ธุลีดิน
23-09-2004, 07:03 AM
ดร.ประพนธ์ เขมดำรง
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-รู้จักวัดได้อย่างไร ?
เคยมาช่วยวัดในระยะแรกเริ่มเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ ครับ
-ลำบากไหม เดินทางมาไกลถึงเชียงใหม่ ?
ไม่ลำบากครับ แต่หาเวลามาไม่ค่อยจะได้
-ก้าวแรกที่เข้ามาวัดรู้สึกอย่างไร ?
รู้สึกร่มรื่นและสงบดี
-กิจกรรมแต่ละวัน และความเป็นอยู่ระหว่างอบรม เป็นอย่างไร ?
กิจกรรมก็เข้มข้นดีครับ เรื่องความเป็นอยู่เราก็ต้องปรับตัว เพราะไม่ใช่เหมือนอยู่บ้าน
-การบรรยายธรรมะของพระอาจารย์ และองค์บรรยายแต่ละท่าน เป็นอย่างไร ?
อธิบายได้ง่าย และเข้าใจดี ใช้ได้ดีกับชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าขี้เกียจทำวัตร หรือเข้าร่วมกิจกรรม ท่านเทศน์ว่าความขี้เกียจเป็นสิ่งไม่ดี ควรจะเก็บไว้ที่บ้าน ไม่ควรให้คนเห็น เรามาวัดเพื่อฝึกอบรม ต้องขยัน ถ้าขี้เกียจ แสดงว่านำสิ่งไม่ดีมาประกาศให้คนอื่นๆ รู้ ซึ่งนำไปประยุกต์กับเรื่องอื่นๆ เช่น สิ่งไหนเราไม่ชอบก็อย่าทำ เพราะคนอื่นก็ไม่ชอบเช่นกัน
-ปกติเข้าวัดบ่อยไหม ?
เข้าวัดไม่บ่อยครับ แต่ใช้วิธีอ่านหนังสือธรรมะอื่นๆ และพระไตรปิฎก
-ปกติสนใจในทางพระพุทธศาสนาไหม ?
สนใจมากครับ
-เชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ ?
ผมกลับรู้สึกเฉยๆ นะครับ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกับชีวิตประจำวัน เนื่องจากพระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่แล้ว
-เคยฝึกสมาธิมาก่อนหรือไม่ ?
เคยฝึกเมื่อ ๒๐ ปีมาแล้วครับ
-ตอนได้ธรรมกาย รู้สึกอย่างไร ?
รู้สึกสงบ สบาย และได้รู้จักอีกมิติหนึ่งครับ
-รู้สึกว่ายากไหม ?
ไม่ยากครับ ฝึกแล้วก็ได้ผล
-ลักษณะพระธรรมกายเป็นอย่างไร ?
มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปปางสมาธิ เกตุดอกบัวตูม ขาวใสคล้ายเพชรครับ
-ภพ นรก/สวรรค์/นิพพาน ที่ได้พบเห็น มีลักษณะอย่างไร ?
ข้อนี้ไม่อยากพูดมาครับ เพราะคล้ายกับที่ปรากฏในหนังสือไตรภูมิพระร่วง
-แล้วเทวดา สัตว์นรก มีลักษณะอย่างไร ?
เทวดาก็คล้ายชุดเทวดาที่คนเล่นละครใส่ และคล้ายๆ กับในหนังสือครับ
-ศิลปะของอาคารในสวรรค์เหมือนของไทยไหม ?
เหมือนมากครับ ทำให้คิดว่าบรรพบุรุษของเราในอดีตคงเคยเห็นในสมาธิมาก่อนแน่
-ถ้ามีคนมาพูดว่า การสอนธรรมะ ไม่จำเป็นต้องเอาสวรรค์มาล่อ เอานรกมาขู่ ก็สามารถปฏิบัติธรรมได้ คุณคิดอย่างไร ?
อาจจะไม่จำเป็นก็ได้ แต่ต้องสอนให้รู้เรื่องกฎของกรรม จากสิ่งที่เห็นในโลกนี้ เช่น ในอดีตผมเคยหนังสือเขียนว่า คนทำดี ผลจะส่งให้ลูกหลาน ๗ ชั่วคน ๑๕ ชั่วคน ก็ยังนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าดูจากตระกูลมหาตมะคานธี ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียถึง ๓ ชั่วคน ก็ชัดเลย
-ถ้ามีคนว่าสิ่งที่เห็นเวลานั่งสมาธินั้นเป็นการนึกเอาเอง ?
แสดงว่าคนๆ นั้นไม่รู้จริง พระอาจารย์ที่มีผู้เคารพมากมายหลายท่าน ไม่ว่าจะฝึกแบบไหน ในขั้นแรกก็ใช้อุบายในการนึกก่อน แต่จากการนึก (ของสมมุติ) จะนำไปสู่ของจริง เป็นการเห็นจริงรู้จริง ถ้าผู้พูดอยากรู้ ควรอ่านวิธีฝึกสมาธิของหลวงปู่ดู่วัดสะแก หรือการฝึกแบบลมหายใจ (อานาปานสติ) ก็ใช้การนึกเห็นว่าลมหายใจไปสิ้นสุดจุดไหน ถ้าถามว่ามองเห็นอากาศไหม ก็มองไม่เห็น ใช้วิธีนึกเช่นเดียวกัน ว่าลมไปถึงจุดนั้น เลยเอาใจไว้ที่จุดนั้น ซึ่งเป็นอุบายให้ใจรวม ใจหยุด เดี๋ยวก็เห็นเอง ถึงตอนนั้น สิ่งที่เห็นนี้ เป็นการเห็นจริง เป็นเห็นด้วยใจ เรียกว่าเห็นนิมิต ถ้าจะนึกขึ้นมาเฉยๆ ให้นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
-วิชชาธรรมกายมีประโยชน์อย่างไร ? ช่วยเรื่องการเรียน/ทำงาน มากแค่ไหน ?
ทำให้มีสติในการทำงานและดำรงชีวิตครับ
-การฝึกภาวนาที่บ้านกับที่วัดต่างกันอย่างไร ?
ที่วัดเข้มข้นกว่าครับ แต่ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน [ถ้าปฏิบัติจริงจัง]
-การมาอบรมครั้งนี้ เราได้ประโยชน์อะไรบ้าง ?
ทำให้สามารถตัดเรื่องอื่นออกหมด สนใจปฏิบัติอย่างเดียว ทำให้ใจเป็นสมาธิดีขึ้นครับ ซึ่งเดิมเคยทำได้ แต่ขาดช่วง แต่ก็ฝึกถึงขั้นนี้ได้บ่อยๆ ตอนอยู่บ้าน
-ฝึกสมาธิแล้ว ถ้าพบสิ่งที่ไม่น่าชอบใจ เช่นมีคนทำให้เราโกรธ เราจะทำอย่างไร ? แล้วสำหรับสิ่งน่าชอบใจ หลงใหล ?
ถ้าเราฝึกได้ผลดี คือเห็นธรรมกายใสชัด ถ้ามีอะไรมากระทบอายตนะของเรา เราจะเห็นขั้นตอนของการกระทบชัดเจนมากครับ ทำให้รู้เห็นเหตุผลว่าทำไมบุคคลนั้นทำเช่นนี้ และสิ่งที่ควรทำจะเป็นอย่างไร ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับตัวเราคือ การรับรู้ แต่ไม่มีความโกรธหรือหลง (เป็นอุเบกขา) ทั้งหมดนี้ เวลาพูดหรืออธิบายจะนาน แต่ว่าขณะจิตถูกกระทบ และตัดสินใจ แล้วแสดงปฏิกิริยาออกไป จะเร็วมาก เป็นเสี้ยววินาที การจะเป็นเช่นนี้ได้ ศีลต้องบริสุทธิ์ และและฝึกให้เห็นองค์พระธรรมกายตลอด ความรู้หรือปั__าจะแวบขึ้นมาตัดตอนกิเลสเหล่านั้นได้ครับ แต่บางครั้งก็ยังมีความโกรธอยู่ จะเป็นความโกรธเล็กๆ น้อยๆ แม้จะคิดได้ในชั่วระยะเวลา ๑-๒ วินาที
-นึกถึงคนที่ไม่ได้มีโอกาสมาปฏิบัติอย่างเราไหม ? จะชักชวนแนะนำคนอื่นหรือไม่ ?
จะชักชวนให้ฝึกสมาธิก่อน ถ้าคนนั้นสนใจ จึงจะบอกว่าวิธีไหนง่ายที่สุด เห็นผลเร็วที่สุดครับ และจะบอกว่าผลที่ได้เพื่อประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง
-คิดว่า ศีล ๕ จำเป็นสำหรับชีวิตไหม ?
จำเป็นมากครับ
คิดว่าสังคมไทยเป็นขณะนี้เป็นอย่างไร ? ควรแก้ไขส่งเสริมอย่างไร ?
น่ากลัวครับ ควรส่งเสริมให้คนมีศีล ๕ ให้มากขึ้น และเคร่งครัดในการรักษาศีลด้วย
-จะฝากอะไรถึงผู้ที่ไม่ได้มาปฏิบัติอย่างนี้บ้าง ?
รู้สึกเสียดายแทนคนที่ไม่ได้มานะครับ
-คราวหน้าจะมาอบรมอีกไหม ?
คาดว่าพฤษภาคม ปีหน้า จะมาอีกครับ
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-รู้จักวัดได้อย่างไร ?
เคยมาช่วยวัดในระยะแรกเริ่มเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ ครับ
-ลำบากไหม เดินทางมาไกลถึงเชียงใหม่ ?
ไม่ลำบากครับ แต่หาเวลามาไม่ค่อยจะได้
-ก้าวแรกที่เข้ามาวัดรู้สึกอย่างไร ?
รู้สึกร่มรื่นและสงบดี
-กิจกรรมแต่ละวัน และความเป็นอยู่ระหว่างอบรม เป็นอย่างไร ?
กิจกรรมก็เข้มข้นดีครับ เรื่องความเป็นอยู่เราก็ต้องปรับตัว เพราะไม่ใช่เหมือนอยู่บ้าน
-การบรรยายธรรมะของพระอาจารย์ และองค์บรรยายแต่ละท่าน เป็นอย่างไร ?
อธิบายได้ง่าย และเข้าใจดี ใช้ได้ดีกับชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าขี้เกียจทำวัตร หรือเข้าร่วมกิจกรรม ท่านเทศน์ว่าความขี้เกียจเป็นสิ่งไม่ดี ควรจะเก็บไว้ที่บ้าน ไม่ควรให้คนเห็น เรามาวัดเพื่อฝึกอบรม ต้องขยัน ถ้าขี้เกียจ แสดงว่านำสิ่งไม่ดีมาประกาศให้คนอื่นๆ รู้ ซึ่งนำไปประยุกต์กับเรื่องอื่นๆ เช่น สิ่งไหนเราไม่ชอบก็อย่าทำ เพราะคนอื่นก็ไม่ชอบเช่นกัน
-ปกติเข้าวัดบ่อยไหม ?
เข้าวัดไม่บ่อยครับ แต่ใช้วิธีอ่านหนังสือธรรมะอื่นๆ และพระไตรปิฎก
-ปกติสนใจในทางพระพุทธศาสนาไหม ?
สนใจมากครับ
-เชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ ?
ผมกลับรู้สึกเฉยๆ นะครับ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกับชีวิตประจำวัน เนื่องจากพระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่แล้ว
-เคยฝึกสมาธิมาก่อนหรือไม่ ?
เคยฝึกเมื่อ ๒๐ ปีมาแล้วครับ
-ตอนได้ธรรมกาย รู้สึกอย่างไร ?
รู้สึกสงบ สบาย และได้รู้จักอีกมิติหนึ่งครับ
-รู้สึกว่ายากไหม ?
ไม่ยากครับ ฝึกแล้วก็ได้ผล
-ลักษณะพระธรรมกายเป็นอย่างไร ?
มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปปางสมาธิ เกตุดอกบัวตูม ขาวใสคล้ายเพชรครับ
-ภพ นรก/สวรรค์/นิพพาน ที่ได้พบเห็น มีลักษณะอย่างไร ?
ข้อนี้ไม่อยากพูดมาครับ เพราะคล้ายกับที่ปรากฏในหนังสือไตรภูมิพระร่วง
-แล้วเทวดา สัตว์นรก มีลักษณะอย่างไร ?
เทวดาก็คล้ายชุดเทวดาที่คนเล่นละครใส่ และคล้ายๆ กับในหนังสือครับ
-ศิลปะของอาคารในสวรรค์เหมือนของไทยไหม ?
เหมือนมากครับ ทำให้คิดว่าบรรพบุรุษของเราในอดีตคงเคยเห็นในสมาธิมาก่อนแน่
-ถ้ามีคนมาพูดว่า การสอนธรรมะ ไม่จำเป็นต้องเอาสวรรค์มาล่อ เอานรกมาขู่ ก็สามารถปฏิบัติธรรมได้ คุณคิดอย่างไร ?
อาจจะไม่จำเป็นก็ได้ แต่ต้องสอนให้รู้เรื่องกฎของกรรม จากสิ่งที่เห็นในโลกนี้ เช่น ในอดีตผมเคยหนังสือเขียนว่า คนทำดี ผลจะส่งให้ลูกหลาน ๗ ชั่วคน ๑๕ ชั่วคน ก็ยังนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าดูจากตระกูลมหาตมะคานธี ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียถึง ๓ ชั่วคน ก็ชัดเลย
-ถ้ามีคนว่าสิ่งที่เห็นเวลานั่งสมาธินั้นเป็นการนึกเอาเอง ?
แสดงว่าคนๆ นั้นไม่รู้จริง พระอาจารย์ที่มีผู้เคารพมากมายหลายท่าน ไม่ว่าจะฝึกแบบไหน ในขั้นแรกก็ใช้อุบายในการนึกก่อน แต่จากการนึก (ของสมมุติ) จะนำไปสู่ของจริง เป็นการเห็นจริงรู้จริง ถ้าผู้พูดอยากรู้ ควรอ่านวิธีฝึกสมาธิของหลวงปู่ดู่วัดสะแก หรือการฝึกแบบลมหายใจ (อานาปานสติ) ก็ใช้การนึกเห็นว่าลมหายใจไปสิ้นสุดจุดไหน ถ้าถามว่ามองเห็นอากาศไหม ก็มองไม่เห็น ใช้วิธีนึกเช่นเดียวกัน ว่าลมไปถึงจุดนั้น เลยเอาใจไว้ที่จุดนั้น ซึ่งเป็นอุบายให้ใจรวม ใจหยุด เดี๋ยวก็เห็นเอง ถึงตอนนั้น สิ่งที่เห็นนี้ เป็นการเห็นจริง เป็นเห็นด้วยใจ เรียกว่าเห็นนิมิต ถ้าจะนึกขึ้นมาเฉยๆ ให้นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
-วิชชาธรรมกายมีประโยชน์อย่างไร ? ช่วยเรื่องการเรียน/ทำงาน มากแค่ไหน ?
ทำให้มีสติในการทำงานและดำรงชีวิตครับ
-การฝึกภาวนาที่บ้านกับที่วัดต่างกันอย่างไร ?
ที่วัดเข้มข้นกว่าครับ แต่ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน [ถ้าปฏิบัติจริงจัง]
-การมาอบรมครั้งนี้ เราได้ประโยชน์อะไรบ้าง ?
ทำให้สามารถตัดเรื่องอื่นออกหมด สนใจปฏิบัติอย่างเดียว ทำให้ใจเป็นสมาธิดีขึ้นครับ ซึ่งเดิมเคยทำได้ แต่ขาดช่วง แต่ก็ฝึกถึงขั้นนี้ได้บ่อยๆ ตอนอยู่บ้าน
-ฝึกสมาธิแล้ว ถ้าพบสิ่งที่ไม่น่าชอบใจ เช่นมีคนทำให้เราโกรธ เราจะทำอย่างไร ? แล้วสำหรับสิ่งน่าชอบใจ หลงใหล ?
ถ้าเราฝึกได้ผลดี คือเห็นธรรมกายใสชัด ถ้ามีอะไรมากระทบอายตนะของเรา เราจะเห็นขั้นตอนของการกระทบชัดเจนมากครับ ทำให้รู้เห็นเหตุผลว่าทำไมบุคคลนั้นทำเช่นนี้ และสิ่งที่ควรทำจะเป็นอย่างไร ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับตัวเราคือ การรับรู้ แต่ไม่มีความโกรธหรือหลง (เป็นอุเบกขา) ทั้งหมดนี้ เวลาพูดหรืออธิบายจะนาน แต่ว่าขณะจิตถูกกระทบ และตัดสินใจ แล้วแสดงปฏิกิริยาออกไป จะเร็วมาก เป็นเสี้ยววินาที การจะเป็นเช่นนี้ได้ ศีลต้องบริสุทธิ์ และและฝึกให้เห็นองค์พระธรรมกายตลอด ความรู้หรือปั__าจะแวบขึ้นมาตัดตอนกิเลสเหล่านั้นได้ครับ แต่บางครั้งก็ยังมีความโกรธอยู่ จะเป็นความโกรธเล็กๆ น้อยๆ แม้จะคิดได้ในชั่วระยะเวลา ๑-๒ วินาที
-นึกถึงคนที่ไม่ได้มีโอกาสมาปฏิบัติอย่างเราไหม ? จะชักชวนแนะนำคนอื่นหรือไม่ ?
จะชักชวนให้ฝึกสมาธิก่อน ถ้าคนนั้นสนใจ จึงจะบอกว่าวิธีไหนง่ายที่สุด เห็นผลเร็วที่สุดครับ และจะบอกว่าผลที่ได้เพื่อประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง
-คิดว่า ศีล ๕ จำเป็นสำหรับชีวิตไหม ?
จำเป็นมากครับ
คิดว่าสังคมไทยเป็นขณะนี้เป็นอย่างไร ? ควรแก้ไขส่งเสริมอย่างไร ?
น่ากลัวครับ ควรส่งเสริมให้คนมีศีล ๕ ให้มากขึ้น และเคร่งครัดในการรักษาศีลด้วย
-จะฝากอะไรถึงผู้ที่ไม่ได้มาปฏิบัติอย่างนี้บ้าง ?
รู้สึกเสียดายแทนคนที่ไม่ได้มานะครับ
-คราวหน้าจะมาอบรมอีกไหม ?
คาดว่าพฤษภาคม ปีหน้า จะมาอีกครับ