PDA

View Full Version : สาเหตุที่ทำให้ร่างกายไม่สบาย


TupLuang
11-07-2008, 06:37 AM
หมอพีร์
ธันวาคม ๒๕๕๐

สวัสดีค่ะเป็นยังไงกันบ้างคะช่วงนี้ทุกคนสบายดีกันไหม ตอนนี้คนใกล้ตัวมีแต่คนไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาลกันทั้งนั้นเลยค่ะ ยังไงดูแลสุขภาพของตัวเองกันด้วยนะคะ

รู้ไหมว่าทำไมร่างกายของเราจึงไม่สบายหรือประสบอุบัติเหตุต่าง ๆ พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสไว้ว่ามีสาเหตุที่ทำให้ร่างกายไม่สบายคือ

๑. สภาพดินฟ้าอากาศ เจ็บป่วยเพราะสภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งสมัยนี้สภาพอากาศแปรปรวนมากทำให้คนป่วยกันง่ายจนไม่ต้องแปลกใจ วันหนึ่งมีได้สามฤดู อีกทั้งเดี๋ยวนี้คนมากขึ้นและโลกพัฒนาไปมาก ทำให้ธรรมชาติถูกทำลาย มีสารเคมีรุนแรงมากขึ้น อากาศที่ดีไม่มีมลพิษหายไป มีแต่สารเคมีที่ทำให้แย่ลงเช่น ควันรถ น้ำเน่า ย่อมทำให้ร่างกายทรุดโทรมได้ง่าย


๒. การไม่บริหารร่างกาย เดี๋ยวนี้เครื่องอำนวยความสะดวกของมนุษย์มีมากขึ้น ทำให้ใช้แรงงานน้อยลง เช่น รถ ลิฟท์ บันไดเลื่อน และงานส่วนใหญ่ก็เป็นงานที่ใช้สมองมากขึ้นไม่ต้องใช้แรงงาน มนุษย์เราเลยติดสุขไม่ได้ออกกำลังกาย เป็นธรรมดาที่ร่างกายต้องเจ็บป่วย รวมถึงอาหารที่พวกเราทานเข้าไปก็มีสารพิษมากขึ้น พอไม่ได้ออกกำลังกายสารพิษเลยไม่ได้ถูกขับออก จึงเป็นธรรมดาที่ร่างกายต้องเจ็บป่วย
๓. การทำงานหนัก เงินเป็นปัจจัยให้มนุษย์อย่างพวกเราต้องทำงานหนัก เพื่อหาเงินมาใช้จ่าย เพื่อดำรงชีพ ส่วนบางคนต้องทำงานหนักเพื่อผ่อนบ้านผ่อนรถผ่อนสมบัติ จนไม่มีเวลาพักผ่อน บางคนก็ทำเกินความจำเป็น แต่ต้องทำเพื่อให้ทัดเทียมคนอื่น ก็ยอมเหนื่อยที่จะทำงาน จนไม่มีเวลาพักพ่อน

๔. กรรม อำนาจของกรรมเป็นปัจจัยที่เกินการมองเห็น เป็นผลมาจากการฆ่าทำร้ายเบียดเบียน ทารุณร่างกายสัตว์ให้ถึงแก่ชีวิตหรือได้รับความทรมานเจ็บปวด รวมถึงทำร้ายร่างกายมนุษย์ พอถึงเวลาที่คิวของกรรมให้ผลย่อมต้องให้ผลเกี่ยวกับร่างกายโดยตรง เพราะบางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมาก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำงานไม่หนัก แต่ร่างกายก็ยังเจ็บป่วย แสดงว่าเป็นผลจากกรรมของการฆ่าสัตว์อยู่แล้ว

การฆ่าสิ่งมีชีวิตแม้จะเป็นแค่สัตว์ตัวเล็ก ๆ เช่น มด ยุง ปลวก เห็บ หมัด หนู ก็มีผลกรรมเช่นกัน ถ้าจิตใจมีโทสะมีความสะใจในการฆ่า กรรมก็ย่อมหนักมาก
ถ้าฆ่าเรื่อย ๆ ไม่มีเจตนามาก อย่างเบาสุดทำให้เป็นภูมิแพ้ต่าง ๆ เวลาถามหลาย ๆ คนว่ายังฆ่าสัตว์ไหม จะมีคนบอกว่าไม่ฆ่า ตบยุงอยู่อย่างเดียว

ความเป็นจริงถ้าตั้งใจจะรักษาศีลข้อหนึ่งมีวิธีเลี่ยงได้หลายอย่าง ซึ่งตอนแรก ๆ อาจจะมีข้อสอบทดสอบใจให้อยากฆ่าหลายต่อหลายรอบ เมื่อไม่ฆ่าหักห้ามใจได้ก็ถือว่าชนะใจตัวเอง ต่อไปจะรักษาศีลข้อหนึ่งได้แบบไม่ค่อยเจอข้อสอบ เช่น บางคนยุงชอบกัดเวลาไปนั่งเป็นกลุ่ม ๆ ไม่กัดคนอื่นกัดแต่ตัวเอง พอหักห้ามใจได้ไปเรื่อย ๆ ที่จะไม่ตบ เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนใจหมดความเคียดแค้น ความไม่ชอบยุง เดี๋ยวมันก็ไม่กัดเราเองค่ะ

ทางออกที่เป็นตัวอย่างเช่น อย่างเห็บหมัดหมาไม่จำเป็นต้องฆ่า เก็บใส่ขวดไว้ ไปเททิ้งเอาก็ได้ หนูก็เอากับดักที่ไม่ได้ฆ่า มาดักไปทิ้งก็ได้ สมัยก่อนที่บ้านต่างจังหวัดจะมีกับดักที่ไม่ให้หนูตาย

ถ้าเป็นยุงหลายคนจะบอกว่าต้องฆ่า เพราะลูกยังเล็ก หรือไม่ฆ่ามันเดี๋ยวจะเป็นไข้เลือดออก ยุงเยอะมากนอนไม่ได้ต้องตบ ความจริงมีทางออกเยอะ เช่น เราอาจจะทายา พยายามปิดบ้านให้ดี ให้อยู่ในมุ้ง นอนในมุ้งเอา เมื่อก่อนที่บ้านหลังเก่ายุงเยอะมาก ก็นอนในมุ้งเอาเหมือนกัน แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่เพิ่งคิดออก คือเครื่องจับยุงแบบง่ายไว้ใช้แทนไม้แบดตียุง เรียกเองว่า ที่ตักยุง วันนี้จะเอามาแนะนำให้ทุกคนลองมาทำไว้ใช้กันดูนะคะ

อุปกรณ์
๑. ผ้าขาวบาง ที่เป็นตาห่างหน่อย แต่ไม่ห่างพอที่ยุงจะลอดได้
๒. ลวดเส้นหนาที่สุด
๓. เข็มกับด้าย

วิธีทำ
๑. ให้ตัดผ้าเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสามเหลี่ยม เย็บด้านสีน้ำเงินให้หมดเหลือสีแดงไว้ เพื่อที่จะได้เอาไว้ใส่ลวด
<CENTER>http://dungtrin.com/mag/31/fortune1.jpg</CENTER>

๒. ให้นำลวดมาสอดปากถุงที่ไม่ได้เย็บ เผื่อไว้ยาวนิดหนึ่งเพื่อที่นำมาทำด้ามจับ ให้นึกถึงที่ใช้จับผีเสื้อค่ะ ลักษณะเหมือนกัน เพียงแต่อันนี้จะตาข่ายเล็กกว่ามากไม่ให้ยุงลอดได้

<CENTER>http://dungtrin.com/mag/31/fortune2.jpg
รูปร่างที่ออกมาจะเป็นประมาณนี้ </CENTER><CENTER> </CENTER>เวลาที่ตักยุงได้ต้องจับไว้ด้วยนะ กันยุงออก หรือแกว่ง ๆ ไว้หน่อยนะคะยุงจะไม่ตายแต่จะนอนในก้นถุง ในตอนแรกที่หัดตักจะไม่แม่น แต่ถ้าตักบ่อย ๆ จะจับเก่งและสนุกมาก เวลาในห้องมียุงเยอะให้เขย่าเสื้อผ้าสิ่งของด้วยเพื่อให้ยุงออกมาค่ะ ที่บ้านตั้งแต่ทำมาใช้ได้ผลมาก ที่บ้านเคยตักได้เป็นร้อยเวลายุงเยอะ =)
ยุคนี้เป็นยุคที่คนฉลาดขึ้นพร้อมกับชั่วร้ายมากขึ้น ทำให้วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้ามาก แต่กรรมก็ช่างพิสดารมาก ผลิตโรคแปลก ๆ ใหม่ ๆ ขึ้นมามากมายตามแต่จิตใจที่ชั่วร้ายของมนุษย์ที่คิดจะทำชั่ว ทำให้บางครั้งมีโรคที่หมอไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาทิตย์ก่อนเจอพี่คนหนึ่ง ไม่สบายปวดหัวบ่อยมาก ไปหาหมอให้หมอตรวจแต่ก็ไม่ทราบสาเหตุ

สำหรับใครที่ร่างกายเจ็บป่วยบ่อย ลองเริ่มสำรวจว่าตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน ถ้าแย่มากให้ลองเปลี่ยนสถานที่ดู

บางคนเปลี่ยนได้ แต่อย่างเราอยู่กรุงเทพหลีกเลี่ยงมลพิษได้ยาก ลองหาผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกหน่อยเวลาออกไปข้างนอกเวลารถมาก ๆ หรือต้องออกกำลังกายเพื่อให้เหงื่อออก เพื่อให้ร่างกายขับสารพิษ และสร้างความแข็งแรง ทำให้เป็นโรคยากและอดทนได้เมื่อประสบอุบัติเหตุ

มีลูกค้าคนหนึ่งเข้าฟิตเนสประจำ เมื่อถึงเวลาที่กรรมให้ผล เธอนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปที่วัดเพื่อทำสังฆทาน ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุทำให้ตกรถหงายหลังลงไป ถังสังฆทานกระจายหมด ไปหาหมอ หมอบอกว่ากล้ามเนื้อแข็งแรงมาก แค่ฟกช้ำไม่กี่วันก็หาย งงไหมคะ หงายหลังลงไปนะ

ส่วนบางคนทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักก็ควรจัดสรรเวลาให้ดี เดี๋ยวจะเป็นอะไรก่อน ไม่ได้ใช้เงิน หาเงินมารักษาตัวเองแทน

ส่วนกรรมเรื่องฆ่าสัตว์ ลองเริ่มงดเว้นการเบียดเบียนชีวิตร่างกายคนอื่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายร่างกาย รวมทั้งไม่ใช้แรงงานคนหรือสัตว์หนักจนเกินไป บางคนร่างกายเจ็บป่วยเพราะใช้แรงงานลูกน้องหนักเกินไปจนเขาไม่สบายยังไม่เห็นใจ
หลังจากนั้นให้เริ่มปล่อยสัตว์ ช่วยเหลือสัตว์ให้รอดชีวิต แม้กระทั่งมดตกน้ำ และให้ลองทำบุญด้วยยาดูบ้าง หรือบริจาคเลือด จะเป็นตัวช่วยที่อาจจะทำให้หนักเป็นเบา เป็นผลให้เจอหมอดี ยาดี ไม่แพ้ยา

กรรมวิบากที่ฆ่าสัตว์ จะทำหน้าที่จัดสรรเหตุการณ์ที่ไม่น่าคาดหมายสำหรับพวกเราไว้ให้ต้องใช้กรรม ตามความหนักเบาของเจตนาที่ทำไป

http://dungtrin.com/mag/?31.fortune

gatsuja
11-07-2008, 08:13 PM
ออกกำลังกายให้พอเหมาะพอควร ที่ร่างกายจะรับไหวเป็นประจำ ซิครับ

ฮุ้ง-หงส์
18-07-2008, 02:59 AM
อนุโมทนา สาธุ

AddWassana
19-07-2008, 09:08 AM
ขออนุโมทนากับบทความดีและมีประโยชน์มากนี้ค่ะ
ที่กล่าวถึงสาเหตุนั้นตรงเกือบทุกข้อ ช่วงนี้ภูมิชีวิตตกต่ำมาก
ป่วยบ่อยๆ คงต้องปรับตัวเองด่วนค่ะ