PDA

View Full Version : ถ้ามีผู้สนใจปฏิบัติ มรรคผลนิพพานไม่สิ้นจากโลก (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน )


TupLuang
21-06-2008, 04:42 PM
ถ้ามีผู้สนใจปฏิบัติ มรรคผลนิพพานไม่สิ้นจากโลก
<O:p</O:p

กิเลสก็สดๆ ร้อนๆ อยู่กับเราทุกวันนี้ มันล้าสมัยไปที่ไหน กิเลสน่ะ ความโลภก็เป็นความโลภ ความโกรธ ความหลง คงเส้นคงวา เป็นกิเลสอยู่ตามธรรมชาติของตนแต่ไหนแต่ไรมา มันล้าสมัยไปไหน แล้วธรรมะที่จะมาแก้กิเลสนี้จะล้าที่ไหนที่นี่<O:p</O:p
<O:p</O:p

ศีล สมาธิ ปัญญา สรุปความลงคือว่า มรรค ๘ เรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา ล้าสมัยที่ไหน กิเลสตายด้วยเครื่องมือเหล่านี้ ตายด้วยมัชฌิมาปฏิปทานี้ ฉิบหายไปจากใจจากพระทัยของพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายด้วยมัชฌิมาปฏิปทานี้ทั้งนั้น และมัชฌิมาปฏิปทานี้ทำไม จะล้าสมัยแก้กิเลสไม่ได้ เมื่อกิเลสมันก็มีอยู่ในปัจจุบัน ธรรมเหล่านี้ก็ผลิตขึ้นในปัจจุบัน ทำไมแก้กันไม่ได้ แก้ไม่ได้ก็หาความบริสุทธิ์ไม่ได้<O:p</O:p
<O:p</O:p

คำว่า่ สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว นั่นเห็นไหมรับรองอยู่นั่น เป็นนิยยานิกธรรม นำผู้ปฏิบัติให้พ้นจากทุกข์ไปได้โดยลำดับจนพ้นจากทุกข์โดยเด็ดขาด พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้า เพราะพระอานนท์ฉลาด ถ้าพระอานนท์โง่ ถามอย่างนั้นไม่ได้นะ พระอานนท์ฉลาดมาก เป็นอุบายวิธีอย่างหนึ่งที่ทูลถามพระพุทธเจ้าเพื่อได้แง่แห่งความคิด ดังที่ท่านเขียนไว้ในตำรับตำราว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วนานสักเท่าไรมรรคผลนิพพานถึงจะหมดจะสิ้นไป ?<O:p</O:p
<O:p</O:p

หือ ! อานนท์ ทำไมถามโง่ๆ อย่างนี้ล่ะ ก็ธรรมทั้งหมดที่สรุปลงแล้วเป็นมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรค ๘ นี้เราตถาคตสอนไว้เพื่อแก้กิเลสให้สิ้นไปแล้ว ก็เพื่อมรรคผลนิพพานในขณะเดียวกัน ถ้าผู้ยังมีความแน่นหนามั่นคงอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทาอยู่แล้ว มรรคผลนิพพานเราหรือว่าพระอรหันต์ไม่สิ้นจากโลก อานนท์ แต่ถ้าไม่มีผู้สนใจปฏิบ้ตินี้ แม้ขณะนี้ก็ไม่มีมรรคผลนิพพานเกิดแก่ผู้นั้น ไม่ต้องพูดถึงกาลหน้ากาลหลังเลย อานนท์ เพราะกิเลสอยู่กับหัวใจคน ถ้าคนไม่แก้ มันก็ไม่หมดไม่สิ้น อยู่ที่ตรงนี้ไม่อยู่ที่อื่น<O:p</O:p
<O:p


หนังสือมัชฌิมาปฏิปทา หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี <O:p</O:p

gatsuja
21-06-2008, 06:29 PM
อนุโมทนา

junior phumivat
22-06-2008, 08:03 PM
ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลายโดยเร็วด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ
อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด หากท่านทั้งหลายยังไม่มีโอกาสได้อนุโมทนาเพียงใด ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เจอเธอเมื่อใด ขอให้เธอได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
<!-- / message --><!-- edit note -->

TupLuang
23-06-2008, 06:58 AM
พิณ ๓ สาย
<O:p</O:p

การประกอบความพากเพียรก็ต้องมีความลำบากลำบนเป็นธรรมดา แม้แต่พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นเจ้าของศาสนานี้ ทรงสลบถึง ๓ หน ฟังซิ ถ้าหากพระองค์ไม่ทรงลำบาก มีแต่พวกเราลำบากก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง พอที่จะตำหนิพระองค์ว่าเอารัดเอาเปรียบบรรดาสัตว์โลก พระองค์บำเพ็ญครู่เดียวได้สำเร็จ แต่โลกทั้งหลายบำเพ็ญแทบตายก็ไม่ได้เรื่อง แต่นี้พระองค์สลบถึง ๓ หน ทุกข์หรือไม่ทุกข์
<O:p</O:p
<O:p</O:p

สาวกบางองค์ฝ่าเท้าแตก บางองค์ตาแตก อย่างเช่นพระจักขุบาล หรือ พระโสณะ พระโสณะเร่งความเพียร ประกอบความเพียรมากจนฝ่าเท้าแตก พระจักขุบาลอดนอน ไม่นอน ๓ เดือน ตาแตก พอตาแตกปั๊ป กิเลสก็แตกจากใจทันทีพร้อมกัน ตาไหนจะสว่า่งยิ่งกว่าตาในล่ะ นั่นพระโสณะประกอบความเพียรฝ่าเท้าแตก<O:p</O:p
<O:p</O:p

พอได้พระอินทร์มาแสดงพิณ ๓ สาย ดีดให้ดู หย่อนยานนัก ดีดก็ไม่มีเสียงดัง เคร่งนักก็ขาด ขึงสายพิณพอดีแล้วก็ดังไพเราะเพราะพริ้ง เป็นเครื่องพร่ำสอน พระโสณะ ท่านก็ยึดนั้นมาเป็นหลักดำเนินตามมัชฌิมาปฏิปทา บรรลุธรรม ฝ่าเท้าแตกหลังจากนั้นกิเลสก็แตก พวกเรามีแต่ไม่ได้เรื่อง มีแต่ท้องแตกบ้าง หมอนแตกบ้าง กิเลสจะแตกไม่มีจะว่าไง<O:p</O:p
<O:p</O:p

หนังสือมัชฌิมาปฏิปทา หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี <O:p</O:p
<!-- / message -->

ลูกถ้ำหีบ
29-06-2008, 12:02 AM
อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ