PDA

View Full Version : สองพระอริยเจ้าสนทนาธรรม 3 : ช่วยแก้สัญญาวิปลาสให้หลวงปู่มั่นในอดีตชาติครั้งพุทธกาล


lepus
19-06-2008, 08:52 PM
หลวงปู่ถามข้าพเจ้าอีกว่า ในครั้งพระพุทธเจ้าของเรายังมีชีวิตอยู่ท่านได้ร่วมศาสนาของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ตอบว่า ขอโอกาสหลวงปู่ถ้าจะให้กระผมเล่าในเรื่องนี้ก็คงยาวพอสมควร หลวงปู่ว่า ยาวก็ไม่เป็นไร เล่าไปเถอะจากนั้น ก็ปรารภเรื่องหลวงปู่มั่นว่า กระผมภาวนาปฏิบัติมาในชาติปัจจุบันนี้กระผมไม่เคยเห็นหลวงปู่มั่นมาก่อนเลยเพียงรู้ชื่อตามครูอาจารย์และหนังสือที่ครูอาจารย์ได้เขียนไว้เท่านั้นต่อมาวันหนึ่ง กระผมพิจารณาปัญหาธรรมไม่แยบคาย พิจารณาเท่าไรก็เหมือนเดิมมีความลังเลสงสัยอยู่ในใจ จน ๒ วันผ่านไป ก็ยังตีความหมายในปัญหาธรรมข้อนั้นๆไม่แยบคาย ก็เลยปล่อยปัญหานั้นไว้ก่อนแล้วหันมาทำสมาธิ นึกคำบริกรรมเมื่อจิตมีความสงบแล้ว หลวงปู่มั่นก็ปรากฏให้เห็น พร้อมทั้งชี้แนะการแก้ปัญหาให้ฟังแล้วก็หายไป จิตก็ถอนออกจากสมาธิพอดี

จากนั้นก็ใช้ปัญญาพิจารณาตามอุบายของหลวงปู่มั่นที่ชี้แนะเอาไว้ ความเข้าใจในปัญหานั้นเกิดความแยบคายหายสงสัยทันทีการที่หลวงปู่มั่นได้มาปรากฏในนิมิตนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก อย่างน้อยเดือนละ ๑ครั้งขึ้นไป ถ้ามีปัญหาอะไรพิจารณาไม่แยบคายหลวงปู่มั่นจะมาปรากฏแนะอุบายในนิมิตนั้นทันที ในบางครั้งหลวงปู่มั่นได้มาปรากฏในนิมิตติดต่อกันถึง ๔ คืนซ้อนก็มีแต่ละครั้งก็มีอุบายธรรมมาให้กำลังใจและได้ครุ่นคิดอยู่เสมอเมื่อจิตถอนออกจากสมาธิแล้ว ก็ใช้ปัญญาพิจารณาในปัญหานั้นๆจนเกิดความแยบคายหายสงสัยปัญหาธรรมนั้นๆ อย่างชัดเจน จึงคิดภายในใจว่าในชาตินี้เราไม่เคยเห็นหลวงปู่มั่นเลย ทำไมจึงมีนิมิตเห็นหลวงปู่มั่นเป็นประจำหรือจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันกับท่านในอดีตชาติที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง

ในคืนหนึ่ง เกิดนิมิตเห็นหลวงปู่มั่นอีก นิมิตในคืนนี้ยาวพอสมควรเพราะเกี่ยวกันกับสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมีพระชนชีพอยู่ มีนิมิตปรากฏว่ามีสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง มีหลวงปู่มั่นเป็นประธานสงฆ์กระผมเองเป็นศิษย์ผู้ใหญ่รองจากหลวงปู่มั่นลงมาในสำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระอยู่ด้วยกันประมาณ ๑๐๐ องค์การปกครองของหลวงปู่มั่นนั้นเด็ดขาดมาก พระองค์ไหนทำผิดพระธรรมวินัยแล้วท่านจะดุด่าว่ากล่าวตักเตือนอย่างเผ็ดร้อนขึ้นมาทันทีจึงทำให้พระภายในวัดทุกองค์มีความกลัวต่อท่านเป็นอย่างมากทั้งความเคารพก็มีความเคารพอย่างฝังใจ กิจวัตรน้อยใหญ่ไม่มีความย่อหย่อนหละหลวมทั้งเดินจงกรม นั่งสมาธิ ท่านก็ทำเป็นตัวอย่างให้ดูทุกรูปแบบธรรมที่อบรมพระทั้งหมดก็เฉียบขาดเข้มข้นจริงจัง

ในครั้งนั้นหลวงปู่มั่นเกิดเป็นสัญญาวิปลาสโดยไม่มีพระองค์ใดกล้าเตือนท่านได้จะเกิดขึ้นเนื่องจากอุบายภาวนาปฏิบัติอย่างไรก็ไม่ทราบ ในเช้าวันหนึ่งหลังจากฉันอาหารเสร็จแล้ว ท่านก็นั่งซึมอยู่องค์เดียวโดยไม่พูดกับพระองค์ใดเลยจึงผิดปกติกว่าทุกวันที่ผ่านมา จากนั้น ก็หันหน้ามาหาคณะสงฆ์แล้วพูดขึ้นว่าผมจะลาสิกขาจากหมู่ท่านไปแล้วนะ กระผมก็ขอร้องด้วยวิธีต่างๆ ท่านก็ไม่ยอมฟังว่าแล้วก็หันหน้าไป กราบลงที่นั่ง ๓ ครั้งแล้วลุกไปหยิบเอาผ้าขาวมานุ่งแก้ผ้าเหลืองทิ้งออกไป กระผมเข้าไปขอร้อง ท่านก็ดุด่าพอนุ่งผ้าขาวเสร็จแล้ว ท่านก็ลงศาลาไปกระผมก็ได้มาปรึกษาคณะสงฆ์ว่าพวกเราจะทำกันอย่างไรคณะสงฆ์ก็มอบให้กระผมเป็นผู้ออกความคิดและตัดสินใจ กระผมก็ได้ประกาศแก่คณะสงฆ์ว่าทุกองค์อย่าลงหนีจากศาลานี้ให้ทุกองค์นั่งภาวนาส่งกระแสจิตเมตตาไปหาท่านอาจารย์ของเรา จากนั้นพระสงฆ์ก็เข้าที่ภาวนา กระผมได้จัดพระ ๓ องค์ และโยมอีก ๓ คนให้คอยติดตามท่านไปห่าง ๆ ท่านไปที่ไหนก็ไปด้วย แต่อย่าให้ท่านรู้ตัวว่าเราติดตามท่านไป และอย่าปล่อยทิ้งท่านเป็นอันขาด จากนั้นพระที่ถูกแต่งตั้งกับโยมทั้ง ๓ คนก็ออกติดตามท่านทันที

กระผมได้ไหว้พระตั้งสัจจะอธิษฐาน ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าคุณของพระธรรม คุณของพระอริยสงฆ์ และอธิษฐานนึกถึงบารมีที่ได้เคยบำเพ็ญมาแล้วขอจงช่วยดลบันดาลให้ท่านอาจารย์ได้กลับคืนมาในที่นี้ด้วยเทอญ จากนั้นก็กำหนดจิตภาวนา ตั้งสัจจะอธิษฐานว่า ถ้าหากท่านอาจารย์ไม่กลับคืนมาในที่นี้กระผมก็จะไม่ลุกออกจากที่นี่เป็นเด็ดขาด ถึงชีวิตจะหมดไปก็ยอม เมื่อเวลาประมาณ ๔โมงเย็น หลวงปู่มั่นก็ได้เดินเข้ามาในวัดเอง เมื่อท่านเดินเข้ามาในวัดกระผมก็พาคณะสงฆ์ทั้งหมดออกไปต้อนรับ พากันห้อมล้อมท่านขึ้นบนศาลานิมนต์ท่านนั่งบนอาสนะที่จัดไว้แล้ว แต่ท่านก็ไม่ยอมนั่งบนอาสนะนั้นเลยกระผมพร้อมด้วยคณะสงฆ์จะพากันกราบท่าน ท่านก็ห้ามเอาไว้ไม่ให้กราบท่านท่านพูดขึ้นมาว่า นี่ผมเป็นอะไร ผมนุ่งขาวอย่างนี้ ไม่เป็นพระใช่ไหมกระผมได้กราบเรียนท่านไปว่า ขอโอกาสท่านพ่อแม่ครูอาจารย์การทำอย่างนี้ไม่ได้ขาดจากความเป็นพระเลย เพียงลืมตัวไปชั่วขณะเดียวเท่านั้นจากนั้น กระผมจึงได้เผดียงต่อคณะสงฆ์ทั้งหมดว่า ขอคณะสงฆ์ทั้งหลายจงรับทราบในขณะนี้ พ่อแม่ครูอาจารย์ของพวกเราทั้งหลายได้กลับคืนมาหาหมู่คณะสงฆ์แล้วความสมบูรณ์ในเพศที่เป็นพระยังไม่ขาดหายไปถ้าคณะสงฆ์มีความเห็นว่าครูอาจารย์ยังเป็นพระที่สมบูรณ์อยู่ขอทุกท่านได้อนุโมทนาพร้อมกันด้วยเทอญ

จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดก็อนุโมทนาสาธุพร้อมกัน แล้วก็ยกเครื่องบริขารอันมี สบง จีวร สังฆาฏิถวายท่าน เมื่อท่านรับไปนุ่งห่มเรียบร้อยแล้ว ก็นิมนต์ท่านขึ้นนั่งบนอาสนะกระผมและหมู่คณะสงฆ์ก็พากันกราบท่าน เสร็จแล้วก็พากันนั่งอยู่ด้วยความสงบหลวงปู่มั่นได้พูดขึ้นว่า คณะสงฆ์ทั้งหลาย นับจากนี้ไปผมขอยกการปกครองของผมทั้งหมดนี้ ให้ท่านทูลเป็นตัวแทนผมทุกองค์ต้องพากันอยู่ในโอวาทของท่านทูลทั้งหมดผมเองถ้าไม่ได้ท่านทูลเป็นลูกศิษย์แล้ว ก็ไม่ทราบว่าผมจะเป็นไปในรูปแบบใด บัดนี้ให้ผมได้อยู่เป็นปกติส่วนตัวเถิด ขอทุกองค์จงอยู่ในโอวาทของท่านทูลต่อไปผมเองจะอยู่ในฐานะเป็นประธานสงฆ์ให้เท่านั้น
<O:p</O:p
จากนั้นมา หลวงปู่ก็ไม่เคยดุด่าพระองค์ไหนอีกเลย มีแต่ตั้งใจภาวนาปฏิบัติอยู่เป็นส่วนตัวเท่านั้น ต่อมา กระผมต้องเป็นผู้รับผิดชอบในหมู่คณะสงทั้งหมด และหลวงปู่มั่นมีความสบายใจ มีความเบาใจในฐานะที่เป็นประธานสงฆ์ กระผมได้ปฏิบัติต่อเนื่องมาตราบเท่าที่ถึงอายุขัยเป็นไปตามกาลเวลา ต่อมาในชาติปัจจุบันนี้ จึงนิมิตเห็นหลวงปู่มั่นมาให้ความเมตตา มาให้อุบายตักเตือนแนวทางปฏิบัติด้วยวิธีต่างๆ หลวงปู่มั่นมาให้กำลังใจในนิมิตนับเป็นร้อยครั้งขึ้นไป ที่จริงหลวงปู่มั่นก็ได้นิพพานไปแล้ว ในชาตินี้กระผมก็ไม่เคยเห็นท่านเลย ที่มาปรากฏในนิมิตนั้นเป็นเรื่องคุณธรรมที่มีความเกี่ยวข้องกันมาในอดีตชาติเท่านั้น และไม่เพียงแต่หลวงปู่มั่นเท่านั้นที่มาให้อุบายธรรม ยังมีองค์อื่นๆ ที่มีความเกียวข้องกันได้มาให้อุบายธรรม แต่ก็จำไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องในทางธรรมกันมาแต่เมื่อไร เพียงรู้ได้ว่าท่านนั้นเคยเป็นครูอาจารย์มาก่อน ถึงท่านได้เข้าสู่พระนิพพานไปนานแล้วก็ตาม แต่คุณธรรมที่เคยมีความเกี่ยวข้องกันยังมีอยู่ ถึงครูอาจารย์องค์ที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ก็ยังมีนิมิตมาปรากฏให้อุบายธรรมได้เช่นกัน ในสมัยนั้น หลวงปู่มั่นเป็นศิษย์ของพระสารีบุตร ส่วนกระผมก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่นนั่นเอง ขณะที่เล่าเรื่องนี้อยู่ หลวงปู่ตั้งใจฟังเงียบทีเดียว เมื่อเล่าจบลง หลวงปู่หัวเราะแล้วพูดว่า โอ้โฮ...เล่าได้ละเอียดมาก คงจะฝังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจมานานแล้วซินะ ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นเรื่องต่อเนื่องจาวมาถึงขนาดนี้

gatsuja
20-06-2008, 08:12 PM
อนุโมทนา

ลูกถ้ำหีบ
29-06-2008, 12:16 AM
อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ