PDA

View Full Version : หมอดูทำนาย น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ "ล่มสลาย อยู่ในทุกขเวทนา"


คนมีกิเลส
07-07-2008, 09:44 PM
หมอดูทำนาย น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ "ล่มสลาย อยู่ในทุกขเวทนา"

<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>http://www.matichon.co.th/news-photo/prachachat/2008/07/spe02070751p1.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>"อ.โสรัจจะ นวลอยู่" ได้พยากรณ์ดวงเมืองประจำปีชวด พ.ศ.2551 ไว้ในหนังสือศาสตร์แห่งโหร ของสำนักพิมพ์มติชน ทั้งนี้ในช่วงปลายปีมีคำทำนายที่เกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติที่ค่อนข้างรุนแรง ดังนี้

สิงหาคม 2551

กรุงเทพฯตึกถล่มทลาย

หุ้นตก เศรษฐกิจล้มเหลว ประชาชนมีแต่หนี้สิน เศรษฐกิจล้มเป็นเบี้ยล่างต่างชาติ พายุโซนร้อนผ่านตอนใต้อย่างรุนแรง ชาวใต้ต้องอพยพด่วน ชายทะเลฝั่งตะวันออกถูกพายุกวาดลงทะเลไปเป็นจำนวนมากหลายจังหวัดทางภาคใต้โดนวาตภัยร้ายแรงอีก ทางรถไฟสายใต้ขาด รถเดินไม่ได้ โทรศัพท์เสีย ปลายเดือนพายุไซโคลนลูกใหญ่พุ่งเข้าไทยร้ายแรงกว่าครั้งใดๆ ที่ผ่านมาโหมเข้าภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ ด้วย

มีอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาค ของประเทศ จะเกิดอุบัติเหตุหมู่ไฟป่าเผาผลาญเป็นจำนวนมาก ไฟลุกโชติช่วงไปทุกหนแห่ง

ปลายเดือนกรุงเทพฯ ตึกรามบ้านช่องที่อยู่อาศัยอาจถล่มทลาย จากแผ่นดินทรุดตัวหลายแห่ง

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02spe02070751&day=2008-07-07&sectionid=0223

คนมีกิเลส
07-07-2008, 09:45 PM
กันยายน 2551

เขื่อนทั้งเล็กทั้งใหญ่จะพังทลาย

เกิดปัญหาทางภาคใต้ ทำให้ทั่วโลกตกตะลึง เกิดการจลาจล นองเลือด ต้นเดือนดีเปรสชั่น ผ่านตอนเหนือของประเทศอย่างรุนแรง น้ำป่าเริ่มไหลบ่าจากทางภาคเหนือและอีสานลงมาทางใต้ ต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ เขื่อนทั้งเล็กและใหญ่จะพังทลาย เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด พืชพันธุ์ธัญญาหารเสียหายหนักยิ่งกว่า ครั้งใด

มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน กรุงเทพฯต้องจมอยู่

ใต้บาดาลเป็นเวลายาวนาน การจราจรเป็นอัมพาต

โดยทั่วไปสถานการณ์ของโลกกำลังตกอยู่ในสภาพวิปริต จะเกิดสงครามครั้งใหญ่ เศรษฐกิจตกต่ำ ความเดือดร้อนของประชากรชาวโลก เด็กๆ อาจพบกับโรคร้ายแปลกประหลาดตายกันมาก จีนแดง คงจะมีการปฏิรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นในประเทศ ประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ต้องประกาศลดค่าเงินหยวนครั้งใหญ่ เศรษฐกิจทั่วโลกวุ่นวายโกลาหล ประเทศในแถบแอฟริกาจะเกิดการจลาจลนองเลือด รวมทั้งอาณาบริเวณใกล้เคียงกัน

เกาหลีและอินโดนีเซีย จะมีภัยธรรมชาติอันหฤโหด ผู้คนจะล้มตายเป็นเบือ อุบัติภัยทางน้ำ ทางอากาศ กับเรื่องแทรกซ้อนต่าง ๆ ทยอยกันเข้ามาโดยไม่ว่างเว้น เดือนนี้จึงเป็นเดือนที่ไม่น่าไว้วางใจ หุ้นเริ่มตกอย่างรุนแรงแบบวินาศสันตะโร

ตอนปลายเดือนพายุโซนร้อนผ่าน ภาคกลางและตอนใต้ของประเทศอีก สร้างความเสียหายไปทั่ว ถนน สะพาน ทางรถไฟ เขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ และสาธารณูป โภคถูกทำลายสิ้น อียิปต์ อาหรับ และอิสราเอล เดือนนี้จะได้รับ พิษร้ายจากดาวอังคาร ทำให้ทุกฝ่ายจับอาวุธเข้าหากันทันที จนบ้านเมืองพินาศ

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02spe02070751&day=2008-07-07&sectionid=0223

คนมีกิเลส
07-07-2008, 09:46 PM
ตุลาคม 2551

น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ล่มสลาย

อยู่ในทุกขเวทนา

ทางใต้ขอแบ่งแยกเพื่อปกครองตนเอง การเดินทางอากาศไม่สู้ดีนัก เดือนนี้อาจมีข่าวอุบัติเหตุใหญ่ๆ ทางอากาศหนาหูขึ้น เกิดแผ่นดินไหวในอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายสำหรับบ้านเรา ภัยธรรมชาติยังคุกคามต่อไปอีกทั้งทางภาคเหนือ อีสาน และทางภาคใต้ โดยเฉพาะทางภาคใต้จะโดนอย่างหนัก ถือได้ว่าเป็นวาตภัยครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง และผู้คนที่อาศัยอยู่ติดทะเลจะถูกพายุร้ายหอบตกทะเลแทบไม่เหลือหลอแม้แต่รายเดียว เป็นการ สูญเสียครั้งใหญ่

เศรษฐกิจต้องพังพินาศ หุ้นตกลงเหวนรก ต้องหนีหนี้ฆ่าตัวตายกันเป็นแถวๆ เงินเฟ้อไม่มีค่าซื้อข้าวของไม่ได้ เหมือนเศษกระดาษ คนงานในบริษัทใหญ่โตของประเทศ รวมทั้งข้าราชการบางส่วนต้องถูกปลดออกจากงานเนื่องจากเศรษฐกิจตกสะเก็ด

น้ำก็ยังท่วมไปทั่วทั้งประเทศอยู่ และเพิ่มระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ กรุงเทพฯ ล่ม เป็นที่น่าทุกขเวทนาอย่างยิ่ง

เดือนนี้ญี่ปุ่นเป็นระยะที่มีภัยเศรษฐกิจคุกคามอย่างหนัก คนงานรถไฟในญี่ปุ่นสไตรก์ รถเป็นอัมพาตหมด เศรษฐกิจสะเทือนอย่างรุนแรง เดือดร้อนไปทั่ว

โดยทั่วไปสถานการณ์ของโลกกำลังตกอยู่ในสภาพวิปโยค จะเกิดสงครามครั้งใหญ่

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02spe02070751&day=2008-07-07&sectionid=0223

คนมีกิเลส
07-07-2008, 09:47 PM
พฤศจิกายน 2551

นิวเคลียร์และน้ำท่วมโลก

เป็นระยะที่ดาวเคราะห์เบียนหนัก การแตกแยกความสามัคคีภายในบ้านเมืองเรา ขัดแย้งเป็นปรปักษ์ทางการเมือง นำไปสู่การพิพาทที่สิ้นสุดมิได้ หุ้นเริ่มตกอย่างรุนแรงมากกว่าปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ธุรกิจสับสน กระแสเงินมีจุดเครียด เงินตึงตัว จะเกิดอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของประเทศไทย จะเกิดอุบัติเหตุหมู่ไฟป่าเผาผลาญไปจำนวนมาก ไฟลุกโชติช่วงไปทุกหนทุกแห่งการลอบวางเพลิง วางระเบิด การเมืองระส่ำระสายและภัยรอบข้างทำให้ดูเหมือนเกิดความคับขัน ทางใต้วิกฤตสุด หาทางแก้ไขไม่ได้

องค์กรศาสนาของเราสั่นสะเทือน หุ้นตก เศรษฐกิจล้มเหลว

ในกรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ สถานที่สำคัญเสียหายหนัก

กลุ่มประเทศปาเลสไตน์ และตะวันออก กลางจะเกิดสงครามใหญ่กับสหรัฐ และพันธมิตรอังกฤษ ออสเตรเลีย อิสราเอล สถานทูตและฐานทัพของกลุ่มพันธมิตรนอกประเทศถูกทำลายสิ้น

มีคนเสียชีวิตมากมาย เนื่องจากอาวุธร้ายแรง นิวเคลียร์ ปรมาณู อาวุธเชื้อโรค อาวุธเคมี

สงครามระหว่างสหรัฐกับตะวันออก กลาง ทำให้โลกต้องตกอยู่ในช่วงฝันร้าย ใช้กำลังทหารและอาวุธรุนแรงเข้าห้ำหั่นกัน มีผู้ถือหางทั้งสองฝ่าย อาณาบริเวณที่จะเกิดจุดฆาต คือ สหรัฐ อังกฤษ อิสราเอล กลุ่มประเทศปาเลสไตน์ ออสเตรเลีย จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส

สหรัฐอเมริกา อยู่ในภาวะคับขัน ประวัติศาสตร์ของชาติต้องจารึก จะถูกวินาศกรรมในหลายรัฐจากอาวุธร้ายแรง (นิวเคลียร์) แผ่นดินจะเดือดเป็นไฟ

น้ำแข็งขั้วโลกละลายทำให้เกิดน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้เกาะบางเกาะอาจจะจมหายไป รวมถึงเกาะเล็กในเมืองไทยด้วย เป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ของโลกทีเดียว และจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

คนมีกิเลส
07-07-2008, 09:48 PM
ธันวาคม 2551

เดือนอาเพศ

ดินฟ้าอากาศวิปริต อาเพศไปทั่ว เดือนนี้สภาพภูมิอากาศหนาวจัดที่สุดในรอบร้อยปี มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก และเกิด "หิมะตกในเมืองไทย" เป็นครั้งแรก ผู้คนตกตะลึงกันไปทั่วโลก

วิกฤตทางภาคใต้ได้ลุกลามเข้ามาถึงกรุงเทพฯ มีผู้คนเสียชีวิต เป็นเดือนหฤโหด วิปโยคที่แท้จริงสำหรับคนไทย หุ้นตกอย่างรุนแรงอีก การเมืองของไทยเต็มไปด้วยความผันผวน เผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก ข้าวยากหมากแพง

กลุ่มนักการเมืองร่วงหล่นเป็นแถวๆ ธนาคารล้ม ตลาดหลักทรัพย์ฯต้องปิดตัวลง พินาศย่อยยับ มีอุบัติภัยทางอากาศหลายครั้งในต่างประเทศ

สถานการณ์ในสหรัฐอเมริกาเกิดกลียุค วายวอดกว่าครั้งไหนๆ เชื้อโรคร้ายที่เกิดจากอาวุธของฝ่ายศัตรู ทำให้ผู้คนชาวอเมริกันตายเป็นใบไม้ร่วง ตะวันออกกลาง กำลังหมิ่นเหม่ต่อสงครามที่จะลุกลามขยายไปอย่างรวดเร็ว การทูตไร้ผล การสะสมกำลังอาวุธคงดำเนินไปอย่างเร่งรีบ

สหรัฐอาจเพลี่ยงพล้ำบนเวทีโลก ระยะนี้ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น มุขบุรุษเองก็ไร้สมรรถภาพ จะถูกโจมตีหนัก การบริหารงานผิดพลาด และอันตรายอาจจะเกิดแก่มุขบุรุษได้ทุกโอกาส สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม "โสรัจจะ นวลอยู่" เตือนสติคนไทยว่า การพยากรณ์ "ดวงเมือง" ปี 2551 นี้ แม้จะมีคำทำนายที่ค่อนข้างจะร้ายแรง แต่จะขอเตือนเหมือนปีก่อนว่า เราอย่าหลงเชื่อจนงมงาย เพราะวิชาโหราศาสตร์นั้นเป็นเพียงทฤษฎีที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักในการให้คำพยากรณ์ การพยากรณ์เป็นเพียงความคาดคะเน ซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

ที่สำคัญกว่านั้น คุณต้องยึดถือผลกรรมในภพชาติปัจจุบัน ยึดมั่นในผลของการกระทำกรรมดีและกรรมชั่ว เมื่อรู้ว่าคุณจะมีทุกข์เกิดขึ้น ก็ขอให้มุ่งสร้างแต่กรรมดี ละเว้นการกระทำชั่วเสีย อีกทั้งขอให้ยึดมั่นในคุณพระรัตนตรัยอย่างแท้จริง ซึ่งจะอำนวยผลดีให้

แต่ถ้าหากคุณเป็นบุคคลประเภทที่คอยตั้งหน้าตั้งตาแต่จะกอบโกยความสุขเกษมเปรมปรีดิ์ให้ตนเองแต่ฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหาย ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อ ผู้อื่น ก็ขอให้พึงสังวรได้เลยว่า คุณจะต้องประสบกับความหายนะที่ไม่อาจแก้ไขหรือช่วยเหลือได้เลย ตัวคุณเท่านั้นที่จะช่วยตนเองได้

ขณะที่ อ.พัฒนา พัฒนศิริ" ได้พยากรณ์ดวงเมืองประจำปี 2551 ว่า ในปี 2551 ประเทศไทยจะมีน้ำฝน ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหน้าฝนจะมาเร็วกว่าปกติ และตกยาวนานจนถึงในฤดูหนาว ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะพร่องเขื่อน เพราะมีโอกาสที่น้ำจะล้นเขื่อน ต้องผันน้ำกันจ้าละหวั่นมากกว่าปีก่อน

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02spe02070751&day=2008-07-07&sectionid=0223

nuneen
07-07-2008, 10:46 PM
ไม่อยากให้เป็นจริงเลย

kacher
08-07-2008, 12:04 AM
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกปักรักษาเมืองไทย
ขอได้โปรดช่วยคุ้มครองเมืองไทยให้ปลอดภัยด้วยเทอม...สาธุ

shesun
10-07-2008, 02:06 PM
อ่านแล้วขอให้พิจารณา อย่าเพิ่งแตกตื่น ตกใจ เพราะคำทำนายของท่านผู้นี้ใช้สำนวนโวหารหวือหวา...เว่อ...เกินความจริง อ่านข้อมูลย้อนหลังก็ได้ว่าแม่นกี่เปอร์เซ็น...ทำใจสบายๆนะจ๊ะ...

ป.วิเศษ
10-07-2008, 02:11 PM
ไม่ท่วมค่ะ การันตี ๑๐ ปี
เมืองอื่น ประเทศอื่น โดนค่ะ (ไม่อยากให้ใครเป้นอะไร)
ยักษ์ขาวโดนหนักสุด ๆ

แง็บ_แง็บ
10-07-2008, 02:36 PM
เวอร์เกินไปอ่ะป่าว

ahantharik
10-07-2008, 02:49 PM
ผมคิดว่าคงไม่เกิดแบบนั้นหรอกครับ หมอดู คู่ กับหมอเดา เอาเวลาไปหาประโยชน์อย่างอื่นดีกว่ามัก ชอบทำนายให้ซ้ำเติมกัน เจอบ่อยครับทำนายแบบนี้แต่ก็ไม่เห็นเกิด

nuchi
10-07-2008, 03:17 PM
ต้องหนีไปอยู่ทิเบตดีกว่า

chocolatus
10-07-2008, 07:44 PM
ขอบคุณค่ะ

รับฟังเพื่อความไม่ประมาทค่ะ

พระไตรภพ
10-07-2008, 07:52 PM
สาธุ ไม่เกิด ไม่เกิด ไม่เกิด

ไม่เกิดอะไร มีแต่จิตใจของคนเรานี้เท่านั้นจะเดือดดานหนักหน่วง

ร้อนดั่งไฟเผาอก เหมือนตกนรกร้อน แต่กลับหลงชอบติดอยู่ไม่รู้จางหาย

กามโลกีจะเดือดรุ่นแรง ศีล ข้อสามจะหาคนรักษายาก

สาธุ สาธุ สาธุ

tummaism
11-07-2008, 01:09 PM
เขามาอยู่ก็ไม่เเปลกครับ ในเมื่อมนุษย์ทําลายธรรมชาติซะขนาดนี้ ตอนนี้ได้เเต่ปลงเเละเเผ่ส่วนกุศลกันไปครับ ทําอะไรไม่ได้ไปมากกว่านึ้ คนที่ตัดไม้ทําลายป่าอยู่ก็หยุดซะนะครับ ได้โปรดเถิด

Komodo
11-07-2008, 01:21 PM
ไว้รอเกิดเดือนสิงหาคมตามคำทำนายก่อนครับ แล้วจะกลับมาอ่านเดือนที่เหลือครับ

ปล. อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เตรียมตัวให้ตาย ก็สู้เตรียมใจไม่ได้ครับ

kurei
11-07-2008, 02:08 PM
อืม...ผมว่าไม่ท่วมฮะ
แต่รอดูละกัน
หากยังไม่เกิดอะไรก็ไม่ควรจะตื่นตระหนกน่ะคับ

พนมกุเลน
11-07-2008, 07:20 PM
ช้าก่อน อย่าเพิ่งวิตก ลองอ่านนี่ดูก่อน!!!

http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare029.htm

ถาม – โลกกำลังจะมีภัยพิบัติครั้งใหญ่จริงหรือไม่?

ตอบ - ตั้งแต่เกิดเหตุสึนามิถล่มหลายประเทศ ขบวนการพยากรณ์ก็กลับมาฮิตใหม่อีกครั้ง หลังจากซบเซาไปนาน ทั้งการไม่มาตามนัดของสงครามนิวเคลียร์ในปี ๑๙๙๙ และทั้งการลบแผนที่หลายๆประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีหมู่เกาะซึ่งเสี่ยงต่อการจมน้ำทั้งหลาย

ผมมองว่าขบวนการพยากรณ์ภัยพิบัติส่วนใหญ่คือการใช้ประโยชน์จากความกลัวของผู้คน คำทำนายมักหนีไม่พ้นแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุซัด เพราะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นบ่อยในระยะหลัง แต่เพื่อให้น่าสนใจ คำพยากรณ์ช่วงนี้จะออกแนวหายนะระดับล้างโลกที่น่าขนพองสยองเกล้า เช่นประเทศนั้นประเทศนี้จะหายวับไปกับตา อะไรทำนองนั้น

นอกจากภัยทางธรรมชาติ ยังมีคำพยากรณ์เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งอันนี้ก็เป็นจริงและควรมองว่าน่าหวั่นวิตกกว่ากันเสียอีก เพราะมีข่าวไวรัสสายพันธุ์ใหม่ให้ได้ยินเป็นรายวัน ชนิดที่ต่อไปคนอาจไม่ประหลาดใจถ้ามีข่าวว่าอยู่ดีๆมีคนกลุ่มหนึ่งบนฟุตบาทลงไปชักดิ้นชักงอพราดๆเหมือนในหนังเขย่าขวัญ โดยทีมแพทย์ตรวจเบื้องต้นไม่ทราบว่าโดนเชื้อโรคสายพันธุ์ใดเล่นงาน

เสียงลือเกี่ยวกับการเอาอาวุธนิวเคลียร์มาเป็นเครื่องมือข่มขู่กันระหว่างประเทศ ก็ทำให้เกิดการพยากรณ์อันน่าเชื่อถือได้อีก ว่าวันหนึ่งโลกคงไม่แคล้วต้องประสบกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่สุด คนตายเรือนล้านทันทีจากอาวุธนิวเคลียร์ และอีกหลายล้านต้องตายแบบผ่อนส่งจากพิษกัมมันตภาพรังสี

สรุปคือ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่นั้นมีอยู่จริง!

อย่างไรก็ตามสิ่งที่มีอยู่จริงก็ไม่จำเป็นต้องแผลงฤทธิ์เสมอไป ทำนองเดียวกับที่เราเดินผ่านหมามีเขี้ยวเล็บทุกวัน มันมีสิทธิ์กัดเราเนื้อขาดได้ตอนทีเผลอ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่กัด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราเดินผ่านไปสบายๆโดยไม่คิดอะไร จนกว่าจะมีข่าวหมาเป็นพิษสุนัขบ้า หรือได้ยินใครในตลาดเล่าให้ฟังว่าหมู่นี้หมาชอบกัดคนเดินเท้าประจำ คุณถึงค่อยเกิดอาการเหลียวซ้ายแลขวาลอกแลก แตกต่างไปจากเดิม

ลองหลบมุมจากเสียงลือเสียงเล่าอ้าง แล้วมาดูกันในมุมมองของกรรมวิบากกันบ้างนะครับ ผมจะไม่พูดแบบหมอดู คือไม่ฟันธงลงไปว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ ตอนดาวทำมุมอย่างไร แต่จะลองวาดภาพให้คุณเห็นอย่างชัดเจน ว่าตามหลักแล้ววิบากกรรมจะเล่นงานคนเรือนล้านพร้อมกันได้เพราะมีเหตุปัจจัยดังนี้

๑) มีสัตว์ต้องตาย‘พร้อมกัน’ นับอสงไขย คืออย่าไปคิดเฉพาะมนุษย์ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่กำลังเสวยบุญขั้นสูงสุด แต่ต้องคิดถึงสัตว์น้อยใหญ่อีกไม่รู้กี่แสนล้านตัวด้วย เพราะสมมุติว่าคนตายเพียงหนึ่งล้าน แปลว่าต้องกินอาณาบริเวณกว้างไกลไม่ใช่เล่นๆ อาจจะทั้งจังหวัดเล็กๆ ลองคิดดูสิครับว่าหมาแมว นกหนู มดปลวก และอะไรจิปาถะอื่นๆจะมีอยู่ประมาณไหนในหนึ่งจังหวัด ใช้ตัวเลขมั่วๆว่า ‘นับไม่ถ้วน’ ไปพลางๆดีกว่า

๒) วิบากกรรมที่ทำให้ตายกะทันหันนั้น ควรจะเป็นประเภทตัดรอนภาวะดีๆ เปลี่ยนเอาภาวะร้ายๆมาแทนที่แบบปุบปับฉับพลัน ไม่ให้ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัว พูดง่ายๆว่าต้องตกต่ำลงจากสภาพเคยอยู่ดีมีสุขในสภาพเนื้อตัวแห้งสะอาดนุ่มนิ่มแบบมนุษย์ไปเป็นอื่นที่ลำบากกว่ากัน

ทั้งนี้ก็เพราะคนและสัตว์ส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมใจตายไว้ล่วงหน้า เมื่อไม่ได้เตรียมก็แปลว่าใช้ชีวิตตามสบาย ซึ่งตามสบายของคนส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ถ้าไม่คิดเรื่องเซ็กซ์ก็คิดเรื่องล้างแค้น ถ้าไม่คิดเรื่องล้างแค้นก็คิดเรื่องความสำคัญของตัวตน ล้วนแต่เรื่องปรุงแต่งจิตให้เศร้าหมอง

เมื่อตายขณะจิตเศร้าหมองย่อมเอียงลงต่ำ เว้นแต่จะสั่งสมบุญใหญ่ไว้ช้อนได้ทัน อีกประการหนึ่ง ภัยพิบัติระดับทำคนตายเป็นล้านนั้น มักมาในรูปแบบของความน่าสะพรึงกลัวไม่มีอะไรเกิน ความกลัวเป็นโทสะชนิดแรงกล้า ถ้าครอบงำจิตสุดท้ายไว้ทั้งดวงได้ ก็มักตรึงจิตให้ติดอยู่กับความกลัวนั้นๆ

พูดง่ายๆ เป็นเปรตที่ต้องวนเวียนอยู่กับภพแห่งความน่ากลัวไปอีกนาน จนกว่าจะมีบุญใดมาเลื่อนชั้นให้ น้อยคนครับที่เปลี่ยนจากภาวะมนุษย์ด้วยอุบัติเหตุกะทันหันแล้วไปสูงขึ้น ต้องสั่งสม ต้องย้อมจิตย้อมใจเป็นกุศลกันจนอยู่ตัวพอประมาณ

เอาแค่ปัจจัยที่เอื้อให้เกิดมหาหายนะสองข้อข้างต้น ก็คงพอจะพิจารณาได้ว่าการตายเกลี้ยงฉาดแบบเทกระจาดทิ้งทั้งหมดโลกในคราวเดียวนั้น เกิดขึ้นได้ยากเต็มทีครับ เพราะแปลว่าผู้มีบุญถึงขั้นได้เป็นมนุษย์กว่า ๖,๐๐๐ ล้านรายจะต้องตายร้ายพร้อมกันหมด อัตราความเป็นไปได้คงเป็นศูนย์ คือต่อให้มีดาวหางใหญ่เท่าดวงจันทร์จะวิ่งมาชนโลกแตกดับ ก็ต้องได้พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเหมือนในหนังจนได้

อย่างไรก็ตาม แม้โอกาสตายเกลี้ยงพร้อมกันจะเป็นศูนย์ แต่โอกาสทยอยตายเป็นกระจุกๆนั้นชักเริ่มมีมาก ทั้งนี้เพราะมีผู้สมควรตายแบบปัจจุบันทันด่วนเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ผู้สมควรตายแบบปัจจุบันทันด่วนนั้นคือใครบ้าง?

๑) ผู้ถึงวาระสุดท้าย อาจถึงเวลาตายด้วยกรรมเก่าจากอดีตชาติ หรือเพราะกรรมใหม่ในชีวิตปัจจุบัน บันดาลให้ต้องตกตาย ณ จุดของเวลานั้นๆ โดยไม่คำนึงถึงว่าจิตกำลังเป็นกุศลหรืออกุศลในขณะเผชิญความตาย โดยมากพวกนี้จะมีโอกาสตั้งสติระลึกถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งสิ่งมนุษย์มักยึดเหนี่ยวกันก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของตน แต่ถ้าระหว่างมีชีวิตไม่ทำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้อยู่ในใจ ก็มักกังวลโน่นนี่สารพัด

๒) ผู้ถึงวาระสุดท้ายเช่นเดียวกับข้อแรก แต่กรรมในอดีตชาติหรือในชาติปัจจุบันบังคับไว้เลยว่าต้องตายด้วยจิตที่เป็นกุศลหรืออกุศล เช่นถ้าอดีตชาติเคยฆ่าผู้อื่นด้วยวิธีทำให้กลัวก่อนตาย หากชาติปัจจุบันไม่สร้างกระแสกรรมใหม่ไว้แรงพอจะส่งให้จิตมีกำลังและสว่างไสวพอ ก็จะต้องตายด้วยเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความกลัวอย่างท่วมท้น แม้พยายามระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในนาทีสุดท้าย อย่างไรก็แก้ไม่ทัน

๓) ผู้มีบาปหนัก ถึงเวลาตายในจังหวะที่จิตกำลังดำมืด ขาดกำลังส่งให้ไปดี เขามีบาปหนักสมควรจะต้องชดใช้ ขนาดที่ว่าถ้ายังมีชีวิตต่อ ก็จะขาดเหตุปัจจัยในโลกนี้มาลงโทษอย่างสาสม อันนี้หาได้ยาก ที่เคยมีเป็นเยี่ยงอย่างแก่มนุษยชาติก็ได้แก่พระเทวทัตซึ่งทำร้ายพระพุทธองค์สารพัดวิธีแบบกะปลงพระชนม์ อยู่ๆพื้นแผ่นดินที่ยืนอยู่ก็แยกออกแล้วกลืนหายลงไปเฉยๆ

(ไม่ได้สูบฮวบเดียวจมมิด เพราะหลักฐานมีอยู่ว่าพระเทวทัตสำนึกผิดได้ตอนโดนดูดลงไปเหลือแค่ส่วนหัว ตำแหน่งที่พระเทวทัตโดนในปัจจุบันก็ยังมีปักป้ายแสดงที่อินเดีย ใครอยากดูก็ลองไปสัมผัสเอาเองว่ามีความน่าขนลุกอยู่จริงไหม)

๔) ผู้มีบุญมาก ถึงเวลาตายในจังหวะที่จิตกำลังผ่องใส หรือมีกำลังของกุศลอุ้มชูมากพอจะประกันภพใหม่ว่าต้องดีกว่าที่กำลังเป็นอยู่ เขามีบุญญาธิการที่ควรได้เป็นผู้เสวยสุขมาก ขนาดที่ว่าถ้ายังมีชีวิตต่อ ก็ขาดเหตุปัจจัยที่จะตกรางวัลอย่างสมน้ำสมเนื้อกับบุญญาบารมีเสียแล้ว

พวกนี้กุศลจะคุ้มตัว ต่อให้เกิดเรื่องน่ากลัวขนาดไหนก็ไม่ตระหนก จิตส่วนลึกมีความเชื่อมั่นกับกระแสกุศล อบอุ่นใจมากพอ ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นคือหญิงชาวนาคนหนึ่ง ตื่นเช้าใส่บาตรพระอรหันต์ซึ่งเพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ซึ่งผลกรรมด้านดีจะแรงมาก ต้องเห็นผลใน ๗ วัน

แต่ด้วยวิถีชีวิตของนางไม่มีปัจจัยในโลกสนองตอบได้ไหว เลยตายแบบปัจจุบันทันด่วนด้วยสัตว์ร้าย ไปเสวยสวรรค์ระหว่างทางทำบุญนั่นเอง

(ปัจจุบันข่าวทัวร์บุญที่รถเทกระจาดก็มีให้เห็นบ่อย จนบางคนตั้งข้อสังเกตนะครับ อย่าตีความว่าทำบุญแล้วตาย หมายถึงทำบุญแล้วได้อัปมงคลเป็นอันขาด)

ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมา คนมักถามกันว่าผู้เคราะห์ร้ายเคยทำกรรมใดร่วมกันมาจึงร่วมตายเกือบพร้อมเพรียงอย่างนั้นถึงสามแสนคน
อันนี้ขอให้ทราบนะครับ การตายหมู่ไม่ใช่เครื่องหมายบอกเสมอไปว่านั่นเป็นวิบากกรรมที่พวกเขาทำมาร่วมกัน

ขอให้สังเกตว่ากรณีสึนามินั้น แต่ละคนกระจายกันรับเคราะห์กรรมซึ่งมีแรงหนักเบาไม่เท่ากัน สถานการณ์ที่ส่งผลให้เจ็บตายไม่เหมือนกัน และที่สำคัญไม่ได้รู้จักมักจี่ ไม่ได้จูงมือไปรวมตัวกันตามข้อตกลงแต่อย่างใด

นอกจากนั้นขอให้สังเกตอีกประการหนึ่ง คือหลายรายไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนภพของพวกเขา ก็มีเหตุให้พวกเขาต้องไปอยู่ที่นั่นพอดี ตำแหน่งที่จะถูกน้ำซัดตายพอดี ส่วนคนที่ยังไม่ถึงฆาต แม้ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าว ก็กลับรอดและไม่บาดเจ็บเท่าแมวข่วน บางคนถูกน้ำซัดเข้าปะทะผนัง น่าจะตายแน่แล้ว ผนังส่วนนั้นกลับพังราบ เลยรอดจากการถูกอัดก๊อปปี้!

นี่แหละการแสดงความมหัศจรรย์ในการ ‘คัดคนออก’ ของกฎแห่งกรรมวิบาก ใครยังคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ก็สมควรทบทวนดูใหม่จากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ว่าทำไมความบังเอิญจึงเล่นตลกได้ขนาดนี้?

การประสบเคราะห์กรรมร่วมกัน ชนิดที่ส่อถึงอดีตกรรมที่เคยทำมาด้วยกันนั้น จะเป็นประเภทกลุ่มคนที่รู้จักกัน ร่วมทางหรือลงเรือลำเดียวกัน ประสบกับรูปแบบเคราะห์กรรมเดียวร่วมกัน เช่นในคัมภีร์มีเรื่องของเหล่าภิกษุไปติดในถ้ำด้วยกัน อดอยากปากแห้งร่วมกันอยู่หลายวัน ก็เพราะกรรมหมู่ในอดีตชาติที่เคยร่วมกันกักขังสัตว์ให้ได้รับความทรมาน เป็นต้น

โลกนี้แบ่งออกเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัยกับเขตพื้นที่สุ่มเสี่ยง และเป็นอย่างนี้มาทุกยุคทุกสมัย ไม่มีสมัยใดที่โลกปูตลอดด้วยพื้นที่ปลอดภัยหรือสุ่มเสี่ยงอย่างเดียว ต้องมีกระจายเขตดีเขตร้ายไว้ให้บริการส่ำสัตว์ผู้มีบุญมีบาปอย่างทั่วหน้าอยู่เสมอ

ฉะนั้นขอให้ลืมเรื่องภัยล้างโลกแบบกวาดทีเดียวหายเรียบไปได้ วันหนึ่งโลกอาจถึงกาลแตกดับจริง แต่ป่านนั้นต้องไม่มีสัตว์บุญมากอย่างมนุษย์หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว

โลกยังไม่แตกวันนี้ แต่ก็อย่าประมาทเลยครับ เพราะเราอาจยืน เดิน นั่ง นอนอยู่ในเขตประหาร และเราก็ไม่อาจทราบเสียด้วยว่าถึงเวลาของเราหรือยัง ขอให้คำนึงถึงการเตรียมเสบียงไว้เพื่อความไม่ประมาทแหละดีที่สุด เราจะได้ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องถามหาคำทำนาย ว่าที่กำลังหายใจได้ กำลังรู้สึกและนึกคิดได้เหมือนอย่างนี้ วาระสุดท้ายจะต้องตายเดี่ยวหรือตายหมู่ ตายดีหรือตายทรมาน ตายในขณะที่จิตเป็นกุศลหรืออกุศล

เพราะธรรมดาผู้สั่งสมบุญ ตุนเสบียงไว้มากๆ ย่อมอุ่นใจอยู่เสมอว่ากรรมขาวทั้งปวงจะตามไปช่วยอุดหนุนค้ำจุนมิให้หลงตายตกร่วงลงต่ำอย่างแน่นอน

cariboo
13-07-2008, 10:15 AM
ทำมายเดือนตุลาคม มานเป็นบาดาลแล้ว เดือนกันยายน น้ำยังท่วมอีกอ่าค่ะ
ดูพิบัติเกือบทุกเดือนเลยน่ะเนี่ย อิอิ

ชัชชฎา
14-07-2008, 02:45 PM
ว้าว ประเทศไทยจะมีหิมะตก

ดีใจรึเสียใจดีเนี่ย