศาสนา ก็ เผยแพร่อยู่ในประชาชนส่วนใหญ่

ของอินเดียที่เป็นวรรณะต่ำ (ชาวทมิฬ) สอนธรรมะด้วยภาษามคธ (ซึ่งไม่มีตัวอักษร)

ทั้ง 2 ศาสดา มีชีวิตในช่วงเวลาเดียวกัน ในเมือง และแคว้นเดียวกัน

แต่ศาสนาเชนแตกต่างจากพุทธมากตรงที่ ถือการทรมานตน เป็นทางการพ้นทุกข์ และสตรีไม่มีสิทธิ์หลุดพ้น



ขอเล่าพุทธประวัติก่อน

ชั่วชีวิตของคนนั้น สะท้อนผลงาน

เพราะ "พุทธทฤษฎี" นี้เป็นผลงาน จากสติปัญญาขั้นสูงที่สุด เท่าที่เคยมีในมนุษยชาติ

เป็นปริศนาที่คนธรรมดา ไม่สามารถเข้าใจได้เลยมาถึง 2,500 ปี

แม้ว่ามีการรักษาจดจำท่องไว้ ให้มั่นคงคงอยู่ในพระไตรปิฎก

จากถ้อยคำที่มีคุณค่า กลายเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่มีใครคิดจะแปลความหมาย

ทั้งๆ ที่เป็นวิทยาการที่มีประโยชน์ ต่อมวลมนุษย์ เรียนรู้ได้และสอนได้



ในประเทศอินเดีย 2,600 ปีมาแล้ว เจ้าชายสิทธัตถะ โคตมะ โอรสของกษัตริย์ เผ่าอารยัน

ซึ่งแวดล้อมด้วยความสุขสบาย ในโลกีย์วิสัย มีพระชายา และโอรสแล้ว

พระองค์สนใจใฝ่แสวงหา "สัจธรรม" ความรู้แท้ว่า มนุษย์เป็นอย่างไร ควรใช้ชีวิตอย่างไร จึงจะสมกับการเป็นมนุษย์

จึงออกบวชเมื่ออายุ 29 พรรษา บำเพ็ญพรหมจรรย์ อาศัยตามป่าเขา เป็นศิษย์ของฤาษี เรียนรู้วิชาโยคะต่างๆ

เรียนการฝึกจิต ทำสมาธิ เพื่อให้มีฤทธิ์ หลายปีผ่านไป แม้สำเร็จถึงขั้นสูงสุดแล้ว ก็ยังไม่พบอะไร



ยุคนั้นนิยมการทรมานร่างกาย เชื่อว่าจะเข้าถึง "สัจธรรม" ได้

พระองค์ทดลองทรมานร่างกาย อดอาหาร และข่มความทุกข์ทรมานเหล่านี้ ด้วยพลังของสมาธิ ที่ได้มาจากการฝึกจิต

ด้วยความหวังว่า เมื่อร่างกาย ถูกข่มถึงที่สุดแล้ว จิตก็จะมีอำนาจบรรลุ "โมกษะ" หรือพบ"สัจธรรม"ได้

ทรงพำเพ็ญทุกรกิริยาอย่างหนัก ถึงที่สุดหลายปี จนร่างกายผ่ายผอม อ่อนแอจนถึงสิ้นสติ

และพบว่า ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง จึงเลิกทรมานตนเสีย

เมื่อร่างกายเป็นปกติและมีสมองแจ่มใส พระพุทธเจ้า ทรงพิจารณาทบทวนประสบการณ์ โดยละเอียดเพื่อค้นหาสัจธรรม

และในที่สุด พระองค์ก็ "ตรัสรู้" ค้นพบความจริง "สัจธรรม" ว่า...

ชีวิตมนุษย์นั้นเป็นอย่างไร กระบวนการของชีวิตเป็นอย่างไร

ทุกข์นั้นเกิดขึ้นที่ไหน เกิดอย่างไร อะไรเป็นสาเหตุของความทุกข์ และรู้ว่าจะดับทุกข์ได้อย่างไร

ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ 35 พรรษา

สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบนั้น ขอเรียกว่า "พุทธทฤษฎี"

มีเนื้อหาสำคัญ เป็นหลักปฏิบัติตน (จริยศาสตร์) โดยใช้สติปัญญาตัดสินการกระทำ

เรียกว่า "มัฌชิิมาปฏิปทา" หรือ "ทางสายกลาง"

(คำนี้แย่ที่สุด เพราะทุกคนคิดว่ารู้จักดีแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับของพระพุทธเจ้า)

เรียกว่า "หนทางที่ไม่เขว" ยังให้ความหมายดีกว่



หลังจากตรัสรู้แล้ว ทรงทบทวนความรู้ "พุทธทฤษฎี" ถึง 7 สัปดาห์ และ พิจารณาเห็นว่า

ลึกซึ้งยากยิ่ง ที่ผู้อื่นจะรู้ตามอย่างได้ จะต้องเรียนรู้ รายละเอียดมากมาย

เพื่อการวิเคราะห์สิ่งที่เป็นนามธรรม และรูปธรรมต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผล

ซึ่งจำเป็นต้องสร้างสติปัญญาก่อน

แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงตัดสินใจ เผยแพร่สอนหลักธรรมไปตลอดพระชนม์ชีพ

และมีสาวกเข้าใจ "พุทธทฤษฎี"ได้ด้วยปัญญา ของพระพุทธเจ้า



พระองค์ ใช้เวลา 45 ปี หลังตรัสรู้ ทรงจาริก แสดงธรรม พร่ำสอนหลักธรรม

ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย ประพฤติพรหมจรรย์ เกื้อกูลโลก ตลอดพระชนม์ชีพ

ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน กลางดิน ใต้ต้นไม้ในป่า มีพระชนมพรรษา ได้ 80 ปี

ทางโบราณคดี นับยุคของพระพุทธเจ้าเป็น ปลายยุคสัมฤทธิ์ ต้นยุคเหล็ก

เทียบกับไทยเป็นก่อนประวัติศาสตร์ "ยุคบ้านเชียง"



คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี ในรูปของ "พระไตรปิฎก

เป็นที่รวมของความรู้ที่ทรงสอน ข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ควรและไม่ควร

โครงสร้างความรู้ กระบวนการที่เป็นไป มีการรวบรวมไว้อย่างระมัดระวัง และอนุรักษ์ใว้ ยาวนานถึง 2,500 ปี

เป็นสิ่งน่าศึกษา และท้าทายสติปัญญา ของคนปัจจุบันยุค 2000 อย่างยิ่ง

ว่าของเก่าขนาดนี้ ทำไมถึงยากขนาดนั้น?



ความยากของ "พุทธทฤษฎี" ประวัติศาสตร์ระบุไว้ชัดเจน

100 ปีหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ภิกษุชาวแคว้นวัชชีจำนวนมาก

แก้ไขดัดแปลงพระธรรมวินัยตามใจชอบ เปลี่ยนวิธีการสอนใหม่

คือ หาทางทำให้คนเข้าวัดมากๆ ไว้ก่อน อะไรที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนก็ไม่เป็นไร

เอาที่ชาวบ้านชอบมาใส่ ให้คนนิยมมากๆ เสร็จแล้วค่อย สอนธรรมะให้ทีหลัง รวมเทพฮินดูนรกสวรรค์บุญกรรมมากันเพียบ

ทำแบบนี้พุทธศาสนาเจริญมากมาย แผ่ขยายไปทั่วขึ้นไปทั่วทวีปเอเซีย นิกายนี้เรียก "มหายาน"



"พุทธทฤษฎี"; กลายเป็นปริศนาอมตะ

แม้ฝ่าย "หินยาน" ผู้อนุรักษ์พระไตรปิฎกไว้ พยายามศึกษา และปฏิบัติ รู้ว่าเป็นของดีเลิศล้ำ

แต่เข้าใจได้ยากยิ่ง วันเวลาผ่านไป ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี บ้างก็ว่าเรียนไปก็เท่านั้น มีแต่ทฤษฎี ต้องปฏิบัติ หลับตาฝึกจิตกันดีกว่า

วันเวลาผ่านไป ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี (การฝึกจิตไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้น การคิดเลขเก่งก็เช่นเดียวกัน)

แปลกตรงที่ วัดฝ่ายหินยาน ในเมืองไทยปัจจุบันที่เจริญรุ่งเรืองและร่ำรวย

เห็นได้ชัดว่ากำลังใช้วิธีการเดียวกัน กับมหายาน



"นิพพาน" ยังคงเป็นความฝัน

จนกว่า เรา เข้าใจจริงๆ ว่า พระพุทธเจ้า สอนเรื่องอะไร โดยสมบูรณ์ ทุกแง่ ทุกมุม

ที่รู้แล้วอธิบายได้ ฟังแล้วเข้าใจได้



ต่อไปนี้ เป็นเนื้อหาสาระ ทางความรู้ และ หลักปฏิบัติ ที่พระพุทธเจ้าสอน

ซึ่ง คนส่วนมาก เข้าใจเป็นอย่างอื่น

ณ ที่นี้ ขอให้ เริ่มต้นกันใหม่



โลก จักรวาล ธรรมชาติ สรรพสัตว์ และมนุษย์ เกิดขึ้นเอง ด้วยเหตุปัจจัย

สืบค้นได้ถ้ามีเวลาพอ ไม่มีใครสร้าง

โลกหมุนเวียนไป สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นไปตามเรื่องของมัน ไม่ได้มีปัญหาทุกประการ

มามีปัญหา ตรงที่เริ่มมีมนุษย์ปรากฏขึ้นในโลก และ ปัญหานั้นเป็นของมนุษย์ผู้เดียว



ฝนตกฟ้าร้องแผ่นดินไหวน้ำท่วม สรรพสัตว์ฆ่ากันกินกันไป ตามสัญชาติญาณ

บ้างสูญพันธุ์บ้าง เกิดสายพันธุ์ใหม่ ล้วนเป็นธรรมดา ตามสาเหตุและปัจจัยทั้งสิ้น

ไม่มีใครสนใจหรือทุกข์ร้อนอะไร จนกระทั้งสัตว์ชนิดหนึ่ง มีสมองโต และเฉลียวฉลาดมาก

เรียกว่า "มนุษย์" พบว่าตัวเองนั้น มีตัวตนแยกต่างหาก ต่างสัตว์อื่นๆ

และต่างจากสิ่งแวดล้อม และต่างจาก "มนุษย์" ตัวอื่นอีกด้วย

"ความฉลาด" ของมนุษย์ สร้างปัญหาให้กับมนุษย์เอง



"สมอง" ที่ "คิด" ได้มากกว่าสรรพสัตว์ รู้ภาวะตัวตน ที่เรียกว่า "จิตใจ"

ภายในจิตใจ ของใครของมันนั้น ทำเรื่องราวต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อสิ่งแวดล้อม

ทำให้เกิดปัญหา ย้อนกลับมาเล่นงาน ตัวเองในที่สุด



มนุษย์รู้ว่าตัวเองฉลาด จึงใช้ความคิดของตัวเอง ดัดแปลง เปลี่ยนสัญชาติญาณ ผิดแผกจากธรรมชาติไปเป็นอันมาก

และเริ่มมีความทุกข์ เริ่มสับสนไม่เข้าใจว่า ควรดำเนินชีวิตไปอย่างไร

ขณะที่สรรพสัตว์อื่นๆ ดำเนินชีวิตไป ตามตามสัญชาติญาณเท่านั้น

ไม่ได้ใช้ความคิดปรุงแต่ง จึงไม่ได้มีความทุกข์ร้อนอะไร



ตามหลักธรรมชาติแล้ว มนุษย์อาจฆ่าสัตว์หมดโลกแล้วตัวเอง ก็สูญพันธ์ไปด้วย

และก่อนจากไป ก็ระเบิดโลกแหลกเป็นผงธุลี ก็เป็นเรื่องธรรมชาติสามัญ

ไม่มีใครทุกข์ร้อนอะไร



สรุปว่า ในธรรมชาตินั้นมันจะเป็นไปอย่างไร ก็ไม่มีใครเป็นทุกข์

มีสัตว์ฉลาด และคิดได้ จึงเอาสิ่งต่างๆ มาคิด จึงมีปัญหา

ปัญหานั้นตกเป็นภาระของ สัตว์ฉลาดนั้นเอง



การที่เราจะรู้ได้ ว่ามนุษย์ควรมีชีวิตอย่างไร ต้องเริ่มต้น ด้วยการรู้จัก ว่ามนุษย์เป็นอย่างไรก่อน

ที่จริงมนุษย์ เป็นสัตว์ธรรมดา ที่มีสมองใหญ่ จึงมีสติปัญญาสูงพอที่จะคิดได้ จนสมองบอกเราว่าเรามีจิตใจ

สิ่งเหล่านี้มาจากสมอง ที่ซับซ้อนและมีเงื่อนไข ตามธรรมชาติของมัน

"สมอง" ทำงานตลอดเวลา ไม่มีการหยุดพัก แม้เวลามนุษย์หลับ (มักฝัน)

มันวิ่งแล่นไปอย่างอิสระ เรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยการสัมผัส เข้าใจ รู้สึก จดจำ ตัดสินว่าชอบหรือไม่

เตรียมการที่จะจัดการ กับสิ่งต่างๆ ที่มันพบตลอดเวลา

กระบวนการนี้ใช้ร่างกายเป็นสื่อ รองรับความต้องการของ "สมอง" ที่เราเรียกว่า "จิตใจ"



พระพุทธเจ้า อธิบายว่ามนุษย์นั้น คือ สิ่งที่ประกอบด้วย "ขันธ์ 5"

ได้แก่

รูป

เวทนา

สัญญา

สังขาร

วิญญาณ



ต่างจากสัตว์ทั้งปวง ที่ไม่มี สังขาร และวิญญาณ ตรงที่ต่างนี้สำคัญที่สุด!!



"ขันธ์ 5" นี้ สำคัญยิ่งนัก

2,500 ปี ที่เราไม่เข้าใจ หลัก "พุทธทฤษฎี"

ก็เพราะเรา ไม่เข้าใจ "ขันธ์ 5" นั่นเอง

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบ "พุทธทฤษฎี" ตามแง่มุมต่างๆ

ที่แม้เรารู้ว่าดีเลิศ แต่ไม่อาจเข้าใจได้เลย







ขันธ์ที่ 1 รูป

คือ ร่างกายของคน ประกอบด้วย อวัยวะทุกส่วน เป็นวัตถุ จับต้องมองเห็น ภายนอก และภายในร่างกายทั้งหมด

รวมทั้งสมอง หัวใจ ปอด ไต ตอนมีชีวิต เคลื่อนไหวได้เอง ทำกิจกรรมต่างๆ

เช่น กินอาหาร ขับถ่าย สืบพันธุ์ มีเจริญเติบโต และเสื่อม แก่ชรา ป่วย และตาย

เมื่อตายแล้ว อวัยวะเหล่านี้ยังอยู่ครบ แต่ไม่สามารถ ทำอะไรได้อีก

สรรพสัตว์ ก็มีรูป เช่นเดียวกัน


ขันธ์ที่ 2 เวทนา
ประสาทสัมผัส มี ตา หู จมู ลิ้น กาย เมื่อถูกกระทบ จะส่งสัญญาณ ไปตามเส้นประสาท สู่สมอง

และที่สมองส่งสัญญาณ ย้อนกลับไปสั่งให้ร่างกายปฏิบัติ สัญญาณนี้ คือ "ผัสสะ"

เป็นไปตามธรรมชาติบริสุทธิ์ จะผิดแผกแตกต่างบ้าง ด้านคุณภาพ ตามแต่สายพันธุ์

สรรพสัตว์ ก็มีผัสสะเช่นเดียวกัน


ขันธ์ที่ 3 สัญญา

ผัสสะที่ได้รับจากประสาทสัมผัส เมื่อเข้ามาสู่สมองแล้ว จะส่งมาตรวจสอบที่ความทรงจำ
แยกแยะ ว่ารู้จัก ไม่รู้จัก "ความจำ" นี้ เป็นรากเหง้าของความฉลาด เป็นต้นกำเนิดของความคิด

สัตว์อื่น ที่ว่าฉลาดที่สุดแล้ว มีความจำด้อยกว่ามนุษย์เป็นพันๆ เท่า

มนุษย์ยังสามารถจำ สิ่งที่คิดขึ้นมาเอง ในสมองล้วนๆ ไว้ได้ด้วย



ขันธ์ที่ 4 สังขาร

"ความจำ" นั้นสอนให้สมอง รู้จัก "คิด" รู้จักจำแนกสิ่งต่างๆ ระบุว่า สิ่งใดชอบ สิ่งใดไม่ชอบ

คิดล่วงหน้าว่า เมื่อเจออีกจะทำอย่างไร ความคิดแบบนี้ คือ "โปรแกรม"

มนุษย์วิวัฒนาการเพราะใช้สมองทบทวน กลับไปมาระหว่าง

ความคิด ความจำ ลองทำ ได้ผลก็กลับมา จำได้ คิดเพิ่ม แล้วลองทำอีก

เราพัฒนาสร้าง "โปรแกรม" ไว้ในสมอง และสอนถ่ายทอดบอกต่อๆ มา เป็น "วิทยาการ"

เป็น "ความฉลาด" ใช้สร้างสรรค์ และ ปรุงแต่งทุกสิ่งในขันธ์ทั้ง 5 นี้

ไม่เว้นตัวมันเอง สรรพปัญหาทั้งหลาย "ต้นเหตุอยู่ตรงนี้"

ความคิด เป็นดาบ 2 คม จึงต้องควบคุมการใช้ให้เหมาะสมระมัดระวัง (ห้ามหยุดคิดด้วย)



ขันธ์ที่ 5 วิญญาณ

ด้วยความจำ ความคิด พิจารณาสิ่งต่างๆ มนุษย์สังเกตพบว่า มีตัวตน ของตนเองอยู่ ไม่ใช่ ไม่เหมือนใครๆ

คือ "จิตใจ" มีความชื่นชอบ และไม่ชอบกับผัสสะต่างๆ เป็นการตัดสินลงความเห็นผ่านการใช้ โปรแกรม(สังขาร)

สรุปเป็นคำตอบคำตอบนี้จะส่งผลให้เกิดการปฏิบัติ สั่งให้ร่างกาย(รูป) กระทำการต่างๆ

ส่งเป็นผัสสะกลับไปให้สมองอีก(เวทนาที่ 6)

ส่งให้ความจำ(สัญญา)บันทึกไว้ ส่งให้โปรแกรม(สังขาร)เขียนเพิ่มเติมอีก

จิตใจ เป็นปลายทางที่เริ่มต้นจาก ผัสสะ เป็นผลลัพท์จากโปรแกรม ที่มนุษย์แต่ละคน เขียนสะสมสร้างไว้

ในความจำตั้งแต่เด็ก เพื่อปรุงแต่งให้มีผลเอนเอียง ไปในทางที่แต่ละคนชอบ

ดังนั้น จิตใจ ที่เป็นอารมณ์ต่างๆ เช่น รัก โลภ โกรธ หลง นั้น

ในแต่ละคนจึงมีพฤติกรรมต่างกัน นี่เป็นต้นเหตุ ที่ทำให้มนุษย์ไม่เหมือนกัน ในแทบทุกด้าน

ไม่รู้จิตใจกันอย่างสมบูรณ์ และไม่รู้ว่า จิตใจของมนุษย์นั้นที่แท้เป็นอย่างไร

ที่สำคัญ จิตใจก็ย้งเป็นต้นทางของผัสสะ อีกทางหนึ่งด้วย (พอมาอีกครั้งเรียกนามรูป)



ทำให้บางครั้ง มนุษย์คิดวกวน คิดซ้ำซาก ทับกันเป็นทวีคูณ

จิตใจ(วิญญาณ) คือ ผลที่ได้จากการคิดของสมองคน สมองนั้นอาศัยอยู่ในร่างกาย

แม้สมองจะมีอำนาจเพียงไร เมื่อสมองเสื่อมหรือสมองตาย อำนาจนั้นย่อมสูญไปด้วย

ความจริงนี้ สมองคนทั่วโลก ทุกเผ่าพันธุ์ยอมรับไม่ได้ และสร้างความเชื่อว่าจิตวิญญาณนั้น

เมื่อคนตายแล้วยังคงอยู่ ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับนอกจากความฝันที่ไม่มีน้ำหนักอะไร

จิตวิญญาณ นี้ สรรพสัตว์อื่นๆ ไม่มี



ทีนี้เห็นตัวตนของคุณหรือยัง ?

ว่าใครปรุงแต่งตัวคุณ คุณปรุงแต่งตัวใคร และคุณเป็นเจ้าของสิ่งปรุงแต่งนี้ใช่ไหม



"ขันธ์ 5" คือ องค์ประกอบของมนุษย์ เป็นวิทยาศาสตร์กายภาพล้วน

ขันธ์แรกเป็นร่างกายมนุษย์ ที่เหลือเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้น ในระบบประสาทสัมผัส และในก้อนสมอง

ไม่มีอะไรเป็นนามธรรม ไม่มีอะไร อยู่นอกร่างกายมนุษย์

พอเข้าใจ "ขันธ์ 5" แล้ว "พุทธทฤษฎี" ก็เผยออกให้เห็นแจ่มชัดทุกข้อ



"ขันธ์ 5" เป็นเพียง อาณาเขตปริมณฑล ของการ "ปฏิบัติภาระกิจ" ตามแนวทาง "พุทธทฤษฎี"

ซึ่งสอนให้เรา กระทำสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ของความเป็นมนุษย์

มนุษย์ ที่ประเสริฐ จะต้องมี จริยธรรมอันประเสริฐ

ปฏิบัติตนได้ ถูกต้องเหมาะสมสูงสุด

มิใช่ ดีแต่พูด ดีแต่คิด



ความเหมาะสมในการปฎิบัตินี้ เรียกว่า "ทางที่ไม่เขว" (มัฌชิมาปฏิปทา)

มิใช่ ชุ่ยๆ ลวกๆ และ เซ่อๆ

"ผู้ปฎิบัติธรรม" จะต้อง มีความสามารถขั้นเอกอุ ที่จะควบคุมขันธ์ทั้ง 5 ไว้

ให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม ตลอดเวลา ทุกลมหายใจ ไม่ไขว้เขวออกนอกเส้นทาง แม้แต่นิดเดียว



ลองนึกภาพ

นักกายกรรม ขี่จักรยานล้อเดียว มือถือไม้พลองยาว ไต่เส้นลวด ข้ามหุบเหว .........................

ทักษะร่างกาย สมาธิ สติ ปัญญา สูงสุด ในการรักษาความสมดุลย์ตลอดเวลา



พลังกาย สมาธิ สติ ปัญญา ใช้หลักจริยธรรม

ควบคุมขันธ์ทั้ง 5 แบบ "ทางที่ไม่เขว" หรือ"ทางสายกลาง"

"มัฌชิมาปฏิปทา" ของพระพุทธเจ้า



ในอาณาเขตปริมณฑลของขันธ์ 5 นี้

คำนี้สรุปได้ สั้นๆ ตื้นๆ แต่ยากสุดๆ หินสุดๆ

"ไม่ละเมิดผู้อื่น ไม่ละเมิดตนเอง"



อย่าดูถูกคำนี้เป็นอันขาด

พระพุทธเจ้าใช้เวลา 45 ปี หลังตรัสรู้ สอนแก่มนุษย์ชาติ จนปรินิพพาน

ไม่ได้ออกนอกบรรทัดนี้เลย

(หนึ่งล้านหน้ากระดาษเอสี่ ยังไม่พออธิบายข้อความบรรทัดนี้)

มรรคผล ที่ได้รับจาก การดำเนินชีวิต แบบ "มัฌชิมาปฏิปทา" ครบถ้วนสมบูรณ์ใน "พุทธทฤษฎี"

เรียกว่า "นิพพาน"



เห็น "พุทธทฤษฎี" แล้ว

หาค้นอ่านเพิ่มเติมได้ จากหนังสือธรรมะรอบๆ ตัวของท่าน

มีแทรกซ้อนพูดถึงอยู่แทบทุกเล่ม

รวมทั้งในพระไตรปิฎกทั้งหมด ไม่แปลก และเป็นความจริง

อย่าลืมเอาฮินดูออกให้หมดเสียก่อนล่ะ..!!!

<LI>ทำไมฝรั่งจึงไม่เข้าใจ ปรัชญาของพระพุทธเจ้า และชาวพุทธคิดว่าพุทธ ไม่ใช่ปรัชญา?
<LI>ดวงจิตที่แท้นั้นเป็นเช่นไร เกี่ยวข้องกับอัตตาอย่างไร.?
<LI>กิเลสนั้น มันจับมาเผาได้จริงหรือ.?
<LI>พระพุทธเจ้ายืนยันว่า ฮินดู พราหมณ์ และโยคี คือ เดียรฉานวิชชา.?
<LI>ทำไมอภินิหารและชาดก จึงมีมากมายในพระไตรปิฎก ?
<LI>เกิด แก่ เจ็บ ตาย แบบไม่มีความทุกข์ มีจริงหรือพระพุทธเจ้าโกหก.?
<LI>นรก สวรรค์ จากพระโอษฐ์พระพุทธเจ้ามีสักครั้งไหม..?
<LI>คุณรู้ไหมว่าพระเวสสัดรชาดกนั้น เมดอินไทยแลนด์ คนไทยแต่งเองด้วย
<LI>กฏแห่งกรรมของพระพุทธเจ้า กับ หนังทีวี เจ้ากรรมนายเวรนั้น..มันคนละเรื่อง?

ผมมีความรู้เกี่ยวกับศาสนาพุทธเพียงแค่นี้เองครับ
<LI>แต่มันทำให้ชีวิตผมมีความสุขนะ
<LI>แล้วพวกคุณล่ะ กำลังพูดถึงเรื่องอะไร?
<LI>มันทำให้ชีวิตพวกคุณมีความสุขหรือเปล่า?
<LI>ถ้ามีผมก็ดีใจด้วย?
<LI>แต่ถ้าไม่ผมแนะนำให้ลองกับไปอ่านบทความนี้ใหม่ซัก 2-3รอบนะครับ

sathit56
15-09-2005, 08:42 AM
คุณพลังธรรม...
คุณ...นิพพานแล้วหรือ?...ที่บอกว่าแค่นี้คุณก็มีความสุข..
คุณลองประพฤติปฏิบัติ...ตามที่ครูบาอาจารย์...ท่านสอนสั่ง..แล้วยัง?
2,500 ปี มานี้ ไม่มีคนเข้าใจอย่างคุณหรือ?...คุณคือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้วหรือ?
คนไทยคนไหนแต่งเวสสันดรชาดก?
แต่งปี พ.ศ.ไหน?
เผ่าไทยมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่?....นักวิชาการยังถกเถียงกันอยู่เลย...
ช่วยบอกชื่อผู้แต่งให้ทราบหน่อยสิ....

vichian
15-09-2005, 02:20 PM
Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 21
เหรียญพระชัยหลังช้าง พิมพ์ ภปร. 10 เหรียญ<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 245บาท<O:p</O:p
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=194189&stc=1&thumb=1&d=1186809296 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=194189&d=1186809296)http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=194190&stc=1&thumb=1&d=1186809296 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=194190&d=1186809296)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 26<O:p</O:p
พระฤาษีท่องสวรรค์ 2 องค์<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 2,365 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215852&stc=1&thumb=1&d=1190775481 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215852&d=1190775481) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215853&stc=1&thumb=1&d=1190775481 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215853&d=1190775481)

Promotionพิเศษ (ครั้งที่ 2)<O:p</O:p
รายการที่ 30<O:p</O:p
เหรียญยุทธภูมิ 2 เหรียญ<O:p</O:p
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 1,455 บาท
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215837&stc=1&thumb=1&d=1190775335 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=215837&d=1190775335)

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=273968&d=1201882338

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=273969&d=1201882338

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=273970&d=1201882338

คุณพลังธรรม
ผมอ่านบทความนั้นแล้วก็สงสารผู้เป็นเจ้าของบทความ เพราะว่า คำอธิบายขันธ์ตัวที่5 วิญญาณ คือจิตใจ เป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง แล้วจะเข้าใจและเข้าถึงคำว่า นิพพาน ได้อย่างไร วิญญาณขันธ์ ก็คือ ประสาทรับรู้ความรู้สึกของร่างกายมิใช่จิตใจอย่างที่กล่าวในบทความครับ เพราะจิตกับขันธ์5(ร่างกาย)เป็นคนละส่วนกัน

<!-- / message --><!-- attachments --><!-- / message --><!-- sig -->

Attawat_Rx
15-09-2005, 04:05 PM
เอ่อ ...ชักไปกันใหญ่แล้ว จะจริงจะเท็จก็รับฟังเถิด ตรองด้วยปัญญา สมาธิเป็นเรื่องปัจจัตตังถ้าเป็นจริง การปรามาสผู้ทรงญาณมีโทษมาก ไม่คุ้มกันหรอกครับ ส่วนผมโมทนาในความดีอย่างเดียวก็พอ

Fame
15-09-2005, 07:57 PM
อืมมมมมมมมมมมมมมม...............................................

vichian
15-09-2005, 08:20 PM
ด่วน...มอบพระของหลวงพ่อฤาษีฯ......(ช่วงสุดท้าย)

No27
เหรียญครบรอบ ๑๐๐ปีเกิด สร้าง ปีพ.ศ.2518 เหรียญใหญ่สีทอง
นำมาให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 747 บาท มี 1 เหรียญเท่านั้น
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304245&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304245&d=1207585611) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304246&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304246&d=1207585611)

No28
เหรียญที่ระลึกผูกพัทธสีมา เป็นเหรียญคู่ เหรียญหลวงปู่ปาน ด้านหลังยันต์เกราะเพชร ,เหรียญหลวงพ่อ ด้านหลังยันต์นะโมพุทธายะ สร้าง 23 เมษายน พ.ศ. 2520 ด้านหน้าเป็นพระพุทธเจ้า อยู่ระหว่างยันต์ท้าวมหาชมภู ใช้รักษาโรคระบาด และอันตรายทุกอย่าง ทุกประเภท เหรียญสภาพสวย
นำมาให้ร่วมบุญบูชาคู่ละ 789 บาท มี 1 คู่เท่านั้น
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304243&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304243&d=1207585611) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304244&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304244&d=1207585611)

No29
พระคำข้าวรุ่นพิเศษ สร้างปีพ.ศ.2535 ด้านหน้ารูปเหมือนหลวงพ่อ เขียนว่า พระราชพรหมยาน ด้านหลังยันต์เกราะเพชร
นำมาให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 949 บาท มี 2 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304247&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304247&d=1207585611) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304248&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304248&d=1207585611)

No30
พระปิดตามหาลาภ สร้างปีพ.ศ.2518 เนื่องในงานครบรอบ 100 ปีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ด้านหลังเป็นรูปแหลวงพ่อปาน
นำมาให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,134 บาท มี 1 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304249&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304249&d=1207585611) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304250&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304250&d=1207585611)

No31
เหรียญฉลองสมณศักดิ์ สร้าง 24 มีนาคม 2528 เป็นรูปหลวงพ่อ ด้านหลังยันต์ท้าวมหาพรหม เขียนว่า ที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์
นำมาให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,765 บาท มี 1 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304768&stc=1&thumb=1&d=1207670544 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304768&d=1207670544) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304769&stc=1&thumb=1&d=1207670544 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304769&d=1207670544)

No32
เหรียญหลวงพ่อปาน สร้าง ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๖ เป็นเหรียญสีทอง ด้านหน้ารูปหลวงพ่อปาน เขียนว่า หลวงพ่อปาน ด้านหลังยันต์เกราะเพชร
นำมาให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 248 บาท มี 2 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304251&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304251&d=1207585611) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304252&stc=1&thumb=1&d=1207585611 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304252&d=1207585611)

No33
แหนบทองรูปหลวงพ่อ แหนบนี้ป้องกันสรรพอันตรายทุกชนิด นิวเคลียร์และฝนเหลือง ให้ผลทางลาภ เมตตา อธิฐานได้ดังใจทุกอย่าง มาแบ่งกันบูชาครับ
นำมาให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 212 บาท มี 1 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304258&stc=1&thumb=1&d=1207585879 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=304258&d=1207585879)

santosos
16-09-2005, 02:56 AM
ผมไม่เก่ง และไม่ทรงเจ้า ช่วยเข้าใจด้วย

timetime
16-09-2005, 07:30 AM
โมทนาจ้า

ป้อม
16-09-2005, 06:06 PM
http://members.thai.net/ribina/time/index.html มาเที่ยวที่นี่บ้างก็ได้

santosos
16-09-2005, 07:37 PM
โพสท์ เพื่อบอก คนที่ใช้วิธีหลวงพ่อไม่ใช่คนทรง
ทำไมต้องมีแต่คนทรง
ผมไม่เก่งเหมือนคนที่มาว่าคนอื่น จึงไม่ขอช่วยใคร
ถ้ามีไร โทรมาคุยได้ แต่อย่ามาหาว่าช่วยคนต้องทรงเจ้า

อักขรสั จร
16-09-2005, 08:52 PM
พระไตรปิฎกเป็นสิ่งมหัศจรรย์
เกิดจากการสังคายนาของพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ 300 กว่าองค์
ผู้ที่มีภูมิธรรมต่างกัน อ่านไปก็จะมีความเข้าใจต่างกัน
ทุกท่านเร่งปฎิบัติกันไปเถอะครับ
อย่าเสียเวลาคิดฟุ้งซ่านไปเองเลย
พระธรรมเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนครับ
อะไรที่ยังไม่รู้ก็ละไว้ก่อน อย่าด่วนสรุปว่าไม่จริง
ใครตายแล้วอัฐิเป็นแก้ว หรือสังขารไม่เน่าเปื่อย เดี๋ยวก็ได้รู้กันเองครับ

คุณพลังธรรมครับ ผมโชคดีที่เมื่อสมัยที่ผมคิดแบบคุณยังไม่มีอินเตอร์เน็ต
เมื่อรู้แจ้งเมื่อไหร่อย่าลืมมาตามแก้กรรมด้วยนะครับ

berserk
16-09-2005, 09:41 PM
แล้วทำไงจะเริ่มต้นมีมโนมยิทธิ จะฝึกอย่างไร

santosos
18-09-2005, 11:05 AM
เราจะได้ ทำใจให้สะอาด นึกถึงพระเสมอ มีอุเบกขาเป็นประจำ พรหมวิหารข้ออื่นทำเป็นรองๆไป
ทำบารมี10เสมอ ทำเช่นนี้ มีใจเด็ดเดี่ยว 7วันใจเป็นพระ มโนมยิทธิจะมาเอง

pat3112
18-09-2005, 12:36 PM
โมทนาสาธุครับ

berserk
19-09-2005, 01:47 AM
ผมมันคนปัญญาน้อยครับ เอาชัดๆกว่านี้ได้ไหมครับ(ทำเสียงเหมือนคุณสุทธิชัย หยุ่น)
ตั้งใจจะทำจริงนะครับ ไม่ได้ล่อเล่น แล้วขอถามอีกข้อนะครับ สมมุติว่าทำตามที่คุณบอกแล้วยังทำไม่ได้ จะมีวิธีไหนอีกหรือเปล่าครับ ช่วยบอกหน่อยครับ แล้วขอโมทนา สาธุด้วยครับ

dektep
19-09-2005, 05:57 AM
ผู้รู้จริงย่อมไม่สงสัย......ปฎิบัติซิค่ะ....แล้วคุณจะได้หมดความสงสัย

santosos
19-09-2005, 09:38 AM
เมื่อเราทำใจไปเพ่งพระ เราไม่รู้ว่าทำอย่างไร
อาจทำอย่างที่ผมได้วิธีองค์ปฐมสอนผมได้ คือมองไปในองค์ท่าน
มองไปถ้าเจอท่านอีกข้างใน ้ก็มองอีกเข้าไปเรื่อยจนกว่าจะหมด
คือ ไม่มีไร แต่ถ้ามีแสงสว่างเราก็มองต่อไป จนแสงส่างไม่มี
ต้องไม่มีแม้แสงสว่าง มีแต่ความไร้รูปแบบ ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข
อิสระ นี่คือ สภาวะที่ในพระ เป็นกลางให้มากที่สุด

tamsak
19-09-2005, 04:08 PM
แล้วทำไงจะเริ่มต้นมีมโนมยิทธิ จะฝึกอย่างไร

หากต้องการฝึกมโนมยิทธิ ในการเริ่มฝึกครั้งแรกขอแนะนำให้ไปฝึกที่วัดท่าซุงหรืือที่บ้านซอยสายลม

วัดท่าซุง (วัดจันทาราม)
อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี


บ้านซอยสายลม (ซอยพหลโยธิน 8)
วันเสาร์ อาทิตย์ และวันจันทร์ ทุกต้นเดือน
ตั้งแต่เวลา 11.30 - 15.00 น.

berserk
19-09-2005, 08:50 PM
อนุโมทนาสาธุครับ หากลองทำแล้วมีข้อสงสัยประการใดจะขออนุญาตถามอีกครั้งครับ

Nakamura
20-09-2005, 03:25 AM
โมทนาครับ

KomAon11
20-09-2005, 06:23 PM
เราจะได้ ทำใจให้สะอาด นึกถึงพระเสมอ มีอุเบกขาเป็นประจำ พรหมวิหารข้ออื่นทำเป็นรองๆไป
ทำบารมี10เสมอ ทำเช่นนี้ มีใจเด็ดเดี่ยว 7วันใจเป็นพระ มโนมยิทธิจะมาเอง

ควรแนะนำสถานที่ฝึกจริงๆไว้ด้วย ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ คือ

1.วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
2.บ้านสายลม

Fame
23-09-2005, 08:29 PM
โมทนาบุญนะคะ บุญเท่านั้น !!! *-*..........

santosos
25-09-2005, 11:27 AM
ไม่ต้องไปถึงวัดหรอก
เราแค่นึกถึงพระไว้ในใจ ทำไปเรื่อยๆ ขยันทำบุญ เจริญภาวนา และ วิปัสสนาบ่อยๆ ทุกอย่างดีเอง

santosos
27-09-2005, 09:06 AM
pbij
คุณเป็นคนที่ไม่เห็นตามหลวงพ่อฤาษี นี่เป็นความเชื่อ ทำไปตามความเชื่อ ท่านว่าคือเมืองแก้ว
คุณว่า ผมหลงในภพ ขอบคุณที่ห่วง แต่ผมไม่ใช่เห้นอยู่แค่นี้ พระไตรปิฎกสอน ผมเห็นตาม แต่ผมเรียนตามสายหลวงพ่อฤาษีด้วย ก็ต้องให้เห็นได้ กำหนดไปดู ตามสมมติก่อน แล้ว ของจริงอยู่ในนั้น สมมติก่อนจึงวิมุตินะคุณไปลองดู
มันเป็นเช่นนั้นไหม เอาพระไตรปิฎกมาควัก ว่าคนอื่น คุณปรามาสพระรัตนตรัยนะ หลวงตาบัวก็ยืนยันว่าเป็นเมืองแก้ว
นี่แค่ขั้นสมมติ

KomAon11
27-09-2005, 05:37 PM
....


ฝึกดีๆนะ ..

ศุกร์
27-09-2005, 05:42 PM
อย่าตีกันนนจิ วัดก็ดี ที่บ้านก็ดีค่ะ ที่ไหนๆ ก็ดี
วัด พระ กิจทางสงฆ์ เป็นเครื่องหมายของการสืบอายุพระศาสนา เพื่อช่วยคนทั่วไปที่เริ่มต้นค่ะ
ส่วนการฝึกกรรมฐาน จริงๆ เป็นเครื่องของ กรรม บุญ บารมี ทำสิ่งได้ก็ย่อมได้สิ่งนั้น
มีบุญกับใครไว้ ก็มักจะได้มีต่อๆ กันในอีกภพชาตินึงค่ะ ทางมีให้เลือกเยอะ
สุดท้ายก็ศึกษาเพื่อตัดกิเลสเหมือนกันน๊ะค่ะ ....เน๊อะๆๆ ^O^

santosos
11-10-2005, 03:11 PM
ของจริงสวยกว่าในมโนมนะ

sathit56
13-10-2005, 01:27 PM
ของจริงสวยกว่าในมโนมนะ
คืออะไรครับ....ไม่เข้าใจ....

santosos
13-10-2005, 01:32 PM
นิพพาน
ผมรู้แค่ตามที่ได้อ่าน

vichian
20-10-2005, 09:17 PM
แก้วคริสตัลเจียรนัย2แบบ,พระปัจเจ3สี,สมเด็จเงินไหลมา


ก่อนที่ผมจะไปฝึก มโนมยิทธิ ผมต้องเตรียมตัวเตรียมใจอยู่เกือบ 1 ปีเต็ม ตามแนวทางของหลวงพ่อฤๅษีฯ แล้วผมก็อธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปที่ผมบูชาว่า ขอได้พบครูฝึกที่ฝึกผมได้สำเร็จ เพราะผมมีเวลาน้อย และแล้วผมก็ได้สมใจ

ผมใช้เวลาในการฝึกทั้งสิ้นประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ความรู้สึกเหมือนว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมได้ไปทั้งสวรรค์ พรหม นิพพาน นรก แต่ไม่ชัดเจนแจ่มใสทุกแห่ง บางช่วงสมาธิดีก็จะเห็นชัดมาก ถ้าสมาธิไม่ดีก็เห็นไม่ชัด นอกจากแดนที่กล่าวมาแล้ว ผมยังได้ไปเดินปร๋อบนดวงอาทิตย์อีกด้วย
นอกจากนั้นผมยังได้ไปเห็น พระจุฬามณี เทวะสภา ว่ามีลักษณะอย่างไร มันต่างจากที่ผมเคยจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง และไม่เคยเห็นอะไรสวยเท่านี้มาก่อน

นอกจากสถานที่ต่างๆที่ผมไปพบเห็นมาแล้ว ผมยังได้พบท่านต่างๆ เช่น ท่านพระอินทร์ พร้อมด้วยพระชายาของท่าน เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปางพระนิพพาน ท่านใจดีมาก ท่านมีเมตตาอย่างที่ไม่มีใครจะเปรียบ ท่านแย้มพระโอฐน้อยๆ
พระองค์ท่านสวยอย่างไม่มีที่ติ เห็นองค์หลวงพ่อฯและหลวงปู่ปานมาในภาพพระสงฆ์
เห็นเทวดาทั้งหลายนับไม่ถ้วนเดินเข้าออกเทวสภาระยิบระยับเต็มไปหมดเป็นกลุ่มๆ
เห็นสัตว์นรกถูกทรมานอย่างสยดสยอง ที่ทำผิดศีลแต่ละข้ออย่างชัดเจน ไม่เคยเห็นภาพอะไรที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

ที่เล่ามานี้ก็เพียงเล่าย่อๆ เพื่อเป็นการพิสูจน์คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมดีใจที่ผมทำได้สำเร็จ แต่ไม่เคยคิดว่าดีกว่าใคร ที่จริงแล้ว ด้านปฎิบัติธรรมก็เอาดีอะไรยังไม่ได้ กิเลสยังท่วมตัวท่วมใจ
ที่เล่ามานี้อย่างน้อยก็เพื่อยืนยันว่า สิ่งใดหากตั้งใจจริงที่จะทำอย่างไม่ย่อท้อตามอิทธิบาท4แล้ว ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ และขอเป็นกำลังใจกับผู้ที่ต้องการฝึกทุกท่าน ขอให้สำเร็จนะครับ สวัสดีมากครับ









<FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND>http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220686&stc=1&thumb=1&d=1191576717 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220686&d=1191576717) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220687&stc=1&thumb=1&d=1191576717 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220687&d=1191576717) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220688&stc=1&thumb=1&d=1191576717 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220688&d=1191576717)

http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220689&stc=1&thumb=1&d=1191576717 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220689&d=1191576717) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220690&stc=1&thumb=1&d=1191576717 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220690&d=1191576717) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220691&stc=1&thumb=1&d=1191576717 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220691&d=1191576717)

http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220692&stc=1&thumb=1&d=1191576717 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=220692&d=1191576717)







</FIELDSET>

santosos
21-10-2005, 06:10 AM
อนุโมทนานะ

tamsak
21-10-2005, 11:39 AM
ก่อนที่ผมจะไปฝึก มโนมยิทธิ ผมต้องเตรียมตัวเตรียมใจอยู่เกือบ 1 ปีเต็ม ตามแนวทางของหลวงพ่อฤๅษีฯ แล้วผมก็อธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปที่ผมบูชาว่า ขอได้พบครูฝึกที่ฝึกผมได้สำเร็จ เพราะผมมีเวลาน้อย และแล้วผมก็ได้สมใจ

ผมใช้เวลาในการฝึกทั้งสิ้นประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ความรู้สึกเหมือนว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมได้ไปทั้งสวรรค์ พรหม นิพพาน นรก แต่ไม่ชัดเจนแจ่มใสทุกแห่ง บางช่วงสมาธิดีก็จะเห็นชัดมาก ถ้าสมาธิไม่ดีก็เห็นไม่ชัด นอกจากแดนที่กล่าวมาแล้ว ผมยังได้ไปเดินปร๋อบนดวงอาทิตย์อีกด้วย
นอกจากนั้นผมยังได้ไปเห็น พระจุฬามณี เทวะสภา ว่ามีลักษณะอย่างไร มันต่างจากที่ผมเคยจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง และไม่เคยเห็นอะไรสวยเท่านี้มาก่อน

นอกจากสถานที่ต่างๆที่ผมไปพบเห็นมาแล้ว ผมยังได้พบท่านต่างๆ เช่น ท่านพระอินทร์ พร้อมด้วยพระชายาของท่าน เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปางพระนิพพาน ท่านใจดีมาก ท่านมีเมตตาอย่างที่ไม่มีใครจะเปรียบ ท่านแย้มพระโอฐน้อยๆ
พระองค์ท่านสวยอย่างไม่มีที่ติ เห็นองค์หลวงพ่อฯและหลวงปู่ปานมาในภาพพระสงฆ์
เห็นเทวดาทั้งหลายนับไม่ถ้วนเดินเข้าออกเทวสภาระยิบระยับเต็มไปหมดเป็นกลุ่มๆ
เห็นสัตว์นรกถูกทรมานอย่างสยดสยอง ที่ทำผิดศีลแต่ละข้ออย่างชัดเจน ไม่เคยเห็นภาพอะไรที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

ที่เล่ามานี้ก็เพียงเล่าย่อๆ เพื่อเป็นการพิสูจน์คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมดีใจที่ผมทำได้สำเร็จ แต่ไม่เคยคิดว่าดีกว่าใคร ที่จริงแล้ว ด้านปฎิบัติธรรมก็เอาดีอะไรยังไม่ได้ กิเลสยังท่วมตัวท่วมใจ
ที่เล่ามานี้อย่างน้อยก็เพื่อยืนยันว่า สิ่งใดหากตั้งใจจริงที่จะทำอย่างไม่ย่อท้อตามอิทธิบาท4แล้ว ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ และขอเป็นกำลังใจกับผู้ที่ต้องการฝึกทุกท่าน ขอให้สำเร็จนะครับ สวัสดีมากครับ

ขอโมทนาบุญด้วยครับ

timetime
23-10-2005, 11:44 AM
ขนลุกเลย

Mood
25-10-2005, 03:54 PM
ขออนุโมทนาครับ

jcakdc
26-10-2005, 09:31 AM
what is bhudhist? and what is hindunism?seem to be that in heaven is the man world,w/lot of angles. how about the woman,do they get male angle to serve her?

nay_ohho
26-10-2005, 12:47 PM
ผมว่า อย่าเถียงกันเลยครับ ขนาดการถอดกายทิพย์ ยังมีตั้งหลายสูตร เช่น
- มโนยิทธิ
- กสิณ
- อานาปานสติ
- ธรรมกาย
- อื่นๆ อีกหลายแขนง

ทุกคนถูกหมด นะครับ แต่ใครจะมีจุดมุ่งหมายใด ตาย แล้วเกิด หรือไม่ ?
ผมเห็นด้วยกับ Attawat Rx การปรามาสผู้ทรงญาณมีโทษมาก

ถ้าเห็น ด้วยกับกระทู้ ก็ให้กำลังใจกันไป ถ้าคิดอีกแบบก็ นิ่งเสียตำลึงทอง ครับ

sitha
26-10-2005, 12:58 PM
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p> </o:p>
อโยคุฬวรรคที่ ๓<o:p></o:p>
มรรคสูตร<o:p></o:p>
ว่าด้วยปฏิปทาแห่งการเจริญอิทธิบาท<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
[๑๒๐๕] สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก่อนแต่ตรัสรู้ ครั้งเราเป็นพระโพธิสัตว์<o:p></o:p>
ยังมิได้ตรัสรู้ ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า อะไรหนอ เป็นมรรคา เป็นปฏิปทาแห่งการเจริญอิทธิบาทเรานั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ภิกษุนั้นย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขารดังนี้ว่า ฉันทะของเราจักไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่ต้องประคองเกินไป ไม่หดหู่ในภายในไม่ฟุ้งซ่านไปภายนอก และเธอมีความสำคัญในเบื้องหลังและเบื้องหน้าอยู่ว่า เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ฉันนั้น กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เธอมีใจเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ ด้วยประการฉะนี้
ภิกษุย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยวิริยสมาธิ ... จิตตสมาธิ ... วิมังสาสมาธิและปธานสังขาร ดังนี้ว่าวิมังสาของเราจักไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่ต้องประคองเกินไป ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก และเธอมีความสำคัญในเบื้องหลังและเบื้องหน้าอยู่ว่า เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใดเบื้องล่างก็ฉันนั้น กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เธอมีใจเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ ด้วยประการฉะนี้.<o:p></o:p>
[๑๒๐๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอิทธิบาท ๔ แล้วอย่างนี้ กระทำให้มาก<o:p></o:p>
แล้วอย่างนี้แล ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนเป็น<o:p></o:p>
คนเดียวก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้.<o:p></o:p>
[๑๒๐๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอิทธิบาท ๔ แล้วอย่างนี้ กระทำให้มาก<o:p></o:p>
แล้วอย่างนี้แล ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะ<o:p></o:p>
ทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่.<o:p></o:p>
(แม้อภิญญาทั้งหกก็พึงขยายความออกไป)<o:p></o:p>
จบ สูตรที่ ๑<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
<o:p> </o:p>
<o:p> </o:p>
<o:p> </o:p>
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑<o:p></o:p>
สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค<o:p></o:p>
อโยคุฬสูตร<o:p></o:p>
ว่าด้วยการแสดงฤทธิ์<o:p></o:p>
[๑๒๐๘] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่
ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคทรงทราบอยู่หรือว่า พระองค์ทรงเข้าถึงพรหม-
*โลกด้วยพระฤทธิ์ พร้อมทั้งพระกายอันสำเร็จแต่ใจ?
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า เราทราบอยู่ อานนท์ ว่าเราเข้าถึงพรหมโลกด้วยฤทธิ์
พร้อมทั้งกายอันสำเร็จแต่ใจ.
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระผู้มีพระภาคทรงทราบอยู่หรือว่า พระองค์ทรงเข้าถึง
พรหมโลกด้วยพระฤทธิ์ พร้อมทั้งพระกายอันประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ นี้?
พ. เราทราบอยู่ อานนท์ ว่าเราเข้าถึงพรหมโลกด้วยฤทธิ์ พร้อมทั้งกายอันประกอบ
ด้วยมหาภูตรูป ๔ นี้.
[๑๒๐๙] อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พระองค์ทรง
เข้าถึงพรหมโลกด้วยพระฤทธิ์ พร้อมทั้งพระกายอันสำเร็จด้วยใจ และทรงทราบว่า พระองค์ทรง
เข้าถึงพรหมโลกด้วยพระฤทธิ์ พร้อมทั้งพระกายอันประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ นี้ เป็นสิ่งน่า
อัศจรรย์ ทั้งไม่เคยมีมาแล้ว.
พ. ดูกรอานนท์ พระตถาคตทั้งหลายเป็นผู้อัศจรรย์ และประกอบด้วยธรรมอันน่า-
*อัศจรรย์ เป็นผู้ไม่เคยมีมา และประกอบด้วยธรรมอันไม่เคยมีมา.
[๑๒๑๐] ดูกรอานนท์ สมัยใด ตถาคตตั้งกายไว้ในจิต หรือตั้งจิตลงไว้ที่กาย ก้าว
ลงสู่สุขสัญญาและลหุสัญญาในกายอยู่ สมัยนั้น กายของตถาคตย่อมเบากว่าปกติ อ่อนกว่า
ปกติ ควรแก่การงานกว่าปกติ และผุดผ่องกว่าปกติ.
[๑๒๑๑] ดูกรอานนท์ เปรียบเหมือนก้อนเหล็กที่เผาไฟอยู่วันยังค่ำ ย่อมเบากว่า
ปกติ อ่อนกว่าปกติ ควรแก่การงานกว่าปกติ และผุดผ่องกว่าปกติ ฉันใด สมัยใด ตถาคต
ตั้งกายลงไว้ในจิต หรือตั้งจิตลงไว้ที่กาย ก้าวลงสู่สุขสัญญาและลหุสัญญาในกายอยู่ สมัยนั้น
กายของตถาคตย่อมเบากว่าปกติ อ่อนกว่าปกติ ควรแก่การงานกว่าปกติ และผุดผ่องกว่าปกติ
ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๑๒๑๒] ดูกรอานนท์ สมัยใด ตถาคตตั้งกายลงไว้ในจิต หรือตั้งจิตลงไว้ที่กาย
ก้าวลงสู่สุขสัญญาและลหุสัญญาในกายอยู่ สมัยนั้น กายของตถาคต ย่อมลอยจากแผ่นดินขึ้นสู่
อากาศได้โดยไม่ยากเลย ตถาคตนั้นย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายคน คือ คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้
หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้.
[๑๒๑๓] ดูกรอานนท์ เปรียบเหมือนปุยนุ่นหรือปุยฝ้าย ซึ่งเป็นเชื้อธาตุที่เบา ย่อม
ลอยจากแผ่นดินขึ้นสู่อากาศได้โดยไม่ยากเลย ฉันใด สมัยใด ตถาคตตั้งกายลงไว้ในจิต หรือ
ตั้งจิตลงไว้ที่กาย ก้าวลงสู่สุขสัญญาและลหุสัญญาอยู่ สมัยนั้น กายของตถาคตย่อมลอยจาก
แผ่นดินขึ้นสู่อากาศได้โดยไม่ยากเลย ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ
[๑๒๑๔] ดูกรอานนท์ สมัยนั้น กายของตถาคตย่อมลอยจากแผ่นดินขึ้นสู่อากาศได้
โดยไม่ยากเลย ตถาคตนั้นย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้ หลาย
คนเป็นคนเดียวก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้.
จบ สูตรที่ ๒
<o:p> </o:p>

sitha
26-10-2005, 01:04 PM
เรื่องอภิญญาเป็นเรื่องอจินไตย คนที่ยังอบรมจิตไม่ถึงขั้นฌานอย่าได้ลบหลู่ผู้ที่เขายกจิตจนเหนือกิเลสอย่างหยาบได้แล้ว(นิวรณ์ ๕) จะเป็นบาปแก่ตัวคุณ จะปิดกั้นมรรคผลของคุณเอง ทำให้เข้าถึงมรรคผลได้ยาก การจะเข้าถึงมรรคผลถ้าขาดสัมมาสมาธิ(จิตที่อยู่ระดับฌาน)แล้วคุณก็จะตกเป็นทาสนิวรณ์ไม่อาจยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาได้ เพราะจิตไม่เป็นกลางเจือด้วยราคะ โทสะ โมหะ จะให้เห็นไตรลักษณ์ตามที่เป็นจริงได้อย่างไรกัน

sitha
26-10-2005, 01:04 PM
เรื่องอภิญญาเป็นเรื่องอจินไตย คนที่ยังอบรมจิตไม่ถึงขั้นฌานอย่าได้ลบหลู่ผู้ที่เขายกจิตจนเหนือกิเลสอย่างหยาบได้แล้ว(นิวรณ์ ๕) จะเป็นบาปแก่ตัวคุณ จะปิดกั้นมรรคผลของคุณเอง ทำให้เข้าถึงมรรคผลได้ยาก การจะเข้าถึงมรรคผลถ้าขาดสัมมาสมาธิ(จิตที่อยู่ระดับฌาน)แล้วคุณก็จะตกเป็นทาสนิวรณ์ไม่อาจยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาได้ เพราะจิตไม่เป็นกลางเจือด้วยราคะ โทสะ โมหะ จะให้เห็นไตรลักษณ์ตามที่เป็นจริงได้อย่างไรกัน

ด้อมๆมองๆ
31-10-2005, 07:52 PM
<TABLE bgColor=#ffffff><TBODY><TR><TD vAlign=top><CENTER>หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
วัดท่าซุง อุทัยธานี</CENTER>
</TD><TD>...ขอให้ทุกท่าน จงอย่าหลงตัวว่าเป็นผู้ทรงญาณ เป็นพระอริยเจ้า ความเป็นพระอริยเจ้าไม่ต้องประกาศ เห็นหน้าปั๊บรู้จักได้ยินชื่อ ก็รู้ว่าเป็นพระอริยเจ้า หากว่าท่านยังไม่เป็น และหลงว่าเป็นนี่มันจะซวย ไม่ต้องประกาศเขา ความดีอยู่ที่เรา เราไม่ได้บวชเพื่อบูชาของชาวบ้าน เราบวชเพื่อความดับไม่มีเชื้อ...



</TD></TR></TBODY></TABLE>เห็นด้วยครับ ดีมาก กรณีคุณหนุ่มหรืnoom ผมฟันธง เฝือ ครับ เห็นมามาก สักพักก็คงปกติ

santosos
02-11-2005, 01:32 PM
คุณด้อมๆมองๆ ไม่รู้ในสิ่งที่ผมพูด แล้วว่าบ้า รู้หรือไม่ หลวงตามหาบัว และหลวงพ่อสด
หลวงพ่อฤาษี เคยโดนว่าบ้า ว่าๆไมาปกติทั้งนั้น
คนที่ไม่รู้ อีกหน่อย ก้อตกนรก เรียนแต่ตำรา ไม่รู้ของจริง เดี๋ยวนรกคือที่ไป อ้างว่าตนดี นรกแน่นอนคือที่ไป
ผมไม่เคยว่าตนดี ผมมันเลว และบ้า แต่บ้าทำทุกอย่างที่พุทธองค์สรรเสริญ ดีกว่าคนดีที่พุทธองค์ต้องเตือน

santosos
02-11-2005, 02:12 PM
ผมผิดอย่างไร ขออภัยคนเก่งของผม ด้อมๆมองๆ เป้นคนเก่งผมฟังก้อรู้
ขออภัยครับ มีไรเชิญสอนได้

ทัพธรรม
04-11-2005, 06:39 AM
เอกคัตตานิ่งในอามรณ์เดียวไม่ใช่นิพพานเหตุเพราะปัญญาเกิดไม่ได้สิ่งต่างที่เห็นไม่ใช่อย่างที่เห็นมรรคเกิดครั้งเดียวแต่ผลเกิดได้ตลอดเพราะเสวยผลของมรรควาระจิตที่เข้ากระแสนิพพานนั้นรวดเร็วไม่มีอะไรเปรีบบและเข้าได้ทุกขณะจิต ยืน เดิน นั่ง นอน ตัวอย่างคือพระอานนท์

pat3112
06-11-2005, 09:04 PM
โมทนา สาธุครับ

แคท
14-11-2005, 02:27 AM
ขออนุโมทนาค่ะ

varanyo
18-11-2005, 09:35 AM
ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การฝึกปฏิบัติ....เห็นหรือไม่เห็น...ตัวของเราเองเท่านั้นที่รู้

ยายทองประสา
22-11-2005, 12:09 AM
ก่อนที่ผมจะไปฝึก มโนมยิทธิ ผมต้องเตรียมตัวเตรียมใจอยู่เกือบ 1 ปีเต็ม ตามแนวทางของหลวงพ่อฤๅษีฯ แล้วผมก็อธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปที่ผมบูชาว่า ขอได้พบครูฝึกที่ฝึกผมได้สำเร็จ เพราะผมมีเวลาน้อย และแล้วผมก็ได้สมใจ

ผมใช้เวลาในการฝึกทั้งสิ้นประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ความรู้สึกเหมือนว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมได้ไปทั้งสวรรค์ พรหม นิพพาน นรก แต่ไม่ชัดเจนแจ่มใสทุกแห่ง บางช่วงสมาธิดีก็จะเห็นชัดมาก ถ้าสมาธิไม่ดีก็เห็นไม่ชัด นอกจากแดนที่กล่าวมาแล้ว ผมยังได้ไปเดินปร๋อบนดวงอาทิตย์อีกด้วย
นอกจากนั้นผมยังได้ไปเห็น พระจุฬามณี เทวะสภา ว่ามีลักษณะอย่างไร มันต่างจากที่ผมเคยจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง และไม่เคยเห็นอะไรสวยเท่านี้มาก่อน

นอกจากสถานที่ต่างๆที่ผมไปพบเห็นมาแล้ว ผมยังได้พบท่านต่างๆ เช่น ท่านพระอินทร์ พร้อมด้วยพระชายาของท่าน เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปางพระนิพพาน ท่านใจดีมาก ท่านมีเมตตาอย่างที่ไม่มีใครจะเปรียบ ท่านแย้มพระโอฐน้อยๆ
พระองค์ท่านสวยอย่างไม่มีที่ติ เห็นองค์หลวงพ่อฯและหลวงปู่ปานมาในภาพพระสงฆ์
เห็นเทวดาทั้งหลายนับไม่ถ้วนเดินเข้าออกเทวสภาระยิบระยับเต็มไปหมดเป็นกลุ่มๆ
เห็นสัตว์นรกถูกทรมานอย่างสยดสยอง ที่ทำผิดศีลแต่ละข้ออย่างชัดเจน ไม่เคยเห็นภาพอะไรที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

ที่เล่ามานี้ก็เพียงเล่าย่อๆ เพื่อเป็นการพิสูจน์คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมดีใจที่ผมทำได้สำเร็จ แต่ไม่เคยคิดว่าดีกว่าใคร ที่จริงแล้ว ด้านปฎิบัติธรรมก็เอาดีอะไรยังไม่ได้ กิเลสยังท่วมตัวท่วมใจ
ที่เล่ามานี้อย่างน้อยก็เพื่อยืนยันว่า สิ่งใดหากตั้งใจจริงที่จะทำอย่างไม่ย่อท้อตามอิทธิบาท4แล้ว ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ และขอเป็นกำลังใจกับผู้ที่ต้องการฝึกทุกท่าน ขอให้สำเร็จนะครับ สวัสดีมากครับ

ขออนุโมทนาครับ :cool:

นายฉิม
22-11-2005, 01:31 PM
เขาจักฝึกได้ขั้นใดขึ้นอยู่กับบุญพาวาสนาส่งกรรมเก่าของเขา
เราฝึกได้ขั้นใดก็ขึ้นอยู่กับบุญเราวาสนาเรา

wawa
23-11-2005, 12:48 PM
นิมิต ควรกำหนดรู้ก่อนถูกโมหะครอบงำ

santosos
24-10-2006, 12:49 PM
ไปทำบุญ สร้างเจดีย์ อย่าลืมถวายดวงกับพระท่านด้วย

yellow
29-10-2006, 11:59 AM
1,000 ปีผ่านไป ศาสนาฮินดูยังคงมีอิทธิพลสูงสุด มีการตั้งลัทธิแยกออกมาบ้าง ที่สำคัญ มี 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และ ศาสนาเชน(นิครนถ์)
- จะบอกว่าศาสนาพุทธเป็นลัทธิของศาสนาฮินดูหรือครับ

สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบนั้น ขอเรียกว่า "พุทธทฤษฎี"
- ???

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี ในรูปของ "พระไตรปิฎก 100 ปีหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ภิกษุชาวแคว้นวัชชีจำนวนมาก แก้ไขดัดแปลงพระธรรมวินัยตามใจชอบ เปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ คือ หาทางทำให้คนเข้าวัดมากๆ ไว้ก่อน อะไรที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนก็ไม่เป็นไร
- การที่จะเชื่ออะไรควรที่จะเชื่อจากการที่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองนะครับ การเลือกที่จะไม่เชื่อสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย และไม่เชื่อสิ่งที่ตนไม่เห็น แล้วเอามาเผยแพร่ตามที่ตนเข้าใจ ไม่คิดหรือว่าจะเป็นการดัดแปลงคำสั่งสอน และเป็นการทำร้ายพระพุทธศาสนาเสียเอง
(อีกนิดนึงครับ เราควรเชื่อข้อความในพระไตรปิฎกมากกว่า หรือว่าเชื่อประวัติศาสตร์อินเดีย-ซึ่งอาจจะเป็นใครเขียนก็ได้ คำเล่า และคำสอน ที่บุคคลกล่าวอ้างมากกว่ากัน แต่สำหรับผมยึดพระไตรปิฎกไว้ก่อนล่ะ)


- คุณลองไปฟังเทปคำสอนของอาจารย์บางท่าน ที่สอนพุทธศาสนาด้วยความเชื่อแบบนี้ เรื่องทุกข์ในอายตนะ นะครับ คำอธิบายเรื่อง ภพ ชาติ คุณลองฟังดูดีๆ ว่ามันเป็นการบิดเบือนคำสอนรึเปล่า พยายามหลีกเลี่ยงจะไม่ยอมรับบางอย่างรึเปล่า และการอธิบายเรื่อง อายตนะ เรื่องวิญญาณ ก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไม วิญญาณ ถึงมาอยู่หลังสุด ไม่ใช่ต่อจาก เวทนา ลองหาฟังดูแล้วไตร่ตรองดีๆครับว่าทำไม

ผมเชื่อว่าทุกสมัย ไม่สิ้นคนดีครับ แล้วถ้าคนดีส่วนใหญ่ถูกทำให้เข้าใจผิด ว่าถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูกล่ะครับ จะเกิดอะไรขึ้น

Seel
29-10-2006, 05:35 PM
นี่ไอ้หนุ่ม เมิงยังไม่เลิกบ้าใช่ไหม? ที่เมิงหลอกคนไปคุยกับเมิงน่ะ มองไปบอกอะไรกับเค้าบ้าง ที่ตูเห็นมานะ ความระยำของมึงน่ะ
1. มักจะบอกผู้ฝึกมโนมยิทธิไหม่ ที่เป็นผู้หญิง ว่าเขาเคยเป็นเมียของเมิงมา เมิงจะยกอดีตชาติเหี้ยๆ ที่เมิงนึกขึ้นเอง ไปหลอกเขา แล้วจะอ้างกรรมเวร อันเกิดจากความอุบาทว์วิปริต ที่มันสมองน้อยๆ ของเมิง ได้กลั่นกรองออกมา โดยอาศัยความไม่รู้และความกลัวของคนอื่น
2. ถ้าเป็นผู้ชาย เมิงจะบอกว่าเคยเกิดเป็นกษัตริย์ บ้าง พระเจ้าจักรพรรดิบ้าง มีของวิเศษ อะไรต่อมิอะไร กี่อย่างๆ ต่อกี่อย่าง เคยยิ่งใหญ่ ยังไง น่าเกรงขามขนาดใหน
ไม่ต้องให้บอกชื่อหรอกนะ ว่าใครในเว็บนี้ที่โดนไปแล้วบ้าง
แล้วก็ถ้าว่างมากนักล่ะก็นะ หางานอย่างอื่นทำซะ พ่อแม่ จะได้สบายใจ

Elfen
29-10-2006, 07:01 PM
อนุโมทนาทุกท่านครับ ความคิดแตกแยกได้เป็นเรื่องของเหตุผล แต่อยากแตกความสามัคคี เพราะมีบางท่านไม่ปรารถนาดี พยายามให้พวกเราแตกแยก แตกคอ แบ่งพรรค แบ่งพวก สาธุ สาธุ

Khunkik
14-11-2006, 11:43 AM
ตามที่คิด คิดว่าพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งปัญญา เมื่อได้หลักคำสอนมาแล้ว ทฤษฎีก็พอมีแล้ว ก็ต้องมาถึงการปฏิบัติ เพื่อบรรลุถึงปัญญา

ตอนนี้ก็พยายามปฏิบัติอยู่ เริ่มจับภาพพระเป็นอารมณ์ พิจารณาขันธ์ 5 และมีคำว่า "ช่างมัน" เวลาเกิดเรื่องไม่พอใจ หรือสุดวิสัย เป็นกำลัง

เมื่อลองปฏิบัติดูด้วยตัวเอง แล้วพบว่ารู้สึกว่าใจมีความสุขมากๆ สบายๆ จะให้อยู่ที่ไหนก็สบาย ความขี้โมโหโกรธาก็ลดน้อยลง โรคปวดหัวก็ลดน้อยลง นอนหลับอิ่มสบาย พอเริ่มฝึกมโนยิทธิ ก็พบว่าสิ่งที่เห็นไม่ได้เห็นด้วยตา แต่ใช้ใจรู้สึก มันรู้สึกอยู่ที่ใจ เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ และเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจคำอธิบายของคนอื่น จึงได้ลองปฏิบัติเอง และก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าถ้าไม่ปฏิบัติ ต่อให้ได้ตำราดีขนาดไหน จะท่องจำจนเขียนได้ทุกตัวอักษร ก็ไม่สามารถไปถึงได้ถ้าไม่ปฏิบัติ

อนุโมทนา กับท่านที่เมตตาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ถือเป็นกำลังใจของผู้ที่คิดจะเริ่มปฏิบัติ และกลัวว่าจะหลงทาง เพราะพบแล้วว่าที่สุดของเราคือที่เดียวกัน

Carbonato
14-11-2006, 12:09 PM
ธรรม พึงให้ตรวจสอบได้ ในขณะนั้นเลย

มิเช่นนั้นก็ ตามจิตเลวตัวเองมิทัน ต้องประจานมันเข้าไว้

chayapa_p
15-11-2006, 08:20 AM
รบกวน ผู้รู้ตอบที ฝึกมโนที่วัดพอได้บ้างแต่กลับมาบ้านแล้วทำไม่ได้เลยต้องไปที่วัดตลอดก็คงไม่ได้

CHAYA MARUTY
17-08-2007, 11:30 AM
กลับมาอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นนาจา เฮ๊ยๆๆๆ กรรม

soodman
31-08-2007, 09:07 PM
โมทนาครับ

พระธีรธรรมโม
10-09-2007, 06:44 PM
เป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตน

เมือง ๆ หนึ่ง สามารถเข้าได้หลายทาง แล้วแต่ว่าจริตใครจะเข้ามาจากทางไหน บางก็มาจากทิศ เหนือ ทิศใต้ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องผ่านกลางเมืองอยู่ดี นั้นก็หมายความว่าถ้าจะให้พ้นทุกข์จริง ๆ ก็ต้องกลับมาดูจิตของตน นั้นเอง

เพราะนิมิตนั้นหาได้ทำให้หลุดพ้นไม่

parnparn
22-11-2007, 09:22 PM
เท่าที่ทราบนอกจากพระโพธิสัตว์แล้ว อริยบุคคลจะอยู่บนพรหมโลกชั้นสุทธาวาส 12-16

tamsak
25-11-2007, 09:30 AM
http://www.pinellas-park.com/Departments/Community_Planning_Division/images/disaster.jpg




กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ เว็ปพลังจิต
ขอเชิญร่วมสัมมนาวิชาการในหัวข้อ
ภัยพิบัติ และการเตรียมการ
ห้องประชุมแพทย์โดม (ชั้น 2)
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วันอาทิตย์ 16 ธันวาคม 2550
เวลา 8.30-17.00 น.
ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สำรองที่นั่งได้ที่ 02 757 5086 เวลาราชการ

หรือลงทะเบียนล่วงหน้าในเว็ปนี้
รายละเอียดที่ http://board.palungjit.com/showthread.php?p=822734#post822734<o></o>





งานสัมมนาวิชาการ ภัยพิบัติและการเตรียมการ
<o></o>


จัดโดย กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ เว็ปพลังจิต
<o></o>


ห้องประชุมแพทย์โดม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
<o></o>


วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2550 เวลา 8.30-17.30 น. (ร่างที่ 1)





______________________________________________________________________<o></o>



ที่มาของงาน
<o></o>
ปัจจุบันภาวะโลกร้อนได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแก่โลกอย่างมาก เกิดภัยธรรมชาติมากมายบ่อยครั้งในขนาดที่มีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก เช่น คลื่นสึนามิ ภูเขาไฟระเบิด พายุขนาดใหญ่ ความไม่มั่นคงด้านภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจเชื้อเพลิงอาจจุดชนวนสงครามนิวเคลียร์ระดับโลกได้ ภัยเหล่านี้คนไทยควรได้รับรู้และเตรียมการเผชิญหน้าทั้งด้าน กาย ใจ และจิตวิญญาณ เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในสเกลใหญ่ได้<o></o>
<o></o>


วัตถุประสงค์
<o></o>
1. เพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกกลุ่มและบุคคลผู้สนใจเรื่องเกี่ยวกับภัยพิบัติที่อาจมีผลกับประเทศไทย
<o></o>
2. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในหมู่คณะทำงานด้านภัยพิบัติต่างๆที่กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆ
<o></o>
3. เพื่อหาแนวทางประสานความร่วมมือตั้งรับกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นเพื่อลดความสูญเสีย<o></o>


รายละเอียดของงาน
<o></o>
8.00 น. ลงทะเบียน
<o></o>
8.25 น. กล่าวเปิดงาน โดย ดร. ณัฐพัชร จันทรสูตร กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ
<o></o>
8.30 -9.15 น. ภัยที่อาจเกิดจากน้ำและแผ่นดินไหวในประเทศไทย
<o></o>
ดร. สมิทธิ ธรรมสโรช ประธานอำนวยการศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ <o></o>
(ติดต่อแล้ว ยังไม่ทราบว่าว่างหรือไม่ อาจส่งผู้แทนมา)
<o></o>
9.15 -9.45 น. ภัยสงครามนิวเคลียร์และการป้องกัน<o></o>
Nuclear war disaster and safety preparation<o></o>
ดร. ซิลวิโอ เอเมอรี่* อดีตข้าราชการพลเรือนด้านก๊าซและสารชีวภาพ กองทัพบกสหรัฐ
<o></o>
9.45 – 10.30 น. ภัยพิบัติทางอารมณ์<o></o>
หลวงพ่อใหญ่* วัดแจ้งเมืองเก่า อ. ประจันตคาม จ. ปราจีนบุรี
<o></o>
10.30 – 11.00 น. การพัฒนาจิตเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ<o></o>
นพ. สมพนธ์ บุณยคุปต์* ประธานกรรมการโรงพยาบาลวิชัยยุทธ<o></o>
<o></o>

11.00 น. ร่วมถวายภัตตาหารเพล และพักรับประทานอาหาร<o></o>
<o></o>

12.30 – 15.30 น. Panel Discussion หัวข้อ “ความเห็นเกี่ยวกับภัยพิบัติและการเตรียมการ” รอบแรกพูด 20 นาที รอบสองตอบข้อซักถาม <o></o>
ดร. กัญจิรา กาญจนเกตุ* ประธานชมรมวิถีธรรมวิถีไทย<o></o>
คุณสุดใจ ชื่นสำนวน* กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย ( เขากะลา)
พระอาจารย์ประจักษ์* เจ้าอาวาสวัดโรงฆ้อง จ. นครศรีธรรมราช<o></o>
<o></o>
วิทยากรอีก 2 ท่าน ติดต่ออยู่ จะแจ้งให้ทราบภายหลัง<o></o>
ดำเนินการอภิปรายโดย คุณ<st1> </st1><st1>คณานันท์ ทวีโภค กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ
<o></o>
15.30 -17.00 น. เสวนาการประสานความร่วมมือระหว่างหมู่คณะ
<o></o>
17.00 น. ปิดงาน
<o></o>
*คือวิทยากรที่ตอบรับแล้วว่าจะมาหรือส่งตัวแทนมา<o></o> </st1>


งบประมาณ
<o></o>
ไม่เก็บเงินจากผู้ร่วมงาน<o></o>
<o></o>
ร่วมทำบุญบริจาคได้ที่

กองทุนพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ
ชื่อบัญชี เพื่อกองทุนพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ
คณานันท์ ทวีโภค
เลขที่ 151-0-91868-1 <o></o>

ทั้งหมดนี้ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญคุณแอสโตร นีโม ที่จัดมีทติ้งยูเอฟโอ จุดประกายให้ทางห้องภัยพิบัติ ทำให้เราเตรียมประชุมกลุ่มและผู้สนใจในงานนี้ ที่เร่งกันหน่อยเพราะเดี๋ยวแยกย้ายไปเลือกตั้งกันหมด<o></o>

มีอาหารว่างบริการแบบพี่น้อง
อาหารกลางวัน รับประทานตามอัธยาศัยที่โรงอาหารรพ. ธรรมศาสตร์ชั้นล่าง และมีเซเว่นบริการชั้นล่างเช่นกัน
ใครอยากเป็นเจ้าภาพอาหารว่างแจ้งได้นะคะ



"

chdhorn
27-11-2007, 09:58 PM
อย่าเสียเวลาเถียงกันอยู่เลยค่ะ...

ฉันอ่านหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน โสนันโท เขียนโดยหลวงพ่อฤาษี... รู้แต่ว่าต้องไปฝึกมโนมยิทธิให้ได้... บางคนอาจจะฝึกด้วยตนเองได้ แต่หลายคนมีครูบาอาจารย์คอยแนะนำจะดีกว่า... แล้วแต่จริต และบุญบารมีที่สร้างและสะสมกันมาค่ะ...

ฉันอดทนรอเพื่อจะให้ได้ไปฝึกถึง ๓ ปี...

ตั้งแตวันแรกที่ไปฝึกที่วัดท่าซุง...

ฉันสามารถขึ้นไปกราบสมเด็จองค์ปฐม กราบหลวงพ่อและทุกๆ พระองค์ได้ที่บนพระนิพพาน... สามารถขึ้นไปนั่งเล่น นอนเล่นที่วิมานของฉันที่มีรออยู่แล้วที่บนนั้นได้

ฉันสามารถไปเห็นเทวดา นางฟ้า และญาติๆ ของฉันที่ทำความดีได้ที่บนสวรรค์และชั้นพรหม... ขณะเดียวกันก็สามารถไปเห็นคนที่อยู่ในนรก เป็นเปรต เป็นอสุรกายได้...

เมื่อกลับมาที่บ้าน...

ถ้าเมื่อไหร่จิตใจขุ่นมัวด้วยอำนาจของอวิชชา คือ ความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง หรือโดนนิวรณ์ ๕ เล่นงานเอา... จิตใจจะขุ่นมัวจะใช้มโนมยิทธิไม่ได้ผล

ถ้าเมื่อไหร่เอาชนะอวิชชาและนิวรณ์ ๕ ได้ อีกทั้งมีคำภาวนาบ้าง วิปัสสนาญาณบ้าง จับภาพพระใสเป็นปกติบ้าง... ก็จะสามารถรับสัมผัสในวิชชามโนมยิทธิได้ชัดเจน...

(ขอบคุณค่ะ ที่หัวข้อนี้ทำให้ได้ทบทวนข้อบกพร่องของตัวเอง จนพบวิธีที่จะทรงอารมณ์ได้ดีขึ้น)...

สิ่งที่เล่านี้เป็นเพียงผลเพียงเล็กน้อยที่ได้จากการฝึกวิชชามโนมยิทธิและได้เล่าให้ฟังค่ะ... หลวงพ่อสอนว่ามโนมยิทธินี้เอาไว้สำหรับใช้ในการตัดกิเลสของตนเอง... ให้รู้ว่าเราเองก็เคยเลวมานับชาติไม่ถ้วน... เคยดีมาไม่น้อย... เคยเป็นทั้งยาจก และเศรษฐีมหาเศรษฐีมาแล้ว... ดังนั้นอย่ามัวแต่หลงอยู่ในอวิชชาอีกเลยค่ะ...

คนเราคงปฏิบัติให้เห็นผลเหมือนกันไม่ได้หรอกค่ะ... เพราะแต่ละคน... ในแต่ละภพชาติที่ผ่านมา ล้วนฝึกวิชชา สร้างสมบารมี และอธิษฐานมาต่างกัน... ผลของการปฏิบัติเป็นของปัจจัตตังค่ะ... ใครปฏิบัติ ใครรู้ ใครเห็น...

ขอให้ทุกท่านมีดวงตาเห็นธรรม และเจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ

wuttichai0329
03-12-2007, 02:11 PM
อนุโมทนาสาธุ
และขอให้ท่าน ที่อธิษฐานปรารถนาอยากจะเป็น พระพุทธเจ้าก็ดี
พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ดี พุทธภูมิก็ดี อรหันตภูมิก็ดี ขอให้ทุกท่านได้สำเร็จดัง
ความปรารถนาด้วยเถิด อนุโมทนาสาธุ

Evy
11-12-2007, 08:15 PM
Just curious... Are they all Asians? Is there any Black, White, or Hispanic up there? Any mixed?

Do they all look about the same age?

Do they only talk in Thai? Do they speak Chinese or English or Korean?

Do all people who acquired มโนมยิทธิ see the same thing and be at the same place? Or each individual see things differently and be at different places - but believe that they see what they see and believe that what they see is REAL... for example.. does 'Ju-ra-ma-nee' look the same to everyone who acquired มโนมยิทธิ, or does it look different from person to person?

Kay

Nothing different there, and for your Ex. about Pra Julamanee, every one look at the same place but the thing that they see defferent of each other, it depend on their willpower. Such as Pra Julamanee, if u ask 3 persons about Prajulamanee's culour all of 3 give u different answer as green one, clear one, or yellow one. Because Pra Julamanee have 7 colours.
So I can't talk too much, 'cause of I'm just fool persons that must get learn more. ;) Maybe you can find out professional that give you best answer. :) (deejai)