View Full Version : รายชื่อผู้ที่ปราถรถนาพุทธภูมิ(ในเว็บนี้)
สุริยทรงศีล
11-02-2007, 01:27 AM
นักล่าฝันทั้ง 42 ท่านมีดังต่อไปนี้
1.คุณ Websnow (ปัญญาธิกะ)
2.คุณ Carbonato (ปัญญาธิกะ)
3.คุณ Fame (ปัญญาธิกะ)
4.คุณ Samy (ปัญญาธิกะ)
5.คุณ Star Platinum (ปัญญาธิกะ)
6.คุณ ammytr (ปัญญาธิกะ)
7.คุณ boeing (ปัญญาธิกะ)
8.คุณเกจิหนุ่ม (ปัญญาธิกะ)
9.คุณเด็กอ่อน (ปัญญาธิกะ)
10.คุณพลายนิล (ปัญญาธิกะ)
11.คุณเกจิหนุ่ม (ปัญญาธิกะ)
12.คุณโคตร (ปัญญาธิกะ)
13.คุณปัญญาฑิกะ (ปัญญาธิกะ)
14.คุณ Attawat Rx (ศรัทธาธิกะ)
15.คุณ Photisud (ศรัทธาธิกะ)
16.คุณ Seel (ศรัทธาธิกะ)
17.คุณ tottam (ศรัทธาธิกะ)
18.คุณ suttatika (ศรัทธาธิกะ)
19.คุณ Wisdom (ศรัทธาธิกะ)
20.คุณ dhamma (วิริยะธิกะ)
21.คุณ PCO (วิริยะธิกะ)
22.คุณ cwyp (วิริยะธิกะ)
23.คุณ jumpman (วิริยะธิกะ)
24.คุณ mr.tom zaa (วิริยะธิกะ)
25.คุณกสิณ (วิริยะธิกะ)
26.คุณแชมป์ (วิริยะธิกะ)
27.คุณมารวิกะ (วิริยะธิกะ)
28.คุณมหัศฤทธิ์ (วิริยะธิกะ)
29.คุณปัญญาน้อย (วิริยะธิกะ)
30.คุณ wit (จะไปเป็นคนสุดท้าย)
31.คุณโมฆบุรุษ (เดินตามทางพระอวโลกิเตศวร)
32.คุณ Anupap9 (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
33.คุณ TONY2 (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
34.คุณ buddhist (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
35.คุณ kamo52 (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
36.คุณ witt (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
37.คุณ yeen (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
38.คุณกระเจียว (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
39.คุณวรากร (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
40.คุณอังคาร (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
41.คุณมหาหิน (พุทธภูมิ ไม่ได้บอกประเภทเอาไว้)
42.คุณ lotte (พระปัจเจก)
*ผิดพลาดประการใดขออภัยครับ
กระผมขอโมทนาในกำลังใจแต่ละท่าน ผมคงช่วยได้แค่ทำสมาธิ สวดมนต์ แล้วถวายบุญเหล่านั้นเพื่อร่วมสร้างพระพุทธเจ้า อันจะเกิดขึ้นในอนาคตกาล ขอท่านทั้งหลายได้บารมีเต็มเร็ว ๆ ได้เป็นจักรพรรดิแก้วเร็วๆ ด้วยเทอญ:cool: :cool: :cool:
(f) (f) (f) (f) (f) (f) (f) (f) (f) (f)
idontknowitwell
12-02-2007, 11:52 AM
Cheer up! Everybody
ค้านมาร์ก
12-02-2007, 01:35 PM
งั้นฉันปราถนาช่วยพุทธภูมิตัวจริงให้สำเร็จได้มะ ไม่ปราถนาเป็นเองน่ะ ได้ป่ะ?
ปรมิตร
16-02-2007, 11:58 PM
ไม่เคยทราบว่ามี websiteนี้มาก่อนเลยแฮะ พอดีได้ยินบทสวดชัยยะจาก FMเลย หาดูในgoogleซะหน่อย ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ปราถนาพุทธภูมิ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า แต่ช่วงบำเพ็ญบารมีขอเกิดเป็นพระเวชโพธิสัตว์ (ขอให้ได้เกิดเป็นผู้มีความรู้และความสามารถในการรักษาทุกชาติภพg) และขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีความคิดเช่นเดียวกันด้วยครับ ผมเอาจริง แต่ชาตินี้ขอบำเพ็ญเพียรตามบารมีที่สั่งสมมา ให้ยิ่งๆขึ้นไปด้วย
ผมก็เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้นี้,
ได้อ่านแล้วก็รู้สึกยินดีโมทนากับท่านทุกคนนะครับที่ปรารถนาพุทธภูมิ หนทางท่านจะใกล้หรือไกลนั้น ...อาจไม่สำคัญเท่ากับจิตวิญญาณที่มีเมตตาต่อเพื่อนสัตว์ในพิภพ อันสำคัญยิ่งกว่า ...
ที่เพื่อนสัตว์ในโลกจะไม่เป็นศัตรูกัน ไม่เบียดเบียนกัน ทรงด้วยศีลอันดี
ถ้ามีวันนั้น คงเป็นสุขมากนะครับ
เดินทางไกล
03-03-2007, 08:12 PM
ผมจำไม่ได้ว่าเคยเข้ามาคุยในกระทู้นี้แล้วหรือยังนะครับ
และผมขอโมทนา กับทุกท่านที่ปราถนาพุทธภูมิทุกท่านครับ
ตัวผมเองก็ปรารถนาพุทธภูมิครับ ประเภทวิริยะธิกะบารมีครัย
กดุมภะ มหัทธโณ
13-03-2007, 10:50 AM
ผมผ่านมา
ยินดีและอนุโมทนากับทุกท่านครับ
เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง (เกี่ยวใหมเนี๊ย)
๑๐ เส้นทางเพื่อบรรลุ
๑. ทาน
๒. ศีล
๓. เนกขัม
๔. สัจจะ
๕. วิริยะ
๖. ขันติ
๗. อธิษฐาน
๘. ปัญญา
๙. เมตตา
๑๐. อุเบกขา
อย่าลืมผ่านไปแล้วทำเครื่องหมายไว้ให้คนรุ่นหลังบ้างนะครับ จะได้ตามไปสมทบ
ด้วยความ ยินดี ยินดี ยินดี
ลิงเขาผลไม้
14-03-2007, 03:11 AM
น้อมถวายบุญทั้งหมดให้พระโพธิสัตว์ทุกท่านเลยนะคับขอให้สำเร็จแก่พระโพธิญาณได้เป็นพระโปรดโลกได้ขนหมู่สัตว์เข้าสู่ซึ่งพระนิพพานนะคับขอโมทนานะคับ
สู้ๆคับร่วมสร้างพระฯคับ
(f) (f) (f) (f) (f) (f) (f) (f) (f)
คนวังหน้า
22-03-2007, 10:14 AM
ขอเป็นกำลังใจในการสร้างความดีของทุกๆคนขอให้สำเร็จตามอัตภาพเเห่งบุคคลนั้นๆเทอญ
คนวังหน้า
visarutsak
22-03-2007, 11:38 AM
โมทนากับทุกท่านนับว่าเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ตัวผมยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรมันสับสน
เทพนิมิตร
24-03-2007, 11:32 PM
เรียน ท่าน อ.ไก่ ผู้มีเมตตา มีผู้มาตามหาผมและบอกว่าหลวงปู่กัสสปะให้
มาตาม และ
บอกว่าบารมีเต็มแล้ว ผมจึงย้อนถามว่าเต็มแบบใหน ท่านตอบว่า
แบบพุทธภูมิ และถูกกำหนดแล้ว ถ้าออกบวชจะดีกว่านี้
ผมอยากเรียนถามท่านโปรดกรุณาตอบ
ให้ด้วยนะครับ ว่าผมปราถนาแบบใหน และเหลืออีกกี่ชาติ ชาติที่
แล้วผมเกิดเป็นอะไร ขอบคุณครับ
ทำไมต้องถามคนอื่นด้วยว่าเราปราถนาแบบไหน...?
จริงแล้วต้องถามใจตัวเองสิว่าเราชอบแบบไหนมากกว่า
เพราะถ้ามีคนบอกว่าปราถนา แบบปัญญา.. แต่ใจเราชอบ แบบศรัทธา..
ทำไปก็ฝืนใจตัวเองเปล่า
ถามใจตัวเองดีกว่าครับ และพยายามเข้าแล้วจะรู้เองว่าเราเหลือกี่ภพกี่ชาติ
ชาตินี้ไม่รู้ชาติหน้าก็ต้องรู้
ทรง อิทธิบาท 4 ให้ได้
ฉันทะ ความพอใจในกิจที่เขาจะพึงทำนั้น เขาไม่ละความพอใจ ไม่มีการท้อถอย
วิริยะ คือ ความบากบั่นหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
จิตตะ ตั้งใจไว้เสมอว่าเราต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ
วิมังสา ใช้ปัญญาพิจารณาตามความเป็นจริง ว่าไอ้การทำอย่างนี้มันถูกหรือมันผิด
แล้วผลที่เกิดมาประเภทนี้ เพราะอาศัยเราใช้อารมณ์อะไร เขาจะไม่ลืมอารมณ์นั้น
จะไม่ลืมจริยานั้น
เอาใจช่วยครับ
เพราะผมก็ ปราถนาแบบศรัทธาพุทธเจ้า
น้องหน่อยน่ารัก
29-03-2007, 04:22 PM
ครูบาอาจารย์ลับๆ ของหน่อยบอกว่า พุทธภูมิใน
เวลาที่บารมีเต็มแล้ว จะมีการอุทิศชีวิตให้คนอื่นค่ะ
ด้วยการยอมตายบูชาเลยก็มี เช่น พระพุทธเจ้าองค์
ปัจจุบัน
สำหรับท่านที่ได้อุทิศชีวิตเพื่อคนอื่นได้ทั้งชีวิตแล้ว
แสดงว่าบารมีเต็มแล้วค่ะ ส่วนนอกนั้นไม่วิจารย์ค่ะ
ขอโทษด้วยค่ะ หากพูดแตกต่างจากความคิดและความรู้สึกของแต่ละท่าน
อโหสิกรรมด้วยนะคะ ไม่รู้จริงๆ พูดไปตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนค่ะ
น้องหน่อยน่ารัก
29-03-2007, 04:40 PM
ยกตัวอย่าง
หากครบ 20 ทัศ จะมีการบริจาคอวัยวะทั้งหมดให้สภากาชาดไทยในชาตินี้เป็นต้น
หากครบ 30 ทัศ จะมีการบริจาคทั้งชีวิตเพื่ออุทิศให้ใครสักคน โดยไม่สนว่าเขาจะเอาไปฆ่าก็ยอม
บารมีจะครบเต็มเท่าไร ใช้สติปัญญาเอาค่ะ
ทุกอย่างพระพุทธ เจ้าท่านตรัสแสดงไว้หมดแล้ว
ไม่ควรทึกทักเอาเองเข้าข้างตนเองนะคะ นั่นเป็นตัณหาค่ะ
ต้องขอโทษอีกครั้งหากพูดแล้วทำให้ท่านไม่พอใจค่ะ จำต้องเผยแพร่ไป
เพราะอาจารย์ท่านสอนมาว่าเมื่อได้เรียนจากท่าน ต้องถ่ายทอดต่อไปค่ะ
รากแห่งธรรม
06-04-2007, 10:29 AM
สาธุ สาธุ สาธุ บัดนี้เราขอลาแล้วซึ่งพุทธภูมินับต่อแต่นี้ไปเราจักบำเพ็ญเพื่อการบรรลุธรรมถึงฝั่งพระนิพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ
ผลบุญอันใดที่เราบำเพ็ญไว้ดีแล้วขอบุญเหล่านั้นจงบังเกิดแก่เหล่าวยไนยสัตว์ทั้งหลายอันมีธุลีฝุ่นผงประกอบด้วยโทสะ โมหะ โลภะ ราคะเป็นต้นตลอดจนเหล่าเทพพรหมทุกชั้นฟ้าอีกทั้งเหล่าอสูร เปรตทั้งหลายจงมาโมทนาผลบุญที่เราปฎิบัติไว้ดีแล้วนั้นขอผลบุญเหล่านั้นจงเป็นปัจจัยให้ข้าผู้เคยปราถนาเป็นหน่อพุทธธางกูรนั้นลุถึงฝั่งพระนิพพานในชาตินี้นั้นเทอญ
***เราขอเป็นกำลังในการเผยแผ่ธรรมด้วยในฐานะผู้ที่ลาพุทธภูมิ***
หลับตา
29-05-2007, 08:52 PM
กระผมขอลาจากพุทธภูมิครับ เนื่องด้วยเมื่อคืนได้เห็นความเบื่อหน่ายต่อความเปลี่ยนแปลงเป็นไปของโลกอย่างสลดใจ จากนี้ขอเป็นสาวกภูมิมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งในการฟาดฟันวัฏฏะสังสารจนพ้นสู่พระนิพพาน
ผิดพลาดประการใดกราบขอขมากับทุกท่านด้วย และขออโหสิกรรมแด่ผู้สร้างกรรมใดๆกับเรา ผลบุญอันใดที่ทำมาแต่อดีตจนปัจจุบันขอให้เกิดผลแก่ทุกท่านเช่นกันได้รับผลเป็นเสบียงเลี้ยงตัวให้ทุกท่านพ้นทุกข์เร็ววันด้วยเถิด
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR title="โพส 544460" vAlign=top><TD class=alt1 align=middle width=125>รากแห่งธรรม</TD><TD class=alt2>สาธุ สาธุ สาธุ บัดนี้เราขอลาแล้วซึ่งพุทธภูมินับต่อแต่นี้ไปเราจักบำเพ็ญเพื่อการบรรลุธรรมถึงฝั่งพระนิพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ
ผลบุญอันใดที่เราบำเพ็ญไว้ดีแล้วขอบุญเหล่านั้นจงบังเกิดแก่เหล่าวยไนยสัตว์ทั้งหลายอันมีธุลีฝุ่นผงประกอบด้วยโทสะ โมหะ โลภะ ราคะเป็นต้นตลอดจนเหล่าเทพพรหมทุกชั้นฟ้าอีกทั้งเหล่าอสูร เปรตทั้งหลายจงมาโมทนาผลบุญที่เราปฎิบัติไว้ดีแล้วนั้นขอผลบุญเหล่านั้นจงเป็นปัจจัยให้ข้าผู้เคยปราถนาเป็นหน่อพุทธธางกูรนั้นลุถึงฝั่งพระนิพพานในชาตินี้นั้นเทอญ
***เราขอเป็นกำลังในการเผยแผ่ธรรมด้วยในฐานะผู้ที่ลาพุทธภูมิ***</TD></TR></TBODY></TABLE>
โมทนาสาธุนะครับ
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR title="โพส 586158" vAlign=top><TD class=alt1 align=middle width=125>หลับตา</TD><TD class=alt2>กระผมขอลาจากพุทธภูมิครับ เนื่องด้วยเมื่อคืนได้เห็นความเบื่อหน่ายต่อความเปลี่ยนแปลงเป็นไปของโลกอย่างสลดใจ จากนี้ขอเป็นสาวกภูมิมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งในการฟาดฟันวัฏฏะสังสารจนพ้นสู่พระนิพพาน
ผิดพลาดประการใดกราบขอขมากับทุกท่านด้วย และขออโหสิกรรมแด่ผู้สร้างกรรมใดๆกับเรา ผลบุญอันใดที่ทำมาแต่อดีตจนปัจจุบันขอให้เกิดผลแก่ทุกท่านเช่นกันได้รับผลเป็นเสบียงเลี้ยงตัวให้ทุกท่านพ้นทุกข์เร็ววันด้วยเถิด</TD></TR></TBODY></TABLE>
โมทนาสาธุนะครับ
นักพรต99
02-06-2007, 11:40 AM
ขออนุโมทนากับพุทธภูมิทุกท่าน ขอท่านทั้งหลายได้โปรดเร่งความเพียร สวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตามากๆ หากท่านสะสมไปเรื่อยๆสักวันหนึ่งบารมี 10 ทัดของท่านจะเต็ม (บารมี 10 เป็นการให้ทรัพย์สิน ลูกภริยาเป็นทาน,อุปบารมี 10 เป็นการให้ทานที่ยิ่งขึ้นรวมถึงอวัยยวะเลือดเนื้อด้วย,ปรมัตถบารมีเป็นการให้ทานอย่างที่สุดรวมทั้งการให้ชีวิตเป็นทานด้วย) ในสมัยที่พระพุทธเจ้าสมณโคดมเป็นพระโพธิสัตว์ท่านได้บวชเป็นฦษีและได้เป็นหัวหน้ามีฤษีบริวาร 500 วันหนึ่งท่านมองไปที่หุบเขาเห็นแม่เสือคลอดลูกใหม่ ๆ อดอาหาร จะกินลูกตัวเอง ท่านหัวหน้าฤษีเห็นเข้าจึงบอกลูกน้องฤษีให้รีบลงเขาไปหาซากสัตว์ที่ตายแล้ว(ห้ามฆ่า)เพื่อเอามาให้แม่เสือ แต่เมื่อท่านหัวหน้าฤษีเห็นว่าเป็นเวลานานแล้วกลัวว่าแม่เสือจะกินลูก ท่านจึงกระโดดเขาลงไปให้เสือกิน เป็นการให้ชีวิตเป็นทาน
ขออนุโมทนา
02-06-2007, 12:27 PM
ผมวิริยะธิกะคร๊าบ
กังขา ณ ปลาย
05-06-2007, 04:45 AM
อนุโมทนาค่ะ
parnparn
14-06-2007, 12:25 PM
แล้วเจอกันในทุกๆพุทธกาลนับจากนี้ไป 10 พระองค์ครับ
munee
14-06-2007, 01:15 PM
ขอโมทนากับผู้ปารถนาพุทธภูมิทุกท่านครับ
นารถะสุญญตา
15-06-2007, 02:32 PM
ผมตั้งใจขอลาพุทธภูมิแล้วครับ ตั้งใจบรรลุธรรมขั้นสุด ดับวัฎสงสาร เข้าสู่สภาวะนิพพานในชาตินี้ เจริญรอยตามองค์พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ตามครูบา อาจาร์ยที่คอยพร่ำสอนครับ
หลับตา
02-08-2007, 12:15 AM
<CENTER>ทีปังกรพุทธวงศ์ที่ ๑
</CENTER><CENTER>ว่าด้วยพระประวัติพระทีปังกรพุทธเจ้า
</CENTER> [๒] ในสี่อสงไขยแสนกัป มีพระนครหนึ่งชื่อว่าอมรนครเป็นนครสวยงาม
น่ารื่นรมย์ใจ ไม่ว่างจากเสียง ๑๐ ประการคือ เสียงประกาศให้มา
นำเอาข้าวน้ำไป เสียงช้าง เสียงม้า เสียงกลอง เสียงสังข์ เสียง
รถ เสียงเชิญให้มาเคี้ยวมาดื่ม มาบริโภคข้าวและน้ำ เป็นนคร
สมบูรณ์ด้วยองค์คุณทั้งปวง ประกอบด้วยการงานทุกอย่าง สมบูรณ์
ด้วยรัตนะ ๗ ประการ คับคั่งไปด้วยหมู่ชนต่างๆ เป็นนครสมบูรณ์
เหมือนเทพนคร เป็นที่อยู่ของผู้มีบุญ เราเป็นพราหมณ์นามว่าสุเมธ
อยู่ในครอมรวดี สั่งสมโภคทรัพย์ไว้หลายโกฏิ มีทรัพย์สมบัติ
มากมาย เป็นผู้เล่าเรียน ทรงมนต์รู้จบไตรเพท ถึงความสำเร็จใน
ตำราทำนายลักษณะ และคัมภีร์อิติหาสะ นั่งอยู่ในที่ลับคิดอย่างนี้
ในครั้งนั้นว่าการเกิดในภพใหม่และความที่สรีระแตกเป็นทุกข์ [ความ
หลงตายเป็นทุกข์ ชีวิตถูกย่ำยี] เราจักแสวงหานิพพานอันไม่แก่ไม่
ตาย ปลอดภัย เป็นที่ดับชาติธรรม ชราธรรม และพยาธิธรรม
เอาละ เราพึงเป็นผู้ไม่มีความห่วงใย ไม่ต้องการ ละทิ้งกายอันเปื่อย
เน่าเต็มด้วยซากศพนี้ไปเสียเถิดทางที่ใครๆ ไม่อาจจะไปได้เพราะ
ไม่มีเหตุ จักมีแน่นอนเราจักแสวงหาทางนั้นเพื่อหลุดพ้นไปจากภพ
เมื่อมีความเจริญ ความเสื่อมก็จำต้องปรารถนา เปรียบเหมือนเมื่อมี
ทุกข์แม้สุขก็ย่อมมี ฉะนั้นไฟ ๓ กองมีอยู่นิพพานความดับก็จำ
ต้องปรารถนา เปรียบเหมือนเมื่อความร้อน ความเย็นก็ย่อมมี
ฉะนั้น ความเกิดมีอยู่ ความไม่เกิดก็จำต้องปรารถนาเปรียบเหมือน
เมื่อความชั่วมีอยู่ แม้ความดีก็ย่อมมี ฉะนั้นสระน้ำอมฤตอันเป็น
สถานที่ชำระกิเลสมลทินมีอยู่ แต่บุคคลผู้ต้องการจะชำระไม่แสวง
หาสาระ จะโทษสระน้ำอมฤตไม่ได้ เปรียบเหมือนบุรุษเปื้อนคูถ
เห็นสระมีน้ำเต็มแล้ว ไม่ไปหาสระเอง จะโทษสระนั้นไม่ได้ฉะนั้น
บุคคลผู้ถูกกิเลสห้อมล้อมแล้ว เมื่อทางเกษมมีอยู่แต่ไม่แสวงหา
ทางนั้น จะไปโทษทางเกษมไม่ได้ เปรียบเหมือนบุรุษถูกข้าศึกล้อม
ไว้ เมื่อทางสำหรับจะหนีไปมีอยู่แต่เขาไม่หนีไป จะโทษทางนั้น
ไม่ได้ ฉะนั้น บุคคลผู้มีทุกข์ถูกพยาธิคือกิเลสเบียดเบียด ไม่
แสวงหาอาจารย์ จะโทษอาจารย์นั้นไม่ได้ เปรียบเหมือนบุรุษผู้
ป่วยไข้ เมื่อหมอมีอยู่แต่ไม่ให้รักษาความป่วยไข้นั้น จะโทษหมอ
นั้นไม่ได้ ฉะนั้น [เอาละ เราพึงเป็นผู้ไม่มีความห่วงใยไม่ต้องการ
ละทิ้งกายอันเปื่อยเน่าเต็มไปด้วยซากศพนี้ไปเสียเถิด] เราพึงเป็นผู้
ไม่มีความห่วงใย ไม่ต้องการ ละทิ้งกายอันเปื่อยเน่าสั่งสมด้วยซาก
ศพต่างๆ นี้ไปเสีย เปรียบเหมือนบุรุษพึงเปลื้องซากศพอันน่าเกลียด
พันอยู่ที่คอออกเสีย แล้วพึงไปอยู่เป็นสุขเสรีตามลำพังตน ฉะนั้น
เราจักละทิ้งกายอันเต็มด้วยซากศพต่างๆ นี้ไปเสีย ดังถ่ายอุจจาระ
ในส้วมแล้วไป เปรียบเหมือนบุรุษและสตรีถ่ายอุจจาระลงในส้วม
เสร็จแล้วออกไป โดยไม่ห่วงใย ไม่ต้องการ ฉะนั้น เราจักละทิ้ง
กายอันมีช่อง ๙ แห่ง มีน้ำหนองเป็นนิตย์นี้ไปเสีย ดังเจ้าของเรือ
ทิ้งเรือที่คร่ำคร่า เปรียบเหมือนเจ้าของเรือที่เก่าคร่ำคร่า ชำรุดน้ำชุ่ม
ไปโดยไม่ห่วงใย ไม่ต้องการ ฉะนั้นเถิด เราจักละกายนี้ซึ่งเปรียบ
เสมอด้วยมหาโจรไปเสีย เพราะกลัวจะชิงตัดกุศล เปรียบเหมือน
บุรุษถือห่อสิ่งของไปกับพวกโจร ทิ้งโจรไปเสียเพราะเห็นภัย คือ
โจรจะชิงสิ่งของ ฉะนั้น ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว ได้ให้ทรัพย์หลาย
ร้อยโกฏิแก่คนไม่มีที่พึ่งและคนอนาถาแล้วเข้าไปยังภูเขาหิมวันต์
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีเขาลูกหนึ่งชื่อธรรมมิกบรรพต เราสร้าง
อาศรมอย่างดี สร้างบรรณศาลาอยู่ที่เขาธรรมมิกบรรพต ณ ที่นั้น
เราสร้างที่จงกรมอันเว้นโทษ ๕ ประการ ประกอบด้วยคุณ ๘
ประการ เป็นที่นำมาซึ่งอภิญญาและพละไว้ ทิ้งผ้าสาฎกประกอบ
ด้วยโทษ ๙ ประการเสีย นุ่งผ้าเปลือกไม้กรองอันประกอบด้วยคุณ
๑๒ ประการเราละบรรณศาลาอันเกลื่อนกล่นไปด้วยโทษ ๘ ประการ
เสีย มาอาสัยโคนไม้อันประกอบด้วยคุณ ๑๐ ประการ เราละทิ้ง
ข้าวเปลือกที่ปลูกไว้หว่านไว้เสียโดยไม่เหลือ เก็บเอาผลไม้ที่หล่น
เองซึ่งประกอบด้วยคุณหลายอย่างมาบริโภค ณ ที่นั้น เราบำเพ็ญ
ความเพียรอยู่ในที่นั่งและที่จงกรมภายใน ๗ วันก็ได้บรรลุอภิญญา
และพละ เมื่อเราถึงความสำเร็จมีความเย็นใจในศาสนาอย่างนี้แล้ว
พระพิชิตมารผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่า ทีปังกร เสด็จอุบัติขึ้น
เมื่อพระพิชิตมารเสด็จอุบัติบังเกิด ตรัสรู้ และในการแสดง
พระธรรมเทศนา เราผู้เปี่ยมด้วยความยินดีในฌาน ไม่ได้เห็นนิมิต
๔ ประการ ชนทั้งหลายทูลนิมนต์พระตถาคต ณ ที่ประทับในปัจจันต
ประเทศช่วยกันแผ้วถางทาง สำหรับพระตถาคตเสด็จดำเนินมา
สมัยนั้น เราออกจากอาศรมของตนแล้ว สลัดผ้าคากรองเหาะไป
ในอัมพรได้เห็นหมู่ชนผู้มีจิตโสมนัส ยินดี ร่าเริงเบิกบานใจ จึงลง
จากอากาศมาถามมนุษย์ทั้งหลายในขณะนั้นว่า มหาชนผู้มีจิตโสมนัส
ยินดี ร่าเริง เบิกบานใจ ช่วยกันแผ้วถางทางสำหรับเดินเพื่อใคร
ชนเหล่านั้นอันเราถามแล้วบอกว่า พระพุทธชินเจ้าผู้ยอดเยี่ยมเป็น
นายกของโลก พระนามว่าทีปังกร เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ชน
ทั้งหลายช่วยกันแผ้วถางทางสำหรับเดินเพื่อพระองค์ ขณะนั้นปีติ
เกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้ฟังคำว่า พุทโธ เราจึงกล่าวประกาศความ
โสมนัสว่า พุทโธ พุทโธ เราทั้งยินดีทั้งสลดใจยืนคิดอยู่ ณ ที่นั้น
ว่าเราจะปลูกพืชคือบุญลงในที่นี้ขณะอย่างได้ล่วงไปเสียเลย แล้ว
กล่าวว่าถ้าท่านทั้งหลายช่วยกันถางทางเพื่อพระพุทธเจ้า ขอจงให้
โอกาสหนึ่งแก่ข้าพเจ้าแม้ข้าพเจ้าก็จะช่วยแผ้วถางทางเสด็จดำเนิน
ในกาลนั้นชนเหล่านั้นได้ให้โอกาสเพื่อการถางทางแก่เรา ครั้งนั้น
เราถางทางไปพลางคิดไปพลางว่า พุทโธ พุทโธ เมื่อเราทำยังไม่ทัน
เสร็จ พระมหามุนีทีปังกรชินเจ้ากับพระขีณาสพสี่แสนผู้ได้อภิญญา
๖ ผู้คงที่ปราศจากมลทินก็เสด็จมาถึง การต้อนรับย่อมเป็นไป คน
เป็นอันมากประโคมกลองเภรี มนุษย์และเทวดาต่างก็มีใจเบิกบาน
เปล่งเสียงสาธุการ เทวดาก็เห็นมนุษย์ มนุษย์ก็เห็นเทวดา มนุษย์
และเทวดาทั้งสองพวกนั้น พากันประนมอัญชลีเดินตามพระตถาคต
พวกเทวดาเอาดนตรีทิพย์มาประโคม พวกมนุษย์เอาดนตรีมนุษย์มา
ประโคม เดินตามพระตถาคตมาทั้งสองพวกทวยเทพผู้อยู่ในอากาศ
ต่างก็โปรยปรายดอกมณฑารพดอกปทุม ดอกปาริชาตก์ทิพย์ ลงยัง
ทิศน้อยทิศใหญ่และโปรยลงซึ่งกระแจะจันทน์ และของหอมอย่างดี
ล้วนแต่เป็นของทิพย์ลงยังทิศน้อยทิศใหญ่ พวกมนุษย์ผู้ที่อยู่บน
พื้นดิน ก็โปรยดอกจำปา ดอกช้างน้าว ดอกประดู่ ดอกกากะทิง
ดอกบุนนาค ดอกการเกตลงยังทิศน้อยทิศใหญ่เราสยายผมแล้ว
เอาผ้าคากรองและหนังสัตว์ลาดลงบนเปือกตม นอนคว่ำลง ณ
ที่นั้น ด้วยคิดว่า พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวก จงทรงเหยียบ
เราเสด็จไปเถิด อย่าทรงเหยียบเปือกตมนั้นเลย ข้อนั้นจักเป็น
ประโยชน์เกื้อกูลแก่เรา เมื่อเรานอนอยู่ที่พื้นดิน ได้มีความคิดอย่าง
นี้ว่า เรา (มิได้) ปรารถนาว่า วันนี้ พระพุทธเจ้าพึงทรงเผากิเลส
ของเราประโยชน์อะไรแก่เราด้วยเพศที่ใครๆ ไม่รู้จัก และด้วยการ
ทำให้แจ้งซึ่งธรรม ณ ที่นี้ เราพึงบรรลุสัพพัญญุตญาณหลุดพ้นแล้ว
พึงเปลื้องหมู่สัตว์พร้อมทั้งเทวดาให้หลุดพ้นเถิด ประโยชน์อะไร
ด้วยเราผู้เป็นคนมีกำลังจะข้ามไปคนเดียวเล่า เราบรรลุสัพพัญญุต-
ญาณได้ และจะช่วยหมู่ชนให้ข้ามได้เป็นอันมาก ด้วยอธิการที่เรา
ทำแล้วในพระพุทธเจ้านี้ เราตัดกระแสสงสารกำจัดภาพทั้ง ๓ ขึ้น
สู่เรือคือธรรมแล้ว จักช่วยหมู่สัตว์พร้อมทั้งเทวดาให้ข้ามได้ พระ-
พุทธทีปังกรผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชาประทับยืนอยู่
เหนือศีรษะเรา ตรัสพระดำรัสว่า ท่านทั้งหลายจงดูชฎิลดาบสผู้มี
ตบะอันรุ่งเรืองนี้ เขาจักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกในกัปอันประมาณ
มิได้แต่กัปนี้ พระตถาคตชินเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระเกียรติยศมาก
จักเสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ อันน่ารื่นรมย์ จักทรงบำเพ็ญ
ความเพียรทำทุกกรกิริยา แล้วเสด็จไปประทับนั่งที่ควงไม้อชปาล-
นิโครธทรงรับข้าวมธุปายาส ณ ที่นั้นแล้ว เสด็จไปยังแม่น้ำ
เนรัญชรา พระองค์เสวยข้าวมธุปายาสที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้ว
เสด็จดำเนินตามทางราบเรียบที่เขาตกแต่งไว้ไปที่ควงไม้โพธิพฤกษ์
แต่นั้นทรงทำประทักษิณโพธิมณฑลอันยอดเยี่ยมแล้ว จักตรัสรู้
ที่ควงไม้อัสสัตถพฤกษ์ พระมารดาบังเกิดเกล้าของพระตถาคต
พระองค์นี้ จักมีพระนามว่ามายา พระบิดามีพระนามว่าสุทโธทนะ
พระตถาคตนี้จักมีพระนามว่าโคดม พระตถาคตพระองค์นั้น จักมี
พระอัครสาวกผู้ไม่มีอาสวะ ปราศจากราคะมีจิตสงบระงับมั่นคง
นามว่าโกลิตะ และอุปปติสสะ ภิกษุอุปฐากมีนามว่าอานนท์ จัก
บำรุงพระพิชิตมารนี้ จักมีอัครสาวิกาผู้ไม่มีอาสวะ ปราศจากราคะ
มีจิตสงบระงับ มั่นคง นามว่าเขมาและอุบลวรรณา ไม้โพธิ
ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ประชาชนเรียกว่าอัสสัตถพฤกษ์
จิตตคฤหบดี หัตถกคฤหบดีชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอุปัฏฐากผู้เลิศ
นันทมารดาและอุตตราอุบาสิกา จักเป็นอุปัฏฐายิกาผู้เลิศ พระโคดม
ผู้มียศพระองค์นั้น จักมีพระชนมายุ ๑๐๐ ปี มนุษย์และเทวดา
ทั้งหลายได้ฟังพระพุทธดำรัสนี้แล้ว ต่างก็เบิกบานใจกล่าวว่า ท่าน
ผู้นี้จักเป็นหน่อพุทธธางกูร หมู่สัตว์ในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา
ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง ประนมอัญชลีถวายนมัสการ
ว่า ถ้าเราทั้งหลายจักไม่ยินดีพระศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้
เราทั้งหลายจักมีหน้าพร้อมต่อหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคต ถ้าเรา
ทั้งปวงละพระพิชิตมารพระองค์นี้ เราทั้งปวงก็จักมีหน้าพร้อมต่อ
หน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตเปรียบเหมือนมนุษย์ผู้จะข้ามแม่น้ำไม่
ยินดีท่าน้ำเฉพาะหน้า ไปยึดเอาท่าน้ำข้างหลัง ข้ามแม่น้ำใหญ่
ฉะนั้น พระพุทธทีปังกรผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงสมควรรับเครื่องบูชา
ทรงประกาศกรรมของเราแล้ว ทรงยกพระบาทเบื้องขวาขึ้น พระ
สาวกของพระพิชิตมารที่อยู่ ณ ที่นั้น ได้ทำประทักษิณเราทุกๆ
องค์ เทวดา มนุษย์ อสูร ยักษ์ อภิวาทเราแล้วพากันกลับไป
ครั้งนั้น เมื่อพระพุทธทีปังกรผู้เป็นนายกของโลก พร้อมด้วยพระ
สงฆ์สาวกล่วงคลองจักษุเราไป เราลุกขึ้นจากที่นอนแล้ว นั่งเข้า
สมาธิอยู่ เราสำราญใจด้วยความสุข เบิกบานใจด้วยปราโมทย์
และอิ่มใจด้วยปิติ นั่งเข้าสมาธิอยู่ในกาลนั้น ครั้งนั้น เรานั่งขัด
สมาธิแล้ว คิดอย่างนี้ว่า คิดอย่างนี้ว่า เราเป็นผู้มีความชำนาญใน
ฌาน ถึงที่สุดแห่งอภิญญาในหมื่นโลกธาตุ ฤาษีผู้เสมอเหมือนเรา
ไม่มี ในธรรมคือฤทธิ์ไม่มีใครเสมอเรา เราได้สุขเหล่านี้
หลับตา
02-08-2007, 12:18 AM
ขณะที่
เราเข้าสมาธิอยู่ เทวดาผู้สถิตอยู่ในหมื่นจักรวาล พากันเปล่งเสียง
กึกก้องว่า ท่านผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่ นิมิตเหล่าใด ที่เคย
ปรากฏในขณะที่พระโพธิสัตว์ในปางก่อนนั่งเข้าสมาธิอันประเสริฐ
นิมิตเหล่านั้นปรากฏในวันนี้ ความหนาวถึงความซาบซึม และ
ความร้อนสงบ นิมิตเหล่านั้นปรากฏในวันนี้ ท่านผู้นี้จักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่ หมื่นโลกธาตุเงียบเสียง สงบเสียง นิมิตเหล่านั้น
ปรากฏในวันนี้ ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ ลมพายุย่อมไม่พัด
แม่น้ำย่อมไม่ไหล นิมิตเหล่านั้นปรากฏในวันนี้ ท่านผู้นี้จักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่ ไม้ดอกพันธุ์ไม้บกและพันธุ์ไม้น้ำทุกชนิด ผลิดอก
ในขณะนั้น แม้วันนี้ดอกไม้เหล่านี้ก็บานทุกดอก ท่านผู้นี้จักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่ ไม้เถาหรือไม้ต้น ย่อมเผล็ดผลในขณะนั้น แม้
วันนี้ไม้ผลทุกชนิดก็เผล็ดผลในวันนี้ ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า
แน่ รัตนะทั้งที่อยู่ในอากาศและพื้นดินย่อมสว่างไสวในขณะนั้น
แม้วันนี้รัตนะเหล่านั้นก็สว่างไสว ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่
ดนตรีทั้งของมนุษย์และทิพย์ ย่อมประโคมในขณะนั้น แม้วันนี้
ดนตรีทั้งสองอย่างนั้นก็ประโคม ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่
ดอกไม้อันวิจิตรย่อมตกลงจากอากาศในขณะนั้น แม้วันนี้ดอกไม้
เหล่านั้นก็ปรากฏ ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ มหาสมุทรย่อม
กระฉอกฉ่อน หมื่นโลกธาตุย่อมหวั่นไหว แม้วันนี้สิ่งทั้งสอง
นั้นก็มีเสียงครืนๆ อยู่ ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ ไฟในนรก
หมื่นขุมย่อมดับในขณะนั้น แม้วันนี้ไฟนั้นก็ดับแล้ว ท่านผู้นี้จัก
เป็นพระพุทธเจ้าแน่ พระอาทิตย์ย่อมปราศจากมลทิน ดาวทุกดวง
ย่อมปรากฏแจ่มจ้า แม้วันนี้พระอาทิตย์และดาวทุกดวงก็แจ่มจ้า
ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ โดยที่ฝนไม่ตกเลย น้ำในแม่น้ำก็
ขึ้นในขณะนั้น แม้วันนี้น้ำในแม่น้ำก็ขึ้น ท่านผู้นี้จักเป็นพระ
พุทธเจ้าแน่ หมู่ดาวนักษัตรในท้องฟ้า ย่อมส่องแสงไพโรจน์
พระจันทร์วันวิสาขฤกษ์แจ่มจ้า ท่านผู้นี้จะเป็นพระพุทธเจ้าแน่ งูที่
อยู่รูและที่อยู่ตามซอก ย่อมออกจากที่อยู่ของตน แม้วันนี้งูเหล่านั้น
ก็ออกมาเพ่นพ่าน ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ สัตว์ทั้งหลายที่
ไม่ยินดีไม่มี ย่อมยินดีทั่วกันในขณะนั้น แม้วันนี้สัตว์ก็ยินดีทั่ว
กัน ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ โรคทุกชนิดเบาบางสงบ และ
ความหิวย่อมหายไป แม้วันนี้ก็ปรากฏอย่างนั้น ท่านผู้นี้จักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่ ในกาลนั้นราคะย่อมบางเบา โทสะและโมหะย่อม
เสื่อมคลาย แม้วันนี้ก็ปราศจากไปหมดสิ้น ท่านผู้นี้จักเป็นพระ
พุทธเจ้าแน่ ในกาลนั้นภัยย่อมไม่มี แม้วันนี้ก็ปรากฏเช่นนี้ ด้วย
นิมิตนั้น เราทั้งหลายจึงรู้ได้ว่า ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่
ธุลีย่อมไม่ฟุ้งขึ้นเบื้องบน แม้วันนี้ก็ปรากฏเช่นนั้น ด้วยนิมิตนั้น
เราทั้งหลายจึงรู้ได้ว่า ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ กลิ่นเหม็น
ย่อมปราศจากไป มีแต่กลิ่นหอมตระหลบไป แม้วันนี้ก็มีกลิ่นหอม
ตระหลบไป ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ เทวดาทั้งปวงย่อม
ปรากฏ เว้นแต่ที่ไม่มีรูป แม้วันนี้ก็ปรากฏทั้งหมด ท่านผู้นี้จักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่ ขณะนั้น นรกมีประมาณเท่าใด ก็ปรากฏหมด
เท่านั้น แม้วันนี้ก็ปรากฏทั้งหมด ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่
ในกาลนั้น หม้อไห บานประตู ภูเขา ย่อมไม่มีอะไรปิด แม้
วันนี้ก็เปิดโล่ง ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่ การจุติและการ
อุบัติ ย่อมไม่มีในขณะนั้น แม้วันนี้ก็ปรากฏเช่นนั้น ท่านผู้นี้จัก
เป็นพระพุทธเจ้าแน่ (นิมิตเหล่านี้ย่อมปรากฏ เพื่อประโยชน์แก่
การตรัสรู้ของสัตว์) ท่านจงบำเพ็ญเพียรให้มั่นเถิด อย่าถอยกลับ
จงก้าวไปข้างหน้า แม้เราทั้งหลายก็รู้ท่านว่า จักได้เป็นพระพุทธเจ้า
เป็นแน่ เราได้ฟังพระพุทธดำรัส และคำของเทวดาในหมื่นโลก
ธาตุแล้วก็ยินดี ร่าเริง เบิกบานใจ ได้คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า
พระพุทธชินเจ้ามีพระวาจาไม่เป็นสอง มีพระวาจาไม่เปล่าประโยชน์
พระพุทธเจ้าไม่ตรัสคำไม่จริง เราจักได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่ พระ-
ดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ย่อมเที่ยงแท้แน่นอน เปรียบ
เหมือนก้อนดินที่โยนขึ้นไปในอากาศ ย่อมตกลงมาที่พื้นดินแน่นอน
ฉะนั้น (พระพุทธเจ้าไม่ตรัสคำไม่จริง เราจักได้เป็นพระพุทธเจ้าเป็น
แน่) พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ย่อมเที่ยงแท้แน่นอน
เปรียบเหมือนสัตว์ทั้งปวงต้องตายเป็นแน่ ฉะนั้น พระดำรัสของ
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ย่อมเที่ยงแท้แน่นอน เปรียบเหมือนเมื่อ
ราตรีสิ้นไปพระอาทิตย์ขึ้นแน่ ฉะนั้น พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐสุด ย่อมเที่ยงแท้แน่นอน เปรียบเหมือนราชสีห์เมื่อลุกจาก
ที่นอน ต้องบันลือสีหนาทแน่ ฉะนั้นพระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐสุดย่อมเที่ยงแท้แน่นอน เปรียบเหมือนสัตว์ทั้งหลายผู้
ไปถึงที่หมายแล้ว ย่อมปลงภาระอันหนักลง ฉะนั้น เอาละ เราจักค้น
หาพุทธการกธรรม จากข้างนี้ๆ ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำทั้งทิศน้อยทิศ
ใหญ่ตลอดทั่วธรรมธาตุ ในกาลนั้น เมื่อเราค้นหาอยู่ ได้เห็นทานบารมี
เป็นข้อที่ ๑ ซึ่งเป็นทางใหญ่อันพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ปางก่อน
ประพฤติมาจึงเตือนตนเองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๑ นี้บำเพ็ญให้
มั่นก่อนท่านจงบำเพ็ญทานบารมีเถิด ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุ
โพธิญาณ ท่านเห็นยาจกทั้งชั้นต่ำ ปานกลางและชั้นสูงแล้ว จงให้
ทานอย่าให้เหลือ ดังหม้อที่เขาคว่ำไว้ เปรียบเหมือนหม้อที่เต็ม
ด้วยน้ำ ผู้ใดผู้หนึ่งจับคว่ำลงแล้ว น้ำย่อมไหลออกหมด ไม่ขังอยู่
ในหม้อนั้น ฉะนั้น แต่พุทธธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เรา
จักค้นหาธรรมอันเป็นเครื่องบ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น
เมื่อเราค้นหาอยู่ ก็ได้เห็นศีลบารมีเป็นข้อที่ ๒ ที่พระพุทธเจ้าแต่
ปางก่อนทรงเสพอาศัย จึงเตือนตนเองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๒
นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อนท่านจงบำเพ็ญศีลบารมีเถิด ถ้าท่านปรารถนาจะ
บรรลุโพธิญาณ ท่านจงบำเพ็ญศีลในภูมิ ๔ ให้บริบูรณ์ จงรักษาศีล
ในกาลทั้งปวง ดังจามรีรักษาขนหาง เปรียบเหมือนดังจามรีย่อม
รักษาขนหางอันติดในที่ไรๆ ยอมตายในที่นั้น ไม่ยอมทำขนหางให้
เสีย ฉะนั้น แต่พุทธธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้นหา
ธรรมอันเป็นเครื่องบ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น เมื่อเรา
ค้นหาอยู่ก็ได้เห็นเนกขัมมบารมีเป็นข้อที่ ๓ ที่พระพุทธเจ้าแต่ปาง
ก่อนทรงเสพอาศัย จึงเตือนตนเองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๓
นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อน ท่านจะบำเพ็ญเนกขัมมบารมีเถิด ถ้าท่าน
ปรารถนาจะบรรลุโพธิญาณ ท่านจงเห็นภพทั้งปวงดังเรือนจำ ท่านจง
มุ่งหน้าต่อเนกขัมมะ เพื่อหลุดพ้นไปจากภพ เปรียบเหมือนบุรุษที่
ถูกขังในเรือนจำ ได้รับทุกข์มานาน ย่อมไม่ยังความยินดีให้เกิดใน
เรือนจำนั้น แสวงหาความพ้นไป ฉะนั้น แต่พุทธธรรมจักมีเพียง
เท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้นหาธรรมอันเป็นเครื่องบ่มโพธิญาณ
อย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น เมื่อเราค้นหาอยู่ ได้เห็นปัญญาบารมี
เป็นข้อที่ ๔ ที่พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อน ทรงเสพอาศัย จึงเตือนตน
เองว่า ท่านจงยึดบารมีที่ ๔ นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อน ท่านจะบำเพ็ญ
ปัญญาบารมีเถิด ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุโพธิญาณ ท่านได้สอบถาม
คนมีปัญญาตลอดกาลทั้งปวง บำเพ็ญปัญญาบารมีแล้ว จักบรรลุ
สัมโพธิญาณได้ เปรียบเหมือนภิกษุ เมื่อเที่ยวภิกษา ไม่เว้นตระกูล
ต่ำ ปานกลางและสูงย่อมได้อาหารเครื่องเยียวยาอัตภาพ ฉะนั้น
แต่พุทธธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้นหาธรรมอันเป็น
เครื่องบ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น เมื่อเราค้นหาอยู่ก็ได้
เห็นวิริยบารมีเป็นข้อที่ ๕ ที่พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนทรงเสพอาศัย
จึงเตือนตนเองว่าท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๕ นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อน
ท่านจงบำเพ็ญวิริยบารมีเถิด ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุโพธิญาณ
ท่านประคองความเพียรให้มั่นไว้ทุกภพ บำเพ็ญวิริยบารมีแล้ว จัก
บรรลุสัมโพธิญาณได้ เปรียบเหมือนสีหมฤคราช มีความเพียรไม่
ย่อหย่อนในที่นั่งที่ยืนและที่เดินประคองใจไว้ทุกเมื่อ ฉะนั้น แต่
พุทธธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้นหาธรรม อันเป็น
เครื่องบ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไปในกาลนั้น เมื่อเราค้นหาอยู่ก็ได้
เห็นขันติบารมีเป็นข้อที่ ๖ ที่พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนทรงเสพอาศัย
จึงเตือนตนเองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๖ นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อน
ท่านมีใจแน่วแน่ในขันตินั้น จักบรรลุสัมโพธิญาณได้ ท่านจง
อดทนต่อคำยกย่องและคำดูหมิ่นทั้งปวง บำเพ็ญขันติบารมีเปรียบ
เหมือนแผ่นดินอดทนสิ่งที่เขาทิ้งลงทุกอย่างทั้งสะอาดและไม่สะอาด
ไม่แสดงความยินดียินร้ายฉะนั้นแล้ว จักบรรลุสัมโพธิญาณได้ แต่
พุทธธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้นหาธรรมอันเป็นเครื่อง
บ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น เมื่อเราค้นหาอยู่ ก็ได้เห็น
สัจจบารมีเป็นข้อที่ ๗ ที่พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนทรงเสพอาศัย จึง
เตือนตนเองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๗ นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อน ท่านมี
ใจแน่วแน่ในสัจจะนั้น จักบรรลุสัมโพธิญาณได้ ดาวประกายพฤกษ์
เป็นดาวนพเคราะห์ ประจำอยู่ในมนุษย์โลกทั้งเทวโลก ไม่หลีกไป
จากทางเดิน ทุกสมัยฤดูหรือปี ฉันใด แม้ท่านก็ฉันนั้น อย่าหลีก
ไปจากแนวในสัจจะ บำเพ็ญสัจจบารมีแล้วจักบรรลุสัมโพธิญาณได้
แต่พุทธธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้นหาธรรมอันเป็น
เครื่องบ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น เมื่อเราค้นหาอยู่
ก็ได้เห็นอธิษฐานบารมีเป็นข้อที่ ๘ ที่พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนทรง
เสพอาศัย จึงเตือนตนเองว่าท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๘ นี้บำเพ็ญให้
มั่นก่อน ท่านไม่หวั่นในอธิษฐานบารมีนั้น จักบรรลุสัมโพธิญาณได้
ท่านจงเป็นผู้ไม่หวั่นไหวในการอธิษฐานในการทั้งปวง บำเพ็ญ
อธิษฐานบารมี เปรียบเหมือนภูเขาหินไม่หวั่นไหว ตั้งมั่น ไม่
สะท้านสะเทือนเพราะลมจัด คงอยู่ในที่เดิม ฉะนั้นแล้ว จักบรรลุ
สัมโพธิญาณได้ แต่พุทธธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้น
หาธรรมอันเป็นเครื่องบ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น เมื่อ
เราค้นหาอยู่ก็ได้เห็นเมตตาบารมีเป็นข้อที่ ๙ ที่พระพุทธเจ้าแต่ปาง
ก่อนทรงเสพอาศัย จึงเตือนตนเองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๙ นี้
บำเพ็ญให้มั่นก่อน ท่านจงเป็นผู้ไม่มีใครเสมอด้วยเมตตา ถ้าท่าน
ปรารถนาจะบรรลุสัมโพธิญาณ ท่านจงเจริญเมตตาให้เสมอกัน
ทั้งในสัตว์ที่มีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์บำเพ็ญเมตตาบารมี
เปรียบเหมือนน้ำย่อมแผ่ความเย็น ชำระล้างมลทินธุลี เสมอกัน
ทั้งในคนดีและคนชั่ว ฉะนั้นแล้วจักบรรลุสัมโพธิญาณได้ แต่พุทธ
ธรรมจักมีเพียงเท่านี้นั้นหามิได้ เราจักค้นหาธรรมอันเป็นเครื่อง
บ่มโพธิญาณอย่างอื่นต่อไป ในกาลนั้น เมื่อเราค้นหาอยู่ ก็ได้เห็น
อุเบกขาบารมีเป็นข้อที่ ๑๐ ที่พระพุทธเจ้าทรงเสพอาศัยจึงเตือนตน
เองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ ๑๐ นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อน ท่านเป็นผู้มี
อุเบกขามั่นคงดังตราชั่ง จักบรรลุโพธิญาณได้ ท่านจงมีใจเที่ยงตรง
ดังตราชั่งในสุขและทุกข์ในกาลทุกเมื่อ บำเพ็ญอุเบกขาบารมีเปรียบ
เหมือนแผ่นดินย่อมวางเฉย สิ่งที่เขาทิ้งลงทั้งที่ไม่สะอาดและสะอาด
ทั้งสองอย่าง เว้นจากความโกรธและความยินดี ฉะนั้นแล้ว จัก
บรรลุสัมโพธิญาณได้ ธรรมอันเป็นเครื่องบ่มโพธิญาณ มีอยู่ในโลก
เพียงเท่านี้ นอกจากนี้ที่ยิ่งกว่านั้นไม่มี ท่านจงตั้งมั่นอยู่ในธรรม
นั้นเถิด.
เมื่อเราพิจารณาเห็นธรรมเหล่านี้ พร้อมทั้งภาวะ กิจของตนและ
ลักษณะ พื้นพสุธาในหมื่นจักรวาล ก็หวั่นไหวด้วยเดชแห่งธรรม
ปฐพีย่อมหวั่นไหวส่งเสียงร้อง เหมือนหีบอ้อยบีบอ้อย ฉะนั้น
เมทนีดลย่อมหวั่นไหว เหมือนล้อยนต์ใส่น้ำมัน ฉะนั้น บริษัท
ประมาณเท่าใด มีอยู่ในบริเวณรอบๆ พระพุทธเจ้าบริษัทในบริเวณ
นั้นหวั่นไหวนอนซบอยู่ที่ภาคพื้นหม้อน้ำหลายพันหม้อ หม้อข้าว
หลายพันหม้อ หม้อใส่กระแจะและหม้อเปรียงในที่นั้น กระทบกัน
และกันมหาชนหวาดเสียว สะดุ้งกลัว ประหลาดใจ มีใจหวาดหวั่น
ประชุมกันแล้ว พากันเข้าเฝ้าพระพุทธทีปังกร ทูลถามว่าความดีงาม
หรือความชั่วร้ายอะไรจักมีแก่โลก โลกทั้งปวงจักมีอันตรายหรือ ขอ
พระองค์ผู้มีพระจักษุ โปรดบรรเทาอันตรายนั้นเถิด ในกาลนั้น
พระพุทธทีปังกรมหามุนี ทรงชี้แจงให้มหาชนนั้นเข้าใจว่า ในการที่
แผ่นดินหวั่นไหวนี้ ท่านทั้งหลายจงเบาใจ อย่ากลัวเลย วันนี้ เรา
พยากรณ์ผู้ใดว่าจักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ผู้นั้นพิจารณาเห็น
ธรรมที่พระพิชิตมารทรงเสพมาก่อน เมื่อผู้นั้นพิจารณาธรรมอันเป็น
พุทธภูมิโดยไม่เหลือ เพราะเหตุนั้น ปฐพีในหมื่นโลกธาตุพร้อมทั้ง
ในเทวโลก จึงหวั่นไหว ขณะนั้น มหาชนได้ฟังพระพุทธดำรัสแล้ว
เย็นใจ ทุกคนพากันมาหาเราแล้ว ก็กราบไหว้อีก ในกาลนั้น เรา
ยึดพระพุทธคุณ ทำใจให้มั่นคง ถวายนมัสการพระพุทธทีปังกร
แล้ว ลุกจากอาสนะ ขณะเมื่อเราลุกขึ้นจากอาสนะ ทวยเทพและ
หมู่มนุษย์ ก็พากันเอาดอกไม้ทิพย์และดอกไม้มนุษย์โปรยปรายลง
อนึ่ง ทวยเทพและหมู่มนุษย์นั้น ต่างก็อวยชัยให้พรสวัสดีว่า ท่าน
ปรารถนาภูมิอันใหญ่หลวง ขอให้ท่านได้ภูมินั้นตามปรารถนาเถิด
เสนียดจัญไรทั้งปวงจงอย่ามี ความโศกและโรคจงอย่ามี อันตรายจง
อย่ามีแก่ท่าน ขอให้ท่านได้บรรลุโพธิญาณอันอุดมเร็วพลัน ข้าแต่
ท่านผู้มีเพียรใหญ่ ท่านย่อมบานด้วยพุทธญาณ เปรียบเหมือนไม้
ดอกย่อมมีดอกบานในฤดูที่มาถึง ฉะนั้น ข้าแต่ท่านผู้มีเพียรใหญ่
ขอให้ท่านจงบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ ดังพระสัมพุทธเจ้าเหล่าใด
เหล่าหนึ่งทรงบำเพ็ญฉะนั้นเถิด ข้าแต่ท่านผู้มีเพียรใหญ่ ขอให้ท่าน
จงตรัสรู้ที่โพธิพฤกษ์ เหมือนหนึ่งพระสัมพุทธเจ้าเหล่าใดเหล่าหนึ่ง
ตรัสรู้ที่โพธิมณฑลเถิด ข้าแต่ท่านผู้มีเพียรใหญ่ ขอให้ท่านจงประกาศ
ธรรมจักร อย่างพระสัมพุทธเจ้าเหล่าใดเหล่าหนึ่งทรงประกาศ ฉะนั้น
เถิด ขอให้ท่านมีใจเต็มเปี่ยม รุ่งเรืองในหมื่นจักวาล เช่นพระจันทร์
เต็มดวง ส่องแสงสว่างในวันเพ็ญ ฉะนั้นเถิด ขอให้ท่านพ้นจาก
โลก รุ่งเรืองด้วยศิริดังพระอาทิตย์พ้นจากราหูแผดแสงสว่างจ้า
ฉะนั้นเถิด โลกพร้อมด้วยเทวโลก มาประชุมกันในสำนักของท่าน
เปรียบเหมือนแม่น้ำทุกสายย่อมไหลมารวมลงยังทะเลหลวง ฉะนั้น
ในกาลนั้น สุเมธดาบสนั้น อันทวยเทพและหมู่มนุษย์เหล่านั้น
ชมเชย สรรเสริญแล้ว สมาทานธรรม ๑๐ ประการ เมื่อจะบำเพ็ญ
ธรรมเหล่านั้นให้บริบูรณ์ จึงเข้าป่าใหญ่.
<CENTER>จบสุเมธกถา.
</CENTER> ในกาลนั้น มหาชนเหล่านั้น นิมนต์พระศาสดาพระนามว่า ทีปังกร
ผู้เป็นนายกของโลก พร้อมด้วยหมู่ภิกษุสงฆ์ ให้เสวยแล้ว ได้ถือ
เป็นสรณะ พระตถาคตผู้นราสภ ทรงยังใครๆ ให้ตั้งอยู่ในสรณะ
พระตถาคตผู้นราสภ ทรงยังใครๆ ให้ตั้งอยู่ในสรณคมน์ ทรงยัง
ใครๆ ให้ตั้งอยู่ในเบฌศีล ทรงยังใครๆ ให้ตั้งอยู่ในศีล ๑๐ ทรง
ประทานสามัญผล คือ ผล ๔ อันสูงสุดให้แก่ใคร ทรงประทาน
ธรรมอันไม่มีธรรมอื่นเสมอ คือปฏิสัมภิทาให้แก่ใคร ทรงประทาน
สมาบัติ อันประเสริฐ ๘ ให้แก่ใคร ทรงประทานวิชชา ๓ อภิญญา
๖ ให้แก่ใคร มหามุนีย่อมตรัสสอนหมู่ชน ด้วยธรรมเครื่องประกอบ
นั้น พระศาสนาของพระโลกนาถ แผ่ไปกว้างขวางด้วยธรรมนั้น
พระศาสดาทรงพระนามว่า ทีปังกร มีพระหนุใหญ่ และพระกายงาม
ทรงช่วยให้คนหมู่มากข้ามไป ทรงเปลื้องให้พ้นทุคติ พระมหามุนี
ทรงเห็นคนที่ควรให้ตรัสรู้ได้แม้ในแสนโยชน์ ก็เสด็จไปชั่วขณะ
เดียว ทรงยังผู้นั้นให้ตรัสรู้ ในธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ พระพุทธเจ้า
ผู้เป็นนาถะของโลก ทรงยังชนให้ตรัสรู้ร้อยโกฏิ ครั้งที่ ๒ เก้าสิบ
โกฏิ และธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่ทวยเทพเก้าหมื่นโกฏิ
ในเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมในเทพพิภพพระพุทธทีปังกรบรม
ศาสดาทรงประชุมพระสาวก ๓ ครั้ง การประชุมครั้งที่ ๑
มีพระสาวกแสนโกฏิ เมื่อพระพิชิตมาร ประทับอยู่ในที่
วิเวก ที่ยอดเขานารทะอีก พระขีณาสพผู้ปราศจากมลทินร้อยโกฏิ
มาประชุมกัน สมัยใด พระมหามุนีมหาวีรเจ้า ทรงปวารณาพรรษา
พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เก้าหมื่นโกฏิ ที่ยอดเขาสุทัสนะ สมัยนั้น เรา
เป็นชฎิลผู้มีตบะอันรุ่งเรือง รู้จบอภิญญา ๕ เหาะไปในอากาศได้
ธรรมาภิสมัยได้มีแก่เทวดาและมนุษย์สองแสน ธรรมาภิสมัยในครั้ง
ที่ ๑ และครั้งที่ ๒ คณนานับมิได้ ในกาลนั้น พระศาสนาของ
พระผู้มีพระภาคทีปังกรแผ่ไพศาล มีคนมาก เจริญแพร่หลายบริสุทธิ์
สะอาด ภิกษุสงฆ์สี่แสน ล้วนได้อภิญญา ๖ มี ฤทธิ์มาก แวดล้อม
พระผู้มีพระภาคทีปังกร ผู้ทรงรู้แจ้งโลกในกาลทั้งปวง สมัยนั้น
ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่ได้บรรลุอรหัตเป็นพระเสขะ ละภพมนุษย์
ไป ชนเหล่านั้นย่อมถูกครหา พระศาสนาแพร่หลาย งดงามด้วย
พระอรหันตขีณาสพ ผู้คงที่ ปราศจากมลทิน ในกาลทั้งปวง พระนคร
ชื่อรัมมวดี พระชนกนาถของพระทีปังกรบรมศาสดาเป็นพระมหา-
กษัตริย์ ทรงพระนามว่าสุเทพ พระชนนีทรงพระนามว่า สุเมธา
พระพิชิตมารทรงครอบครองอคารสถานอยู่หมื่นปี ทรงมีฝูงหงส์
นกกระเรียน นกยูงมากมาย มีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท
มีนางสนมนารีกำนัลใน ๓ แสน ล้วนประดับประดาสวยงาม
พระมเหสีพระนามว่าปทุมา พระราชโอรสพระนามว่าอุสภขันธกุมาร
พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการแล้ว เสด็จออกผนวชด้วยคชสาร-
ยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม ครั้นทรง
ประพฤติปธานจริยาแล้ว ก็ได้ตรัสรู้พระสัมโพธิญาณ พระมหามุนี
ทีปังการ มหาวีรชินเจ้าอันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระ-
ธรรมจักร แล้วประทับอยู่ในนันทารามประทับนั่งที่ควงไม้ซึก ทรง
ปราบปรามเดียรถีย์ ทรงมีพระสุมงคลเถระ และพระติสสเถระเป็น
พระอัครสาวก มีพระเถระชื่อว่าสาคตะเป็นอุปัฏฐากมีพระนันทาเถรี
และพระสุนันทาเถรี เป็นพระอัครสาวิกาไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์
มหาชนเรียกว่า ปิปผลิ ทรงมีอุบาสกชื่อ ตปุสสะ และภัลลิกะ
เป็นอัครอุปัฏฐาก นางสิริมา และ นางโสณา เป็นอุปัฏฐายิกา
พระมหามุนีทีปังกร สูง ๘๐ ศอก ทรงงดงามดังไม้ประจำทวีป
เหมือนพญารังกำลังดอกบาน พระองค์มีพระรัศมีแผ่ซ่านออก ๑๐
โยชน์ โดยรอบ พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง มีพระชนมายุ
แสนปี ทรงดำรงอยู่นานเพียงนั้น ทรงประกาศสัทธรรมให้รุ่งเรือง
ช่วยบุคคลให้พ้นวัฏสงสารไปเป็นอันมาก พระองค์เองทรงรุ่งเรือง
ดังกองไฟ แล้วเสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระฤทธิ์ ยศ-
บริวาร และจักรรัตนะที่พระยุคลบาท หายไปหมดทุกอย่าง สังขาร
ทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระทีปังกรชินศาสดา เสด็จนิพพาน ณ
นันทารามพระสถูปของพระองค์ที่นันทารามนั้น สูง ๓๖ โยชน์ พระ
สถูปบรรจุบาตร จีวร และบริขารและเครื่องบริโภคของพระองค์
ตั้งอยู่ที่ควงไม้โพธิพฤกษ์ในกาลนั้นสูง ๓ โยชน์.
<CENTER>จบทีปังกรพุทธวงศ์ ที่ ๑
</CENTER>
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ บรรทัดที่ ๖๘๗๔ - ๗๒๖๓. หน้าที่ ๒๙๕ - ๓๑๑.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=33&A=6874&Z=7263&pagebreak=0 (http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=33&A=6874&Z=7263&pagebreak=0)
หลับตา
02-08-2007, 12:19 AM
ขอโมทนากับผู้ปารถนาพุทธภูมิทุกท่านด้วยครับ ^____^
tamsak
02-08-2007, 08:54 AM
[CENTER](i) <4.ชาติก่อนหน้านี้ 2 ชาติ ผมเกิดเป็นใคร ที่ไหน และถ้าผมตายตอนนี้จะไปเกิดที่ไหน หมายถึง ทั้ง 2 ชาติ ก่อนชาตินี้ครับ
.../....จาก ร. ๕ ไปอยู่ดาวดึงส์ และเกิดมาเป็นคน และ ร.๑
....ดาวดึงสื
วันนี้ได้มีโอกาสย้อนไปอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนมาถึงข้อความของคุณ dhamma ในหน้าที่ 24 อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคำตอบที่คุณได้รับน่าจะคลาดเคลื่อนมากทีเดียว หากมีโอกาสพบครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผมว่าลองไปสอบทานจากท่านดูใหม่นะครับ คำตอบที่คุณได้น่าจะต่างไปจากข้างต้น
เท่าที่ผมทราบมา ร.1 ก็ดี หรือ ร.5 ก็ดี ในชาตินี้พระองค์ท่านมาเกิดเป็นชาวบ้านธรรมดาและบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ เดิมท่านก็เคยปรารถนาพระโพธิญาณมาก่อน ท่านบำเพ็ญบารมีมาแล้ว 16 อสงไขยกับแสนกัป แต่มาชาตินี้ท่านได้ลาจากพุทธภูมิเพื่อเป็นสาวกภูมิและได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนเป็นพระอริยสงฆ์ที่มีลูกศิษย์ลูกหาให้ความเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก บัดนี้ท่านได้เข้าสู่พระนิพพานเรียบร้อยแล้วครับ
.
dont_worry
02-08-2007, 10:18 AM
วันนี้ได้มีโอกาสย้อนไปอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนมาถึงข้อความของคุณ dhamma ในหน้าที่ 24 อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคำตอบที่คุณได้รับน่าจะคลาดเคลื่อนมากทีเดียว หากมีโอกาสพบครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผมว่าลองไปสอบทานจากท่านดูใหม่นะครับ คำตอบที่คุณได้น่าจะต่างไปจากข้างต้น
เท่าที่ผมทราบมา ร.1 ก็ดี หรือ ร.5 ก็ดี ในชาตินี้พระองค์ท่านมาเกิดเป็นชาวบ้านธรรมดาและบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ เดิมท่านก็เคยปรารถนาพระโพธิญาณมาก่อน ท่านบำเพ็ญบารมีมาแล้ว 16 อสงไขยกับแสนกัป แต่มาชาตินี้ท่านได้ลาจากพุทธภูมิเพื่อเป็นสาวกภูมิและได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนเป็นพระอริยสงฆ์ที่มีลูกศิษย์ลูกหาให้ความเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก บัดนี้ท่านได้เข้าสู่พระนิพพานเรียบร้อยแล้วครับ
.
ส่วนตัวเข้าใจว่าหมายถึง สมัย ร.1 กับ ร. 5 มากกว่านะคะ
จิ้งจอกขาว
12-08-2007, 09:55 PM
กระผมก็ปรารถนาพุทธภูมิเหมือนกัน (.....) หากมีผู้รู้ช่วยชี้แนะ ว่ากระผมจะเป็นทางปัญญาธิกะ ศรัทธาธิกะ หรือวิริยาธิกะ จะขอบคุณมากๆครับ
nirvana4485
16-08-2007, 04:09 PM
ผมยังไม่แน่ใจตัวผมเองคับเรื่องการเดินทางไปทางแบบไหน ขอให้เพื่อนๆหรือผู้รู้ช่วยแนะนำผมทีคับ ขอบคุณล่วงหน้าคับผม สานุศิษย์สำนักปู่สวรรค์
madeaw15
22-08-2007, 01:38 PM
โมธนาด้วยครับ อยากล่าฝันด้วยคน (แบบวิริยะธิกะ)
ahantharik
22-08-2007, 02:52 PM
ผมขอไปนิพพานครับ อนุโมทนาสาธุ....
yutkanlaya
25-08-2007, 01:50 AM
อย่าท้อถอย คอยสร้าง สิ่งที่ควร
อย่าเรรวน พะว้าพะวัง คิดกังขา
[b-hi] (b-smile) [b-hi] (b-smile)
อีกไม่นาน จะพบพาน ความจริงแท้
จั่นเจา_w9
31-08-2007, 03:02 PM
ขออนุโมทนากับหน่อเนื้อ พุทธภูมิ ทุกท่าน จากสาวกภูมิ
kong_sorakrit
01-09-2007, 12:35 PM
สาธุ สาธุ สาธุ
ขออนุโมทนาสาธุในบุญกุศลทานศีลภาวนาของทุกท่านที่บำเพ็ญมาแล้วด้วยดี
ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ด้วยเทอญ
ขอความปราถนาของท่านที่ตั้งไว้ดีแล้ว
จงประสบผลสำเร็จด้วยอำนาจ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เถิด
สาธุ สาธุ สาธุ
มารสายฟ้า
08-09-2007, 06:56 PM
เหมือนน้ำหยดลงตุ่ม 1ชาติคือ1หยด
รีบทำคับ บ้างคนสะสมใกล้เต็มแล้ว บางคนพึ่งเริ่มและบางคนพึ่งคิด แต่คนที่รีบทำเท่านั้นที่จะสำเร็จคับ
เอกณัฐยศ
10-09-2007, 09:04 AM
http://www.watthummuangna.com/board/image.php?u=403&dateline=1183624234 (http://www.watthummuangna.com/board/member.php?u=403)
ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิ
ขออนุโมทนาบุญที่ได้ทำมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และในอนาคต
http://www.watthummuangna.com/board/images/smilies/frown.gifhttp://www.watthummuangna.com/board/images/smilies/frown.gifhttp://www.watthummuangna.com/board/images/smilies/frown.gif
http://www.watthummuangna.com/board/attachment.php?attachmentid=2595&stc=1&d=1187936466
คนวังหน้า
10-09-2007, 04:48 PM
อนุโมทนาคนที่ปรารถนาเเล้วตั้งใจทำดี
ปฐมพุทโธ
20-09-2007, 02:10 PM
โมทนาบุญกับทุกท่านครับ
kasin84000
21-09-2007, 12:57 AM
ปรารถนา วิริยะธิกะ กันให้เยอะๆนะครับ
kasin84000
21-09-2007, 01:00 AM
เพิ่งตอบกระทู้ไป ปรากฏว่าขึ้นหน้าที่ 16 พอดี เลขดีแท้
mozard002
09-12-2007, 02:22 AM
สวัสดีครับ ผมเองก็ดีใจที่มีคนพูดภาษาเดียวกัน ประมาณว่าเอาเรื่องพวกนี้คุยกับคนไกล้ตัวเค้าก็ไม่เข้าใจ บางทีก็มองแบบแปลกๆด้วย เหอๆ
ตัวผมเองปรารถนาพุทธภูมิ วิริยะธิกะ ครับ
รู้ตัวว่าอยากเป็นพุทธภูมิก็ตอนที่เรียนภาษาไทยนี่แหละครับ ตอน ม.ปลายนี่แหละ ที่ครูเค้าเอาเรื่องชาดกมาสอน จำชื่อตอนไม่ได้นะครับ แต่ชอบตรงที่ พระพุทธองค์ท่านสละลูกเมียของท่านน่ะครับ ในช่วงผมอายุ 16-17 นี่แหละมันเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมันเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย มันเลยมีปัญหาเรื่องสมาธิและอารมณ์อยู่มาก (ลืมบอกไปครับว่าศาสนาในบัตรประชาชนผมเป็นคาธอลิก) กำลังใจมันเลยยังไม่เข้มข้นเท่าไหร่(ตอนนี้ก็ยังไม่เข้มข้นเท่าไหร่ - -")
ผมเคยตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าจะขอเกิดเป็นมนุษย์ทุกชาติเพื่อบำเพ็ญบารมี และถึงแม้บารมีเต็มแล้วก็จะขอลงมาช่วยสรรพสัตว์จนกว่าจะละสังขารไปในชาติสุดท้าย
ผมเป็นคาธอลิกมาตั้งแต่เด็ก อยู่ในสังคมคาธอลิกมานาน จึงขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกท่านด้วยครับ
juten
12-12-2007, 08:42 PM
โมทนากับทุกท่านครับ
หนุมาน ผู้นำสาร
12-12-2007, 09:17 PM
*** ไม่ค่อยมีใครเอาไปพิจารณา ****
"สัจจะ"... คือ สิ่งที่โลกุตตระ ส่งมอบ นำพาให้สัตว์หลุดพ้น
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
TriKun
15-12-2007, 09:50 AM
บังเอิญได้ไปเจออาจารย์คนเมืองบัวมาครับ
ท่านบอกว่าผมปรารถนาพุทธภูมิแบบ วิริยธิกะ ครับ
ท่านบอกว่า อีก 300 ชาติถึงจะได้รับพุทธพยากรณ์ครับ
และบำเพ็ญไปอีก 500 ชาติ รวมเป็น 800 ชาติครับ
ผมก็เลยบอกท่านว่าผมอยากจะลาพุทธภูมิแล้ว
อยากเข้านิพพานในชาตินี้เลย ไม่อยากทุกข์อีกแล้ว
แต่ท่านไม่ยอมให้ลาครับ ท่านบอกว่าให้เวลาคิดอีก 2 เดือน
และท่านยังได้บอกอีกว่าป้าของผมปรารถนาพุทธภูมิแบบ ปัญญาธิกะ ด้วยครับ
non_KMITL
15-12-2007, 12:10 PM
เราก็ปรารถนาพุทธภูมิศรัทธาธิกะนะ
ฐตธนวัฒฆ์
17-12-2007, 01:05 PM
อนุโมทนากับทุกๆท่านครับ
พุทธภูมิปัญญาธิกะครับ เกิดในตระกูลเศรษฐี ขี่ม้าพลาหกออกมหาอภิเนกษกรมณ์ บำเพ็ญเพียร ๑ เดือนตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใต้ต้นกากะทิง ในสมัยนั้นผู้คนมีการทำเกษตรกรรม พานิชยกรรม และกสิกรรม อายุ 5000ปี ศาสนาตั้งไว้ 10000ปี ผู้ใดตาดี มีศีลบริสุทธิ์ จักได้บรรลุธรรมขั้นต้นแม้ฟังธรรมเพียงบทเดียว ฟังธรรม ๔ บท บรรลุอรหันต์พร้อมด้วยอภิญญา ๖ วิชชา ๓ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ มีอสีติมหาสาวก 500รูป ผู้ใดมีจิตเลื่อมใส มั่นคง ตั้งมั่นในพระรัตนตรัยไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน มีศีลอันบริสุทธิ์ ปรารถนาสิ่งใด ต่อหน้า ผู้นั้นจักสำเร็จทันที
นักพรต99
19-12-2007, 11:14 AM
http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifการอนุโมทนาบุญ ก็มีอานิสงส์มากนะครับผมคัดลอกของคนอื่นเขามาให้ท่านได้อ่านแบบสมบูรณ์ครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif
๖. วิหารวิมานว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิหารวิมาน
เล่มที่๒๖
ท่านพระอนุรุทธเถระได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
[๔๔] ดูกรนางเทพธิดาท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เมื่อท่านฟ้อนอยู่ เสียงอันเป็นทิพย์น่าฟังรื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน ทั้งกลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจก็ฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน เมื่อท่านไหวกายกลับไปมาเสียงของเครื่องประดับช้องผมก็ดัง เสียงไพเราะดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕
อนึ่งเสียงมงกุฎที่ถูกลมรำเพยพัดให้หวั่นไหว ก็กังวานไพเราะดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕แม้พวงมาลัยบน เศียรเกล้าของท่านมีกลิ่นหอมชวนให้เบิกบานใจหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศดุจต้นอุโลก
ฉะนั้น ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้วขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร?
นางเทพธิดาตอบว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญนางวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นสหายของดิฉัน อยู่ในเมืองสาวัตถี ได้สร้างมหาวิหารถวายสงฆ์
ดิฉันเห็นมหาวิหารนั้นแล้วมีจิตเลื่อใสอนุโมทนา
ก็วิมานอันเป็นที่รักนี้อันดิฉันได้แล้วเพราะการอนุโมทนาด้วยจิตบริสุทธิ์แต่อย่างเดียวเท่านั้นวิมานนี้เป็นวิมานอัศจรรย์น่าดูน่าชม โดยรอบสูง ๑๖ โยชน์ เลื่อนลอยไปในอากาศได้ตามความปรารถนาของดิฉัน ดิฉันมีปราสาทเป็นที่อยู่อาศัยอันบุญกรรมจัดแจงเนรมิตให้เป็นส่วนๆ งามรุ่งโรจน์ตลอดร้อยโยชน์โดยรอบทิศ
อนึ่งที่วิมานของดิฉัน มีสระโบกขรณีเป็นที่อาศัยของหมู่มัจฉาชาติ มีน้ำใสสะอาดมีท่าอันลาดด้วยทรายทอง ดารดาษไปด้วยปทุมชาตินานา ชนิดพร้อมทั้งบัวขาวเกษรแห่งบัวทั้งหลายอันลมรำเพยพัด ย่อมหอมฟุ้งเจริญใจ มีรุกขชาติต่างๆอันบุญกรรมปลูกไว้ใกล้วิมาน คือ ไม้หว้า ขนุน ตาล มะพร้าววิมานนี้กึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีต่างๆ และกึกก้องไปด้วยหมู่นางอัปสรแม้นรชนใดได้เห็นวิมานนี้ด้วยความฝัน นรชนนั้นก็พึงปลื้มใจวิมานอันมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ น่าอัศจรรย์ น่าดูน่าชมเช่นนี้เกิดแต่ดิฉันเพราะกุศลกรรมทั้งหลาย ควรทำบุญโดยแท้.
พระอนุรุทธเถระเมื่อจะให้นางเทพธิดาบอกที่เกิดของนางวิสาขามหาอุบาสิกาจึงกล่าวถามด้วยคาถาความว่า วิมานอันอัศจรรย์น่าดูน่าชมนี้ท่านได้แล้วเพราะการอนุโมทนาด้วยจิตอันบริสุทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น
นางนารีอันมีนามว่าวิสาขาได้ถวายทานและได้สร้างมหาวิหาร ไปเกิดที่ไหนขอท่านจงบอกคติของนางวิสาขานั้นแก่อาตมาด้วยเถิด?
นางเทพธิดานั้นตอบว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นสหายของดิฉันได้สร้างมหาวิหารถวายแด่สงฆ์และได้ถวายทานแด่สงฆ์ เป็นผู้รู้ธรรมแจ่มแจ้งเธอได้บังเกิดในหมู่ทวยเทพชั้นนิมมานรดี เป็นประชาบดีของท้าวสุนิมมิตวดีผู้เป็นใหญ่ในชั้นนิมมานรดีนั้น วิบากแห่งกรรมของนางวิสาขามหาอุบาสิกานั้นอันใครไม่ควรคิด ข้าแต่ท่านผู้เจริญดิฉันได้พยากรณ์ที่เกิดของนางวิสาขาที่พระคุณเจ้าถามว่า นางวิสาขานั้นบังเกิด ณที่ไหน โดยถูกต้องแล้ว ถ้าอย่างนั้น ขอพระคุณเจ้าได้ชักชวนแม้ชนเหล่าอื่นว่าท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทานแด่สงฆ์เถิด และจงมีใจเลื่อมใสฟังธรรมการได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์เป็นการได้ด้วยแสนยาก อันพวกท่านได้แล้วพระพุทธเจ้ามีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม มีพระฉวีวรรณดุจทองคำ เป็นอธิบดีแห่งมรรคาได้ทรงแสดงธรรมใดไว้ว่า เป็นทางสวรรค์ ทางนั้นเป็นทางอันประเสริฐท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทานแด่สงฆ์ ที่บุคคลถวายทักษิณาแล้วมีผลมากบุคคลเหล่าใดอันพระพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญแล้วว่า
คู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘เหล่านี้ บุคคลเหล่านั้นเป็นพระทักขิไณยบุคคล สาวกแห่งพระสุคตทานอันบุคคลถวายแล้วในพระทักขิไณยบุคคลเหล่านั้น มีผลมากท่านผู้ปฏิบัติเพื่ออริยมรรค ๔ จำพวก
และท่านผู้ตั้งอยู่ในอริยผล ๔ จำพวกพระอริยบุคคล ๘ จำพวกนี้ ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติซื่อตรงดำรงมั่นอยู่ในปัญญาและศีล
เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญถวายทานในท่านเหล่านี้ หรือทำบุญปรารภการเวียนเกิดเวียนตายทานที่ถวายในสงฆ์ย่อมมีผลมาก พระสงฆ์นี้เป็นผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ยังผลให้เกิดแก่ผู้ถวายทานในท่านอย่างไพบูลย์ ยากที่จะปริมาณได้ว่าเท่านี้ๆเหมือนทะเลยากที่จะคาดคะเนได้ว่ามีน้ำเท่านี้ๆ ฉะนั้น พระสงฆ์เหล่านี้แลเป็นผู้ประเสริฐ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียรเป็นเยี่ยมในหมู่นรชนเป็นแหล่งสร้างแสงสว่าง คือ ญาณของชาวโลก ได้แก่ นำเอาแสงสว่างคือ พระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้แล้วมาชี้แจง ปวงชนผู้ใคร่ต่อบุญเหล่าใดถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักษิณาของเขาเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นทักษิณาที่ถวายดีแล้วเป็นยัญวิธีที่เซ่นสรวงถูกต้อง จัดเป็นบูชากรรมที่บูชาแล้วชอบเพราะทักษิณานั้นจัดเป็นสังฆทาน มีผลมากอันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้แจ้งโลก ทรงสรรเสริญชนเหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก มาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้ เกิดปีติโสมนัสก็จะกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่ พร้อมทั้งความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ความลังเลใจและการตีตนเสมอท่าน อันเป็นมูลฐานเสียได้ทั้งจะไม่เป็นผู้อันผู้รู้ติเตียน แต่นั้นก็จะเข้าถึงสถานที่อันเป็นแดนสวรรค์.
จบวิหารวิมานที่ ๖ffice:office" /><O:p></O:p>http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifด้วยอานิสงส์ที่ข้าพเจ้าให้ธรรมะเป็นทานขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระพุทธเจ้าปัญญาธิกะพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลเทิญ
to2504
19-12-2007, 11:40 AM
ขอทราบหน่อยนะคะ ว่าทราบได้อย่างไรว่าใครปรารถพุทธภูมิ แบบไหน เคยโทรคุยกับ อ.ไก่ ตอนนั้นเราไม่เข้าใจความหมายว่าปรารถพุทธภูมิ หมายถึงอะไร แต่วันนี้ได้อ่านถึงได้ทราบว่า ปรารถพุทธภูมิ คือ ปรารถพระโพธิสัตย์ อ.ไก่บอกกับเราว่า ก่อนจะมาเกิดและเมื่อชาติก่อนเราก็ปรารถพุทธภูมิเรื่อยมา แต่ชาตินี้ทำไม่ได้ ให้ลาพุทธภูมิซะ แต่เราไม่ลาค่ะ ยังไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่าทำไม และเพราะยังไม่เข้าใจว่า ถ้าลาแล้วจะเป็นยังงัย แล้วคนที่ปรารถนาพุทธภูมิ เค้าต้องปฏิบัติตนอย่างไรคะ รบกวนอธิบายให้ฟังด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ อ้อ! เราอยากจะทราบว่าชาตินี้เราปรารถพุทธภูมิแบบไหนก่อนที่จะมาเกิดน่ะค่ะ รบกวนใครก็ได้ช่วยบอกหน่อยค่ะ ขอบอกนิดนึงว่าทุกวันนี้สวดมนต์และนั่งสมาธิค่ะ อยากจะทราบว่าบารมีเต็มหรือยัง ต้องทำอีกเยอะมั้ย และอย่างไร มีวิธีไหนที่จะทำให้บารมีเต็มค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ถามแบบนี้ คือเราไม่มีความรู้เรื่องนี้จริง ๆ ไม่มีครูบาอาจารย์สอนนั่งสมาธิด้วยค่ะ ผู้ใดที่สามารถชี้แนะข้าพเจ้าได้ รบกวน ส่งข้อความส่วนตัวหาด้วยนะคะ จะขอบพระคุณอย่างมากค่ะ เพื่อการปฏิบัติต่อไปได้อย่างถูกต้อง มีหลายคนบอกว่าเราสามารถที่จะเป็นอ.สอนสั่งคนได้ และจะมีลูกศิษย์ แต่ ณ วันนี้ไม่ได้อะไรเลย อยากจะได้คำแนะนำค่ะ ก่อนจะสวดมนต์ก็จะตั้งจิตอธิษฐาน ว่า กายนี้ ใจนี้ ลูกขอถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกครั้งค่ะ^-^
เล่าปัง
19-12-2007, 12:35 PM
พุทธภูมิ หรือไม่
1. ดูที่เรามีจริตเห็นคุณค่าของสรรพสัตว์ทุกอย่างเสมอเราหรือไม่
2. ส่วนใหญ่จะเห็นการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย สรรพสัตว์ในข้อ 1. เป็นทุกข์อยู่เนืองๆ ไม่ค่อยยินดีเห็นการเกิด การตาย การเจ็บ ดิ้นรน เป็นเรื่องเพลิดเพลิน
3. บารมีเต็มหรือไม่ดูที่ความเข้มในการเห็นตาม ข้อ 1 และ 2 ข้างต้น ถ้าเข้มมาก เวลาเห็นสัตว์มันจะเป็นจะตาย จะเจ็บอยู่ตรงหน้า เราจะตรงเข้าช่วยเหลือ ช้าเร็วแค่ไหน แลกด้วยชีวิตหรือไม่ แต่เมื่อใกล้เต็มจริงๆแล้ว จะไม่เข้าไปช่วยบู่มบ่ามอีก เพราะเห็นหนทางช่วยที่ยิ่งกว่าแล้ว
4. หลังจากเห็นทุกข์ตามข้อ 1 2 3 แล้ว จะพบว่ายังไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องในการช่วยเหลือสรรพสัตว์ จึงเริ่มค้นหาสัจธรรมอยู่เนืองๆ ( จินตมัยปัญญา ) เมื่อได้หลักการใดๆแล้ว ก็จะมุ่งกระทำไม่ทอดทิ้งกลางคัน( บารมี 10 , 30 ) เช่น โพธิสัตว์กระรอกต้องการช่วยลูกจมน้ำ จึงเอาหางจุ่มน้ำไปสลัดทิ้งยังที่แห้งเพื่อให้น้ำลด จะได้ช่วยลูก
5. ถ้าอยู่ในสมัยพุทธศาสนาปรากฏ จะเข้าใจหลักการทั้งหมดของศาสนาได้โดยง่าย แต่ก็จะศึกษาไปไม่ลึกถึงที่สุด เพราะจะรู้โดยญาณทัศนะว่า จะเข้าสู่ระดับ หรือ ตกกระแสของนิพพานไม่ได้ เพราะจะเสียงาน จึงมุ่งรู้ และปฏิบัติอย่างถึงที่สุดในชั้นโลกิยะเท่านั้น
6. เมื่อได้ญาณทัศนะตามข้อ 6 ก็จะเรียนรู้ชั้นโลกุตตระไปอย่างอนุโลม(หยั่งคะเน)ด้วยการพิจารณาอริยสัจจ 4 จะไม่ปฏิโลม(ปฏิบัติ) ในทุกๆหัวข้อธรรม ทุกๆวิธีการปฏิบัติ
7. ศรัทธธิกะ คือ มีจิตน้อมรับพระพุทธเจ้าสมัยนั้นชนิดแลกได้ด้วยชีวิตถ้ามีคนลบหลู่พระองค์ หรือพระธรรม และหมั่นพิจารณา อริยะสัจจ 4 แทงตลอด(วิจัย)ในทุกรายละเอียดในข้อธรรมเป็นหลัก ( ข้อนี้โพธิสัตว์ที่เกี่ยวข้องจึงพอสมควร )
8. วิริยะธิกะ คือ มีจิตน้อมหยั่งทุกข้อธรรม ทุกข้อปฏิบัติ ไม่ใช่แค่พิจารณาลำพังแค่ อริยสัจจ 4 แต่ยังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกิจการศาสนาไปซะทุกเรื่อง แต่ไม่ออกหน้าออกตาในเชิงศาสดา เป็นเพียงภาวะผู้นำเท่านั้น ( ข้อนี้โพธิสัตว์ที่เกี่ยวข้องจึงมาก )
9. ปัญญาธิกะ พิจารณา อริยะสัจจ 4 แทงตลอด(วิจัย)ในทุกรายละเอียดในข้อธรรมเป็นหลัก อย่างเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกิจการศาสนาเลย เว้นแต่คนที่มีวาสนาด้วยกันมาให้สอน ( ข้อนี้โพธิสัตว์ที่เกี่ยวข้องจึงน้อย )
10. ทั้งหมดไม่ว่าแบบไหน ไม่ใช่มาเพื่อเอาศรัทธาโดยตรง เพราะจะน้อมตัวลดฐานะตนเป็นเพียงข้าพระบาท ช่วยกิจการในงานพละ( พละ 5)ต่างๆ เท่านั้น จึงไม่มีการเรียนเพื่อเน้นเป็นผู้สอน ตั้งสำนักใดๆ เพื่อแสดงธรรมที่ตนรู้เสียเอง
11. เมื่อถึงวาระที่ตนจะสำเร็จสัมมาสัมโพธิญาณ บารมีทั้งหลายที่สั่งสมมาจะมาเป็นวาสนา และวิบากส่งผลให้ค้นพบสัจจธรรมด้วยตัวเองอีกที
to2504
19-12-2007, 12:52 PM
อ่านแล้วเข้าใจระดับหนึ่งค่ะ ตามข้อ 1 และ 2 อย่างเต็มที่ ทุกวันนี้ที่ทำก็เพื่อให้ตัวเองรู้อะไรเพิ่มขึ้น มี หูทิพย์ ตาทิพย์ เพื่อช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลาย แต่ไม่สำเร็จเสียที ใครที่เดือดร้อนมาไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ เราจะเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนมาก จนพูดได้ว่า สอด(เพราะหน่อย) แต่ทุกอย่างที่เราทำเพื่อให้เค้าเหล่านั้นพบแต่ความสุข ไม่ว่าเค้าจะคิดร้ายอะไรอย่างไร กับเราก็ตามค่ะ
เล่าปัง
19-12-2007, 01:42 PM
ต้องพิจารณาเพิ่มในส่วนที่ว่า
ช่วยเหลือแบบนั้นแล้ว เขาพ้นทุกจริงๆหรือ
หรือว่า ชั่วคราว
โชคดีนะที่ตอนนี้มีตำราใหญ่สอนอยู่ ไม่ต้องค้นหาเองในคำตอบนี้
ที่นี้จะเลือกกระทำอย่างไรกับ ตำรา ใหญ่นั้น
จะเลือกเอา ตำรา ใหญ่นั้น มาใช้ส่วนใด อย่างไร
นั้นแหละตัวแบ่ง ศรัทธา วิริยะ ปัญญา
ศุภกฤต บุญมา
20-12-2007, 06:13 PM
ขออนุโมทนากับทุกท่านครับ แต่ผมขอนิพพานในชาตินี้ครับ เพราะชีวิตมนุษย์ทุกข์เหลือเกิน ตอนนี้กำลังเริ่มปฏิบัติครับ อย่างน้อยได้เข้าถึงกระแสพระนิพพาน เป็นพระโสดาบันก็ยังดี เพราะปิดทางไปอบายหมดแล้ว สาธุ สาธุ สาธุ
นักพรต99
26-12-2007, 07:32 AM
แต่ถ้าขยายความให้กว้างออกไป บุญกิริยาวัตถุมี ๑๐ ประการ คือ
๑. ทานมัย บุญเกิดจากการให้ทาน
๒. สีลมัย บุญเกิดจากการรักษาศีล
๓. ภาวนามัย บุญเกิดจากการเจริญภาวนา
๔. อปจายนมัย บุญเกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่
๕. เวยยาวัจจมัย บุญเกิดจากการขวนขวายในกิจที่ชอบ
๖. ปัติทานมัย บุญเกิดจากการให้ส่วนบุญ
๗. ปัตตานุโมทนามัย บุญเกิดจากการอนุโมทนาส่วนบุญ
๘. ธัมมัสสวนมัย บุญเกิดจากการฟังธรรม
๙. ธัมมเทสนามัย บุญเกิดจากการแสดงธรรม
๑๐. ทิฏฐุชุกัมม์ การทำความเห็นให้ตรง<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
100ลีลา
03-01-2008, 01:34 AM
เหลือ6เองเเต่ไม่ไหวจ้า
ขอไปชาตินี้
100ลีลา
03-01-2008, 01:41 AM
ปัญญาธิกะส่วนใหญ่จะบวชจ๊าย้อนไป7ชาติติดๆ
100ลีลา
03-01-2008, 02:04 AM
พอถึงขั้นปรมัตจะหน้กต้องทนมากพูดง่ายต้องอึดใจต้องเข้ม
นักพรต99
03-01-2008, 03:17 PM
พระโพธิญาณคือเป้าหมายของเรา การรื้อสัตว์ขนสัตว์เข้าสู่พระนิพพานเรายังปราถนาอยู่ เพราะยังมีสัตว์เป็นจำนวนมากน่าสงสารหลงในวัฏฏสงสาร เพราะอวิชา สัตว์บางชนิดบางวันอาหารก็ไม่ได้กิน บางชนิดเช่นงูครึ่งเดือนแล้วอาหารยังไม่ตกถึงท้องเลย เรากำลังสร้างบารมีอยู่ครับ พระพุทธเจ้าปัญญาธิกะคือสิ่งที่เราปราถนา
นักพรต99
04-01-2008, 02:58 PM
ตอบkiatkiatแล้วเรื่องของ ปลายทางและจุดประสง ละครับ รายละเอียด ปลีกย่อย แต่ละอย่างแตกต่างกันเช่นไรครับพี่ Mikky รบกวนอีกนึด.... อิอิ.. คงไม่กวนเกินไปนะครับ ผมมันคนขี้สงสัยนะครับ
http://www.pantown.com/data/12577/board1/145-20051008145916.jpg
<!-- / message -->
นักพรต99
04-01-2008, 03:05 PM
ตอบคุณkiatkiatพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๑ (javascript:popUp('/front/tipitaka/show.php?id=50'))- หน้าที่ 17
แต่โดยความหมายแห่งสัมมาสัมโพธิญาณ ของพระมหาโพธิสัตว์ทั้งหลาย
นั้น โดยกำหนดอย่างต่ำ ต้องปรารถนาการเพิ่มพูนโพธิสมภารตลอดเวลา ๔
อสงไขย (กำไร) แสนมหากัป. โดยกำหนดอย่างกลาง ต้องปรารถนาการเพิ่มพูน
โพธิสมภาร ตลอดเวลา ๘ อสงไขย (กำไร) แสนมหากัป. โดยกำหนดอย่างสูง
ต้องปรารถนาการเพิ่มพูนโพธิสมภารตลอดเวลาถึง ๑๖ อสงไขย (กำไร)
แสนมหากัป. และข้อแตกต่างกันเหล่านี้ พึงทราบด้วยสามารถแห่งบารมีของ
พระโพธิสัตว์ ผู้ที่เป็นปัญญาธิกะ สัทธาธิกะ และวิริยาธิกะ.
อธิบายว่า ผู้ที่เป็นปัญญาธิกะ ย่อมมีศรัทธาอ่อน แต่มีปัญญากล้าแข็ง
และต่อจากนั้นไปไม่นาน บารมีก็จะถึงความบริบูรณ์ เพราะความเป็นผู้ฉลาด
ในอุบาย เป็นภาวะผ่องใส และละเอียดอ่อน.
ผู้ที่เป็นสัทธาธิกะ ย่อมมีปัญญาปานกลาง เพราะฉะนั้น บารมีของ
พระโพธิสัตว์ผู้เป็นสัทธาธิกะเหล่านั้น จึงถึงความบริบูรณ์ไม่เร็วเกินไป และ
ไม่ช้าเกินไป.
ส่วนผู้ที่เป็นวิริยาธิกะ ย่อมมีปัญญาน้อย เพราะฉะนั้น บารมีของ
พระโพธิสัตว์ ผู้วิริยาธิกะเหล่านั้น จึงถึงความบริบูรณ์ โดยการเนิ่นนาน
ทีเดียว.
widya
04-01-2008, 10:50 PM
ผมอธิษฐานบำเพ็ญบารมีพุทธวิริยาธิกะพิเศษเพื่อบรรลุเป็น " พระพุทธสิกขีทศพล " ในอนาคตครับ
ขอเชิญทุก ๆ ท่านร่วมอนุโมทนาบุญด้วยครับ
1. ผมได้บูชาพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมประดับเพชร หน้าตัก 9 นิ้ว หนึ่งองค์ จากวัดท่าซุง เพื่อนำไปบรรจุเจดีย์ที่วัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น
2. ถวายพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับจากอ.ไก่ และองค์พระบรมสารีริกธาตุอื่น ๆ และได้รวบรวมเงินของตนเองและจากผู้ที่รู้จักกันนำไปร่วมสร้างเจดีย์ที่วัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น ด้วย..<O:p</O:p
3. วันที่ 28 ต.ค 2550 ทำบุญทอดกฐินวัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น 1,000 บาท
4. วันที่ 24 พ.ย. 2550 ทำบุญชื้อที่ดินถวายวัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น 1,000 บาท
5. วันที่ 1 พ.ย 2550 ทำบุญสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแนะนำพระกรรมฐาน กับ อ.ไก่ 500 บาท
6. วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 2550 ทำบุญทอดกฐินวัดป่าบ้านตาด จ.อุดร 1,000 บาท
7. วันอาทิตย์ที่ 4 พ.ย. 2550 ทำบุญทอดกฐินวัดปทุมธารพิทักษ์ จ.อุดร 1,000 บาท
8. วันอาทิตย์ที่ 4 พ.ย. 2550 ทำบุญทอดกฐินวัดพรหมพิชัย ต.ดอนเงิน อ. เชียงยืน จ.มหาสารคาม 1000 บาท
9. วันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย. 2550 ทำบุญทอดกฐินวัดทุ่งสงวน ต. แดนสงวน อ.ระโนด จ. สงขลา 2,000 บาท
10. วันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย. 2550 ทำบุญกฐิน ณ.ศูนย์ปฏิบัติธรรมกาญจนาเษก จ. อุบลราชธานี 1,000 บาท
11. ทำบุญทอดกฐิน วัดป่าภูหินดัง จ. อุดร 1,000 บาท
12. วันที่ 11 พ.ย. 2550 ทำบุญทอดกฐินวัดป่าชลิตานุสรณ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 500 บาท
13. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2550 บุญทอดกฐิน วัดถ้ำวราราม จ.สุราษฎ์ธานี จำนวน 500 บาท
14 .ทำบุญชำระหนี้สงฆ์ สร้างโบสถ์ ณ.วัดถ้ำวราราม ต.รมณี อ.พนม จ.สุราษฏธานี 1,000 บาท
15. ทำบุญ"โครงการบูรณะส้วมกุฏิพระวัดท่าซุง ครั้ง ที่ ๒" จ.อุทัยธานี 500 บาท
16. วันที่ 18 พ.ย. 2550 ได้ไปบริจาคเลือดครั้งที่ 19 ที่อนามัยแถว ๆ ถนนเพชรเกษม
17. ถวายพระบรมสารีริกธาตุบรรจุที่เจดีย์วัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น
18. ถวายพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ณ ศาลาไหว้พระสวดมนต์ของวัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น ( ครั้งที่ 1 )
19. วันที่ 19 ธันวาคม 2550 ทำบุญผ้าป่าช่วยชาติกับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่สวนแสงธรรม จ.นครปฐม 500 บาท 20. วันที่ 25 ธันวาคม 2550 ทำบุญผ้าป่าช่วยชาติกับหลวงตามหาบัวที่สวนแสงธรรม จ. นครปฐม 300 บาท
21. ถวายพระบรมสารีกริกธาตุให้วัดเกาะทอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้พระท่านพิจารณาถวายไปบรรจุยังสถานที่ต่างๆ (ครั้งที่ 2 )
22. ถวายพระบรมสารีกริกธาตุให้บรรจุเจดีย์ กับหลวงตามหาบัว จังหวัดร้อยเอ็ด
..........บุญกุศลทั้งหลายที่ข้าพเจ้าตั้งใจทำด้วยดีแล้วนั้น ขอให้ท่านทั้งหลายที่อนุโมทนาจงได้ผลสมบูรณ์เหมือนที่ข้าพเจ้าได้รับทุกประการเทอญ
..........ขอให้บุญกุศลทั้งหลายที่ข้าพเจ้าตั้งใจทำด้วยดีแล้วนั้น จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเป็นผู้เที่ยงต่อการบรรลุพระโพธิญาณบำเพ็ญบารมีพุทธวิริยาธิกะพิเศษ เป็นพระพุทธสิกขีทศพลญาณ ที่ 16 ในอนาคตกาล เพื่อนำเหล่าเวไนยสัตว์เข้าสู่นิพพาน ให้มากที่สุด เหมือนดังพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ มีสมเด็จองค์ปฐมเป็นต้นด้วยเทอญ...
..........และด้วยผลบุญกุศลทั้งหมดนี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้รับพุทธพยากรณ์จากอนาคตวงศ์พระพุทธสิกขีทศพลทุก ๆ พระองค์ และจากพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จนกว่าข้าพเจ้าบรรลุพระโพธิญาณบำเพ็ญบารมีพุทธวิริยาธิกะพิเศษ เป็นพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ 16 ในอนาคตกาลด้วยเทอญ...<O:p></O:p>
<!-- / message --><!-- edit note -->
pipat
05-01-2008, 06:38 PM
โมทนาด้วยครับ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั้นครับ
waratisa
05-01-2008, 07:39 PM
กระผมขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีใจตั้งมั่น บุญใดที่กระผมทำมาก็ขอบุญทั้งหลายจงเกื้อหนุนท่านทั้งหลายให้ถึงฝั่งที่ตั้งใจไว้ ท่านที่สงสัยในเรื่องใดก็ลองอ่านหนังสือหลวงพ่อพระราชพรหมยานเถระดูหรือประวัติหลวงพ่อปานจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ ท่านทั้งสองเป็นแบบอย่างที่มีค่ามากครับ
ขณิกสมาธิ
12-01-2008, 06:48 PM
ครับ กระผมขออนุโมทนา ด้วยครับ ธรรมใดที่ทุกท่าน ได้เห็นแจ้งแล้วในปัจจุบันและอนาคต ก็ขอให้ผมเห็นธรรมนั้นด้วยเทอญ
นักพรต99
14-01-2008, 11:18 AM
โมทนากับพุทธภูมิทุกท่านครับ ต้องสู้กันต่อไปจนกว่าจะถึงจุดหมาย เหนื่อยแล้วเหนื่อยอีก แต่ก็เหนื่อยเพื่อสัตว์โลกทั้งหลายให้พ้นทุกข์
http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif ขออนุโมทนาสาธุครับ http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif
ยังมีสรรพสัตว์อีกจำนวนมากมีอวิชา คือความไม่รู้ หลงมัวเมา รอการช่วยเหลือ รอพระพุทธมาโปรด เพราะบางกัปป์ไม่มีพระพุทธเจ้ามาประสูตเลย มนุษย์จะไม่รู้จักความดี ไม่รู้จักศีล ยกยองคนช้ว ยกย่องคนรวย ดังนั้นขอเป็นกำลังใจแก่พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ครับ สาธุ สาธุ สาธุhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif
ฐาณัฏฐ์
17-01-2008, 02:33 AM
ขออนุโมทนาบุญอันยิ่งใหญ่กับทุกท่านที่ตั้งสัจจะอธิฐานพุทธภูมิ ปราถนาพระโพธิสัตว์อันเป็นกุศลแก่สัตว์โลกทั้งน้อยใหญ่ ด้วยเดชแห่งทาน ศีล ภาวนา ที่ข้าพเจ้าปฏิบัติมาดีแล้ว จงเป็นปัจจัยให้ท่านผู้ปราถนาพระโพธิสัตว์ทุกท่านได้บำเพ็ญบารมีสำเร็จอย่างเอกอุฏษ์ย่นย่อโดยเร็ววัน ขอให้ทุกท่านได้บรรลุธรรมฉัพพรรณ์ทันด่วน ทั้งปัจจุบันและในอนาคตกาล ให้ทุกภพทุกชาติอย่าได้ว่างเว้นพระโพธิสัตว์ ให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองสืบไป และให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีบารมีวาสนาได้การทำนุบำรุงพุทธศาสนาจากนี้ไปตลอด 6 ชาติ เข้าสู่นิพาน ธรรมใดที่ท่านเห็นแจ้งขอข้าพเจ้าเห็นแจ้ง สาธุ สาธุ สาธุ
นักพรต99
28-01-2008, 05:26 PM
กระผมขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีใจตั้งมั่น บุญใดที่กระผมทำมาก็ขอบุญทั้งหลายจงเกื้อหนุนท่านทั้งหลายให้ถึงฝั่งที่ตั้งใจไว้ ท่านที่สงสัยในเรื่องใดก็ลองอ่านหนังสือหลวงพ่อพระราชพรหมยานเถระดูหรือประวัติหลวงพ่อปานจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ ท่านทั้งสองเป็นแบบอย่างที่มีค่ามากครับ
สาธุ สาธุ สาธุhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif
ผมเห็นด้วยครับว่าหนังสือหลวงพ่อฤษีลิงดำท่านเขียนไว้ดีมากครับ หนังสือหลักคือคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐานท่านจะอธิบาย การเข้าฌาน4 ได้ละเอียด ผมเองยังนึกเสียดายว่าขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่ผมไม่เคยไปปฏิบัติกรรมฐานกับท่านเลยทั้งๆที่รู้ว่าท่านมาที่ซอยสายลมบ่อยๆ หาซื้อร้านค้าทั่วไปไม่มีครับ ต้องซื้อ กทม.พหลโยธิน ซอย 8 หรือที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานีครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif
Mr.Kim
07-02-2008, 11:38 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=242528&stc=1&thumb=1&d=1195785464 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=242528&d=1195785464)
ธมฺมกาโม ภวํ โหติ</SPAN>
ผู้ฝักใฝ่ในธรรมเป็นผู้เจริญ
ธมฺมเทสฺสิ ปราภโว
ผู้ชังธรรม เป็นผู้เสื่อม
นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี.
...............................................................
อนุโมทนา สาธุ ๆ ๆ
Khuntee
08-02-2008, 12:20 PM
ขอให้ทุกท่าน สมความปรารถนา ด้วยครับ
wuttichai0329
08-02-2008, 04:05 PM
ผมไม่ลงชื่อ แต่
ผมอยากเป็นพระพุทธเจ้า อย่างพระศรีอาริยเมตไตรย์ ครับ
บัวเกี๋ยง
11-02-2008, 11:57 AM
อนุโมทนาครับผู้ใดที่ปรารถนาขอให้จำเร็จด้วยจิตที่บริสุทธิ์ช่วยให้หมู่สัตว์ทั้ง 3 โลกเข้าสู่นิพาน ผมเป็นผู้หนึ่งที่ปราถนาพุทธภูมิมาตั้งแต่ชาติไหนไม่รู้ต้องการช่วยหมุ่สัตว์ทั้งหลาย สาธุ
บัวบานbouban
11-02-2008, 12:30 PM
ขออนุโมทนาสาธุ ครับ ขอให้สิ่งที่ทุกท่านอธิษฐานจิต ขอให้สมปราถนา บุญกุศลใดที่ทำไว้ขอให้เกื้อหนุน จิตให้ผ่องใส ตื่นกับธรรมอยู่ตลอดชั่วกาลนานครับ สาธุ
Komodo
11-02-2008, 12:39 PM
ชบาคมน์ ธรรมปรีชา
ปรารถนาพุทธภูมิแบบปัญญาธิกะ
ความดีตอนนี้ก็ทำความดีทุกรูปแบบครับ ภารกิจหลักตอนนี้ คือ บริจาคเงินสร้างพระไตรปิฏก Web version ให้เว็บพลังจิตจำนวน 26,000 บาทครับ (ผ่อนเดือนละ 2,600 บาท ตอนนี้ผ่อนไป 2 งวดแล้วครับ)
ขออนุโมทนา
ปล. ดูรายละเอียดตามลายเซ็นด้านล่างเลยครับ
warnipon
15-02-2008, 04:34 PM
ผมเป็นคนหนึ่งที่กำลังสับสน ว่าจะไปทางพุทธภูมิหรือสาวกภูมิดี ผมกำลังทำอยู่คือความดีละเว้นความชั่ว พวกเพื่อนๆผมจะไปทางสาวกกันหมด มีผมเพียงคนเดียวที่กำลังปฏิบัติทางพุทธภูมิอยู่ กำลังหากำลังใจ เอาใจช่วยผมด้วยครับ อนุโมทนาสาธุ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
ฐาณัฏฐ์
15-02-2008, 05:17 PM
ผมเป็นคนหนึ่งที่กำลังสับสน ว่าจะไปทางพุทธภูมิหรือสาวกภูมิดี ผมกำลังทำอยู่คือความดีละเว้นความชั่ว พวกเพื่อนๆผมจะไปทางสาวกกันหมด มีผมเพียงคนเดียวที่กำลังปฏิบัติทางพุทธภูมิอยู่ กำลังหากำลังใจ เอาใจช่วยผมด้วยครับ อนุโมทนาสาธุ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
คิดว่าคุณได้คำตอบแล้วนะ
สาธุครับ
(good)
widya
15-02-2008, 07:38 PM
ผมเป็นคนหนึ่งที่กำลังสับสน ว่าจะไปทางพุทธภูมิหรือสาวกภูมิดี ผมกำลังทำอยู่คือความดีละเว้นความชั่ว พวกเพื่อนๆผมจะไปทางสาวกกันหมด มีผมเพียงคนเดียวที่กำลังปฏิบัติทางพุทธภูมิอยู่ กำลังหากำลังใจ เอาใจช่วยผมด้วยครับ อนุโมทนาสาธุ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
ข้อความจากเวปคนเมืองบัว
ถามถ้าวิตกกลัวว่า จะลาพุทธภูมิไปก่อน ด้วยเหตุอันใดอื่นๆแล้ว เราจะมีเทคนิคทำอย่างไรดี ให้กำลังใจเรามั่นคง สำเร็จแน่แท้ตามที่หวังครับ
ตอบ
เครื่องบำรุงใจแห่งพุทธภูมิ
อย่ามุ่งหวังในเรื่องบริวารว่าจะมาให้โลกธรรมแปดแก่เรา ปฏิบัติตนทั้งทางโลกและทางธรรมตามหน้าที่ และเพื่อปูพื้นฐานให้อนุชนรุ่นหลังได้กระทำความดีตามในเบื้องต้น เบื้องกลางและเบื้องปลาย อย่างไม่เจาะจงตามรอยแห่งพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ที่กล่าวว่า ตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกเท่านั้น อริยชนใดที่ปรารถนาพุทธภูมิ หากยังต้องการโลกธรรมแปดจากบริวารใกล้ตัวและไกลตัวในที่สุดก็จะเห็นความมีอัตตา ตัวตนแห่งบริวารนั้นๆ แล้วไม่สมปรารถนาของตน ตนเองนั่นแหละจะเป็นผู้ท้อถอยในพระโพธิญาณแล้วลาพุทธภูมิ เอาตัวเองรอด หมายความถึงว่า ผู้ปรารถนาพุทธภูมินั้นมีอุปกิเลสกินใจ ฝ่ายกุศลบังหน้า อิงโลกธรรมแปดอยู่เบื้องหลัง ยังมิได้บำเพ็ญบารมีในบารมี ๓๐ ทัศอย่างแท้จริง ด้วยบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเครื่องเศร้าหมองด้วยโลกธรรมแปดอยู่ในอนุสัยเลย จึงต้องใช้เวลาขัดเกลาอัตตา ตัวตน และสังโยชน์ ๑๐ เป็นเวลาอย่างน้อย ๔ อสงไขยกับแสนมหากัป เพื่อในชาติสุดท้ายจะได้มีอารมณ์จิตเกือบเทียบเท่าพระอรหันต์ และชาติต่อไปจะได้เป็นพระพุทธเจ้าโดยอัตโนมัติ ด้วยปัญญาสมบูรณ์แล้วแห่งธรรม ๘๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ โดยสรุปย่อดังนี้นะครับ
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>
โดนใจอย่างยิ่ง ขอโมทนากับพี่วิทยา ให้สมความปรารถนาในพระโพธิญาณในพระพุทธสิกขีทศพลโดยเฉียบพลัน
ธรรมวิวัฒน์
16-02-2008, 03:50 PM
อนุโมทนาครับถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและในอนาคตไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณพร้อมเหล่าพระสาวกของพระพุทธเจ้าทุกท่านทุกองค์ไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณ สาธุ มหาสาธุ
<!-- / message --><!-- sig -->
Komodo
03-03-2008, 12:50 PM
ผมเป็นคนหนึ่งที่กำลังสับสน ว่าจะไปทางพุทธภูมิหรือสาวกภูมิดี ผมกำลังทำอยู่คือความดีละเว้นความชั่ว พวกเพื่อนๆผมจะไปทางสาวกกันหมด มีผมเพียงคนเดียวที่กำลังปฏิบัติทางพุทธภูมิอยู่ กำลังหากำลังใจ เอาใจช่วยผมด้วยครับ อนุโมทนาสาธุ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
เบื่อเกิด ต้องการนิพพานชาตินี้ ก็เลือกทางของสาวกภูมิครับ
ชอบเกิด อยากโปรดสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ ก็เลือกทางของพุทธภูมิ
มีคนมากมายปรารถนาพุทธภูมิ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
อย่างไรก็ดี หากปราศจากซึ่งคนปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เราก็คงไม่มีพระพุทธเจ้าอีกต่อไปครับ
ตั้งความปรารถนาแล้วลุยไปเลยครับ
widya
05-03-2008, 08:09 PM
ผมอธิษฐานบำเพ็ญบารมีพุทธวิริยาธิกะพิเศษเพื่อบรรลุเป็น " พระพุทธสิกขีทศพล ที่ 16 " ในอนาคตครับ
ขอเชิญทุกท่านร่วมอนุโมทนาบุญครับ
1. ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ทำบุญสร้างพระเนื้อดินเผา ๘๔,๐๐๐ องค์ ๑,๐๐๐ บาท<O:p></O:p>
2. ๙ มกราคม ๒๕๕๑ ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธเจ้าองค์ปฐม พระพุทธศรีศากยะมุนี พระศรีอริยะเมตไตร ๕๐๐ บาท <O:p></O:p>
3. ๒๓ มกราคม ๒๕๕๑ ทำบุญสร้างผอบเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จองค์ปฐมที่เกศของพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมสร้างพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมทั้ง ๑๒ องค์ สร้างวิหาร,ศาลา เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม จำนวน ๑,๒๐๐ บาท<O:p></O:p>
4. ๒๔ มกราคม ๒๕๕๑ ทำบุญสร้างกุฏิและซื้อที่ดินถวายวัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น ๑,๐๐๐ บาท<O:p></O:p>
5. ร่วมทำบุญซื้อตู้เหล็กถวายวัดเกาะทอง ๕๐๐ บาท<O:p></O:p>
6. ถวายพระบรมสารีริกธาตุเพื่อบรรลุจุเจดีย์ วัดป่าห้วยกุ่ม อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ๑ ชุด<O:p></O:p>
7. ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ถวายพระบรมสารีริกธาตุเพื่อบรรจุเจดีย์ วัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น<O:p></O:p>
8. ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ถวายปัจจัยสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น ๑๐,๐๐๐ บาท<O:p></O:p>
9. ๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ร่วมทำบุญบูชาพระที่ทำจากหินพระธาตุสามร้อยยอดเพื่อบรรจุเจดีย์ วัดเกาะทอง จ.ขอนแก่น ๕๐๐ บาท <O:p></O:p>
<O:p</O:p
...บุญกุศลทั้งหลายที่ข้าพเจ้าตั้งใจทำด้วยดีแล้วนั้น ขอให้ท่านทั้งหลายที่อนุโมทนาจงได้ผลสมบูรณ์เหมือนที่ข้าพเจ้าได้รับทุกประการเทอญ<O:p></O:p>
...ขอบุญกุศลทั้งหลายที่ข้าพเจ้าตั้งใจทำด้วยดีแล้วนั้น จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเป็นผู้เที่ยงต่อการบรรลุพระโพธิญาณบำเพ็ญบารมีพุทธวิริยาธิกะพิเศษเป็นพระพุทธสิกขีทศพลที่ 16 ในอนาคตกาล เพื่อนำเหล่าเวไนยสัตว์เข้าสู่นิพพาน ให้มากที่สุด เหมือนดังพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ มีสมเด็จองค์ปฐมเป็นต้นด้วยเทอญ... <O:p></O:p>
...และด้วยผลบุญกุศลทั้งหมดนี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้รับพุทธพยากรณ์จากอนาคตวงศ์พระพุทธสิกขีทศพลทุก ๆ พระองค์ และจากพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จนกว่าข้าพเจ้าบรรลุพระโพธิญาณบำเพ็ญบารมีพุทธวิริยาธิกะพิเศษเป็นพระพุทธสิกขีทศพลที่ 16 ในนอนาคตกาลด้วยเทอญ...<O:p></O:p>
<!-- / message --><!-- edit note -->
gitti
05-03-2008, 09:36 PM
เคยปราถนาอยากเป็นพระโพธิสัตว์ค่ะ ไม่รู้ทำไมถึงอยากเป็น รู้สึกอิ่มใจทุกครั้งที่คิดอยากเป็นพระโพธิสัตว์ แต่พอมาดูคุณสมบัติของท่านแล้วเราเทียบไม่ได้เลยค่ะ กำลังใจก็ถดถอย เลยขอมุ่งสู่พระนิพพานในชาตินี้ (หากเป็นไปได้) กราบอนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ปราถนาพุทธภูมิด้วยนะคะ ขอให้ทำสำเร็จทุกท่านเลย สาธุ สาธุ สาธุ
ด.ช.หมึก
07-03-2008, 12:55 PM
ด.ช.หมึก ปัญญาธิกะ
thamruksaudon
13-03-2008, 02:23 PM
ถามผมว่าปรารถนาพุทธภูมิหรือไม่ ถ้าผมคิดง่ายๆภูมิ แปลว่า แผ่นดิน ดังนั้น ผม ก็คิดว่า ถ้าเลือกได้ก็ขอให้ได้เกิดบนแผ่นดินที่มีศาสนาพุทธ แต่ตอนหลังผมมาทราบว่า ปรารถนาพุทธภูมิ หมายถึง การอยากจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆไป ผมก็เลยเปลี่ยนความคิดแล้ว ว่าชาติปัจจุบันนี้นะ ปรารถนาอยากจะทำความดีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีศีล มีธรรม มีทาน และก็มีเวลาก็จะพยายามภาวนาให้ได้มากที่สุดดังใจอยากครับ และถ้าเป็นไปได้ผมก็ปรารถนาอยากให้สัพพะสิ่งทุกอย่างทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตบนโลก(รวมทั้งนรกและสวรรค์)ใบนี้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขครับ สิ่งที่ปรารถนา...
ธรรมรักษา(อุดร).......
นักพรต99
13-04-2008, 12:43 PM
ขอความนอบน้อมจงมีแด่ปณิธานของพระมหาวีระทั้งหลาย
ความปรารถนาของพวกท่านยิ่งใหญ่ ท่านจงได้ความปรารถนานั้นสมปรารถนาเถิด. ขอเสนียดจัญไรจงปราศไป ความโศก โรคจงพินาศไป อันตรายทั้งหลายจงอย่ามีแก่ท่าน ขอท่านจงสัมผัสพระโพธิญาณอันสูงสุดโดยสมัยนั้นเถิด.
ต้นไม้ดอก ย่อมออกดอกบานเมื่อถึงฤดูกาล ฉันใด ข้าแต่ท่านมหาวีระ ขอท่านจงบานด้วยพุทธญาณฉันนั้นเหมือนกันเถิด.
พระสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ทรงบำเพ็ญบารมี ๑o ฉันใด ข้าแต่ท่านมหาวีระ ท่านก็จงบำเพ็ญบารมี ๑o ฉันนั้นเถิด.
พระสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตรัสรู้ที่โพธิมัณฑสถานฉันใด ข้าแต่ท่านมหาวีระ ขอท่านจงตรัสรู้ที่โพธิมัณฑสถานของพระชินเจ้าฉันนั้นเถิด.
พระสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ทรงประกาศพระธรรมจักรฉันใด ข้าแต่ท่านมหาวีระ ขอท่านจงประกาศพระธรรมจักร ฉันนั้นเถิด.
ดวงจันทร์ในราตรีเพ็ญเต็มดวง รุ่งโรจน์ฉันใด ท่านมีมโนรถเต็มแล้ว จงรุ่งโรจน์ในหมื่นโลกธาตุฉันนั้นเถิด.
ดวงอาทิตย์พ้นจากราหูแล้วย่อมรุ่งโรจน์ฉันใด ท่านพ้นจากโลกแล้วก็จงรุ่งโรจน์ด้วยสิริ ฉันนั้นเหมือนกันเถิด.
แม่น้ำทุกสาย ย่อมไหลลงสู่มหาสมุทรฉันใด โลกพร้อมทั้งเทวโลก ขอจงชุมนุมยังสำนักของท่านฉันนั้นเถิด.
เมื่อท่านท้อ ขอท่านจงพิจารณารอยพระบาทพระโลกนาถที่ทรงดำเนินผ่านไปแล้ว
ขอจิตทั้งหลายที่จะมีท่านเป็นพระบรมนาถะ จงช่วยหนุนท่านไว้
ช้าหรือหยุดพักได้ แต่อย่าถอยหรือล้มเลิกง่ายๆเลย
ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระรัตนตรัย
ข้าแต่พระพุทธางกูรทั้งหลาย
ขอความนอบน้อมจงมีแก่ธรรมของพวกท่าน
ข้าพเจ้าไม่ปฏิญาณ์ว่าจะปรารถนาบรรลุด้วยสาวกบารมี ปัจเจกโพธิ หรือพระสัมมาสัมพุทธะ เพราะเมื่อพร้อมหรือแก่กล้าตามวิถีทางอย่างไร ข้าพเจ้าก็จะไปอย่างนั้น
แต่เล็งไว้แล้วครับ ถ้าพร้อมอย่างนี้ จะเป็นอย่างนั้น.
อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ ข้อความอลังการดีมากครับ อนุโมทนาสาธุกับข้อความของนายไม้ปีบทองครับ
chatyman
13-04-2008, 02:21 PM
ระยะทางอันยาวไกล ไปไม่พักก็ถึง......ไม่มากไม่มาย ชาตินี้ได้บริวารเพียงคนเดียวก็เกิดมาคุ้มแล้ว....
Lazaza
13-04-2008, 08:18 PM
เห็นความตั้งใจของทุกข์ท่านแล้ว
ต้องขอนับถือจริงๆ ขออนุโมทนาด้วยนะคะ
ดิฉันเป็นคนมีความอดทนน้อย
พิจารณาสังสารวัฏอันยาวไกลแล้ว
อิ่มเต็มที ไม่อยากจะเกิดอีก
ดิฉันขอเพียงสาวกภูมิ
ขอนิพพานในชาตินี้ก็พอค่ะ
Ball ^_^
14-04-2008, 02:26 PM
ปรารถนาพุทธภูมิเช่นกัน ศรัทธาธิกะ (ดูจากจริตตัวเอง)
อนุโมทนากับพระโพธิ์สัตว์ทุกท่าน
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย เป็นกำลังใจให้พระโพธิ์สัตว์ทุกท่านได้บรรลุถึงฝั่งแห่งพุทธภูมิ
สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
golf208
14-04-2008, 03:47 PM
ผมปราถนา พุทธภูมิสายปัญญาธิกะครับ
golf208 ปัญญาธิกะ
เหลืออีกกี่ชาติตอนนี้ยังไม่รู้ จะพยายามเมื่อถึงเวลาคงรู้เองครับ ถึงจะเหลืออีกนานเท่าใดก็จะสู้ต่อไปครับ เดินหน้าแล้วต้องเดินจนถึงที่สุด
ปรมิตร
15-04-2008, 02:51 PM
ผมคิดว่าการตั้งความปราถนาและการอธิษฐานจิต ไม่พึงคิดยึดติดในจำนวนภพชาตินะครับ ถ้าเรามั่นใจว่าจะเป็นเช่นนั้นๆ ก็จงทำความดีไปตามทางที่ผู้เดินไปก่อนนำไปแล้ว จงประคองจิตตนให้สูงและเดินตาม
ผมว่าการเปรียบเทียบว่าบำเพ็ญเพียรอย่างน้อยกี่ภพกี่ชาติจะบรรลุนี่ก็ดูๆไว้ อย่าไปยึดมากเราอาจมากกว่านั้นก็ได้ เอาเป็นว่าผมไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ดังที่ตั้งใจครับ ท่านทั้งหลายก็สู้ๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับเพื่อนที่เวียนว่ายตายเกิดด้วยกัน โปรดชี้แนะสิ่งดีๆให้กัน แล้วเจอกันเมื่อความประจวบเหมาะของกรรมมาถึงครับ สู้ๆเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
ยังไงก็ส่งความปราถนาดีถึงท่านทั้งหลายในเวปนี้ทุกท่านครับ
ธรรมวิวัฒน์
19-04-2008, 03:21 PM
อนุโมทนากับพุทธภูมิทุกท่านครับ สาธุ สาธุ สาธุ
บัวเกี๋ยง
23-04-2008, 12:26 PM
สาธุแด่พุทธภูมิทุกท่านเมื่อถึงเวลาจะรู้เองว่าอยู่ปัญญา ศรัทธา หรือวิริยะ การบำเพ็ญบารมีเพื่อช่วยทุกคนเป็นสิ่งที่ดี ผมก็เช่นกันแล้วแต่วาสนาการที่ผมอธิฐานพุทธภูมิเพราะส่งสารมนุษย์ที่เดินทางผิด จิตคิดดี ทำดี พูดดี บารมีที่ดี
Mr.Kim
23-04-2008, 08:35 PM
พุทธภูมิ แบบวิริยะธิกะ
หลังจากที่ผมสงสัยว่าตัวผมเองมาเป็นเวลานาน ว่าปรารถนาพุทธภูมิมาจริงหรือไม่ ทั้งรู้สึกลึกๆ ว่าตนเองปรารถนาพุทธภูมิ แต่ไม่มั่นใจกลัวว่าจะอุปทานไปเอง ในที่สุดก็ได้รับคำตอบยืนยันจากอาจารย์ไก่ (คนเมืองบัว) ตอนฝึกมโนมยิทธิครั้งแรกกับอาจารย์ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ท่านได้บอกผมว่า ผมปรารถนาพุทธภูมิแบบวิริยะธิกะครับ
จากที่เคยลาพุทธภูมิตอนที่ยังไม่แน่ใจ ตามที่เคยโพสไว้ในกระทู้คุณ yoottapong ผมขอถอนคำลา เนื่องด้วยยังห่วงสรรพสัตว์ และกิจการงานพุทธภูมิ นับจากนี้ไป ผมขอตั้งความปรารถนาพุทธภูมิ แบบวิริยะธิกะตามที่บำเพ็ญบารมีมา เพื่อพาสรรพสัตว์ข้ามห้วงวัฏฏสงสาร และช่วยเหลืองานพุทธภูมิต่อไป จนกว่าจะการบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณในอนาคตกาล เมื่อบารมีถึงพร้อม และถึงวาระแล้ว
ปล. ขอขอบคุณคำแนะนำในกระทู้ต่างๆ จากคุณ yoottapong และทุกๆ ท่านในเว็ปพลังจิตเลยนะครับ
...........................................................................................................................
ข้าพเจ้าขอเป็นกำลังใจให้เหล่าพุทธภูมิทุกท่าน ผู้เสียสละตนเองเพื่อความสุขของผู้อื่น ผู้เปรียบเสมือนกัปตันเรือผู้พากเพียรพาลูกเรือ คือ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ข้ามห้วงมหาสมุทรแห่งความทุกข์ อันมีชื่อว่า "วัฏฏสงสาร" ฝ่าคลื่นลมมรสุมกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา และอาสวะทั้งหลาย เพื่อนำสรรพสัตว์เหล่านั้น ไปสู่แดนทิพย์พระนิพพานบรมสุข นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ สาธุ
นักพรต99
24-04-2008, 07:50 AM
พุทธภูมิ แบบวิริยะธิกะ
หลังจากที่ผมสงสัยว่าตัวผมเองมาเป็นเวลานาน ว่าปรารถนาพุทธภูมิมาจริงหรือไม่ ทั้งรู้สึกลึกๆ ว่าตนเองปรารถนาพุทธภูมิ แต่ไม่มั่นใจกลัวว่าจะอุปทานไปเอง ในที่สุดก็ได้รับคำตอบยืนยันจากอาจารย์ไก่ (คนเมืองบัว) ตอนฝึกมโนมยิทธิครั้งแรกกับอาจารย์ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ท่านได้บอกผมว่า ผมปรารถนาพุทธภูมิแบบวิริยะธิกะครับ
จากที่เคยลาพุทธภูมิตอนที่ยังไม่แน่ใจ ตามที่เคยโพสไว้ในกระทู้คุณ yoottapong ผมขอถอนคำลา เนื่องด้วยยังห่วงสรรพสัตว์ และกิจการงานพุทธภูมิ นับจากนี้ไป ผมขอตั้งความปรารถนาพุทธภูมิ แบบวิริยะธิกะตามที่บำเพ็ญบารมีมา เพื่อพาสรรพสัตว์ข้ามห้วงวัฏฏสงสาร และช่วยเหลืองานพุทธภูมิต่อไป จนกว่าจะการบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณในอนาคตกาล เมื่อบารมีถึงพร้อม และถึงวาระแล้ว
ปล. ขอขอบคุณคำแนะนำในกระทู้ต่างๆ จากคุณ yoottapong และทุกๆ ท่านในเว็ปพลังจิตเลยนะครับ
...........................................................................................................................
ข้าพเจ้าขอเป็นกำลังใจให้เหล่าพุทธภูมิทุกท่าน ผู้เสียสละตนเองเพื่อความสุขของผู้อื่น ผู้เปรียบเสมือนกัปตันเรือผู้พากเพียรพาลูกเรือ คือ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ข้ามห้วงมหาสมุทรแห่งความทุกข์ อันมีชื่อว่า "วัฏฏสงสาร" ฝ่าคลื่นลมมรสุมกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา และอาสวะทั้งหลาย เพื่อนำสรรพสัตว์เหล่านั้น ไปสู่แดนทิพย์พระนิพพานบรมสุข นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ สาธุ
อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ กับความปราถนาพุทธภูมิของท่านนะครับ
janepat2549
27-04-2008, 07:18 PM
อมิตพุทธ
ขอให้ผู้เจริญธรรมสำเร็จตามที่สมประสงค์ด้วยน่ครับ
อนุโมทนา
ปัญญาธรรม
01-05-2008, 11:25 AM
เฮ้อ...กลายเป็นกระแสตามแฟชั่นไปซะแล้ว
เรารู้เราอยู่ในใจ ทำอะไรเราย่อมรู้ ใยต้องป่าวประกาศ
แสดงศักดาความยิ่งใหญ่แห่งตัวตน ให้มหาชนเขาประจักษ์เล่า
Suebsant
05-05-2008, 06:51 PM
โมทนาสาธุ กับ บุญบารมีและความพยายามที่นับเป็น สิบๆอสงไขยกับแสนมหากัปป์
coolz
10-05-2008, 05:27 PM
พุทธภูมิ แบบวิริยะธิกะ
หลังจากที่ผมสงสัยว่าตัวผมเองมาเป็นเวลานาน ว่าปรารถนาพุทธภูมิมาจริงหรือไม่ ทั้งรู้สึกลึกๆ ว่าตนเองปรารถนาพุทธภูมิ แต่ไม่มั่นใจกลัวว่าจะอุปทานไปเอง ในที่สุดก็ได้รับคำตอบยืนยันจากอาจารย์ไก่ (คนเมืองบัว) ตอนฝึกมโนมยิทธิครั้งแรกกับอาจารย์ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ท่านได้บอกผมว่า ผมปรารถนาพุทธภูมิแบบวิริยะธิกะครับ
จากที่เคยลาพุทธภูมิตอนที่ยังไม่แน่ใจ ตามที่เคยโพสไว้ในกระทู้คุณ yoottapong ผมขอถอนคำลา เนื่องด้วยยังห่วงสรรพสัตว์ และกิจการงานพุทธภูมิ นับจากนี้ไป ผมขอตั้งความปรารถนาพุทธภูมิ แบบวิริยะธิกะตามที่บำเพ็ญบารมีมา เพื่อพาสรรพสัตว์ข้ามห้วงวัฏฏสงสาร และช่วยเหลืองานพุทธภูมิต่อไป จนกว่าจะการบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณในอนาคตกาล เมื่อบารมีถึงพร้อม และถึงวาระแล้ว
ปล. ขอขอบคุณคำแนะนำในกระทู้ต่างๆ จากคุณ yoottapong และทุกๆ ท่านในเว็ปพลังจิตเลยนะครับ
...........................................................................................................................
ข้าพเจ้าขอเป็นกำลังใจให้เหล่าพุทธภูมิทุกท่าน ผู้เสียสละตนเองเพื่อความสุขของผู้อื่น ผู้เปรียบเสมือนกัปตันเรือผู้พากเพียรพาลูกเรือ คือ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ข้ามห้วงมหาสมุทรแห่งความทุกข์ อันมีชื่อว่า "วัฏฏสงสาร" ฝ่าคลื่นลมมรสุมกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา และอาสวะทั้งหลาย เพื่อนำสรรพสัตว์เหล่านั้น ไปสู่แดนทิพย์พระนิพพานบรมสุข นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ สาธุ
ขออนุโมทนาด้วย
ขอความตั้งมั่นพยายามในตัวท่าน ให้ท่านได้ไปในสิ่งที่ท่านปรารถนาด้วยเทอญ
ส่วนเราปรารถนาพุทธภูมิแต่ยังไม่ทราบว่าทางใด แต่คาดว่าไม่นานจะรู้เอง
thanatos hipnos
10-05-2008, 09:31 PM
สาธุ ขอให้ทุกๆท่านจงสำเร็จ (ส่วนผมจะขอเป็นผู้หยั่งรู้สัจธรรม ทั้งแสนโกฏิจักรวาล)
นักพรต99
25-05-2008, 08:56 PM
เฮ้อ...กลายเป็นกระแสตามแฟชั่นไปซะแล้ว
เรารู้เราอยู่ในใจ ทำอะไรเราย่อมรู้ ใยต้องป่าวประกาศ
แสดงศักดาความยิ่งใหญ่แห่งตัวตน ให้มหาชนเขาประจักษ์เล่าก็เคารพความเห็นของท่านนะครับ แต่ขอมองต่างมุมคงไม่ว่ากันนะครับ(หวังว่าคงไม่โกรธกันนะเพราะดูจากนามแฝงของท่านแล้วก็เป็นนักปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ถ้าโกรธก็ขออภัยก็แล้วกันนะตรงนี้เลยนะครับ)ผมคิดว่าคนที่ปราถนาแล้วมารวมกลุ่มกันคุยกัน แลกเปลี่ยนความเห็นกัน แบ่งปันความรู้กัน ไต่ถามกันในที่สุดก็ได้ความรู้กันทั้งผู้ถามและผู้อ่าน อีกประการหนึ่งแทบทุกคนก็ใช้นามแฝงถ้าจะมองว่าประกาศก็คงไม่ชัดนัก หรือถ้ามองว่าเป็นกระแสนิยม ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะว่าเมื่อมีคนปราถนาจะรื้อสัตว์ขนสัตว์เข้าสู่พระนิพพาน คนอื่นเห็นก็ปราถนาตามก็ยิ่งดี มีคนปราถนานางแก้ว คนอื่นเห็นก็ปราถนาตาม(ความปราถนาช่วยเหลือผู้อื่น สงเคราะห์ผู้อื่นเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว)ไม่รู้ซิครับผมเรืยนว่าผมเองก็ได้ความรู้จากผู้ปราถนาพุทธภูมิ(พอเรารู้ว่าคนนี้เขาปราถนา เราเองก็ปราถนาเหมือนเขา เราก็ตามอ่านความคิดของเขารู้อะไร ศึกษาอะไร) ในเว็บนี้เยอะมาก สุดท้ายคนที่ปราถนาแล้วได้บอกความปราถนาให้แก่คนอื่น คนอื่นๆเขาก็อนุโมทนา คนอื่นๆก็ได้บุญด้วย(ถ้าไม่บอกคนอื่นเขาคงไม่รู้ เขาคงอนุโมทนาไม่ได้ครับ)
thanatos hipnos
28-05-2008, 10:28 PM
ก็เคารพความเห็นของท่านนะครับ แต่ขอมองต่างมุมคงไม่ว่ากันนะครับ(หวังว่าคงไม่โกรธกันนะเพราะดูจากนามแฝงของท่านแล้วก็เป็นนักปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ถ้าโกรธก็ขออภัยก็แล้วกันนะตรงนี้เลยนะครับ)ผมคิดว่าคนที่ปราถนาแล้วมารวมกลุ่มกันคุยกัน แลกเปลี่ยนความเห็นกัน แบ่งปันความรู้กัน ไต่ถามกันในที่สุดก็ได้ความรู้กันทั้งผู้ถามและผู้อ่าน อีกประการหนึ่งแทบทุกคนก็ใช้นามแฝงถ้าจะมองว่าประกาศก็คงไม่ชัดนัก หรือถ้ามองว่าเป็นกระแสนิยม ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะว่าเมื่อมีคนปราถนาจะรื้อสัตว์ขนสัตว์เข้าสู่พระนิพพาน คนอื่นเห็นก็ปราถนาตามก็ยิ่งดี มีคนปราถนานางแก้ว คนอื่นเห็นก็ปราถนาตาม(ความปราถนาช่วยเหลือผู้อื่น สงเคราะห์ผู้อื่นเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว)ไม่รู้ซิครับผมเรืยนว่าผมเองก็ได้ความรู้จากผู้ปราถนาพุทธภูมิ(พอเรารู้ว่าคนนี้เขาปราถนา เราเองก็ปราถนาเหมือนเขา เราก็ตามอ่านความคิดของเขารู้อะไร ศึกษาอะไร) ในเว็บนี้เยอะมาก สุดท้ายคนที่ปราถนาแล้วได้บอกความปราถนาให้แก่คนอื่น คนอื่นๆเขาก็อนุโมทนา คนอื่นๆก็ได้บุญด้วย(ถ้าไม่บอกคนอื่นเขาคงไม่รู้ เขาคงอนุโมทนาไม่ได้ครับ)เห็นด้วย
ปัจเจกพุทธะ
29-05-2008, 01:06 AM
อายันตุ โภนโต อิธะ ทานะ สีละ เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจาธิฏฐานะเมตตุเปกขา ยุทธายะ โว คัณหะถะอาวุธานีติ.
ดูก่อนพระบารมีทั้งหลาย ขอเชิญพระบารมีคือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิฐานะ เมตตา และอุเบกขา จงมาที่นี่โดยเร็วพลัน แล้วพากันถือเอาอาวุธ เพื่อยุทธ์กับพญามาร (กิเลส) เถิด.
อนุโมทนาครับ.
บริจาคเงินช่วยวัดพระบาทน้ำพุ
โทร.1900-222-200 6บาท/นาที
<!-- / message -->
<!-- / message --><!-- edit note -->
kong_sorakrit
29-05-2008, 08:14 PM
ขออนุโมทนา
ariesnew
29-05-2008, 11:38 PM
ขออนุโมทนาอย่างยิ่งครับผม
ส่วนผมขอ หวังพระนิพพาน เป็นอย่างยิ่งครับ
สาธุ สาธุ สาธุ ยิ่งครับผม
น้องบุญน้อย
30-05-2008, 02:14 AM
นึกถึง ก็ห่วงบิดามารดา ญาติพี่น้องเนอะ อยากเอาเขาไปด้วย สายใยผูกพันธ์
azalia
02-06-2008, 11:11 PM
ผู้ที่รู้จักและเข้าใจ "ทุกข์" และเหตุ-ปัจจัยแห่ง"ทุกข์"อย่างแท้จริง... ย่อมเบื่อหน่ายและไม่ปราถนาการเกลือกกลั้วอยู่กับสิ่งนั้นแม้วินาทีเดียว...เปรียบประดุจคนที่จมอยู่ในบ่อโคลนของอาจม ที่พยายามตะเกียกตะกายหนีจากบ่ออาจมที่เหม็นเน่านี้เพราะรังเกี่ยจอย่างรุนแรงจนไม่อาจทนอยู่ได้แม้วินาทีเดียว...ดังนั้น จิตจึงปรารถนาแต่ "พระนิพพาน" เป็นเป้าหมาย...โดยมิอาจรั้งรอได้แม้วินาทีเดียว ... นั่นคือ จิตของพระอรหันต์ สาวกของพระพุทธเจ้า
แต่หากจิตผู้ใดรู้จักและเข้าใจ "ทุกข์" และเหตุ-ปัจจัยแห่ง"ทุกข์"อย่างแท้จริง..เหมือนอยู่ในบ่ออาจมที่เหม็นคลุ้ง...แต่ไม่อาจตะเกียกตะกายหนีจากบ่ออาจมนี้ได้เพียงลำพัง...เพราะมองเห็นว่ามีเหล่าเวไนยสัตว์ที่จมในบ่ออาจมร่วมกับตนเองนั้นมีมากมาย...จึงยอมดำลงไปในบ่ออาจมนั้นต่อไปเพื่อช่วยผู้อยู่ก้นบ่อให้ขึ้นมารับแสงสว่าง...และรอโอกาสที่ดีงาม...ที่จะตะกายออกจากบ่ออาจมนี้โดยนำเหล่าเวไนยสัตว์ที่อยู่ร่วมกันขึ้นไปด้วย...นั่นคือ..จิตของผู้ปรารถนาพุทธภูมิ...ปรารถนาการเป็น พระพุทธเจ้าเพื่อช่วยเวไนยสัตว์
....ลองสำรวจจิตตนเองใหม่นะคะว่า เป็นจิตแบบไหน...จิตที่ยังมีความอยากแบบมีกิเลส...หรือจิตมหากรุณา...เมตตา...เสียสละอย่างยิ่ใหญ่ (ยอมสละชีวิตตนเอง...แม้ให้กับสัตว์ที่ไร้ค่า...ได้มีชีวิตอยู่อีกแม้เพียงเสี้ยววินาที)
..... ขออนุโมทนาในจิตของผู้ที่มีความเสียสละอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงในการปรารถนาช่วยเหล่าเวไนยสัตว์ให้พ้นจากทุกข์..โดยยอมเสียสละจมกับบ่ออาจมต่อเพียงเพื่อจะหาวิธีช่วยทุกชีวิตทุกๆดวงจิตให้หลุดพ้นพร้อมๆกับตนเอง...สาธุ...สาธุ...ขออนุโมทนาด้วยสำหรับทุกๆท่านค่ะ
(จิตของตนเอง...ยังไม่เกิดมหากรุณาอันยิ่งใหญ่เช่นนั้น...เป็นเพียงจิตที่เบื่อหน่ายขันธ์ 5 และปรารถนาการพ้นทุกข์โดยเร็วที่สุด...ขอเป็นเพียงสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน..และหวังการพ้นทุกข์ภายใน 5,000 นี้ก็พอค่ะ ...เหลือเวลาอีก 2 พันกว่าปี...สาธุ...สาธุ)
pisan48
03-06-2008, 05:13 AM
-การพยากรณ์ว่าจะได้เป็นนั้น ต้องได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า ไม่พระพุทธเจ้าในนิพานพยากรณ์แต่เป้นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ อริยสัจสี่ เป็นการส่งต่อประเพณีกันตาม ประเพณีของการเป็นพระพุทธเจ้า พระอริยไมตรไตร **ก่อนจะเป้นพระพุทะเจ้านั้นก็ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าในปัจจุบันเสียก่อน ถึงได้เป็น**
-การที่พระโพธิสัตว์ ต้องเสวยเวลาในการปฏิบัติที่กินเวลานานนั้น เพื่อฝึกตนเอง และเรียนรู้ วิธีการสอนให้สสัพพะสัตว์โลกพ้นทุกข์ อาจจะเรียนรู้ว่าองค์สัมมาสัมพุทธ ท่านมีวิธีสอนอย่างไร
และนำไปใช้อย่างไร ซึ่งพระพุทธเจ้าปัจจุบันก็ยังเคยนำมาใช้
พระโพธิสัตว์ไม่ควรยึดติดแม้แต่พุทธเกษตร และแสดงธรรมโดยปราศจากการยึดติด
เรื่องการปรารถนาพุทธภูมินั้น ไม่ใช่สาระที่ต้องการ แต่ปรารถนาให้ที่ชีวิต ไม่ว่า จะเป็นอะไรมาเกิดก็ดี เกิดด้วยอะไร ขอให้เขาหรือดวงวิญญาญ เทพ ไม่สร้างความเดือดร้อน วุ่นวาย ให้มีแต่ความสุข ไม่ต้องไปรบกันตีกันแย่งชิงกัน ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ทุกท่าน จงไปถึงนิพพานโดยไว
อย่างมาทุกข์อีกเลย
ธรรมะเราได้เยอะแล้วแต่ปฏิบัติเข้าถึงยาก ทุกขัง อนิจัง อนันตา รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนั้นไม่เที่ยง อย่าไปยึดติดเลย
Mr.Kim
05-06-2008, 09:43 PM
ความทุกข์ของสัตว์โลก คือ ความทุกข์ของพระโพธิสัตว์
ความสุขของสัตว์โลก คือ ความสุขของพระโพธิสัตว์
ความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระโพธิสัตว์ คือ ความไม่สามารถจะนำพาสรรพสัตว์ข้ามห้วงวัฏฏะสงสารได้
ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระโพธิสัตว์ คือ การบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ และนำสรรพสัตว์ทั้งหลายข้ามห้วงวัฏฏะสงสารเข้าสู่แดนทิพย์พระนิพพานบรมสุข
...............................................................................................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ
kyokonk
05-06-2008, 10:03 PM
ผู้ใดบรรลุธรรม.....ขอจงเมตตามาโปรดข้าน้อยด้วยคับ
scikhuan
09-06-2008, 10:50 PM
scikhuan(tm-love)
จะเหนื่อยหนักสักแค่ไหน ใจอย่าท้อ
ขอเพียงต่อบารมีที่สร้างสม
เก็บเอาความปรารถนาเป็นอารมณ์
ขอเพียงได้ชื่นชมพระโพธิญาณ
น้อมรับ
10-06-2008, 10:35 PM
แต่ผมปรารถนาบรรลุธรรมในชาตินี้!!!!!
adisak007
10-06-2008, 11:51 PM
นุโมทนากับพุทธภูมิทุกท่านจ้า สาธุ สาธุ สาธุ
adisak007
11-06-2008, 12:25 AM
สาธุในบุญของทุกๆ ท่านที่ปรารถนา หากแม้นข้าพเจ้าด้อยปัญญาประการใด แม้นต้องเกิดในยุคที่ต้องเจอพวกท่าน ก็โปรดเมตตาแนะนำเส้นทางแห่งปัญญาให้ข้าพเจ้าได้รู้บ้าง
ขอให้มีปัญญาทั้งทางโลก และทางธรรม ขอให้รู้แจ้งแทงตลอดในวิถีแห่งธรรมชาติ อันเป็นรากฐานแห่งธรรมมะ แม้นเป็นแบบใด ก็ไม่ว่าขอให้มีปัญญาไม่นำพาให้ผู้อื่นเดือดร้อน และช่วยเหลือผู้อื่นบ้างก็พอเพียงแล้ว... สาธุในบุญของทุกๆ ท่านจ้า
ณ.วชิรา
14-07-2008, 10:01 PM
สำหรับที่ต้องการเป็นวิริยาธิกะ จะเปลี่ยนเป็นปัญญาธิกะได้หรือไม่
หรือที่ต้องการปัญญาธิกะ จะเปลี่ยนเป็นวิริยาธิกะได้ไหม
สำหรับผม ต้องการรื้อขนสัตว์พันวัฏสงสารก็พอ
แม้นเคยได้เกิดร่วมสายโลหิตเพียงชาติ
ก็จะขอตอบแทนท่าน ด้วยการบอกทางไปพระนิพพาน
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยใจ
ขอให้สำเร็จกิจโดยไวครับ
อนุโมทนา
น้องบุญน้อย
14-07-2008, 11:50 PM
เป็นพุทธภูมิแบบใด นี่ดูจากไหนเหรอคะ ดูจากจริตในการสั่งสมบารมี หรือดูจากการที่เราปรารถนา
kong_sorakrit
15-07-2008, 12:39 AM
ขออนุโมทนา
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=354576&stc=1&d=1215449193
ณ.โอกาศนี้ ขอน้อมองค์คุณ
พระพุทธะอรหันต์ พระมหาพุทธะอรหันต์
พระอรหันต์ พระมหาอรหันต์
พระโพธิสัตว์ พระมหาโพธิสัตว์
จงบันดาลให้ทุกท่าน
ไม่ติด ไม่ขัด ไม่ข้อง ไม่คา
ลุล่วงพ้นทุกข์ ตามพุทธะประสงค์ ตรงต่อพระนิพพาน
ในชาติปัจจุบันกาลนี้ด้วยเทอญ
ขอให้มีกำลังใจต่อเนื่อง ยิ่งขึ้นไปครับ โมทนากับมหากุศลจิต และ ความดีที่ทุกท่านทำ
deneta
16-07-2008, 08:06 AM
สาธุ กับทุกๆท่านจริง ๆ ครับ แล้วยังไงคงไม่ลืมมาโปรด สมาชิกเวปพลังจิตที่ยังที่ยังคงหลงเหลือไปไม่ถึงจุดหมายด้วยนะครับ สาธุ ๆ ๆ
พระชยภัทร
16-07-2008, 09:39 AM
สาธุ โมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยครับ
ก้อง1
19-07-2008, 10:06 AM
<TABLE style="WIDTH: 339pt; BORDER-COLLAPSE: collapse" cellSpacing=0 cellPadding=0 width=452 border=0 x:str><COLGROUP><COL style="WIDTH: 87pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 4242" width=116><COL style="WIDTH: 60pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 2925" width=80><COL style="WIDTH: 48pt" span=4 width=64><TBODY><TR style="HEIGHT: 22.5pt" height=30><TD class=xl24 id=td_post_18500 style="BORDER-RIGHT: #e0dfe3; BORDER-TOP: #e0dfe3; BORDER-LEFT: #e0dfe3; WIDTH: 291pt; BORDER-BOTTOM: #e0dfe3; HEIGHT: 22.5pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; mso-ignore: colspan" align=left width=388 colSpan=5 height=30>ขออนุโมทนากุศลทั้งหมดทั้งมวล</TD><TD style="BORDER-RIGHT: #e0dfe3; BORDER-TOP: #e0dfe3; BORDER-LEFT: #e0dfe3; WIDTH: 48pt; BORDER-BOTTOM: #e0dfe3; BACKGROUND-COLOR: transparent" width=64></TD></TR><TR style="HEIGHT: 22.5pt" height=30><TD class=xl24 style="BORDER-RIGHT: #e0dfe3; BORDER-TOP: #e0dfe3; BORDER-LEFT: #e0dfe3; BORDER-BOTTOM: #e0dfe3; HEIGHT: 22.5pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; mso-ignore: colspan" align=left colSpan=6 height=30>นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ถึงอนาคตครับ</TD></TR></TBODY></TABLE>
chodchoi
19-07-2008, 10:51 AM
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ
กระผมขอเป็นเพียงปกติสาวก แค่นี้ก็เบื่อเต็มทีแล้ว แต่ขออนุโมทนาทุกคนที่ปารถนาพุทธภูมิ
พลัjจิต
19-07-2008, 01:02 PM
เป็นพุทธภูมิแบบใด นี่ดูจากไหนเหรอคะ ดูจากจริตในการสั่งสมบารมี หรือดูจากการที่เราปรารถนา
อยู่ที่เราปฎิบัติ และอดทน เมื่อนั้นก็จะสมหวัง เม็ดทรายทั้งโลกสามารถไปถึงได้เพียงหนึ่งกำมือเท่านั้น มันน้อยนิดนัก การได้เป็นพระโพธิสัตว์อย่างเต็มตัวก็เปรียบเม็ดทรายในกำมือนั้นละ
Tuumm
23-07-2008, 10:52 PM
ผมปราถนาอย่างแรงกล้าในชีวิตที่ยิ่งใหญ่สมดุลย์ทั้งทางโลกและทางธรรมเหมือนนางวิสาขา ที่เจริญยิ่งด้วยทรัพย์ภายนอกและทรัพย์ภายใน ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นอุปฐากเอกแห่งองค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหมือนดั่งเช่นนางวิสาขาและไปถึงซึ่งนิพพานในชาตินั้นด้วยเถิดพระเจ้าข้า
kong_sorakrit
23-07-2008, 11:24 PM
ขออนุโมทนา
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=354576&stc=1&d=1215449193
ณ.โอกาศนี้ ขอน้อมองค์คุณ
พระพุทธะอรหันต์ พระมหาพุทธะอรหันต์
พระอรหันต์ พระมหาอรหันต์
พระโพธิสัตว์ พระมหาโพธิสัตว์
จงบันดาลให้ทุกท่าน
ไม่ติด ไม่ขัด ไม่ข้อง ไม่คา
ลุล่วงพ้นทุกข์ ตามพุทธะประสงค์ ตรงต่อพระนิพพาน
ในชาติปัจจุบันกาลนี้ด้วยเทอญ
<!-- / message --><!-- sig -->
CHOTIYA
30-07-2008, 10:26 PM
สาธุ สาธุ ขอให้บรรลุสมความตั้งจิต
ธนานุวัตร
01-08-2008, 08:19 AM
ขออนุโมทนา กับพุทธภูมิทุกท่านครับ ส่วนตัวผมเองก็เริ่มมีความเบื่อๆที่จะต้องเกิดเข้ามาบ้างแล้ว แต่ติดที่ยังปรารถนาปัจเจกภูมิอยู่ (แบบวิริยะธิกะ) จึงยังไม่ขอลาตอนนี้ แต่ก็ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า
เด็กโชว์พาว
02-08-2008, 08:35 AM
ขออนุโมทนาให้พุทธภูมิ และสาวกภูมิทุกๆท่านเลย ของผมปัจเจกภูมิครับ
คงต้องทำกันต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะลาหรือปรินิพพานกันไปข้างนึงนั่นแหละใช่มั้ยครับ
อิอิ
ศุภกฤต
02-08-2008, 08:00 PM
ผมปรารถนาพุทธภูมิแบบวิริยะธิกะครับ
อนุโมทนากับทุกๆ ท่านนะครับ
Deetom
05-08-2008, 12:00 AM
ขออนุโมทนาสาธุกับทานทั้งหลายที่ปรารถนาพุทธภูมิมา ณ ที่นี้ เกล้าเองก็ปรารถนาชึ่ง พุทธภูมิ ใช่พึ่งมีในตอนนี้ แต่มีมานานแล้ว หรือพึ่งปรารถชาตินี้ก็มิทราบ
แต่จะมีเรื่องแปลกที่ว่า เมื่อครั้งเกล้าเป็นเด็ก นั้น มักมีเพื่อนเรียกนามขนานว่า "พระพุทธเจ้าน้อย" คือเรียกในหมู่คณะ แล้วเราก็จะเล่นเป็นพระพุทธเจ้ากัน คือ มีพระอัครสาวก
และผู้มาฟังธรรม หนึ่งเหละ อีกอย่างเกล้าเป็นคนจนจึงอยู่กะท้องนา มีการล่าสัตย์บ้าง
แต่แปลกตรงที่เกล้าจะทำอะไร มักไม่ได้สัตว์เลย หาปลาก็ได้นิดเดียว ยิ่งอะไรก็ไม่ค่อยโดน
ไปกับเพื่อนเขาก็ว่า เราเป็นตัวซวย ประจำ เมื่อครั้งจะจับปลา เราต้องอธิฐานก่อนว่า หากท่านเหล่าใดเคยมีกรรมในเราขอท่ายเมตตาแก่เราเถิด ด้วยความจนจริงๆๆ ไม่งั้นต้องอดอยาก
ตอนนี้เกล้าเองก็ปรารถนาต่อพระพุทธรูป ขอปรารถรนาซึ่งพระโพธิญาณ เป็นผู้เปี่ยมด้วยปัญญา พร้อมศรัทธาแห่งมหาชน เพื่อนำพาปวงมนุษย์ เทวดา พรหม พร้อมสรรพสัตว์ ข้ามพ้นบ่วงแห่งทุกข์
แม้เกล้าต้องเวียนว่ายในวัฏสงสาร นานเท่าไร ขอสร้างบารมีทุกชาติภพ เพื่อพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ นำสรรพสัตว์ข้ามบ่วงมารนี้แล
ดีต้อม
พรตเรือนญาณเมตไตรย
05-08-2008, 01:10 PM
อนุโมทนากับทุกๆท่านเลยครับ ผมเองแค่เอาตัวเองให้ไปนิพพาน ยังไม่รู้เลยครับว่าจะไปได้หรือปล่าว ยังทำอะไรไม่เป็นเลยครับ กิเลส ต่อวัน เกิดขึ้นในจิตมากมาย อโหสิและขอขมา นับร้อยนับพันครั้งก็ไม่รู้ว่าจะพอไหมน่ะ
เตียวเสี้ยน
09-08-2008, 07:58 PM
อนุโมทนาแก่ทุกท่าน แม้จะเหนื่อยยากสักเพียงใด ขอเพียงใจท่านยังคงไว้ซึ่งเมตตา
หนึ่ง898989
10-08-2008, 11:12 AM
อุโมทนา
ขออนุโมทนาในศรัทธาและความตั้งใจของทุกๆท่าน ส่วนตัวกระผมขอเป็นเพียงแค่ปกติสาวกเพราะเวลานี้ผมก็เบื่อแย่แล้วละครับ
CHOTIYA
14-08-2008, 09:24 AM
ช่วยบอกทีรู้กันได้อย่างไร ว่าเดี๊ยน๓๕๖ชาติ ผม๘๐๐ชาติ ใครบอก ถูกหลอกเปล่า ทศบารมีได้กันเท่าไร แค่ทานบารมี สละบ้าน ที่ดิน รถ สมบัติ ให้สรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากได้ใหม สละชีวิตเพื่อสรรพสัตว์ได้ยัง แค่ถูกด่าบรรพบุรุษโทสะมีไหม ศีล๕-๑๐ มีเป็นปกตินิสัยยัง สัมมาสมาธิแจ่มแจ้งยัง ปัญญาแจ้งขนาดใหนฯลฯ ฯลฯ ถ้ายังไม่ถึงปรมัตถ์บารมีอีกนานๆๆๆๆๆๆๆๆทำไปเฮอะอีกนานน้านนานๆๆๆ อย่าท้อ ทำไป อย่าไปหลงคำหวานหว่านหลอก อย่ามาบอกว่าคนนั้นคนนี้ทำนาย อย่าคุยโม้โอ้อวดมันผิดวิสัยโพธิสัตต์ภูมิ เพราะท่านเหล่านี้ทำดีแแบบปิดทองใต้ฐานพระจ้ะ ไม่หวังผลตอบแทน ไม่หวังว่าจะไร้โรคภัย ไม่หวังว่าจะไร้ผู้ต่อต้านฯฯ ท่า่นทำดีเพื่อทำดี แค่นี้แหละจ้ะ
พระชยภัทร
14-08-2008, 11:49 PM
อาตมาขออนุโมทนาบุญกับพระโพธิสัตว์และสาวกภูมิทุกท่าน
ขอจงตั้งมั่นในการสร้างบารมีต่อไป อย่าได้ทำใหกำลังใจตกไป ล้มแล้วเราลุกได้ ขอเพียงแค่เราตั้งใจและมุ่งมันในสิ่งที่เราทำ ขอให้สำเร็จลุล่วงกันทุกท่าน
ExSoldierZ
15-08-2008, 03:31 PM
อนุโมทนา กับจิตเมตตา กับทุกๆ ท่านครับ ^^
Deejang
15-08-2008, 07:48 PM
ผมปรารถนาที่จะกำจัดกิเลสในดวงจิตให้หมดไป อย่างนี้ผมจะมีสิทธิ์เคยปรารถนาพุทธภูมิบ้างหรือเปล่าครับ เพราะไม่เคยให้ใครทำนายซะทีว่าอดีตเคยปรารถนาอะไรไว้บ้าง
Deetom
16-08-2008, 11:38 PM
ช่วยบอกทีรู้กันได้อย่างไร ว่าเดี๊ยน๓๕๖ชาติ ผม๘๐๐ชาติ ใครบอก ถูกหลอกเปล่า ทศบารมีได้กันเท่าไร แค่ทานบารมี สละบ้าน ที่ดิน รถ สมบัติ ให้สรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากได้ใหม สละชีวิตเพื่อสรรพสัตว์ได้ยัง แค่ถูกด่าบรรพบุรุษโทสะมีไหม ศีล๕-๑๐ มีเป็นปกตินิสัยยัง สัมมาสมาธิแจ่มแจ้งยัง ปัญญาแจ้งขนาดใหนฯลฯ ฯลฯ ถ้ายังไม่ถึงปรมัตถ์บารมีอีกนานๆๆๆๆๆๆๆๆทำไปเฮอะอีกนานน้านนานๆๆๆ อย่าท้อ ทำไป อย่าไปหลงคำหวานหว่านหลอก อย่ามาบอกว่าคนนั้นคนนี้ทำนาย อย่าคุยโม้โอ้อวดมันผิดวิสัยโพธิสัตต์ภูมิ เพราะท่านเหล่านี้ทำดีแแบบปิดทองใต้ฐานพระจ้ะ ไม่หวังผลตอบแทน ไม่หวังว่าจะไร้โรคภัย ไม่หวังว่าจะไร้ผู้ต่อต้านฯฯ ท่า่นทำดีเพื่อทำดี แค่นี้แหละจ้ะ
ขอท่านผู้ใฝ่ความเจริญ พิจารณาเถิด การปรามาท บุคคลอื่นไม่สมควรมีเลยในผู้ปรารถนาความดีทั้งหลาย พระโพธิสัตว์ท่านใช่จะมีแต่บำเพ็ญทานบารมีเท่านั้น ยังมี อีกมาก ทั้งอธิฐาน ทาน ศีล เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติ สัจจบารมี เมตตาบารมี อุเบกขาบารมี
การบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในชาติหนึ่ง ๆ มิใช่ว่าจะทรงบำเพ็ญบารมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ทรงบำเพ็ญทานบารมี หรือทรงบำเพ็ญศีลบารมีอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในชาติเดียวกันนั้น ได้บำเพ็ญบารมีหลายอย่างควบคู่กันไป แต่อาจเด่นเพียงบารมีเดียว ที่เหลือนอกนั้นเป็นบารมีระดับรอง ๆ ลงไป เช่น ในชาติที่เป็นพระเวสสันดรทรงบำเพ็ญบารมีครบทั้ง ๑๐ บารมี
ก็เช่นกันฉันนี้
จงตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเถิด
ผู้มาใหม่25
17-08-2008, 02:19 PM
โมทนาทุกๆท่านครับ
scsirirut
26-08-2008, 12:48 PM
ขออนุโมทนาสาธุ ทุกๆท่านครับ หากท่านผู้ใดได้ตรัสรู้ หรือประกาศศาสนาช่วยมวลมนุษย์ได้แล้วไซร้ ในชาติไหนๆ อสงไขยใดใด หากผมยังไม่พ้นการเวียนว่ายตายเกิด วนกับกองทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น โปรดช่วยดึงผมเข้าสู่นิพพานด้วยนะครับ สาธุครับ
pat3112
26-08-2008, 01:12 PM
โมทนาครับ ขอให้ทุกท่านเป็นผู้ไม่ประมาทครับ ไม่ว่าจะปารถนาเพื่อจะรื้อขนคนสัตว์ไปนิพพาน หรือ รับฟังธรรมจากสมเด็จท่านเพื่อพ้นทุกข์ หรือ ตรัสรู้ชอบได้ด้วยตนเองแต่ไม่สั่งสอนผู้อื่น
ขอให้ทุกท่านเร่งรัด ไม่ประมาทเสมอ มีทาน ศีล ภาวนา ปํญญาเสมอ เคารพพระรัตนไตรยิ่งชีพ เร่งรัดตนเองอยู่เสมอ
ขออารถนาบารมีพระรัตนไตร เทพ พรหมผู้ทรงความดีดลบันดาลให้ทุกท่านพบแต่ความสุข
อุปสรรคขัดขวาง อปัทวะอย่ามีแก่ท่านทั้งหลาย อบายภูมิอย่ามีแก่ท่านทั้งหลาย
มิจฉาทิฐฐิ มิจฉาสามธิ มิจฉาปัญญาอย่ามีแก่ท่านทั้งหลายตลอดกาลนานตราบเท้าเข้าสู่นิพพานทุกท่านทุกคนเทอญ
ดูกันยังงัยค่ะเนี่ย><
เราคิดเองหรอค่ะว่าอยากได้ภูมิไหนหรือมีคนบอก O_o?
ท่านใดต่อเรือสำเร็จ แล้ว
ก็มาโปรดผมให้เป็นแนวทางในการต่อเรือให้สำเร็จบ้างนะขอรับ
__________________________
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙
สาธุ สาธุ สาธุ
ดีแล้ว ชอบแล้ว
บุญกุศลเหล่าใดที่ข้าพเจ้าได้ทำ จำได้ก็ดี จำไม่ได้ก็ดี ร้อยชาติก็ดี หมื่นชาติก็ดี อสงไขย์ชาติก็ อนันตชาติก็ดี
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมอำนาจคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ทั่วทั้งอนันตจักวาลโดยมี ภันเต ภควา สมเด็จองค์พระประถม สิขี ทศพล ญาณที่ 1 เป็นองค์พระประธาน
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมอำนาจคุณพระธรรม คำสั่งสอน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมอำนาจคุณพระปัจเจกพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์ทั่วอนันตจักวาล
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมอำนาจคุณพระสงฆ์ พระสาวกแห่งองค์ ภันเต ภควา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
ข้าพระพุทธขอน้อมอำนาจ คุณพระบิดา พระมารดา ของข้าพเจ้าทุกๆชาติ ทุกๆภพ ทุกๆภูมิ
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมอำนาจแห่งคุณพระอาจารย์ ทุกๆรูป ทุกๆนาม ที่ ได้ประสิทธิ ประสาท วิชา
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมอำนาจคุณของ พระพรหม และเทพ เทวา ทุกๆ พระองค์ จงร่วมกันบันดาล และ อนุโมทนา
ข้าพระพุทธเจ้าขออุทิศ กุศลผลบุญ เหล่าใด ที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ทำมา ได้บำเพ็ญมาโดยชอบ จำได้ก็ดี จำมิได้ก็ดี ข้าขออุทิศกุศลเหล่านั้น แด่ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกรูป ทุกนาม ทุกภพ ทุกภูมิ ขอให้ได้ อนุโมทนา ขอให้มีส่วนร่วมในกุศลของข้าพเจ้า เพื่อยังผลให้ที่สุดแห่งกองทุกข์ จงหมดสิ้นไปด้วยเทอญ....