PDA

View Full Version : อารมณ์ที่เกิดกับจิต และวิธีการดับ


ARAYAN
15-06-2008, 11:24 AM
<HR align=center width="100%" color=white noShade SIZE=1>
กราบนมัสการอาจารย์เล็ก

อยากกราบเรียนถามว่าการที่เราปฏิบัติมาได้สักระยะหนึ่งจิตของเราน่าจะมีความเมตตามากขึ้น เย็นมากขึ้น ใจดีกับผู้อื่นมากขึ้น แต่ทว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเองกลับตรงกันข้าม รู้สึกว่าอารมณ์ร้อนขึ้น รุนแรงขึ้น ดุกับคนอื่นมากขึ้น พูดขวานผ่าซากมากขึ้น (หลายๆครั้งต้องระวังระมัดปาก ระมัดคำตัวเอง) ซึ่งก็มองว่าเป็นความคิดที่เป็นฝ่ายอกุศลกรรมที่ต้องใช้กำลังข่มเป็นอย่างมาก ซึ่งยิ่งข่มเท่าไหร่มันเหมือนกับเราต้องทนกับความทุรนทุรายของอารมณ์เหล่านั้น เหมือนกับสัตว์ที่กำลังโดนหอกโดนดาบทิ่มแทง

นอกจากนี้ยังเห็นเป็นบางครั้งถ้าเป็นอารมณ์กิเลสที่ไม่รุนแรงมากนัก ก็จะรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่เข้ามากระทบจิต เหมือนกับคนปาก้อนหินเล็กๆ เข้าใส่ทั้งๆ ที่บางครั้งเป็นการล้อเล่นของคนอื่นที่ไม่น่าจะเกิดแรงกระทบได้ มันก็เกิด

นอกจากนี้ยังมีความรู้สึกขึ้นมาบ่อยครั้งว่าตัวเอง"รู้มากกว่าคนอื่น" หรือ "ดีกว่าคนอื่น" ซึ่งเข้าใจว่าเป็นอารมณ์ศีลอุปทาน และ อัสสมิมานะที่มันรุนแรงขึ้น จนต้องปรามตนเองบ่อยครั้งว่า ถ้าตนเองดีจริงต้องบรรลุความเป็นอรหัตผลถึงจะดีจริง แต่ก็ข่มมันไม่ลง

จึงอยากเรียนถามว่าทำไมความคิดที่เป็นฝ่ายลบมันถึงได้มากมายขนาดนี้ แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี บางครั้งมันมีความรู้สึกว่าไอ้อาการตามดูตามรู้ใจมันดูเหมือนจะดี แต่มันยังไม่ใช่วิธีที่จะถอนรากถอนโคนกิเลสทั้งหมด จะเทียบกับอารมณ์สังโยชน์ก็รู้แต่ว่ามันยังไม่ผ่าน แล้วก็รู้อยู่แค่นั้นว่ายังมีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง อยู่เต็มสมอง ก็งงๆ กับตัวเองว่าจะทำยังไงต่อ ไปไม่ถูก ไปไม่เป็น มืดแปดด้าน....: bat:

เถรี
15-06-2008, 01:46 PM
ขออนุญาตหลวงพ่อเล็ก _/\_ และคุณ ARAYAN แสดงความคิดเห็นนะคะ
เพราะหนูก็เป็นเหมือนคุณ ARAYAN เลย พบว่าแทนที่มันจะใจเย็นกว่าเดิมแต่ทำไมกลับเห็นมันกระทบอะไรได้บ่อยยิ่งกว่าก่อนๆ เลยมานั่งคิดเองว่า อาจเป็นเพราะเขาพยายามหาช่องทางจะที่ทดสอบเรา อะไรนิดหน่อยก็จะให้เราโกรธเคืองให้ได้ ถ้าเราอดทนมีสติ ไม่เสร็จเขา ให้ผ่านช่วงนี้ไปได้ เดี๋ยวก็คงจะซาไปเอง
หรือไม่ก็อาจเป็นอีกประเด็นว่า เมื่อก่อนเราไม่เคยรับรู้ว่าอารมณ์นี้เป็นอารมณ์ที่ไม่พอใจ แต่พอเมื่อเรามาปฏิบัติมากขึ้นกว่าเดิม จิตละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม เลยรับรู้กับสิ่งที่เข้ามากระทบได้ไวกว่าแต่ก่อน และเห็นชัดเจนว่ามันอาการรุนแรงแค่ไหน
ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกรึป่าว อยากฟังคำตอบจากหลวงพ่อเล็กเหมือนกันค่ะ เพราะตัวเองก็เป็นแต่ไม่เคยถาม

ส่วนความรู้สึกที่ชอบคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น รู้กว่าคนอื่น ก็เป็นเหมือนกันค่ะ เลยมานั่งคิดไปคิดมา อาจเป็นเพราะตัวเราเองปรุงไว้แต่แรกเลยว่าเรารู้อะไรได้มากกว่าคนอื่น ทีนี้พอใครเข้ามาสอนหรือพูดอะไรปุ๊บ มันจะตั้งท่า ตั้งกำแพงขึ้นมาทันทีอย่างรวดเร็วแบบชนิดที่เราห้ามไม่ทัน มันจะคิดว่าตัวฉันเองรู้มากกว่าที่คุณพูดหรือบอกมาอีก แต่พอมาหลังๆความรู้สึกเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนตรงที่ว่า มันไม่คิดว่าตัวเองเก่ง หรือตัวเองไม่เก่ง เพราะมันเหมือนหาอะไรข้างในไม่ได้ รู้สึกว่างๆในใจ ( เป็นแค่เฉพาะบางครั้งเท่านั้นไม่ได้เป็นตลอด) ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้ถูกรึป่าว หากใช่มาถูกทางล่ะก็ หนูก็คิดว่าการวิปัสสนาที่พยายามหาทางคลายจากการยึดร่างกายนั่นแหล่ะค่ะ สามารถช่วยได้ ใช่เลย

หนูว่าการหมั่นสังเกตใจและตัดร่างกายไปเรื่อยๆมันน่าจะเป็นวิธีที่มาถูกทางแล้วนะคะ เพราะหลวงพ่อเล็กเคยบอกว่า กิเลสมันไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เราไวกับมันมากกว่าเดิม เรารู้ทันมัน และเราไม่ได้ไปยุ่งกับมัน มันก็เลยทำอะไรกับเราไม่ได้ หนูเชื่อว่าหากเราปฏิบัติตามที่หลวงพ่อฤาษีหรือพระที่ปฏิบัติดีทั้งหลายบอกไปเรื่อยๆ ไวกับมันให้ยิ่งขึ้น จนกระทั่งมันไม่ทันออกฤทธิ์กับเรา เดี๋ยวก็เฉาไปเองแหล่ะค่ะ

ไม่รู้ว่าสิ่งที่หนูบอกพอจะเป็นกำลังใจให้คุณ ARAYAN ได้บ้างรึป่าว - -" ถือเสียว่ารับฟังเสียงหมูเสียงหมาไปพลางๆก่อน(เพราะหนูก็ยังทำไม่สำเร็จ ต้องประคองตัวเองอยู่ - -") ในระหว่างที่รอคำตอบจากหลวงพ่อเล็ก จะเอาใจช่วยค่ะ

ARAYAN
15-06-2008, 01:54 PM
มันเหมือนไขว้คว้าอากาศ จับไม่ติด สู้กันด้วยร่างกายยังง่ายกว่า แต่ก็ขอโมทนากับคำแนะนำที่ดี....

สาธุ

lukwin
08-10-2008, 01:39 PM
ขออนุโมทนาสาธุค่ะ
เป็นคำถามและคำตอบที่ใช่เลยค่ะเพราะบางครั้งเราก็เป็น