PDA

View Full Version : สามารถทำธุรกิจส่วนตัวได้ไหม?


TupLuang
03-07-2008, 07:23 AM
หมอพีร์ สามารถทำธุรกิจส่วนตัวได้ไหม?
มิถุนายน ๒๕๕๐


http://www.bamovie.com/images/the_pursuit_of_happyness.jpg

ชีวิตมนุษย์เราสิ่งที่ต้องการกันมาก คืออิสระ โดยเฉพาะอิสระที่จะไปไหนมาไหนได้โดยไม่มีกฏเกณฑ์กฎระเบียบบังคับไว้ ไม่ต้องขออนุญาตใครอยากทำอะไรก็ทำได้หมด และนอกจากอิสระเสรีภาพในการทำอะไรได้ตามใจชอบแล้ว อิสระอีกอย่างที่คนต้องการ คืออิสระทางด้านการเงิน จะได้ใช้จ่ายง่าย ๆ ตามที่ใจต้องการอยากได้ หลายคนไม่อยากเป็นหนี้ไม่อยากหาเช้ากินค่ำ อยากมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ อยากได้เงินมาโดยไม่ต้องมีใครด่ามีใครว่า ได้มาเท่ากับแรงที่ลงไป ไม่ใช่ทำให้คนอื่นเขารวยอย่างเดียว

เมื่อมนุษย์เราต้องการอิสรภาพสองด้านนี้มากเป็นพิเศษ จึงทำให้เวลาที่ลูกค้ามาดูหมอมักจะมีคำถามยอดนิยมที่จะถามคือ สามารถทำธุรกิจส่วนตัวได้ไหม? มักจะเจอคำถามนี้ทุกวันก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่จะคิดว่าถ้าได้ทำงานของตัวเองจะได้อิสระในการที่จะไปไหนมาไหนได้ แถมยังมีเงินเข้ามามากกว่าที่จะเป็นลูกน้องเขาไปวัน ๆ หรือกว่าจะได้เงินมาต้องโดนด่าเช้าด่าเย็น ซึ่งความคิดของคนที่อยากทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะไม่ได้จำเพาะเจาะจงไว้แค่สองเรื่องนี้ แต่ยังมีเหตุผลอีกมากมายที่อยากทำงานของตัวเอง และการคิดอยากทำงานของตัวเองก็ไม่ได้ผิดอะไร

แต่การที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ได้สักแต่ว่าอยากทำก็จะทำได้หมด การเป็นนายคนหรือทำธุรกิจส่วนตัว บางคนทำก็รุ่งเรืองมากบางคนทำก็รุ่งริ่งล้มอย่างไม่เป็นท่า เข็ดขยาดที่จะทำธุรกิจเองต่อไป ก็ต้องก้มหน้าก้มตากลับไปเป็นลูกน้องคนอื่นใช้หนี้ต่อ

ดังนั้นองค์ประกอบของการทำธุรกิจส่วนตัวได้นั้นต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
๑. ความรับผิดชอบ
การเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ให้สำเร็จด้วยดีสำคัญมาก เพราะถ้าทำงานแล้วละทิ้งหน้าที่ไป ก็จะทำให้งานล้มเหลวแน่นอน เช่น กำลังทำงานแล้วเกิดทะเลาะกับแฟนจนต้องเลิกกับแฟน เมื่อเสียใจมากเกิน ก็ไปกินเหล้าเมาทุกวัน จนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ การขาดความรับผิดชอบไม่แยกแยะอาจทำให้งานพังได้ หรือเพื่อนชวนไปเที่ยวไหนก็ไปหมด ไม่แยกเวลางานเวลาเที่ยว

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของการมีความรับผิดชอบคือ สามารถทำงานตามที่ตัวเองตั้งใจให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันได้ บางคนมีแต่ความคิดว่าจะทำงานอยู่ล้านแปดความคิด แต่ก็ไม่สามารถทำให้เป็นผลงานออกมาได้ มีแต่ความคิดเท่านั้น เห็นลูกค้าหลายคนเหมือนกันอยากทำธุรกิจ แต่พอถามว่าจะทำอะไร คำตอบบอกว่าไม่รู้ หรือบางคนก็บอกว่า พี่คิดไว้แล้วนะว่าจะทำแต่ไม่เคยลงมือทำเลย เหมือนกับโฆษณาเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง ที่บอกว่าคิดจะปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ แต่ไม่เคยไปปีนเลย มีแต่ความคิด หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่าคนขี้คุย ปากกับความคิดดีมากจริง แต่การกระทำไม่เคยทำได้เหมือนปากเลย ดังนั้นการเป็นคนที่คิดแล้วทำอย่างที่คิดได้ ถือว่าเริ่มมีความเป็นนายคนหรือทำธุรกิจได้

๒. ความมีวินัย
คำว่าวินัย ต้องมาคู่กับคำว่าระเบียบ จึงจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน การเป็นคนมีระเบียบวินัยในระบบงาน จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่าย แม้กระทั่งระเบียบวินัยเรื่องของการเงินก็สำคัญมาก เพราะเป็นหัวใจหลักของบริษัท ถ้าไม่มีระบบบัญชีคอยควบคุมอาจจะทำให้พังได้ เพราะจะทำให้ใช้เงินตามใจตนเอง อยากใช้ก็ใช้แบบไม่คิด ความจริงเงินบริษัทก็ส่วนหนึ่ง เงินใช้เองก็ต้องแยกไว้ ทำให้เป็นระบบ

๓. ความเชื่อมั่นในตัวเอง
การเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นว่าตัวเองจะสามารถประสบความสำเร็จได้นั้น ถือว่าเป็นตัวแปรหนึ่งที่จะทำให้มีกำลังใจในการทำงาน ไม่ท้อแท้ไม่ท้อถอยได้ง่าย เมื่อเจอปัญหาที่ต้องมาให้แก้ไข เพราะงานทุกงานย่อมมีปัญหาเสมอ ถ้าใครไม่มีความเชื่อมั่นเลยว่าจะพบกับความสำเร็จขึ้นมาได้ จะทำให้ท้อแท้และยอมแพ้กับปัญหาได้ง่าย ๆ

๔. ความอดทน
จิตใจต้องเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก เพราะงานของตัวเองต้องทำเกือบทุกอย่าง ไม่ได้ทำเฉพาะหน้าที่ เหมือนกับการทำงานบริษัท ถ้าไม่มีความอดทนมาก จะทำให้ทำอะไรไปนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ล้มเลิกได้ง่าย หรือใช้อารมณ์กับงานได้ง่าย

การเป็นนายคนต้องคอยรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ต้องเผชิญปัญหาเฉพาะหน้าตลอด ต้องมีความอดทนสูงจริง ๆ

๕. การพูดเป็น
คำพูดสำคัญในการทำธุรกิจติดต่อสื่อสารอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนพูดไม่เป็น ไม่มีศิลปะในการพูดเลย จะทำให้ทำงานอย่างลำบาก ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จได้

คำว่าพูดเป็นนั้นคือ พูดออกมาแล้วคนเกรงใจ, พูดออกมาแล้วมีคนฟัง, พูดออกมาแล้วมีคนยอมรับเชื่อถือ

ตัวแปรการมีบารมีทางด้านคำพูด เช่น การเป็นคนมีสัจจะรักษาคำพูดไม่กลับกลอกเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาซึ่งจะทำให้คนไม่เกรงใจ การไม่โกหกเวลาพูดก็จะทำให้คนเชื่อถือยอมรับ การพูดจาที่ไม่ตะคอกไม่ดูถูกเหยียดหยามดูหมิ่นหรือการพูดกระแนะกระแหนคน ก็จะทำให้เวลาพูดออกมาแล้วมีคนฟัง

๖. การควบคุมบริวาร
การทำงานไม่ได้ทำได้คนเดียวจึงจะประสบความสำเร็จ ดั้งนั้นต้องอาศัยบริวาร การควบคุมบริวารให้เคารพยำเกรงได้จึงจำเป็นมาก การจะควบคุมคนก็ต้องทำให้คนเขายอมรับให้ได้ก่อน

การทำให้คนยอมรับได้ ก็อยู่ในหลักของการเป็นคนมีศีล มีทาน มีเมตตา ตรงนี้แหละ

การมีศีลห้า

เริ่มจากศีลข้อหนึ่งคือ ไม่ตบหัวเล่นหัวลูกน้อง คือการไม่เบียดเบียนทางกายลูกน้องหรือการใช้แรงงานลูกน้องหนักเกินจนทำให้ร่างกายเขาอาจจะพิการได้

ศีลข้อสอง ไม่เบียดเบียนเงินเดือนลูกน้อง

ศีลข้อสามคือ ไม่แย่งแฟนลูกน้อง บางคนมีลูกน้องเล่นหูเล่นตาด้วยก็ไปเอาเขามาเป็นแฟน หรือไม่ก็ทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด คือเอาลูกน้องมาเป็นแฟน อาจจะไม่ผิดศีลข้อสามแต่จะทำให้เกิดการลำเอียงในเรื่องหน้าที่การงานได้

ศีลข้อสี่ ไม่พูดจาหยาบคาย พูดส่อเสียด เพ้อเจ้อ ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูกน้อง แต่ถ้าพูดเล่นเพื่อกระชับมิตรไม่เป็นไร

ศีลข้อห้า ไม่กินเหล้าเมายา เจ้านายกินเหล้ากับลูกน้องก็ทำให้ลูกน้องเสื่อมความศรัทธา เสื่อมความนับถือ ทางที่ดีต้องชวนให้ลูกน้องเลิกกินเหล้าถึงจะดี ไม่ใช่สนับสนุน

การทำทาน

การทำทาน ช่วยเหลือให้สวัสดิการกับลูกน้อง ลูกน้องคนไหนเกิดเดือดร้อนก็เกื้อกูลเขาตามที่จะช่วยได้ หลายคนที่เป็นเจ้านายคน ชอบทำบุญแต่กับคนภายนอกบริษัท แต่ไม่เคยเลี้ยงพนักงานที่ทำงานให้เลย ทำให้ต้องเปลี่ยนพนักงานบ่อยมาก ดังนั้นบริษัทไหนเปลี่ยนพนักงานเป็นว่าเล่น ต้องเริ่มพิจารณาตรงนี้บ้างแล้ว มีเจ้านายหลายคนก็มาบ่นตอนที่ดูดวงเหมือนกันว่า ไม่มีบริวารอยู่ด้วยได้นานเลย ความจริงเขาก็ขาดการทำทานกับลูกน้องนี่แหละ

การมีเมตตา

การมีเมตตากับลูกน้องเสมอ ๆ กัน ไม่ทำตัวให้เป็นคนลำเอียง เช่น เลือกที่จะช่วยเฉพาะที่ชอบที่รักที่เอ็นดู คนที่ไม่ชอบไม่รักไม่เอ็นดูก็กดเขาจนทำให้เขารู้สึกได้ว่าไม่ชอบ ก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมา ทำให้ลูกน้องทะเลาะกันเกิดการแตกสามัคคีกันได้ การที่เป็นนายคนควรมีเมตตากับลูกน้องให้เสมอกัน ไม่ควรทำตัวเองเป็นตาชั่งที่เอียงข้าง ควรที่จะควบคุมอารมณ์ให้ได้

๗. การค้าซื่อสัตย์สุจริต
การซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องไม่โกหกลูกค้า สิ่งของที่นำเสนอขายให้คนอื่นต้องมีคุณภาพสมกับราคาที่ลูกค้าได้รับ ไม่โฆษณาเกินจริง เพราะไม่อย่างนั้นสุดท้ายก็ต้องเจ๊งก็ต้องพัง การตรวจสอบคุณภาพของสินค้าคุณภาพงานที่ทำ การมีมาตรฐานจึงสำคัญมาก เช่น ถ้าเปิดร้านอาหารแต่ฝีมือไม่คงที่ ลูกค้าก็หายหมดเหมือนกัน หรือรับทำงานตกแต่งบ้าน เมื่อตกลงใช้วัสดุที่ดีก็ต้องไม่โกง ไม่เอาเปรียบลูกค้า ใช้ของดีมีคุณภาพตามที่ตกลงไว้

๘. การมีจิตใจสละออก
การลงทุนนั้นถ้ามองในเรื่องของทางโลกอาจจะบอกว่า ลงทุนก็ต้องหวังกำไร ถ้าลงทุนไม่ได้กำไรจะทำไปทำไม ซึ่งก็จริงแต่จริงไม่หมด เพราะถ้าลงทุนแบบให้ความโลภเข้าครอบงำ อาจทำให้คิดแต่จะเอาผลประโยชน์เข้าตัวมากเกินไป สุดท้ายความโลภอาจจะทำให้ตาบอดเห็นผิดเป็นถูก ทำให้ตัวเองเจ๊งได้ การคิดจะให้คนอื่นได้รับประโยชน์กับสิ่งที่ทำบ้าง ก็จะทำให้จิตไม่ถูกความโลภครอบงำมากเกินไป

การทำทานก็เป็นตัวแปรสำคัญของธุรกิจเหมือนกัน เพราะเราไม่รู้ว่าเคยไปทำกรรมโกงใครมาบ้างหรือเปล่า วันหนึ่งอาจมีสิทธิ์โดนโกงได้ง่าย อย่างน้อยการทำบุญทำทาน ก็เป็นตัวแปรใหม่ที่ทำให้เวลาจะโดนโกงก็โดนแค่เศษเงิน การทำบุญใหม่จะทำให้เรามีเงินใหม่เข้ามาแทนที่

แปดข้อนี้ก็เป็นตัวอย่างหลัก ๆ ที่จะทำให้เห็นคุณสมบัติของการทำธุรกิจหรือคุณสมบัติของการเป็นนายคนที่ดีได้ ดังนั้นใครที่คิดจะเริ่มทำงานของตัวเองลองสำรวจตัวเองว่ามีข้อบกพร่องข้อไหนบ้าง เมื่อพบให้รีบแก้ไขทำให้สมบูรณ์ขึ้น จะทำให้ประสบความสำเร็จได้

ถ้าสำรวจนิสัยตัวเองพบว่าไม่สามารถทำได้เกินครึ่งแสดงว่าเป็นลูกน้องเขาไปดีกว่า จะได้ปลอดภัยไร้หนี้ไร้ทุกข์

http://dungtrin.com/mag/?18.fortune