TupLuang
02-07-2008, 06:23 AM
คนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เหนือดวง ชนะกรรมตัวเองได้
ช่วงนี้อากาศบนโลกของเราช่างแปรปรวนเหลือเกินยากที่จะเข้าใจได้ การที่อากาศบนโลกแปรปรวนก็เป็นผลมาจากน้ำมือของมนุษย์นี่แหละที่ไม่ดูแลธรรมชาติ เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและทำลายธรรมชาติ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=351774&stc=1&d=1215042183
นอกจากความแปรปรวนของดิน ฟ้า อากาศ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่แปรปรวนยิ่งกว่าอากาศ คือจิตใจของมนุษย์ แค่หนึ่งนาทีจิตใจของเราเปลี่ยนได้เป็นร้อย ๆ เรื่อง ถ้าไม่หัดเข้ามาสนใจจิตใจภายในบ้างเลย ก็โดนความคิดมันหลอกให้ทำอะไรผิดได้มากมาย ต้องตกเป็นทาสของกิเลสไปตราบนานเท่านาน
อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ ก็เจอแต่ลูกค้าที่มีแต่ความแปรปรวนเหมือนกัน คือมีลูกค้าเก่าที่เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นได้ระดับหนึ่ง สามารถฝืนดวง ฝืนกิเลสที่มายั่วยุให้ทำผิดได้แล้ว กลับมาดูดวงคราวนี้กลับทำบาปหนักกว่าเดิมอีก
ลูกค้ากลุ่มนี้ในตอนแรก มีความกระตือรือร้น มีกำลังใจในการเปลี่ยนตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะเพิ่งเจอกรรมเล่นงานมา พอมาดูดวงได้ตรงกับเหตุการณ์ที่กรรมเล่นงานไปพอดี ก็เชื่อว่าเป็นกรรมของตัวเอง และก็กลัวการทำบาปทำกรรมมาก ก็มาสนใจการภาวนาปฏิบัติธรรม พร้อมกับทำบุญทำทานอยู่เรื่อย ๆ ก็คิดว่าเขาคงจะเปลี่ยนได้จริงแล้ว
พอมาเจอกันคราวนี้กลับล้มลงไป ผิดศีลห้าได้อย่างง่ายดาย จิตใจที่เคยหนักแน่นคงเส้นคงวามาระยะหนึ่งแล้ว กลับตาลปัตรไปเป็นอีกด้าน ความกลัวบาปกลัวกรรมหายไปในพริบตา กลับไปโกหก กินเหล้า นอกใจเมียเหมือนเดิม เขาบอกว่ามาดูดวงคราวนี้ อยากมาให้หมอดูด่า เตือนสติหน่อย
การที่ต้องเจอลูกค้าแบบที่เปลี่ยนแล้วล้มอย่างนี้หลายคน ทำให้เลิกคาดหวังว่าจะช่วยทุกคนให้คิดได้ ไม่อยากให้แต่ละคนทำผิดเหมือนที่ผ่านมาอีก อยากให้พวกเขามีสติคิดได้ไม่อยากให้ทำบาปทำลายตัวเขาเองอีก เมื่อเห็นแบบนี้บ่อยก็ทำให้ช่วยแบบไม่คาดหวังแล้ว เพราะเราไม่สามารถทำให้ใครเปลี่ยนได้อย่างที่ใจเราต้องการได้ ทุกคนมีกรรมของแต่ละคนเป็นเครื่องกำหนดชะตาชีวิต เราเป็นได้ก็แค่ผู้ชี้แนะแนวทาง
หลัง ๆ มานี้ ดูดวงแบบสบายขึ้นเยอะมากเลย จากการสังเกต ลูกค้าที่มาดูดวงและสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เหนือดวง ชนะกรรมตัวเองได้จริงนั้นเท่าที่เห็นก็จะมีแต่คนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้คือ
๑.จิตใจที่หนักแน่น
ต้องเป็นคนที่มีจิตใจที่หนักแน่น ไม่โลเลเปลี่ยนความคิดไปมา การที่มีจิตใจหนักแน่นสำคัญมาก เพราะวันหนึ่งถ้าต้องไปเจอข้อสอบของกรรมเก่าตัวเอง ถ้าไม่หนักแน่นก็แพ้กิเลสตัวเองเรื่อยไป ใครที่อยากจะเอาชนะกรรมตัวเองได้เร็วต้องฝึกใจให้มีความแข็งแรงหนักแน่นก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะทำให้ชนะกรรมตัวเองได้ง่ายขึ้น ให้เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น การไม่โลเลในเรื่องการแต่งตัว ไม่โลเลในการเลือกกับข้าวในแต่ละมื้อ ไม่โลเลในการตั้งใจจะทำอะไร เรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้มีให้ตัดสินใจมากกว่าเรื่องใหญ่ ๆ จะเป็นเครื่องมือฝึกปรือความโลเลได้ดีมาก
๒.การมีจิตใจที่ขยัน
ดวงบางคนขอแค่ขยันแค่นั้น ดวงจะดีขึ้นเลย หลายคนแพ้ตัวเองเพราะความขี้เกียจ ไม่กระตือรือร้น เฉื่อยชา ปล่อยชีวิตเป็นไปตามโชคชะตา ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น หรือบางคนลงทุนเกาะพ่อเกาะแม่เลยด้วยซ้ำ
ความไม่ขยันทำให้เป็นคนทำอะไรได้ไม่นาน เดี๋ยวเดียวก็เลิกทำหรือบางครั้งการชนะกรรมก็ต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ เช่น คนที่มีกรรมเรื่องเรียนทำให้เรียนจบยาก ต้องขยันอ่านหนังสือมากกว่าเพื่อนที่ไม่มีกรรมเรื่องเรียนประมาณสามเท่าจึงจะจบได้ง่าย ถ้าขี้เกียจก็ต้องไม่จบตามดวงแน่นอน
ความขี้เกียจแก้ได้โดยการออกกำลังกายให้เหงื่อออกอย่างต่อเนื่อง เห็นลูกค้าหลายคนอยากรวยมาก แต่ไม่ยอมที่จะทำงานหนัก คิดแต่จะหาเงินทางไหนก็ได้ที่ไม่ต้องออกแรง
๓. การเลือกคบเพื่อนที่ดี
การเลือกคบเพื่อนสำคัญมาก เหมือนกับพุทธพจน์ที่ว่า คบคนเช่นไรก็เป็นคนเช่นนั้น คำนี้ยังใช้ดีจริง ๆ ดวงลูกค้าหลายคน เสียก็แต่การเลือกคบเพื่อนนี่แหละ ถ้ามีเพื่อนดี ๆ ได้ ชีวิตจะดีกว่านี้มากแต่ก็จะไม่คบ ชอบคบแต่เพื่อนที่พาให้ตัวเองต่ำลง กับเพื่อนดี ๆ จะรังเกียจขยะแขยงรู้สึกว่าเข้ากันไม่ได้ รู้สึกว่าคุยกันคนละภาษา รู้สึกไม่สนิทใจที่จะคบด้วย รู้สึกแตกแยกแตกต่าง ซึ่งถ้าเราไม่ทันอารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้และไม่พยายามฝืนคบเพื่อนดี ๆ ที่พาเราให้ไปดี ชีวิตก็จะมีแต่เรื่องที่ต่ำลง
๔.การรักษาสัจจะ
เมื่อไหร่ที่เราเป็นคนขาดสัจจะ ไม่รักษาคำพูด ก็จะทำให้เราเอาชนะกรรมได้ยากเหมือนกัน อย่างเช่นเราตั้งใจกลับตัวกลับใจที่จะไม่ทำผิดอีก พอเวลาผ่านมาได้สักพักหนึ่งแล้ว มีเหตุการณ์ยั่วยุให้เราต้องทำผิดอีก ถ้าเราไม่รักษาสัจจะที่เราเอ่ยไว้ ก็จะทำให้เราพลาดทำผิดลงไปอีกได้ง่าย
๕.การให้อภัย
การที่เราไม่ให้อภัยก็จะทำให้ดึงแต่เรื่องไม่ดีเข้ามาหาตัวเอง ชีวิตต่อให้ดวงขึ้นมากแค่ไหน แต่ใจยังเจ้าคิดเจ้าแค้น พยาบาทอยู่ ดวงก็ไม่ขึ้นเต็มร้อย การเจ็บใจจะเป็นตัวเชื่อมกับกรรมที่ไม่ดีของเรามาให้ผลเรา
ลูกค้าบางส่วนก็คิดว่าตัวเองได้ให้อภัยแล้ว ตัวเองไม่โกรธไม่เจ็บใจหรอก ตัวเองให้อภัยเขาได้ ความจริงแล้วให้อภัยได้แต่ปาก แต่ใจให้อภัยไม่ได้อย่างที่ปากพูดเลย เป็นอย่างนี้กันเยอะมาก คือปากให้อภัยแต่ใจให้อภัยไม่ได้
การให้อภัยสำคัญคือที่ใจไม่ใช่ที่ปาก ลองสังเกตลงไปในใจเสมอ ทุกครั้งที่เรากล่าวคำว่าให้อภัยไป จะทำให้เรารู้ว่าเราให้อภัยเขาจริงอย่างที่ปากเราพูดไปหรือเปล่า แต่ถ้าเจอว่าใจยังไม่ให้อภัยอย่างปากพูดออกไป ก็ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกว่า ทำไมยังโกรธเขายังเจ็บใจเขา แค่ยอมรับตรง ๆ ว่าใจยังให้อภัยไม่ได้แค่นั้นก็พอ ขอแค่อย่าด่าอย่าแสดงกิริยาที่ไม่ดีออกไปก็พอ ต่อไปถ้าเราเห็นเรื่อย ๆ ว่าใจยังไม่ให้อภัยเดี๋ยวก็ทำได้เอง
๖.การอ่อนน้อมถ่อมตน
การมีจิตใจที่รับฟังความคิดคำติชมของคนอื่นอยู่เสมอ จะทำให้เราเห็นข้อบกพร่องของตัวเองได้ดี หลายคนที่พอจะเปลี่ยนตัวเองได้หรือเริ่มถือศีลฟังธรรมทำบุญก็เริ่มทำตัวเป็นบุญล้นแก้ว คิดว่าตัวเองดีแล้ว ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน ต่อไปก็จะไม่มีใครอยากจะบอกอยากจะสอนอยากจะเตือน ข้อนี้ก็เหมือนกับข้ออภัยทานคือค้นเข้าไปในใจว่าใจยอมหรือไม่ยอม หลายคนหน้าตายอมคนมาก แต่ใจไม่ยอมเลย
๗.การทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน
หลายคนทำดีหวังผล แต่ไม่รู้หรือไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังเป็นคนที่ทำความดีหวังผล การหวังผลจะทำให้ใจท้อแท้ท้อถอย และขาดกำลังใจในการทำดีต่อไปได้
ความจริงกรรมของบางคนทำมาหนักมาก ทำความดีมาแค่ปีเดียวจะให้มาชนะกรรมทั้งหมดก็ย่อมเป็นไปได้ยาก มีพี่คนหนึ่งเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่สองล้าน ชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยทำบุญมาเลย พอมาเจอปัญหาเรื่องเงินหมุนไม่ทันใช้หนี้ก็เลยเป็นทุกข์ พอใจเป็นทุกข์ก็เลยเริ่มสนใจปฏิบัติธรรมและทำบุญ ทำได้ประมาณปีหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีปัญหาเรื่องเงินหนักมากขึ้น เธอไม่ทันคิดว่าการทำดีของเธอที่ผ่านมานั้นมีความหวังผลอยู่ เธอเริ่มรู้สึกว่าทำไมที่ผ่านมาทำบุญแล้วช่วยไม่ได้เลย ทำให้ไม่อยากทำบุญต่อไปแล้ว ไม่มีกำลังใจ รู้สึกน้อยใจตัวเอง เธอลืมคิดว่าที่เธอยังมีงานทำมีข้าวกินเป็นเพราะผลแห่งบุญที่ทำไปนั่นแหล่ะ ถ้าไม่ทำคงเจอหนักกว่านี้แน่
๘.การอดทน
ต้องฝึกให้ตัวเองพยายามที่จะเป็นคนที่มีความอดทนด้วย เพราะการชนะกรรม ไม่ได้ชนะได้ภายในวันเดียว ต้องอาศัยวันเวลา ผ่านวันเป็นเดือนเป็นปี ๆ ถึงจะเอาชนะได้ ดังนั้นต้องฝึกความอดทนไปด้วย
๙.เรียนรู้เรื่องกรรม
การศึกษาเรียนรู้หลักกรรมวิบากไปด้วย สำคัญมากจริง ๆ เพราะอย่างน้อยจะทำให้เรามองสิ่งรอบข้างในชีวิตอย่างเป็นเหตุเป็นผล เชื่ออะไรอย่างมีเหตุผลไม่โดนใครหลอกให้เชื่อแบบงมงาย อย่าเชื่ออะไรง่าย ให้พิจารณา พิสูจน์ สังเกต จากชีวิตของเราและคนรอบข้างเรานี่แหละ จะทำให้เราเกิดการกลัวกรรม กลัวการทำกรรมได้
คนที่ศึกษาธรรมะถ้าไม่ศึกษาเรื่องของกรรมไปด้วย ก็จะทำให้เราทำกรรมเพิ่มอีกได้ง่าย ๆ เลย หลายคนจึงถามคำถามนี้เสมอว่า ทำไมเขาปฏิบัติธรรมแล้วเขายังทำบาปอยู่เลยล่ะ เจอคำถามนี่เยอะมากเหมือนกัน
สิ่งที่คนส่วนใหญ่มาดูดวงไม่สามารถชนะกรรมตัวเองได้ มักจะเป็นข้อที่หนึ่งคือไม่มีจิตใจที่หนักแน่น มักจะโลเลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเสมอ การเปลี่ยนที่ไม่ห้ามคือการเปลี่ยนเพื่อให้ตัวเองดีขึ้น ตัดทิ้งทั้งย่อหน้าเลยนะคะ
การฝึกสังเกตตัวเองไปด้วยว่ามีข้อบกพร่องสิ่งไหน พอเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง ก็ให้รีบเร่งแก้ไข ชีวิตของเราก็เหมือนการเดินทางบนถนน ถ้าเรารู้ตัวว่ากำลังขับรถผิดทางก็ให้รีบเลี้ยวกลับหาทางเดินเส้นใหม่ที่ดีกว่าเส้นเก่า ชีวิตเราสามารถเลือกทางเดินใหม่ให้กับชีวิตเราได้ตลอด ถนนบนโลกไม่ได้มีสายเดียวให้เลือกเดิน
http://dungtrin.com/mag/?15.fortune
ช่วงนี้อากาศบนโลกของเราช่างแปรปรวนเหลือเกินยากที่จะเข้าใจได้ การที่อากาศบนโลกแปรปรวนก็เป็นผลมาจากน้ำมือของมนุษย์นี่แหละที่ไม่ดูแลธรรมชาติ เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและทำลายธรรมชาติ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=351774&stc=1&d=1215042183
นอกจากความแปรปรวนของดิน ฟ้า อากาศ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่แปรปรวนยิ่งกว่าอากาศ คือจิตใจของมนุษย์ แค่หนึ่งนาทีจิตใจของเราเปลี่ยนได้เป็นร้อย ๆ เรื่อง ถ้าไม่หัดเข้ามาสนใจจิตใจภายในบ้างเลย ก็โดนความคิดมันหลอกให้ทำอะไรผิดได้มากมาย ต้องตกเป็นทาสของกิเลสไปตราบนานเท่านาน
อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ ก็เจอแต่ลูกค้าที่มีแต่ความแปรปรวนเหมือนกัน คือมีลูกค้าเก่าที่เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นได้ระดับหนึ่ง สามารถฝืนดวง ฝืนกิเลสที่มายั่วยุให้ทำผิดได้แล้ว กลับมาดูดวงคราวนี้กลับทำบาปหนักกว่าเดิมอีก
ลูกค้ากลุ่มนี้ในตอนแรก มีความกระตือรือร้น มีกำลังใจในการเปลี่ยนตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะเพิ่งเจอกรรมเล่นงานมา พอมาดูดวงได้ตรงกับเหตุการณ์ที่กรรมเล่นงานไปพอดี ก็เชื่อว่าเป็นกรรมของตัวเอง และก็กลัวการทำบาปทำกรรมมาก ก็มาสนใจการภาวนาปฏิบัติธรรม พร้อมกับทำบุญทำทานอยู่เรื่อย ๆ ก็คิดว่าเขาคงจะเปลี่ยนได้จริงแล้ว
พอมาเจอกันคราวนี้กลับล้มลงไป ผิดศีลห้าได้อย่างง่ายดาย จิตใจที่เคยหนักแน่นคงเส้นคงวามาระยะหนึ่งแล้ว กลับตาลปัตรไปเป็นอีกด้าน ความกลัวบาปกลัวกรรมหายไปในพริบตา กลับไปโกหก กินเหล้า นอกใจเมียเหมือนเดิม เขาบอกว่ามาดูดวงคราวนี้ อยากมาให้หมอดูด่า เตือนสติหน่อย
การที่ต้องเจอลูกค้าแบบที่เปลี่ยนแล้วล้มอย่างนี้หลายคน ทำให้เลิกคาดหวังว่าจะช่วยทุกคนให้คิดได้ ไม่อยากให้แต่ละคนทำผิดเหมือนที่ผ่านมาอีก อยากให้พวกเขามีสติคิดได้ไม่อยากให้ทำบาปทำลายตัวเขาเองอีก เมื่อเห็นแบบนี้บ่อยก็ทำให้ช่วยแบบไม่คาดหวังแล้ว เพราะเราไม่สามารถทำให้ใครเปลี่ยนได้อย่างที่ใจเราต้องการได้ ทุกคนมีกรรมของแต่ละคนเป็นเครื่องกำหนดชะตาชีวิต เราเป็นได้ก็แค่ผู้ชี้แนะแนวทาง
หลัง ๆ มานี้ ดูดวงแบบสบายขึ้นเยอะมากเลย จากการสังเกต ลูกค้าที่มาดูดวงและสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เหนือดวง ชนะกรรมตัวเองได้จริงนั้นเท่าที่เห็นก็จะมีแต่คนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้คือ
๑.จิตใจที่หนักแน่น
ต้องเป็นคนที่มีจิตใจที่หนักแน่น ไม่โลเลเปลี่ยนความคิดไปมา การที่มีจิตใจหนักแน่นสำคัญมาก เพราะวันหนึ่งถ้าต้องไปเจอข้อสอบของกรรมเก่าตัวเอง ถ้าไม่หนักแน่นก็แพ้กิเลสตัวเองเรื่อยไป ใครที่อยากจะเอาชนะกรรมตัวเองได้เร็วต้องฝึกใจให้มีความแข็งแรงหนักแน่นก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะทำให้ชนะกรรมตัวเองได้ง่ายขึ้น ให้เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น การไม่โลเลในเรื่องการแต่งตัว ไม่โลเลในการเลือกกับข้าวในแต่ละมื้อ ไม่โลเลในการตั้งใจจะทำอะไร เรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้มีให้ตัดสินใจมากกว่าเรื่องใหญ่ ๆ จะเป็นเครื่องมือฝึกปรือความโลเลได้ดีมาก
๒.การมีจิตใจที่ขยัน
ดวงบางคนขอแค่ขยันแค่นั้น ดวงจะดีขึ้นเลย หลายคนแพ้ตัวเองเพราะความขี้เกียจ ไม่กระตือรือร้น เฉื่อยชา ปล่อยชีวิตเป็นไปตามโชคชะตา ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น หรือบางคนลงทุนเกาะพ่อเกาะแม่เลยด้วยซ้ำ
ความไม่ขยันทำให้เป็นคนทำอะไรได้ไม่นาน เดี๋ยวเดียวก็เลิกทำหรือบางครั้งการชนะกรรมก็ต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ เช่น คนที่มีกรรมเรื่องเรียนทำให้เรียนจบยาก ต้องขยันอ่านหนังสือมากกว่าเพื่อนที่ไม่มีกรรมเรื่องเรียนประมาณสามเท่าจึงจะจบได้ง่าย ถ้าขี้เกียจก็ต้องไม่จบตามดวงแน่นอน
ความขี้เกียจแก้ได้โดยการออกกำลังกายให้เหงื่อออกอย่างต่อเนื่อง เห็นลูกค้าหลายคนอยากรวยมาก แต่ไม่ยอมที่จะทำงานหนัก คิดแต่จะหาเงินทางไหนก็ได้ที่ไม่ต้องออกแรง
๓. การเลือกคบเพื่อนที่ดี
การเลือกคบเพื่อนสำคัญมาก เหมือนกับพุทธพจน์ที่ว่า คบคนเช่นไรก็เป็นคนเช่นนั้น คำนี้ยังใช้ดีจริง ๆ ดวงลูกค้าหลายคน เสียก็แต่การเลือกคบเพื่อนนี่แหละ ถ้ามีเพื่อนดี ๆ ได้ ชีวิตจะดีกว่านี้มากแต่ก็จะไม่คบ ชอบคบแต่เพื่อนที่พาให้ตัวเองต่ำลง กับเพื่อนดี ๆ จะรังเกียจขยะแขยงรู้สึกว่าเข้ากันไม่ได้ รู้สึกว่าคุยกันคนละภาษา รู้สึกไม่สนิทใจที่จะคบด้วย รู้สึกแตกแยกแตกต่าง ซึ่งถ้าเราไม่ทันอารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้และไม่พยายามฝืนคบเพื่อนดี ๆ ที่พาเราให้ไปดี ชีวิตก็จะมีแต่เรื่องที่ต่ำลง
๔.การรักษาสัจจะ
เมื่อไหร่ที่เราเป็นคนขาดสัจจะ ไม่รักษาคำพูด ก็จะทำให้เราเอาชนะกรรมได้ยากเหมือนกัน อย่างเช่นเราตั้งใจกลับตัวกลับใจที่จะไม่ทำผิดอีก พอเวลาผ่านมาได้สักพักหนึ่งแล้ว มีเหตุการณ์ยั่วยุให้เราต้องทำผิดอีก ถ้าเราไม่รักษาสัจจะที่เราเอ่ยไว้ ก็จะทำให้เราพลาดทำผิดลงไปอีกได้ง่าย
๕.การให้อภัย
การที่เราไม่ให้อภัยก็จะทำให้ดึงแต่เรื่องไม่ดีเข้ามาหาตัวเอง ชีวิตต่อให้ดวงขึ้นมากแค่ไหน แต่ใจยังเจ้าคิดเจ้าแค้น พยาบาทอยู่ ดวงก็ไม่ขึ้นเต็มร้อย การเจ็บใจจะเป็นตัวเชื่อมกับกรรมที่ไม่ดีของเรามาให้ผลเรา
ลูกค้าบางส่วนก็คิดว่าตัวเองได้ให้อภัยแล้ว ตัวเองไม่โกรธไม่เจ็บใจหรอก ตัวเองให้อภัยเขาได้ ความจริงแล้วให้อภัยได้แต่ปาก แต่ใจให้อภัยไม่ได้อย่างที่ปากพูดเลย เป็นอย่างนี้กันเยอะมาก คือปากให้อภัยแต่ใจให้อภัยไม่ได้
การให้อภัยสำคัญคือที่ใจไม่ใช่ที่ปาก ลองสังเกตลงไปในใจเสมอ ทุกครั้งที่เรากล่าวคำว่าให้อภัยไป จะทำให้เรารู้ว่าเราให้อภัยเขาจริงอย่างที่ปากเราพูดไปหรือเปล่า แต่ถ้าเจอว่าใจยังไม่ให้อภัยอย่างปากพูดออกไป ก็ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกว่า ทำไมยังโกรธเขายังเจ็บใจเขา แค่ยอมรับตรง ๆ ว่าใจยังให้อภัยไม่ได้แค่นั้นก็พอ ขอแค่อย่าด่าอย่าแสดงกิริยาที่ไม่ดีออกไปก็พอ ต่อไปถ้าเราเห็นเรื่อย ๆ ว่าใจยังไม่ให้อภัยเดี๋ยวก็ทำได้เอง
๖.การอ่อนน้อมถ่อมตน
การมีจิตใจที่รับฟังความคิดคำติชมของคนอื่นอยู่เสมอ จะทำให้เราเห็นข้อบกพร่องของตัวเองได้ดี หลายคนที่พอจะเปลี่ยนตัวเองได้หรือเริ่มถือศีลฟังธรรมทำบุญก็เริ่มทำตัวเป็นบุญล้นแก้ว คิดว่าตัวเองดีแล้ว ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน ต่อไปก็จะไม่มีใครอยากจะบอกอยากจะสอนอยากจะเตือน ข้อนี้ก็เหมือนกับข้ออภัยทานคือค้นเข้าไปในใจว่าใจยอมหรือไม่ยอม หลายคนหน้าตายอมคนมาก แต่ใจไม่ยอมเลย
๗.การทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน
หลายคนทำดีหวังผล แต่ไม่รู้หรือไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังเป็นคนที่ทำความดีหวังผล การหวังผลจะทำให้ใจท้อแท้ท้อถอย และขาดกำลังใจในการทำดีต่อไปได้
ความจริงกรรมของบางคนทำมาหนักมาก ทำความดีมาแค่ปีเดียวจะให้มาชนะกรรมทั้งหมดก็ย่อมเป็นไปได้ยาก มีพี่คนหนึ่งเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่สองล้าน ชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยทำบุญมาเลย พอมาเจอปัญหาเรื่องเงินหมุนไม่ทันใช้หนี้ก็เลยเป็นทุกข์ พอใจเป็นทุกข์ก็เลยเริ่มสนใจปฏิบัติธรรมและทำบุญ ทำได้ประมาณปีหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีปัญหาเรื่องเงินหนักมากขึ้น เธอไม่ทันคิดว่าการทำดีของเธอที่ผ่านมานั้นมีความหวังผลอยู่ เธอเริ่มรู้สึกว่าทำไมที่ผ่านมาทำบุญแล้วช่วยไม่ได้เลย ทำให้ไม่อยากทำบุญต่อไปแล้ว ไม่มีกำลังใจ รู้สึกน้อยใจตัวเอง เธอลืมคิดว่าที่เธอยังมีงานทำมีข้าวกินเป็นเพราะผลแห่งบุญที่ทำไปนั่นแหล่ะ ถ้าไม่ทำคงเจอหนักกว่านี้แน่
๘.การอดทน
ต้องฝึกให้ตัวเองพยายามที่จะเป็นคนที่มีความอดทนด้วย เพราะการชนะกรรม ไม่ได้ชนะได้ภายในวันเดียว ต้องอาศัยวันเวลา ผ่านวันเป็นเดือนเป็นปี ๆ ถึงจะเอาชนะได้ ดังนั้นต้องฝึกความอดทนไปด้วย
๙.เรียนรู้เรื่องกรรม
การศึกษาเรียนรู้หลักกรรมวิบากไปด้วย สำคัญมากจริง ๆ เพราะอย่างน้อยจะทำให้เรามองสิ่งรอบข้างในชีวิตอย่างเป็นเหตุเป็นผล เชื่ออะไรอย่างมีเหตุผลไม่โดนใครหลอกให้เชื่อแบบงมงาย อย่าเชื่ออะไรง่าย ให้พิจารณา พิสูจน์ สังเกต จากชีวิตของเราและคนรอบข้างเรานี่แหละ จะทำให้เราเกิดการกลัวกรรม กลัวการทำกรรมได้
คนที่ศึกษาธรรมะถ้าไม่ศึกษาเรื่องของกรรมไปด้วย ก็จะทำให้เราทำกรรมเพิ่มอีกได้ง่าย ๆ เลย หลายคนจึงถามคำถามนี้เสมอว่า ทำไมเขาปฏิบัติธรรมแล้วเขายังทำบาปอยู่เลยล่ะ เจอคำถามนี่เยอะมากเหมือนกัน
สิ่งที่คนส่วนใหญ่มาดูดวงไม่สามารถชนะกรรมตัวเองได้ มักจะเป็นข้อที่หนึ่งคือไม่มีจิตใจที่หนักแน่น มักจะโลเลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเสมอ การเปลี่ยนที่ไม่ห้ามคือการเปลี่ยนเพื่อให้ตัวเองดีขึ้น ตัดทิ้งทั้งย่อหน้าเลยนะคะ
การฝึกสังเกตตัวเองไปด้วยว่ามีข้อบกพร่องสิ่งไหน พอเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง ก็ให้รีบเร่งแก้ไข ชีวิตของเราก็เหมือนการเดินทางบนถนน ถ้าเรารู้ตัวว่ากำลังขับรถผิดทางก็ให้รีบเลี้ยวกลับหาทางเดินเส้นใหม่ที่ดีกว่าเส้นเก่า ชีวิตเราสามารถเลือกทางเดินใหม่ให้กับชีวิตเราได้ตลอด ถนนบนโลกไม่ได้มีสายเดียวให้เลือกเดิน
http://dungtrin.com/mag/?15.fortune