PDA

View Full Version : ปิดฉากชีวิต Playboy


ผู้รู้น้อย
12-11-2004, 06:58 PM
ไม่ใช่เรื่องเล่าเพื่อเป็นนิยายแต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
นุ : วิษณุ ทองขันธ์
ปูมหลัง : ใช้ชีวิตตามนิยามของหนุ่ม Playboy
ปัจจุบัน : หักดิบหันหลังไร้เยื่อใยให้อบายมุขทุกอย่าง

.....เพราะใครคนหนึ่ง เขาจึงมีวันนี้.....

"นุ" เปิดฉากชีวิตวัยระเริงของเขาด้วยสีสันอันเร่าร้อนครบครันด้วยอบายมุข ตั้งแต่เรียนอยู่ ปวช. และเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามดีกรีความเชื่อที่หยั่งรากลึกสุดขีดว่า "ลูกผู้ชาย ต้องแสวงหากำไรชีวิตด้วยการ ดื่ม เที่ยว เกี้ยวสาว และลิ้มลองทุกอย่าง อย่างสุดๆ โดยไม่ยอมผูกมัดอะไรกับใครทั้งสิ้นจนกว่าจะตกลงปลงใจกับใครสักคนที่รักจริง จนมีครอบครัวไปในที่สุด"

ซึ่งหากเชื่อว่า ความเชื่อกำหนดการกระทำ ไม่แปลกที่หลายการกระทำ ถูกท้าทาย ยั่วยุให้กระทำขึ้นโดยไม่รู้สึกผิดแม้สักนิดในใจ ทั้งที่ความเชื่อเหล่านั้น อาจไม่มีประโยชน์กับใคร หรือไม่มีผลดีกับใคร หรือแม้แต่อะไรทั้งสิ้น แต่น่าเศร้าเหลือเกินที่ความคิดเช่นนี้กำลังแพร่ระบาดราวกับเชื้อโรคร้ายในสังคมไทยอย่างน่าเป็นห่วง เช่น

เด็กๆ ส่วนหนึ่งเชื่อว่า การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนการกินข้าว ไม่เห็นผิดตรงไหน เท่เสียอีกจนต้องเอามาอวดสถิติกัน

นักเรียนอาชีวะที่ถูกปลูกฝังความเชื่อมายาวนานว่า การยกพวกตีกันเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ

การรักสนุกของลูกผู้ชาย คือกำไรของชีวิต แม้แต่ห_ิงยุคนี้ก็ไม่น้อยหน้าในเรื่องนี้
และหนึ่งในนั้น ที่เชื่อความคิดเหล่านี้ คือเขา "นุ"...!!

สมัยที่นุเรียน เขาได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาฟุตบอลระดับจังหวัด สังกัดโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง นุเริ่มดื่มเหล้าเป็น จากการที่เพื่อนๆ ชวนไปฉลองเวลาที่ทีมเล่นชนะ ประกอบกับความคึกคะนองของวัยที่อยากลอง ทำให้นุและเพื่อนถลำเข้าสู่วงการสิงห์ราตรีนี้อย่างเต็มตัว ด้วยจำนวนครั้งความถี่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้พฤติกรรมนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพวกเขา ที่ขาดมันได้ยาก

"ครั้งแรกที่ผมไป ก็กล้าๆ กลัวๆ พอมีผู้ห_ิงมาจับมือ ผมสั่นไปหมด ตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก แต่พอสักครู่ก็หาย เพราะสถานที่นั้นบรรยากาศมันพาไป มีทั้งเต้น ทั้งดื่ม แสงไฟสีหลอกตา เสียงดนตรีเร่งเร้า เหล้า ยา ม่านควันบุหรี่ ทุกอย่างในนั้นมันกระพืออารมณ์ให้กระเจิดกระเจิงไปได้ง่ายมันสนุกสุดเหวี่ยง เหมือนเอาทุกอย่างไปปลดปล่อย แต่พอกลับมาทีไรก็หมดแรงทุกครั้ง รู้สึกเหนื่อย แต่เราต้องเก็บอาการ เพื่อไม่ให้อาจารย์คุมค่ายรู้"

ในภาวะนักเรียนคงมีคนสงสัยว่า พวกเขาเอาสภาพคล่องทางการเงินที่ใช้เที่ยวมาจากไหน และนี่แหละ !! เป็นมูลเหตุให้เกิดแผนปฏิบัติการขั้นต่อไป...

ยาม้าเม็ดหนึ่งที่เพื่อนในทีมแลกมาด้วยเงิน ๑๕๐ บาท ถูกขยี้บดเป็นผงละเอียด แล้วเทผสมลงกระติก พร้อมกับรินกระทิงแดงใส่ลงไป คนจนเข้าที่ เทแบ่งเป็นแก้วเท่าจำนวนคน...

ทุกคนต่างถือแก้วขึ้นด้วยแววตาที่มีความหวัง พลางปล่อยให้น้ำนั้นผ่านล่วงลำคอ และคุยกันว่า การเตะครั้งนี้ต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเป็นการเดิมพันด้วยเงินส่วนตัวที่เหลืออยู่ โดยการลงขันคนละ ๕๐๐-๖๐๐ บาท เพื่อพนันแข่งเตะบอลกันระหว่างโรงเรียนที่ต่างท้าทายกันเองนอกระบบ ซึ่งถ้าฝ่ายใดชนะ ก็จะเป็นผู้ครอง เงินก้อนนี้ไป

ในที่สุดการท้าประลองลูกหนังนอกระบบก็เกิดขึ้น มีผู้เล่น ผู้ท้า และกองเชียร์...

การดวลลูกหนังเปิดศึกขึ้น ด้วยพลังยาโด๊ปที่พวกเขาดื่มมันเข้าไป ทำให้ลูกทีมทุกคนวิ่งราวกับว่าไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ในที่สุด ทีมของนุก็ชนะจริงๆ

แต่ด้วยเลือดและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นผู้แพ้ ได้พุ่งสูบฉีดแรงเกินกว่าน้ำใจนักกีฬาจะต้านทานไหว เสียเงินเสียได้ แต่ศักดิ์ศรีเสียไม่ได้ สถาบันนี้ จะเก่งกว่าสถาบันนั้นไม่ได้ คำว่าสถาบันไหนจะถูกตราหน้าว่าเป็นพ่อสถาบันไหนนั้นยอมไม่ได้ จึงก่อให้เกิดการวิวาท ยกพวกตีกันระหว่างสถาบันขึ้น

หลายคนหัวร้างข้างแตก เลือดโชก ..นุแค่ฟกช้ำ แต่เพื่อนสนิทขาหัก...!!

บ่อยครั้งที่เป็นเช่นนี้ แต่ทำไงได้ มันเป็นความเชื่อหรือค่านิยมผิดๆ ที่แม้ไม่มีประโยชน์กับใครเลย แต่ก็ต้องทำ...!!

แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเรื่องนี้จะถูกเคลียร์อย่างไรต่อไป เพราะจุดที่น่าสนใจกว่านั้น ซึ่งเป็นผลพวงจากการกระทำเช่นนี้ กำลังจะเปิดฉากขึ้น

" นุ" เริ่มใช้ยาม้าเป็น พร้อมกับรู้แหล่งที่มาของมัน ทำให้เขาเริ่มหันมาใช้ยาเป็นการส่วนตัว...!!

ช่วงนั้นการเรียนของนุน่าเป็นห่วงมาก แต่สุดท้ายก็พยายามถูไถให้มันจบจนได้ แต่เรื่องราวทำนองนี้ยังไม่จบเพียงแค่นั้น ชีวิตกำลังเริ่มขึ้น เมื่อนุทำงาน หาเงินใช้ด้วยตัวเองได้แล้ว แถมรู้แหล่งที่เที่ยวมากขึ้น !!

"ตอนที่ผมมาอยู่พัทยา ที่นั่นเป็นดงของแหล่งเริงรมย์ ตอนย้ายมาที่นี่ ผมไปโดยไม่ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน เพราะเราเข้าไปหาเพื่อนในนั้น พอเข้าไปนั่งโต๊ะ เปิดขวดเสร็จ ก็มีผู้ห_ิงมานั่งด้วย ผู้ห_ิงในนั้นปล่อยตัวมากไม่กลัวผู้ชาย ในนั้นมั่วกันสุดๆ บางคืนผมสูบบุหรี่เป็นซอง พ่นควันให้ลอยปะทะหน้าสาวๆ ตอนทำมันรู้สึกเท่ ทุกอย่างที่ทำตอนนั้นมันเข้าใจว่าเป็นกำไรชีวิต พอมาตอนนี้ กลับรู้สึกว่า ทำไมเราเหลวแหลกได้ถึงขนาดนั้น...

พอย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ บางทีก็ไป RCA บางทีก็แถวสีลม สองที่นี้จะต่างกัน คือ ถ้า RCA มักเป็นเด็กนักเรียนใจแตก ค่าเที่ยวที่นี่ใช้เงินไม่มาก แต่ถ้าแถวสีลม ย่านพัฒน์พงษ์ ก็เป็นพวกผู้ให_่ กลุ่มคนทำงานซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายเยอะกว่า..."

นุ ...แล้วนุไม่กลัวเอดส์หรือ? (ผมสวนคำถามขึ้น)

" ก็กลัวครับ แต่ตอนนั้นคิดว่าโชคร้ายคงไม่เกิดขึ้นกับเรา ส่วนมากผมจะเลือกพวกเด็กนักเรียนใจแตกมากกว่า คือถ้าถูกใจก็ไปด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างไม่คิดอะไรกันมาก..."

นุ หลุดเข้าสู่วงจรอบายมุขที่ลึกขึ้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่นุยังไม่ได้ลอง...!!.?..?

นุ เป็นนักบอลที่เก่ง ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้มาก ติดตามดูการแข่งขันทุกแมท ซึ่งคุณคิดว่าผลพวงที่ตามมานั้นน่าจะเป็นอะไร

ถูกต้อง...ในที่สุด นุ หนีไม่พ้น ต้องตกเป็นเหยื่อของผีพนัน ที่คืบคลานเข้าสิงและทำลายคุณภาพชีวิตของเขา ทีละน้อยๆ

นุ ทุ่มเทรายได้ส่วนหนึ่งให้กับการแทงบอลในทุกอาทิตย์อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งมีทั้งถูกเขากิน และไม่ถูกกิน
แต่ดูเหมือนถูกกินเสียมากกว่า แม้นุจะเก่งกีฬาด้านนี้มาก่อน ได้เปรียบในเชิงคาดการณ์ว่าทีมไหนชนะ

อนิจจา..การพนันไม่เคยทำให้ใครรวยเลย และถ้านุยังไม่เลิกก็คงต้องเหมือนๆ กับหลายๆ คนที่ต้องสิ้นอนาคต ถูกขู่ฆ่า ทวงหนี้จากกลุ่มเจ้าพ่อโต๊ะพนัน ซึ่งก็ได้แต่หวังว่า อย่าให้นุเป็นเช่นนั้นเลย

จากเรื่องราวของนุ ความเสียหายย่อยยับทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเขา และทำลายเขาอย่างช้าๆ ยังคงเรียกว่ากำไรชีวิตอยู่อีกรึเปล่า?..? ถ้าเป็นเช่นนั้นต่อไป อนาคตทั้งหมดของเขาในภพนี้และภพหน้าจะเป็นอย่างไร!

อย่างไรก็ตาม เราคงไม่ปล่อยให้ความเพิกเฉยไร้ซึ่งกัลยาณมิตรมีโอกาสทำงานอีกต่อไป และหนึ่งในคนที่คิดเช่นนี้ คือ เขา...คุณสุดเขต ศรีมา ที่ก้าวเข้ามาทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับนุ

นุ ถูกชักชวนให้นั่งสมาธิ มาวัดปฏิบัติธรรมตามลำดับ ในครั้งแรกนุได้แต่รับปาก ทั้งที่ใจปฏิเสธ และผัดผ่อนมาเรื่อยๆ จนในที่สุด คุณสุดเขตชวนถี่ขึ้น ทำยังไงได้ คุณสุดเขตเป็นหัวหน้านุ ความเกรงใจบวกภาวะลูกน้อง นุจำใจมา สุดท้ายนุก็มาถึงวัด

"ผมรู้สึกทึ่งมาก ไม่เคยเห็น และไม่เคยรู้มาก่อนว่า จะมีคนสนใจมาปฏิบัติธรรมที่วัดมากมายกันขนาดนี้ บรรยากาศที่นี่มีแต่คนดีๆ ผมดูแล้วรู้สึกเลื่อมใส รู้สึกประทับใจ แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก จนกระทั่งพี่สุดเขต ผอ.ผม เขาชวนขึ้นไปนั่งสมาธิ ๗ วัน ที่พนาวัฒน์ ผมรับปากไป เพราะเกรงใจทั้งๆ ที่ตอนนั้นไม่อยากไปสุดๆ แถมวันก่อนจะไป ผมยังไปเที่ยว ไปกินเหล้าเฮฮายันสว่าง ตอนเช้ายังมีอาการเมาค้าง แต่ยังไงก็ต้องลากสังขารตัวเองมาวัดให้ได้ เพราะรับปากเขาไว้แล้ว จองที่เอาไว้หมดแล้ว อาศัยไปหลับบนรถเอา"

วันแรก รู้สึกปวดหัว สับสน เห็นภาพเก่าๆ มัน replay ที่เราทำไม่ดีไว้ย้อนกลับมาให้เราเห็น
วันที่ ๒ ยังคงเป็นแบบวันแรก แต่ลดลง
วันที่ ๓ ใจเริ่มรวม คิดน้อยลง
วันที่ ๔ ใจมันเฉยๆ ดีขึ้นมาก เริ่มสงบนิ่งได้
วันที่ ๕-๖ รู้สึกนิ่งๆ ใจสงบ มีความสุขมาก โล่งโปร่ง เบาสบาย

นุ เริ่มค้นพบตัวเอง เริ่มรู้สึกว่า ความสุขแบบนี้ เขาไม่เคยค้นพบ!!

" มันผิดกับในเธค ในผับครับ ที่นั่นเร่าร้อน แต่ที่นี่นิ่งสงบ ที่นั่นเป็นความเพลินที่กระหาย แล้วไม่เคยอิ่มสักที แต่ที่นี้เป็นความสุขที่อิ่มเอม พรั่งพรูออกมาจากข้างในโดยไม่ต้องหาจากที่ไหน ..สุขแบบนี้ผมไม่เคยเจอมาก่อน พอเราได้มีเวลามาปฏิบัติธรรม มันทำให้เราหันกลับมามองตัวเองได้ชัดเจนขึ้น สามารถตรองดี ชั่ว ถูก ผิด ในสิ่งที่เราได้พลาดทำลงไป ประกอบกับการได้ฟังธรรมะจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ จากพระอาจารย์ตลอด โดยเฉพาะโทษของสุราที่ต้องตกมหานรกขุม ๕ ผมเลยตัดสินใจอดเหล้า ๓ เดือนก่อน เพราะยังไม่แน่ใจว่าเราจะทำได้จริงรึเปล่า..."

ในที่สุด นุตัดสินใจเลิกเหล้าตลอดชีวิต เลิกเล่น เลิกเที่ยว เลิกแทงบอล เลิกทุกอย่างที่เป็นอบายมุขทั้งปวง หันหน้าเข้าวัดปฏิบัติธรรม

ทุกวันนี้ นุมีชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก รวมทั้งเพื่อนรอบข้างที่คิดกลับตัวกลับใจ ทำตามอย่างที่นุทำ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า นุฟัังธรรมะจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อทุกคืนก่อนนอน ไปศูนย์ปฏิบัติธรรมทุกวันพฤหัส มาวัดเป็นประจำทุกอาทิตย์ต้นเดือน หันมา ทำทาน รักษาศีล เจริ_ภาวนาเป็นประจำ ทำหน้าที่กัลยาณมิตร จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรอบด้านอย่างเห็นได้ชัด

" ตั้งแต่ผมเปลี่ยนตัวเอง การงานผมดีขึ้นมาก อุปสรรคต่างที่เคยติดๆ ขัดๆ ก็น้อยลงไปมาก และเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้มาทำงานสาย เพราะเราไม่ได้ไปเที่ยว ไปเมาจนดึก มีเงินเก็บมากขึ้น เมื่อก่อนเราไปเที่ยวทีหนี่งหมดเป็นพัน เพราะค่าเปิดขวดครั้งหนึ่งก็ห้าร้อยแล้ว กลุ่มเพื่อนก็เปลี่ยนไป เขาเห็นเราไม่กินเหล้า เขาก็เลิกชวน ทุกวันนี้มีแต่คนดีๆ แวดล้อม ..มีความสุขมาก"

ชีวิตเพลย์บอยถูกปิดฉากลงแล้ว เราต้องขอขอบคุณและอนุโมทนากับนุ ที่กล้าหา_องอาจยินยอมให้นำเรื่องราวส่วนตัวเหล่านี้มาเปิดเผย เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และข้อคิดให้คนกลับตัวกลับใจทำความดีที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

คนผิดแล้ว กล้ายอมรับ นับว่าน่ายกย่อง... แต่คนผิด ที่นอกจากกล้ายอมรับ ยังกล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง และชักชวนคนอื่นให้ทำดีตาม นับว่าน่ายกย่องสรรเสริ_ยิ่งกว่า คุณๆ ว่าไหมครับ...

และสุดท้ายนี้เราขอเป็นกำลังใจให้นุ ผู้เป็น Hero แห่งการทำความดีที่ยิ่งๆ ไป...

Bajang
23-01-2005, 04:12 PM
ขอโมทนาด้วยครับ

kiatkiat
23-01-2005, 04:33 PM
ยินดีด้วยครับ ....... ดีใจที่มีเรื่องราวดีดี เช่นนี้ครับ

Jin
23-01-2005, 04:51 PM
say hello to the man...good bye to the gigolo...

=)

นายฉิม
31-01-2005, 12:07 PM
ต้นคดปลายตรง ดีแล้วครับ
ตอนนี้ผมก็ประสบปัญหาตรงจุดนี้เหมือนกันคืออยากจะหลุดพ้นจากวงโคจรนี้ แต่ด้วยเพื่อนฝูงทั้งหลายทำให้เรายังอยู่ติดในวงโคจรอบายแห่งนี้ ตอนนี้ก็แค่พยายามห่างๆ

ศดานัน
31-01-2005, 12:44 PM
ขอบคุณ คุณผู้รู้น้อยมากค่ะ สำหรับเรื่องราวของ นุ
ที่สอนใจได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับเรื่องมงคลชีวิต ในการคบหาบัณฑิตและกัลยาณมิตร
ซึ่งเป็นกระแสสำคัญที่ทำให้ห่างไกลจากทางอบายทั้งปวง

เมื่อกระแสดีๆเกิดขึ้นรอบๆตัวเรา ย่อมส่งผลให้เกิดกระแสดีๆ
ที่งดงามไหลรินอยู่ในจิตวิญญาณของเราเช่นกัน

จากนั้นกระแสดีๆจากภายในของเรานี้เอง ที่จะเป็นแรงดึงดูดสิ่งที่เป็นกุศลกลับเข้ามาในชีวิตเรา
ทำให้ชีวิตงดงามทั้งกระแสจากภายนอกและภายใน
กระแสในทางกุศลที่มีอยู่โดยรอบนี้เอง มีพลังมากพอที่จะต่อต้านบาปอกุศลทั้งหลาย
ให้อ่อนกระแสไปจนไม่สามารถกร้ำกรายให้หลงไปในทางอบายได้เลย...
ขออนุโมทนากับ คุณนุ และกัลยาณมิตรทุกๆท่านด้วยค่ะ

(b-love2u)

koymoo
31-01-2005, 02:24 PM
อ่านแม้เพียงไม่กี่บรรทัด แต่ไปอ่านตรงใจความสำคัญพอดี ขนลุกเลยค่ะ ขออนุโมทนาด้วยจากใจจริงค่ะ

Kamen rider
01-02-2005, 07:35 AM
ต้นคดปลายตรง ดีแล้วครับ
ตอนนี้ผมก็ประสบปัญหาตรงจุดนี้เหมือนกันคืออยากจะหลุดพ้นจากวงโคจรนี้ แต่ด้วยเพื่อนฝูงทั้งหลายทำให้เรายังอยู่ติดในวงโคจรอบายแห่งนี้ ตอนนี้ก็แค่พยายามห่างๆ



http://www.hongfire.com/gallery/data/528/27591new20_792.gif


นายฉิม สู้ สู้ (deejai)

polary
01-02-2005, 11:18 PM
คาเมนเอารูปอะไรมาลง ฮาดี

jeds22
27-03-2005, 01:03 AM
อ่านแล้วอยากร้องไห้ ทำไมเรื่องคล้ายๆเราเลย

poramase
01-05-2005, 11:41 PM
อนุโมทนาครับ

breez
10-11-2005, 10:46 AM
ยินดีด้วยนะครับที่หาทางจนเจอ เพราะว่ามีอีกหลายๆคน(รวมทั้งตัวผม)ยังคงติดอยู่ในกิเลศ(ที่ยากเหลือเกินที่จะตัด) แต่ก็หวังว่าสักวันคงจะหาทางจนเจอครับ

หลับตา
10-11-2005, 11:13 AM
ยินดีด้วยครับ

ใต้หล้า
10-11-2005, 09:35 PM
สุดยอดคับ

Attawat_Rx
10-11-2005, 11:52 PM
เป็นเรื่องที่ดีมากครับ

yaytae
12-11-2005, 07:43 PM
สาธุ

LingLek
12-11-2005, 10:49 PM
อนุโมทนาค่ะ... ถือว่ายังมีวาสนาให้ได้เห็นสัจธรม ก่อนจะถลำลงอบายมุขมากไปกว่าเก่า...

ขอบคุณเรื่องดีๆที่เอามาเล่าสู่กันฟังก้า

เด็กแม่กลอง
13-11-2005, 12:32 AM
หลานน่ารักมั๊กๆหน้าคล้ายน้องพี่เลยเลืดผสมนี่น่าร๊ากกกมั๊กๆ

บุปผาชน
20-11-2005, 10:25 PM
สาธุ อนุโมธนาด้วยค่ะ

Carbonato
21-11-2005, 07:22 AM
แจ๋วเลยครับ ...

white devil
07-12-2005, 12:07 PM
โมทนาด้วยครับ ใจเด็ดดี

artty
07-12-2005, 12:47 PM
อนุโมทนาด้วยนะคะ ดีจัยด้วยค่ะที่เดินมาถูกแล้วค่ะ ความสงบมันอยู่ที่ใจเราจิงๆเลย

ครึ่งชีวิต
07-12-2005, 01:06 PM
อนุโมทนา......ครับ

amp 99
16-12-2005, 12:16 PM
ยินดีด้วยนะครับ...ผิดแล้ว กล้ายอมรับ นับว่าน่ายกย่อง... ใจเด็ดดีครับ<!-- / message -->

แคท
16-12-2005, 11:32 PM
ขออนุโมทนาด้วยค่ะ

vacharaphol
17-12-2005, 02:05 AM
http://se-ed.net/platongdham/pic/buddha_s.gif
"สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ท่านทั้งหลายจงยังกิจของท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด"