PDA

View Full Version : กมล กุลตังวัฒนา กับ...ปาฏิหาริย์คาถา "ชินบัญชร"


พสภัธ
21-06-2008, 01:17 PM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>กมล กุลตังวัฒนา กับ...ปาฏิหาริย์คาถา "ชินบัญชร" </TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://board.palungjit.com/<img src='images/6273427low_copy.jpg' border=0 align=left hspace=10 vspace=5 width=200> http://board.palungjit.com/images/6273427low_copy.jpg กมล กุลตังวัฒนา กับ...ปาฏิหาริย์คาถา "ชินบัญชร"
"ครูบ้านนอก" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอมตะของภาพยนตร์ไทย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยโด่งดังทำรายได้ถล่มทลายเมื่อกว่า ๓๐ ปีที่แล้ว นอกจากนี้แล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพระเอกและนางเอกให้มีโด่งดังมีชื่อเสียงในเวลาต่อมาคือ ปิยะ ตระกูลราษฎร์ กับ วาสนา สิทธิเวศ
คนส่วนใหญ่รู้จักภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกเป็นอย่างดี แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้จักกับ "นายกมล กุลตังวัฒนา" อดีตผู้สร้างภาพยนตร์ ครูบ้านนอก และประธานอำนวยการ บริษัท แท็กซี่ สร้างสรรค์ สถาบันเมืองอีสาน ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการถ่ายทอดให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนอีสาน ซึ่งต้องยอมรับว่า "ภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอก ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กไทยจำนวนไม่น้อยมีความใฝ่ฝันว่า โตขึ้นจะเป็นครู"
แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องครูบ้านจะเป็นหนังเก่า แต่เมื่อถูกมาฉายซ้ำก็ยังสามารถสร้างความสุขให้คนดูอยู่ไม่น้อย และในท่ามกลางความสุขระหว่างดูภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกนั้น แน่นอนที่สุดว่าคงไม่มีใครล่วงรู้ว่า "กมล ต้องทนทุกข์ทรมานกับการเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้นานถึง ๑๔ ปี "
"หลังจากหายจากโรคอัมพฤกษ์แล้วจะถีบจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จากกรุงเทพฯ ถึง มุกดาหาร ในวันที่ ๕ ธ.ค." นี่เป็นคำอธิษฐานของกมลระหว่างที่พยายามรักษาตัวเอง ซึ่งมาวันนี้อาการอัมพฤกษ์ของเขาได้หายเป็นปิดทิ้ง ทุกวันนี้สามารถเดินไปไหนมาไหนได้
"ชีวิตที่ป่วยจากโรคอัมพฤกษ์ผมเชื่อว่าเกิดจากกรรมไม่ดีร้อยเปอร็เซ็นต์ เหมือนที่เขาว่า กรรมใดใครก่อกรรมนั้นตามสนอง ที่ได้ทำเอาไว้ผมคิดว่าที่หายจากโรคอัมพฤกษ์เพราะกรรมเวรมันหมดแบบกระทันหัน มันหมดเหมือนปาฏิหาริย์ ผมไม่คิดว่ามันจะทำให้ผมหายได้ไวขนาดนี้ เพียงแค่ผมสวดคาถาชินบัญชรวันละ ๙ จบ แค่เจ็ดวันเท่านั้น จากที่อาการผมหนักๆ พูดก็ไม่ค่อยชัด แต่อยู่ดีๆ มันกลับหายได้อย่างรวดเร็ว" นี่คือความเชื่อของกมล
ความทรมานจากอาการอัมพฤกษ์เป็นเวลา ๑๔ ปี กลม บอกว่า ในวันนี้ถือว่าดีขึ้น ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ชีวิตดีขึ้นแบบนี้เชื่อว่าเกิดจากการสวดคาถาชินบัญชร โดยได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าปาฏิหาริย์มีจริงขอให้หาย และถ้าหายจริงๆ แล้วจะวิ่งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วย จากนั้นจึงได้เริ่มต้นสวดคาถาชินบัญชรวันละ ๙ จบ จากนั้นอาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จวบจนปัจจุบันนี้หายเกือบเป็นปกติแล้ว จึงมีความตั้งใจจะวิ่งเฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ จากกรุงเทพไปจ.มุกดาหาร ถือเป็นบ้านเกิด พร้อมร่วมฉลองการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่สองในวันที่ ๑๙ ธันวาคมนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามก่อนจะเป็นโรคอัมพฤกษ์ กมลเกือบตายเพราะโรคไข้โป้งมาแล้วครั้งหนึ่ง กลมเล่า ให้ฟังว่า ครั้งหนึ่ง นายรุ่ง แก้วแดง อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการต้องการให้สร้างภาพยนตร์เป็นประวัติชีวิตครูดีเด่นคนหนึ่ง ต.วังลึก อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ที่สอนคนติดอบายมุขให้กลับตัวเป็นคนดี
ระหว่างที่ถ่ายทำอยู่นั้นคืนหนึ่งได้ไปกินขนมที่ร้านของสาวสวยร้านหนึ่ง เมื่อกินเสร็จแล้วในเวลา ๒๒.๒๐ น. ได้เดินกลับที่พักประมาณสองกิโลเมตรโดยไม่ยอมรอรถตู้มารับ ดวงคนเราจะถูกยิง ระหว่างเดินกลับได้เจอชายฉกรรจ์สองคนเดินผ่านมาแล้วก็ทักทายกัน
กมล เล่าต่อว่า ชายฉกรรจ์ต่างแนะนำว่าเป็นตัวประกอบของหนังเรา จึงไม่คิดอะไรมากเมื่อได้คุยกันแล้วก็มองเหมือนเป็นพวกเดียวกัน จังหวะที่เดินคล้อยหลังไปนั้น ชายฉกรรจ์คนดังกล่าวก็ชักปืนขึ้นมายิงใส่ ๑ ลูก กระสุนกระจายเข้าร่างกายทั้งหมด ๑๓ เม็ด ใครเห็นแบบนี้คงคิดว่าน่าจะตายแต่กลับไม่ตาย ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างมาก ในตัวก็ไม่มีเครื่องรางของขลัง หรือพระเครื่องอะไรเลย เพราะเชื่อว่าพระอยู่ภายในจิตใจของเราตลอดเวลา ปัจจุบันลูกกระสุนยังอยู่ในตัวตามที่แตกนับ ๑๐ เม็ด โดยหมอไม่ยอมผ่าออกเพราะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นอันตราย
ส่วนสาเหตุการถูกยิง กลม บอกว่าน่าจะมาจากไปจีบแฟนของพวกเขาแน่นอน ขณะเดียวกันก็นึกถึงกรรมที่ตัวเองเคยทำ และทำให้คิดได้ว่าน่าจะเกิดจากสมัยเป็นเด็กนักเรียนอายุประมาณ ๑๒ ปี โดยใช้หนังสติกไปยิงนกเอี้ยงบนต้นมะขามสูง ทันใดนั้นร่างของนกก็ร่วงลงมาแต่ยังไม่ทันตกถึงพื้นดิน ปรากฎว่านกตัวดังกล่าวไม่ตายกลับตีปีกบินกลับขึ้นไป
"ผมคิดว่าการถูกยิงในระยะเผาขนแบบนี้มันคงยังไม่ถึงคราวตายเหมือนกับนกที่ผมยิงมันก็ได้ แม้จะถูกยิงกระสุนกระจายถึง ๑๓ เม็ด มันไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย แล้วผมก็เชื่อว่า ที่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์มันน่าจะเกิดจากบาปกรรมที่เราเคยทำเอาไว้ จริงๆ บาปกรรมที่ว่านี้ผมยังชอบหนีเมียไปเที่ยว มีเงินเป็นสิบล้านบาทก็ใช้หมด ใครขอไปทำอะไรก็จะให้โดยไม่คิดอะไร เชื่อว่าให้เขาไปไม่นานก็หาใหม่ได้ กรรมที่ทำกับเมียมันก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมเป็นอัมพฤกษ์" อดีตผู้อำนาจการครูบ้านนอก กล่าวทิ้งท้าย
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง/ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต

-->http://www.komchadluek.net/2006/11/30/images/6273427low_copy.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/30/photo_10997.php)
กมล กุลตังวัฒนา กับ...ปาฏิหาริย์คาถา "ชินบัญชร"

"ครูบ้านนอก" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอมตะของภาพยนตร์ไทย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยโด่งดังทำรายได้ถล่มทลายเมื่อกว่า ๓๐ ปีที่แล้ว นอกจากนี้แล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพระเอกและนางเอกให้มีโด่งดังมีชื่อเสียงในเวลาต่อมาคือ ปิยะ ตระกูลราษฎร์ กับ วาสนา สิทธิเวศ http://www.komchadluek.net/2006/11/30/images/6273426low_copy.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/30/photo_10998.php)
คนส่วนใหญ่รู้จักภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกเป็นอย่างดี แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้จักกับ "นายกมล กุลตังวัฒนา" อดีตผู้สร้างภาพยนตร์ ครูบ้านนอก และประธานอำนวยการ บริษัท แท็กซี่ สร้างสรรค์ สถาบันเมืองอีสาน ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการถ่ายทอดให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนอีสาน ซึ่งต้องยอมรับว่า "ภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอก ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กไทยจำนวนไม่น้อยมีความใฝ่ฝันว่า โตขึ้นจะเป็นครู"
แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องครูบ้านจะเป็นหนังเก่า แต่เมื่อถูกมาฉายซ้ำก็ยังสามารถสร้างความสุขให้คนดูอยู่ไม่น้อย และในท่ามกลางความสุขระหว่างดูภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกนั้น แน่นอนที่สุดว่าคงไม่มีใครล่วงรู้ว่า "กมล ต้องทนทุกข์ทรมานกับการเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้นานถึง ๑๔ ปี "
"หลังจากหายจากโรคอัมพฤกษ์แล้วจะถีบจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จากกรุงเทพฯ ถึง มุกดาหาร ในวันที่ ๕ ธ.ค." นี่เป็นคำอธิษฐานของกมลระหว่างที่พยายามรักษาตัวเอง ซึ่งมาวันนี้อาการอัมพฤกษ์ของเขาได้หายเป็นปิดทิ้ง ทุกวันนี้สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ http://www.komchadluek.net/2006/11/30/images/6273431low_copy.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/30/photo_10999.php)
"ชีวิตที่ป่วยจากโรคอัมพฤกษ์ผมเชื่อว่าเกิดจากกรรมไม่ดีร้อยเปอร็เซ็นต์ เหมือนที่เขาว่า กรรมใดใครก่อกรรมนั้นตามสนอง ที่ได้ทำเอาไว้ผมคิดว่าที่หายจากโรคอัมพฤกษ์เพราะกรรมเวรมันหมดแบบกระทันหัน มันหมดเหมือนปาฏิหาริย์ ผมไม่คิดว่ามันจะทำให้ผมหายได้ไวขนาดนี้ เพียงแค่ผมสวดคาถาชินบัญชรวันละ ๙ จบ แค่เจ็ดวันเท่านั้น จากที่อาการผมหนักๆ พูดก็ไม่ค่อยชัด แต่อยู่ดีๆ มันกลับหายได้อย่างรวดเร็ว" นี่คือความเชื่อของกมล
ความทรมานจากอาการอัมพฤกษ์เป็นเวลา ๑๔ ปี กลม บอกว่า ในวันนี้ถือว่าดีขึ้น ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ชีวิตดีขึ้นแบบนี้เชื่อว่าเกิดจากการสวดคาถาชินบัญชร โดยได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าปาฏิหาริย์มีจริงขอให้หาย และถ้าหายจริงๆ แล้วจะวิ่งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วย จากนั้นจึงได้เริ่มต้นสวดคาถาชินบัญชรวันละ ๙ จบ จากนั้นอาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จวบจนปัจจุบันนี้หายเกือบเป็นปกติแล้ว จึงมีความตั้งใจจะวิ่งเฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ จากกรุงเทพไปจ.มุกดาหาร ถือเป็นบ้านเกิด พร้อมร่วมฉลองการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่สองในวันที่ ๑๙ ธันวาคมนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามก่อนจะเป็นโรคอัมพฤกษ์ กมลเกือบตายเพราะโรคไข้โป้งมาแล้วครั้งหนึ่ง กลมเล่า ให้ฟังว่า ครั้งหนึ่ง นายรุ่ง แก้วแดง อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการต้องการให้สร้างภาพยนตร์เป็นประวัติชีวิตครูดีเด่นคนหนึ่ง ต.วังลึก อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ที่สอนคนติดอบายมุขให้กลับตัวเป็นคนดี http://www.komchadluek.net/2006/11/30/images/6273423low_copy.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/30/photo_11000.php)
ระหว่างที่ถ่ายทำอยู่นั้นคืนหนึ่งได้ไปกินขนมที่ร้านของสาวสวยร้านหนึ่ง เมื่อกินเสร็จแล้วในเวลา ๒๒.๒๐ น. ได้เดินกลับที่พักประมาณสองกิโลเมตรโดยไม่ยอมรอรถตู้มารับ ดวงคนเราจะถูกยิง ระหว่างเดินกลับได้เจอชายฉกรรจ์สองคนเดินผ่านมาแล้วก็ทักทายกัน
กมล เล่าต่อว่า ชายฉกรรจ์ต่างแนะนำว่าเป็นตัวประกอบของหนังเรา จึงไม่คิดอะไรมากเมื่อได้คุยกันแล้วก็มองเหมือนเป็นพวกเดียวกัน จังหวะที่เดินคล้อยหลังไปนั้น ชายฉกรรจ์คนดังกล่าวก็ชักปืนขึ้นมายิงใส่ ๑ ลูก กระสุนกระจายเข้าร่างกายทั้งหมด ๑๓ เม็ด ใครเห็นแบบนี้คงคิดว่าน่าจะตายแต่กลับไม่ตาย ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างมาก ในตัวก็ไม่มีเครื่องรางของขลัง หรือพระเครื่องอะไรเลย เพราะเชื่อว่าพระอยู่ภายในจิตใจของเราตลอดเวลา ปัจจุบันลูกกระสุนยังอยู่ในตัวตามที่แตกนับ ๑๐ เม็ด โดยหมอไม่ยอมผ่าออกเพราะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นอันตราย
ส่วนสาเหตุการถูกยิง กลม บอกว่าน่าจะมาจากไปจีบแฟนของพวกเขาแน่นอน ขณะเดียวกันก็นึกถึงกรรมที่ตัวเองเคยทำ และทำให้คิดได้ว่าน่าจะเกิดจากสมัยเป็นเด็กนักเรียนอายุประมาณ ๑๒ ปี โดยใช้หนังสติกไปยิงนกเอี้ยงบนต้นมะขามสูง ทันใดนั้นร่างของนกก็ร่วงลงมาแต่ยังไม่ทันตกถึงพื้นดิน ปรากฎว่านกตัวดังกล่าวไม่ตายกลับตีปีกบินกลับขึ้นไป "ผมคิดว่าการถูกยิงในระยะเผาขนแบบนี้มันคงยังไม่ถึงคราวตายเหมือนกับนกที่ผมยิงมันก็ได้ แม้จะถูกยิงกระสุนกระจายถึง ๑๓ เม็ด มันไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย แล้วผมก็เชื่อว่า ที่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์มันน่าจะเกิดจากบาปกรรมที่เราเคยทำเอาไว้ จริงๆ บาปกรรมที่ว่านี้ผมยังชอบหนีเมียไปเที่ยว มีเงินเป็นสิบล้านบาทก็ใช้หมด ใครขอไปทำอะไรก็จะให้โดยไม่คิดอะไร เชื่อว่าให้เขาไปไม่นานก็หาใหม่ได้ กรรมที่ทำกับเมียมันก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมเป็นอัมพฤกษ์" อดีตผู้อำนาจการครูบ้านนอก กล่าวทิ้งท้าย เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง/ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต
</TD></TR></TBODY></TABLE>

เกสรช์
21-06-2008, 02:12 PM
อนุโมทนาสาธุคะ

ขออนุญาติฟอร์เวิอด เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทานต่อไปนะคะ

ขอบคุณคะ

gatsuja
21-06-2008, 06:36 PM
อนุโมทนา