PDA

View Full Version : พระธรรมฑูตต่างประเทศ/ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์


MBNY
06-07-2008, 08:58 AM
วัดญาณประทีป (http://www.dpgb.mbu.ac.th/th/index.php?option=com_weblinks&task=view&catid=75&id=29)

Road Kelston, Auckland New Zealand Phone: +64 9 813 1055 Fax: +64 9 813 1066 eMail: watyarn@hotmail.com สำนักสงฆ์ญาณประทีป ประจำเมือง Hamilton







ที่มา : http://www.dpgb.mbu.ac.th/th/index.php?option=com_weblinks&catid=75&Itemid=48

TupLuang
11-07-2008, 05:45 PM
วัดญาณประทีป เมือง Auckland, New Zealand

ฉินจัง

“ปี๊บ...ปี๊บ...ปี๊บ...ปี๊บ...”
“ต๊อด...ต๊อด...ต๊อด...ต๊อด...”
เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นขึ้นทั้งสองเรือน แผดเสียงกรอกเข้าหูทั้งจากด้านซ้ายและขวา ผมงัวเงียเอื้อมไปปิดเสียงทางด้านขวาก่อนพร้อมกับหยิบมาดูเวลา

“เพิ่งจะตี ๔ เท่านั้นเอง”

เหลือบไปมองนาฬิกาอีกเรือนทางหัวเตียงด้านซ้าย กลับเป็นเวลา ๙ โมงเช้าแล้ว จึงค่อยนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้ผมอยู่ในห้องโรงแรมที่เมือง Auckland ประเทศ New Zealand ซึ่งเวลาเร็วกว่ากรุงเทพฯ ถึง ๕ ชั่วโมง และที่ตั้งใจตื่นมาแต่เช้าก็เพื่อจะไปทำบุญที่วัดญาณประทีป ที่อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางของเมือง Auckland นัก

วัดญาณประทีปเป็นวัดไทย สังกัดธรรมยุติกนิกาย ปัจจุบันมีพระกวีวรญาณเป็นเจ้าอาวาส วัดนี้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ แต่ที่ตั้งปัจจุบันเป็นสถานที่แห่งที่สามแล้ว ที่ต้องย้ายหลายครั้งเนื่องจากสถานที่เดิมค่อนข้างคับแคบ ไม่สะดวกเวลามีญาติโยมมาร่วมงานที่วัดมากๆ

แม้ว่าจะเป็นครั้งที่สองที่ผมใช้บริการรถประจำทางของเมืองนี้เพื่อไปที่วัด แต่ก็ยังลงเลยป้ายไปจนได้ แต่คราวนี้เลยป้ายเดียวเลยเดินกลับมาไม่ไกลนัก ไม่เหมือนครั้งแรกที่เลยไปไกลจนรถแล่นไปถึงสถานีรถประจำทางของเมืองถัดไป เลยต้องนั่งรถสายเดิมย้อนกลับมา จากป้ายรถประจำทางเดินมาได้พักใหญ่ๆก็เริ่มมองเห็นต้นสนใหญ่ข้างประตูทางเข้าวัด เลยประตูวัดไปทางด้านซ้ายเป็นพื้นที่ที่เตรียมจะก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์หลังใหม่ แทนหลังเดิมซึ่งคับแคบมาก หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังคราวที่แล้วว่า โครงการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้เริ่มต้นก่อสร้าง เนื่องจากมีอุปสรรคมากมาย ตั้งแต่เรื่อง แบบแปลน การขออนุญาต และที่สำคัญคือเงินทุนในการก่อสร้างที่ยังขาดอยู่มาก


http://dungtrin.com/mag/31/tour1.jpg http://dungtrin.com/mag/31/tour2.jpg
ประตูทางเข้าวัดแต่วันนี้เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตรงพื้นที่ก่อสร้าง หลังจากคราวที่แล้วที่ผมมาที่นี่ บริเวณนี้ยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอยู่เลย ผมมาทราบภายหลังว่าทางวัดกำลังจะมีพิธีวางศิลาฤกษ์ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ และในวันนั้นจะมีงานบุญถวายสลากภัตแด่พระภิกษุที่อยู่จำพรรษาด้วย


http://dungtrin.com/mag/31/tour3.jpg
อาคารหลังเดิม
เดินเลยเข้าไปเล็กน้อยก็จะถึงอาคารหลังเก่า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ จึงมีคนไทยที่นี่นำข้าวปลาอาหารมาทำบุญกันเป็นจำนวนมาก ตอนเดินเข้าไปในศาลากำลังจะได้เวลาถวายภัตตาหารพอดี แม้ว่าผมจะนั่งอยู่ข้างหลัง แต่หลวงพ่อก็สังเกตเห็นและจำได้ ท่านจึงเมตตาถามไถ่ว่ามาถึงนานหรือยัง
“มาถึง Auckland เมื่อวานนี้ครับ เพิ่งมาถึงวัดเมื่อสักครู่นี้เองครับ”

เนื่องจากผมไม่ได้เตรียมอาหารมาด้วย ช่วงที่ญาติโยมกำลังตักบาตร ก็เลยถือโอกาสเก็บภาพบรรยากาศภายในศาลา เสร็จแล้วจึงหลบไปนั่งอยู่ตรงมุมห้องด้านหนึ่ง นั่งคิดไปว่าห้องนี้แคบไปจริงๆ ถ้าวันไหนวัดมีงานใหญ่ๆ คนมาร่วมงานคงต้องนั่งข้างนอกศาลากันเป็นส่วนมากแน่ๆ ขณะกำลังเผลอคิดอยู่นั้นหลวงพ่อท่านเมตตาบอกให้น้องคนไทยคนหนึ่งนำจานข้าวสวยมาให้ ผมจึงได้มีโอกาสได้ตักบาตรในวันนั้นด้วย


http://dungtrin.com/mag/31/tour4.jpg
บรรยากาศภายในศาลาไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า แต่ผมพบว่ากินข้าววัดทีไรอร่อยทุกครั้งจริงๆ นอกเหนือจากเหตุผลว่าข้าววัดกินฟรีแล้ว กับข้าวที่ญาติโยมตั้งใจนำมาตักบาตรล้วนคัดสรรแต่ของดีๆมาทั้งสิ้น นอกจากกับข้าวหลากหลายแล้ว ยังมีคุณพี่คนไทยใจกุศลท่านหนึ่ง มาตั้งโรงทานทำก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงคนมาทำบุญอีกด้วย รสชาติอร่อยไม่แพ้ร้านก๋วยเตี๋ยวดังๆในกรุงเทพฯเลยทีเดียว

ช่วงบ่าย ศาลานี้จะกลายเป็นห้องประชุมคณะสงฆ์และคณะทำงานของวัด ในการจัดงานใหญ่ที่จะมีขึ้นอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า ผมจึงปลีกตัวไปเดินชมป่าโกงกางด้านหลังวัด ทางเดินไปป่าหลังวัดจะผ่านบริเวณกุฏิพระ ซึ่งที่นี่ใช้รถคาราวานมาประยุกต์ใช้แทนการสร้างอาคารถาวร คงต้องรอให้ศาลาอเนกประสงค์หลังใหม่สร้างเสร็จ พระท่านจึงจะมีเรือนพักที่เป็นสัดส่วนดีกว่านี้


http://dungtrin.com/mag/31/tour5.jpg
ใช้รถคาราวานมาดัดแปลงเป็นกุฏิเลยจากบริเวณกุฏิไปนิดเดียวก็จะเป็นป่าด้านหลังวัด บรรยากาศร่มครึ้มน่านั่งภาวนามากๆ และก็สมดังใจคิด เพราะพอเดินไปจนสุดทางจึงได้เห็นว่ามีศาลาไม้เล็กๆหลังหนึ่งตั้งอยู่ มีป้ายชื่อติดอยู่ข้างในว่า “ศาลาทำใจ” ผมจึงใช้เวลาช่วงบ่ายวันนั้น นั่ง เดิน (และนอน) ภาวนาอยู่ในศาลา โดยมีเสียงครูบาอาจารย์แว่วมาไกลๆว่า ใครถนัดเดินก็เดิน ใครถนัดนั่งก็นั่ง ใครถนัดนอนก็นั่งนะ แต่ผมก็ทำเป็นหูทวนลม เพราะบรรยากาศ สงบเย็น และฉ่ำฝน ประกอบกับตื่นตีสี่เช่นวันนี้ จะรอดหรือครับ


http://dungtrin.com/mag/31/tour6.jpg http://dungtrin.com/mag/31/tour7.jpg
ศาลาภาวนาหลังจากตื่นนอน ไม่ใช่สิ หลังจากใช้เวลาภาวนาอยู่ในศาลาพอสมควรแล้ว ผมจึงเดินขึ้นมาที่ศาลาอเนกประสงค์อีกครั้ง เพื่อจะกราบลาหลวงพ่อกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น ขากลับจากวัดผมยังได้รับน้ำใจจากคุณพี่ทรงวุฒิ เจ้าของร้านอาหาร ไหมไทย ให้ผมติดรถกลับมาและยังแวะมาส่งผมถึงหน้าโรงแรมอีกด้วย ต้องขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ผมมีโอกาสไปวัดไทยในต่างประเทศหลายแห่ง สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากทุกๆวัดก็คือ บรรยากาศของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีมิตรจิตมิตรใจของคนไทย ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนน้ำใจนี้ก็ไม่เคยจืดจาง และนอกจากจะเป็นพื้นที่นาบุญสร้างความชุ่มชื่นใจให้กับผู้คนแล้ว วัดในต่างประเทศยังเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมไทย เป็นห้องเรียนภาษาไทยให้กับเด็กๆไทยที่เกิดในต่างแดน เป็นศูนย์รวมใจคนไทยเหมือนกับสมัยก่อนที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน


http://dungtrin.com/mag/31/tour8.jpg
มื้อกลางวันในห้องเด็กเล็กมีหลายคนบอกว่า เวลาอยู่ต่างประเทศจะกลับเมืองไทย แค่ได้ก้าวขึ้นมาบนเครื่องบินการบินไทยก็เหมือนได้กลับถึงบ้านแล้ว ผมเองก็มีรู้สึกคล้ายๆกันคือทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปในวัดไทย จะมีความรู้สึกอบอุ่นใจไม่ต่างจากเวลาที่อยู่เมืองไทยเลยทีเดียว

หากสนใจร่วมสร้างศาลาอเนกประสงค์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.watyarn.net.nz (http://www.watyarn.net.nz/)

http://dungtrin.com/mag/?31.tour (http://dungtrin.com/mag/?31.tour)

พระบัณฑิต ธัมโม
13-07-2008, 01:32 PM
เป็นศูนย์รวมใจคนไทยเหมือนกับสมัยก่อนที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน


http://dungtrin.com/mag/31/tour8.jpg
มื้อกลางวันในห้องเด็กเล็กมีหลายคนบอกว่า เวลาอยู่ต่างประเทศจะกลับเมืองไทย แค่ได้ก้าวขึ้นมาบนเครื่องบินการบินไทยก็เหมือนได้กลับถึงบ้านแล้ว ผมเองก็มีรู้สึกคล้ายๆกันคือทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปในวัดไทย จะมีความรู้สึกอบอุ่นใจไม่ต่างจากเวลาที่อยู่เมืองไทยเลยทีเดียว

ขออนุโมทนาครับส่งความรู้สึกออกมาได้ดีครับ