banlue
23-06-2008, 09:34 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_1_107.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif ประตูสู่ “นครธรรม” อันเป็นสถานที่ตั้งสถาบันการศึกษาหลักสูตรครูสมาธิ ที่มีชื่อเรียกว่า “สถาบันพลังจิตตานุภาพ” (Willpower Institute) ณ วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร (วัดธรรมมงคล) เลขที่ 132 ถ.สุขุมวิท ซอย 101 ตรอกปุณณวิถี 20 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
http://www.dhammajak.net/gallery/albums/userpics/normal_%BE%C3%D0%E0%B7%BE%E0%A8%B5%D4%C2%D2%A8%D2%C3%C2%EC%20%28%CB%C5%C7%A7%BE%E8%CD%C7%D4%C3%D4%C2%D1%A7%A4%EC%20%CA%D4%C3%D4%B9%B8%E2%C3%29%202%7E0.jpg
พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
ปัจจุบัน วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร (วัดธรรมมงคล) มี พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หลวงพ่อวิริยังค์ท่านเป็นศิษย์ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_2_132.jpg
ในขณะเขียนตำราสมาธิ หลวงพ่อวิริยังค์ก็กล่าวมาคำนึงว่าชาวโลกได้พัฒนาก้าวไปไกลถึงยุคโลกาภิวัฒน์ เขาได้ลงทุนสร้างวัตถุต่างๆ ทั้งแหล่งบันเทิงเริงรมณ์ ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสบายทั้งหลาย ทั้งที่อยู่อาศัย ทั้งรถยนต์ เรือยนต์ เครื่องบิน สามารถย่นระยะทางไกลให้ใกล้ ไปมาได้ง่ายและสะดวก ทั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และอีเมลล์ ก็ย่นระยะการติดต่ดสื่อสารกันได้อย่างสบาย ทั้งหมดเงินเป็นหมื่นล้าน แสนล้าน เขาก็ยังลงทุนกันได้ แล้วทำไม ? เราจะลงทุนสร้าง “นครธรรม” ให้ทันสมัยด้วยไฮเทคต่างๆ เพื่อย่นระยะการศึกษาและปฏิบัติธรรมะบ้างมิได้หรือ ?
หลวงพ่อวิริยังค์จึงได้คิดสร้างนครธรรมขึ้นเมื่อ พ.ศ.2529 และได้ดำเนินการสร้างเมื่อ พ.ศ.2536 ซึ่งก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะคนส่วนมากเข้าใจแต่การสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ บวชพระ ถวายสังฆทาน เป็นต้น จึงจะได้บุญกุศล แต่จะมาสร้างนครธรรมสอนคนด้วยไฮเทคนี้ ไม่รู้ว่าจะได้บุญตรงไหน แต่ด้วยใจที่มีความมุ่งมั่นของผู้สร้าง จึงพยายามพูดให้สาธุชนทั้งหลายเข้าใจในการทำบุญกุศล จนสามารถมีผู้บริจาคสร้างสำเร็จเมื่อ พ.ศ.2539 จึงเป็นนครธรรมยุคไฮเทค แหล่งย่นระยะการศึกษาธรรมะล้ำยุคสุดอลังการ ณ วัดธรรมมงคล ในเนื้อที่ 4,800 ตารางเมตร ใต้ฐานพระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร คือสถานที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมทันสมัย มีห้องเรียนภาคทฤษฎี มีห้องเรียนภาคปฏิบัติทั้งนั่งสมาธิและเดินจงกรม มีห้องชมธรรมะด้วยสไลด์มัลติวิชั่น มีห้องสนทนาธรรม มีห้องสมุดธรรมะ มีห้องธุรการ มีห้องอาหารและเครื่องดื่ม มีห้องสำนักงานประทีปเด็กไทยเพื่อช่วยเหลือเด็กทั่วเมืองไทย มีห้องถ้ำวิปัสสนาไว้ให้ปฏิบัติธรรม เป็นต้น
ผู้ที่มาศึกษาและปฏิบัติธรรมจะได้รับความสะดวกสบายในห้องแอร์คอนดิชั่นอย่างดี เป็นการลงทุนสร้างนครธรรมให้ทันสมัยเพื่อสุขภาพใจโดยเฉพาะ จึงเหมาะแก่คนยุคโลกาภิวัฒน์ที่ได้มาศึกษาและปฏิบัติธรรม ทั้งมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ทั้งจะได้รับความรู้และความสุขใจเป็นอย่างยิ่ง นี้คือนครธรรม สถานที่ตั้งของสถาบันพลังจิตตานุภาพ ในใจกลางกรุงเทพมหานคร
ด้วยเหตุนี้ จึงได้ประกาศเปิดสอนหลักสูตรครูสมาธิขึ้น ณ นครธรรม วัดธรรมมงคล และเปิดรับสมัครนักศึกษาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2540 มีบุคคลที่มีความรู้ตามกำหนดมาตรฐานมาสมัครเรียนถึง 200 กว่าคน เริ่มเปิดสอนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2540 เป็นรุ่นแรกเรียกว่า รุ่นปฐโม (รุ่นพยัคฆ์) ดำเนินการสอนโดยหลวงพ่อวิริยังค์ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมทั้งนำไปสอบปฏิบัติภาคสนาม จึงจะจบครบตามหลักสูตร
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_3_174.jpg </B>
“สถาบันพลังจิตตานุภาพ” (Willpower Institute) เป็นสถานการศึกษาสมาธิที่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน โดยเปิดสอนให้แก่บุคคลทั่วไป ในการเรียนการสอนนักศึกษาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสมาธิเบื้องต้นตั้งแต่การเริ่มบริกรรม จนถึงสมาธิชั้นสูง ที่หลวงพ่อวิริยังค์ได้เรียนรู้มาจากพระอาจารย์ใหญ่มั่น และพระอาจารย์กงมา รวมทั้ง จากประสบการณ์ในชีวิตการปฏิบัติสมาธิของท่านเองกว่า 60 ปี นอกจากผู้เรียนจะเข้าใจการทำสมาธิทั้งสมถะ-วิปัสสนา อย่างถี่ถ้วนแล้ว ยังสามารถเป็นครูสอนสมาธิให้แก่บุคคลอื่นได้อย่างถูกต้องด้วย
เมื่อมีการเรียนการสอนตามระบบของหลักสูตรดังได้กล่าวมาแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสถาบันพลังจิตตานุภาพ (Willpower Institute) คือ มีทั้งอาจารย์ผู้สอน มีนักศึกษา มีอาคารสถานที่ มีอุปกรณ์การเรียนการสอนครบถ้วนบริบูรณ์ ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาศึกษาจะได้รับประโยชน์จากสถาบันแห่งนี้อย่างเต็มที่ ทั้งจะเป็นผลดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นแก่โลกมากยิ่งขึ้นต่อไป
</TD></TR><TR><TD>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_4_180.jpg </B>
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif คติพจน์ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระราชธรรมเจติยาจารย์”
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></B>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_724.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif “พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ ศรีรัตนโกสินทร์” พระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สูง 14 ชั้น อันเป็นสถานที่บรรจุ “พระบรมสารีริกธาตุ” ซึ่งองค์พระมหาเจดีย์นั้นมีความสวยสดงดงามตามศิลปไทย วิจิตรตระการตาหาชมได้ยาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ เสด็จทรงหล่อพระประธาน ตัดลูกนิมิต และวางศิลาฤกษ์พระมหาเจดีย์ สิ้นงบประมาณการก่อสร้างร่วมร้อยล้านบาท
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_6_204.jpg
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_7_194.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_8_184.jpg
พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย พระพุทธรูปหยกเขียว
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif “ศาลาหลวงพ่อหยก” เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย” พระพุทธรูปหยกเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นปฏิมากรรมทันสมัยที่มีความอัศจรรย์อย่างยิ่ง หยกชิ้นใหญ่นี้ได้ถูกค้นพบที่ใต้ทะเลสาบน้ำแข็ง ประเทศแคนนาดา หยกเป็นวัสดุที่มีความแข็งแกร่งมากและเหมาะแก่การนำมาสร้างพระพุทธรูป เพราะมีความสวยงาม คงทนถาวร และ “พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิมหยก”
ศาลาหลวงพ่อหยกเป็นศาลากระจก หลังคาแบบโดมแก้ว มีสระน้ำล้อมรอบประดับด้วยไม้ใบและไม้ดอกรอบขอบสระเพื่อเป็นพุทธบูชา ซึ่งออกแบบตามสถาปัตยกรรมทันสมัย ลักษณะเป็นวงกลมโดยยึดหลักปฏิจจสมุปปบาท 12 ประการ และมีการจารึกพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาลาแห่งนี้ด้วย สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกเขียวให้เป็นการสมพระเกียรติ
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_11_175.jpg
พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิมหยก
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_10_116.jpg
สาธุชนชาวพุทธมักจะมาเดินสวดมนต์ เจริญจิตภาวนารอบ “หลวงพ่อหยก” จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_12_213.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_13_184.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif กลางศาลาโดมบนศาลาหลวงพ่อหยก มีรูปปั้นนูนที่เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ และรอบๆ ด้านบนหลังคา เป็นการบอกเล่าเรื่องราวทางธรรม แต่มักมีน้อยคนนักจะเงยหน้าขึ้นไปดู
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_14_945.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_15_207.jpg
“หลวงพ่อองค์ดำ” หรือ “พระพุทธรูป ภ.ป.ร.” พระประธานในวิหารของพระมหาเจดีย์ ประดิษฐาน ณ ชั้นที่ 2 ของพระมหาเจดีย์
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_16_883.jpg
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_17_207.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_18_202.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif ด้านหน้าของ “วิหารหลวงพ่อองค์ดำ” จะเป็นที่ฝึกเดินจงกรมของบรรดาผู้ที่เข้าเรียนหลักสูตรครูสมาธิ ส่วนบรรยากาศภายในวิหาร มีความสงบเงียบ เป็นสถานที่ชาวพุทธจะมาสวดมนต์และนั่งกรรมฐานภาวนา
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_20_895.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_21_143.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif พระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากมาย ที่มีสาธุชนนำมาถวายให้ทางวัด โดยจะถูกเก็บและจัดเรียงกันไว้ ณ ชั้นที่ 13 ขององค์พระมหาเจดีย์
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_19_285.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b3.gif ภาพทิวทัศน์ที่มองมาจากชั้นบนขององค์พระมหาเจดีย์
</TD></TR><TR><TD><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_22_202.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_23_118.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐาน ณ ชั้นบนสุดของพระมหาเจดีย์ (ชั้นที่ 14)
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_24_833.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_25_694.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b18.gif พระบรมสารีริกธาตุ รวมทั้ง พระอุรังคธาตุ และพระเกศาธาตุ แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐาน ณ ชั้นบนสุดของพระมหาเจดีย์ (ชั้นที่ 14) ซึ่งมีความงดงามยิ่งนัก
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_26_966.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_27_921.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b15.gif เวลาเปิด-ปิด ในการเข้าไปกราบมนัสการพระบรมสารีริกธาตุ
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_28_884.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif “ถ้ำวิปัสสนา” ที่หน่วยงานเอกชนออกแบบและก่อสร้างถวาย พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เผยแผ่สมาธิภาวนาอย่างมีหลักการและยึดหลักแนวทางการปฏิบัติของ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ” ให้คงความสำคัญต่อการปฏิบัติทางด้านจิตใจ และเน้นเรื่องการทำสมาธิสะสมพลังจิต ได้เล็งเห็นว่า ปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนผู้ปฏิบัติธรรมและช่วยให้จิตใจสงบได้โดยเร็ว คือ สถานที่สัปปายะที่มีลักษณะเป็นป่าไม้และภูเขา ซึ่งในกลางกรุงเทพฯไม่มี จึงได้ดำเนินการสร้างป่าไม้ – ภูเขาขึ้นบริเวณวัดธรรมมงคลเรียกว่า “ถ้ำวิปัสสนา”
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_29_144.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b18.gif สวนหย่อมหน้า “ถ้ำวิปัสสนา”
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_30_688.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif ศาลากลางน้ำตั้งอยู่ด้านหน้าของ “ถ้ำวิปัสสนา”
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE>http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0019.jpg (http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0019.jpg)
“ถ้ำวิปัสสนา” สร้างอยู่ทางด้านหลังศาลาของวัดธรรมมงคล บนเนื้อที่ 4 ไร่ การปลูกป่าได้เสาะหาต้นไม้นานาพันธุ์จากป่าแท้ ๆ และบรรทุกหินมาจากภูเขาก่อเป็นถ้ำใหญ่ขนาดบรรจุคนได้ 200-300 คน บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงัด สงบเย็นสบายมีอากาศถ่ายเท กั้นรั้วล้อมรอบป้องกันผู้คนพลุกพล่านบริเวณภายนอกมีสระน้ำ รอบสระปลูกไม้ดอกและไม้ประดับแลดูงดงามตระการตาแต่ละมุมได้ถูกจัดสรรให้เป็นไปตามธรรมชาติทางวัดธรรมมงคลได้กำหนดให้ถ้ำวิปัสสนา เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของผู้ที่จะมารับการอบรมพระกรรมฐาน และสำหรับนักศึกษาครูสมาธิ สถาบันพลังจิตตานุภาพ ตลอดทั้งผู้มาถือศีลอุโบสถทุกท่าน
http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0018.jpg (http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0018.jpg)
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_31_422.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ปรมาจารย์และพระอาจารย์ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
ในปี พ.ศ.2484 หลวงพ่อวิริยังค์ ได้รับเลือกให้เป็นพระผู้อุปัฎฐากของท่านพระอาจารย์มั่น แบบใกล้ชิดที่เรียกว่า ท.ส. อยู่เป็นเวลา 4 ปี และอยู่นอกพรรษาหมายถึงเดือนตุลาคมไปถึงเดือนมิถุนายน เป็นเวลาอีก 5 ปี รวมทั้งหมด 9 ปี
ได้เคยเดินธุดงค์ร่วมกับท่านพระอาจารย์มั่น พร้อมทั้งเรียนธรรมะอันลึกซึ้ง ผลงานชิ้นแรกที่หลวงพ่อวิริยังค์ได้ทำขึ้นมา คือเมื่ออยู่กับท่านพระอาจารย์มั่นในปีที่ 2 โดยได้บันทึกพระธรรมเทศนาของท่านตลอดพรรษา (ปกติท่านห้ามผู้ใดจดเด็ดขาด) เมื่อได้บันทึกไว้แล้ว ก็ได้อ่านถวายให้ท่านฟังและให้ท่านตรวจดู ท่านพอใจ รับรองว่าใช้ได้ และให้ความไว้ใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากการบันทึกในครั้งนั้นได้มีการนำมาพิมพ์เผยแผ่คำสอนนี้แก่สาธารณชน ในหนังสือที่ชื่อว่า “มุตโตทัย” ที่โด่งดังอยู่ในเวลานี้ เพราะได้ถูกพิมพ์เผยแผ่จำนวนกว่าล้านเล่มแล้ว
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_965.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b18.gif ชาวต่างชาติจำนวนมากมายให้ความสนใจในการทำสมาธิและแวะมาเยี่ยมชม “วัดธรรมมงคล” และขึ้นไปกราบมนัสการ “พระบรมสารีริกธาตุ” ณ ชั้นที่ 14 ของพระมหาเจดีย์
http://www.mettadham.ca/images1/mettadham4.gif
ภาพหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
ภาพที่ 1
http://www.mettadham.ca/gallery/new_3.jpg
ภาพที่ 2
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=700 bgColor=#5c5c5c border=0><TBODY><TR><TD align=right bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/gallery/Dec_09_067.jpg
</TD><TD background=images/innerR.gif bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/spacer.gif</TD></TR><TR><TD bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/innerBL.gif</TD><TD background=images/innerB.gif bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/spacer.gif</TD><TD bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/innerBR.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
ภาพที่ 3
http://www.mettadham.ca/gallery/new_6.jpg
ที่มา
www.dhammamong.com (http://www.dhammamong.com)
www.samathi.com (http://www.samathi.com)
www.mettadham. (http://www.mettadham.)
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif ประตูสู่ “นครธรรม” อันเป็นสถานที่ตั้งสถาบันการศึกษาหลักสูตรครูสมาธิ ที่มีชื่อเรียกว่า “สถาบันพลังจิตตานุภาพ” (Willpower Institute) ณ วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร (วัดธรรมมงคล) เลขที่ 132 ถ.สุขุมวิท ซอย 101 ตรอกปุณณวิถี 20 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
http://www.dhammajak.net/gallery/albums/userpics/normal_%BE%C3%D0%E0%B7%BE%E0%A8%B5%D4%C2%D2%A8%D2%C3%C2%EC%20%28%CB%C5%C7%A7%BE%E8%CD%C7%D4%C3%D4%C2%D1%A7%A4%EC%20%CA%D4%C3%D4%B9%B8%E2%C3%29%202%7E0.jpg
พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
ปัจจุบัน วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร (วัดธรรมมงคล) มี พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หลวงพ่อวิริยังค์ท่านเป็นศิษย์ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_2_132.jpg
ในขณะเขียนตำราสมาธิ หลวงพ่อวิริยังค์ก็กล่าวมาคำนึงว่าชาวโลกได้พัฒนาก้าวไปไกลถึงยุคโลกาภิวัฒน์ เขาได้ลงทุนสร้างวัตถุต่างๆ ทั้งแหล่งบันเทิงเริงรมณ์ ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสบายทั้งหลาย ทั้งที่อยู่อาศัย ทั้งรถยนต์ เรือยนต์ เครื่องบิน สามารถย่นระยะทางไกลให้ใกล้ ไปมาได้ง่ายและสะดวก ทั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และอีเมลล์ ก็ย่นระยะการติดต่ดสื่อสารกันได้อย่างสบาย ทั้งหมดเงินเป็นหมื่นล้าน แสนล้าน เขาก็ยังลงทุนกันได้ แล้วทำไม ? เราจะลงทุนสร้าง “นครธรรม” ให้ทันสมัยด้วยไฮเทคต่างๆ เพื่อย่นระยะการศึกษาและปฏิบัติธรรมะบ้างมิได้หรือ ?
หลวงพ่อวิริยังค์จึงได้คิดสร้างนครธรรมขึ้นเมื่อ พ.ศ.2529 และได้ดำเนินการสร้างเมื่อ พ.ศ.2536 ซึ่งก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะคนส่วนมากเข้าใจแต่การสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ บวชพระ ถวายสังฆทาน เป็นต้น จึงจะได้บุญกุศล แต่จะมาสร้างนครธรรมสอนคนด้วยไฮเทคนี้ ไม่รู้ว่าจะได้บุญตรงไหน แต่ด้วยใจที่มีความมุ่งมั่นของผู้สร้าง จึงพยายามพูดให้สาธุชนทั้งหลายเข้าใจในการทำบุญกุศล จนสามารถมีผู้บริจาคสร้างสำเร็จเมื่อ พ.ศ.2539 จึงเป็นนครธรรมยุคไฮเทค แหล่งย่นระยะการศึกษาธรรมะล้ำยุคสุดอลังการ ณ วัดธรรมมงคล ในเนื้อที่ 4,800 ตารางเมตร ใต้ฐานพระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร คือสถานที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมทันสมัย มีห้องเรียนภาคทฤษฎี มีห้องเรียนภาคปฏิบัติทั้งนั่งสมาธิและเดินจงกรม มีห้องชมธรรมะด้วยสไลด์มัลติวิชั่น มีห้องสนทนาธรรม มีห้องสมุดธรรมะ มีห้องธุรการ มีห้องอาหารและเครื่องดื่ม มีห้องสำนักงานประทีปเด็กไทยเพื่อช่วยเหลือเด็กทั่วเมืองไทย มีห้องถ้ำวิปัสสนาไว้ให้ปฏิบัติธรรม เป็นต้น
ผู้ที่มาศึกษาและปฏิบัติธรรมจะได้รับความสะดวกสบายในห้องแอร์คอนดิชั่นอย่างดี เป็นการลงทุนสร้างนครธรรมให้ทันสมัยเพื่อสุขภาพใจโดยเฉพาะ จึงเหมาะแก่คนยุคโลกาภิวัฒน์ที่ได้มาศึกษาและปฏิบัติธรรม ทั้งมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ทั้งจะได้รับความรู้และความสุขใจเป็นอย่างยิ่ง นี้คือนครธรรม สถานที่ตั้งของสถาบันพลังจิตตานุภาพ ในใจกลางกรุงเทพมหานคร
ด้วยเหตุนี้ จึงได้ประกาศเปิดสอนหลักสูตรครูสมาธิขึ้น ณ นครธรรม วัดธรรมมงคล และเปิดรับสมัครนักศึกษาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2540 มีบุคคลที่มีความรู้ตามกำหนดมาตรฐานมาสมัครเรียนถึง 200 กว่าคน เริ่มเปิดสอนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2540 เป็นรุ่นแรกเรียกว่า รุ่นปฐโม (รุ่นพยัคฆ์) ดำเนินการสอนโดยหลวงพ่อวิริยังค์ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมทั้งนำไปสอบปฏิบัติภาคสนาม จึงจะจบครบตามหลักสูตร
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_3_174.jpg </B>
“สถาบันพลังจิตตานุภาพ” (Willpower Institute) เป็นสถานการศึกษาสมาธิที่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน โดยเปิดสอนให้แก่บุคคลทั่วไป ในการเรียนการสอนนักศึกษาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสมาธิเบื้องต้นตั้งแต่การเริ่มบริกรรม จนถึงสมาธิชั้นสูง ที่หลวงพ่อวิริยังค์ได้เรียนรู้มาจากพระอาจารย์ใหญ่มั่น และพระอาจารย์กงมา รวมทั้ง จากประสบการณ์ในชีวิตการปฏิบัติสมาธิของท่านเองกว่า 60 ปี นอกจากผู้เรียนจะเข้าใจการทำสมาธิทั้งสมถะ-วิปัสสนา อย่างถี่ถ้วนแล้ว ยังสามารถเป็นครูสอนสมาธิให้แก่บุคคลอื่นได้อย่างถูกต้องด้วย
เมื่อมีการเรียนการสอนตามระบบของหลักสูตรดังได้กล่าวมาแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสถาบันพลังจิตตานุภาพ (Willpower Institute) คือ มีทั้งอาจารย์ผู้สอน มีนักศึกษา มีอาคารสถานที่ มีอุปกรณ์การเรียนการสอนครบถ้วนบริบูรณ์ ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาศึกษาจะได้รับประโยชน์จากสถาบันแห่งนี้อย่างเต็มที่ ทั้งจะเป็นผลดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นแก่โลกมากยิ่งขึ้นต่อไป
</TD></TR><TR><TD>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_4_180.jpg </B>
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif คติพจน์ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระราชธรรมเจติยาจารย์”
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></B>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_724.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif “พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ ศรีรัตนโกสินทร์” พระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สูง 14 ชั้น อันเป็นสถานที่บรรจุ “พระบรมสารีริกธาตุ” ซึ่งองค์พระมหาเจดีย์นั้นมีความสวยสดงดงามตามศิลปไทย วิจิตรตระการตาหาชมได้ยาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ เสด็จทรงหล่อพระประธาน ตัดลูกนิมิต และวางศิลาฤกษ์พระมหาเจดีย์ สิ้นงบประมาณการก่อสร้างร่วมร้อยล้านบาท
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_6_204.jpg
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_7_194.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_8_184.jpg
พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย พระพุทธรูปหยกเขียว
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif “ศาลาหลวงพ่อหยก” เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย” พระพุทธรูปหยกเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นปฏิมากรรมทันสมัยที่มีความอัศจรรย์อย่างยิ่ง หยกชิ้นใหญ่นี้ได้ถูกค้นพบที่ใต้ทะเลสาบน้ำแข็ง ประเทศแคนนาดา หยกเป็นวัสดุที่มีความแข็งแกร่งมากและเหมาะแก่การนำมาสร้างพระพุทธรูป เพราะมีความสวยงาม คงทนถาวร และ “พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิมหยก”
ศาลาหลวงพ่อหยกเป็นศาลากระจก หลังคาแบบโดมแก้ว มีสระน้ำล้อมรอบประดับด้วยไม้ใบและไม้ดอกรอบขอบสระเพื่อเป็นพุทธบูชา ซึ่งออกแบบตามสถาปัตยกรรมทันสมัย ลักษณะเป็นวงกลมโดยยึดหลักปฏิจจสมุปปบาท 12 ประการ และมีการจารึกพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาลาแห่งนี้ด้วย สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกเขียวให้เป็นการสมพระเกียรติ
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_11_175.jpg
พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิมหยก
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_10_116.jpg
สาธุชนชาวพุทธมักจะมาเดินสวดมนต์ เจริญจิตภาวนารอบ “หลวงพ่อหยก” จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_12_213.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_13_184.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif กลางศาลาโดมบนศาลาหลวงพ่อหยก มีรูปปั้นนูนที่เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ และรอบๆ ด้านบนหลังคา เป็นการบอกเล่าเรื่องราวทางธรรม แต่มักมีน้อยคนนักจะเงยหน้าขึ้นไปดู
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_14_945.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_15_207.jpg
“หลวงพ่อองค์ดำ” หรือ “พระพุทธรูป ภ.ป.ร.” พระประธานในวิหารของพระมหาเจดีย์ ประดิษฐาน ณ ชั้นที่ 2 ของพระมหาเจดีย์
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_16_883.jpg
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_17_207.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_18_202.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif ด้านหน้าของ “วิหารหลวงพ่อองค์ดำ” จะเป็นที่ฝึกเดินจงกรมของบรรดาผู้ที่เข้าเรียนหลักสูตรครูสมาธิ ส่วนบรรยากาศภายในวิหาร มีความสงบเงียบ เป็นสถานที่ชาวพุทธจะมาสวดมนต์และนั่งกรรมฐานภาวนา
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_20_895.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_21_143.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif พระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากมาย ที่มีสาธุชนนำมาถวายให้ทางวัด โดยจะถูกเก็บและจัดเรียงกันไว้ ณ ชั้นที่ 13 ขององค์พระมหาเจดีย์
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_19_285.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b3.gif ภาพทิวทัศน์ที่มองมาจากชั้นบนขององค์พระมหาเจดีย์
</TD></TR><TR><TD><HR>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_22_202.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_23_118.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐาน ณ ชั้นบนสุดของพระมหาเจดีย์ (ชั้นที่ 14)
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_24_833.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_25_694.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b18.gif พระบรมสารีริกธาตุ รวมทั้ง พระอุรังคธาตุ และพระเกศาธาตุ แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐาน ณ ชั้นบนสุดของพระมหาเจดีย์ (ชั้นที่ 14) ซึ่งมีความงดงามยิ่งนัก
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_26_966.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_27_921.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b15.gif เวลาเปิด-ปิด ในการเข้าไปกราบมนัสการพระบรมสารีริกธาตุ
</TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_28_884.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif “ถ้ำวิปัสสนา” ที่หน่วยงานเอกชนออกแบบและก่อสร้างถวาย พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เผยแผ่สมาธิภาวนาอย่างมีหลักการและยึดหลักแนวทางการปฏิบัติของ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ” ให้คงความสำคัญต่อการปฏิบัติทางด้านจิตใจ และเน้นเรื่องการทำสมาธิสะสมพลังจิต ได้เล็งเห็นว่า ปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนผู้ปฏิบัติธรรมและช่วยให้จิตใจสงบได้โดยเร็ว คือ สถานที่สัปปายะที่มีลักษณะเป็นป่าไม้และภูเขา ซึ่งในกลางกรุงเทพฯไม่มี จึงได้ดำเนินการสร้างป่าไม้ – ภูเขาขึ้นบริเวณวัดธรรมมงคลเรียกว่า “ถ้ำวิปัสสนา”
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_29_144.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b18.gif สวนหย่อมหน้า “ถ้ำวิปัสสนา”
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_30_688.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b20.gif ศาลากลางน้ำตั้งอยู่ด้านหน้าของ “ถ้ำวิปัสสนา”
</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE>http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0019.jpg (http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0019.jpg)
“ถ้ำวิปัสสนา” สร้างอยู่ทางด้านหลังศาลาของวัดธรรมมงคล บนเนื้อที่ 4 ไร่ การปลูกป่าได้เสาะหาต้นไม้นานาพันธุ์จากป่าแท้ ๆ และบรรทุกหินมาจากภูเขาก่อเป็นถ้ำใหญ่ขนาดบรรจุคนได้ 200-300 คน บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงัด สงบเย็นสบายมีอากาศถ่ายเท กั้นรั้วล้อมรอบป้องกันผู้คนพลุกพล่านบริเวณภายนอกมีสระน้ำ รอบสระปลูกไม้ดอกและไม้ประดับแลดูงดงามตระการตาแต่ละมุมได้ถูกจัดสรรให้เป็นไปตามธรรมชาติทางวัดธรรมมงคลได้กำหนดให้ถ้ำวิปัสสนา เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของผู้ที่จะมารับการอบรมพระกรรมฐาน และสำหรับนักศึกษาครูสมาธิ สถาบันพลังจิตตานุภาพ ตลอดทั้งผู้มาถือศีลอุโบสถทุกท่าน
http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0018.jpg (http://www.dhammamongkol.com/backend/imagefile/0169_s0018.jpg)
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_31_422.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b8.gif รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ปรมาจารย์และพระอาจารย์ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
ในปี พ.ศ.2484 หลวงพ่อวิริยังค์ ได้รับเลือกให้เป็นพระผู้อุปัฎฐากของท่านพระอาจารย์มั่น แบบใกล้ชิดที่เรียกว่า ท.ส. อยู่เป็นเวลา 4 ปี และอยู่นอกพรรษาหมายถึงเดือนตุลาคมไปถึงเดือนมิถุนายน เป็นเวลาอีก 5 ปี รวมทั้งหมด 9 ปี
ได้เคยเดินธุดงค์ร่วมกับท่านพระอาจารย์มั่น พร้อมทั้งเรียนธรรมะอันลึกซึ้ง ผลงานชิ้นแรกที่หลวงพ่อวิริยังค์ได้ทำขึ้นมา คือเมื่ออยู่กับท่านพระอาจารย์มั่นในปีที่ 2 โดยได้บันทึกพระธรรมเทศนาของท่านตลอดพรรษา (ปกติท่านห้ามผู้ใดจดเด็ดขาด) เมื่อได้บันทึกไว้แล้ว ก็ได้อ่านถวายให้ท่านฟังและให้ท่านตรวจดู ท่านพอใจ รับรองว่าใช้ได้ และให้ความไว้ใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากการบันทึกในครั้งนั้นได้มีการนำมาพิมพ์เผยแผ่คำสอนนี้แก่สาธารณชน ในหนังสือที่ชื่อว่า “มุตโตทัย” ที่โด่งดังอยู่ในเวลานี้ เพราะได้ถูกพิมพ์เผยแผ่จำนวนกว่าล้านเล่มแล้ว
http://www.dhammajak.net/board/files/paragraph_965.jpg
http://www.dhammajak.net/board/images/smiles/b18.gif ชาวต่างชาติจำนวนมากมายให้ความสนใจในการทำสมาธิและแวะมาเยี่ยมชม “วัดธรรมมงคล” และขึ้นไปกราบมนัสการ “พระบรมสารีริกธาตุ” ณ ชั้นที่ 14 ของพระมหาเจดีย์
http://www.mettadham.ca/images1/mettadham4.gif
ภาพหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
ภาพที่ 1
http://www.mettadham.ca/gallery/new_3.jpg
ภาพที่ 2
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=700 bgColor=#5c5c5c border=0><TBODY><TR><TD align=right bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/gallery/Dec_09_067.jpg
</TD><TD background=images/innerR.gif bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/spacer.gif</TD></TR><TR><TD bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/innerBL.gif</TD><TD background=images/innerB.gif bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/spacer.gif</TD><TD bgColor=#f0f0f0>http://www.mettadham.ca/images/innerBR.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
ภาพที่ 3
http://www.mettadham.ca/gallery/new_6.jpg
ที่มา
www.dhammamong.com (http://www.dhammamong.com)
www.samathi.com (http://www.samathi.com)
www.mettadham. (http://www.mettadham.)