ณัฏฐกรณ์.....
09-06-2008, 08:35 PM
สวัสดีครับผู้ใฝ่ศีลใฝ่ธรรมทุกท่านวันนี้ผมมีสิ่งดีๆมานำเสนอ
.ผมมีCDธรรมะมาแจก...โดยพระอาจารย์ สมภพ โชติปัญโญ ... วัด นิพเพธพลาราม อ.คำตากล้า ffice:office" /><O:p></O:p>
จ.สกลนคร<O:p></O:p>
ผมก็อยู่ที่อำเภอนี้แหละครับ..ทีแรกผมก็ไม่ได้สนใจธรรมะอะไรมากมาย...ทำบุญทำทานตามประสา...แต่พอได้มีโอกาสฟังวิทยุ(ฟังเพลง)แล้วพอจะปิดสถานีวิทยุเขาก็จะเปิดธรรมะให้ฟัง...ตอนนั้นไม่ได้สนใจว่าใครเทศน์ท่านชอบพูดอุปมากับทางโลกหรือมีวิธีที่ทำให้คนสนใจฟัง แต่ผมฟังครั้งแรก(ตอนนั้น ท่านร้องเพลงเปรียบเทียบ..........แล้วท่านใช้สรรพนามว่า...ผม.....)ผมไม่เข้าใจและติดกับอะไรเดิมๆที่ว่าพระต้องใช้ว่า....อาตมา.เท่านั้น...ด่าเลยครับ.....พระชั่ว...ไม่ใช่พระ...<O:p></O:p>
(ตอนนั้นม.4)..ผมก็เคยได้ยินชื่อเสียงการแสดงธรรมของท่านจากคุณพ่อคุณแม่มาบ้าง..แต่ไม่ได้สนใจ.....วันหลังได้ฟังอีก รู้ว่าคือพระอาจารย์สมภพ.......เออท่านพูดดีแฮะ......(เพิ่งจะรู้) .......เพลินดี..สนุกดีด้วย...วันต่อมาเลยฟังเรื่อย ยิ่งฟังยิ่งเลื่อมใส.. .. ได้ความรู้ทางธรรมพร้อมกับทางโลก...พูดสะท้อนสังคมดี..ชอบชอบ....เสียงท่านเหมือนกับพระที่เราด่าวันนั้นเลยเนอะ...ยิ่งฟังยิ่งเหมือน...เออวันหลังเราก็ฟังเรื่อยๆและสถานนี้ก็เปิดของท่านตลอดเลยนี่...อ้าวแล้วที่ เราด่า พระวันนั้นก็.....................................ครับผมด่าท่านครับ ผมตัดสินท่านจากการฟังแค่ฟังแค่ครั้งเดียว.........แล้วทำไงดีหละครับ.....ตกใจสิครับ..เสียใจรอบสอง(ผมเคยด่าหลวงตามหาบัว ว่าไม่ใช่พระด้วยครับ)....ทำไงดีหละครับ...ทั้งเสียใจทั้งตกใจ...เลยกราบขอขมาท่าน...ที่บ้านนั่นแหละ...บาปกรรมจริงๆ...จากนั้นแล้วก็หวนคิดถึงหลวงตาบัวที่เราเคยด่าและผมก็ชอบฟังท่านทาง..วิทยุ...เสียงธรรม..ตอนที่จบจากพระอาจารย์สมภพ...วันนั้นก็ฟังหลวงตาบัว...คิดถึงกรรมที่เคยด่าท่านด้วย...ตอนนั้นท่านตอบคำถามคนที่มาวัด...และก็มีคนเคยด่าท่าน....แล้วมาขอขมา...อ้าว..เหมือนเราเลย...ผมรู้สึกว่าจะท่านหัวเราะแล้วพูดว่า...ไม่เป็นไรดอกไม่ถือไม่โกรธดอก...เราไม่มีเรื่องอย่างนี้ ใครว่าเราให้อภัยหมด..............เฮ้ย.............ดีใจจังเลยรู้สึกดีจังเลย......ท่านบอกให้อภัยหมดยิ้มแก้มแทบปริ..ดีใจสุดๆเลยครับ(ตอนนี้ก็ยิ้มอยู่)จากนั้นผมก็เลยไม่ที่จะตัดสินใครว่าดีหรือเลว....แค่บอกว่าไม่ถูกไม่ควรเท่านั้น..อ้าวถึงไหนแล้ว...ไปไกลเลย...ว่าจะแจกของดี......ตอนแรกผมศรัทธาในตัวท่านมาก(พระอาจารย์สมภพ)......คิดว่าท่านดีที่สุด...เพราะอะไร...เพราะที่วัดไม่มีตู้บริจาคทางวัดไม่เคยเรี่ยไรและไม่ให้เรี่ยไรในวัด(ถ้าเรี่ยไรกันจากที่อื่นไม่ใช่ในวัดท่านก็ไม่ได้ห้าม)....นอน4ทุ่มตื่นตี2(ทำกันทั้งวัด) ท่านพูดได้หลายภาษา...ไม่ทำน้ำมนต์ ไม่ปลุกเสก ....กินอาหารวันละครั้งในภาชนะอันเดียวที่ผสมกัน...ท่านจำหน้าพระไตรปิฎกได้ สอนเราให้ศึกษา บอกเลขหน้าพระไตรปิฎก อยู่เสมอๆ (คนบางส่วน ชอบฟังเพราะชอบเอาเลขหน้า ..ที่บอก...ไปแทงหวยซึ่งก็ถูก....ท่านห้ามก็ไม่ฟัง)....ท่านเรียบง่ายไม่ยึดติด.......เทศน์ดีเข้าใจง่ายด้วยและผมก็เคยฝันแปลกเกี่ยวกับวัดและท่าน().....ข้อดีของท่านมีมากมาย ท่านดีองค์เดียวไม่มีใครดีเท่าท่านเลย..... เราคิดอย่างนั้น.......ซึ่งอันตรายมาก...ไม่ควรยึดติดขนาดนั้น...และแล้วก็ถึงวันที่ท่านแกะเราออกจากท่านวันนั้นท่านเทศน์เรื่องการแสดงฤทธิ์ว่าทำไมไม่ควรทำทั้งที่จะดึงคนเข้าศาสนาได้มาก.....อ๋อ..มันจะทำให้ยึดกับบุคคล...บังพระพุทธ....พระธรรม..พระสงฆ์.........ไม่มีใครดีเท่าท่านเราจะคิดอย่างนั้น......... ท่านที่เราเคารพดีอยู่คนเดียวพระอื่นไม่ดี....คิดอย่างนี้ทำให้เรามีโอกาสหล่นล่วงจากศาสนาได้ง่ายหากเรายึดติดกับบุคคล..ท่านว่ายกตัวอย่างว่าหากศรัทธาพระใดพระหนึ่งเชื่อว่าท่านดีที่สุด..หากท่านนั้นตายไปแล้ว... หรือทำผิดจนรับไม่ได้......ใจเราจะหัก..เราจะเห็นว่าไม่มีใครดีอีกเลย.......ศาสนานี้ของปลอมมีแต่พวกหลอกชาวบ้าน...ไม่กรรมดีชั่วใด............หล่นจากศาสนาเลย...เหมือนกับการทำดีแล้วยังไม่ได้รับผลก็เหมารวมว่าทำดีไม่ได้ดี.....ก็จะเลิกถือศาสนา..หล่นล่วงจากศาสนา<O:p></O:p>
..ซึ่งมีคนเหล่านี้เป็นจำนวนมาก.....ในสังคมเรา..ท่านก็เอาท่านเป็นตัวอย่าง ว่าแต่ก่อนตอนเด็กท่านเป็นพุทธ..โตขึ้นหนีออกจากบ้านไปเป็นคริสต์..เรียนคัมภีร์ไบเบิ้ลจนจบกำลังจะไปเรียนเมืองต่อนอกซึ่งท่านต้องอาบน้ำรับศีลก่อน....ซึ่งท่านก็ตกลง..วันที่จะไปอาบน้ำที่ทำพิธีไว้เกิดหมด..คนที่ทำก็ตกใจ..ว่าหายไปได้อย่างไร...ตัวท่านก็บอกว่ารู้สึกว่า...หวิวๆ...เหมือนมีบางสิ่งกำลังจะหายไป..ท่านเองก็ตกใจ...แล้วจากนั้นท่านก็ไม่ไปอีกเลย....กลับมาบ้านที่สกล...ปรากฏว่าพ่อท่านไปบวชแล้วที่วัดหนองป่าพง...ท่านก็ไปหาพ่อ...ที่อุบล....ก่อนกลับท่านก็เห็นพระฝรั่งฉันข้าวในบาตรที่ผสมรวมกัน..<O:p></O:p>
.........ท่านเลยเข้าไปถามเป็นภาษาอังกฤษว่า.......................(แปลเป็นไทยว่า...คุณกินอย่างนี้จะอร่อยเหรอ?ไม่ท้องเสียหรือ?)<O:p></O:p>
............พระฝรั่งตอบเป็นไทยว่า......ม้ายด้ายกินห้ายอร่อย กินเพื่อมีชีวิตอยู่ เพื่อปฏิบัติธรรม....แล้วคุณกินที่บ้านคุณไม่เสียท้องหรือ?......<O:p></O:p>
..............ท่านก็ตอบว่า....ที่บ้านไม่ได้เอามารวมกันแบบนี้จะเสียท้องได้อย่างไร...<O:p></O:p>
..................พระฝรั่งย้อนถามว่า แล้วรวมกันในบาตรกับรวมกันในท้องต่างกันตรงไหน......<O:p></O:p>
ท่านก็คิดว่า..เออก็จริงอย่างว่า.....นอกจากนั้นท่านยังคิดได้ว่า...อะไรก็กลับกันไปหมด.....<O:p></O:p>
เป็นคนไทยกลับพูดฝรั่ง....ฝรั่งกลับพูดไทย...เราเคยเป็นพุทธกลับไปเข้าคริสต์...เขาเคยเป็น คริสต์<O:p></O:p>
กลับมาบวชเป็นพระ...อะไรๆก็กลับกันไปหมด..เลย......ก่อนกลับเลยทำบุญ เผื่อว่าจะมีบุญจริง คุยกลับหลวงพ่อชาแล้วตกลงสร้างศาลาปฏิบัติธรรม...หลังหนึ่ง7000บาท...ให้เงินไว้เรียบร้อยอีก15วันจะมาถวาย...แล้วก็เข้ากรุงเทพ....ตอนนั้นท่านรวยมากกินเหล้าแพงๆทุกวันสูบบุหรี่จัดด้วย...พอขึ้นรถก็มีคนมานั่งแทนที่นั่งท่านท่านก็คิดว่าไม่เป็นไรเพราะมีที่เหลืออยู่เลยนั่งที่หลังที่เดิม.....รถออกมาได้ซักพักก็......................เกิดอุบัติเหตุ...สมองคนที่นั่งแทนทีท่านกระจายมาทับหัวท่านท่านจับดูนึกว่าสมองตัวเอง...ต้องตายแน่....ได้รับบาดเจ็บสาหัส.....(ปางตาย)นอน รพ.40วัน.....หลังจากฟื้นก็ครุ่นคิด...ว่า......ทำบุญแล้วได้ดีแล้วดีแล้วบุญไม่เห็นมาช่วย...สงสัยบุญจะไม่มี..หรือว่าพระเจ้าจะมาลงโทษ...สับสนไปหมด.........ท่านเลยมีความคิดที่จะไม่ถือศาสนาใดๆเลย.......จากนั้นเห็นพระที่ไหนก็ต้องเข้าไปถามเรื่องบาปเรื่องบุญ...<O:p></O:p>
ทำบุญแล้วทำไมเป็นอย่างนี้......<O:p></O:p>
พระท่านก็ตอบว่าเป็นกรรมเก่า...................<O:p></O:p>
ท่านก็ถามว่าแล้วผมจะทำอย่างไร...ให้ตายย้อนอดีตกลับไปแก้ไขหรือ..<O:p></O:p>
พระท่านก็ว่าต้องชดใช้กรรม...แล้วสร้างความดีเยอะๆ....<O:p></O:p>
ท่านก็ถามว่า..แล้วบุญที่ทำตอนนี้จะเอาผลตอนไหน<O:p></O:p>
พระท่านก็ว่าชาติหน้า <O:p></O:p>
ท่านก็ถามว่า แล้วจะรู้ได้ไงว่ามีชาติหน้า......(ขอเตือนท่านไว้ว่า ทำบุญแล้วบางคนทำไมเกิดเหตุเภทภัยโดย(เฉพาะเริ่มทำตอนเริ่มแรกเช่น การปฏิบัติธรรม..นั่งสมาธิ)....บางคนทำบุญแล้วยิ่งเจริญงอกงาม ...จะเป็นแบบไหนท่านต้องทำใจไว้ให้ดี แล้วมีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังว่าทำไม....เล่าแล้วยาว.......หรือเอาไปฟังเองก็ได้)<O:p></O:p>
เอาเป็นว่าท่านเห็นพระที่ไหนท่านต้องเข้าไปถาม.....แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนของท่าน.........ท่านคิดเรื่องนี้นานจนแทบจะเป็นบ้า...คิดจนหลับไปแล้วก็ฝันว่ามีพระมาบอกให้ถ้าอยากรู้เรื่องบาปบุญให้ไปอ่านพระไตรปิฎกเหมือนเคยอ่านคัมภีร์ไบเบิล....ท่านเลยเข้ามาซื้อในกรุงเทพ...ต่อมาก็ไปทำงานเมืองนอกประเทศแถบอาหรับ.....กรีกอะไรพวกนี้...ลืมบอกครับท่านจบเพียงป.4ใบประกาศก็ไม่ได้ไปเอา....นักธรรมก็ไม่ได้...ตอนเด็กนั้นก็เรียนไม่เก่ง.......(แต่พูดได้ตั้งหลายภาษา)...จำหน้าพระไตรปิฎกมาบอกเราได้ด้วย....ต่อนะครับ..ท่านทำงานแล้วเจ้าของรักท่านมากไว้ใจท่าน...ได้เงินเดือนมากกว่าคนจบปริญญาเสียอีก.....อยู่ทำงานพร้อมอ่านพระไตรปิฎกได้หลายปี เริ่มแรกก็ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนก่อน...เพราะมันเยอะ...เลยหยิบสุ่มอ่าน...เล่มแรกเรื่องแรกที่ท่านอ่านเป็นเรื่องการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่าอ่านแล้วซึ้งใจมาก...คิดว่าหากพระพุทธองค์ถอดใจ.ยอมแพ้กิเลส.คงไม่มีคำสอนมาถึงบัดนี้(แล้วหากท่านตรัสรู้แล้วไม่สอน เราทั้งหลายคงมืดบอด...หากพระสงฆ์ทั้งหลายไม่เผยแพร่ธรรม..ไม่รักษาศาสนา..ป่านนี้เราคงมืดมนอนธการอยู่)..ท่านเคยติดคุกเอาบุญถึง6ครั้งเป็นอย่างไรลองเอาไปฟังเองนะครับ............ท่านไปอินเดียสู่แผ่นดินพุทธภูมิ..........เห็นคนอินเดียถือก้อนหิน ท่อนไม้ไล่พระ...เห็นพระเป็นผีปีศาจ(ภูตากาลี...ภูตากาลี.ไล่พระครับ)พระทางเกาหลีญี่ปุ่นประมาณนี้....พระท่านฟังไม่ออก...แต่ท่านฟังออก....สังเวชใจน้ำตาจะไหล(ขนาดฟังเล่ายังรู้สึกสลดใจเลยครับ)ท่านเลยรีบกลับมาบวชกลัวว่าไทยจะเป็นเหมือนอินเดีย(อินเดียตอนนี้มีพุทธเพียง2.5%ทั้งที่เคยรุ่งเรืองมาก) ก่อนท่านมาบวชท่านเล่าให้ฟังว่าท่านฝันเห็นในหลวงมาหา.....พระอาจารย์สมภพ ไม่กล้าคุย.....บอกในหลวงว่า...พูดราชาศัพท์ไม่เป็น<O:p></O:p>
ในหลวงเลย บอกว่า ...... พูด ธรรมดาก็ได้ ....แล้วเอาจีวรให้ท่าน...แล้วพระองค์ท่านตรัสว่า.............ฉันให้....พระอาจารย์เล่าต่อว่า...จีวรนั้นเปื้อนเลือด .<O:p></O:p>
พระอาจารย์สมภพเลยบอก................ว่าไม่อยากเอามันเก่าแล้ว....<O:p></O:p>
ในหลวงตรัสว่า...นี่จีวรฉันเองตอนฉันบวช...ฉันขอฝากศาสนาไว้ด้วย.....บวชแล้วฉันจะไปเยี่ยม.............อย่างไรก็ตามพระอาจารย์สมภพก็ว่าท่านฝันไปเท่านั้น........หลังจากนั้นท่านก็กลับมาบวชอยู่หนองคาย..ขออุปัชฌาย์ไม่พูดกลับใครจะพูดกลับอุปัชฌาย์เท่านั้น...ไม่ได้พูดอยู่1ปีท่านใช้การดูอาการเคลื่อนไหว....อิริยาบถต่างๆ...ท่านเล่าว่าไม่เหมาะกับท่าน เลยเปลี่ยนวิธีมาเป็นการดูลมหายใจเข้าออกและใช้วิธีนี้การปฏิบัติ.....วันหนึ่งท่านเดินเดินจงกรมอยู่มีฝรั่งมาเห็น................<O:p></O:p>
ฝรั่งถามว่า .Why the monk walking slowly ? (ทำไมพระถึงเดินอย่างช้าๆ)<O:p></O:p>
ท่านตอบ(เป็นอังกฤษ)....ว่า.........เดินดูความคิด ..<O:p></O:p>
ฝรั่งถามต่อว่า....ดูความคิดได้หรือ....<O:p></O:p>
แล้วท่านก็เลยสอนฝรั่งจนฝรั่งเลื่อมใส...เห็นผลการปฏิบัติธรรมในเบื้องต้น...แล้วก็สารภาพว่าเขาเป็นเอดส์มาไทยเพื่อหาความสุขก่อนตายเอาเชื้อมาแพร่.....หมอบอกว่าอยู่ได้เพียง40วัน..ช่วงนั้นปี2527หรือ28นี่แหละครับ ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักโรคนี้มากมาก.....เออ......ลืมบอก...ฝรั่งชาวออสซี่นะครับ<O:p></O:p>
ถามท่าน........ว่าจะตายไหม....ท่านตอบว่า..พรุ่งนี้อาจตายก็ได้....หรือตายวันไหนก็ได้...หรืออาจไม่ตายก็ได้...หรืออาจจะไม่ตาย(เพราะโรคนี้)......ก็ได้..........ฝรั่งตายหรือไม่ตายต้องเอาไปฟังเองนะครับ....ฮ่าๆๆๆๆๆ.พอปฏิบัติธรรมเข้าไม่กี่วันก็หวนคิดถึงพ่อแม่..อยากพ่อแม่ให้มาทำแบบนี้...คิดถึงแต่พ่อแม่ทำแต่บาปกรรม..พ่อตกเบ็ด..สูบกัญชา..แม่เล่นไพ่...พอปฏิบัติธรรมแล้วร้องไห้สงสารคิดถึงพ่อแม่...ซึ่งฝรั่งไม่ค่อยมีความคิดแบบนี้............................ผมขอเล่าไว้เท่านี้ก่อนนะครับ......มีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ...ใครสนใจก็ฝากชื่อที่อยู่เอาไว้แล้วผมจะจัดส่งให้นะครับ........สำหรับผมก็ศึกษาธรรมะมาบ้างเล็กน้อยตอนเด็กก็ชอบสวดมนต์...มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นมากมาย...ถ้ามีโอกาสจะเล่าสู่กันฟัง....พอโตมาหน่อย12-13เริ่มมีความคิดแปลกๆอยากเปลี่ยนศาสนา..(โง่จริงๆเลย)ทั้งที่เคยบวชเณรมาก่อนตอน11ปี(ทำบาปกินแอบเข้าเย็นด้วย...บาปกรรมจริงๆ..ถ้าบวชคราวหน้าศีลขอไหนที่รู้จะไม่ให้ผิดเลย..สำนึกผิดแล้วจริงๆครับ)เริ่มสนใจธรรมะเพราะอ่านหนังสือ....ชื่อ..หนึ่งวันในเมืองนรก..ตอนอายุ14..กลัวมากเลยครับตอนนั้นไม่กล้าทำอะไรกลัวบาปมาก....แล้วก็ได้อ่าน...มงคลชีวิต.....ฉบับทางก้าวหน้า...ที่เขาสอบกันทั้งประเทศ..ก็อ่านจนจบหลายรอบ (เพราะอยากได้รางวัล)...แต่ก็อ่านแล้วรู้สึกดีเลื่อมใสมาก........ช่างเป็นอุบายที่ดีเหลือเกิน<O:p></O:p>
มีสอบทุกปีเราก็อ่านแต่หลังๆอ่านสอบคิดว่า....ได้ก็ดี...ไม่ได้ก็ดี.....ดีที่ได้อ่านสิ่งที่ดีๆ(แต่ก็ได้รางวัลทุกปี......แฮะๆ)พอ15ย่า16ก็ได้เริ่มฟังธรรม....และฟังเรื่อยมาถ้าว่างอยู่บ้านแล้วก็ฟังฟังแล้วฟังอีกชอบมาก....หลังๆเริ่มตอบแทนคุณพ่อแม่...ล้างเท้าให้ท่าน(อยู่เนืองๆ)....แล้วเปิดให้ท่านฟังด้วยท่านทั้งก็เลื่อมใสมากขึ้น ชอบกันทั้งคู่ ฟังกันเป็นประจำ อย่าลืมเอาไปให้พ่อ..แม่ฟังด้วยนะครับ...แล้วผมเล่าอะไรมามากมายเนี่ย.....ขออภัยนะครับ.....เอ้อ...ตอนนี้พระอาจารย์สมภพ ท่านอยู่ที่วัดไตรสิกขาทลามลตาราม อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ท่านอาพาธอยู่..เทศน์ไม่ได้เป็นอัมพาตต้องนั่งรถเข็ญไฟฟ้า..ท่านเทศน์ไม่ได้เพราะเมื่ออาพาธแรกๆหมอห้ามท่านใช้เสียง..แต่ท่านก็เทศน์..จนเสียงท่านแหบ...หมอห้ามท่านเทศนา.....ท่านก็เทศน์ท่านให้เหตุผลว่าได้รับนิมนต์ไว้ก่อนหน้านี้แม้ตอนท่านเป็นนิ่วหมอยิงนิ่วประมาณ2000นัดหมอจะยิง3ครั้งเพราะกลัวร่างกายจะรับไม่ไหวแต่ท่านให้เอาครั้งเดียว...หมอยิงนิ่วเสร็จท่านก็ท่านก็กลับไปเทศน์ต่อเลย....ท่านว่าญาติโยมรอฟังอยู่ต้องเทศน์ให้เขาฟัง...บางครั้งท่านไปช้าญาติโยมรอนาน..พอท่านมาถึงก็ให้ท่านขึ้นเทศน์เลยจนไม่ได้กินน้ำ..บวกกับต้องเดินทางไกลไปเทศนา....พักผ่อนน้อยนอน4ทุ่มตื่นตี2.....ถ้าอยู่วัดท่านก็ปลูกต้นไม้ร่วมกับพระเณรในวัด...และรับแขกอยู่เนืองๆแต่ก่อนจะมาพบท่านถ้าท่านอยู่จะเข้าพบมืดค่ำเท่าใดท่านก็ให้พบไม่ได้กำหนดเวลา.....แต่ก่อนข้าวปลาอาหารไม่เพียงพอต้องเปลี่ยนกันฉันเป็นชุดเปลี่ยนกันอด..ท่านก็อดข้าวเป็นตัวอย่างจำไม่ผิดนะครับ21วัน อดข้าวแล้วไม่พูด......ด้วย........แล้วทุกปีจะมีการปฏิบัติธรรมในวันที่10-17มกราคมทุกปีถืออุโบสถศีล กินอาหารวันละครั้ง ในภาชนะอันเดียว ตื่นตี2 ฟัด กับกิเลส หนาวๆเสียด้วย... เสียด้วยใจไม่กล้าไม่ต้องมา..ต้องอดทน..และศรัทธาจริงๆ (ผมเองก็ยังไม่เคยไป...ไม่ได้กลัวนะครับ...แต่ติดเรียน.....ตอนนี้เพิ่งขึ้นม.6........ แต่ถ้ามั่นใจแล้วเชิญนะครับ... ตื่นตี2 ทำวัตร สวดช้าๆฟังชัดเจนแปลด้วยนะครับ แล้ว ทำสมาธิ ภาวนา..แล้วท่านก็เทศน์ให้ฟัง.........ทางวัดไม่ได้จัดบ่อยเพราะทางวัดไม่มีการเรี่ยไร...ไม่มีตั้งตู้บริจาค...แม้แต่โทรทัศน์ยังไม่มีเลยครับ.....ไม่มีมหรสพการแสดงในวัด........... วันวิสาขบูชา ของทุกปี(ท่านก็เกิดวันขึ้น15ค่ำ เดือน6)ทางวัดจัดงานก็มีการถืออุโบสถศีล งดกินอาหาร1วัน.....เรียกว่า สักกาเร ทุคะตะปัณณาการะภูเต การสักการะอันเป็นบรรณาการของคนยาก............วัดศรัทธาของชาวพุทธ..ตายให้มันตายเอาชีวิต .......ร่างกายบูชาพระรัตนตรัย......อดข้าววันเดียวตายก็ตาย...ผมก็ลองทำแล้ว2ครั้ง....(ที่บ้าน)และ....กินแต่น้ำถือ...ศีล8....ก็ไม่ตายนี่ครับ.......ยังมาเล่าให้ท่านฟังได้..แล้วเราก็จะรู้สึกดี...ยิ้มทั้งวัน..มีความสุข...หวนคิดถึงก็ยังยิ้มได้........ผมรู้สึกดีที่ได้เกิดในประเทศไทย...ในสกลนครดินแดนอันสงบ..มีพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีมากมายอยู่ใกล้........แต่เสียอย่างเดียวถ้ารู้ว่าอยู่สกล ถามเลยกินหมามั๊ย.....โดนจนชินแล้วล่ะครับ(คนสกลร้อยละ90ไม่กินนะครับ)แต่มีที่ทำขายในสกลแล้วส่งออก...เสียเลยครับสกล...อ้าวพิมพ์เพลิน..ต่อนะครับ...แต่ผมก็ไม่ค่อยไปหาท่านเหล่านั้นหรอกนะครับ อายท่านทำชั่วไว้เยอะทำดียังไม่ถึงขนาด......ไม่ใช่อะไรหรอกผมไม่ค่อยได้ไปเอง....ที่ผมทำส่วนใหญ่แทบทั้งนั้นก็ทำที่บ้าน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ที่ใจ เอาบ้านเป็นวัด........อาศัยการฟังเป็นส่วนใหญ่...ศีลตั้งใจถือเองไม่ได้รับจากใคร...พระอยู่ที่ใจสมาทานเอาเอง...เลย......ทำได้นะครับมีโอกาสจะมาเล่าสู่กันฟัง.....เอาเป็นว่าใครอยากได้ไปฟังที่บ้าน...หรือWRITEไปแจกจ่าย ก็ฝากชื่อที่อยู่ไว้ที่นี่ได้หรือไปฝากในสมุดฝากข้อความก็ได้นะครับ.... หรือที่Rx33_Nuth@hotmail.comสุดท้ายขอบุญกุศลที่ผมได้ทำมาไม่ว่าชาติใด ก็ตามจนถึงปัจจุบันจงถึงท่านที่อ่านและแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณในทุกทิศทุกทางขอให้มีความสุข พ้นจากความทุกข์ เมื่อพ้นทุกข์มีความสุขแล้วก็ขออนุโมทนา....และขอให้สุขยิ่งขึ้นไป......แต่อย่างไรก็ตามสัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีดีทำชั่วได้ชั่ว ขอให้มีความสุขนะครับ ขอธรรมะรักษา<O:p></O:p>
<O:p></O:p>
มาเป็นกัลยาณมิตรต่อกันเถิด<O:p></O:p>
ณัฏฐกรณ์ นะวะสด<O:p></O:p>
จ.สกลนคร<O:p></O:p>
ผมก็อยู่ที่อำเภอนี้แหละครับ..ทีแรกผมก็ไม่ได้สนใจธรรมะอะไรมากมาย...ทำบุญทำทานตามประสา...แต่พอได้มีโอกาสฟังวิทยุ(ฟังเพลง)แล้วพอจะปิดสถานีวิทยุเขาก็จะเปิดธรรมะให้ฟัง...ตอนนั้นไม่ได้สนใจว่าใครเทศน์ท่านชอบพูดอุปมากับทางโลกหรือมีวิธีที่ทำให้คนสนใจฟัง แต่ผมฟังครั้งแรก(ตอนนั้น ท่านร้องเพลงเปรียบเทียบ..........แล้วท่านใช้สรรพนามว่า...ผม.....)ผมไม่เข้าใจและติดกับอะไรเดิมๆที่ว่าพระต้องใช้ว่า....อาตมา.เท่านั้น...ด่าเลยครับ.....พระชั่ว...ไม่ใช่พระ...<O:p></O:p>
(ตอนนั้นม.4)..ผมก็เคยได้ยินชื่อเสียงการแสดงธรรมของท่านจากคุณพ่อคุณแม่มาบ้าง..แต่ไม่ได้สนใจ.....วันหลังได้ฟังอีก รู้ว่าคือพระอาจารย์สมภพ.......เออท่านพูดดีแฮะ......(เพิ่งจะรู้) .......เพลินดี..สนุกดีด้วย...วันต่อมาเลยฟังเรื่อย ยิ่งฟังยิ่งเลื่อมใส.. .. ได้ความรู้ทางธรรมพร้อมกับทางโลก...พูดสะท้อนสังคมดี..ชอบชอบ....เสียงท่านเหมือนกับพระที่เราด่าวันนั้นเลยเนอะ...ยิ่งฟังยิ่งเหมือน...เออวันหลังเราก็ฟังเรื่อยๆและสถานนี้ก็เปิดของท่านตลอดเลยนี่...อ้าวแล้วที่ เราด่า พระวันนั้นก็.....................................ครับผมด่าท่านครับ ผมตัดสินท่านจากการฟังแค่ฟังแค่ครั้งเดียว.........แล้วทำไงดีหละครับ.....ตกใจสิครับ..เสียใจรอบสอง(ผมเคยด่าหลวงตามหาบัว ว่าไม่ใช่พระด้วยครับ)....ทำไงดีหละครับ...ทั้งเสียใจทั้งตกใจ...เลยกราบขอขมาท่าน...ที่บ้านนั่นแหละ...บาปกรรมจริงๆ...จากนั้นแล้วก็หวนคิดถึงหลวงตาบัวที่เราเคยด่าและผมก็ชอบฟังท่านทาง..วิทยุ...เสียงธรรม..ตอนที่จบจากพระอาจารย์สมภพ...วันนั้นก็ฟังหลวงตาบัว...คิดถึงกรรมที่เคยด่าท่านด้วย...ตอนนั้นท่านตอบคำถามคนที่มาวัด...และก็มีคนเคยด่าท่าน....แล้วมาขอขมา...อ้าว..เหมือนเราเลย...ผมรู้สึกว่าจะท่านหัวเราะแล้วพูดว่า...ไม่เป็นไรดอกไม่ถือไม่โกรธดอก...เราไม่มีเรื่องอย่างนี้ ใครว่าเราให้อภัยหมด..............เฮ้ย.............ดีใจจังเลยรู้สึกดีจังเลย......ท่านบอกให้อภัยหมดยิ้มแก้มแทบปริ..ดีใจสุดๆเลยครับ(ตอนนี้ก็ยิ้มอยู่)จากนั้นผมก็เลยไม่ที่จะตัดสินใครว่าดีหรือเลว....แค่บอกว่าไม่ถูกไม่ควรเท่านั้น..อ้าวถึงไหนแล้ว...ไปไกลเลย...ว่าจะแจกของดี......ตอนแรกผมศรัทธาในตัวท่านมาก(พระอาจารย์สมภพ)......คิดว่าท่านดีที่สุด...เพราะอะไร...เพราะที่วัดไม่มีตู้บริจาคทางวัดไม่เคยเรี่ยไรและไม่ให้เรี่ยไรในวัด(ถ้าเรี่ยไรกันจากที่อื่นไม่ใช่ในวัดท่านก็ไม่ได้ห้าม)....นอน4ทุ่มตื่นตี2(ทำกันทั้งวัด) ท่านพูดได้หลายภาษา...ไม่ทำน้ำมนต์ ไม่ปลุกเสก ....กินอาหารวันละครั้งในภาชนะอันเดียวที่ผสมกัน...ท่านจำหน้าพระไตรปิฎกได้ สอนเราให้ศึกษา บอกเลขหน้าพระไตรปิฎก อยู่เสมอๆ (คนบางส่วน ชอบฟังเพราะชอบเอาเลขหน้า ..ที่บอก...ไปแทงหวยซึ่งก็ถูก....ท่านห้ามก็ไม่ฟัง)....ท่านเรียบง่ายไม่ยึดติด.......เทศน์ดีเข้าใจง่ายด้วยและผมก็เคยฝันแปลกเกี่ยวกับวัดและท่าน().....ข้อดีของท่านมีมากมาย ท่านดีองค์เดียวไม่มีใครดีเท่าท่านเลย..... เราคิดอย่างนั้น.......ซึ่งอันตรายมาก...ไม่ควรยึดติดขนาดนั้น...และแล้วก็ถึงวันที่ท่านแกะเราออกจากท่านวันนั้นท่านเทศน์เรื่องการแสดงฤทธิ์ว่าทำไมไม่ควรทำทั้งที่จะดึงคนเข้าศาสนาได้มาก.....อ๋อ..มันจะทำให้ยึดกับบุคคล...บังพระพุทธ....พระธรรม..พระสงฆ์.........ไม่มีใครดีเท่าท่านเราจะคิดอย่างนั้น......... ท่านที่เราเคารพดีอยู่คนเดียวพระอื่นไม่ดี....คิดอย่างนี้ทำให้เรามีโอกาสหล่นล่วงจากศาสนาได้ง่ายหากเรายึดติดกับบุคคล..ท่านว่ายกตัวอย่างว่าหากศรัทธาพระใดพระหนึ่งเชื่อว่าท่านดีที่สุด..หากท่านนั้นตายไปแล้ว... หรือทำผิดจนรับไม่ได้......ใจเราจะหัก..เราจะเห็นว่าไม่มีใครดีอีกเลย.......ศาสนานี้ของปลอมมีแต่พวกหลอกชาวบ้าน...ไม่กรรมดีชั่วใด............หล่นจากศาสนาเลย...เหมือนกับการทำดีแล้วยังไม่ได้รับผลก็เหมารวมว่าทำดีไม่ได้ดี.....ก็จะเลิกถือศาสนา..หล่นล่วงจากศาสนา<O:p></O:p>
..ซึ่งมีคนเหล่านี้เป็นจำนวนมาก.....ในสังคมเรา..ท่านก็เอาท่านเป็นตัวอย่าง ว่าแต่ก่อนตอนเด็กท่านเป็นพุทธ..โตขึ้นหนีออกจากบ้านไปเป็นคริสต์..เรียนคัมภีร์ไบเบิ้ลจนจบกำลังจะไปเรียนเมืองต่อนอกซึ่งท่านต้องอาบน้ำรับศีลก่อน....ซึ่งท่านก็ตกลง..วันที่จะไปอาบน้ำที่ทำพิธีไว้เกิดหมด..คนที่ทำก็ตกใจ..ว่าหายไปได้อย่างไร...ตัวท่านก็บอกว่ารู้สึกว่า...หวิวๆ...เหมือนมีบางสิ่งกำลังจะหายไป..ท่านเองก็ตกใจ...แล้วจากนั้นท่านก็ไม่ไปอีกเลย....กลับมาบ้านที่สกล...ปรากฏว่าพ่อท่านไปบวชแล้วที่วัดหนองป่าพง...ท่านก็ไปหาพ่อ...ที่อุบล....ก่อนกลับท่านก็เห็นพระฝรั่งฉันข้าวในบาตรที่ผสมรวมกัน..<O:p></O:p>
.........ท่านเลยเข้าไปถามเป็นภาษาอังกฤษว่า.......................(แปลเป็นไทยว่า...คุณกินอย่างนี้จะอร่อยเหรอ?ไม่ท้องเสียหรือ?)<O:p></O:p>
............พระฝรั่งตอบเป็นไทยว่า......ม้ายด้ายกินห้ายอร่อย กินเพื่อมีชีวิตอยู่ เพื่อปฏิบัติธรรม....แล้วคุณกินที่บ้านคุณไม่เสียท้องหรือ?......<O:p></O:p>
..............ท่านก็ตอบว่า....ที่บ้านไม่ได้เอามารวมกันแบบนี้จะเสียท้องได้อย่างไร...<O:p></O:p>
..................พระฝรั่งย้อนถามว่า แล้วรวมกันในบาตรกับรวมกันในท้องต่างกันตรงไหน......<O:p></O:p>
ท่านก็คิดว่า..เออก็จริงอย่างว่า.....นอกจากนั้นท่านยังคิดได้ว่า...อะไรก็กลับกันไปหมด.....<O:p></O:p>
เป็นคนไทยกลับพูดฝรั่ง....ฝรั่งกลับพูดไทย...เราเคยเป็นพุทธกลับไปเข้าคริสต์...เขาเคยเป็น คริสต์<O:p></O:p>
กลับมาบวชเป็นพระ...อะไรๆก็กลับกันไปหมด..เลย......ก่อนกลับเลยทำบุญ เผื่อว่าจะมีบุญจริง คุยกลับหลวงพ่อชาแล้วตกลงสร้างศาลาปฏิบัติธรรม...หลังหนึ่ง7000บาท...ให้เงินไว้เรียบร้อยอีก15วันจะมาถวาย...แล้วก็เข้ากรุงเทพ....ตอนนั้นท่านรวยมากกินเหล้าแพงๆทุกวันสูบบุหรี่จัดด้วย...พอขึ้นรถก็มีคนมานั่งแทนที่นั่งท่านท่านก็คิดว่าไม่เป็นไรเพราะมีที่เหลืออยู่เลยนั่งที่หลังที่เดิม.....รถออกมาได้ซักพักก็......................เกิดอุบัติเหตุ...สมองคนที่นั่งแทนทีท่านกระจายมาทับหัวท่านท่านจับดูนึกว่าสมองตัวเอง...ต้องตายแน่....ได้รับบาดเจ็บสาหัส.....(ปางตาย)นอน รพ.40วัน.....หลังจากฟื้นก็ครุ่นคิด...ว่า......ทำบุญแล้วได้ดีแล้วดีแล้วบุญไม่เห็นมาช่วย...สงสัยบุญจะไม่มี..หรือว่าพระเจ้าจะมาลงโทษ...สับสนไปหมด.........ท่านเลยมีความคิดที่จะไม่ถือศาสนาใดๆเลย.......จากนั้นเห็นพระที่ไหนก็ต้องเข้าไปถามเรื่องบาปเรื่องบุญ...<O:p></O:p>
ทำบุญแล้วทำไมเป็นอย่างนี้......<O:p></O:p>
พระท่านก็ตอบว่าเป็นกรรมเก่า...................<O:p></O:p>
ท่านก็ถามว่าแล้วผมจะทำอย่างไร...ให้ตายย้อนอดีตกลับไปแก้ไขหรือ..<O:p></O:p>
พระท่านก็ว่าต้องชดใช้กรรม...แล้วสร้างความดีเยอะๆ....<O:p></O:p>
ท่านก็ถามว่า..แล้วบุญที่ทำตอนนี้จะเอาผลตอนไหน<O:p></O:p>
พระท่านก็ว่าชาติหน้า <O:p></O:p>
ท่านก็ถามว่า แล้วจะรู้ได้ไงว่ามีชาติหน้า......(ขอเตือนท่านไว้ว่า ทำบุญแล้วบางคนทำไมเกิดเหตุเภทภัยโดย(เฉพาะเริ่มทำตอนเริ่มแรกเช่น การปฏิบัติธรรม..นั่งสมาธิ)....บางคนทำบุญแล้วยิ่งเจริญงอกงาม ...จะเป็นแบบไหนท่านต้องทำใจไว้ให้ดี แล้วมีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังว่าทำไม....เล่าแล้วยาว.......หรือเอาไปฟังเองก็ได้)<O:p></O:p>
เอาเป็นว่าท่านเห็นพระที่ไหนท่านต้องเข้าไปถาม.....แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนของท่าน.........ท่านคิดเรื่องนี้นานจนแทบจะเป็นบ้า...คิดจนหลับไปแล้วก็ฝันว่ามีพระมาบอกให้ถ้าอยากรู้เรื่องบาปบุญให้ไปอ่านพระไตรปิฎกเหมือนเคยอ่านคัมภีร์ไบเบิล....ท่านเลยเข้ามาซื้อในกรุงเทพ...ต่อมาก็ไปทำงานเมืองนอกประเทศแถบอาหรับ.....กรีกอะไรพวกนี้...ลืมบอกครับท่านจบเพียงป.4ใบประกาศก็ไม่ได้ไปเอา....นักธรรมก็ไม่ได้...ตอนเด็กนั้นก็เรียนไม่เก่ง.......(แต่พูดได้ตั้งหลายภาษา)...จำหน้าพระไตรปิฎกมาบอกเราได้ด้วย....ต่อนะครับ..ท่านทำงานแล้วเจ้าของรักท่านมากไว้ใจท่าน...ได้เงินเดือนมากกว่าคนจบปริญญาเสียอีก.....อยู่ทำงานพร้อมอ่านพระไตรปิฎกได้หลายปี เริ่มแรกก็ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนก่อน...เพราะมันเยอะ...เลยหยิบสุ่มอ่าน...เล่มแรกเรื่องแรกที่ท่านอ่านเป็นเรื่องการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่าอ่านแล้วซึ้งใจมาก...คิดว่าหากพระพุทธองค์ถอดใจ.ยอมแพ้กิเลส.คงไม่มีคำสอนมาถึงบัดนี้(แล้วหากท่านตรัสรู้แล้วไม่สอน เราทั้งหลายคงมืดบอด...หากพระสงฆ์ทั้งหลายไม่เผยแพร่ธรรม..ไม่รักษาศาสนา..ป่านนี้เราคงมืดมนอนธการอยู่)..ท่านเคยติดคุกเอาบุญถึง6ครั้งเป็นอย่างไรลองเอาไปฟังเองนะครับ............ท่านไปอินเดียสู่แผ่นดินพุทธภูมิ..........เห็นคนอินเดียถือก้อนหิน ท่อนไม้ไล่พระ...เห็นพระเป็นผีปีศาจ(ภูตากาลี...ภูตากาลี.ไล่พระครับ)พระทางเกาหลีญี่ปุ่นประมาณนี้....พระท่านฟังไม่ออก...แต่ท่านฟังออก....สังเวชใจน้ำตาจะไหล(ขนาดฟังเล่ายังรู้สึกสลดใจเลยครับ)ท่านเลยรีบกลับมาบวชกลัวว่าไทยจะเป็นเหมือนอินเดีย(อินเดียตอนนี้มีพุทธเพียง2.5%ทั้งที่เคยรุ่งเรืองมาก) ก่อนท่านมาบวชท่านเล่าให้ฟังว่าท่านฝันเห็นในหลวงมาหา.....พระอาจารย์สมภพ ไม่กล้าคุย.....บอกในหลวงว่า...พูดราชาศัพท์ไม่เป็น<O:p></O:p>
ในหลวงเลย บอกว่า ...... พูด ธรรมดาก็ได้ ....แล้วเอาจีวรให้ท่าน...แล้วพระองค์ท่านตรัสว่า.............ฉันให้....พระอาจารย์เล่าต่อว่า...จีวรนั้นเปื้อนเลือด .<O:p></O:p>
พระอาจารย์สมภพเลยบอก................ว่าไม่อยากเอามันเก่าแล้ว....<O:p></O:p>
ในหลวงตรัสว่า...นี่จีวรฉันเองตอนฉันบวช...ฉันขอฝากศาสนาไว้ด้วย.....บวชแล้วฉันจะไปเยี่ยม.............อย่างไรก็ตามพระอาจารย์สมภพก็ว่าท่านฝันไปเท่านั้น........หลังจากนั้นท่านก็กลับมาบวชอยู่หนองคาย..ขออุปัชฌาย์ไม่พูดกลับใครจะพูดกลับอุปัชฌาย์เท่านั้น...ไม่ได้พูดอยู่1ปีท่านใช้การดูอาการเคลื่อนไหว....อิริยาบถต่างๆ...ท่านเล่าว่าไม่เหมาะกับท่าน เลยเปลี่ยนวิธีมาเป็นการดูลมหายใจเข้าออกและใช้วิธีนี้การปฏิบัติ.....วันหนึ่งท่านเดินเดินจงกรมอยู่มีฝรั่งมาเห็น................<O:p></O:p>
ฝรั่งถามว่า .Why the monk walking slowly ? (ทำไมพระถึงเดินอย่างช้าๆ)<O:p></O:p>
ท่านตอบ(เป็นอังกฤษ)....ว่า.........เดินดูความคิด ..<O:p></O:p>
ฝรั่งถามต่อว่า....ดูความคิดได้หรือ....<O:p></O:p>
แล้วท่านก็เลยสอนฝรั่งจนฝรั่งเลื่อมใส...เห็นผลการปฏิบัติธรรมในเบื้องต้น...แล้วก็สารภาพว่าเขาเป็นเอดส์มาไทยเพื่อหาความสุขก่อนตายเอาเชื้อมาแพร่.....หมอบอกว่าอยู่ได้เพียง40วัน..ช่วงนั้นปี2527หรือ28นี่แหละครับ ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักโรคนี้มากมาก.....เออ......ลืมบอก...ฝรั่งชาวออสซี่นะครับ<O:p></O:p>
ถามท่าน........ว่าจะตายไหม....ท่านตอบว่า..พรุ่งนี้อาจตายก็ได้....หรือตายวันไหนก็ได้...หรืออาจไม่ตายก็ได้...หรืออาจจะไม่ตาย(เพราะโรคนี้)......ก็ได้..........ฝรั่งตายหรือไม่ตายต้องเอาไปฟังเองนะครับ....ฮ่าๆๆๆๆๆ.พอปฏิบัติธรรมเข้าไม่กี่วันก็หวนคิดถึงพ่อแม่..อยากพ่อแม่ให้มาทำแบบนี้...คิดถึงแต่พ่อแม่ทำแต่บาปกรรม..พ่อตกเบ็ด..สูบกัญชา..แม่เล่นไพ่...พอปฏิบัติธรรมแล้วร้องไห้สงสารคิดถึงพ่อแม่...ซึ่งฝรั่งไม่ค่อยมีความคิดแบบนี้............................ผมขอเล่าไว้เท่านี้ก่อนนะครับ......มีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ...ใครสนใจก็ฝากชื่อที่อยู่เอาไว้แล้วผมจะจัดส่งให้นะครับ........สำหรับผมก็ศึกษาธรรมะมาบ้างเล็กน้อยตอนเด็กก็ชอบสวดมนต์...มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นมากมาย...ถ้ามีโอกาสจะเล่าสู่กันฟัง....พอโตมาหน่อย12-13เริ่มมีความคิดแปลกๆอยากเปลี่ยนศาสนา..(โง่จริงๆเลย)ทั้งที่เคยบวชเณรมาก่อนตอน11ปี(ทำบาปกินแอบเข้าเย็นด้วย...บาปกรรมจริงๆ..ถ้าบวชคราวหน้าศีลขอไหนที่รู้จะไม่ให้ผิดเลย..สำนึกผิดแล้วจริงๆครับ)เริ่มสนใจธรรมะเพราะอ่านหนังสือ....ชื่อ..หนึ่งวันในเมืองนรก..ตอนอายุ14..กลัวมากเลยครับตอนนั้นไม่กล้าทำอะไรกลัวบาปมาก....แล้วก็ได้อ่าน...มงคลชีวิต.....ฉบับทางก้าวหน้า...ที่เขาสอบกันทั้งประเทศ..ก็อ่านจนจบหลายรอบ (เพราะอยากได้รางวัล)...แต่ก็อ่านแล้วรู้สึกดีเลื่อมใสมาก........ช่างเป็นอุบายที่ดีเหลือเกิน<O:p></O:p>
มีสอบทุกปีเราก็อ่านแต่หลังๆอ่านสอบคิดว่า....ได้ก็ดี...ไม่ได้ก็ดี.....ดีที่ได้อ่านสิ่งที่ดีๆ(แต่ก็ได้รางวัลทุกปี......แฮะๆ)พอ15ย่า16ก็ได้เริ่มฟังธรรม....และฟังเรื่อยมาถ้าว่างอยู่บ้านแล้วก็ฟังฟังแล้วฟังอีกชอบมาก....หลังๆเริ่มตอบแทนคุณพ่อแม่...ล้างเท้าให้ท่าน(อยู่เนืองๆ)....แล้วเปิดให้ท่านฟังด้วยท่านทั้งก็เลื่อมใสมากขึ้น ชอบกันทั้งคู่ ฟังกันเป็นประจำ อย่าลืมเอาไปให้พ่อ..แม่ฟังด้วยนะครับ...แล้วผมเล่าอะไรมามากมายเนี่ย.....ขออภัยนะครับ.....เอ้อ...ตอนนี้พระอาจารย์สมภพ ท่านอยู่ที่วัดไตรสิกขาทลามลตาราม อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ท่านอาพาธอยู่..เทศน์ไม่ได้เป็นอัมพาตต้องนั่งรถเข็ญไฟฟ้า..ท่านเทศน์ไม่ได้เพราะเมื่ออาพาธแรกๆหมอห้ามท่านใช้เสียง..แต่ท่านก็เทศน์..จนเสียงท่านแหบ...หมอห้ามท่านเทศนา.....ท่านก็เทศน์ท่านให้เหตุผลว่าได้รับนิมนต์ไว้ก่อนหน้านี้แม้ตอนท่านเป็นนิ่วหมอยิงนิ่วประมาณ2000นัดหมอจะยิง3ครั้งเพราะกลัวร่างกายจะรับไม่ไหวแต่ท่านให้เอาครั้งเดียว...หมอยิงนิ่วเสร็จท่านก็ท่านก็กลับไปเทศน์ต่อเลย....ท่านว่าญาติโยมรอฟังอยู่ต้องเทศน์ให้เขาฟัง...บางครั้งท่านไปช้าญาติโยมรอนาน..พอท่านมาถึงก็ให้ท่านขึ้นเทศน์เลยจนไม่ได้กินน้ำ..บวกกับต้องเดินทางไกลไปเทศนา....พักผ่อนน้อยนอน4ทุ่มตื่นตี2.....ถ้าอยู่วัดท่านก็ปลูกต้นไม้ร่วมกับพระเณรในวัด...และรับแขกอยู่เนืองๆแต่ก่อนจะมาพบท่านถ้าท่านอยู่จะเข้าพบมืดค่ำเท่าใดท่านก็ให้พบไม่ได้กำหนดเวลา.....แต่ก่อนข้าวปลาอาหารไม่เพียงพอต้องเปลี่ยนกันฉันเป็นชุดเปลี่ยนกันอด..ท่านก็อดข้าวเป็นตัวอย่างจำไม่ผิดนะครับ21วัน อดข้าวแล้วไม่พูด......ด้วย........แล้วทุกปีจะมีการปฏิบัติธรรมในวันที่10-17มกราคมทุกปีถืออุโบสถศีล กินอาหารวันละครั้ง ในภาชนะอันเดียว ตื่นตี2 ฟัด กับกิเลส หนาวๆเสียด้วย... เสียด้วยใจไม่กล้าไม่ต้องมา..ต้องอดทน..และศรัทธาจริงๆ (ผมเองก็ยังไม่เคยไป...ไม่ได้กลัวนะครับ...แต่ติดเรียน.....ตอนนี้เพิ่งขึ้นม.6........ แต่ถ้ามั่นใจแล้วเชิญนะครับ... ตื่นตี2 ทำวัตร สวดช้าๆฟังชัดเจนแปลด้วยนะครับ แล้ว ทำสมาธิ ภาวนา..แล้วท่านก็เทศน์ให้ฟัง.........ทางวัดไม่ได้จัดบ่อยเพราะทางวัดไม่มีการเรี่ยไร...ไม่มีตั้งตู้บริจาค...แม้แต่โทรทัศน์ยังไม่มีเลยครับ.....ไม่มีมหรสพการแสดงในวัด........... วันวิสาขบูชา ของทุกปี(ท่านก็เกิดวันขึ้น15ค่ำ เดือน6)ทางวัดจัดงานก็มีการถืออุโบสถศีล งดกินอาหาร1วัน.....เรียกว่า สักกาเร ทุคะตะปัณณาการะภูเต การสักการะอันเป็นบรรณาการของคนยาก............วัดศรัทธาของชาวพุทธ..ตายให้มันตายเอาชีวิต .......ร่างกายบูชาพระรัตนตรัย......อดข้าววันเดียวตายก็ตาย...ผมก็ลองทำแล้ว2ครั้ง....(ที่บ้าน)และ....กินแต่น้ำถือ...ศีล8....ก็ไม่ตายนี่ครับ.......ยังมาเล่าให้ท่านฟังได้..แล้วเราก็จะรู้สึกดี...ยิ้มทั้งวัน..มีความสุข...หวนคิดถึงก็ยังยิ้มได้........ผมรู้สึกดีที่ได้เกิดในประเทศไทย...ในสกลนครดินแดนอันสงบ..มีพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีมากมายอยู่ใกล้........แต่เสียอย่างเดียวถ้ารู้ว่าอยู่สกล ถามเลยกินหมามั๊ย.....โดนจนชินแล้วล่ะครับ(คนสกลร้อยละ90ไม่กินนะครับ)แต่มีที่ทำขายในสกลแล้วส่งออก...เสียเลยครับสกล...อ้าวพิมพ์เพลิน..ต่อนะครับ...แต่ผมก็ไม่ค่อยไปหาท่านเหล่านั้นหรอกนะครับ อายท่านทำชั่วไว้เยอะทำดียังไม่ถึงขนาด......ไม่ใช่อะไรหรอกผมไม่ค่อยได้ไปเอง....ที่ผมทำส่วนใหญ่แทบทั้งนั้นก็ทำที่บ้าน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ที่ใจ เอาบ้านเป็นวัด........อาศัยการฟังเป็นส่วนใหญ่...ศีลตั้งใจถือเองไม่ได้รับจากใคร...พระอยู่ที่ใจสมาทานเอาเอง...เลย......ทำได้นะครับมีโอกาสจะมาเล่าสู่กันฟัง.....เอาเป็นว่าใครอยากได้ไปฟังที่บ้าน...หรือWRITEไปแจกจ่าย ก็ฝากชื่อที่อยู่ไว้ที่นี่ได้หรือไปฝากในสมุดฝากข้อความก็ได้นะครับ.... หรือที่Rx33_Nuth@hotmail.comสุดท้ายขอบุญกุศลที่ผมได้ทำมาไม่ว่าชาติใด ก็ตามจนถึงปัจจุบันจงถึงท่านที่อ่านและแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณในทุกทิศทุกทางขอให้มีความสุข พ้นจากความทุกข์ เมื่อพ้นทุกข์มีความสุขแล้วก็ขออนุโมทนา....และขอให้สุขยิ่งขึ้นไป......แต่อย่างไรก็ตามสัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีดีทำชั่วได้ชั่ว ขอให้มีความสุขนะครับ ขอธรรมะรักษา<O:p></O:p>
<O:p></O:p>
มาเป็นกัลยาณมิตรต่อกันเถิด<O:p></O:p>
ณัฏฐกรณ์ นะวะสด<O:p></O:p>