PDA

View Full Version : เลิกเหล้า แต่เข้าบาร์???


ผู้รู้น้อย
12-11-2004, 07:43 PM
หลวงพ่อตอบปั_หา
พระภาวนาวิริยคุณ

ถาม:

ผมอดเหล้าได้ครับ แต่อดเที่ยวบาร์ไม่ค่อยได้ครับ ?


ตอบ:

นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่กำลังทำให้อบายมุขขยายตัวออกไปอย่างน่ากลัว และกำลังมีผลต่อนิสัยใจคอ และคุณภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ของประเทศไทยในขณะนี้
หลวงพ่ออยากจะเตือนอะไรคุณสักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของผลกรรม

ในพระพุทธศาสนามีคำสอนอยู่ว่า ไม่มีผู้ชายในโลกคนไหนไม่เคยเกิดเป็นผู้ห_ิง ผู้ชายทุกคนเคยเกิดเป็นผู้ห_ิงมาแล้วทั้งนั้น แต่เวรกาเมฯ ที่ก่อไว้มันชักเพลาลง ถึงได้เกิดมาเป็นผู้ชาย ในทำนองเดียวกัน ไม่มีผู้ห_ิงคนไหน ที่ไม่เคยเกิดเป็นผู้ชาย แต่ว่าไปผิดศีลกาเมฯ เอาไว้ในอดีต ก็เลยต้องเกิดมาเป็นผู้ห_ิง วงจรชีวิตเป็นอย่างนี้
คุณนะ คนเราเนี่ย จำไว้เลย ตายแล้วไม่สู_ ตราบใดยังไม่หมดกิเลสก็ยังต้องไปเกิดต่อไป เพราะฉะนั้น ถามว่าตายแล้วไปไหน ไปได้ ๓ ทาง

๑. ทำชั่วไปนรก
๒. ทำดี ไปสวรรค์
๓. หมดกิเลสแล้ว ไปนิพพาน

เราไม่ได้เกิดมาชาติแรก รู้ได้ยังไง
๑. ก่อนหน้าจะมาเกิด ก็มีคนมาเกิดและตายมาก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อเรามาเกิดแล้ว ก็ยังมีคนมาเกิดเรื่อยๆ และตายเรื่อยๆ เป็นเครื่องยืนยันว่า ตายแล้วไม่สู_

๒. ถ้าเกิดมาชาตินี้ชาติแรก ทุกคนจะต้องเหมือนกัน แต่นี่เราแต่ละคนก็แตกต่างกันทั้งหน้าตา ผิวพรรณ วรรณะ ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แม้แต่คู่แฝด ถ้าดูในรายละเอียด ก็มีอะไรไม่เหมือนกัน เช่น นิสัยใจคอเป็นต้น ตรงนี้ฟ้องว่า แต่ละคนที่มาเกิด ไม่ใช่เกิดมาในชาตินี้เป็นชาติแรกเคยผ่านการเกิดมาแล้วทั้งนั้น เพราะมีความแตกต่างกันหลายอย่างเหลือเกิน

๓. ไม่ว่าเราตายไปเมื่อไรก็ตาม ถ้าทำดีจะไปสวรรค์ ถ้าทำชั่วต้องตกนรก หมดกิเลส ต้องไปนิพพาน

เพราะฉะนั้น ตรงนี้บอกให้เรารู้ว่า เราไม่ได้เกิดมาชาติแรก และเมื่อไรตายไปแล้ว ถ้ายังไม่หมดกิเลส ก็ยังต้องไปเกิดต่อไปอีก แต่ว่าจะไปเกิดเป็นอะไร จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ หรือว่าเป็นอะไร ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำ ของเราในชาตินี้ นี่เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เราเห็นในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน

เพราะฉะนั้น อาจารย์ถึงได้บอกว่า ในโลกนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่เคยเกิดเป็นผู้ห_ิง และไม่เคยมีผู้ห_ิงคนไหน ไม่เคยเกิดเป็นผู้ชาย และไม่ว่า เราจะยอมรับความจริงเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งนี้ก็จะเป็นไปตามการกระทำของเราในชาตินี้นั่นเอง

ผู้ที่เกิดเป็นชาย ขอไปผิดศิลกาเมฯ เข้าตกนรก ตกแน่ไม่ต้องสงสัย พ้นจากเวรในนรกพอเกิดขึ้นมา อย่างเพิ่งดีใจ ยังไม่ได้มาเกิดเป็นคนหรอก อย่างพระอานนท์ท่านเล่าไว้ชัดดี
"เราเคยเป็นชู้กับเมียเขาในอดีต ด้วยเวรนั้นบาปนั้นเราตกนรกเสียนาน พอพ้นจากนรกก็เกิดเป็นลิง" ทำไมเกิดเป็นลิง ก็หลอกเขาเก่ง
"แต่ว่าบุ_ที่เราเคยทำไว้ดีกับพระปัจเจกพุทธเจ้า ทำให้เราได้เป็นลิงรูปงาม.." คือถึงเกิดเป็นลิงก็ลิงรูปงาม แต่ก็งามแบบลิง
"เพราะความที่เราเป็นลิงรูปงาม เจ้าลิงจ่าฝูงมันอิจฉา เพราะนางลิงทั้งหลายชอบมาหาเรา ลิงจ่าฝูงมันจับเราได้และทำลายพืช (อวัยวะเพศ) เราเสีย เราเลยกลายเป็นลิงตอน" ก็คงถูกกัดขาดไปทั้งพวงแหละนะ

นั่นคือ ตัวอย่างผลของเวรกาเมฯ ที่ก่อเอาไว้ ทำให้ถูกทำลายเพศ เป็นลิงตอนเสียตั้งหลายชาติ พ้นจากชาติที่เป็นลิงตอน ท่านเล่าว่า ไปเถิดเป็นลาลากรก ทำไมเป็นลาลากรถ ? ก็ไปเป็นชู้กับเมียเขา ทำให้ผัวเขาอับอายขายหน้า ไปถึงไหนภ็แบกความอับอายไปถึงนั้น เวรอันนี้จึงทำให้ต้องเกิดไปแบกของหนัก เป็นลาลากรถ
"แต่บุ_ที่เราเคยสร้างไว้ในพระปัจเจกพุทธเจ้า ก็ส่งมาให้เราอีก ถึงเวลาเกิดเป็นลาก็เป็นลารูปงาม นางลาทั้งหลายก็ชอบมาอยู่ข้างๆเรา เจ้านายชักรำคา_เลยจับเราตอนอีก.." ดูนะเวรกาเมฯ ก็ตามมาเล่นงานอีกจนได้ ใครที่โดนตอนมา บางคนก็เพราะวงจรเดียวกันนี้

ถ้าเป็นคนอื่น ไม่ได้มีโอกาสทำบุ_กับพระปัจเจกพุทธเจ้าอย่างพระอานนท์ พ้นจากเวรนั้นแล้ว ก็ต้องเกิดเป็นห_ิงโสเภณีบ้างเป็นพวกเกย์บ้าง เป็นกะเทยบ้าง ก็ไม่นานหรอกเป็นเกย์สัก ๕๐๐ ชาติ พ้นจากเวรอย่างนั้นแล้วก็มาเป็นผู้ห_ิงที่อยู่บ้านไม่ค่อยได้ โดนแข้งอัดเสียแทบตาย พอเวรกาเมฯ ค่อยเบาบาง จึงจะได้มาเป็นผู้ห_ิงดีๆ ที่ได้สำนึกแล้ว อย่างกับแม่เรา พี่สาวเรา น้องสาวเราที่มีความประพฤติดี

เป็นอย่างนี้ผ่านไปอีก ๕๐๐ ชาติ แล้วค่อยได้มาเป็นผู้ชาย เป็นผู้ชายแล้วถ้ายังเจ้าชู้ ชอบเที่ยวบาร์เที่ยวคลับ เที่ยวย่ำยีผู้ห_ิง เดี๋ยวมันก็ได้กลับไปเข้าวงจรเดีมอีกแหละ "แหม...ผมดี ผมไม่กินเหล้าแล้ว" แต่ผมกำลังปีนต้นงิ้ว ปีนมากี่รอบแล้วก็ไม่รู้ อย่าขึ้นไปปีนใหม่เลยนะ ไอ้หนู เอ๋ย ไม่สนุกหรอก

numq
18-12-2006, 11:35 AM
ไปถึงไหนภ็แบกความอับอายไปถึงนั้น