View Full Version : ตัวอักษรกินใจ ไร้มลภาวะและอสุภะนิมิต
k.kwan
09-06-2008, 10:49 AM
. . . เ ศ ษ แ ก้ ว มั น บ า ด ค น . . .
. . . คำ พู ด ข อ ง เ ศ ษ ค น มั น บ า ด ใ จ . . .
__________________
ที่สุดของชีวิตคือการไม่เกิด
ธรรมะคือธรรมชาติของ กายหรือรูป จิต เจตสิก และนิพพาน
__________________
พึงระลึกอยู่เสมอว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต แล้วดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบที่สุด หมั่นทำความดี ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ
__________________
**ยึดมั่นกับสิ่งไหน ก็ร้องไห้กับสิ่งนั้น
__________________
หยดน้ำที่ละหยดยังน้ำให้เต็มเต็มตุ่มได้ฉันใด บารมีก็ย่อมเต็มเปี่ยมพร้อมส่งผลได้ฉันนั้น แม้ สะสมทีละน้อย อีกทั้งบาปก็เช่นกัน
__________________
ห มื่ น รู้ มิ สู้ ป ล่ อ ย ว า ง
_________________
สิ่งที่คุณหามันก็อยู่ที่คุณนั่นแหล่ะั
สติปัฏฐานสี่ (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131076)
<!-- / sig -->
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=230287&stc=1&d=1193545151
<!-- / message --><!-- sig -->__________________
ทำดี ดีส่งให้ เห็นผล ...............ทำชั่ว ชั่วก็ดล ชั่วให้
ชั่วดีดุจตราตน ตีบอก ไว้นา. . ....ใครชั่วใครดีไซร้ สืบได้ ด้วยกรรม
____________________
ปล. ทำตัวเป็นมิคกี้เม้าส์ ไปจิ๊กลายเซนต์ชาวบ้านพลังจิตมา มะได้คิดเองน้า ของใครก็ดูกันเอาเอง
<!-- / sig --><!-- / sig --><!-- edit note -->
ชมรมคนรักธรรมชาติ http://board.palungjit.com/group.php?groupid=62<!-- / sig -->
jinny95
09-06-2008, 09:29 PM
การเกิดเป็นทุกข์ การดับเสียซึ่งการเกิดนั้น ... เป็นสุข ^-^
ฐาณัฏฐ์
09-06-2008, 09:54 PM
ศิลปินที่ดี ลอกเลียน
ศิลปินเอก ขโมย. หุหุ
ลุงชาลี
09-06-2008, 10:14 PM
ก็ว่ากันไป ตามใจเถิด สาธุ สาธุ
ฐาณัฏฐ์
09-06-2008, 10:32 PM
ข้อดีของธนูคือ น้าวสายจรดหลัง เล็งก่อนยิง
ว่ากันว่า เพราะรู้ศาสตร์ศาสตร์ตรา
ขุนศึกย่อมทำศึกด้วยปัญญาพลิกแพลง
แม้กิ่งไผ่ ยังใช้จิ้มตา นี่แน่ นี่แน่ หุหุ
k.kwan
10-06-2008, 07:54 AM
ลายเซ็นต์ของแต่ละผู้คน
ล้วนกลั่นมาจากใจ
ในชั่วขณะนั้นของชีวิต
เมื่อใจแปรเปลี่ยนตามสภาวะ
ย่อมแสดงให้เห็นได้จากความงามในอักษร
ปล.จะมาอัพเดทเรื่อยๆ น้าเมื่อความงามฉายแสงย่อมเตะตาผู้ผ่านพบ
ไร้กรรม
10-06-2008, 08:11 AM
อยู่อย่างไร ..... จึงไร้สุข...... จึงไร้ทุกข์
เพราะไม่คลุก....ไม่คลี.........ไม่มีไหว
อยู่นิ่งนิ่ง.........เงียบเงียบสงบ.....อยู่ภายใน
อยู่กับใจ.........เย็นเย็น........เล่นนิพพาน
ไร้กรรม
10-06-2008, 08:16 AM
นอนสงบ.....สยบใจ.....ไม่ให้วิ่ง
ตัดทุกสิ่ง.....เหลือเย็น....ที่เป็นอยู่
นอกนั้น......ดับจิต.......ไม่รับรู้
คืออุบายสู่....ความสงบ....พบนิพพาน
ไร้กรรม
10-06-2008, 08:18 AM
สัมผัสจิต.....สัมผัสใจ....ไร้สมมุติ
เหมือนว่าสุด...หนทาง....ที่เฝ้าหมาย
ฝึกว่าเย็น.....ฝึกสงบ.....อยู่มิวาย
ฝึกว่ากาย....พบนิพพาน...เป็นงานประจำ...
ไร้กรรม
10-06-2008, 08:21 AM
ฝึกง่ายง่าย.....ชินง่ายง่าย.....ไม่ต้องคิด
จิตคืดจิต.......จิตสงบ.........ทำไม่ได้
แต่จิตรู้.........ความสงบ......อยู่ภายใน
รักษาไว้.......ความสงบ......พบนิพพาน
khajonsak9999
10-06-2008, 08:35 AM
ไม่ว่าง.....
อาจารย์ส่ายหน้า
10-06-2008, 08:45 AM
จิตคือจิต......
อาจารย์ส่ายหน้า
10-06-2008, 08:47 AM
จิตสมมุติ......ในสมมุติ.....บนเรือสมมุติ
อาจารย์ส่ายหน้า
10-06-2008, 10:17 AM
มลภาวะ.........ของใจ...........อะไรหรือ
หรือว่าคือ.......ความหลง........คงไม่หาย
หลงว่าเป็น......อยู่..คือ..........วุ่นวายใจ
เลิกหลงได้......ก็สบาย..........ได้นิพพาน
อาจารย์ส่ายหน้า
10-06-2008, 10:19 AM
ตัวอักษร.....กินใจ.....ฉันใดหนอ
เป็นตัวก่อ.....จิตคิดไป....แบบนั้นหรือ
หรือแค่อ่าน....ผ่านตา....ไม่หารือ
จิตไม่ถือ......จิตไม่จับ....ไม่รับอะไร
k.kwan
10-06-2008, 10:31 AM
ตัวอักษรกินใจ นั้นหมายถึง
ความนัยซึ่ง ถึงจิตซึ่งหลับไหล
ให้ฟื้นจำ คำสัญญาซึ่งในใจ
ปณิธาน ตั้งใจไว้ก่อนเกิดกำเนิดมา
k.kwan
10-06-2008, 10:33 AM
แต่ละคนนั้นหนา วาสนาพามาเกิด
ก่อนกำเนิด แต่ละคนหวังกันหนา
จะพากันเข้าหา พระนิพาน
ร่วมกันสร้างบารมี ศรีตัวเอง
k.kwan
10-06-2008, 10:35 AM
แต่ลืมนึกถึงซึ่งสำนึก
ไม่ยอมตรึก สิ่งในใจ ไม่ใฝ่หา
ยอมปล่อยให้ กิเลสเฝ้านำพา
ไม่ยอมเข้าหาจิตพุทธะ ในตนเอง
k.kwan
10-06-2008, 10:38 AM
ก็เพียงแต่หยุดคิด หยุดนึก ก็แค่นั้น
หยุดเฝ้าฝัน ตามหาซึ่งความหมาย
จิตหนึ่งซึ่งล้ำเลิศสถิตย์อยู่ที่กาย
มัวตะกายหาแต่เงา ของเจ้าเอย
k.kwan
10-06-2008, 10:41 AM
เกิดกี่ที มีแต่หา ของสวะ
พระพุทธะ อยู่ที่ใจใช่ไหลหลง
หากแต่ใจไม่คิดจะปลิดปลง
ซึ่งความหลงในมายา ภาพในใจ
ล้วนแต่สร้าง อภิมหาสังขาร
เพื่อความตระการของใครที่ไหนหรอ
เธอรู้ไหมใจนั้นหนอ เฝ้าร้องไห้เธอไม่เคยรับรู้
khajonsak9999
10-06-2008, 11:22 AM
ที่ใจทุกข์ ....เพราะใจ....ไม่อยากทุกข์
ที่ใจสุข........เพราะใจ....เลือกไม่ได้หนอ
สิ่งที่ใจ........ขอเลือก.....ทุกข์สุข....พอ(ไม่เอา)
ไม่เอาหนอ....ไม่ขอเอา....เก็บไว้ในใจ
khajonsak9999
10-06-2008, 11:26 AM
ใจเป็นทุกข์.........เพราะใคร........ทำให้ทุกข์
ใจเป็นสุข..........เพราะใคร.........ที่ยังหลง
ใจไม่นิ่ง............เพราะใคร.........ไม่มั่นคง
ไม่ซื่อตรง........ต่อจิตพุทธะ........ไม่ละมาร...
k.kwan
10-06-2008, 01:35 PM
_____________
จงรู้ทุกอย่าง ที่จิตรู้
แต่อย่าติดในรู้นั้น
ปล.จิ๊กมา<!-- / sig -->
k.kwan
10-06-2008, 01:38 PM
__________________
พึงชนะความโกรธด้วยไม่โกรธโทษไม่มี
ชนะชั่วด้วยความดีน้ำใจใส
ชนะเวรไม่ก่อเวรเย็นสบาย
ชนะใจได้เป็นโชคโลกนิยม
พุทธสโรภาษิต (หลวงปู่เดิม พุทธสโรมหาเถระ) วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
khajonsak9999
10-06-2008, 02:02 PM
แงว แงว..
ฐาณัฏฐ์
10-06-2008, 02:56 PM
ปัญหาของน้าจรคือ
เคยสร้างเหตุไว้แต่หนหลัง
จึงส่งผลจิต เสวยวิบาก ดั่งเช่นปัจจุบัน
ลองทวนสัญญาย้อนหลัง กลับไปอ่ายโพสเก่าๆของน้าสิ
จากสองวันที่แล้ว จากสองอาทิตย์ที่แล้ว จากสองเดือนที่แล้ว
จาอเดือนแรกที่เข้ามา จากนาทีแรกที่โพส จิตขณะนั้นท่านหวังสิ่งใด หุหุ
ไร้กรรม
10-06-2008, 03:04 PM
......................
จิ-โป
27-06-2008, 07:08 PM
....อักษรมันกินใจ ถ้าคนจังไรไม่ใช่คนเขียน...
k.kwan
27-06-2008, 07:15 PM
อ่าว จั๊ดง่าว ไปซะงั้น
อักษรก็ส่วนอักษร คนก็ส่วนคน ปนกันก็ ง่าวกินดิ... เอิ๊กกกก...
บุคคลทั่วไป 3 คน
27-06-2008, 09:31 PM
<TABLE height=380 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD vAlign=top width="40%">http://stloe.most.go.th/html/lo_index/LOcanada5/505/images/th/2_4.jpg
</TD><TD vAlign=top width="60%">
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="90%"><TBODY><TR><TD> ความเสียหายอีกอย่าง เกิดจากคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหวในทะเล ที่รู้จักกันในชื่อ ซึนามิ (Tsunami) หรือ คลื่นยักษ์ (tidal wave) อย่างไรก็ตามการเรียกว่า ไทเดิล หรือ tidal นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะ ไทเดิล หมายถึง น้ำขึ้นน้ำลงที่มีผลมาจากแรงดึงดูดของโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แต่คลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหวในทะเลนั้นไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ ดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ ซึนามิสามารถทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงรวมทั้งการล้มตายของผู้คนจำนวนมากได้ แผ่นดินไหวที่อลาสก้าในปี 1964 (พ.ศ. 2507) ทำให้มีคนตายจากคลื่นซึนามิ 107 คน ขณะที่มีคนตายจากการไหวบนพื้นดินเพียง 9 คน ยิ่งกว่านั้นซึนามิที่เกิดเมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ทำให้มีคนตายในหลายประเทศทั่วโลกไม่น้อยกว่า 250,000 คน โดยไม่อาจรู้จำนวนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิต</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://stloe.most.go.th/html/lo_index/LOcanada5/505/2_4th.htm
k.kwan
30-06-2008, 12:20 PM
http://image.dek-d.com/9/825116/9934091.jpg
นี่นี่ ตะเอง เหนื่อยนัก ก็พักก่อนดิ เรื่องดีดี เด๋วก็มีมาเอง ...
k.kwan
30-06-2008, 12:50 PM
http://image.dek-d.com/9/825116/9934087.jpg
มาแอบดูกัน ทำไรอยู่หรอ ตะเอง... เค้าจะรบกัน หรอ น่ากั๊ว น่ากัว...
k.kwan
30-06-2008, 01:08 PM
http://image.dek-d.com/9/825116/9934159.jpg
อืม ๆๆๆ ยอมแป๊ ละ ไป ก่ ได้ ไม่หนุกแระ ตามบายนะ
ขอให้เป็นสุข เป็นสุข อย่าเป็นทุกข์นะ โอ้..ลัล..ล้า.. ปายละ ไม่กวนเทอละ อิอิอิ...
k.kwan
30-06-2008, 09:01 PM
__________________
อยู่ที่เรียนรู้..อยู่ที่ยอมรับมัน..ตามความคิดสติเราให้ทัน..อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด
ปล.จิ๊กลายเซ็นท์ J.Sayamol (http://board.palungjit.com/member.php?u=215689)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1319392", true); </SCRIPT> มาอีกละ
<!-- / sig -->
k.kwan
02-07-2008, 08:28 AM
__________________
แค่เห็นพวกคุณมีความสุขผมก็มีความสุขแล้ว
ปล.จิ๊กลายเซ็นท์คุณ เด็กโชว์พาว (http://board.palungjit.com/member.php?find=lastposter&t=136841) มาอีกละ
<!-- / sig -->
<!-- / sig -->
บุคคลทั่วไป 3 คน
02-07-2008, 10:20 AM
http://nielsen.sp01.ab-webspace.de/gallery/data/media/2/ocean_of_fire.jpg
พร้อมหรือยัง เค !!!?
3
บุคคลทั่วไป 3 คน
02-07-2008, 09:58 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=351608&stc=1&d=1215003779
2
k.kwan
03-07-2008, 08:02 AM
พร้อมไร หรอ
อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด อะ มีสติพร้อม พอปะหล่ะ
http://image.dek-d.com/12/825116/13078677
k.kwan
03-07-2008, 09:53 AM
หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน _/!\_
TupLuang (http://board.palungjit.com/member.php?u=221046)
**************************
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
<!-- / message --><!-- sig -->__________________
"ใครจะว่าเราดีเราชั่วนั้น ไม่ใช่อยู่ที่คนพูด แต่อยู่ที่การกระทำของเราต่างหาก
ถ้าหากเขาว่าเราดี แต่เราไม่ดีจริง ก็ไม่มีความหมาย" เขมโกวาท
เปลือกไม้ (http://board.palungjit.com/member.php?u=179024)
***********************
คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดี
. . .หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ
_/|\_
_/|\_
_/|\_
<!-- / message --><!-- sig -->__________________
.. แค่รู้ ..
<!-- / sig --><!-- / sig -->
บุคคลทั่วไป 3 คน
03-07-2008, 10:37 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=351874&stc=1&d=1215056951
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=351877&stc=1&thumb=1&d=1215058850 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=351877&d=1215058850)
http://203.130.131.118/sound/Untitle3.mp3
พร้อมหรือยัง เค !!!?
1
บุคคลทั่วไป 3 คน
03-07-2008, 05:51 PM
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/08/E5718225/E5718225-55.jpg
For Tomorrow .
บุคคลทั่วไป 3 คน
04-07-2008, 03:02 PM
http://tbn0.google.com/images?q=tbn:gBPujBcRdpsOFM:http://gotoknow.org/file/sutthinun/%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4.JPG (http://gotoknow.org/file/sutthinun/ธงชาติ.JPG)
For Another Day
pipat
05-07-2008, 10:16 PM
อนุโมทนาครับ
บุคคลทั่วไป 3 คน
08-07-2008, 06:20 PM
http://tbn0.google.com/images?q=tbn:YL7ilZE8xBvWDM:http://www.thaimtb.com/webboard/20/10390-45.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.thaimtb.com/webboard/20/10390-45.jpg&imgrefurl=http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl%3Fid%3D10390&h=267&w=297&sz=13&hl=th&start=4&um=1&tbnid=YL7ilZE8xBvWDM:&tbnh=104&tbnw=116&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%258C%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DX)
k.kwan
15-07-2008, 09:10 PM
__________________
จะปิดทองหลังพระ หนาสักแค่ไหน แต่ถ้ามีคนมาขูดทองไป มันก็เจ็บเหมือนกันนะเฟร้ย
A~MING (http://board.palungjit.com/member.php?u=144)http://board.palungjit.com/customavatars/avatar144_3.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=144)
k.kwan
15-07-2008, 09:12 PM
__________________
~ เมื่อเราชี้นิ้ว , หมา จะมองที่นิ้ว คน จะมองที่เป้าหมาย ~
เจ้าโก้ (http://board.palungjit.com/member.php?u=823)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1299466", true); </SCRIPT> http://board.palungjit.com/customavatars/avatar823_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=823)
__________________
ความทะเยอทะยานส่วนบุคคลห้ามลอกเลียนแบบ
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar191260_9.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=191260)
บุคคลทั่วไป 3 คน
17-07-2008, 09:59 PM
http://tbn0.google.com/images?q=tbn:gBPujBcRdpsOFM:http://gotoknow.org/file/sutthinun/%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4.JPG (http://gotoknow.org/file/sutthinun/ธงชาติ.JPG)
:z2
บุคคลทั่วไป 3 คน
19-07-2008, 09:39 PM
<TABLE class=tborder id=post1364644 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>ไฟสถิตย์ (http://board.palungjit.com/member.php?u=211538)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1364644", true); </SCRIPT>
สมาชิก
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar211538_14.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=211538)
เข้ามาครั้งล่าสุด: วันนี้ 10:07 PM
วันที่สมัคร: Feb 2008
ข้อความ: 685
ได้ให้อนุโมทนา: 574
ได้รับอนุโมทนา 1,549 ครั้ง ใน 704 โพส
<IF condition="">
</IF>พลังการให้คะแนน: 73 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1364644 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->ฝันประหลาดแต่เหมือนจริงมาก ก็จะเล่าให้ฟังกัน
ตนเองอยู่ในห้องๆหนึ่ง เข้าใจว่าเห็นห้องหลบภัยอะไรซักอย่างนะ
สร้างไว้แข็งแรงมาก ขนาดไม่ใหญ่ ตั้งอยู่บนที่สูง
เห็นตนเองมองผ่านกระจกหนาไปพื้นที่ในเมืองแบบไกลลิบๆ
เห็นนิวเคลียร์ลง เป็นระเบิดเห็ดลูกนึงนะ ไม่ค่อยได้ยินเสียงแต่แสงสีแสดแดงไปทั่วฟ้าเลย
จากนั้นก็มีฝุ่นเส้นสีน้ำตาลตกมาทั่วฟ้าเลย
ขณะเดียวกันแสงจากระเบิดมันพุ่งกระจายเป็นแสงขาวไปทั่วพร้อมลมร้อนตีเข้ามา
ผมได้แต่ยืนมองในห้องหลบภัยผ่านกระจก
หลังจากนั้นไม่มีอากาศหายใจ เพราะแสงร้อนนั้นดันอากาศหายไปพักใหญ่ๆ
เข้าใจว่าเป็นสภาวะสูญกาศ
อึดอัดมาก ก็พยามยามหายใจ ปรากฎว่า
สิ่งที่หายใจเป็นเข้าแล้วคายอากาศออกมาเป็นไอเขียว
และก็เห็นคนในร่างปิศาจ เข้าใจว่าได้รับกัมตภาพรังสี
<!-- / message --></TD></TR><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">http://board.palungjit.com/images/statusicon/user_offline.gif http://board.palungjit.com/images/buttons/reputation.gif (http://board.palungjit.com/reputation.php?p=1364644)<SCRIPT type=text/javascript> vbrep_register("1364644")</SCRIPT> http://board.palungjit.com/images/buttons/report.gif (http://board.palungjit.com/report.php?p=1364644) </TD><TD class=alt1 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right><!-- controls --></TD></TR></TBODY></TABLE>
k.kwan
20-07-2008, 03:40 PM
__________________
หุบเขาเขียวเคียงคู่
หมู่เมฆขาวเคล้าเคลียครอง
ฐานันดรศักดิ์มุ่งหมายปอง
ครองสันโดษกระท่อมน้อย
ดอกไม้ป่าตูมย้อยห้อยบาน
ไม่นำพารุ่งเรืองล้มเหลวไม่ยืนนาน
พอประมาณประทังชีพก็สำราญ
แม้นยากไร้ไม่แปรฮึกหาญ
ยามสิ้นหวังไม่เปลี่ยนปณิธาณ
<!-- / sig -->อาวุโสพรรคมาร (http://board.palungjit.com/member.php?u=146810)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1366888", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar146810_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=146810)
__________________
มนุษย์เกิดมาเพื่อสงคราม ความรัก และการเสียสละจริงๆ
Hikikomori (http://board.palungjit.com/member.php?u=215438)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1366412", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar215438_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=215438)
------------------------------------
ความฉลาดสูงสุด
ไม่ใช่เลขไอคิวสูงสุด
แต่เป็นการรู้จักโจทย์สำคัญสูงสุด
และได้คำตอบเป็นประโยชน์สูงสุด
http://dungtrin.com/empty3/19.htm<?XML:NAMESPACE PREFIX = O /><O:P></O:P>
<SCRIPT language=JavaScript src="bottom.js"></SCRIPT><!-- / message -->
<!-- / sig -->
บุคคลทั่วไป 3 คน
22-07-2008, 08:46 PM
ดูเหมือนจะมีชัย ขอลั่นกลองศึกเล่นๆ ให้สันโดษ นะ เค นะ
สันโดษ
22-07-2008, 08:58 PM
ในที่สุด ก็ โดน ปลด
ลงมา เสียที
:z12
เฮือ..เฮืออออออ...เฮืออออ
ถือว่า คุ้ม ที่ นิ้ว เคล็ด
ข้อมือ อักเสบ
k.kwan
22-07-2008, 09:04 PM
http://board.palungjit.com/signaturepics/sigpic127722_25.gif
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar127722_47.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=127722)
k.kwan
22-07-2008, 09:06 PM
พักเหนื่อยบ้างเต๊อะ ต้องเข้าเฝือกมือ ไหมนี่
สุดหล่อมาเปงกำลังใจให้แล้ว
บุคคลทั่วไป 3 คน
23-07-2008, 09:42 PM
<TABLE class=tborder id=post1375592 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>ฐาณัฏฐ์ (http://board.palungjit.com/member.php?u=206206)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1375592", true); </SCRIPT>
สมาชิก
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar206206_25.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=206206)
เข้ามาครั้งล่าสุด: วันนี้ 10:38 PM
วันที่สมัคร: Jan 2008
สถานที่: ผมอยู่ใกล้ๆคุณนะ
ข้อความ: 2,182
ได้ให้อนุโมทนา: 1,767
ได้รับอนุโมทนา 7,676 ครั้ง ใน 2,109 โพส
<IF condition="">
</IF>พลังการให้คะแนน: 502 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1375592 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->ขอบคุณครับ
<!-- / message --></TD></TR><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">http://board.palungjit.com/images/statusicon/user_online.gif http://board.palungjit.com/images/buttons/reputation.gif (http://board.palungjit.com/reputation.php?p=1375592)<SCRIPT type=text/javascript> vbrep_register("1375592")</SCRIPT> http://board.palungjit.com/images/buttons/report.gif (http://board.palungjit.com/report.php?p=1375592) </TD><TD class=alt1 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right><!-- controls --></TD></TR></TBODY></TABLE>
เพียงนาม
24-07-2008, 07:50 AM
คุณ K. แอบมาเก็บลายเซ็นเพื่อน ไว้นี่เอง ถึงว่าไม่ค่อยยอมปรากฎกายเลย
แต่ถือว่าคุ้มนะ เพราะทุกลายเซ็นมีความหมาย ได้ความคิดดี เตือนจิต สกิดใจได้
แล้วจะเข้ามาอ่านอีกเรื่อย ๆ คะ
เจอกันนะ black hole
k.kwan
24-07-2008, 11:11 AM
__________________
เหมือนเป็นฝน...ที่ชุ่มเย็นในใจ
เหมือนเป็นไฟ...ให้อุ่นไอทุก ๆ เวลา
สังขารไม่เที่ยง (http://board.palungjit.com/member.php?u=163708)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1375780", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar163708_98.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=163708)
__________________
ไม่ว่าบ้าน ไม่ว่าป่า ไม่ว่าที่ลุ่มหรือที่ดอน
ท่านผู้มีจิตบริสุทธิ์อยู่ที่ไหน ที่นั้นไซร้คือสถานอันรื่นรมย์
buana16 (http://board.palungjit.com/member.php?u=31495)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1375906", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar31495_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=31495)
</O:p>
บุคคลทั่วไป 3 คน
24-07-2008, 11:22 AM
<TABLE class=tborder id=post1376570 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>k.kwan (http://board.palungjit.com/member.php?u=202209)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1376570", true); </SCRIPT>
ผู้ร่วมสนับสนุนบริจาค
http://board.palungjit.com/images/avatars/Flowers18.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=202209)
เข้ามาครั้งล่าสุด: วันนี้ 12:06 PM
วันที่สมัคร: Nov 2007
ข้อความ: 1,542
ได้ให้อนุโมทนา: 25,022
ได้รับอนุโมทนา 5,664 ครั้ง ใน 1,581 โพส
<IF condition="">
</IF>พลังการให้คะแนน: 202 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1376570 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->มีเมียเป็นสติ โชคดีนะขอบอก
มีสามีเป็นสตัง ก็โชคดีมีบุญไปอีกแบบ
ถ้ามีทั้งสติ ทั้งสตัง ก็พร้อมพรั่ง ทั้งชีวิต จิตวิญญาณ
http://www.fwdder.com/data/mail//2008/07/17/1216311281132/image/__fwdDer.com__-231441245-www.gruplar.info-204.jpg
<!-- / message --><!-- sig -->__________________
พุทธพจน์ อานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ...มือใหม่หัดแบก จีจีนะ...
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131079 (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131079)
<!-- / sig --></TD></TR><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">http://board.palungjit.com/images/statusicon/user_online.gif http://board.palungjit.com/images/buttons/reputation.gif (http://board.palungjit.com/reputation.php?p=1376570)<SCRIPT type=text/javascript> vbrep_register("1376570")</SCRIPT> http://board.palungjit.com/images/buttons/report.gif (http://board.palungjit.com/report.php?p=1376570) </TD><TD class=alt1 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right><!-- controls --></TD></TR></TBODY></TABLE>
บุคคลทั่วไป 3 คน
24-07-2008, 01:38 PM
กระต่ายช่วยชีวิตคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลียจากไฟคลอก
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_46648.jpg ซิดนีย์ 24 ก.ค.- กระต่ายที่เป็นสัตว์เลี้ยงของคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลียตอบแทนบุญคุณเจ้าของให้รอดพ้นจากการถูกไฟคลอกเพราะมันส่งสัญญาณเตือนด้วยการตะกุยประตูห้องนอนในระหว่างที่ไฟกำลังไหม้บ้าน
ผู้บัญชาการตำรวจดับเพลิงนครเมลเบิร์น กล่าวว่า เหตุไฟไหม้เกิดขึ้นเช้าวันนี้ (24 ก.ค.) ที่บ้านของสามีภรรยาคู่หนึ่งในนครเมลเบิร์น กระต่ายตัวนี้ซึ่งมีชื่อว่า “แรบบิท” ตะกุยประตูห้องนอนทำให้คู่สามีภรรยาต้องลุกขึ้นมาดู ทำให้รอดพ้นจากการเสียชีวิตคากองเพลิง โดยต้นเพลิงเริ่มขึ้นที่หลังบ้านส่งกลุ่มควันลอยฟุ้งทั่วบ้าน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าถ้าไม่ได้กระต่ายตัวนี้ช่วยชีวิตไว้ คาดว่าสามีภรรยาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน
ทางการระดมกำลังตำรวจดับเพลิง 4-5 นายจึงจะควบคุมเพลิงไว้ได้ ล่าสุดบ้านได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่กระต่ายและเจ้าของไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ.-สำนักข่าวไทย
http://203.130.131.118/sound/ultimate.mp3
โพธิสัตว์-มหากระต่าย
k.kwan
24-07-2008, 02:41 PM
http://board.trekkingthai.com/board/emoticon/iconz/1luvu.gif"นิยามรัก" เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์http://board.trekkingthai.com/board/emoticon/iconz/1luvu.gif
"ความรัก" ไม่ต้องการ แค่วันเดียว "ความรัก" ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน
"ความรัก" ไม่ต้องมี เวลาใด "ความรัก" ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้
"ความรัก"ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์ "ความรัก" ไม่ต้องการ การกดขี่
"ความรัก" ไม่ต้องให้ ใครตราตี "ความรัก" ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน
"ความรัก" ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์ "ความรัก" ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน
"ความรัก" ไม่ต้องการ การตอบแทน "ความรัก"ไม่ต้องแค่ หัวใจคน
"ความรัก"ไม่ต้องการ การเป็นต่อ "ความรัก" ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล
"ความรัก" ไม่ต้องย้ำ ความมีจน "ความรัก"ไม่ต้องทน ที่จะรัก
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>http://board.trekkingthai.com/board/images/avatar/icon/7.gif maple lover (http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=130225&topic_id=131844&&page=3#)</TD></TR><TR><TD>http://board.trekkingthai.com/board/images/avatar/display/0d8655374259c117957138d7609a2017.jpg
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=130225&topic_id=131844&&page=3
</TD></TR></TBODY></TABLE>
k.kwan
25-07-2008, 10:53 AM
..อย่าปิดกั้นตัวเอง เมื่อมีโอกาสจงรีบไข่วคว้า..
http://board.trekkingthai.com/board/images/avatar/icon/xxxkeroa.gif noomba (http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=103215&topic_id=104311&&page=4#)
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=103215&topic_id=104311&&page=4
-----------------------------------
ความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่สิ่งที่ต้อง แสวงหา
เพียงอยากให้รู้ว่า สิ่งนั้นมีอยู่แล้ว ในตัวคุณ
คีตเสวี (http://board.palungjit.com/member.php?u=115030)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1379143", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar115030_6.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=115030)
<!-- / sig -->
บุคคลทั่วไป 3 คน
25-07-2008, 11:23 AM
<TABLE class=tborder id=post1364644 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>ไฟสถิตย์ (http://board.palungjit.com/member.php?u=211538)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1364644", true); </SCRIPT>
สมาชิก
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar211538_14.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=211538)
เข้ามาครั้งล่าสุด: วันนี้ 10:07 PM
วันที่สมัคร: Feb 2008
ข้อความ: 685
ได้ให้อนุโมทนา: 574
ได้รับอนุโมทนา 1,549 ครั้ง ใน 704 โพส
<IF condition="">
</IF>พลังการให้คะแนน: 73 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1364644 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->ฝันประหลาดแต่เหมือนจริงมาก ก็จะเล่าให้ฟังกัน
ตนเองอยู่ในห้องๆหนึ่ง เข้าใจว่าเห็นห้องหลบภัยอะไรซักอย่างนะ
สร้างไว้แข็งแรงมาก ขนาดไม่ใหญ่ ตั้งอยู่บนที่สูง
เห็นตนเองมองผ่านกระจกหนาไปพื้นที่ในเมืองแบบไกลลิบๆ
เห็นนิวเคลียร์ลง เป็นระเบิดเห็ดลูกนึงนะ ไม่ค่อยได้ยินเสียงแต่แสงสีแสดแดงไปทั่วฟ้าเลย
จากนั้นก็มีฝุ่นเส้นสีน้ำตาลตกมาทั่วฟ้าเลย
ขณะเดียวกันแสงจากระเบิดมันพุ่งกระจายเป็นแสงขาวไปทั่วพร้อมลมร้อนตีเข้ามา
ผมได้แต่ยืนมองในห้องหลบภัยผ่านกระจก
หลังจากนั้นไม่มีอากาศหายใจ เพราะแสงร้อนนั้นดันอากาศหายไปพักใหญ่ๆ
เข้าใจว่าเป็นสภาวะสูญกาศ
อึดอัดมาก ก็พยามยามหายใจ ปรากฎว่า
สิ่งที่หายใจเป็นเข้าแล้วคายอากาศออกมาเป็นไอเขียว
และก็เห็นคนในร่างปิศาจ เข้าใจว่าได้รับกัมตภาพรังสี
<!-- / message -->
</TD></TR><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">http://board.palungjit.com/images/statusicon/user_offline.gif http://board.palungjit.com/images/buttons/reputation.gif (http://board.palungjit.com/reputation.php?p=1364644)<SCRIPT type=text/javascript> vbrep_register("1364644")</SCRIPT> http://board.palungjit.com/images/buttons/report.gif (http://board.palungjit.com/report.php?p=1364644) </TD><TD class=alt1 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right><!-- controls --></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE class=tborder id=post1379232 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>ไฟสถิตย์ (http://board.palungjit.com/member.php?u=211538)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1379232", true); </SCRIPT>
สมาชิก
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar211538_14.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=211538)
เข้ามาครั้งล่าสุด: วันนี้ 12:11 PM
วันที่สมัคร: Feb 2008
ข้อความ: 681
ได้ให้อนุโมทนา: 606
ได้รับอนุโมทนา 1,690 ครั้ง ใน 726 โพส
<IF condition="">
</IF>พลังการให้คะแนน: 73 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1379232 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->ALOHA
มีเรื่องเล่าให้ฟังกันนะ
เมื่อคืนหลับแต่รู้ว่าจิตตกอยู่ในภวังค์
เหตุที่รู้เพราะ เรารู้สึกว่านอนอยู่ กายขยับท่าไหนก็รู้
แต่ ในภวังค์มีบุคคลมาคุยด้วยถึงสามคน เวียนกันมา
เป็นสาวๆสองคน และผู้ชายหนึ่งคน
ในนั้นมองไม่เห็นอะไร ได้ยินแต่เสียงในภวังค์
เป็นการโต้ตอบกันทางจิต พอเรารู้สึกตัวก็พยายามดึงเข้ามาเป็นสิ่งที่ถูกรู้
แต่ทำไม่ได้ มันกลายเป็นการพูดคุยกันทันที
คุยกันนานมาก เนื้อหาในนั้น เป็นเรื่องสนทนาธรรม พูดคุย และเรื่องการช่วยเหลือ
มันคืออะไรหรือ.....
<!-- / message --></TD></TR><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">http://board.palungjit.com/images/statusicon/user_online.gif http://board.palungjit.com/images/buttons/reputation.gif (http://board.palungjit.com/reputation.php?p=1379232)<SCRIPT type=text/javascript> vbrep_register("1379232")</SCRIPT> http://board.palungjit.com/images/buttons/report.gif (http://board.palungjit.com/report.php?p=1379232) </TD><TD class=alt1 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right><!-- controls --></TD></TR></TBODY></TABLE>
บุคคลทั่วไป 3 คน
25-07-2008, 12:44 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/pigcruel/fz014.gif http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/pigcruel/fz014.gif http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/pigcruel/fz014.gif http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/pigcruel/fz014.gif
siarayamarata
25-07-2008, 04:21 PM
<<>>
>>
ตัวอักษรกินใจคือ ธรรมมะ [ทม] ย่อมชนะอธรรม [อทรม]
siarayamarata
26-07-2008, 06:30 AM
ทำในกรอบแต่คิดนอกกรอบไม่เป็น
มิอาจเป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีได้
นั่นต้อง หัดคิดนอกกรอบ แต่ทำตามกรอบ
Nippara_Anadta
26-07-2008, 08:48 AM
สิ่งต่าง ๆ ในโลกภูมินี้มีอยู่หลายสิ่งที่วิญญาณทั้งหลายไม่ทราบได้โดยละเอียดสิ่งต่าง ๆ นั้นได้แก่ ความเป็นไปในเรื่องภูมิ เรื่องภพ เรื่องกรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มนุษยชนทั้งหลายจักได้แจ้งชัดในเรื่องดังกล่าวด้วยความละเอียดที่จะกล่าวในบทต่อไป<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
วิญญาณทั้งหลายในภพภูมินี้ย่อมเกิดอยู่ภายใต้ กฎแห่งกรรม ทั้งต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร จวบจนกว่าวิญญาณนั้นได้ดับสิ้นแห่งกิเลส อันเป็นบั้นปลายแห่งมนุษย์และวิญญาณทุกภพภูมิ <o:p></o:p>
กรรมทั้งหลายได้หมุนเวียนเกิดก่อให้มนุษย์ได้สร้างเวรเกิดมาในภพต่าง ๆ หมุนเวียนอยู่มิรู้สิ้น ด้วยกรรมนั้นเป็นผู้หมุนก่อ สัตว์ใดทั้งหลายได้แจ้งแล้วในธรรม ขอจงจำเริญในธรรมนั้นให้ละเอียดรู้แจ้งในธรรมทั้งมวล การณ์นั้นย่อมดับสิ้นทั้งมวลไปโดยพลัน<o:p></o:p>
ด้วยกรรมที่มนุษย์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่มิรู้สิ้นนั้น ภพชาติอันหมุนเวียนเกิดก่อด้วยกรรมทั้งหลาย อันส่งผลให้วิญญาณนั้นต้องประสบทุกข์ ประสบชาติภพในการเกิด<o:p></o:p>
การหมุนเวียนเปลี่ยนไปดังกล่าวนั้น ย่อมนำพาให้มนุษย์ หรือสัตว์นั้นได้ประสบกับเหตุต่าง ๆ <o:p></o:p>
อันทำให้ กรรมนั้นเพิ่มพูนยิ่งขึ้น ตราบไปจนกว่าสัตว์นั้น หรือมนุษย์นั้น ได้หลุดพ้นชาติภพด้วยการปฏิบัติธรรม ดับสิ้นไปในกองกิเลสทั้งมวล ครานั้น จักสิ้นไปแห่งชาติภพทั้งมวล ด้วยผลแห่งการปฏิบัติธรรม<o:p></o:p>
สัตว์ผู้ใดได้รู้แจ้งในกรรมนั้น ขอจงจำเริญธรรมนั้นให้แจ้งเถิด
..<o:p></o:p>
ด้วยกรรมที่มนุษย์ทั้งหลาย ยังต้องพบ ยังต้องใช้นั้น ทำให้ชาติภพหมุนเวียนอย่างมิรู้สิ้น อาณาจักรแห่งธรรมจึงเกิดขึ้น เพื่อกอบโกยสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากกองทุกขึ้นไป<o:p></o:p>
k.kwan
26-07-2008, 07:59 PM
__________________
หากถามเรื่องชาติปางก่อนก็ให้ดูผลที่ได้รับในปัจจุบัน
หากถามเรื่องชาติหน้าก็ให้ดูสิ่งที่กระทำในปัจจุบันพุทธดำรัส
<!-- / sig --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff; BACKGROUND-COLOR: #ffffff" SIZE=1>
อนูดิน (http://board.palungjit.com/member.php?u=200501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1381191", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar200501_5.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=200501)
k.kwan
28-07-2008, 07:32 AM
ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์จิตดวงนั้น
เต้าเจี้ยว (http://board.palungjit.com/member.php?u=215191)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1385546", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar215191_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=215191)
<!-- / sig -->
หลงเข้ามา
28-07-2008, 08:28 AM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=thead>ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 0 คน ) </TD><TD class=thead width="14%">[ แนะนำเรื่องเด่น (http://board.palungjit.com/topic/upload.php) ]
</TD></TR><TR><TD class=alt1 width="100%" colSpan=2>หลงเข้ามา (http://board.palungjit.com/member.php?u=206532) </TD></TR></TBODY></TABLE>
k.kwan
28-07-2008, 09:22 AM
" วิทยาศาสตร์ที่ปราศจากศาสนาก็เหมือนกับคนพิการ
ศาสนาที่ปราศจากวิทยาศาสตร์ก็เหมือนกับคนตาบอด "
ไอน์สไตน์
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=38925 (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=38925)
<!-- / message --><!-- sig -->
บุคคลทั่วไป 3 คน
28-07-2008, 08:36 PM
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar180619_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=180619)http://board.palungjit.com/customavatars/avatar180619_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=180619)http://board.palungjit.com/customavatars/avatar180619_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=180619)http://board.palungjit.com/customavatars/avatar180619_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=180619)http://board.palungjit.com/customavatars/avatar180619_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=180619)
บุคคลทั่วไป 3 คน
30-07-2008, 04:08 AM
http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))
http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))
http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))
http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))
http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))
http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))http://www.bkkonline.com/news/images/emo/31.gif (http://javascript%3cb%3e%3c/b%3E:emo(31))
k.kwan
30-07-2008, 08:17 PM
__________________
ความรู้และความหลุดพ้นแท้จริง ที่ไม่ต้องทำแต่เป็นเองนั้นมีอยู่ คือ เมื่อจิตไม่ต้องการอะไร และซึมทราบอยู่ในความรู้สึกนั้นแม้ชั่วคราว
Jintasak (http://board.palungjit.com/member.php?u=206504)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1391754", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar206504_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=206504)
__________________
หนึ่งไม่มีคู่ หนึ่งอยู่ที่ไหน คิดมาคิดไป เป็นใบ้อยู่คนเดียว!! (หลวงพ่อคง จตฺตมโล)
rux (http://board.palungjit.com/member.php?u=93241)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1392658", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar93241_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=93241)
<!-- / sig -->
บุคคลทั่วไป 3 คน
31-07-2008, 09:13 PM
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/809/6809/images/picpoem/pic_7.jpg
k.kwan
01-08-2008, 09:14 AM
http://millie.furman.edu/whisnant/dieromantik/images/authpic/goethe.jpg
" มันเป็นสัจธรรมพื้นฐาน
ความเฉยชา คือ ผู้พิฆาต ความคิดดีนับร้อยพันและแผนการอันวิเศษ
ณ บัดหนึ่ง มีผู้มุ่งมั่นตั้งใจลงมือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมอำนวยชัย
มิว่าสู ทำสิ่งใด หรือ ฝันจะทำอะไร ทำ ณ บัดนี้
ความทรนงองอาจ มีพรสวรรค์ พลังอำนาจ และ มหัศจรรย์แห่งตน"
เกอเธ่
=========================================
To solve a difficult problem, one must experiment and suffer!
=========================================
จากคุณ Toutou (file:///C:/My%20Documents/My%20Received%20Files/member.php?u=1401)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_86872", true); </SCRIPT>
คนในยุคแรกคนป่าเลยยังไม่มีภาษาเขียน แต่ จะใช้ร่างกายกับ คำพูดโยงใย อธิบายสิ่งต่างๆรอบตัว เพราะมีคนมากกว่าหนึ่ง ปฏิสัมพันธ์กัน เช่น คนกับคน คนกับกลุ่ม คนกับสิ่งแวดล้อม ภาษาจึงเกิดขึ้นภาษา ในเริ่มแรก จะหยาบก่อน เช่น ภาพตามถ้ำ จนพัฒนามาเป็นสัญลักษณ์หยาบๆ จนถึงภาษา ระบบภาษาจะเอียด(มีศักยภาพ...ในการอธิบาย) ขึ้นเรื่อยๆ
คนสองคน เป็นกลุ่ม เป็นเผ่า หมู่บ้าน เมือง นครรัฐ ชนชาติ จะเพิ่ม ขยายซับซ้อน ตามกาลเวลา ภาษาก็ยิ่งซับซ้อนตาม เพราะมี กิจกรรมให้คิดให้ทำเยอะ ต่างกับคนป่าโบราณมาก.....เกิดมีนักคิด สมัยก่อนเรียกนักคิดว่าปราชญ์
---------
การสังเกตุ ปรากฏการณ์ วิถี จำนวน รูปทรง ....ลักษณะทางธรรมชาติก่อให้เกิดเป็นคณิตศาสตร์
มันมีกระบวนการวิเคราะ สร้างตัวแปรขึ้นมาเรียกว่า สมการ หรือ ฟังชั่น
ใช้เป็นมาตรวัด อธิบาย มิติ ความกว้าง ยาว พื้นที่ปริมาตร เวลา สร้าง ปริมาณ แกนอ้างอิง.....อื่นๆ...ได้ดีในระดับหนึ่ง....
กลายเป็นกราฟต่างๆ จุด เส้นตรง เส้นโค้ง วงกลม วงรี จนถึงกราฟ ภาพสามมิติ
เอาง่ายๆ บนแกนสองมิติ.....เส้นตรง เส้นโค้ง พาราโบลา กราฟต่างๆ
X คือ ตัวแปรต้น เหตุ หน่วยที่ป้อน
Y คือ ตัวแปรตาม ผล ฟังชั่น หน้าที่ กระบวนการ ระบบ
ระบบสมการง่ายไม่กี่ตัว ตัวเลขที่ป้อนง่ายๆ เกิดเป็นกราฟอย่างง่าย อธิบายปรากฎการณ์ ธรรมชาติได้หยาบๆ
ระบบสมการซับซ้อน ตัวเลขที่ป้อนง่ายๆ เกิดเป็นกราฟละเอียด มีพื้นที่รูปทรง ปริมาตร มีมิติ กว้าง ยาว ลึก อธิบายปรากฎการณ์ ธรรมชาติได้ละเอียดขึ้น สามารถประยุกต์พัฒนาจนสามารถ ตรวจธรรมชาติของกระแสลม การ์ตูนสามมิติ แบบจำลองต่างๆ และ ภาพ Fractal
และยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เทคโนโลยีก้าวหน้าปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณผล ทุ่นแรงสร้างความละเอียด แม่นยำขึ้นไปอีกเพราะสามารถ บรรจุกระบวนการอันซับซ้อนของ ฟิสิก คณิตศาสตร์ เพื่อจะใช้วัด ปรากฎการธรรมชาติ แบบต่างๆ เช่น การพยากรณ์ อากาศ
แต่ทว่า...มีเหตุการณ์...พลิกประวัติศาสตร์เกิดขึ้น....ทำให้ทุกคนต้องกลับมามองธรรมชาติ ใหม่ ว่า มันช่างลึกลับ ซับซ้อนซะจริง ระบบยิ่งใหญ่ ความอ่อนไหวยิ่งเยอะ เป็นที่มาของ เด็ดดอกไม้ ย่อมสะเทือนถึงดวงดาว
ลงไว้แล้วใครอยากอ่านอังกฤษเชิญมีแปลด้วย
http://www.bbznet.com/scripts2/view...&order=lastpost
กฎของนิวตั้นนั้นถือได้ว่าเป็นกฎตายตัวทั้งสิ้น เพราะมันบ่งชี้ว่าอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นในขณะอนาคต ได้ถูกกำหนดไว้แล้วอย่างเรียบร้อยโดยสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และยิ่งไปกว่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น ก็ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว โดยสิ่งที่เกิดมาแล้วในขณะเวลาของอดีต
เมื่อได้ทำความเข้าใจแล้ว ว่าอะไรคือ ลัทธิความตายตัว(Determinism) เงื่อนไขตั้งต้น(Initial Conditions) และความไม่แน่นอนของการวัด(Uncertainty of Measurements) ตอนนี้คุณก็สามารถศึกษาเรื่องความไม่มีเสถียรภาพทางกลศาสตร์(Dynamical Instability) ซึ่งสำหรับนักฟิสิกส์แทบทุกคนแล้ว มันมีความหมายเช่นเดียวกับความไร้ระเบียบ(Chaos)
ในความโกลาหล ย่อม มีความมีระเบียบ ซ่อนอยู่
ในความมีระเบียบ ย่อม มีความโกลาหล ซ่อนอยู่
ทฤษฎีความไร้ระเบียบ...ยังมีอีกหลายชื่อ เช่น ทฤษฎีความโกลาหล
.....................
เค ออส จะประหลาด ตรงที่ว่า มันเข้าไกล้ พุทธเข้าไปทุกที แต่การอธิบายของมันยังไม่ละเอียดพอแค่ นั้นติดกรอบ เหมือนกัน แต่จะน้อยลง เพราะมองแบบองค์รวม หลายๆ มุม อัตตามันเลยน้อย ไม่ไป ปีกใดปีกหนึ่ง ก็ที่เคยบอกไง ถ้าไปจับปีกหนึ่ง คุณจะลืมอีกปีกหนึ่ง ศาสตร์ นี้สำหรับคนใจกว้างนะ ถ้าอัตตาเยอะ มันจะคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก คุณจะถนัดทางใหน เข้ามาเลย เคออส จะย่อย ถักทอความคิดได้ ในระดับหนึ่ง
คาเมนพูดเอง
............................................
ขนาดแปลไทยเปงไทยยังมะค่อยจารู้เรื่องเลยอ่ะ ให้แปลภาษาอังกฤษคงมั่วมันน่าดู ยิ่งเก่งๆอยู่ด้วย เหอๆๆ -*-
haha!! (file:///C:/My%20Documents/My%20Received%20Files/member.php?u=2094)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_86985", true); </SCRIPT> พูด
...............................................
ในความสับสนจะมีช่องว่างอยู่เสมอ หาให้พบ แล้วผ่านเข้าไป
Metamorphosis พูด
...........................................
เปลี่ยนสไตล์ มาฟังตำนาน...เคออส...กัน นี่คือ รากศัพธ์ ที่มาของ คำว่า เคออส แปลกมากตรงที่...เคออส....แปลว่า... ความว่าง เปล่า
ตาม Hesiod, เรื่องมันเริ่มตรงที่เทพเจ้าที่ชื่อ Chaos (เคออส) ซึ่งแปลว่าความว่างเปล่า ก็อย่างที่ชื่อบอกนั้นแหละว่างเปล่าจริงๆ ทั้งจักรวาลไม่มีอะไรเลย จากนั้นก็มี Gaia (กายยา) ซึ่งแปลว่าดิน, Tartarus (ทาทารัส) ซึ่งแปลว่านรก และ Eros ซึ่งแปลว่าตัญหา เกิดขึ้นมา แล้ว Gaia ก็ให้กำเนิด Uranus (ยูเรนัส) ซึ่งเป็นเทพแห่งท้องฟ้า โดยลำพัง แต่ตาม Apollodorus แล้ว เรื่องมันเริ่มตรงที่ Gaia เลย แตกต่างกันนิดหน่อย ไม่มาก แล้ว Uranus ก็ได้เป็นผู้ปกครองเทพเจ้าทั้งหมดเป็นคนแรก ต้องเข้าใจอีกนิดนะว่า เทพเจ้ากรีก ส่วนใหญ่จะเป็นตัวแทนของสิ่งต่าง ๆ ทั้งรูปธรรม และ นามธรรม ตัวอย่างก็เช่น Uranus นั้นแหละ เวลาพูดถึง Uranus ก็ให้คิดถึงท้องฟ้า ความกว้างใหญ่ที่แผ่ปกคลุมพื้นดิน หรือ Eros ซึ่งเป็นความรู้สึก เป็นนามธรรม มีผลกับทุกสิ่งทั้งเทพเจ้าและมนุษย์ เวลาอ่าน ก็ลองคิดตามไปด้วย จะคิดว่า Tartarus เป็นเทพเจ้าแห่งนรก
เป็นผู้สร้างนรก หรือเป็นตัวนรกเองก็ได้ หรือจะคิดว่า Gaia เป็นเทพเจ้าแห่งพื้นดิน หรือ เป็นพื้นดิน ก็ได้เช่นกันากนั้น Gaia และ Uranus ก็สมสู่กัน และให้กำเนิดลูก ๆ มากมาย อย่าตกใจนะ ว่า เอ... ก็แม่ลูกกันไม่ใช่เหรอ ทำไม? มันเป็นเรื่องปกติสำหรับเทพเจ้าเหล่านี้ อ่านต่อไปเรื่อยๆ แล้วกัน ลูกๆ ของ Gaia และ Uranus ก็แบ่งได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นยักษ์ร้อยมือ ห้าสิบหัว มีสามคนด้วยกัน (ไม่รู้ว่าจะใช้ลักษณะนามอะไรดี ใช้ คน หมดเลยแล้วกัน) ชื่อ Briareus (ไบอาริอุส) Gyes (กายเอ็ส) และ Cottus (คอททัส) กลุ่มที่สองเรียกว่า Cyclopes หรือยักษ์ตาเดียว ชื่อ Arges (อาเกส) Steropes (สเตอโรเปส) และ Brontes (บรอนเตส) ชื่อของสามคนนี้แปลว่า แสงสว่างจากฟ้า ฟ้าผ่า และ ฟ้าร้อง ตามลำดับ ลูกทั้งหกคนนื้ ถูก Uranus จับโยนลงไปในนรกและขังไว้เพราะความเกลียดชัง จากนั้น Uranus และ Gaia ก็มีลูกสองกลุ่มถัดมา เรียกว่า Titans (ไททาน) ซึ่งเป็นชายหกคน และ Titanides (ไททานไนด์) ซึ่งเป็นหญิงเจ็ดคน แต่บางทีก็ถูกเรียกเป็น Titans เหมือนกันหมด เนื่องจาก Uranus หรือท้องฟ้าเนี่ยะ มีความกลัวว่าลูกของตนจะมาแย่งชิงอำนาจ และตำแหน่งเทพแห่งเทพไป เมื่อ Gaia เกิด Titans ออกมา Uranus ก็เอาไปขังไว้ใต้ดินทีละคน ทุกๆ คน ตรงนี้ต้องคิดนิดหนึ่ง ไอ้ใต้ดินเนี่ยะ มันที่ไหน ก็ในเมื่อ Gaia คือพื้นดิน ใต้ดินก็น่าจะเป็นในตัว Gaia เอง พวก Titans ถูก Uranus ขังไว้ในท้อง Gaia เมื่อมากๆ เข้า Gaia ก็เจ็บปวดและทนไม่ไหว จึงวางแผนที่จะให้ลูกๆ ในท้องทำร้ายพ่อ และหนีออกมา นางจึงสร้างมีดโค้งขึ้นมาหนึ่งอัน จากวัสดุที่เรียกว่า Adamant ซึ่งเชื่อว่าแข็งแรงที่สุด และนำไปให้ลูกๆ ในท้อง พร้อมกับบอกแผนการไป แต่เนื่องจากลูกทุกคนก็กลัวพ่อ จึงไม่มีใครกล้าทำตามแผนของ Gaia ยกเว้น Cronus (โครนัส) ซึ่งยอมที่จะช่วยแม่ เอาละ ตามแผนของ Gaia Cronus จะต้องรอจนกว่า Uranus จะมาสมสู่กับ Gaia เมื่อ Uranus มา Cronus ซึ่งอยู่ในท้อง (คาดว่าหมายถึงมดลูกนะครับ) ก็จะต้องใช้มีดตัดอวัยวะเพศของ Uranus แล้วพาพี่น้องหนีกันออกมา แน่นอน ว่าสำเร็จตามแผน เมื่อออกมาแล้ว Cronus ก็นำอวัยวะของพ่อไปทิ้งทะเล เมื่อตกโดนทะเล ก็มีฟองเกิดขึ้นมากมาย และในท่ามกลางฟองนั้นก็มีเทพเจ้าอีกคนถือกำเนิดขึ้นมา คือ Aphrodite นั้นเอง (จริงๆ แล้ว ในภาษากรีก คำว่า Aprhodite แปลว่า เกิดจากฟอง) และด้วยเหตุนี้ Aphrodite จึงเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก และ ตัญหา (ฝ่ายหญิง จำได้ ว่า Eros เป็นแบบเดียวกัน แต่เป็นผู้ชาย) นี่ก็เป็นที่มาของภาพวาดชื่อดัง Birth of Venus ของ ศิลปิน Sando Botticelli และคำภาษาอังกฤษ aphrodisiac ที่แปลว่า ยาปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่ทว่า มีข้อขัดแย้งนิดหน่อย ตรงนี้ ที่กล่าวมาเกี่ยวกับการเกิดของ Aphrodite เป็นไปตามที่ Hesiod เขียน ของ Apollodorus นั้น Aphrodite เป็นลูกของ Zeus เกิดเรียบง่ายกว่าเยอะ ไม่หวือหว่าเท่า ไว้เล่าถึง Zeus แล้วจะค่อยบอกต่อนะ เอาละCronus ก็พาพี่น้องออกกันมาได้สำเร็จ และกลายเป็นเทพแห่งเทพหลังจากแย่งชิงบัลลังค์จากพ่อได้ ดังที่ Uranus กลัว หลังจากนั้นก็ขึ้นครองบัลลังค์เป็นมหาเทพแทน เรื่องราวของเทพองค์อื่นๆ จะขอเล่าในตอนหน้าน่ะ Coming Soon
แถมตำนานกรีก
http://fantalov.tripod.com/greek1.htm
** 8 ภาพล่าง คือ ภาพซ้อนภาพ 8ชั้นให้ซูมตา สี่เหลี่ยมช่องเล็กๆ ในแต่ละภาพตามลำดับ...ธรรมชาติ ของ ระบบ อณุภาค...จะคล้ายๆกัน ลอง ซูม สุริยะจักวาล ลง มาแค่ ก้อนพลังงาน สิ...ภาพสุริยจักรวาล จะไม่เหมือน แบบ จำลอง เพราะ ซับซ้อนกว่า
http://plottegg.tuwien.ac.at/36153.jpg
ความแปลกของรูปเหล่านี้ก็คือ ภาพที่ปรากฏให้เห็นนั้น เมื่อพิจารณาส่วนย่อย จะเห็นว่าภาพ Fractal ใหญ่นั้น สร้างขึ้นและประกอบขึ้นด้วยภาพ Fractalอย่างเดียวกันที่เหมือนกันและมีขนาดเล็กลงจำนวนมาก และขยายให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้นได้ไม่รู้จบ
ความเกี่ยวพันกับ chaos อยู่ที่ว่าในเซ็ทของตัวเลขนี้ ถ้าเราเปลี่ยนตัวเลขแม้เพียงทศนิยมเล็กน้อยในจุด000000หลายๆตัวก็ตาม ภาพต่างๆก็จะเปลี่ยน และนี่คือที่กล่าวว่าเด็ดดอกไม้กระเทือนถึงดวงดาว
ความมหัสจรรย์ที่มาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันคือ สิ่งธรรมชาติ เช่นก้อนเมฆ ชายหาดริมทะเล และ ฯลฯ ในโลกนี้ เมื่อพิจารณาส่วนย่อย ก็จะประกอบด้วยรูปทรง Fractal ที่เป็นพิมพ์เดียวกันแต่ย่อส่วนทั้งนั้นครับ
http://aixa.ugr.es/imag/fractales/204-Fractal%20Puzzle.jpg
-------------
กระสือข้างส้วม (file:///C:/My%20Documents/My%20Received%20Files/member.php?u=837)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_87278", true); </SCRIPT>
คาร์ล จุง บอกว่า " ทุกเหตุการณ์นั้นไม่มีความบังเอิญ "
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->
<CENTER>http://www.geocities.com/methipat/images/m74-big.jpg</CENTER>-------------
<!-- / message --><!-- sig --><!-- / message -->
"ความรู้สึกที่งดงามที่สุดและลึกซึ้งที่สุดที่ประจักษ์แก่เรานั้นก็คือ ความรู้สึกในเรื่องที่เกี่ยวกับความลึกลับ(จิตวิญญาณ ) ความรู้สึกอันนี้แหละที่ก่อ ให้เกิดวิทยาการทั้งมวล"
http://images.google.co.th/images?q=tbn:Xot0AOMEh5wJ:ciencias.unizar.es/circo/images/einstein.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://ciencias.unizar.es/circo/images/einstein.jpg&imgrefurl=http://ciencias.unizar.es/circo/&h=458&w=342&sz=9&tbnid=Xot0AOMEh5wJ:&tbnh=125&tbnw=93&hl=th&start=194&prev=/images%3Fq%3DEinstein%26start%3D180%26hl%3Dth%26lr%3D%26sa%3DN) ไอน์สไตน์...
http://images.google.co.th/images?q=tbn:eAwHgMhBubMJ:www.pbs.org/wgbh/nova/origins/images/knol-dna.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.pbs.org/wgbh/nova/origins/images/knol-dna.jpg&imgrefurl=http://www.pbs.org/wgbh/nova/origins/knoll.html&h=198&w=198&sz=14&tbnid=eAwHgMhBubMJ:&tbnh=99&tbnw=99&hl=th&start=9&prev=/images%3Fq%3Ddna%26hl%3Dth%26lr%3D%26sa%3DN)http://images.google.co.th/images?q=tbn:FrdejPLf8goJ:148.202.12.20/galeria/biologia/AMIBA.GIF (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://148.202.12.20/galeria/biologia/AMIBA.GIF&imgrefurl=http://148.202.12.20/galeria/biologia/&h=200&w=320&sz=16&tbnid=FrdejPLf8goJ:&tbnh=70&tbnw=113&hl=th&start=1&prev=/images%3Fq%3Damiba%26hl%3Dth%26lr%3D%26sa%3DN)http://images.google.co.th/images?q=tbn:9bi7QjO9vy8J:static.howstuffworks.com/gif/laser1.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://static.howstuffworks.com/gif/laser1.jpg&imgrefurl=http://science.howstuffworks.com/atom.htm&h=339&w=350&sz=20&tbnid=9bi7QjO9vy8J:&tbnh=112&tbnw=116&hl=th&start=2&prev=/images%3Fq%3Datom%26hl%3Dth%26lr%3D%26sa%3DG)http://images.google.co.th/images?q=tbn:2a01az4h21EJ:www.sciencebob.com/graphics/brain.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.sciencebob.com/graphics/brain.jpg&imgrefurl=http://www.sciencebob.com/lab/bodyzone/brain.html&h=284&w=396&sz=39&tbnid=2a01az4h21EJ:&tbnh=86&tbnw=120&hl=th&start=2&prev=/images%3Fq%3Dbrain%26hl%3Dth%26lr%3D%26sa%3DG)
http://images.google.co.th/images?q=tbn:6YBJlFQY5vYJ:sprott.physics.wisc.edu/fractals/collect/1995/GALAXY.GIF (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://sprott.physics.wisc.edu/fractals/collect/1995/GALAXY.GIF&imgrefurl=http://sprott.physics.wisc.edu/fractals/collect/1995/&h=600&w=800&sz=179&tbnid=6YBJlFQY5vYJ:&tbnh=106&tbnw=142&hl=th&start=17&prev=/images%3Fq%3Dgalaxy%26hl%3Dth%26lr%3D%26sa%3DN) http://www.palungjit.com/board/image.php?u=790&dateline=1109900925 (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=790) http://images.google.co.th/images?q=tbn:K1hcClQLHP4J:www.srl.caltech.edu/lisa/graphics/.browseimages/02.blackhole.galaxy.lo-tif-browse-indexicon.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.srl.caltech.edu/lisa/graphics/.browseimages/02.blackhole.galaxy.lo-tif-browse-indexicon.jpg&imgrefurl=http://www.srl.caltech.edu/lisa/graphics/master.html&h=412&w=412&sz=13&tbnid=K1hcClQLHP4J:&tbnh=121&tbnw=121&hl=th&start=2&prev=/images%3Fq%3Dgalaxy%26hl%3Dth%26lr%3D%26sa%3DN) http://www.imaging.robarts.ca/~lgardi/assets/images/ButterflyEffect_LOGO_3.jpghttp://www.seacoastnh.com/arts/photosbook/photos/2.jpeg
เครดิตคุณ
Kamen rider (http://board.palungjit.com/member.php?u=28)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_82099", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar28_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=28)
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=8918
--------
"ลาภสักการะและเสียงสรรเสริญนั้นเป็นเพียงกิ่งและใบของศาสนา ,
การมีความสมบูรณ์ด้วยศีลนั้นเป็นเพียงสะเก็ดของศาสนา ,
ความสมบูรณ์ด้วยสมาธินั้นเป็นเพียงเปลือกของศาสนา,
การมีความเห็นที่ถูกต้อง(สัมมาทิฐิ)นั้นเป็นเพียงกะพี้ของศาสนา ,
ความหลุดพ้นจากทุกข์อย่างสิ้นเชิงนั้นคือแก่นของศาสนา"
*ยายผีป่า* จอมซ่าส์... บ้า...เพี้ยนห้ามเลียนแบบ!..
บุคคลสงวนพันธุ์คุ้มครองประเภทหนึ่ง แห่งBOARDจักรวานฯ at palungjit.com THE ONE AND ONLY!
จาก ยาย
DevilBitch (file:///C:/My%20Documents/My%20Received%20Files/member.php?u=801)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_86920", true); </SCRIPT> <!-- / message --><!-- sig -->
<!-- / message --><!-- sig --><!-- / message --><!-- sig -->
jinny95
02-08-2008, 06:15 AM
ปัญหา ก่อนแต่จะทำ จะพูด จะคิดก็ดี ขณะที่กำลังทำ กำลังพูด กำลังคิดอยู่ก็ดี พระผู้มีพระภาคทรงแนะนำไว้อย่างไร ?
พุทธดำรัสตอบ “..... ดูก่อนราหุล เธอปรารถนาจะทำกรรมใด ด้วยกาย.... ด้วยวาจา... ด้วยใจ... เธอพึงพิจารณาเสียก่อนว่า เราปรารถนาจะทำกรรมนี้ด้วยกาย... ด้วยวาจา.... ด้วยใจ
กายกรรม... วจีกรรม... มโนกรรม... ของเรานี้ พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่นบ้าง
กายกรรม... วจีกรรม... มโนกรรม... นี้เป็นอกุศล มีทุกข์ เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ
ดูก่อนราหุล ถ้าเมื่อเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยกาย.... ด้วยวาจา... ด้วยใจ กายกรรม... วจีกรรม... มโนกรรม...ของเรานี้พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเพื่อเบียดเบียนผู้อื่น เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่น ...... เป็นอกุศลมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ กรรมเห็นปานนี้ เธอไม่พึงทำด้วยกาย ... ด้วยวาจา.... ด้วยใจ.... โดยส่วนเดียว
“แต่ถ้าเมื่อเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า เราปรารถนาจะทำกรรมใด ด้วยกาย.... ด้วยวาจา... ด้วยใจ กายกรรม... วจีกรรม... มโนกรรม...ของเรานี้ ไม่พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน เพื่อเบียดเบียนผู้อื่น เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่น เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ กรรมเห็นปานนี้ เธอ
k.kwan
02-08-2008, 05:58 PM
everything is ok
problem is ok too..
but กิเลส is not ok
pls feel to it as soon as possible..
บุคคลทั่วไป 3 คน
03-08-2008, 10:51 AM
What them stand for ? !!!*@&*@^
^x^
_*_
@^x^@
^ 6 ^
สันโดษ
03-08-2008, 05:38 PM
What them stand for ? !!!*@&*@^
^x^ = kiss
_*_ = serious
@^x^@ = Shy
^ 6 ^ = laughing " ho ho ho"
บุคคลทั่วไป 3 คน
03-08-2008, 07:36 PM
แจ่มแจ้ง เจ้าคะ
k.kwan
03-08-2008, 09:27 PM
รู้เฉย รู้ตัวว่าเฉย
รู้ยินดี รู้ตัวว่ายินดี
รู้ยินร้าย รู้ตัวว่ายินร้าย
รู้ว่าจิตมีโมหะ รู้ว่าจิตไม่มีโมหะ
รู้ว่าจิตมีราคะ รู้ว่าจิตไม่มีราคะ
รู้ว่าจิตมีโทสะ รู้ว่าจิตไม่มีโทสะ
(ดีนะนี่ที่รู้ตัว ^L^)
ยินดีแล้วยังไม่รู้ ก็หลง
ยินร้ายล้วยังไม่รู้ ก็หลง
เฉยแล้วยังไม่รู้ ก็หลง
หลงแล้วรู้ ก็เผลอไปนะซิ
หลงแล้วไม่รู้ ก็ยังหลับอยู่นะซิ
การรู้ธรรมทำให้กิเลสลด หรือกิเลสลดจึงรู้ธรรม
งงปะเนี่ย แหะ แหะ @^x^@ ^ 6 ^
k.kwan
05-08-2008, 09:50 AM
__________________
จงอย่าไว้ใจใคร แม้แต่ตัวเอง หากสิ่งที่จะทำนั้นผิดศีล 5
bubu' (http://board.palungjit.com/member.php?u=1101)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_88984", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar1101_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=1101)
--------------------
จงรู้จักให้ รู้จักรัก รู้จักรอ รู้จักพอ และรู้จักเกรงใจ แล้วชีวิตจะมีสุข<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1406466", true); </SCRIPT>
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar201614_13.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=201614)
__________________
หนทางยังอีกแสนไกล หากยังไม่เริ่มก้าวเดินไปแล้วไซร้ เมื่อไหร่จะถึงยังปลายทาง !!!
http://board.palungjit.com/images/avatars/bua.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=405)
__________________
จงเตือนตนด้วยตนเอง
<!-- / sig -->
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar18_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=18)<HR style="COLOR: #ffffff; BACKGROUND-COLOR: #ffffff" SIZE=1>----------------------------
“อนาคต จะไม่มีที่วิเวก จงเร่งรีบปฏิบัติธรรม เหมือนดั่งไฟกำลังไหม้เรือน”
..จาก คำสอนหลวงปู่มั่น
ไดอารี่ของกระเจียว (http://www.palungjit.com/club/medulla)
__________________
ผู้ที่ยืนเขย่งบนปลายเท้า เพียงเพื่อจะให้อยู่เหนือผู้อื่น
ย่อมยืนอยู่ไม่ได้นาน
ผู้ยกย่องตนเอง ย่อมไม่มีชื่อเสียง
สตินำหน้า สิ่งอื่นจะตามมาเอง
http://board.palungjit.com/images/avatars/buddha_white.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=55)
__________________
;31
“ ปริภูโต มุทุ โหติ อติติกฺโข จ เวรวา : อ่ อ น ไ ป ก็ ถู ก เ ข า
ห มิ่ น แ ข็ ง ไ ป ก็ มี ภั ย เ ว ร ”
“ Knowing the essential as the essential, And the unessential as the unessential, They who feed on right thoughts as such Achieve the essential. ”
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar1929_20.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=1929)
<!-- / sig --><!-- / sig --><!-- / sig -->
Insight Today:
......สมาธิ ไม่ใช่การนั่ง ไม่ใช่การยืน ไม่ใช่การเดิน และไม่ใช่การนอน แต่หากการ นั่ง ยืน เดิน นอน เป็นการเปลี่ยนอริยบท สมาธิเป็นกริยาของจิต เมื่อท่านผู้ใดกำหนดจิต ทำจิตให้มีอารมณ์สิ่งรู้ ทำสติให้มีสิ่งระลึก ไม่ว่าในที่ใด เวลาใด ไม่เลือกการณ์ ไม่เลือกสถานที่ แม้แต่เวลาทำงานหรือ ใช้ความคิดต่างๆ ด้วยมีสติสัมปชัญญะ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการฝึกสมาธิ............
From P'หนุ่มเหลือน้อย
------------------------------
ที่แน่ๆ นินจามักไม่สะทกสะท้านต่อความตาย เพราะพวกเขาถือว่า ชีวิตมีค่าเท่ากับศูนย์ หากรอดก็ได้กำไร ถ้าตายก็เสมอตัว ความตายเป็นเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกับพวกเขา การทำใจสำหรับวันตายของนินจาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะวันนั้นของพวกเขาจะมาก่อนคนอื่นอีกมากนัก เกิดเป็นนินจา จะโดนกับดักในปราสาท หรือโดนซามูไรฟันหัวแบะเมื่อไหร่ก็ไม่อาจตรัสรู้ได้ การทำใจกับความตาย จึงเป็นเรื่องธรรมดาของนินจาทุกรูปทุกนาม อุปมาเหมือนเล่นเน็ต ระวังยังไงก็ต้องมีวันโดนไวรัสเข้าจนได้นั่นแล...
เครดิต
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar28_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=28)
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=3689
นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว
ดาบอยู่ที่ใจ
สายตาฆ่าศัตรู
กระสือข้างส้วม (http://board.palungjit.com/member.php?u=837)
----------
“ผู้มีทุกข์นั่นแหละจึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลินนั่นแหละจึงมีทุกข์ ภิกษุย่อมเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลิน ไม่มีทุกข์....”
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar194691_65.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=194691)
__________________
“อันสตรี ไม่มีศีล ก็สิ้นสวย
บุรุษด้วย ไม่มีศีล ก็สิ้นศรี
อันนักบวช ไม่มีศีล ก็สิ้นดี
ข้าราชการ ศีลไม่มี ก็เลวทราม”
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar13988_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=13988)
__________________
ไม่ใช่การบังคับกายใจให้สงบ ไม่ใช่การปล่อยตัวปล่อยใจ ทางที่เหลือนั่นแลมัชฌิมปฏิปทา
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar137_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=137)
<!-- / sig -->
k.kwan
06-08-2008, 08:46 AM
__________________
ได้รับ... นับเป็น วาสนา
สูญเสีย. ถือเป็น โชคชะตา
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar127889_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=127889)
อาจารย์คนหนึ่ง...สอนด้วยคำพูด ศิษย์ก็ไม่รู้เรื่อง
อาจารย์อีกคน.....สอนด้วยภาพ ศิษย์ก็ไม่เข้าใจ
ถ้าไม่เข้าใจก็อย่าก่อกรรมเลย เผื่ออาจารย์เขามีบุญมาก ผู้ก่อกรรมจะรับกรรมหนัก
<!-- / message -->http://board.palungjit.com/customavatars/avatar123005_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=123005)
ไม่ใช่เพียงพระจันทร์ในวันมาฆะบูชาถูกครอบงำด้วยราหู
แม้นแต่พระอาทิตย์ในวันนี้ ก็มีสุริยคราสเช่นกัน
ทำงานไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
แต่ตอนนี้แม้นแต่เดือนตะวัน
ก็แทบจะไม่ปรากฏให้เห็น
บ้างาน (http://board.palungjit.com/member.php?u=132877)
อย่าตัดสินชะตาชีวิตใคร ถ้ายังไม่รู้ชะตาชีวิตตัวเอง
<!-- / message --><!-- sig -->http://board.palungjit.com/customavatars/avatar261_1.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=261)<!-- / message --><!-- / sig -->
k.kwan
06-08-2008, 03:02 PM
เมื่อคุณคิด คุณย่อมเดินไปทางเก่า ที่เคยเดินมาแล้ว อยู่ในโลกของความคิดเดิมๆ
เมื่อคุณหยุดคิด คุณอาจพบหนทางใหม่ โลกใหม่ โลกของความรู้ (รู้ตัว มีสติ)
บุคคลทั่วไป 3 คน
08-08-2008, 12:41 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376528&stc=1&thumb=1&d=1218169094 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376528&d=1218169094)http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376532&stc=1&thumb=1&d=1218169094 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376532&d=1218169094)http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376534&stc=1&thumb=1&d=1218169094 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376534&d=1218169094)http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376527&stc=1&thumb=1&d=1218169094 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=376527&d=1218169094)
k.kwan
08-08-2008, 02:27 PM
สิ่งที่ควรรู้อยู่เสมอ คือกิเลส มิใช่เรื่องที่เราคิด
รู้สึกตัวให้ทันก่อนที่กิเลสจะครอบงำ
สิ่งที่ควรปล่อยวาง คือกิเลสและความปรุงแต่งทั้งหลาย
สิ่งที่เป็นสิ่งแปลกปลอมของเรา คือกิเลสและความคิดที่วุ่นวายทั้งหลาย
คนที่ถูกกิเลสครอบงำโดยไม่รู้ตัว คือผู้น่าสงสาร ผู้มีทุกข์ ผู้ขาดสติ
คนที่รู้เท่าทันกิเลสและความคิดปรุงแต่งของตนเอง นับเป็นผู้เจริญสติ
k.kwan
08-08-2008, 02:38 PM
จิตเราก็โง่นะ ฝึกให้รู้ตัวตามจริง อย่าไปคิด อย่าไปปรุง
ก็ปรุงอยู่นั้น เฮ้อ ห้ามกันไม่ได้เลย ต้องฝึกรู้ตัวๆบ่อยมั้ง ถึงจะหายโง่นิ
ตอนนี้ คิดนำอยู่หลายขุม รู้ตัวเพิ่งเริ่มต้นเอง นินา
บุคคลทั่วไป 3 คน
08-08-2008, 03:15 PM
จิตมันมีหน้าที่เผลอนะสิ
เค ไปฝึกจิตให้มันเป็นเด็กดีหรือ
ดูมันดื้อดีกว่า มันไม่ใช่เรา เดี๋ยวมันก็อยากดี เดี๋ยวดีๆ มันก็ไปอยาก
พอเห็นว่า เอ...มันไม่ใช่เรา ก็จะเห็นมัน โง่ นะ ไม่ใช่ว่าเพราะตอนนี้
เรายังฝึกไม่ดี
ฝึกดี หรือ ไม่ดีไม่เกี่ยวเท่าไหร่ จิต มันโง่โดยธรรมชาติของมันเอง
ฝึกๆ ไปก่อนนะ เดี๋ยวก็จะมาเห็นแบบนี้เอง แปลกดี
k.kwan
08-08-2008, 03:29 PM
ไม่ได้ฝึกเขาให้เป็นเด็กดี หรอกนะ
ฝึกให้เขารู้ตัว เขาก็ไม่ค่อยรู้ตัวซักเท่าไร
เผลอไปคิดอยู่เรื่อย เราก็ตามรู้ตอนเผลอเท่านั้น
พอรู้ว่าเผลอ ก็รู้ว่าโง่หลงไปคิดอีกแระ
แล้วก็อีก พอตามใจเขา เขาก็สนุก
พอขัดใจเขา เขาก็งุงิ มีปั่นป่วน มีขี้เกียจ สารพัดข้ออ้างจะให้เราตามใจเขา
บุคคลทั่วไป 3 คน
08-08-2008, 03:36 PM
;aa8
OLDMAN AND A CAR
10-08-2008, 10:01 AM
เมื่อคุณคิด คุณย่อมเดินไปทางเก่า ที่เคยเดินมาแล้ว อยู่ในโลกของความคิดเดิมๆ
เมื่อคุณหยุดคิด คุณอาจพบหนทางใหม่ โลกใหม่ โลกของความรู้
รู้อย่างไร จึง ไม่เป็นโทษภัยffice:office"
<O:p</O:p
เขียนเมื่อ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๑
<O:p</O:p
ไม่ใช่คำสอน แต่เป็นความเห็น ที่ไม่รับรองความถูกต้อง
<O:p</O:p
<O:p</O:p
๑. รู้แล้วต้อง สืบหาหาสาเหตุที่ เป็นที่มาของ ความรู้นั้นๆหากขี้เกียจ ไม่อยากรู้ ก็ไม่ต้องไปสนใจเอาสาระอะไร กับ ความรู้นั้นๆ ปล่อยวางเสียแต่จะทำให้ผู้ปฎิบัติ มีพัฒนาการเชื่องช้า เพราะไปหน่วงเหนี่ยว กระบวนการเรียนรู้
<O:p</O:p
๒.ห้ามปรุงแต่ง ในความรู้ที่ได้รับ แม้ว่า จะทราบชัดแล้วว่า อะไร ถูก และผิด ให้รู้แล้ว บอกกับตนเองให้ได้ว่า อะไรถูกและผิด รู้เฉพาะตน แต่ไม่ห้ามการเผยแพร่หากมีผู้ถาม และ ต้องเป็นบุคคลที่สมควรจะทราบ เท่านั้นดังนั้นในการแสดงธรรม จึงจำเป็นต้องพิจารณาให้ดี ถึงสภาวธรรมของผู้รับ หาไม่แล้ว ผู้รับธรรมจะไม่สามารถเข้าถึงธรรม นั้นๆโดยง่าย และ เป็นโทษต่อผู้แสดงธรรมหมายความว่า อย่าสอนคนอื่น หากเรายังหยั่งสภาวะจิตของผู้อื่นไม่ได้
<O:p</O:p
๓.ความรู้ในทางโลก หรือความรู้อันเกิดจาก โลกียฌาน เกิดขึ้นได้รวดเร็ว ข้ามขั้นตอน ได้ แต่ ล้วนอนิจจัง วันนี้ถูก แต่วันหน้า ไม่แน่...จึงไม่ ควรยึดมั่นถือมั่น หากพบว่าใครมีข้อมูลใหม่ๆ ที่ สมเหตุสมผล พึงใช้ความคิดไตร่ตรอง หากไม่รอบคอบ จะเป็นโทษ
<O:p</O:p
๔.ความรู้ทางธรรม หรืออันเนื่องจาก โลกุตรฌาน นั้น เกิดขึ้นอย่างช้าๆ เป็น ขั้นเป็นตอน แต่ให้ผลที่ เที่ยงแท้แน่นอน เมื่อได้รับความรู้แล้ว จะสว่างและสงบเยือกเย็น เห็นได้ แม้ มองจากภายนอก แต่ไม่ใช่เป็นเพราะใช้เครื่องสำอาง หรือการแต่งกายที่เลิศหรู ผู้รู้ธรรมจึงไม่ได้หมายความถึง ผู้ที่รู้ แล้วไม่พูด เพียงแต่ว่า จะ พูดอย่างไร และ กับใครเท่านั้น บุคคลที่บรรลุซึ่งโลกุตรธรรม ไม่ว่า จะเป็นชั้นหรือระดับใดๆ ก็ตาม จะไม่พูดในสาระธรรมที่สูงกว่าภูมิธรรมของตน หากไม่ทำดังนี้จะเป็นโทษ
<O:p</O:p
๕.รักษาจิต ให้นิ่ง ไม่นำความรู้นี้มาปรุงแต่งเป็นอารมณ์ มีสติ คอยกำกับให้มากที่สุด รู้ที่สุดของรู้แล้วปล่อยวาง แล้วจะรู้มากยิ่งขึ้น เมื่อรู้มากยิ่งขึ้น ก็ต้องใช้กำลังสติมากขึ้นในการประคองจิต แต่เมื่อเดินตามเส้นทางโลกุตร แล้ว ย่อมมีสักวันที่ สิ้นสุด ของความรู้ จิตที่เปี่ยมด้วยความรู้ ที่ถูกต้อง ย่อม สร้างสรรค์ รูปธรรม และ นามธรรม ที่เป็นคุณ ปราศจากโทษ จนในที่สุด บารมีเต็มกำลัง แล้ว ก็ สิ้นสุดแห่ง การเกิดดับ
<O:p</O:p
ขอท่านทั้งหลาย เจริญในธรรม
บุคคลทั่วไป 3 คน
12-08-2008, 06:29 PM
อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">บทที่จะนำมาเสนอบทแรกอยู่ในศตวรรษที่ ๑ บทที่ ๕๐ (๑.๕๐) ดังที่จะอธิบายและวิเคราะห์ไป ทีละบาท (stanza)
1.50
De lซaquatique triplicit
naistra,
Dซun qui fera le jeudi pour sa feste:
Son bruit, loz, regne, sa puissance croistra,
Par terre et mer aux Oriens tempeste.
</TD></TR></TBODY></TABLE>
บททำนายของนอสตราดามุส พูดถึงสันโดษ อะเป่า
D'un qui fera le jeudi pour sa feste
ประโยคนี้บอกว่า เขา(ผู้วิเศษ) จะหยุดพักผ่อนทุกวันพฤหัสบดี
( ใครๆ ก็รู้ เจ๊ โดษ จะดอดไปเมืองกาญฯ ทุกพฤหัษบดี เพื่อทำสปาหน้า )
He will appear in Asia at home in Europe…
One who is issued from great Hermes…"
ประโยคนี้บอกว่า สันโดษอยู่เมืองไทยแต่ใจ(คุณพ่อ)อยู่เมืองนอก
"The man from the East will come out of his seat,
Passing across the Apentines to see France,
He will fly through the sky, the rains and snows,
And strike everyone with the rod."
ประโยคนี้บอกว่า สันโดษ จะนั่งเล่น อินเทอร์เน็ต ผ่าน อังกฤษ แล้วไปทั่วโลก( โครงข่ายเป็นอย่างนั้น )
ท้องฟ้า ม่านเมฆ หมอก ฝน หิมะ จะไม่เป็นอุปสรรคต่อสันโดษที่จะเคาะ keyboard หรือ mouse
เพื่อสอนคน
"The moon in the middle of the night…
The young sage alone with his mind has seen it.
His disciples invite him to become immortal…
His body in the fire…"
ประโยคนี้บอกว่า สันโดษจะเปลี่ยวเหงายามจันทร์เต็มดวง ถ้ามีใครมาชักชวน
ให้สันโดษ เปิดห้อง หรือ ใครไปแหย่รังแตน เธอจะลุกเป็นไฟ
"Second to the last of the prophet’s name,
Will take Diana’s day(The moon’s day) as his day of silent rest…
He will travel far and wide in his drive to infuriate,
delivering a great people from subjection."
ชื่อจริงสันโดษ ไม่มีใครรู้ แต่สันโดษใช้ชื่อที่สอง(ชื่อแฝง) เป็นชื่อแห่งการพัก ( ก็คำว่า สันโดษ ไง)
สันโดษจะท่องเที่ยวไป(ในเน็ท) เพื่อนำพาคนให้รู้จักทางพ้นทุกข์
"They see the truth with eye closed,
Speak the fact with closed mount…
Then at the time of need the awaited one will come late…"
สันโดษจะทำนายใครต่อใคร ด้วยการปิดตามจิ้มดีด(มั่วๆ) โดยไม่ได้พูดสักแอะ
ในยามที่ใครๆ ก็เข้ามาถาม กำหนด 10 คน ไม่ทำนายให้กับคนที่มาสาย
"the great amount of silver of Diana (Moon) and Mercury (Hermes)
The images will be seen in the lake (the mind of meditation)
the sculptor looking for new clay,
He and his followers will be soaked in Gold."
พลังแห่งเมตตาดังจันทร์และดุดันอย่างอังคาร( ใครไปขัดสิ แม่จะ....)
ภาพลักษณ์จึงเป็นดั่งธารน้ำใจที่ใครๆ ก็รักสันโดษ
คนปั้นเรื่อง(ก็ผมนี้แหละ) จึงนึกสาดโคลนเล่นๆ
ก็เหมือนเป็นผู้ตามสันโดษ แล้วแกล้งยกสันโดษเป็นพระเจ้าไง
k.kwan
13-08-2008, 12:11 PM
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>http://board.trekkingthai.com/board/images/avatar/icon/195.gif ต้นคุง (http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=132318&topic_id=133962#)</TD></TR><TR><TD>http://board.trekkingthai.com/board/images/avatar/display/Avartar/trekking/DGpAQYx0.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE>
บุคคลทั่วไป 3 คน
13-08-2008, 02:36 PM
http://glitter.212cafe.com/glittered/13-08-08/1218615555-3.gif (http://glitter.212cafe.com/)
บุคคลทั่วไป 3 คน
14-08-2008, 01:21 AM
http://pics.manager.co.th/Thumbnails/551000010343402.JPEG
ถามว่าเปรมง้อไหม เปรมเป็นคนดีค่ะ ทาทาจะมีความหวังดีและทาทาจะรักเปรมตลอดไปไม่ว่าอะไรก็ตาม
;16
k.kwan
18-08-2008, 12:55 PM
รู้ตามจริงคืออะไร ในความเห็นของข้าพเจ้า
ในมุมหนึ่งของความคิดเห็น
รู้ตามจริงคือ การรับรู้ตามสภาพจริงของสิ่งที่มากระทบ
ได้แก่ ปัญหา การรับความรู้สึก(ผ่าน หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ) การงาน หน้าที่ ชีวิตประจำวัน
กิเลส ตัณหา อารมณ์ต่างๆ ที่เราสัมผัสรับรู้ เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้เราบังคับให้เกิด ให้เป็นอย่างที่ใจเราต้องการไม่ได้
(ถ้าใครบังคับได้ ก็เป็นเรื่องของท่าน ไม่ใช่เรื่องเราเพราะอิฉันบังคับเขาบ่ได้ อิอิ)
อะไรคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นจากสิ่งที่มากระทบการรับรู้ของเรา
ความคิดปรุงแต่ง เราสร้างเอง (คิดเอง เออเอง อยู่คนเดว คนอื่นไม่เออด้วยนะ)
ความทุกข์ เราสร้างเอง (จากการยึดว่านี้เป็นทุกข์)
ความสุข เราสร้างเอง (จาการยึดว่านี้เป็นสุข)
กรรม เราสร้างเอง (ทำแล้วบอกว่าไม่ได้ทำ ก็..นะ)
อื่นๆที่ยังนึกตอนนี้ไม่ออก ที่เราสร้างเอง ยึดไว้เอง (สั่งเองให้ปล่อยวางเขาก็ไม่ยอม เฮ้อ..)
เมื่อรู้ตามจริงของสิ่งที่เป็นจริง เกิดขึ้นเอง ดับไปเอง บังคับไม่ได้ แต่รับรู้ และเรียนรู้ความจริงให้ได้
แยกแยะสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง รับรู้ และรู้รับผิดชอบ ไม่โกหกหลวกลวงตนเอง เป็นผู้มีสติ
เมื่อจิตเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้ง 2 สภาวะ ผ่านการรับรู้ของเรา อย่างมีสติ ไม่ประมาท
ความเจริญย่อมมาสู่ผู้มีความเพียร ย่อมเห็นความจริงของธรรมชาติทั้งหลายในตัวตน
เมื่อใดที่เขารู้ว่ายึดไว้แล้วเป็นทุกข์ เขาจะปล่อยวางเมื่อใด ก็เมื่อนั้น
ตามรู้ ตามดู สิ่งต่างๆที่เกิดแก่เรา ตามสภาพความเป็นจริง
รู้ว่าสิ่งนี้จริง สิ่งนี้ปรุงแต่งเราสร้างเอง
รู้แล้ว สิ่งใดจะเกิดแก่เรา ก็อย่าไปหวังผล
เรามีหน้าที่รู้ เพียรรู้ เมื่อรู้ตัวเต็มเปี่ยมแล้วผลจะเกิดก็เกิดเอง ผลจะไม่เกิดก็ไม่เกิดเองจะไปโทษใครล่ะท่าน ก็เพียรต่อไปไม่ลองไม่รู้ ผิดเป็นครู ไม่ยอมลองไม่ยอมรู้ ก็ไม่รู้จะเกิดมาทำไม(หมายถึงอิฉันคนเดวไม่เกี่ยวกับผู้ใด)
(คิดว่างั้นนะ ยังคิดอยู่นิ แบบว่าชาล้นถ้วย เฉพาะตนห้ามลอกเลียนแบบ แต่ไม่สงวนลิขสิทธิ์)
บุคคลทั่วไป 3 คน
18-08-2008, 01:32 PM
แจ่ม ....พระธรรมตั้งมั่น
:)
k.kwan
19-08-2008, 08:35 AM
คัดมาบางส่วนจากหนังสือ ทางเอก
ความเป็นไปได้ที่จิตจะไม่หลงไปสู่ความสุดโต่งและเดินทางสายกลางได้เอง
(สรุป) เราสามารถสังเกตสภาวะความสุดโต่งได้ด้วยตนเองว่า
เมื่อใดลืมกายลืมใจของตนเอง เมื่อนั้นก็สุดโต่งไปข้างหลัง
เมื่อใดจิตไหลเข้าไปรวมเป็นเนื้อเดียวกับอารมณ์แล้วเกิดความหนัก แน่น
แข็ง ซึม ทื่อ หรือเคร่งเครียด เมื่อนั้นจิตสุดโต่งไปข้างการบังคับตนเอง
แต่หากยังไม่ชำนาญในลักษณะของจิตเหล่านี้หรือสังเกตด้วยตนเองไม่ได้
ก็ควรปรึกษาครูอาจารย์ต่อไป
จะเข้าสู่ทางสายกลางได้อย่างไร
เมื่อผู้ใดทราบว่าตนเองกำลังเดินอยู่ในทางที่สุดโต่งสองด้านนี้แล้ว
ก็มาถึงปัญหาสุดท้ายที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะหลุดออกจากเส้นทางที่สุดโต่ง
และเข้าสู่ทางสายกลางได้ต่อไป
สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจเสียก่อนคือ ทางสายกลางคือการรู้รูปนามได้ตรงตามความเป็นจริง
ในขณะที่ทางแห่งการสุดโต่งทั้งสองด้าน ทำให้รู้รูปนามตามความเป็นจริงไม่ได้
คือเมื่อหลงก็ไม่สามารถจะรู้รูปนามได้ และเมื่อบังคับกายบังคับใจก็ไม่สามารถจะรู้รูปนาม
ตามความเป็นจริงได้
หากเรารู้จักทางที่ถูก เราก็ไม่เดินทางที่ผิด และหากเรารู้จักทางที่ผิด เราก็เดินถูกทาง
ดังนั้นวิธีที่จะเข้าสู่ทางสายกลางจึงมี ๒ ด้านคือ
(๑) ทำความรู้จักทางที่ถูก ด้วยการเรียนให้รู้จักตัวสภาวะของรูปนาม และวิธีรู้รูปนาม
ตามความเป็นจริง หรือรู้วิธีการเจริญวิปัสสนานั่นเอง ซึ่งต้องมีสติระลึกรู้สภาวะของรูปนาม
ที่ปรากฏ มีสัมมาสมาธิคือความตั้งมั่นของจิตในระหว่างการรู้รูปนาม และมีปัญญารู้ลักษณะ
ของรูปนามด้วย ทั้งนี้เพราะเมื่อเรารู้จักทางที่ถูกแล้ว เราจะไม่หลงเดินทางที่ผิด
(๒) ทำความรู้จักทางที่ผิด ด้วยการเรียนรู้ให้เข้าใจความสุดโต่งทั้งสองด้านอันเป็น
อุปสรรคของการรู้รูปนามตามความเป็นจริง เพราะเมื่อจิตไม่หลงเดินทางผิด จิตจะเริ่มต้น
รู้จักทางที่ถูกได้เอง
เมื่อใดรู้เห็นสภาวธรรมของจริงได้แล้ว จิตจะตื่นขึ้นมาชั่วขณะอย่างฉับพลัน หลุดออกจาก
ทางที่สุดโต่งและเข้าสู่ทางสายกลาง ก็ให้เจริญวิปัสสนาด้วยการตามรู้สภาวธรรมคือ
รูปนามตามความเป็นจริงต่อไป ด้วยจิตที่ตื่นแล้วเนืองๆ สภาวธรรมนั้นๆ จะแสดงธรรม
เรื่องไตรลักษณ์ให้ได้ประจักษ์เอง
เมื่อใดจิตเกิดอาการหลงก็ให้รู้ว่าหลง ทันทีที่รู้ว่าหลง จิตจะรู้สึกตัวขึ้นมาวับหนึ่ง
แล้วก็หลงอารมณ์อย่างอื่นๆต่อไปใหม่ หน้าที่ของผู้ปฏิบัติมีแต่รู้ทันความหลงของจิตเนืองๆ
แล้วความรู้สึกตัวจะเกิดขึ้นจนถี่ยิบ เมื่อความรู้สึกตัวเกิดมากขึ้นแล้ว ในที่สุด สติปัญญาก็จะ
เข้าใจสภาวะและลักษณะของจิตที่รู้สึกตัวนั้นได้เองหลังจากนั้นจิตจะรู้สึกตัวเนืองๆ เพียง
ความหลงเกิดขึ้นนิดเดียวก็รู้ทันแล้ว ความหลงดับไปทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจาก
การรู้ทันจิตที่หลงเท่านั้น เมื่อจิตไม่หลง จิตก็สามารถรู้ของจริงคือรูปนาม อันเป็นอารมณ์
ปรมัตถ์ได้ ส่วนจิตที่หลงจะรู้ได้แค่อารมณ์บัญญัติอันเป็นภาพลวงตาที่เกิดจากความจำและ
ความคิดเท่านั้น
ข้อความหลังปกหนังสือ
การรู้ทุกข์จนสมุทัยถูกละไปเอง
และนิโรธปรากฏให้ประจักษ์
โดยไม่ต้องแสวงหานั้น
คือมรรคหรือทางเอกนั่นเอง
พวกเราควรเจริญมรรคให้มาก
คือหมั่นตามรู้กายตามรู้ใจ
อย่างถูกวิธีเนืองๆ
แล้วจะพบความอัศจรรย์
ของพระพุทธเจ้า พระธรรม
และพระอริยสาวกด้วยตนเอง
ปล.พอดีอ่านแล้วชอบเลยเอามาแบ่งปันค่ะ
(เป็นบางส่วนเท่านั้นหากท่านใดอ่านแล้ว ไม่ชอบก็ขออภัยเพราะคัดมาบางส่วนอาจทำให้
ความหมายไม่สมบูรณ์ ก็ขออภัยค่ะ)
บุคคลทั่วไป 3 คน
19-08-2008, 11:27 AM
ทายทัก :
เข้าใจหา เข้าใจหยิบ ขนาดนี้ จะเรียก บังเอิญอีกหรือเนี่ยะ
ขยายความ :
ถ้าหากการไปชอบใจบทนี้ เกิดจากเห็นการโต้ธรรมที่มีปรากฏละก้อ
แจ่มนะนี้ แปลว่าเห็นทางเดินไปสว่างไสวมาก เร็วจนน่าตกใจ เลย
ต้องทายทักเพื่อหน่วงรั้งให้อยู่กับความดีใจหลงไหลได้ปลื้ม :)
ฝากกันไว้ก่อน :
ตรงที่หนักๆ แน่นๆ นั้นให้สังเกตุให้ดีๆ ตัวนั้นแหละมักจะเป็นตัวช่วยในการ
รู้ทันว่า เผลอไปทำหรือเปล่า ตอนที่ไปเห็นธรรม หรือ จะไปเห็นธรรมใน
ขั้นละสมุทัยได้เองนั้น จำต้องอาศัยการสังเกตุอย่างมาก เพราะขณะนั้น
จิตจะมีสมาธิบริบูรณ์อยู่ตลอดเวลา แต่หากเผลอไปประคองสมาธินั้นไว้
ด้วยการจงใจเพียงนิดเดียว อาการหนักๆแน่นๆ นั้นแหละจะเป็นวิบากที่ทำ
ให้จับได้ว่า เผลอใส่เจตนาเข้าไปแล้ว จะทำให้เข้าใจการใช้เจตนาระหว่าง
การปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น พอรู้ทันการเผลอใช้เจตนาบ่อยๆเข้า ก็จะมีโอกาสเห็น
สภาวะที่ไม่เจือเจตนาอยู่ ในขณะที่ สติ ยังบริบูรณ์ สมาธิหรือฌาณก็บริบูรณ์
และเมื่อนั้น ญาณทัศนะก็จะแจ่มใสพอให้เห็นความเป็นจริงได้ถึงที่สุด
พระท่านจึงมักกล่าวว่า เผลอเพ่งจ้อง จะดีกว่า เผลอลืมเนื้อลืมตัว เพราะตอน
ที่รู้ตัว รู้ทัน การรู้ตัวว่าเผลอเพ่งจ้องจะให้ความพอดีมากกว่า การรู้ตัวว่าเผลอลืม
กายลืมใจ แต่......ก็ต้องแลกมากับผลของวิบาก...ตรงนี้แหละที่ทำให้ทนกันไม่
ได้ แต่ก็มีวิธีอยู่บ้าง คือ สมาธิอินทรีย์ต้องมีมากสักหน่อย จิตมันถึงจะไว จะได้
รู้ทันว่าเผลอไปใช้เจตนา(ทำสมาธิ) ตรงนี้จะสับสนเรื่องสมาธิ ต้องไปทำความ
เข้าใจเรื่อง อินทรีย์ กับ พละ
อีกนิด :
ธรรมเบื้องปลายนั้น จิตบางทีมันแสบ พอมันไปเคยเห็นธรรมเข้า มันจะพอจดจำ
ได้บ้าง ตอนที่เราปฏิบัติอยู่แล้วมีตัณหาเจืออยู่ตั้งแต่ก่อนจะปฏิบัติในวาระนั้น จะ
เกิดการผลิกเอาเจตนามาใช้โดยไม่รู้ตัว สภาวะธรรมอันเป็นที่สุดจะถูกก๊อปปี้ออก
มาเหมือนกับว่าเห็นมันอยู่ แบบนี้ก็มีได้นะ แต่ทำไมรู้ทันว่า ไอ้ที่เห็นตะกี้นี้ของ
ลวงของพูดได้ ก็เพราะมันพูดได้จริงๆต้องสังเกตุ และอีกตัวก็คือ วิบากจิต มัน
เกิดขึ้นจริงๆ มันหนักๆแน่นๆ หากเราไม่สังเกตแล้วเพิกเฉยลืมระลึกดูตัวนี้ เพราะไป
ยินดีกับการได้เห็นได้ฝุ้งธรรมได้บรยายถึงมัน(จิตมันหลอก) ก็จะเสียหายมาก
แต่เพราะซ้อมรู้จักดูอาการรูปนามของทางที่ผิดไว้เยอะทำให้ไม่โดนมันหลอกเอา
จิตมันร้าย
k.kwan
19-08-2008, 12:00 PM
ไม่มีอะไรในกอไผ่หรอกท่าน
พอดีเพื่อนที่ทำงานขอยืมหนังสือ ทางเอก
เลยหยิบติดมือมาจากบ้าน แล้วตอนอยู่บนรถเมล์
อ่านสารบัญแล้ว สนใจเรื่องนี้ สุดโต่ง กับทางสายกลาง
เลยเปิดอ่านดู แป๊บนึง เลยรู้ตัวว่า ยังหลงอารมณ์บัญญัติ นั่นแหละ ++"
ก็เลยตัดแปะไว้อ่านเตือนจิตตัวเอง
(โพสท์ก่อนจะไปอ่านกระทู้โต้ธรรมโน้น..อะ)
แล้วอาทิตย์ก่อนไปหาหลวงพ่อ ท่านเทศน์เรื่อง อริยสัจ4
มาอ่านต่อ ก็... เข้าใจมากขึ้นอีกนิดนึง แค่นั้นแหละ
มีแต่ หลงว่าหลง กะ หลงว่ารู้ อิอิ ยังไม่อ๋อ ซักที อะดิ
แต่ไม่เซ็งเป็ดละ... ก็รู้สึกดีขึ้นจิ๊ดนึง เจออะไรก็พอยิ้มออกได้
เพียงนาม
19-08-2008, 12:13 PM
แวะมาทัก พักหรือยัง....ทานข้าวด้วยนะ คะ
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik2/girl/183716.gif
k.kwan
19-08-2008, 12:17 PM
หวัดดี นู๋เพียง โฮะ โฮะ โฮะ ...
อันนี้ ก๊อปจากกระทู้คุณบรัช (ไว้เตือนจิตตน)
เมื่อมีความหวัง ความผิดหวังจะรอคอยเราอยู่
เหตุที่พระบรมศาสดาทรงสรรเสริญพระมหากัจจายนะว่า
เป็นผู้มีปัญญามากก็เพราะพระมหาเถระเจ้าเป็นผู้สามารถ(เอตทัคคะ)
ในการแสดงธรรมขยายความย่อให้ละเอียดชัดเจนแจ่มแจ้ง
คราวหนึ่งพระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมแก่ภิษุทั้งหลายว่า
"ผู้มีปัญญาไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรมุ่งสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
เพราะว่าสิ่งใดล่วงไปแล้วสิ่งนั้นก็ละเสีย สิ่งใดยังมาไม่ถึง สิ่งนั้นก็ยังมาไม่ถึง
ผู้ใดเห็นแจ้งธรรมที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้าในที่นั้นๆในกาลนั้นๆ ไม่ง่อนแง่น
ไม่คลอนแคลน ครั้นรู้ธรรมนั้นแล้ว พึงให้ธรรมนั้นเจริญเนืองๆ
ความเพียร ควรทำวันนี้แหละ ใครเล่าจะพึงรู้ว่าความตายจะมีต่อพรุ่งนี้
เพราะว่าความผัดเพี้ยนต่อมฤตยุราชที่มีเสนา(กองทัพ)ใหญ่นั้นไม่มีเลย
ผู้รู้ที่เป็นคนสงบระงับ ย่อมกล่าวสรรเสริญผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้าน
ในกลางวันและกลางคืน อยู่ด้วยความไม่ประมาท อย่างนี้ว่าผู้มีราตรีเดียวเจริญ "
พระสูตรนี้เรียกว่า ภัทเทกรัตตสูตร ว่าด้วยผู้มีชีวิตอยู่ราตรีเดียวก็เป็นผู้เจริญ...
ภิกษุทั้งหลายฟังแล้วยังไม่เข้าใจ พระบรมศาสดาของเราทรงแสดงจบแล้วก็เสด็จ
เข้าที่ประทับ ไม่ได้ทรงอธิบายอะไรอีก ภิกษุทั้งหลายจึงไปขอร้องให้พระมหากัจจายนะอธิบายให้ฟัง
ภิกษุเหล่านี้ก็คงจะเหมือนลูกที่กลัวหรือเกรงใจพ่อสักหน่อยก็เลยไปให้พี่ช่วยสอนบ้าง
พระเถรเจ้ากลับคิดว่าภิกษุเหล่านี้น่าจะได้ประโยชน์จากพระบรมศาสดาซึ่งเปรียบเหมือน
แก่นไม้ต้นใหญ่ รากใบแข็งแรงแล้ว มากกว่าท่านซึ่งเปรียบเหมือนแก่นไม้ต้นเล็ก
รากใบยังอ่อนอยู่ จึงกล่าวว่า
"ผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
ควรถามข้อความนี้กับพระองค์ ทรงตอบอย่างไรก็จำไว้อย่างนั้น
พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงรู้สิ่งที่ควรรู้ ทรงเห็นสิ่งที่ควรเห็น
ทรงเป็นผู้มีจักษุมีญาณ ทรงนำไปสู่ประโยชน์ ทรงให้อมตะธรรมเป็นเจ้า
ของแห่งธรรมอยู่แล้ว "
" เมื่อบุคคลคำนึงถึงอารมณ์ในอดีตที่เคยได้เห็น ได้ฟัง ได้สูดดม ได้ลิ้มรส
ได้ถูกต้องด้วยกาย และโดยความรู้สึกว่าเป็นของเรา ความกำหนัดพอใจใน
สิ่งเหล่านั้น ย่อมผูกพันวิญญาณ เพราะวิญญาณอันความกำหนัดพอใจนั้นผูกพันแล้ว
ผู้นั้นย่อมเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ ผู้ที่เพลิดเพลินอยู่อย่างนี้
ชื่อว่าตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว "
ถ้าไม่คิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของเรา ความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นๆ ก็ไม่ผูกพันวิญญาณได้
เขาย่อมไม่เพลิดเพลินในสิ่งนั้นๆผู้ไม่เพลิดเพลินอย่างนี้ ชื่อว่า ไม่ตามคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไป
บุคคลตั้งจิตใจไว้เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนยังไม่ได้ว่า ในภายหน้าเราจะได้เห็นรูปอย่างนี้ ฟังเสียงอย่างนี้จะได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัสถูกต้องและอารมณ์ทางใจอย่างนี้ๆ
เมื่อตั้งจิตอย่างนี้ เขาย่อมเพลิดเพลินในอารมณืนั้น ผู้เพลิดเพลินอย่างนั้น
ชื่อว่ามุ่งหมายสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
ถ้าบุคคลไม่ตั้งจิตไว้อย่างนั้น เขาย่อมไม่เพลิดเพลิน
ผู้ไม่เพลิดเพลินอย่างนั้น ชื่อว่าไม่มุ่งสิ่งที่ยังไม่มาถึง
ตากับรูปเป็นต้นอันใดเกิดขึ้นเฉพาะหน้าปัจจุบัน
ถ้าความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นๆผูกพันวิญญาณแล้วเขาย่อมเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ
ผู้เพลิดเพลิดในอารมณ์นั้นๆผู้ที่เพลิดเพลินอยู่อย่างนี้
ชื่อว่าง่อนแง่นคลอนแคลนในสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
ถ้าความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นๆไม่สามารถผูกพันวิญญาณได้
เขาย่อมไม่เพลิดเพลินในสิ่งนั้นๆ
ผู้ไม่เพลิดเพลินอย่างนี้ ชื่อว่าไม่ง่อนแง่น
ไม่คลอนแคลนในสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า"
บุคคลทั่วไป 3 คน
19-08-2008, 12:26 PM
อ้อ แล้วไป อย่างนี้ก็โยนให้ ธรรมะจัดสรร ไป
* * * *
มีขยายผลแล้วหรือ ไม่ทันไรมีเพื่อนมาสนทนาธรรมขอธรรมซะละ
จัดการให้ดีเน้อ แต่ไม่เซ็งเป็ดแล้วนี่ แปลว่า วางตัวจิตเป็นแล้ว(ซ้อมไว้)
มันยังเป็นได้อีกนะ ไม่หายง่ายๆหรอก หลง นี่มันธรรมชาติยืนพื้น
* * * * *
แต่จะเห็นแล้วนะ ว่า ธรรมะบทเดิม มาอ่านอีกรอบ มันมี รสธรรม เกิดขึ้น
บรรยายไม่ได้ รู้แต่ว่า มันมีความรู้เพิ่มเติม จากเคยที่เข้าใจไว้แล้ว แต่ที่
ตัดแปะ หรือ ท่อง ต้องดูดีๆนะ ต้องขออนุญาติทักไว้ก่อนว่า อาจจะไป
เผลอยินดีกับสมถะ คือ ติดสุขใจที่ได้อ่านบทธรรม(สวดมนต์) มันจะให้
สุข ออกมาเหมือนกับนั่งสมาธินั้นแหละ แล้วเผลอไปติดใจ อาการสุข นั้น
เข้า ก็จะวนเวียนได้ แต่ถ้าทำไปเพราะรู้ว่ามันเป็นเครื่องอาศัย เป็นวิหารธรรม
แบบนี้ใช้ได้ คือ รู้ว่าเป็นอุบายทำให้จิตมีสมาธิ แบบนี้จะถูกต้อง แต่ถ้าไป
ฟังทั้งวันทั้งคืน สวดทั้งวันทั้งคืน อ่านทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้เกิดปิติ เกิดสุข
และเกิดอภินิหารความบังเอิญ ต้องรู้ทัน (แฟนผมติดตัวนี้ แกะไม่ออก ต้องๆ
ค่อยๆดึงออกมา เจ้าหล่อนเฉลียวฉลาดกว่าผมหลายเท่า)
* * * *
อนุโมทนา การปริจาคะที่ให้หนังสือเพื่อนครับ
บุคคลทั่วไป 3 คน
19-08-2008, 12:34 PM
ตะกี้เหมียว เหมียว(แฟน) พึ่งโทรมา มาพูดเรื่อง กรมอุดตุฯ ประกาศเตือนภัยพายุ
แล้วก็วกมาเรื่องการปฏิบัติ สงสัยจะเริ่มมีแววเห็น ทุกทีผมต้องชวนคุย นี่เริ่มคุย
มาก่อนละ ต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่เลย
คิดไปแล้ว ก็ต้อง ขอบพระคุณ คุณงูที่เลื่อยมานอนแช่แป้งตรงทางเดินเท้า
คือ เธอลากผมไปเดินตอนเช้าที่ศาลากลาง ระหว่างเดิน งูมันนอนขวาง
ทางเดินอยู่ห่างไปสองก้าวเอง ผมเห็นเลยร้อง "เหมียว เหมียว" เจ๊หันมา
ด่า "อะไร!!" อย่ามาร้องให้ฉันตกใจสิ ฉันก็เห็นมันอยู่ ( เห็นอะไรกัน
ห่างไปสองก้าวเท่านั้น -- แล้วผู้หญิงที่ไหนไม่กลัวงู )
พระท่านว่า เวลาคนตกใจ จะเริ่มเห็นอาการ จิตไหลรวม ได้ จะทำให้แยก
ได้ว่า นั้นตัวคิด(ขันธ์) และนั่นจิต(ที่มันรวมตั้งมั่น) นั่นมาแส่ส่าย(ใจสั่น แต่
ตั้งมั่น เพราะเอ็ดเราได้อยู่ ควบคุมบทพูดได้เนียนทีเดียวละ -- หมูกระดาษ )
ดีนะที่รู้ตัวว่า บทพูดของผมนั้นมีแค่นั้นแหละ ("เหมียว เหมียว") ไม่งั้นทะเลาะ
จะเสียการณ์ใหญ่
สาธุ ขอให้เห็น ตัวสติ ทีเต๊อะ จะได้รู้ว่า อะไรคือ สติ อะไรคือ สติ(ที่เขาคิดว่าใช่)
k.kwan
19-08-2008, 03:26 PM
อารมณ์ขันเป็นสิ่งยอดเยี่ยมที่สุดที่ช่วยรักษาสิ่งอื่นได้ เพราะทันทีที่เกิดอารมณ์ขันความรำคาญและความขุ่นข้องหมองใจจะมลายไปกลับกลายเป็นความเบิกบานแจ่มใสของจิตใจเข้ามาแทนที่ http://board.trekkingthai.com/board/emoticon/icon/PdZWhmtEnt.gif http://board.trekkingthai.com/board/emoticon/animate/cute97.gif http://board.trekkingthai.com/board/emoticon/newicon/U0JCFRyDCk.gif
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>http://board.trekkingthai.com/board/images/avatar/icon/20.gif นายตั่ว (http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=108021&topic_id=109202&&page=2#)</TD></TR><TR><TD>http://board.trekkingthai.com/board/images/avatar/display/Avartar/trekking/qII3IPmY.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
walaphako
21-08-2008, 03:51 PM
แล้วกาทู้นี้มันมาอยู่ในห้องนี้เพราะอารายค่ะเนี่ย ไม่เห็นมีไรที่น่าเป็นห่วง อันอื่นหยาบคายกว่านี้ยังอยู่ห้องโน้นอยู่เลย
k.kwan
21-08-2008, 07:49 PM
อิอิ ตั้งใจอยู่ห้องนี้เพราะสงบดีนะคะ
ไม่มีอะไรในกอไผ่
กะส่วนตั๊วส่วนตัว ไว้ระบายความในใจ
จะได้ไม่กระทบกระเทือนใจคนอื่นนะคะ
แบบว่าไร้สาระไปงั้นๆ
ปล.walaphako (http://board.palungjit.com/member.php?u=221050)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1443617", true); </SCRIPT> จะมาระบายความในใจก็ได้นะคะ กาทู้สาธารณะ เอามันส์ ไม่เอาสาระ อิอิ
walaphako
21-08-2008, 08:06 PM
o.k ได้เลย ที่พิมพ์ตอบน้อยเพราะว่าเราพิมพ์ดีดไม่เก่ง เรายังหาจิ้มๆอยู่เล้ย อิๆ
walaphako
21-08-2008, 08:10 PM
;aa38เราว่าเราฟังคนบางคนพูดธรรมะเยอะไปแล้วเราไม่รู้เรื่อง ปริยัติไม่เข้าหัวเลย กะว่าอ่านๆแล้วก็พยายามเข้าใจ มันคงจะเข้าหัวมั่ง ที่ไหนได้ไม่เข้าเลยนิ โฮะๆๆแต่เราชอบที่เขียนก็มีอยู่หลายคนสั้นๆแต่ได้ใจความ
k.kwan
21-08-2008, 09:04 PM
เรื่องธรรมะก็แปลกดีนะคะ
ไม่อยากรู้จึงเข้าใจ
ยิ่งหายิ่งไม่เจอ พอหยุดก็พบเอง
เราก็ว่าชีวิตนี้ก็โชคดี ได้มาสิงที่นี่ อิอิ
เมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจอยู่ไปอยู่มาก็เก็ตไปเอง งงเหมือนกันนิ
walaphako
22-08-2008, 07:52 AM
เราว่าเราก็จะอาศัยอยู่มาอยู่ไปให้มันซึมๆไปเองน๊ะ เพราะว่าเราว่าเรายังปฏิบัติมาน้อย แบบว่าไปหลงแสงสีอยู่นาน ตอนนี้เลยต้องตามเก็บสัญญาไปก่อนนะ ขอเป็นผู้อ่านๆๆๆๆๆ
k.kwan
22-08-2008, 08:26 AM
คิดถึงเจ้ สันโดษ แฮะ (ไม่ครบขาแหะแหะ)
จะว่าไปก็โชคดีนะ
ตอนมาสิงใหม่ๆ มีคนคอยทุบมั่ง คอยให้น้ำมั่ง
คอยสะกิดมั่ง อิอิ ครบทุกรส ถ้าใจกว้างยอมรับได้ ก็มีแต่ได้
เหมือนพ่อแม่แบบว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี
ดูๆไปนะ เรานี่ก็ใช่ย่อย อิอิ (กระทบคนอื่นเยอแยะ ดีที่ท่านเหล่านั้นไม่ถือโทษโกรธเคือง คนที่นี่ใจดี อิอิ)
มีครบทุกตัว หลงตัวเอง เย่อหยิ่ง ทิฏฐิมหาศาล
แล้วก็ โง้วววว โง่ว แต่อยากอวดฉลาด อิอิ
ตอนนี้ก็ยังมีครบ เยอะอยู่เหมือนเดิม อิอิ
แต่ดีขึ้นมาจิ๊ดนึง คือรู้ทันบ้างเป็นบางเวลา
ก็เลย ระงับไว้ได้บ้าง แต่ก็หลุดไปเยอะ นะ
(ถ้าไม่แสดงออกมา ก็ไม่ชัด ก็เลยต้องมาระบายไว้ที่นี้ มันต้องทวนไปทวนมา)
แต่ก็อ่านจนตาลายแหละ กว่าจะยอมรับตัวเองได้นิ
สู้ไป อย่าได้ถอย เจอนาทีทองแล้วต้องคว้าไว้เนอะ
ใครจะคว้าอะไรก็คว้าไป วืดไปวืดมา ก็มาตรงกลางเองแหละ
สำคัญว่า อย่าลืมเขาทุกขณะจิต ระลึกถึงเขาทุกลมหายใจ
ทุกครั้งที่ระลึกได้ ก็ระลึกถึงเขาไว้ รู้จักเขาให้ได้ (ความเห็นส่วนตัว)
แต่มันยากตรงทำให้เป็นธรรมชาตินี่แหละ มันจะฝืนไปเรื่อย
ลองผิดลองถูกไปเรื่อย พอทำถูกได้ก็รู้ของมันเอง
เพ่ง เผลอ ลืมกายลืมใจ หลง รู้ ระลึกไปเรื่อย เด๋วก็รู้ตัวเอง
เหนื่อยก็พัก หาอะไรที่สบายใจทำ ขำขันบ้างจะได้แจ่มใสเบิกบาน
แต่ก็ต้องหาทางเข้าสู่ทางสายกลางของตัวเองอยู่ดี นิสัยคนเราไม่เหมือนกันเนอะ
เรื่องธรรมดาของตัวเราเอง ที่ต้องทำความรู้จักตัวเราเอง
ด้วยตัวของเราเอง "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"
พระพุทธองค์ทรงชี้หนทางไว้แล้ว มีมรรค 8 เป็นหนทาง
สรุปลงมาได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา
สัมมาสมาธิ สัมมาปัญญา ทำได้ถูกก็เริ่มต้นเดินได้ถูกทางแล้ว
k.kwan
22-08-2008, 09:19 AM
http://board.trekkingthai.com/board/upload/photo/2008-08/ad8b0e58a755ab44143e1a2cfd797f28.jpg
ดูภาพนี้แล้วก็ให้ความรู้สึกว่า เรามาอาศัยเขา(โลก)อยู่ แต่พออยู่ไปมันเกิดผูกพัน มีความคิดว่านี้คือของเราซะงั้น(บ้านของเรา เงินของเรา ตัวของเรา ลูกของเรา ปั๋วของเรา)
เรารู้สึกแล้ว แต่เขาคนนั้น(จิต) ยังไม่รู้ ก็เลยยังปล่อยวางไม่ได้ พอเรารู้ตัวเขาก็วางได้แป๊บๆนึง เด๋วเขาก็ยึดอีก
พอรู้ตัวก็วางอีก จนกว่าเขาจะซาบซึ้งถึงความจริงของกายของใจนั่นแหละ แต่ก็เมื่อไรก็ไม่รู้นะ ได้แต่เพียรรู้ตัวไปเรื่อยๆ แบบเล่นๆ แบบงั้นๆ เมื่อไรก็เมื่อนั้น (เพราะถ้าเอาจริงก็หลุดจากทางสายกลางอีก ฮ่วย... แต่ก็ไม่ใช่ปล่อยตัวปล่อยใจตามใจกิเลสนะ ฮ่วย...อีกที)
ตอนนี้เราก็เป็นแบบนี้แหละ
แล้วถ้าเขาและฉันปล่อยวางได้ จะเป็นยังไง ไม่สนใจอะไรเลยหรอ ทิ้งทุกอย่างทุกคนไว้ข้างหลังหรอ
นั่นดิ น่ากลัวเนอะ เอายังไงดี อย่าสับสนดิ คิดมากไปก็งี้แหละน้า
ก็ปล่อยวางความคิดปรุงแต่ง คงรู้สึกได้ถึงความจริง ของจริง ขณะที่เกิด ขณะปัจจุบัน
ไม่ได้หมายถึงให้ทิ้ง แต่ให้ปล่อยวางอารมณ์ ความคิดปรุงแต่งที่บังตาเราไว้จากความเป็นจริง
เราก็จะสามารถดำเนินชีวิตด้วยสติไม่หลงไปกับสิ่งต่างๆ ไม่หลงยึด ก็ไม่ทุกข์เพราะยึด
แต่ก็ต้องทำหน้าที่ไป จะอยู่ไปด้วยยึดทุกข์ยึดสุขเป็นสรณะ หรือ จะอยู่ไปโดยรู้ทันทุกข์และสุข
รักษาใจให้เป็นกลาง มีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ เป็นสรณะ ก็...นะชีวิต เลือกเอง อีกแระ
อิอิ เพ้อเจ้ออีกละ ยังไม่รู้จริงนะแหละ ก็ว่ากันไปงั้นๆ ชาล้นถ้วย ซะงั้น
บุคคลทั่วไป 3 คน
22-08-2008, 10:26 AM
แจ่ม
:)
k.kwan
22-08-2008, 10:43 AM
แจ่มตรงที่รู้ว่าเป็นชาล้นถ้วย ใช่ปะคะ
แหะ แหะ
บุคคลทั่วไป 3 คน
22-08-2008, 11:35 AM
ถ้า รู้สึกนะ รู้สึกว่า จะกล่าวหาตนว่าเป็นชาล้นถ้วย แบบนี้คือ
รู้สึก รู้ทันการปรุง แบบนี้แจ่ม
แต่ถ้าตัวตนอินเข้าไปกับชาล้นถ้วย สลายตนนะ แต่เอาตนกลายเป็น
ถ้วยที่มีชาล้น ไปเห็นเต็มๆ มีน้ำหนัก ไหลวืดเข้าไป ไม่มีภาวะ แยก
รู้ว่า กำลังกล่าวว่า ชาล้นถ้วย แบบนี้ก็แย่นิดหน่อย แต่ไม่เสียหายอะไร
ดีกว่าไปทำตัวเต็มโลกธาตุ
k.kwan
22-08-2008, 11:47 AM
ของจริงมีแค่ เห็นรูปแล้วรู้สึกว่า... แว๊บแรก เท่านั้นแหละ
ที่เหลือปรุงเองล้วนๆ แหะ แหะ ดูเขาปรุงไปงั้นๆแหละ มันห้ามบ่ได้นินา
พอมันล้นออกมา ก็สบายหายจากอาการ จิ๊ดๆ
walaphako
23-08-2008, 02:54 PM
เราก็เป็นคนนึงนะ เรามีหลายอารมณ์ อยู่ในตัวเอง เวลาเย็นก็ดูเฉื่อย เวลาร้อนก็เบรกแตก เรากะลังหาความสมดุลในตัวเองอยู่ เราชอบมาอ่านโดยเฉพาะกระทู้รวมมิตร ที่มีคุณสันโดษ คุณขวัญ คุณหลง(ทาเคชิ) คุณ พายุทะเลทราย บุคคลทั่วไปสามคน ฯลฯ เรารู้สึกได้ว่าเราอ่านแล้วเราได้ๆอะไรๆไปอย่างไม่รู้ตัว มันซึมๆเข้าไปๆ อ้อแล้วยังมีคุณแพน้อย คีตเสวี อั่งไล้ อยากจะคุยๆออกมาเป็นตัวหนังสือนะแต่เราพิมพ์ช้า เลยอ่านซะเยอะกว่า555
บุคคลทั่วไป 3 คน
23-08-2008, 10:58 PM
คนเราทุกคนว่าย-วนผลกรรมนำเนื่อง
ตกต่ำรุ่งเรืองเกี่ยวเนื่องแต่กรรมของตน
ความดีค้ำจุนจากบุญกุศล
ความชั่วจากบาปทุกข์ทน
เพราะตนนั้นก่อเวรไว้
บางคนถือดีมั่งมีเพราะทำกรรมชั่ว
นั่นบาปสาบตัวเกลือกกลั้วมัวเมาเขลาไป
บางคนระอาว่าเหตุไฉน
ทำดีแต่จนเหลือใจ
ไม่เห็นได้ดีเหมือนว่า
อย่าเพลินถือว่าเงินเป็นใหญ่
จิตใจเหนือสิ่งใดล้ำค่า
เพราะความทุกข์ความสุขใด
เป็นที่ใจใช่ที่ตา
อย่าพะวงหลงลืมตน
ทำดีทุกทีต้องมีผลดีโดยทั่ว
ก่อกรรมทำชั่วได้ชั่วตอบแทนทุกคน
คนดีรักดีโชคดีมีผล
คนชั่ว-ชั่วโฉด-เฉาชนม์
ไม่พ้นผลกรรมซ้ำเติม
http://media.dhammajak.net/music/wma/sound1/sound_13.wma
k.kwan
25-08-2008, 04:30 PM
วันนี้มีเรื่องเล่าส่วนตั๊ว ส่วนตัว
ในตัวเรามีอะไรซักอย่าง ที่คอยผลักดันเราให้เป็นไปต่างๆนาๆ
เราห้ามไม่ได้ มันจะเกิดก็เกิดเอง จะกดไม่ให้แสดงอาการก็ไม่ได้
เวลาเขินอายหน้าแดง
เวลาตื้นตันก็น้ำตาไหล
เวลาตกใจก็ใจสั่น มือสั่น ระริก ระริก
เวลาโกรธ หงุดหงิด ไม่ได้ดังใจ ก็เสียงจะดังขึ้น (พาลพาโล อิอิ)
มีอีกเยอะ นึกไม่ออก
อาการทั้งหมดนี้ คือเขา คนนั้น ในตัวฉัน
ฉันได้แต่รู้สึกว่าเขามีอยู่ ได้แต่มองตาปริบๆ ทำอะไรมิได้
ก่อนที่ฉันจะหัดภาวนา ฉันไม่เคยคิดว่ามีเขาอยู่ มีแต่ฉันคนเดวเท่านั้นในโลกแห่งนี้
เมื่อฉันหัดภาวนา เริ่มทำความรู้จักเขา อย่างที่เขาเป็น
เขาก็เริ่มรู้ตัว ตามฉันบ้าง จนเด๋วนี้เขามีอาการต่างๆน้อยลง
ไม่หน้าแดงเวลาเขินอาย เพราะอะไรก็ไม่รู้นะ ก็ดูๆอยู่
ร้องไห้เก่งขึ้น ไม่รู้เพราะอะไร ก็ดูๆอยู่
เวลาโกรธ หงุดหงิด ก็ยังเสียงดังอยู่แต่เพลาลง เป็นไม่นาน
แต่มีอย่างนึง เฉยมากขึ้น ไม่ค่อยคิดกระจุยกระจาย
(แหง๋ซิ พอเขาคิด ฉันรู้ตัว เขาก็หยุดคิดซะงั้น)
เหมือนเขาจะรู้ว่า คิดไปก็งั้นๆ เพราะฉันสะกิดเขาบ่อยมั้ง แหะแหะ
หรือว่าเขาจะรู้ว่ามุขเดิมๆ ฉันไม่หลงกลเขาแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเล่นตลกอะไรกับฉันนะนี่ ก็ดูๆอยู่
ยังไงเสียฉันกับเขาก็คือคู่หูกัน ต้องเรียนรู้ชีวิตการมีอยู่ซึ่งกันและกัน
จนแจ่มแจ้งแดงแจ๋ในความเป็นจริงทั้งสองข้าง ละนะ
ฉันและเขาช่างโม้เก่งจริงๆเรย นะนี่ เพ้อเจ้อไปเรื่อย แหะแหะ
บุคคลทั่วไป 3 คน
25-08-2008, 09:06 PM
มันส์
นักปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง ศรัทธาตั้งมั่นอยู่ เขาจะเทียวรู้ไปในทุกข์ กิเลส
โดยที่จิตยังมีความสุข ผลของนิโรธน จิตว่างจากกิเลสสามารถเกิดขึ้นได้
ทันทีที่ภาวนาเป็น ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธองค์
ความอัศจรรย์ และพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์มากมีเกินประมาณ
walaphako
25-08-2008, 09:48 PM
มาเยี่ยมจ๊า
k.kwan
26-08-2008, 09:07 AM
หวัดดีจ้า walaphako (http://board.palungjit.com/member.php?u=221050)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1453583", true); </SCRIPT>
มาดูคนบ่นหรอ อิอิ อมไว้เยอะก็งี้แหละนะ ต้องค่อยๆคายออกมา ของมันร้อน...
พอคายออกมา ก็สงบ ไม่มีอะไรในกอไผ่ คายก็ให้รู้ว่าคายออก(ชาล้นถ้วยน่ะ)
เขาและฉัน ก็นะ เราเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เซ็งเป็ดซึ่งกันและกัน อิอิ
คงเป็นเพราะ ฉันอัด อัด อัด ยัดเยียดให้เขามานาน อ่านเยอะ ยัดทะนานเยอะ
ก็เลยต้องมาฟังเขาพากษ์(ฟุ้งซ่าน) อยู่เนี่ย เป็นวิบาก ละมั้ง(กรรมสนอง) แหะแหะ
พอเขาฟุ้งออกมาเป็นตัวหนังสือ เขาก็รู้แล้ววางเอง เลิกคิดเรื่องเดิมไปได้
ถ้าฉันไม่ให้เขาออกมาเป็นตัวหนังสือนะ เขาก็วางแป๊บๆ เด๋วก็คิดเรื่องเดิมอีกละ(ภาษาวัยสะรุ่นก็ จิ๊ดๆ นั่นแหละ)
ถึงต้องยอมเขาจิ๊ดนึง ให้ออกมาหายใจเรียนรู้โลกของความจริงด้วยกันอย่างนี้แหละ
รุป่าวคะ ความในใจของฉันและเขา ก็มีดังนี้แล ไร้สาระเนอะ
นึกถึงภาษาของจอมยุทธ แหะ แหะ
ได้ยินภูเขาไกรลาส ก็อยากรู้จัก ก็กูเกิ้ลหาไปว่าภูเขาไกรลาสคืออะไร
พออ่านจนจำได้ เข้าใจว่าภูเขาไกรลาสคืออะไร รู้แต่ตัวหนังสือก็อยากสัมผัสของจริง
ได้เห็นรูปภูเขาไกรลาส ก็ยังแค่เห็น ไม่ได้สัมผัสของจริง ไม่ได้กลิ่นอายของจริง
อยากสัมผัสว่าภูเขาไกรลาสเป็นอย่างไร สวยงามดังคำร่ำลือ เล่าอ้างขนาดไหน
ก็ต้องออกเดินทางไปเอง บางคนชอบเดินทางด้วยเครื่องบิน บางคนชอบรถไฟ
บางคนชอบโบกรถ บางคนชอบเดินเท้า ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน
หนทางก็มีคนบอกแล้ว พก ฉันทะ วิริยะ อุตสาหะ แล้วก็ออกแรงเข้า
7วัน 7เดือน 7ปี 7ชาติ 70ชาติ 700ชาติ หรืออนันตชาติ ก็ไม่เป็นไร (ดีกว่าไม่รู้นิ)
เพราะฉันและเขา รู้แล้วว่าหนทางนี้มีอยู่จริง มีคนเดินทางจริง ไปถึงแล้วจริง
ก็คลายความสงสัยใคร่รู้ลงได้ เหลือแต่เพียรไปให้ถึง เข้าทางสายกลางให้ถูกเนืองๆ
ผลขั้นแรก จะเกิดหรือไม่เกิด ก็แล้วแต่ไม่คิดอะไรแล้ว
(จริงป่าวเนี่ย ฉันไม่ค่อยแน่ใจเขาเท่าไรหรอกนะ อย่าประมาทก็แล้วกัน จุ๊จุ๊..)
หล่อกระชากวิญญาณหลุด
26-08-2008, 10:34 AM
เจ๊ขวัญเป็นไงบ้าง จากแก้วน้ำ
k.kwan
26-08-2008, 11:55 AM
ว๊าว ดีใจจังที่เจอ คิดถึงมากเรย
ตอนนี้ ชิวๆ มาก รู้ตัวจิ๊บๆ เพียรอยู่ในทางตามที่เขียนมานะแหละ
ยังอยู่ในทะเลอยู่เร้ย แต่รู้เขา รู้เรา มั่งแหละ ยังสอบไม่ผ่านนะ
พอจะเข้าใจจิ๊ดนึง เรื่องทางสายกลาง คิดว่าน่าจะใช่นะ แหะๆ
สักว่ารู้ สักว่าเห็น ไม่ปรุงแต่ง รู้ลงในปัจจุบัน แต่ทำให้เป็นธรรมชาติมันยากอยู่นะ
ไม่ท้อหรอก ไม่ประมาท เพียรไปเรื่อย รู้ตัวลงปัจจุบันไปเรื่อยเท่าที่รู้ตัวได้ ระลึกได้
เผลอเยอะนานนนน นานๆจะรู้จึ๊กนึง ถ้าไม่ลืมแหะแหะ ก็แนะนำได้นะ ถ้าเห็นอะไรแหม่งๆ ฮี่ฮี่
หล่อกระชากวิญญาณหลุด
26-08-2008, 01:51 PM
ดีแล้วเจ๊ขวัญ ทำต่อไปเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้นะ
ตอนนี้แก้วเองก็เร่งเพียรอยู่เหมือนกัน
walaphako
26-08-2008, 03:34 PM
;aa8อิฮั้นยังไม่รู้ตัวเองว่าอยู่ตรงไหนเลย ต้องปฏิบัติๆๆๆเตือนตัวเองว่าอย่าขี้เกียจอยู่ในเวปพลังจิตมีคนเก่งมากมายต้องตักตวงความรู้ไปให้ได้อิๆ คุณขวัญสู้ๆ
สันโดษ
26-08-2008, 03:34 PM
http://board.trekkingthai.com/board/upload/photo/2007-10/1793516_J1I09GeH0Y0529.jpg
ภูเขานี้มีวิญญาณถูกกักขังอยู่ น่ากลัวมากๆเลย เค ไม่กลัวหรอสันโดษมองเเล้วกลัวมากมาย
k.kwan
26-08-2008, 05:32 PM
สันโดษไม่ชอบหรอ เค แค่เห็นว่าแปลกดี สงสัยจะความรู้สึกจะด้านแฮะ เอาข้อมูลมาเพิ่ม
แต่ถ้าสันโดษไม่ชอบ จะลบให้นะ บอกมาละกัน
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-1-1.jpg
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-1.jpg http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-1-2.jpg
แค่ความเชื่อของคนโบราณ ที่เล่าขานกันมานานแสนนานแล้วว่า เขาไกรลาส (KAILASH)อันเป็นมหาคีรีบรรพต ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ยอดเขาพระสุเมรุ คือ ศูนย์กลางของโลกและจักรวาล
ก็น่าจะเป็นความตื่นตาตื่นใจ ที่จะกระตุ้น เร่งเร้าให้ใครต่อใครอยากจะไปยลโฉมขุนเขาแห่งนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต มีตำนานว่า เป็นที่สถิตของมหาเทพสูงสุด คือพระอิศวรหรือพระศิวะของชนผู้นับถือศาสนาพราหมณ์
ขณะที่ชาวพุทธนิกายวัชรยานและมหายาน เชื่อกันว่า ขุนเขาแห่งนี้ เป็นที่ประทับของ Chakrasamvara ( Demchjog ) ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ผู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวธิเบต
แม้ผู้คนใน ศาสนาบอน (BONPO) ก็มีความเชื่อคล้ายคลึงกันว่าเทพเจ้าสูงสุดได้ประทับอยู่ที่นี่ เช่นเดียวกับพวกเชน ที่เชื่อกันว่า Adinath Rishabbdeva ซึ่งเป็น Tirthankara คนแรกของศาสนานิพพานที่นี่
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-2.jpg
มนต์ขลังของมหาบรรพตไกรลาสนี้ จึงมิใช่อยู่ที่ความสูง 6,714 เมตร หรือความมหัศจรรย์ของยอดเขาที่มีรูปทรงเป็นยอดปิรามิดและมีหิมะปกคลุมขาวโพลนอยู่ชั่วนาตาปีเท่านั้น
แต่เสน่ห์อันเย้ายวนยิ่ง ของเรื่องราวที่เกี่ยวกับขุนเขานี้ต่างหาก ที่ทำให้ไกรลาสเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณ ของผู้ที่แสวงหามาทุกยุค ทุกสมัย ทั่วโลก
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/_MG_4871.jpg
แม้ในเทือกเขาหิมาลัย จะมีขุนเขามากมาย เรียงรายอยู่กว่า หลายพันยอด แต่ทว่าไม่อาจนับขุนเขายอดใดจะทรงอานุภาพที่ยิ่งใหญ่ ในความศรัทธาของมวลมนุษย์ได้เท่า ขุนเขาไกรลาส
มันเป็นลายแทง เข้าสู่แดนหิมพานต์ ส่วนเล็กๆ ที่เคยเชื่อกันในยุคดั้งเดิมว่าเป็นรอยเชื่อมต่อระหว่างมิติโลก จักรวาล สวรรค์ และแดนโลกันต์ โดยมี พรมแดนมนุษย์กั้นอยู่ระหว่างกลาง
ในความเชื่อผู้ที่มาจาริกแสวงบุญย์ ณ เขาไกรลาส จากทั่วโลก จะพากันเดินธรรมยาตราด้วยเท้า รอบเขา ในระยะทางทั้งหมด 52 กิโลเมตร 1 รอบ ประมาณ 2 – 3 วัน จะกำจัดสิ่งที่ชั่วร้ายหรือว่าบาปออกจากตัว ทำให้โชคดี แต่ถ้าหากเดินได้ 108 รอบ จะสามารถบรรลุธรรมได้ก่อนตายในชาตินี้
โดยศรัทธาของชาวธิเบต จะพากันสักการะ เขาศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยการหมอบกราบในลักษณะอัษฏางคประดิษฐ์ไปรอบเขาก็จะได้บุญเป็นสองเท่า แต่จะต้องใช้เวลานานในการกราบถึง 2- 3 อาทิตย์
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-3.jpg
ในวันวิสาขบูชา ที่ผ่านมา จึงเป็นจุดนัดหมายของกลุ่มคนไทยเล็กๆ 12 คน ที่พากันดั้งดั้นไปแสวงบุญย์ในแดนหิมพานต์แห่งนี้
ด้วยการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร โดยเครื่องบิน ไปลงที่ กาฐมาณฑุ นครหลวงอันเป็นมรดกโลกของเนปาล จากนั้น ทีมนักผจญภัยชายหญิง ก็นั่งรถจิ๊บโฟร์วิวไดร์ เดินทางข้ามพรมแดนเนปาล และจีน เข้าเขตปกครองพิเศษธิเบต ไปอีก 7 วัน
ลดเลี้ยวเคี้ยวคดผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่ แห่งหิมาลายัน ค่ำไหนนอนนั่นท่ามกลางความทุระกันดาร และรสชาติของชีวิตที่แสนจะท้าทาย เรียกได้ว่า นอนกลางดินกินกลางทรายก็ไม่ผิดนัก
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-4.jpg
แต่ช่างงดงามด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ คละเค้ากับความดิบและดูไร้เดียงสาของผู้คนที่พบผ่าน ท้องฟ้า ก้อนเมฆ อันกว้างใหญ่ไฟศาล ช่างงดงามดุจภาพวาด เกินกว่าจินตนาการจะหยั่งไปถึง
สีสันของแสงตะวัน ตัดกับขอบฟ้าที่เวิ้งว้าง กว้างไกล สุดลูกหูลูกตา ผสมผสานกับสายลมแห่งความเหน็บหนาว และความมั่นคงของขุนเขาอันสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ทำให้เราทุกคน ถูกแยกออกจากโลกแห่งวัตถุและความศิวิไลซ์อันจอมปลอมอย่างสิ้นเชิง
ความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่ง เบาสภาพไร้น้ำหนัก ปรากฏขึ้นในสติที่แจ่มใส สงบนิ่ง เสมือนน้ำในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ มานาโซโรวา ( MANASAR )ได้ก่อตัวขึ้นล้ำลึก
ช่างน่าอัศจรรย์เหลือกำลัง สำหรับคนที่เคยพากเพียร ปฏิบัติจิตภาวนา มาหลายปี ไม่เคยพบประสบการณ์ สงบสุข และ ตื่นรู้ภายใน ได้มากมายเช่นนี้
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-5.jpg
มันเป็นความตื่นรู้ภายในอย่างที่ ติชนัชฮัน กล่าวว่าในหนังสือชื่อ “ ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ” คือ สงบ สุข แต่ทว่ารู้สึกถึงพลังแห่งสติอันมีขุมกำลังที่เปี่ยมล้น
เมื่อเราผ่านการรอนแรมอันยาวไกลยิ่งระยะผ่านเพิ่มพูน พลังในเลือดเนื้อ จิตวิญญาณ ก็ดูเหมือนจะถูกกระตุ้นจากพลังอันเร้นลับและบริสุทธิ์ยิ่ง จากขุนเขาและธรรมชาติรอบข้าง มนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลทราย ที่มีเมล็ดกรวด หิน ดิน ทราย นับประมาณมิได้กับแสงแห่งทะเลดาวนับล้านๆดวงบนฟากฟ้า ในยามค่ำคืน ช่างปลุกเร้าสัญชาติญาณ แห่งจิตเดิมแท้ให้ฉายแสงไฟแห่งชิวิตจนโชติโชนขึ้นยังไม่เคยมีที่ใด ในหิมาลัยที่พานพบมาแล้วกว่า 2- 3 หน จะตราตรึงเท่าคราวนี้
การเข้าสู่ภายในจิตอันดื่มด่ำ พบเห็นอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดและจิตที่เบิกบานกำลังผลิดอกออกช่อในรุ่งอรุณแห่งสายลม
ครั้นเมื่อลองกัดฟัน ลงอาบน้ำ ชำระล้างกายใจ ในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่า “ เกษียรสมุทร ” ก็ยิ่งให้ความกำซาบแผ่ซ่านไปทั่วทุกรูขุมขน สรรพรางค์กายสั่นสะท้านไปกับถึงขั้วหัวใจ ใครต่อใคร ชำระล้างด้วยน้ำก็ล้างได้แค่กายที่โสโครกปฏิกูล แต่จะชำระล้างใจที่แปดเปื้อนด้วยกิเลสตัณหาอุปทานก็คงจะต้องใช้ น้ำใจที่บริสุทธิ์เบิกบานจากข้างใน
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-6.jpg
คนในกลุ่มมีเวลากับขุนเขา ธรรมชาติ และการเจริญภาวนา ทิ้งโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง หลายคนได้มีโอกาสที่สัมผัส ลิ้มรสกับโลกภายใน ใจพบใจ และจิตพบอะไรต่ออะไรที่ตกค้างอยู่ภายใน
มีความหวังเดียวที่เป็นปณิธานร่วมกัน คือการรวมกันในคืนเพ็ญ 15 ค่ำสำหรับจิตอิสระและสมาธิภาวนา เพื่อแผ่เมตตาให้โลก ธรรมชาติ สรรพสิ่งที่มนุษย์ทำลายล้าง
วิกฤตโลกร้อน น้ำแข็งละลาย สัตว์น้อยใหญ่กำลังสูญพันธุ์ และนิเวศน์โลกอันล่มสลาย คือ สิ่งที่ทุกคนอยากจะเปลี่ยนแปลง เราได้ร่วมกันบรรเลงเพลงขลุ่ย ตีกลอง ร้องเป่าปี่ไม้ไผ่ / หมุนระฆัง และคริสตัลโบว์ล รวมทั้งส่งเสียงสังข์ ก้องกังวาน ทั่วขุนเขาน้อยใหญ่ กึกก้อง เพื่อแสดงเจตจำนง แห่งเสียงจากภายในใจให้กระหึ่มทั่วทั้งท้องทะเลสาป ผ่านสายลม ก้อนเมฆ และหินผา กระทั่งเม็ดทรายทุกๆเม็ด เพียงเพื่อเรียกหาพลังแห่งความรัก และการปกป้องปฐพีให้คืนกลับสู่โลกและจักรวาลอีกครั้ง
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-7.jpg
ถ้าน้ำตาและความรู้สึกจากใจของทุกคนที่หลั่งไหลพรั่งพรูออกมา จะช่วยเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนพลังงานแห่งความร้อนรุ่มให้เย็นชุ่มฉ่ำแก่โลกได้
คนทุกคน ที่เดินทางไกล ไป ไกรลาส คราวนี้คงจะปลาบปลื้มยินดี หากแม้จะเป็นเพียงฝุ่นธุลีที่ขับเคลื่อนให้โลกก้าวสู่ความสมดุลพอดีที่มันควรจะเป็นไป
การทำสมาธิ แผ่เมตตาให้โลก อาจจะเป็นความเชื่อแบบงมงายหรือเหลวไหล สำหรับใครบ้างคน แต่จะเป็นความจริงถ้า คนในโลกแผ่เมตตาให้กันและกัน เลิกทำลายธรรมชาติ เลิกแผดอารมณ์และความคิดอันล้างผลาญต่อกัน
http://www.powerlifecenter.com/images/1187853973/Mission-to-Kailash-8.jpg
ปฏิบัติการจิตอิสระ ของคน 12 คน ผ่านวันคืนที่รวดเร็ว เวลาเหมือนติดปีกบินได้ไปกลับธิเบต- หิมาลัย ไกรลาส 15 วัน หลงเหลือไว้ แค่ความทรงจำ และปณิธานอันยิ่งใหญ่ ที่ปรารถนาให้โลก และมวลมนุษยชาติ จงค้นพบสันติและความรักอย่างแท้จริงเพื่อโลกที่งดงาม สำหรับคนรุ่นต่อไป ที่จะเกิดตามมาในอนาคต
กรกฎาคม 2550
อ้างอิงจาก http://www.powerlifecenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=424230&Ntype=1
บุคคลทั่วไป 3 คน
27-08-2008, 04:56 PM
ฟังเพลง ศรัทธา หินเหล็กไฟ (http://www.imeem.com/people/G6k_lpP/music/rMJT7jRu/sms_acoustique_faith)
* * * * *
กลเม็ดเคล็ดลับดูจิต
หากเห็นสภาวะธรรมที่เหมือนมีแรงดันๆที่น่าอก แล้วดูออกว่าเป็น ตัณหา ผลักดัน
ให้ระลึกดูตัวนี้ไปเลย ดูให้แจ่มๆ ดูไว้เนืองๆ จะมีประโยชน์มาก
แต่
มีอีกตัวหนึ่งที่เกิดเหมือนดันๆ ที่น่าอก เรียกว่า วิบาก ซึ่งจะเกิดเป็นผลกรรมที่ชด
ใช้หลังจากมี เจตนา
ต้องแยกให้ออก ว่า อันไหนคือ วิบาก อันไหน คือ การดันของตัณหา
ตรงนี้เป็นปริศนา ต้องไประลึกรูป ดูเอาเอง ห้ามบรรยาย ทั้งสองตัวจะมีประโยชน์
มากในการตามรู้ตามดู เวลาทำอะไรผลาดไป ผิดจากทางสายกลางไป
แยกแล้วก็หมั่นสังเกตุ และหากเอาสภาวะธรรมนี้ไปส่งการบ้าน จะยืนยันการเห็นของดี
บุคคลทั่วไป 3 คน
27-08-2008, 11:18 PM
ทำไมไปไว รู้ไหวๆ แล้วเหรอ ก็...ไม่แปลกหรอก ขี้โมโหนี่นะ มันจึงภาวนาง่าย
หากดูไหวๆ เป็นแล้ว
สิ่งที่ควรทำไว้ คือ หา วิหารธรรม ที่เหมาะกับตน จากเดิมเราจะไม่รู้ว่าทำสมถะ
ตัวไหนถึงจะถูกจริตกับ ตอนนี้เราจะมีเครื่องมือวัดแล้ว ก็ไอ้ตัวไหวๆ นั้นแหละ
ลอง สวดมนต์ดู สวดเป็นแบล๊กกราวด์ แล้วสังเกตุ ว่า เห็นไปคิด หรือ เห็นไหวๆ
ถ้าเห็นไหวๆ ก็แปลว่า ถูกจริต
แต่พระท่านว่า หากการเห็น หลงไปคิด นี่ถูกตัวถูกต้องจริงๆ ไม่ได้เผลอคิดเข้าไปว่า
เห็นเผลอ(หลวงพ่อช่วยดูให้ได้) ก็ให้ดูตัวนี้ไปเลย จะดีกว่าไปดูไหวๆ หากไปดูไหวๆ
นี่จะติด เพราะมันจะไปเห็นนิมิต แต่ถ้ารู้ทันหลงคิดนี่คือรู้ทันว่าจะไปเห็นนิมิต อันนี้
จึงดีกว่า
หาวิหารธรรมนะ เอาไว้ทำเป็น background และเอาไว้เติมน้ำมัน
บางทีเราจะดูจิตมันส์ อาจจะดูจิตเป็นวิหารธรรม การไหวๆจะ