View Full Version : รวมกระทู้เกี่ยวกับการไม่เห็นด้วยของคุณบรรพต(มากชื่อมากตัวละคร)ที่มีต่อท่านพุทธทาส
Arahan
16-05-2008, 05:34 PM
ทำไมข้าพเจ้าถึงสนับสนุนท่านนายาทักษิณ ชินวัตร กับท่านนายกสมัคร สุนทรเวช ขวาตกขอบ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ขันธปริตรในหลวง ร.๙
งานกู้ชาติได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อแนวร่วมตามธรรมชาติได้สิ้นสลายไป แนวร่วมจัดตั้ง และแนวร่วมอุดมการณ์ก็เป็นอันต้องล้มไปโดยปริยาย จะเหลืออยู่ก็แต่เพียงงานอันละเอียดอ่อนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น ดั่งในขันธปริตรที่ว่า
ภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัดตาย จึงนำความไปกราบทูลให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ พระองค์จึงตรัสว่า ที่เป็นเช่นนี้ เพราะภิกษุไม่ได้แผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางู ถ้าภิกษุแผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางูแล้ว ก็จะไม่ถูกงูกัดตาย ฉันใดก็ฉันนั้นฯ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแผ่เมตตาจิตไปยังคนไทยทุกเชื้อชาติทุกศาสนา และทุกลัทธิการเมือง ความเป็นไทยก็จะไม่ถูกทำลาย ปัญหาภายในก็หมดไป ถ้าพระองค์ทรงแผ่เมตตาจิตไปยังประเทศต่างทุกประเทศ เขาก็จะไม่มารุกราน ปัญหาภายนอกก็หมดไป
ความมั่นคงของชาติ คือ ความเป็นไทย ความเป็นไทยก็คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์
ไปเที่ยวเขาพระสุเมรมา
พอจิตออกจากร่างก็ไปยืนอยู่ที่ตีนเขาพระสุเมร เห็นผู้คนมากมาย กำลังจะแข่งขันเลี้ยงบอลขึ้นภูเขาพระสุเมรกัน แต่ยังไม่ทันออกสตาร์ท ข้าพเจ้าก็เลี้ยงบอลไปถึงเส้นชัยแล้ว ตอนเดินลงจากเขาพระสุเมรนั้น เห็นเหล่าเทวดานางฟ้ากำลังอธิฐานกราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระพุทธศาสนาจะประดิษฐานอยู่ ณ.ที่ใดพระพุทธเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบว่า พระพุทธศาสนาจะประดิษฐานอยู่กับค่ายประชาธิปไตยฝ่ายขวา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (ของคนที่มีซื่ออยู่ในหนังสือพระเมตตาของพระเดชพระคุณเจ้าประคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำคนนั้นนั่นเอง) ก็เห็นหน้าท่านใหญ่เท่าเขาพระสุเมรลอยขึ้นไปเบื้องบน
รถเมืองไทยกำลังวิ่งขึ้นสพานแต่อยู่ๆเครื่องก็ดับ รถไหลไปทางซ้ายจนเกือบจะตกถนนอยู่แล้ว ข้าพเจ้าเลยเบรกกระทันหันทันที คิดว่าถ้าจะให้รถเมืองไทยนี้วิ่งต่อได้ ก็ต้องหาทางสตาร์ทเครื่องให้ได้เสียก่อน จากนั้นก็ถอยหลังลงมานิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยไปทางขวาจนกระทั่งตรงทางดีแล้ว จึงจะขับรถเมืองไทยนี้ข้ามสพานไปได้
ก่อนเลือกตั้ง
สมัคร สุนทรเวช จะถือไพ่ ๒ ใบ คือ ๙ กับ ๒ มี ๑ แต้ม จะจั่วไพ่ได้ใบที่ ๘ เป็น ๙๒๘ เป็น ๙ แต้ม แต้มสูงสุด ชนะขาดลอย
ข้าพจ้าขอเรียกสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นทั้งหมดนี้ว่านอนฝันไปก็แล้วกัน ถ้ามีข้อความใดที่ข้าพเจ้าคิดแต่งเรื่องขึ้นมาโกหกเอง หรือมีการเสริมแต่งให้เกินไปจากความเป็นจริงแม้แต่เพียงคำเดียว ก็ขอให้ข้าพเจ้าจงถูกฟ้าผ่าตายเดี๋ยวนี้ทันที ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจของท่านที่เข้ามาอ่านว่าจะได้อ่านแต่เรื่องที่เป็นความจริงเท่านั้น ไม่โดนแหกตาหลอกลวงอย่างแน่นอน
ขอรับรองว่าเป็นความจริงทุกประการ
หมายความว่าเมืองไทยต้องปกครองด้วยคนที่มีความคิดขวาตกขอบ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างท่านนายก สมัคร สุนทรเวช นั่นเอง
และจะต้องเป็นสายพระสงฆ์ฝ่ายเอียงขวาตกขอบอย่าง พระเดขพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ สายเตวิโช วิชาสามของพระพุทธเจ้าเท่านั้น เมืองไทยจึงจะมีเสถียรภาพถูกทิศถูกทางสงบเรียบร้อย วางจิตให้เป็นกลางแล้วคอยติดตามอ่านไปเรื่อยๆ จำกัดอคติทิ้งให้หมดไปเสียก่อนนะครับ
พระพุทธเจ้าเป็นเตวิโช วิชาสาม
พุทธดำรัส:-ดูก่อนวัจฉะ ชนที่กล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมเป็นสัพพัญญู มีปกติเห็นธรรมทั้งปวง ทรงปฏิญาณญาณทัสสนะไม่มีส่วนเหลือว่า เมื่อเราเดินไปก็ดี หยุดอยู่ก็ดี หลับก็ดี ตื่นก็ดี ญาณทัสสนะปรากฏแล้วเสมอติดต่อกันไปดังนี้ ไม่เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้วและชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำที่ไม่มี ไม่เป็นจริง
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ (ผู้ได้วิชชา ๓ ) ดังนี้แล เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง ชื่อว่าพยากรณ์ถูกสมควรแก่ธรรม
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก คือระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง..... ตลอดสังวัฎวิวัฎกัปเป็นอันมาก ในภพโน้นเรามีชื่อย่างนั้น มีโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณอย่างนั้น ครั้นจุติจากภพนั้นแล้วได้ไปเกิดในภพโน้น... เราย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทศด้วยประการฉะนี้
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติกำลังอุบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดีตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ซึ่งเป็นไปตามกรรมว่าสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียน พระอริยเจ้า เป็นมิจฉาทิฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิฉาทิฐิ เขาเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนสัตว์เหล่านี้ ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นสัมมทิฐิ..... เบื้องหน้า แต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง
จูฬวัจฉโคคตสูตร
ส่วนสายธรรมยุติของสมเด็จพระสังฆราชนั้น เป็นกลางทางการเมืองแบบสะเปะสะปะ กล่าวคือ เดี๋ยวก็เอาด้วยกับประชาธิไตยเอียงขวา เดี๋ยวก็เอาด้วยกับเผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เอียงซ้าย ข้าพเจ้าขอเรียกการเมืองออกเป็น ๓ ค่ายพอนะครับ คือ ประชาธิปไตยต่างชาติลูกกรำพร้า สูญเสียความเป็นไทย เผด็จการสังคมนิยมขอเรียกว่าคอมมิวนิสต์ไปด้วยว่า เผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าจะอ่อนหรือแบบเข้มข้นแค่ไหน และ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข ขวาตกขอบแบบอุดมการณ์ไทยแท้อย่างท่านนายกสมัคร สุนทรเวช ที่สามารถรักษาความเป็นชาติไทยของเราไว้ได้ด้วย คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ และยังสามารถคบค้าสมาคมกับต่างชาติได้อีกด้วย ทั้งยังมีความเท่าเทียมกันในประชาชนทุกเชื้อชาติทุกศาสนา และทุกลัทธิการเมือง เพราะได้รับพระเมตตาอันหาที่สุดมิได้จากผู้ทรงทศพิศราชธรรม อาจจะกล่าวได้ว่าดีที่สุดในโลกก็ว่าได้
สายธรรมยุตินั้นโดดเด่นในด้านธุดงควัตร ๑๓ อยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำลำบากลำบนกึ่งทรมานตน ชึ่งไม่ถูกทางเท่าที่ควร แต่พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยห้ามไว้หรอก เพียงติติงนิดหน่อยเท่านั้นดั่งในพระพุทธดำรัสที่ว่า "ดูก่อนกัสสปะ (พระมหากัสสปเถระ เอตทัคคะในทางผู้ทรงธุดงค์) เธอก็แก่แล้ว เราก็แก่แล้ว ขอให้เธอมาฉลองศรัทธาญาติโยมในเขตสังฆาวาสกับตถาตคเถิด อย่าได้ไปลำบากลำบนถือธุดงควัตรเลย" (สำนวนจากความจำ แต่เนื้อหาตรงเป๊ะ!) แต่พระมหากัสสปะก็ไม่ยอม ได้แต่ขออนุญาตพระพุทธองค์ขอถือธุดงควัตร ๑๓ อยู่ป่าเป็นวัตร เมื่อพระพุทธเจ้าไม่อาจจะทัดทานพระมหากัสสปะแล้วจึงปล่อยให้พระมหากัสสปะไปอยู่ป่าตามแต่ใจท่าน จนกระทั่งพระพุทธเจ้าจะทรงเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน แต่ไม่สามารถจะถวายพระเพลิงได้ (เผาไม่ไหม้ซะทีว่างั้นนะ!) เพราะต้องคอยพระมหากัสสปะมาถีงเสียก่อนด้วยเหล่าเทวดาท่านไม่ยอม จนร้อนถีงพระมหากัสสปะ เมื่อพระมหากัสสปะรู้แล้ว จึงออกจากป่ามาร่วมถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า พอมาถึงท่านก็กราบใต้ฝ่าพระพุทธบาทพระพุทธเจ้าพระศาสดา แล้วกล่าวคำขอขมาพระพุทธเจ้ามีใจความว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าผิดไปแล้วที่ไม่เชื่อฟังคำทัดทานของพระพุทธองค์ ที่ไม่ให้ไปถือธุดงควัตร ๑๓ ไปทรมานกายอยู่ป่าเป็นวัตร แทนที่จะเดินสายกลางมัชฌิมาปฎิปทา เป็นต้น ข้าพระพุทธเจ้ารู้แล้วจึงขอกราบขอขมาพระพุทธองค์ ขอให้พระพุทธเจ้าทรงอดโทษยกโทษให้แก่ข้าพเจ้าผู้ซื่อว่า มหากัสสปะนี้ด้วยเทอญฯ" ว่าแล้วการถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าพระศาสดาก็สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างปาฎิหาริย์
ข้าพเจ้าจึงขอกล่าวว่า แม้พระอรหันต์ปฎิสัมภิทาญาณอย่างพระมหากัสสปะก็ยังมีปัญญาญาณที่ไม่สมบูรณ์เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าพระศาสดาจารย์ผู้เป็นเตวิชะ วิชาสามนี้แลฯ
ทางด้านสายท่านพุทธทาส ข้าพเจ้าขอเรียกว่า คอมมิวนิสต์สายพระ แม้ว่าในบางครั้งท่านพุทธทาสสอนเหมือนกับว่าเอียงไปทางประชาธิปไตยต่างชาติลูกกรำพร้าอย่างนั้น แต่ถึงกระนั้น ท่านพุทธทาสก็สอนอย่างไม่สะทกสะท้านในทำนองที่ว่า "สังคมนิยมดีที่สุด" หมายความว่า ท่านพุทธทาสเอียงซ้ายสุดกู่นั่นเอง
ถ้าลูกศิษย์พุทธทาส เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญ ความเป็นไทยคงสูญสิ้น ขนาดเข้ามาบวชอาศัยพระพุทธเจ้าพระศาสดาของตนแท้ๆยังลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระศาสดาเจ้าของพระพุทธศาสนา จนคนพากันเกลียดชังพระพุทธดำรัสได้ถึงขนาดนี้ จนคนต่างชาติต่างศาสนาปลอมตัวเข้ามาช่วยทำลายพุทธดำรัส แล้วถ้าให้คนพวกนี้เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญ ความเป็นชาติไทย โบราณสถาน วัตถุโบราณ ศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทย มิต้องถูกทำลายไปจนหมดสิ้น เพราะพวกร่างกายไทยใจทาส คนขายชาติพวกนี้หรอกหรือ?
ขอฟันธงว่า รับเงินจากขบวนการล้มล้างสถาบันความเป็นไทย เสียใจหน่อยหนึ่งที่ว่า เกิดเป็นคนไทยแท้ๆ หรือมาอาศัยแผ่นดินไทยนี้อยู่ แต่ยังขายชาติที่มีบุญคุณกับตนเองได้ลงคอ เหมือนอย่างพุทธทาสนี้แลฯ
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
พุทธทาส:-ให้โกยอภิธรรมทิ้งไปให้หมด อภิธรรมตามที่รู้กันนั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตาม ที่ระบุไปยังอภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด
บางสูตรก็ตัดออกไปหมดเลย บางสูตรก็ต้องตัดออกไปบางส่วน บางสูตรก็ตัดออกไปราว 40%
อภิธรรมคืออะไร?
ผู้คัดค้านพระอภิธรรมชื่อว่า ทำลายชินจักร
"บุคคลเมื่อคัดค้านพระอภิธรรม ชื่อว่า ย่อมให้การประหารในชินจักรนี้ ย่อมคัดค้านพระสัพพัญญุตญาณ ย่อมหมิ่นเวสารัชชญาณของพระศาสดา ย่อมขัดแย้งบริษัทผู้ต้องการฟังย่อมผูกเครื่องกั้นอริยมรรค จักปรากฏในเภทกรวัตถุ ๑๘ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้ควรแก่อุกเขปนิยกรรม นิยสกรรม ตัชชนียกรรม เพราะทำกรรมนั้น จึงควรส่งเธอไปว่า เจ้าจงไป จงเป็นคนกินเดนเลี้ยงชีพเถิด ดังนี้ "
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล มหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่มที่ 75 อภิธรรมปิฎก หน้า 60-63 อรรถกถาธรรมสังคณี
กรรมอันเกิดแต่การสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัสย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าศาสดาของตนเอง ย่อมมีโทษถึงโลกันตนรก
ข่าวเด็กรถบัสข่มขื่นสาวบนรถบัส ไม่ผิดครับเพราะไม่มีเจตนาจะข่มขืน มีความรู้สึกจะระบายความใคร่เท่านั้น เห็นผู้หญิงเป็นที่ระบายความใคร่เท่านั้นเองครับ
พุทธทาส:-แมวเห็นหนูก็จะตะครุบกิน นี่พวกที่เถรตรงก็ว่าแมวบาป แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็บาป อย่างนี้ เราก็มีความเห็นด้วยไม่ได้ แมวไม่มีเจตนาฆ่าหนู มันจะกินเท่านั้น แต่พวกอาจารย์บางพวก บางกลุ่มเขาจัดให้แมวนี้เป็นบาป เป็นเวรตกนรก ผูกพันกันกับหนูกลับไปกลับมา เรียกว่า มันขาดศีล แต่อาตมาเห็นว่า แมวไม่มีเจตนาฆ่า มันมีความรู้สึกแต่จะกินเท่านั้นแหละ เห็นหนูก็คือเห็นอาหาร เป็นอาหารก็กินเท่านั้นแหละ
คัดบางตอนจากหนังสือดอกโมกข์ ฉบับพิเศษ พุทธทาสวจนา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙
หน้า ๑๗๘-๑๘๒
อีกอย่างหนึ่ง รัฐธรรมนูญของมนุษย์ อาจจะถูกบิดเบือนจนกลายเป็นรัฐธรรมนูญของสัตว์เดรัชฉาน และแอ๊บแบ๊ว! ไปก็เป็นได้
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
นิพพานสำหรับทุกคน
ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า สายของท่านพุทธทาสนี้ ไม่มีขื่อมีแปร เมื่อบวชมาอยู่ในเขตพระพุทธศาสนาเถรวาท แทนที่จะปฎิบัติตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าพระศาสดาของตนได้บัญญัติไว้แล้ว กับสอนบิดเบือนลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าพระศาสดาของตนอย่างหน้าตาเฉย เมื่อลูกศิษย์ลูกหาของท่านพุทธทาสมาเล่นการเมือง ก็ไม่ยอมรับกติกามารยาทกฏหมายบ้านเมืองเลยแม้แต่น้อย กับทั้งหลายต่อหลายคนที่ดังๆยังชอบหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระราชาของตนเป็นกิจวัตรประจำวัน เหมือนดั่งท่านพุทธทาสที่ชอบสอนลบหลู่ปรามาสพระพุทธเจ้าพระศาสดาของตน ลูกศิษย์ กับอาจารย์สัน...นิสัยเหมือนกันเปรี๊ยบ! ที่พูดนี้เปรียบเทียบเคียงกับคดีที่ผ่านมา ส่วนคนที่หลงไปนับถือท่านพุทธทาสด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้น ข้าพเจ้าไม่ถือว่าเป็นผู้ทำลายปรามาสพระพุทธเจ้าพระศาสดาของเรา
ถ้าให้สายพุทธทาสแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะพูดอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่างหนึ่งโกหกตอแหล! เหมือนอย่างพุทธทาสอาจารย์ของตัวเองก็เป็นได้
พูดอย่างหนึ่ง
การเป็นทาสของพระพุทธองค์ เรียกว่า "พุทธทาส"
พุทธทาส แปลว่า ผู้รับใช้พระพุทธองค์อย่างถวายชีวิต
ในฐานะเป็นหนี้ในพระมหากรุณาธิคุณด้วย
เพราะความกตัญญูด้วย และ
เพราะเห็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วย
จึงสมัคร มอบกายถวายชีวิตหมดสิ้นทุกประการ
เพื่อรับใช้พระพุทธองค์
เพื่อกระทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธประสงค์
คัดจาก หนังสือ พุทธสาสนา ปีที่ ๖๗ เล่ม ๒ พุทธศํกราช ๒๕๔๒
แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง[
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่าสายท่านพุทธทาสนี้เป็นสายที่สอนทำลายความเป็นไทยโดยสิ้นเชิง ดั่งหลักฐานที่อ้างอิงมาแล้วนั้น
ผลดี และผลเสีย ของระบอบการปกครองต่างๆที่มีคนไทย ทั้งกายไทยใจไทย และกายไทยแต่ใจทาส
ประชาธิปไตยต่างชาติลูกรำพร้าแบบอเมริกันเป็นตัววัดก็แล้วกันนะครับ ถ้านำระบอบนี้มาใช้ในเมืองไทยอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
๑.สิ้นชาติความเป็นไทย ชาติ คือ แผ่นดิน ประชาชน โบราณสถาน วัตถุโบราณ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ มรดกอันล้ำค่าของไทย ศาสนาพุทธศาสนาประจำชาติมาแต่โบราณกาล อันเป็นที่เคารพนับถือบูชาอย่างสูงสุดของคนไทย แหล่งผลิตเมตตาธรรมอันเป็นเครื่องค้ำจุนโลก และ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิศราชธรรม ดีที่สุดในโลก สิ้นชาติความเป็นไทยอย่างแน่นอน๑๐๐% หรือ อ้างอิงปลอมๆแบบมีเลสนัย เพราะกลัวคนไทยต่อต้าน เพื่อรักษาความเป็นกายไทยใจทาสนั้นไว้
๒.คนไทยที่เป็นคอมมิวนิสต์ทั้งรัสเซีย และจีนลัทธเหมา ก็ย่อมไม่พอใจและจะมีการรบราฆ่าฟันเกิดสงครามกลางเมืองอย่างแน่นอน ๑๐๐% ดูตัวอย่าง เนปาล ก็แล้วกัน เขากำลังจะทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ฆ่าพ่อแม่ของตนเอง (คงไม่ได้ทรงทศพิศราชธรรมแผ่เมตตาธรรมอันเป็นเครื่องค้าจุนโลกให้ความเท่าเทียมกันทุกเชื้อชาติทุกศาสนาทุกลัทธิการเมืองอย่างในหลวงของเรา) แล้วเปลี่ยนการเมืองการปกครองเป็นลัทธเหมา คอมมิวนิสต์จีนนั่นเอง
๓.ศาสนาทุกศาสนายกเว้นศาสนาคริสต์ ก็คงจะไม่ยอมจนเกิดสงครามศาสนาขึ้นในเมืองไทย ๑๐๐% แล้วถ้าคำว่าศาสนารบราฆ่าฟันกันอะไรจะเกิดขึ้นคงดูไม่จืด
๔.กองทัพไทย ๔ เหล่าทัพ ก็คงจะไม่ยอม จนต้องจำใจทำปฎิวัติรัฐประหารอีก เพื่อรักษาความเป็นไทยไว้ โดยไม่ยอมรักษามารยาททางการเมืองอีกต่อไป เมื่อนั้น ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข ที่พระพุทธศาสนาจะประดิษฐานนั้นก็จะถูกทำลายไปเป็นเผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุขแทน ซึ่งไม่ใช่พระประสงค์ของพระพุทธเจ้าเลย
ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า ประชาธิปไตยต่างชาติลูกรำพร้าแบบอเมริกันเป็นตัววัดนี้ ไม่เหมาะกับเมืองไทยด้วยประการทั้งปวงฯ
ถ้านำลัทธิเผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ มาใช้ในเมืองไทยอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
๑.สิ้นชาติความเป็นไทย ชาติ คือ แผ่นดิน ประชาชน โบราณสถาน วัตถุโบราณ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ มรดกอันล้ำค่าของไทย ศาสนาพุทธศาสนาประจำชาติมาแต่โบราณกาล อันเป็นที่เคารพนับถือบูชาอย่างสูงสุดของคนไทย แหล่งผลิตเมตตาธรรมอันเป็นเครื่องค้ำจุนโลก และ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิศราชธรรม ดีที่สุดในโลก สิ้นชาติความเป็นไทยอย่างแน่นอน ๑๐๐% หรือ อ้างอิงปลอมๆแบบมีเลสนัย เพราะกลัวคนไทยต่อต้าน เพื่อรักษาความเป็นกายไทยใจทาสนั้นไว้
๒.พวกนิยมประชาธิปไตยทั้งประชาธิปไตยลูกกรำพร้าต่างชาติ สูญเสียความเป็นไทย และประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข ย่อมไม่ยอมก็จะเกิดการรบราฆ่าฟันกันในประเทศ และจะล้มตายเพราะถูกล้างเผ่าพันธ์ไทยจนหมดสิ้นด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์นี้ไม่มีศาสนา ทำได้ทุกอย่างตามใจชอบ
๓.ศาสนาทุกศาสนา ก็คงจะไม่ยอมจนเกิดสงครามกลางเมืองแล้วลุกลามไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน ๑๐๐% เพราะมีคนที่มีอุดมการณ์ลัทธิเผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อยู่เพียงกระติ๊ดนิดเดียวในเมืองไทยเท่านั้นเอง
๔.กองทัพไทย ๔ เหล่าทัพ ก็คงจะไม่ยอม จนต้องจำใจทำปฎิวัติรัฐประหารอีก เพื่อรักษาความเป็นไทยไว้ โดยไม่ยอมรักษามารยาททางการเมืองอีกต่อไป เมื่อนั้น ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข ที่พระพุทธศาสนาจะประดิษฐานนั้นก็จะถูกทำลายไปเป็นเผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุขแทน ซึ่งไม่ใช่พระประสงค์ของพระพุทธเจ้าเลย
ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า ลัทธิเผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์นี้ ไม่เหมาะกับเมืองไทยด้วยประการทั้งปวงฯ
ถ้าใช้ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุขล่ะจะเป็นหยั๋ง!
พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิศราชธรรม พระองค์ทรงเป็นพุทธมามะกะ นำพระเมตตาธรรมอันเป็นเครื่องค้ำจุนโลกมาแผ่เมตตาธรรมนี้ให้กับคนไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา และทุกลัทธิการเมือง ทั้งประชาธิปไตยลูกกรำพร้าต่างชาติวัดจากอเมริกา และ เผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (หมายรวมถึงเผด็จการสังคมนิยมแบบพม่า และอื่นๆด้วย ขอเรียกรวมว่าเผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์) พร้อมลัทธิอื่นอีกทุกรูปแบบก็จะได้รับความเมตตาเท่าเทียมกันทั่วทุกตัวตนอย่างไม่มีประมาณ มีอิสระเสรีที่สุด ทุกคนทุกศาสนาทุกรูปแบบไม่มีจำกัด ทั้งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า และที่มองเห็นด้วยตาเนื้อไม่ได้ อยู่ใกล้อยู่ไกล ละเอียดหยาบปราณีต สิ่งศักดิ์สิทธิทั้งปวงพระสยามเทวาธิราชยังได้รับความเป็นธรรมไม่ถูกเหยียบย่ำดูถูกดูแคลนจากมิจฉาทิฎฐิ แม้พระภูมิเจ้าที่ อีกด้วย ทุกผู้คนทุกรูปแบบไม่ว่าจะดีจะชั่วช้าสามานย์ ถ้าอยู่ในขอบเขตกติกากฎหมายรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข (ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่มาจากการปฎิวัติรัฐประหาร หรือที่เรียกว่า เผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขนะครับ) จะมีชีวิตอยู่รวมด้วยกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนทุกชาติต่างอิจฉา และโด่งดังไปทั่วทั้งโลกทั้งจักรวาล ทั้งนี้ และทั้งนั้น ก็เพราะพระเมตตาบารมีของเจ้าหลวงเจ้าแผ่นดินในหลวงผู้ทรงทศพิศราชธรรม ที่รักนับถือบูชาอย่างยิ่งยวดของเราชาวไทยทุกเชื้อชาติทุกศาสนา และทุกลัทธิการเมืองนั่นเองฯ
ข้าพเจ้าจึงขอกล่าวอย่างเต็มปากเต็มคำว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข ที่พระพุทธศาสนาจะประดิษฐานนี้แลฯ สุดยอดที่สุดในโลกไม่มีประเทศใดเสมอเหมือน เพราะเจริญทางจิตใจหาประมาณมิได้เลย อมิตตาพุทธ!
ดังนี้แล้วได้โปรดรู้โดยทั่วกันว่า พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงทศพิศราชธรรม นำเมตตาธรรมอันเป็นเครื่องค้ำจุนโลก แผ่ให้กับคนไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา และทุกลัทธิการเมือง อย่างเท่าเทียมกันนี้ ไม่ได้เป็นศัตรูกับใครเลยเป็นความสัตย์จริงที่สุด แต่ท่านที่คิดนำลัทธิอื่นๆมาล้มล้างความเป็นไทยต่างหาก ที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับความเป็นไทย และพระองค์ท่าน ขอได้โปรดรับรู้ไว้โดยทั่วกัน และให้ความเป็นธรรม ให้อภัยซึ่งกันและกันเทอญฯ
ข้าพเจ้าจึงขอกล่าวว่า ไม่ว่าท่านจะเป็นคนไทยเชื้อชาติไหน ศาสนาใด และนิยมลัทธิการเมืองใด ล้วนไม่มีความผิดทั้งสิ้น เพราะอุดมการณ์ทางการเมืองนั้น ไม่ใช่คดีอาญา ต่างคนต่างหลงคิดว่าดี ตามความคิดของตน โดยไม่รู้เลยว่าไม่ควรไปเปรียบเทียบกับต่างชาติใดๆเลย เราต้องย้อนมาสำรวจ และพัฒนาตัวเองตามสถานะการณ์วัฒนธรรมของตนต่างหาก
โดยขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคาประเทศไทย แล้วมองลงมาว่าปัจจุบันนี้ เมืองไทยมีอะไรบ้าง ลดความเห็นแก่ตัวที่ทำเพื่อพรรคพวกของตนลง หันไปให้ความเป็นธรรมกับพวกอื่นๆบ้างอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความบริสุทธฺใจว่า ที่แท้เราอยู่ร่วมชาติไทยด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จะมาแก่งแย่งอำนาจรบราฆ่าฟันกันเองทำไม เรามาร่วมใจสมานฉ้นท์ รบกับต่างชาติ ด้วยอาวุธแห่งความเป็นมิตรไมตรีกับเขาต่างชาติทุกๆชาติทุกลัทธิการเมืองไม่ดีกว่าหรือ
แต่ทว่าต้องสำนึกถึงหนทางแห่งความเป็นไทย ซึ่งต้องฟันธงว่าต้องใช้เครื่องมือมัชฌิมา ความพอเพียง คือ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข ที่ประดิษฐานพระพุทธศานาเท่านั้น จึงจะได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกันหมด ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา และทุกลัทธิการเมือง เพราะไม่มีเครื่องมือใดเลยที่จะอยู่ร่วมกันได้เหมือนอย่าง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุขอีกแล้วฯ
มรดกโลกอันล้ำค่าได้ถูกอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติของโลก ด้วยจิตสำนึกของมนุษย์ เพราะมนุษย์เห็นคุณค่าและความสำคัญเป็นเอนกอนันต์ เช่น ป่าไม้ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ โบราณสถาน วัตถุโบราณ ศีลปวัฒนธรรมประเพณีต่างๆของโลก แม้ชนเผ่าที่ล้าหลัง เพราะหลายสิ่งหลายอย่างได้สูญหายไปแล้วจากโลก
แต่ประเทศไทยยังคงมีมรดกอันล้ำค่าอยู่สองสิ่งที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก คือ พระพุทธศาสนา แหล่งผลิตเมตตาธรรมอันเป็นเครื่องค้ำจุนโลก และพระมหากษัตริย์ ที่ทรงทศพิศราชธรรม ถ้าของสองสิ่งนี้ถูกทำลายไปจากประเทศไทยเสียแล้ว ชาวโลกก็จะไม่ได้เห็นเป็นบุญตาอีกต่อไป เมตตาธรรมอันเป็นเครื่องค้ำจุนโลก คนยังไม่ต้องการแล้วท่านต้องการอะไรกัน สัตว์โลกที่ร่วมเกิดแก่เจ็บตายมาด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
............................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ Arahan: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=128950)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
ชวีรยุกา
16-05-2008, 06:34 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#efefef colSpan=2>พุทธทาสสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัสย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าศาสดาของตนเองแท้ๆทำไปได้ลงคอ
</TD></TR><TR><TD vAlign=top width=200>โพสต์โดย : ผู้ชาย (http://www.prachatai.com/webboard/member.php?id=6303)
http://www.thaiabc.com/gif/gpet22.gif
</TD><TD vAlign=top width=*>ID # 686053 - โพสต์เมื่อ : 2008-05-15 18:40:07 _ แจ้งลบข้อความ (http://www.prachatai.com/webboard/sendreport.php?id=686053&type=topic)
เชิญร่วมร้องเรียนที่พุทธทาสสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัสย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าศาสดาของตนเองแท้ๆทำไปได้ลงคอ
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-ให้โกยอภิธรรมทิ้งไปให้หมด อภิธรรมตามที่รู้กันนั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตาม ที่ระบุไปยังอภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด
บางสูตรก็ตัดออกไปหมดเลย บางสูตรก็ต้องตัดออกไปบางส่วน บางสูตรก็ตัดออกไปราว 40%
อภิธรรมคืออะไร?
ผู้คัดค้านพระอภิธรรมชื่อว่า ทำลายชินจักร
"บุคคลเมื่อคัดค้านพระอภิธรรม ชื่อว่า ย่อมให้การประหารในชินจักรนี้ ย่อมคัดค้านพระสัพพัญญุตญาณ ย่อมหมิ่นเวสารัชชญาณของพระศาสดา ย่อมขัดแย้งบริษัทผู้ต้องการฟังย่อมผูกเครื่องกั้นอริยมรรค จักปรากฏในเภทกรวัตถุ ๑๘ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้ควรแก่อุกเขปนิยกรรม นิยสกรรม ตัชชนียกรรม เพราะทำกรรมนั้น จึงควรส่งเธอไปว่า เจ้าจงไป จงเป็นคนกินเดนเลี้ยงชีพเถิด ดังนี้ "
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล มหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่มที่ 75 อภิธรรมปิฎก หน้า 60-63 อรรถกถาธรรมสังคณี
พูดอย่างหนึ่ง
การเป็นทาสของพระพุทธองค์ เรียกว่า "พุทธทาส"
พุทธทาส แปลว่า ผู้รับใช้พระพุทธองค์อย่างถวายชีวิต
ในฐานะเป็นหนี้ในพระมหากรุณาธิคุณด้วย
เพราะความกตัญญูด้วย และ
เพราะเห็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วย
จึงสมัคร มอบกายถวายชีวิตหมดสิ้นทุกประการ
เพื่อรับใช้พระพุทธองค์
เพื่อกระทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธประสงค์
คัดจาก หนังสือ พุทธสาสนา ปีที่ ๖๗ เล่ม ๒ พุทธศํกราช ๒๕๔๒
แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
ข่าวเด็กรถบัสข่มขื่นสาวบนรถบัส ไม่ผิดครับเพราะไม่มีเจตนาจะข่มขืน มีความรู้สึกจะระบายความใคร่เท่านั้น เห็นผู้หญิงเป็นที่ระบายความใคร่เท่านั้นเองครับ
พุทธทาส:-แมวเห็นหนูก็จะตะครุบกิน นี่พวกที่เถรตรงก็ว่าแมวบาป แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็บาป อย่างนี้ เราก็มีความเห็นด้วยไม่ได้ แมวไม่มีเจตนาฆ่าหนู มันจะกินเท่านั้น แต่พวกอาจารย์บางพวก บางกลุ่มเขาจัดให้แมวนี้เป็นบาป เป็นเวรตกนรก ผูกพันกันกับหนูกลับไปกลับมา เรียกว่า มันขาดศีล แต่อาตมาเห็นว่า แมวไม่มีเจตนาฆ่า มันมีความรู้สึกแต่จะกินเท่านั้นแหละ เห็นหนูก็คือเห็นอาหาร เป็นอาหารก็กินเท่านั้นแหละ
คัดบางตอนจากหนังสือดอกโมกข์ ฉบับพิเศษ พุทธทาสวจนา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙
หน้า ๑๗๘-๑๘๒
กรรมอันเกิดแต่การสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัสย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าศาสดาของตนเอง ย่อมมีโทษถึงโลกันตนรก
</TD></TR></TBODY></TABLE>
............................................................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ชวีรยุกา: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=128949)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ผู้ชาย: เนื้อหาไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?threadid=117375)
โปเต้ผู้ใฝ่ธรรม
16-05-2008, 07:33 PM
ผมไม่รู้
ผมเข้ามาเชียร์ทักษิณ
ทักษิณสู้ๆ!!
iiiรรรiii
16-05-2008, 09:48 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD background=images/gradients/bg_p.gif>สมาชิกที่กล่าว " ไม่เห็นด้วย " กับข้อความของ คุณ ชวีรยุกา ที่เขียนไว้ทางด้านบน </TD></TR><TR><TD class=alt2 height=29>ร้อยบุปผา (http://board.palungjit.com/member.php?u=208828)</TD></TR></TBODY></TABLE>
ไม่เห็นด้วยเพราะอะไรช่วยบอกเหตุผลด้วยครับ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=325245&stc=1&d=1210952460
..........................................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ iiiรรรiii: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=128986)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
ชากังราวดี
17-05-2008, 07:05 AM
โพสต์โดย : เป๋าฮื้อ
ID # 713177 - โพสต์เมื่อ : 2008-04-30 19:28:11 _ แจ้งลบข้อความ
ขอถามพี่ บรรพต อ.
เมื่อพระอรหันต์ดับขันธ์แล้ว
จิตเป็นอย่างไร?
จะอยู่ในสภาวะใหน?
หรือว่ายังอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิด?
__________________________________________________
พูดจากประสบการณ์นะครับ
บรรพต อ.:-จิตที่หลุดพ้นนั้น เรียกว่า กายพระอรหันต์ ประกอบด้วยศีล สมาธิฌาน ๔ และปัญญาพิจารณาไตรลักษณ์ เพื่อความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ชีวิตยังอยู่สังขารยังไม่ตาย ยังอาศัยขันธ์ ๕ ในการดำรงค์อยู่ สุขบรมสุข เพราะไม่เจือด้วยความยึดมั่นถือมั่น เช่น เมื่อความโกรธเกิดขึ้น (พระอรหันต์ท่านใช้คำว่าความไม่พอใจ) พุทธทาสบอกว่า ถ้าตอนไหนที่เราไม่โกรธ ตอนนั้นก็นิพพาน แม้คนโง่ผู้ไม่รู้พระนิพพานเลยก็ยังสามารถลิ้มรสบรรลุพระนิพพานได้โดยไม่รู้สึกตัว หรือในบางครั้งพุทธทาสก็ยกพุทธดำรัสมาทั้งดุ้น แต่เอาเฉพาะตอนท้าย โดยไม่ใช้เครื่องมือ คือ สมาธิคือฌาน ๔ ว่า ตัวกูไม่ใช่ของกู คิดมันดิ้อๆซะงั้นแหละ! บอกใช้ปัญญาล้วนๆ แล้วบิดเบือนว่า สัมมาสมาธิคือฌาน ๔ เป็นของฤาษีชีพรามห์ ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า
แต่จากผลที่ปฎิบัติมา เมื่อความโกรธ เกิดขึ้นแล้ว ก็ข่มความโกรธเสียก่อนด้วยพรหมวิหาร ๔ หรือนิลกสิณ ๔ ก็ได้ เพื่อเปลี่ยนจิตให้ไม่โกรธ จนเกิดความเคยชิน ช่วงนี้ส่วนใหญ่นักปฎิบัติคิดว่า บรรลุพระนิพพานแล้ว แต่ในความเป็นจริงเป็นเพียงแค่เตรียมจิตให้พร้อมเท่านั้นเอง อาจจะบรรลุธรรมได้ถีงพระอานาคามีก็ได้ ถ้าจิตละเอียดถีง หรืออาจจะยังไม่บรรลุอะไรเลยก็เป็นได้ เช่นนับ ๑ ถึง ๑๐ เด็กๆที่เชื่อฟังก็ข่มความโกรธได้เล้ว เมื่อเกิดความเคยชิน บางครั้งเราคิดว่าไม่ได้เจริญพรหมวิหาร ๔ เสียด้วยซ้ำไป เพราะความไม่โกรธของตน แต่จริงๆแล้วจิตเจริญโดยอัตโนมัตินั่นเอง มาถึงตรงนี้ก็เข้าสมาธิฌาน ๑ พิจารณาว่าความโกรธ นี่มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตนของเรา แล้วเข้าฌาน ๔ หยาบใช้งาน แยกจิตที่เป็นผู้รู้ที่ประกอบด้วย สติ สมาธิฌาน ๔ และปัญญาพิจารณาไตรลักษณ์เท่านั้น ไม่ใช่ใช้ปัญญาล้วนๆอย่างอริยะมรรคอื่นๆไม่ต้องใช้อย่างพุทธทาสที่ระดับ ก.ไก่ในพระพุทธศาสนายังไม่ได้กระดิกสักกะนิดเดียวเลย จิตก็จะเข้าไปเสวยสุขอยู่ในพระนิพพานดิบ สุขบรมสุข
สำหรับเวลาใช้งาน เมื่อเรารู้แล้วก็ไม่ต้องไปผ่านขั้นตอนการข่มความโกรธ ให้จิตไม่มีความโกรธเสียก่อน เมื่อความโลภ โกรธ หลง เกิดขึ้น ก็ให้เข้าสมาธิฌาน ๔ หยาบใช้งานเลย พิจารณาว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตนของๆเรา ในขณะที่จิตกำลัง โลภ โกรธ หรือหลง อยู่นั่นเอง เพราะไม่ถือมั่นแล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ไม่ใช่ไปทำให้ความ โลภ โกรธ หลง เปลี่ยนไปหายไปเป็นความไม่ โลภ โกรธ หลง มันไม่มีทางบรรลุพระนิพพานหรอก อย่างมากก็บรรลุแค่พระอานาคามี เท่านั้นเอง แต่อย่างไรก็ตามก็จำเป็นจะต้องผ่านขั้นตอนการข่มความโกรธด้วยพรหมวิหาร ๔ ทุกคนไป ไม่ใช่ไม่ต้องทำอย่างพุทธทาสนั้นแลฯ
ความไม่โกรธจึงเป็นจิตที่เหมาะแก่การใช้งาน ไม่ใช่บรรลุพระนิพพานนะครับ ก็ต้องทบทวนการพิจารณ์ขันธ์ ๕ ว่าแม้ความไม่โกรธนี้ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ม่ใช่ตัวตนของเรา จึงจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งได้หมด หมายความว่า จิตมีความโกรธ หรือจิตไม่มีความโกรธ มันไม่เที่ยงหมุนเวียนสลับกันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่ได้หายไปไหนหรอก เวลาใดที่จิตมีความโกรธ เวลานั้นจิตที่ไม่มีความโกรธก็ไม่เกิดขึ้น เวลาใดที่จิตไม่มีความโกรธ เวลานั้นจิตที่มีความโกรธก็ไม่เกิดขึ้น หมุนเวียนสลับไปอย่างนี้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ว่าจะหลับหรือตื่นอยู่ก็ตาม
สรุปก็คือว่า เข้าสัมมาสมาธิ คือ ฌาน ๔ แยกจิตผู้รู้ที่ประกอบด้วย สติ สมาธืฌาน ๔ และปัญญาพิจารณาไตรลักษณ์ ออกจาก ขันธ์ ๕ เสวยสุขในพระนิพพานดิบอยู่อย่างนั้น ถ้าคราวใดจิตเกิดหลุดเข้า นิโรธสมาบัติไป คือ กายก็ดับ จิตก็ดับ ก็เรียกว่า พระนิพพานสุก
โพสต์โดย : (บุคคลนิรนาม)
IP : 118.174.162.235
ID # 731881 - โพสต์เมื่อ : 2008-05-10 23:53:07 _ แจ้งลบข้อความ
การบรรลุอรหัตผลจากประสบการณ์จริง
คำนำ
จริง
ผมเป็นพุทธภูมิเต็มขั้นชาติสุดท้ายล่าสุดผมเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ บนดวงดาวดวงหนึ่ง มีอายุ ๒ หมื่นปี พอหมดอายุขัย ในหลวง ร.๙ ก็ไปอยู่แทน เพราะความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินของพระองค์ท่าน แม้ต้องตายทั้งเป็นก็ไม่ยอมทรยศแผ่นดินของตน
ผมชำนาญวิญญานัญจายตนฌาน เข้าฌาน ๔ สุขวิปัสสโก ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพื่อเข้าไปเสวยสุขในพระนิพพาน ผมเป็นปฎิสัมภิทาญาณ ผ่านการละสังโยชน์มาทุกขั้นตอนค่อนข้างจะละเอียดกว่าเขาหน่อย เพราะหน้าที่บางอย่าง
จึงขอบรรยายให้อ่านกันเป็นธรรมทาน แทนที่จะปล่อยให้สูยหายไปโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าข้อความใดไม่เป็นความจริง หรือ มีการเสริมแต่งให้เกินไปจากความเป็นจริงแม้เพียงคำเดียว ก็ขอให้ผมจงถูกฟ้าผ่าตายเดี๋ยวนี้ทันที เพื่อความสบายใจของท่านผู้อ่าน ว่าจะไม่ถูกหลอกลวงแหกตาแน่นอน
ขอรับรองว่าเป็นความ
บรรพต อ.
ความคิดเห็นที่ 18 :
พุทธดำรัส ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศตะวันออก หลั่งไปสู่ทิศตะวันออก บ่าไปสู่ทิศตะวันออกฉันใด ภิกษุเจริญพอกพูนซึ่งฌาน ๔ ย่อมเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพานฉันนั้น....
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฌาน ๔ อันภิกษุพึงเจริญเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องบน ๕ (คือ รูป ราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา) เหล่านี้แล
ฌานสังยุต
ความเป็นพระอรหันต์ ไม่ได้คิดง่ายๆแบบที่คุณว่ามาหรอกนะครับ
ผมรู้ดีครับ เพราะสอนระดับพระอรหันต์อยู่ครับ
บรรพต อ.
โดย : บรรพต อ.
ID # 711828 - โพสต์เมื่อ : 2008-04-30 03:02:09 _ แจ้งลบข้อความ
พุทธทาสว่า ไม่มีตัวกูของกู ไม่จำเป็นจะต้องใช้ฌานสมาธิใดๆทั้งสิ้น ใช้แต่ปัญาล้วนๆ นี่คือ แก่นของพระพุทธศาสนา
แต่เวลาผมพิจารณาขันธ์ ๕ เพื่อเข้าไปเสวยสุขในพระนิพพานนั้น มันไม่ใช่อย่างที่พุทธทาสสอน ผมจึงรู้ว่าพุทธทาสยังไม่ได้ ก.ไก่ ในพระพุทธศานาเลย
ขั้นตอนที่ผมทำ
วิธีที่หนึ่ง คือ นิพพานดิบ ผมพิจารณาขันธ์ ๕ เข้าฌาน ๔ หยาบใช้งาน ละขันธ์ ๕ เข้าไปเสวยสุขอยู่ในพระนิพพาน อันว่านิพพานดิบนี้ ผมทำได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง หรือนอนอยู่ก็ตาม
วิธีที่สอง คือ นิพพานสุก ผมก็พิจารณาขันธ์ ๕ เข้าฌาน ๔ หยาบใช้งาน ละขันธ์ ๕ เข้าไปเสวยสุขอยู่ในพระนิพพานเหมือนเดิม อาศัยสติเฉพาะหน้านั้นจนกระทั่ง กายดับจิตก็ดับหมด เรียกว่า นิโรธสมาบัติ นั่นเองครับ แต่นิพพานสุกนี้ ผมไม่สามารถจะตั้งใจเข้าไปได้ทุกครั้ง เวลาจิตมันจะเข้ามันก็เข้าของมันเอง ถ้าครั้งไหนเข้าไม่ได้ จิตก็จะอยู่ที่นิพพานดิบ ถ้าจะเข้าพระนิพพานสุกถาวรก็ต้องรอตอนตายนั่นแหละครับ
ผมจึงกล่าวว่าแม้ระดับพระนิพพาน พุทธทาสก็สอนผิดยังไม่ได้ ก.ไก่ในพระพุทธศาสนาเลยครับ
ดูบางส่วนของพระนิพพานที่พุทธทาสสอนบิดเบือนสอนมั่วสั้ว!
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
นิพพานสำหรับทุกคน
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#efefef colSpan=2></TD></TR><TR><TD vAlign=top width=200 bgColor=#ffffff>โพสต์โดย : ทำลิ้งค์ให้ (บุคคลนิรนาม)
IP : 203.114.120.10 118.174.97.252
</TD><TD vAlign=top width=* bgColor=#ffffff>ID # 740480 - โพสต์เมื่อ : 2008-05-16 07:31:04 _ แจ้งลบข้อความ (http://www.prachatai.com/webboard/sendreport.php?type=reply&id=740480) แก้ไข (http://www.prachatai.com/webboard/webboard_editmsg.php?id=740480&type=reply)
คำนำ
วันหนึ่งข้าพเจ้านอนภาวนาจนหลับไปก็ได้ยินเสียงหลวงพ่อ บอกว่า " ไอ้บรรพต เอ็งรู้ไหมว่าทำไม พุทธทาส ถึงดูเหมือนสอนดีเหลือเกิน แต่พอเผลอๆก็จะสอนออกนอกลู่นอกทาง ".........ก็เห็น พุทธทาส โขมยพระพุทธรูป ไปซ่อนไว้ในน้ำ ข้าพเจ้าจึงนำความไปแจ้งให้ตำรวจทราบ แล้วข้าพเจ้าก็ตื่น!
สงสัยจึงไปหาอ่านคำสอนของ พุทธทาส ก็ปรากฏว่า พุทธทาส สอนบิดเบือนพระพุทธดำรัส ลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าอย่างมหันต์
หลักฐานที่ พุทธทาสสอนบิดเบือนพุทธดำรัส ลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้า
พุทธทาสหาว่าพระพุทธเจ้าโกหก
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น เชื่อไม่ได้
บรรพต อ.:- คือ พุทธทาส พยายามสอนให้คนปฎิเสธ พุทธดำรัส ความจริงอย่าว่าแต่พระอริยเจ้าเลย แม้ชาวพุทธทั่วไปที่ไม่ได้ปฎิบัติธรรมก็ยังไม่มีใครกล้าล่วงเกินพระพุทธเจ้า เช่นลองเขียนคำว่า พระพุทธเจ้า แล้ววางไว้ รับรองว่าไม่มีใครกล้าเหยียบตัวหนังสือคำว่า พระพุทธเจ้า แต่นี่ พุทธทาส กลับกล้าสอนบิดเบือน ลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าถึงขนาดนี้ โดยไม่มีใครว่าอะไร หรือเห็นว่าเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา สงสัยไหมว่าทำไม คณะสงฆ์ เถรสมาคมจึงยังให้มีการเผยแพร่คำสอนของ พุทธทาส ได้อยู่ อันนี้น่าศึกษาและตรวจสอบต่อไปนะครับ
พุทธทาสตีความเพี้ยนสอนสัตว์เดียรฉานให้บรรลุนิพพาน
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่น ป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
บรรพต อ.:- คือ พุทธทาส เข้าใจพระนิพพานผิดๆ ตีความของแกไปเรื่อย ยังมีนิพพานอีกหลายรูปแบบที่แกตีความไว้ รวมทั้งที่เอามาจากพุทธดำรัสส่วนหนึ่ง อันนี้เราไม่ว่ากัน แต่ที่แน่ๆ พุทธดำรัส ถูกพุทธทาสทำลายป่นปี้ ถ้ายังได้รับการยอมรับ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่ผมพูดแบบนี้เพราะ ผมรู้จักพระนิพพานเป็นอย่างดี ระดับพุทธภูมิปัญญาธิกะเต็มขั้นชาติสุดท้ายลา เพื่อ ชาติ ศาสนาพุทธไทยเถรวาท และ พระมหากษัตริย์
พระอภิธรรมเป็น ๑ ใน ๓ ของพระไตรปิฏก พุทธทาส ยังกล้าลบหลู่
พุทธทาส:-ให้โกยอภิธรรมทิ้งไปให้หมด อภิธรรมตามที่รู้กันนั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตาม ที่ระบุไปยังอภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด
บางสูตรก็ตัดออกไปหมดเลย บางสูตรก็ต้องตัดออกไปบางส่วน บางสูตรก็ตัดออกไปราว 40%
บรรพต อ.:-พระสูตรนี้ผมเจอโดยปาฎิหาริย์ อยู่ๆก็ก็เปิดเจอขึ้นมาเอง สงสัยพระท่านทำให้
ผู้คัดค้านพระอภิธรรมชื่อว่า ทำลายชินจักร
"บุคคลเมื่อคัดค้านพระอภิธรรม ชื่อว่า ย่อมให้การประหารในชินจักรนี้ ย่อมคัดค้านพระสัพพัญญุตญาณ ย่อมหมิ่นเวสารัชชญาณของพระศาสดา ย่อมขัดแย้งบริษัทผู้ต้องการฟังย่อมผูกเครื่องกั้นอริยมรรค จักปรากฏในเภทกรวัตถุ ๑๘ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้ควรแก่อุกเขปนิยกรรม นิยสกรรม ตัชชนียกรรม เพราะทำกรรมนั้น จึงควรส่งเธอไปว่า เจ้าจงไป จงเป็นคนกินเดนเลี้ยงชีพเถิด ดังนี้ "
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล มหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่มที่ 75 อภิธรรมปิฎก หน้า 60-63 อรรถกถาธรรมสังคณี
คนบ้าก็คือนิพพานของพุทธทาส เพราะจิตว่างมั๊ง!
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
บรรพต อ.:-คนฉลาดมีปัญญายังต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมีนับชาติไม่ถ้วน ผมคิดว่า พุทธทาส คงเข้าใจว่าเวลาใดที่จิตว่างนั่นก็คือพระนิพพาน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งยวด แกคิดว่าคนโง่ก็มีขณะที่จิตว่างได้มั๊ง! ที่จริงจิตที่ว่างนั้นเป็นวิญญาณความรู้สึกของใจเป็นขันธ์ ๕ น่ะน้องเอ๊ย!
พุทธทาสคิดว่าเวลาที่ไม่มีความโกรธคือนิพพาน
พุทธทาส:-ทุกคนไม่ใช่ว่าจะมีกิเลสเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา มันมีเวลาที่กิเลสไม่เกิด หรือว่า กิเลสมันดับไปเองตามธรรมดา มันก็ต้องมีความเย็นในความหมายของนิพพาน ฉะนั้น จึงพูดได้เต็มปากว่า นิพพานนั้นมีสำหรับทุกคน
บรรพต อ.:-อริยมรรคมีองค์ ๘ เท่านั้นที่เป็นเหตุให้บรรลุพระนิพพานได้ พุทธทาสก็นำพุทธดำรัส ตรงๆในอริมรรคมาสอนเหมือนกัน เพื่อกันท่าไม่ให้คนอื่นโจมตี แต่นิพพานของแกมันเยอะจัด ถ้าเราสนใจอ่านก็จะพบความผิดปกติที่แกชอบบิดเบือนไปเรื่อย เช่นบทข้างบนนี้ แกไม่รู้จักพระนิพพาน เลยตีความมั่วไปเรื่อย ที่จริง เวลาที่คนเราไม่มีความโกรธน่ะ มันคือ ความหลง แต่แกคิดว่าเป็นนิพพานไปฉิบ (หาย)
พุทธทาสตีความวิจิกิจฉาว่าเป็นความสงสัยโดยทั่วไป
พุทธทาส:-บางทีจะวิจิกิจฉาว่า พ่อแม่นี้จะรักเราจริงหรือไม่? ก็ดื้อไว้ก่อนดีกว่า เผื่อพ่อแม่ไม่ได้รักเราจริง. นี่มันมีได้สารพัดอย่าง ความลังเลไม่แน่ใจลงไปในทุกสิ่ง ที่หวังว่ามันจะมีประโยชน์, หรือจะปลอดภัย, มันยังลังเลสงสัย. ฉะนั้น เรามีความหวาดผวาได้เมื่อไรก็ได้ ถ้ามันแสดงออกมาให้เห็นสักนิดหนึ่ง ว่ามันเป็นอันตรายหรือมันไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้. วิจิกิจฉาจึงเป็นสิ่งที่ทรมานใจอยู่ในส่วนลึกใต้สำนึก
บรรพต อ.:-วิจิกิจฉา คือ ลังเลสงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่พุทธทาสแกสงสัยทุกอย่างที่ขวางหน้าแม้ พุทธดำรัส แกยังสงสัย แล้วก็วิจารณ์พระพุทธเจ้า แบบไม่กลัวบาปบุญคุณโทษเลย ก็แน่ล่ะสิ! เพราะแกสอนว่าตายแล้วสูญนี่ ตอนมีชีวิตอยู่จะทำชั่วยังไงก็ได้ เพราะตายแล้วก็จบ ไม่มีผลหลังความตาย ไม่เชื่อลองเข้าไปอ่านดู แกยังสงสัยอย่างอื่นอีกเยอะแยะ!
สมัยก่อนคอมมิวนิสต์เขากลัวพระเครื่องเลยต้องโจมตีหน่อย
พุทธทาส:-เอาพระเครื่องมาแขวนคอ มันก็คุ้มครองได้หมด, ไม่มีความทุกข์. นี่ความคิดของเรามันมีเพียงเท่านั้น คือ โง่, แล้วเราก็ไม่อาจจะรู้ว่า พระพุทธเจ้าคือใคร, แล้วพระพุทธรูปที่เป็นสัญญลักษณ์ของพระพุทธเจ้านั้นคือใคร, ก็เราเอามาแขวนไว้เพราะว่ามีคนบอกว่าคุ้มครองได้, คุ้มครองได้; อย่างนี้ ยังเป็น สีลัพพตปรามาส
บรรพต อ.:-พระเครื่องก็คือ พุทธานุสสติ สังฆานุสสติ พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสว่า เป็นธรรมให้บรรลุพระนิพพาน สีลัพพตปรามาส น่ะ! คือ ไม่นับถือศีลพรตอย่างอื่น นอกจาก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่พระเครื่องก็คือ พุทธานุสสติ ธรรมมานุสสติ สังฆานุสสติ ผมไม่เข้าใจว่าพุทธทาส แกเอานโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์มาใช้ทำไม ผมจึงว่า พุทธทาสแกไม่รู้เรื่องสังโยชน ๑๐ เลย ตีความบิดเบือนพระพุทธดำรัสไปเรื่อย
พุทธทาสสอนให้ไม่เกิด แต่ปฎิเสธการเวียนว่ายตายเกิด
พุทธทาส:-ถ้าจะเกี่ยงให้ บำเพ็ญบารมี หมื่นชาติ แสนชาติก็ได้ เพราะว่า เกิดตัว ในอารมณ์ ครั้งหนึ่ง เรียกว่า ชาติหนึ่ง เดือนหนึ่ง อาจเกิดได้หลายร้อย ปีหนึ่งอาจเกิดได้หลายพัน หลายหมื่น ยี่สิบสามสิบปี ก็เกิดได้หลายแสน พอแล้ว, พอแล้ว อย่าให้มันมากกว่านั้นเลย มันควรจะเข็ดหลาบแล้ว. นี้ บำเพ็ญบารมีกัน หมื่นชาติ แสนชาติ ได้ก่อนแต่ที่จะ เข้าโลง มันก็ไม่ค้านกันดอก.
หลักที่เขาว่า ให้บำเพ็ญบารมี หมื่นชาติ แสนชาติ เสียก่อน จึงจะนิพพาน; ของเราปฏิบัติได้อย่างนี้, แต่ของเขา มันจะเหลวคว้าง. เขาต้องรอ เข้าโลงแล้ว หมื่นครั้ง แสนครั้ง เดี๋ยวก็ ลืมหมด ขี้เกียจพูดกัน เข้าโลง ตั้งแสนครั้ง: เราไม่ทันจะ เข้าโลงสักที เรามีการเกิดตาย แห่งตัวนี้ ตั้งแสนครั้ง เหมือนกัน.
บรรพต อ.:-"พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมี ๔ อสงไขยกำไลแสนกัปล์" คือพุทธทาสแกไม่เชื่อ พุทธดำรัส ที่สอนเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดว่ามีจริง อย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าแกจะปฎิบัติ และสอนคนอื่นให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไปทำไม งง!
พุทธทาสปรามาสพระพุทธเจ้าอย่างแรง เพราะไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิด
พุทธทาส:-คนโง่ ย่อมคิดไกลเกินไป จนไม่มีประโยชน์ "คนโง่ก็ไปคิดเอา สิบเบี้ยไกลมือ, คนฉลาดก็ไปคิดเอา หนึ่งเบี้ย สองเบี้ย ใกล้มือ" นี้เป็นคำพูดพื้นบ้าน, ซึ่งดูเหมือนจะมีอยู่ทั่วไป ว่า คนโง่คิดไกลอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ชาติหน้าของคนโง่ จะต้องอยู่ไกล หลังจากตายไปแล้ว อยู่เสมอ แต่ชาติหน้า ของคนฉลาด ต้องอยู่ที่นี่ และเดี๋ยวนี้ ติดต่อกันไปทีเดียว จึงสามารถ ป้องกันมันได้ คนโง่จะเอาเรื่องเหตุ ไว้ที่ชาติอื่น, เอาผลไว้ที่ชาติอื่น, แล้วมันจะทำกัน ได้อย่างไร, เช่นว่าเดี๋ยวนี้ เราจะมีความทุกข์ เราต้องการ จะตัดต้นเหตุ ของความทุกข์, แล้วเราเอาเหตุ ของความทุกข์ ไปไว้ที่ชาติอื่น คือ ชาติทึ่แล้วมา อย่างนี้ มันจะตัดต้นเหตุ ของความทุกข์ ได้อย่างไร นี่พูดถึง ชาติ ของร่างกาย
มันต้องอยู่ในชาติ ทางร่างกายเดียวกันนี้, ทั้งเหตุและผล เราจึงจะสามารถ ตัดต้นเหตุ แห่งความทุกข์นั้นได้ และได้รับผล เป็นความไม่ทุกข์ได้ สิ่งต่างๆ ต้องอยู่ในวิสัย ที่เราจะเกี่ยวข้องได้ จัดการได้ มันจึงจะเป็นประโยชน์, ถ้าเอาไปไว้กันเสีย คนละชาติแล้ว มันแทบจะ ไม่มีประโยชน์อะไร และในบางกรณี มันทำไม่ได้ เหมือนกับที่ เราจะดับทุกข์ ของชาตินี้ แต่เหตุของมัน อยู่ที่ ชาติก่อนโน้นแล้ว จะไปดับได้อย่างไร.
บรรพต อ.:-คือพุทธทาสแกไม่เชื่อว่าชาติก่อนชาติหน้ามีจริง แกไม่รู้ว่าการที่ พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ได้จะต้อง ระลึกชาติได้เสียก่อน เพราะถ้าระลึกชาติไม่ได้ก็จะไม่รู้ว่า มีการเวียนว่ายตายเกิด จึงเกิดความเชื่อที่ขัดต่อพระพุทะดำรัส อย่างพุทธทาส นี้แลฯ ดู พุทธดำรัสดีกว่านะ
พุทธดำรัส:-ดูก่อนวัจฉะ ชนที่กล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมเป็นสัพพัญญู มีปกติเห็นธรรมทั้งปวง ทรงปฏิญาณญาณทัสสนะไม่มีส่วนเหลือว่า เมื่อเราเดินไปก็ดี หยุดอยู่ก็ดี หลับก็ดี ตื่นก็ดี ญาณทัสสนะปรากฏแล้วเสมอติดต่อกันไปดังนี้ ไม่เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้วและชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำที่ไม่มี ไม่เป็นจริง
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ (ผู้ได้วิชชา ๓ ) ดังนี้แล เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง ชื่อว่าพยากรณ์ถูกสมควรแก่ธรรม....
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก คือระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง..... ตลอดสังวัฎวิวัฎกัปเป็นอันมาก ในภพโน้นเรามีชื่อย่างนั้น มีโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณอย่างนั้น ครั้นจุติจากภพนั้นแล้วได้ไปเกิดในภพโน้น... เราย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทศด้วยประการฉะนี้
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติกำลังอุบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดีตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ซึ่งเป็นไปตามกรรมว่าสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียน พระอริยเจ้า เป็นมิจฉาทิฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิฉาทิฐิ เขาเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนสัตว์เหล่านี้ ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นสัมมทิฐิ..... เบื้องหน้า แต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง
จูฬวัจฉโคคตสูตร
พุทธทาสกล่าวตู่หาว่าพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนั้นอย่างนี้
พุทธทาส:-มีอยู่ในพระไตรปิฎก บางแห่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า เรื่องเทวดานี้ เขาพูดกันอย่าง เอิกเกริก ทั่วไปอยู่แล้ว เสียเวลา ที่จะไปฝืน ความรู้สึกของเขา; แล้วเราเอง ก็ต้องการ อีกอย่างหนึ่ง ต่างหาก สิ่งที่ต้องการ ไม่ได้เป็นอันเดียวกับ ที่ต้องการให้เขา หลงใหลในสวรรค์ ไม่จำเป็นที่จะต้อง อธิบายเรื่อง นรก สวรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะ พิสูจน์กัน เดี๋ยวนั้น ไม่ได้. ถ้าหากว่า ผู้นั้นจะมี ปาฏิหาริย์มาก ถึงกับ บังคับจิตผู้คน หรือ กลุ่มประชาชน ให้เห็นนรก เห็นสวรรค์ ด้วยอำนาจจิต ได้อย่างแท้จริง; ซึ่งสวรรค์ และนรก จะจริง ไม่จริง ไม่ทราบ; แต่ว่า สามารถบังคับ ด้วยปาฏิหาริย์ ให้พากันเห็นชัดเจน แท้จริง จนมีความเชื่อ อย่างนี้ก็ทำได้; พระพุทธเจ้า ท่านก็ทำได้ เป็นของง่ายๆ แต่ท่านก็ไม่ประสงค์ จะทำอย่างนั้น;
บรรพต อ.:-อันนี้พุทธทาสสอนส่อเสียด หลวงพ่อองค์หนึ่งที่ในหลวงทรงโปรด และสอนมโนมยิทธิ ไปท่องเที่ยวสวรรค์นรกได้ แล้วกล่าวตู่พระพุทะเจ้าอีกว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฏก ทั้งๆที่พุทธทาสเอง ก็ปฎิเสธพระไตรปิฏก เอ ตกลงแกจะเอายังไงแน่ ดูพุทธดำรัสดีกว่าครับ ว่าพระพุทะเจ้าสอน มโนมยิทธิไว้นะครับ พุทธทาสมั่วอีกแล้ว
ทำไมพระสาวกจึงเคารพพระศาสดา
พุทธดำรัส:- ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมนิรมิตกายอื่นจากกายนี้ มีรูปเกิดแต่ใจ มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง..... เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงชักไส้ออกจากหญ้าปล้อง ...... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่
ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมได้บรรลุอิทธิวิธีหลายประการ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่
ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมได้ยินเสียงสองชนิด คือเสียงทิพย์ และเสียงมนุษย์....... ย่อมกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่น ของบุคคลอื่นด้วยใจ..... ย่อมระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก....... ย่อมเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติ..... ย่อมทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่
ดูก่อนอุทายี ธรรมห้าประการนี้แล เป็นเหตุให้สาวกทั้งหลายของเราสักการะ เคารพ นับถือ บูชาแล้วพึ่งเราอยู่
มหาสกุลุทายิสูตร
พุทธทาสกล่าวหาว่า พุทธดำรัสในพระไตรปิฏกมันพลัดหลงมา
พุทธทาส:-ส่วนตอนเรื่อง นรก สวรรค์ อะไรนั้น เป็นตอนที่ ไม่ใช่ใจความ ของพุทธศาสนา เขาเชื่อกัน อยู่อย่างนั้นแล้ว เขาทำกัน อยู่อย่างนั้นแล้ว ก่อนพระองค์เกิด ถ้าไปตู่เรื่องนี้ มาว่าเป็น พุทธศาสนา ก็เรยกว่า ไม่ยุติธรรม พระพุทธเจ้า ท่านไม่ขี้ตู่ อย่างนั้น เรื่องของท่าน จึงมีแต่เรื่อง โลกุตตระ คือ อริยสัจจ์ เป็นพื้น. เพราะฉะนั้น จึงเห็นได้ว่า เรื่องสวรรค์ หรือ นรก นี้ ไม่ใช่ ประเด็นของพุทธศาสนา แต่มันพลัดมาอยู่ใน คำของ พระพุทธเจ้า
บรรพต อ.:-คือว่า พุทธดำรัสใดที่พุทธทาสแกชอบ แล้วเอามาสอนทำลายพุทธดำรัสส่วนอื่นๆได้ เช่น กาลามาส๖ร แกก็บอกว่า นี่แหละ พุทะดำรัสแท้ๆ แต่ถ้าพุทธดำรัส ส่วนใดเป็นคำสอนของหลวงปู่หลวงพ่อที่ในหลวงทรงโปรด สังเกตุดูนะ พุทธทาสแกก็บอกว่าไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่รู้แกเอาคำสอนอะไรเป็นหลัก พระพุทธเจ้าทรงสอนตั้ง ๘,๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แต่แกจะเอา แค่ตัวกูของกู โดยไม่เอาขั้นตอนการปฎิบัติมาทำลายพระสูตรอื่นๆ
นรกมีจริง
ปัญหา มีบางคนยืนยันว่า นรกสวรรค์ไม่มี พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก ดังนี้ ข้อนี้เป็นความจริงเพียงใด ?
พุทธดำรัส:-ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั้นนั่นแลประพฤติทุจริต ทางกาย ทางวาจา ทางใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทุกข์โทมนัสที่บุรุษถูกแทงด้วยหอกสามร้อยเล่มเป็นเหตุ กำลังเสวยอยู่นั้นเปรียบเทียบทุกข์ของนรก ยังไม่ถึงแม้ความคณนา ยังไม่ถึงแม้ส่วนแห่งเสี้ยว ยังไม่ถึงแม้การเทียบกันได้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะให้คนพาลนั้นกระทำเหตุชื่อการจำ ๕ ประการคือ ตรึงตะปูเหล็กแดงที่มือข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ ที่เท้าข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ และที่ทรวงอกตรงกลาง คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า....... และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด
เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้นขึงพืดแล้วเอาผึ่งถาก คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้น เอาเท้าขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง แล้วถากด้วยพร้า คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะเอาพาลนั้นเทียมรถ แล้วให้วิ่งกลับไปกลับมาบนแผ่นดินที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะให้คนพาลนั้นปีนขึ้นปีนลง ซึ่งภูเขาถ่านเพลิงลูกใหญ่ ที่มีไฟติดทั่วลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้น เอาเท้าขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง แล้วพุ่งลงไปในหม้อทองแดงที่ร้อน มีไฟติดทั่ง ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเดือนเป็นฟองอยู่ในหม้อทองแดงนั้น เมื่อเขาเดือดเป็นฟองอยู่ จะพล่านขึ้นข้างบนครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง พล่านไปด้านขวาครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง จะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบอยู่ในหม้อทองแดงนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาล จะจับโยนคนพาลนั้นเข้าไปในมหานรก ก็มหานรกนั่นแล มีสี่มุมสี่ประตู แบ่งไว้โดยส่วนเท่ากัน มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรกใหญ่นั้น ล้วนแล้วด้วยเหล็ก ลุกโพลง ประกอบด้วยไฟแผ่ไปตลอดร้อยโยชน์รอบด้น ประดิษฐานอยู่ทุกเมื่อ
พาลปัณฑิตสูตร
</TD></TR></TBODY></TABLE>
..................................................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ชากังราวดี: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=130456)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ บรรพต อ.: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=128762) ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
ไฟสถิตย์
17-05-2008, 09:09 AM
คืออะไรครับ งง
หล่อลุยไฟ
17-05-2008, 09:26 AM
กาย เวทนา จิต ธรรม (สติรำลึก)
เส้นสายสู่ กระนิพพาน นะจ่ะ
สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ นี่คือการสอนให้ คิดดี พูดดี ทำดี
แต่ผมนั้นมาจากนรกครับ ผมแย้งทุกเรื่อง !!!
srirote
17-05-2008, 12:32 PM
ผมเป็นคนหนึ่งที่เลื่อกคำสอนของท่านพุทธทาส ข้อใหนสอนไม่ตรงกับพุทธบัญญัติผมก็ปล่อยมันไป จะเลือกจำเฉพาะที่ดีๆ ครับ แต่ก็อยากทราบเหมือนกันครับว่า ท่านพุทธทาสละขัณฑ์5 แล้วไปอยู่ ณ.ที่ใด ขอความกรุณา
ผู้รู้ช่วยตอบให้หายสงสัยหน่อยครับ ขอบคุณครับ
จารียา
17-05-2008, 02:07 PM
เซียนตาทิพย์:-พอจิตคลิ้มไปครึ่งหลับครึ่งตื่นก็เห็นแผ่นดินไหวแผ่นดินแยก เห็นลูกศิษย์พุทธทาสถูกธรณีสูบ ไปทั่วทั้งบริเวณ แต่แปลก คนที่ไม่ได้เป็นลูกศิษย์พุทธทาส แม้จะยืนอยู่ปากเหวแต่ก็ไม่ถูกธรณีสูบแม้แต่เพียงคนเดียวก็ไม่มี แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดขาวแบบคนถือชีพรามห์อย่างนั้น ความรู้สึกว่าเคยเป็นแม่ในอดีตชาติหนึ่ง กำลังโดนธรณีสูบลงไป จึงวิ่งเข้าไปที่ปากเหวตรงแผ่นดินมันแยกออกจากกัน เอื่อมมือไปฉุดเพื่อจะดึงมือเธอขึ้นมา แต่ก็ดึงไม่ไหว เธอหลุดมือลงไปใต้แผ่นดินที่แยกตกลงไปลึกจนมองไม่เห็น รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ช่วยเธอไม่ได้
หมายเหตุ:-ถ้าเรื่องที่เล่ามานี้แต่งขึ้นมาเองเพื่อหลอกลวง ก็ขอให้ข้าพเจ้าผู้มีนามว่าเซียนตาทิพย์นี้จงถูกฟ้าผ่าตายเดี๋ยวนี้ทันที
.........................................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ จารียา: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=129062)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
ไฟสถิตย์
17-05-2008, 03:02 PM
หมายเหตุ:-ถ้าเรื่องที่เล่ามานี้แต่งขึ้นมาเองเพื่อหลอกลวง ก็ขอให้ข้าพเจ้าผู้มีนามว่าเซียนตาทิพย์นี้จงถูกฟ้าผ่าตายเดี๋ยวนี้ทันที
วันนี้ฝนตก ฟ้ามืดๆ ผมแนะนำว่าเซียนตาทิพย์รีบเข้าบ้านนอนดีกว่าครับ
Welcome
21-05-2008, 07:39 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD background=images/gradients/bg_p.gif>สมาชิกที่กล่าว " ไม่เห็นด้วย " กับข้อความของ คุณ Arahan ที่เขียนไว้ทางด้านบน </TD></TR><TR><TD class=alt2 height=29>noolegza (http://board.palungjit.com/member.php?u=204170) (18-05-2008) </TD></TR></TBODY></TABLE>
ไม่เห็นด้วยเพราะอะไรช่วยชี้เจงด้วยครับ
......................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ Welcome: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=129760)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
Welcome
21-05-2008, 07:55 PM
โพสต์โดย : petcharaj
ID # 732376 - โพสต์เมื่อ : 2008-05-11 11:24:57 _ แจ้งลบข้อความ
ขอถามหน่อยนะ
1.คำว่าคอมมิวนิตย์ ตามความเข้าใจของ คุณบรรพต อ. หมายถึงอะไร
2.และทำไมคุณบรรพต อ. ถึงเข้าใจเช่นนั้น ยกตัวอย่างมาหน่อยครับ
ขอแค่ 2 ประเด็นนี้ก็พอ
__________________________________________
คือพุทธทาสนี่มีพฤติกรรมคล้ายๆคอมมิวนิสต์ว่างั้นนะ! เช่นสอนว่า สังคมนิยมดีที่สุด แต่ในเมื่อมาอยู่สายคอมมิวนิสต์สายพระแล้วก็ต้องอิงธรรมะหลอกเขาไปอีกหน่อยหนึ่งก็เท่านั้นเอง ผมบอกว่าคล้ายหรืออาจจะเป็นนะครับ ไม่ได้กล่าวหาว่าพุทธทาสเป็นคอมมิวนิสต์
คอมมิวนิสต์สายพระในสมัยที่ยังมีพื้นที่สีแดงเขาใช้นโยบายทำลายศรัทธาในของสองอย่าง คือ ทำลายศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ และศรัทธาในพระพุทธศาสนา สังเกตุได้จากส่วนใหญ่ที่มีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และที่ยังไม่มีคดีแต่ได้ยินมากับหูก็เยอะแยะ ล้วนเป็นลูกศิษย์พุทธทาสทั้งนั้น ส่วนตัวพุทธทาสเองก็สอนลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าพระศาสดาของตนเอง ดูครับ
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
..............................................................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ Welcome: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=129760)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
pipat
22-05-2008, 05:07 PM
55+
สมยโมรี
24-05-2008, 07:57 PM
ผู้ถูกแผ่นดินสูบเพราะผิดต่อพระองค์ (ภาคพระเทวทัต)
การที่บุคคลต่าง ๆ ที่ผิดต่อพระพุทธองค์ ถูกแผ่นดินสูบ จะสูบโดยวิธีใด ผมก็ไม่ติดใจ ในที่นี้ขอนำเรื่องราวของท่านเหล่านั้นมาขยายให้ฟังอย่างเดียว ส่วนมากก็คงได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้วแต่นี่เป็น version ใหม่เอี่ยมเลยนะครับ
บุคคลแรกที่โด่งดังมาก คือ พระเทวทัต เรื่องราวของท่านหลายคนทราบดีแล้ว จะไม่ขยายอีก ขอเล่าเพียงประเด็นที่ทำให้เทวทัตท่านเขวออกนอกทาง ตำราว่าเพราะลาภสักการะเป็นเหตุ ต้องการการยอมรับจากพุทธศาสนิกชน เมื่ออยากดังอยากเด่นเกินหน้าพระภิกษุรูปอื่น ๆ ก็จึงต้องแสวงหาผู้อุปถัมภ์บังเอิญเห็นเจ้าชาย อชาตศัตรู รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์กรุงราชคฤห์ ยัง อินโนเซ็นซ์ จึงครอบได้สบาย ครอบไปครอบมาเลยเกิดถึงขั้นยุให้ปฏิวัติเสด็จพ่อ จับขังคุกให้อดพระกระยาหารจนสิ้นพระชนม์
ข้างฝ่ายพระเทวทัตก็วางแผนสารพัดแผนเพื่อกำจัดพระพุทธองค์
เริ่มต้นด้วย จ้าง นายขมังธนู (สมัยนี้คงหมายถึง มือปืนรับจ้าง หรือไม่ก็มือระเบิด ) แผนของเทวทัต วางแผนสังหารพระพุทธองค์ ท่านว่าจ้างคนถึง ๓๓ คนสั่งคนแรกไปยิงพระพุทธเจ้าในถ้ำเชิงเขาคิชฌกูฏ ยิงเสร็จสั่งให้เดินไปยังจุดหนึ่ง
ณ จุดนั้นท่านได้วางเพชฌฆาตไว้สองคน หลังฆ่าเสร็จแล้วคนหนึ่งให้ไปทางเหนือ อีกคนหนึ่งให้ไปทางใต้ ณ ทิศเหนือก็มีอีกสองคนดักอยู่ ณ ทิศใต้ก็มีอีกสองคนดักอยู่ ฆ่าเสร็จแล้วก็ให้แยกย้ายกันไป ฆ่ากันเป็นทอด ๆ อย่างนี้จนครบ ๑๖ ทอด คิดดูแล้วกัน ถ้าแผนการสำเร็จ คนใดคนหนึ่งถูกจับ ณ ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะจับมือใครดมไม่ได้เลย ไม่รู้ต้นตอมาจากไหน เรียกว่า หาใบเสร็จไม่เจอเลย ว่าอย่างนั้นเถอะ
แผนการแรกล้มเหลว แผนการที่สอง ท่านลงมือเอง ปีนขึ้นยอดเขา กลิ้งหินลงมาหมายให้ทับพระพุทธองค์ ขณะประทับเข้าฌานสมาบัติอยู่ ณ ถ้ำมัททกุจฉิ เชิงเขาคิชฌกูฏ อย่างมากก็ทำร้ายพระองค์ได้เพียง ยังพระโลหิตให้ห้อ ล้มเหลวอีก
แผนที่สามสั่งปล่อยช้างตกมัน วิ่งแปร๋นไป เพื่อเหยียบพระพุทธองค์ ขณะเสด็จออก โปรดสัตว์ มีพระอานนท์โดยเสด็จช้างก็แพ้แก่อานุภาพระเมตตาของพระพุทธองค์ สมัยนั้นไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีวิทยุ ทีวี ก็จริง แต่แผนการชั่วของท่านเทวทัตก็เป็นที่โจษจันกันทั่วไป รู้กันกว้างขวาง
ท่านเทวทัตจึงออกจากสำนักไปยื่นเงื่อนไข ๕ ประการอ้างว่าเพื่อความเคร่งครัดของพระสงฆ์ เช่น ให้ห้ามพระฉันปลาและเนื้อ ให้พระอยู่โคนไม้ตลอดชีวิต ฯลฯ (ตัวคนเสนอเองก็ไม่อยากทำอย่างนั้น แต่เป็นแผน) ถูกพระพุทธองค์ปฏิเสธตรัสว่าขอให้เป็นความสมัครใจของปัจเจกบุคคล อย่างถึงกับตั้งเป็นกฎเลย มันยุ่งยาก เพราะชีวิตพระ เป็นอยู่ด้วยอาศัยคนอื่น เดี๋ยวแทนที่จะเป็นการเลี้ยงง่าย กลับเป็นการเลี้ยงยากไป
ท่านเทวทัตได้ทีจึงประกาศว่าไหนว่าพระศาสดานิยมความเข้มงวดเคร่งครัด ครั้นเราเสนอข้อปฏิบัติขัดเกลากลับไม่อนุญาตใครเห็นด้วยกับเราก็ตามเรามา ว่าแล้วก็เดินออกจากที่ประชุม ประชุมสงฆ์
.......................................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ สมยโมรี: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=130362)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
สมยโมรี
24-05-2008, 07:59 PM
ผู้ถูกแผ่นดินสูบเพราะผิดต่อพระองค์ (ภาคพระเทวทัต)
การที่บุคคลต่าง ๆ ที่ผิดต่อพระพุทธองค์ ถูกแผ่นดินสูบ จะสูบโดยวิธีใด ผมก็ไม่ติดใจ ในที่นี้ขอนำเรื่องราวของท่านเหล่านั้นมาขยายให้ฟังอย่างเดียว ส่วนมากก็คงได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้วแต่นี่เป็น version ใหม่เอี่ยมเลยนะครับ
บุคคลแรกที่โด่งดังมาก คือ พระเทวทัต เรื่องราวของท่านหลายคนทราบดีแล้ว จะไม่ขยายอีก ขอเล่าเพียงประเด็นที่ทำให้เทวทัตท่านเขวออกนอกทาง ตำราว่าเพราะลาภสักการะเป็นเหตุ ต้องการการยอมรับจากพุทธศาสนิกชน เมื่ออยากดังอยากเด่นเกินหน้าพระภิกษุรูปอื่น ๆ ก็จึงต้องแสวงหาผู้อุปถัมภ์บังเอิญเห็นเจ้าชาย อชาตศัตรู รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์กรุงราชคฤห์ ยัง อินโนเซ็นซ์ จึงครอบได้สบาย ครอบไปครอบมาเลยเกิดถึงขั้นยุให้ปฏิวัติเสด็จพ่อ จับขังคุกให้อดพระกระยาหารจนสิ้นพระชนม์
ข้างฝ่ายพระเทวทัตก็วางแผนสารพัดแผนเพื่อกำจัดพระพุทธองค์
เริ่มต้นด้วย จ้าง นายขมังธนู (สมัยนี้คงหมายถึง มือปืนรับจ้าง หรือไม่ก็มือระเบิด ) แผนของเทวทัต วางแผนสังหารพระพุทธองค์ ท่านว่าจ้างคนถึง ๓๓ คนสั่งคนแรกไปยิงพระพุทธเจ้าในถ้ำเชิงเขาคิชฌกูฏ ยิงเสร็จสั่งให้เดินไปยังจุดหนึ่ง
ณ จุดนั้นท่านได้วางเพชฌฆาตไว้สองคน หลังฆ่าเสร็จแล้วคนหนึ่งให้ไปทางเหนือ อีกคนหนึ่งให้ไปทางใต้ ณ ทิศเหนือก็มีอีกสองคนดักอยู่ ณ ทิศใต้ก็มีอีกสองคนดักอยู่ ฆ่าเสร็จแล้วก็ให้แยกย้ายกันไป ฆ่ากันเป็นทอด ๆ อย่างนี้จนครบ ๑๖ ทอด คิดดูแล้วกัน ถ้าแผนการสำเร็จ คนใดคนหนึ่งถูกจับ ณ ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะจับมือใครดมไม่ได้เลย ไม่รู้ต้นตอมาจากไหน เรียกว่า หาใบเสร็จไม่เจอเลย ว่าอย่างนั้นเถอะ
แผนการแรกล้มเหลว แผนการที่สอง ท่านลงมือเอง ปีนขึ้นยอดเขา กลิ้งหินลงมาหมายให้ทับพระพุทธองค์ ขณะประทับเข้าฌานสมาบัติอยู่ ณ ถ้ำมัททกุจฉิ เชิงเขาคิชฌกูฏ อย่างมากก็ทำร้ายพระองค์ได้เพียง ยังพระโลหิตให้ห้อ ล้มเหลวอีก
แผนที่สามสั่งปล่อยช้างตกมัน วิ่งแปร๋นไป เพื่อเหยียบพระพุทธองค์ ขณะเสด็จออก โปรดสัตว์ มีพระอานนท์โดยเสด็จช้างก็แพ้แก่อานุภาพระเมตตาของพระพุทธองค์ สมัยนั้นไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีวิทยุ ทีวี ก็จริง แต่แผนการชั่วของท่านเทวทัตก็เป็นที่โจษจันกันทั่วไป รู้กันกว้างขวาง
ท่านเทวทัตจึงออกจากสำนักไปยื่นเงื่อนไข ๕ ประการอ้างว่าเพื่อความเคร่งครัดของพระสงฆ์ เช่น ให้ห้ามพระฉันปลาและเนื้อ ให้พระอยู่โคนไม้ตลอดชีวิต ฯลฯ (ตัวคนเสนอเองก็ไม่อยากทำอย่างนั้น แต่เป็นแผน) ถูกพระพุทธองค์ปฏิเสธตรัสว่าขอให้เป็นความสมัครใจของปัจเจกบุคคล อย่างถึงกับตั้งเป็นกฎเลย มันยุ่งยาก เพราะชีวิตพระ เป็นอยู่ด้วยอาศัยคนอื่น เดี๋ยวแทนที่จะเป็นการเลี้ยงง่าย กลับเป็นการเลี้ยงยากไป
ท่านเทวทัตได้ทีจึงประกาศว่าไหนว่าพระศาสดานิยมความเข้มงวดเคร่งครัด ครั้นเราเสนอข้อปฏิบัติขัดเกลากลับไม่อนุญาตใครเห็นด้วยกับเราก็ตามเรามา ว่าแล้วก็เดินออกจากที่ประชุม ประชุมสงฆ์
.................................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ สมยโมรี: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=130362)
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
Agent
30-05-2008, 10:37 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=332670&stc=1&d=1212121775
ใบไม้นอกกำมือ
30-05-2008, 08:41 PM
ท่านพุทธทาสก็เหมือนผมนั่นแหละครับ มีหลายช่วงของชีวิต พุทธทาสสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัส ย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้า ตอนช่วงแรกของชีวิตเท่านั้น ท่านมารู้ความจริงเมื่อตอนช่วงท้ายของชีวิต แต่ท่านก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ตำราจากความไม่รู้จริงของท่านในช่วงแรกของชีวิต มันได้แพร่หลายไปมากมายมหาศาลแล้ว
ใบไม้นอกกำมือ
30-05-2008, 08:47 PM
พุทธทาสท่านรู้ความจริงเกี่ยวกับวิญญาณตอนที่ท่านฉุกคิดว่า วิญญาณมันสืบเนื่องต่อไปเรื่อยๆนี่หว่า ดังนั้นสวรรค์ก็อาจจะไม่ได้อยู่ในอก นรกก็ไม่ได้แค่อยู่ในใจอย่างเดียว และกฎแห่งกรรมมันต้องข้ามภพข้ามชาติไปได้ นอกจากนี้พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ ก็อาจจะจริงทั้งหมดก็ได้
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 03:37 PM
เชิญร่วมร้องเรียนที่พุทธทาสสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัสย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าศาสดาของตนเองแท้ๆทำไปได้ลงคอ
พูดอย่างหนึ่ง
การเป็นทาสของพระพุทธองค์ เรียกว่า "พุทธทาส"
พุทธทาส แปลว่า ผู้รับใช้พระพุทธองค์อย่างถวายชีวิต
ในฐานะเป็นหนี้ในพระมหากรุณาธิคุณด้วย
เพราะความกตัญญูด้วย และ
เพราะเห็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วย
จึงสมัคร มอบกายถวายชีวิตหมดสิ้นทุกประการ
เพื่อรับใช้พระพุทธองค์
เพื่อกระทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธประสงค์
คัดจาก หนังสือ พุทธสาสนา ปีที่ ๖๗ เล่ม ๒ พุทธศํกราช ๒๕๔๒
แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-ให้โกยอภิธรรมทิ้งไปให้หมด อภิธรรมตามที่รู้กันนั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตาม ที่ระบุไปยังอภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด
บางสูตรก็ตัดออกไปหมดเลย บางสูตรก็ต้องตัดออกไปบางส่วน บางสูตรก็ตัดออกไปราว 40%
อภิธรรมคืออะไร?
ผู้คัดค้านพระอภิธรรมชื่อว่า ทำลายชินจักร
"บุคคลเมื่อคัดค้านพระอภิธรรม ชื่อว่า ย่อมให้การประหารในชินจักรนี้ ย่อมคัดค้านพระสัพพัญญุตญาณ ย่อมหมิ่นเวสารัชชญาณของพระศาสดา ย่อมขัดแย้งบริษัทผู้ต้องการฟังย่อมผูกเครื่องกั้นอริยมรรค จักปรากฏในเภทกรวัตถุ ๑๘ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้ควรแก่อุกเขปนิยกรรม นิยสกรรม ตัชชนียกรรม เพราะทำกรรมนั้น จึงควรส่งเธอไปว่า เจ้าจงไป จงเป็นคนกินเดนเลี้ยงชีพเถิด ดังนี้ "
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล มหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่มที่ 75 อภิธรรมปิฎก หน้า 60-63 อรรถกถาธรรมสังคณี
................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ไอ้กระผ๊ม!: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131879)
..
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 03:41 PM
คำแก้ต่างจะมีตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
โปรดติดตาม
เดี๋ยวก็รู้เหตุผลของใครเนือกว่าใครว่าใคร
ขอให้ Webmaster ปลดล๊อคพวกสายแก้วได้เลยจะได้มาวิสัชนากันที่นี่
ขอบคุณครับ
(||)
เวฬุวัล
04-06-2008, 03:47 PM
อนุโมทนาค่ะ ทำสอนธรรมะของท่านพุทธทาสเป็นการสอนที่ลึกซึ้ง จึงทำให้การตีความของคนเราผิดเพี้ยนไปบ้าง
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 04:51 PM
ท่านพุทธทาสก็เหมือนผมนั่นแหละครับ มีหลายช่วงของชีวิต พุทธทาสสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัส ย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้า ตอนช่วงแรกของชีวิตเท่านั้น ท่านมารู้ความจริงเมื่อตอนช่วงท้ายของชีวิต แต่ท่านก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ตำราจากความไม่รู้จริงของท่านในช่วงแรกของชีวิต มันได้แพร่หลายไปมากมายมหาศาลแล้ว
ลูกศิษย์กับอาจารย์สัน....นิสัยเหมือนกันเปรี๊ยบ! ชอบเดาจิตส่งเดช คิดว่าพระพุทธเจ้าคิดอย่างนี้คิดอย่างนั้น พระพุทธเจ้าโกหก รู้ถึงขนาดว่าพระพุทธดำรัสโกหกทั้งนั้น
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 04:55 PM
พุทธทาสท่านรู้ความจริงเกี่ยวกับวิญญาณตอนที่ท่านฉุกคิดว่า วิญญาณมันสืบเนื่องต่อไปเรื่อยๆนี่หว่า ดังนั้นสวรรค์ก็อาจจะไม่ได้อยู่ในอก นรกก็ไม่ได้แค่อยู่ในใจอย่างเดียว และกฎแห่งกรรมมันต้องข้ามภพข้ามชาติไปได้ นอกจากนี้พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ ก็อาจจะจริงทั้งหมดก็ได้
แสดงว่ามีทิพย์จักษุญาณสามารถล่วงรู้ความคิดพุทธทาสได้ซะด้วย สมมุติว่าถ้าพุทธทาสกลับใจได้ ท่านต้องประกาศให้ญาติโยมรู้ทันทีเลยเพราะพระอรหันต์นี่ จะไม่ปล่อยไว้หรอก
หลวงพี่เหว
04-06-2008, 05:09 PM
ธรรม มี ถูกผิดด้วยหรือ
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 05:11 PM
นี่คือคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุล้วนโดยไม่มีคำวิจารณ์ของใครเลย แล้วจะผิดกติกาได้อย่างไร ถ้ากระทู้แบบนี้ถูกลบถูกแบนก็ต้องชี้แจงให้ได้นะครับท่าน
การเป็นทาสของพระพุทธองค์ เรียกว่า "พุทธทาส"
พุทธทาส แปลว่า ผู้รับใช้พระพุทธองค์อย่างถวายชีวิต
ในฐานะเป็นหนี้ในพระมหากรุณาธิคุณด้วย
เพราะความกตัญญูด้วย และ เพราะเห็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วย
จึงสมัคร มอบกายถวายชีวิตหมดสิ้นทุกประการ เพื่อรับใช้พระพุทธองค์
เพื่อกระทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธประสงค์
คัดจาก หนังสือ พุทธสาสนา ปีที่ ๖๗ เล่ม ๒ พุทธศํกราช ๒๕๔๒
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็น
สัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้น
เชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-ให้โกยอภิธรรมทิ้งไปให้หมด อภิธรรมตามที่รู้กันนั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตาม ที่ระบุไปยังอภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด
บางสูตรก็ตัดออกไปหมดเลย บางสูตรก็ต้องตัดออกไปบางส่วน บางสูตรก็ตัดออกไปราว 40%
อภิธรรมคืออะไร?
................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ไอ้กระผ๊ม!: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131879)
.
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 05:13 PM
ผิดกติกาข้อไหนช่วยชี้แจงด้วยครับ ก่อนจะลบหรือแบน จะได้สำรวมระวังในการต่อไป
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 05:40 PM
http://bestanimations.com/Animals/Mammals/Cats/Cat-05-june.gif
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
http://bestanimations.com/Animals/Mammals/Cats/Cat-03-june.gif
..................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ไอ้กระผ๊ม!: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131879)
.
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 05:42 PM
ถ้ากระทู้แบบนี้โดนลบโดนแบนก็หมายความว่า ผู้ดูแลนั่นแหละที่เป็นคนทำผิดกติกามารยาทเสียเอง
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 05:47 PM
กฎกติกาของเว็บบอร์ดพลังจิต
ขอความกรุณาช่วยกันรักษากฎกติกามารยาทที่ให้ไว้ข้างล่างเพื่อความสงบสุขของตัวเองและสังคม
ขอให้สมาชิก ตกลงที่จะทำตามกฎกติกามารยาท
1) ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดปด ไม่หลอกลวง ไม่พูดวาจาทำให้แตกร้าวกัน ไม่พูดวาจาไร้ประโยชน์
2) ไม่โพส ใส่ร้ายป้ายสี เสียดสี ในสิ่งไม่เป็นความจริง บิดเบือน ตำหนิติเตียน จาบจ้วงพระรัตนตรัย หรือ บุคคลใดๆ ในทางเสียหาย
3) ไม่โพสหรือสื่ออะไรต่างๆที่ ละเมิดต่อ กฎหมายบ้านเมือง ศีลธรรม ประเพณี
4) ไม่โพส รูป วิดีโอคลิป โป๊ ล่อแหลม ขัดต่อศีลธรรม ลงในกระทู้และในรูปแทนตัว
5) ไม่ก่อกวนสมาชิกและ ไม่ก่อกวนระบบของเว็บพลังจิต
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 05:48 PM
กฎกติกาของเว็บบอร์ดพลังจิต
ขอความกรุณาช่วยกันรักษากฎกติกามารยาทที่ให้ไว้ข้างล่างเพื่อความสงบสุขของตัวเองและสังคม
ขอให้สมาชิก ตกลงที่จะทำตามกฎกติกามารยาท
1) ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดปด ไม่หลอกลวง ไม่พูดวาจาทำให้แตกร้าวกัน ไม่พูดวาจาไร้ประโยชน์
2) ไม่โพส ใส่ร้ายป้ายสี เสียดสี ในสิ่งไม่เป็นความจริง บิดเบือน ตำหนิติเตียน จาบจ้วงพระรัตนตรัย หรือ บุคคลใดๆ ในทางเสียหาย
3) ไม่โพสหรือสื่ออะไรต่างๆที่ ละเมิดต่อ กฎหมายบ้านเมือง ศีลธรรม ประเพณี
4) ไม่โพส รูป วิดีโอคลิป โป๊ ล่อแหลม ขัดต่อศีลธรรม ลงในกระทู้และในรูปแทนตัว
5) ไม่ก่อกวนสมาชิกและ ไม่ก่อกวนระบบของเว็บพลังจิต
Khunkik
04-06-2008, 06:00 PM
เห็นด้วยสำหรับกฎกติกาข้อนี้
2) ไม่โพส ใส่ร้ายป้ายสี เสียดสี ในสิ่งไม่เป็นความจริง บิดเบือน ตำหนิติเตียน จาบจ้วงพระรัตนตรัย หรือ บุคคลใดๆ ในทางเสียหาย
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 06:05 PM
เห็นด้วยสำหรับกฎกติกาข้อนี้
2) ไม่โพส ใส่ร้ายป้ายสี เสียดสี ในสิ่งไม่เป็นความจริง บิดเบือน ตำหนิติเตียน จาบจ้วงพระรัตนตรัย หรือ บุคคลใดๆ ในทางเสียหาย
(||)
แต่คนที่จ้าบจ้วงพระรัตนตรัยมรณะภาพไปแล้วนี่สิเป็นปัญหาใหญ่
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
Khunkik
04-06-2008, 06:11 PM
บัว ๔ เหล่า
เมื่อพระพุทธองค์ทรงรับคำอารธนาของท้าวสหัมบดีพรหมแล้ว
ทรงเปรียบเทียบมนุษย์กับดอกบัว ๔ ประเภท คือ
๑ อุคฆติตัญญุ คือพวกฉลาดมาก เหมือนบัวที่พ้นน้ำแล้ว
เพียงได้ฟังหัวข้อธรรมที่ยกขึ้น ก็จะเข้าใจได้โดยง่าย
๒ วิปจิตัญญู คือพวกฉลาดพอควร เหมือนดอกบัวที่อยู่เสมอน้ำ
เพียงฟังคำอธิบายก็เข้าใจได้
๓ เยยะ คือพวกฉลาดปานกลาง หรือเวไนยสัตว์
เหมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ มีโอกาสที่จะโผล่ขึ้นมาในวันต่อๆไป
เมื่อได้รับการอบรมบ่มสติปัญญาพอควรก็จะเข้าใจธรรมได้
๔ ปทปรมะ คือผู้ที่โง่เขลา เหมือนบัวที่อยู่ในโคลนตม
ยากที่จะสอนให้เข้าใจได้ ไม่มีโอกาสโผล่เหนือน้ำ
Khunkik
04-06-2008, 06:13 PM
อย่าตำหนิกรรมของผู้อื่น
(โดยสมเด็จองค์ปฐม)
http://tbn0.google.com/images?q=tbn:Pmake4pIcXdgIM:http://wadthai.info/gallery/d/3765-2/014_4_b.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://wadthai.info/gallery/d/3765-2/014_4_b.jpg&imgrefurl=http://wadthai.info/gallery/v/Grathon/Places/026_12_b.jpg/slideshow.html&h=640&w=480&sz=84&hl=en&start=2&um=1&tbnid=Pmake4pIcXdgIM:&tbnh=137&tbnw=103&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%259E%26um%3D1%26hl%3Den%26sa%3DN)
ทรงเมตตาสอนไว้เมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๕๓๕ พิจารณาแล้วเห็นว่าจะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่อ่าน แล้วนำไปปฏิบัติให้เกิดผล มีความสำคัญโดยย่อ
ดังนี้
ในวันนี้ข้าพเจ้าและเพื่อนผู้ปฏิบัติธรรม มองเห็นชายคนหนึ่งที่แพเลี้ยงปลาของวัด
http://www.partford.com/images/1159508350/1159523577.jpg
จับปลาสวายตัวใหญ่ (ปลาของวัดเชื่องมาก) ขึ้นมาจากน้ำ ปลาก็ดิ้นจนหลุด
จากมือตกน้ำไป เขาก็จับปลาขึ้นมาใหม่ด้วยความสนุกสนาน ในครั้งนี้ปลาดิ้น
แล้วตกลงที่พื้นกระดานของแพปลา แล้วจึงตกลงไปในน้ำ เมื่อพวกเราเห็นการกระทำ (กรรม) ของเขา
ก็เกิดอารมณ์ปฏิฆะ (ไม่พอใจ) พูดขึ้นว่า ''บ้า'' อีก
ท่าน หนึ่งพูดว่า ''ทะลึ่ง'' ซึ่งเป็นการคิดชั่ว พูดชั่ว (สอบตกในมโนกรรม และวจีกรรม ทั้งคู่)
สมเด็จองค์ปฐมทรงเมตตาตรัสสอนว่า (เพื่อสะดวกในการจดจำ แล้วนำไปปฏิบัติต่อ ขอเขียนเป็นข้อ ๆ) ดังนี้
๑. ''เหตุที่จิตมีอุปทาน ยึดเอากรรมของผู้อื่นมาใส่จิตของเรา จึงกล่าว
เป็นวจีกรรมหลุดออกไป เพราะเหตุไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของจิตที่ยึดเอาอุปทานนั้น ๆ
(บุรุษผู้สร้างกรรมกับปลา) ถ้าไม่ใช่อดีตกรรมส่งผลให้เขาทำกับปลา กล่าวคือ ถ้าไม่ใช่ปลาเคยเป็นคน
มาแล้วจับคนที่เป็นปลาอยู่อย่างนี้แล้ว กรรมนี้ก็เป็นกรรมปัจจุบัน คือ มี
อารมณ์ฟุ้งซ่านเหลวไหล เห็นสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระ
มีอารมณ์พอใจสนุกไปกับการเบียดเบียนปลา จึงสร้างกรรมนี้ให้เกิดขึ้น
ซึ่งกรรมนี้เมื่อลุล่วงไปแล้ว ก็เป็นกายกรรม อันส่งผลให้เกิดกรรมในอนาคตได้
กล่าวคือ จะต้องมีชาติหนึ่งในต่อไปข้างหน้า บุรุษนี้ก็จะเกิดมาเป็นปลาสวาย
และปลานั้น กลับชาติมาเกิดเป็นคนจับเงี่ยงปลาชูให้ดิ้นรน จนกระทั่งตกลงกระแทกแพอีก
นี่คือกรรมภายนอก แต่เจ้าทั้งสองเอามาเป็นกรรมภายใน สร้างวจีกรรมให้เกิด
เท่ากับเห็นคนผิด เห็นปลาถูก จึงไปตำหนิกรรมอยู่อย่างนั้น
''วจีกรรมคือนินทากับสรรเสริญนั่นเอง''
ที่มา : http://board.palungjit.com/showthread.php?t=123492
Khunkik
04-06-2008, 06:13 PM
<table id="post1113502" class="tborder" align="center" border="0" cellpadding="6" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr><td class="thead" style="border-style: solid none solid solid; border-color: rgb(255, 255, 255) -moz-use-text-color rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255); border-width: 1px 0px 1px 1px; font-weight: normal;">14-04-2008, 02:23 PM <!-- / status icon and date --> </td> <td class="thead" style="border-style: solid solid solid none; border-color: rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255) -moz-use-text-color; border-width: 1px 1px 1px 0px; font-weight: normal;" align="right"> #3 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=1113502&postcount=3) </td> </tr> <tr valign="top"> <td class="alt2" style="border-style: none solid; border-color: -moz-use-text-color rgb(255, 255, 255); border-width: 0px 1px;" width="175"> MBNY (http://board.palungjit.com/member.php?u=22) <script type="text/javascript"> vbmenu_register("postmenu_1113502", true); </script>
Administrator
สมาชิกยอดฮิต
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar22_83.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=22)
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 3,527
Groans: 5
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 54,661
ได้รับอนุโมทนา 18,996 ครั้ง ใน 1,912 โพส
พลังการให้คะแนน: 50000 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</td> <td class="alt1" id="td_post_1113502" style="border-right: 1px solid rgb(255, 255, 255);"> <!-- message --> http://annatam.com/wp-content/uploads/2006/07/lotus%208_edited.jpg
๒. ถ้าจิตยังละการตำหนิกรรมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมโนกรรม หรือ วจีกรรม
ก็เท่ากับสร้างผลกรรมให้ต่อเนื่องกันไป ในการตำหนิกรรมไม่รู้จักสิ้นสุด
ในโลกนี้มัน เป็นวัฎจักรอยู่อย่างนี้ ผิดถูกในโลกนี้ไม่มี มันมีแต่กรรมล้วน ๆ''
๓. '' ในเมื่อเจ้าทั้งสองตำหนิกรรมนี้แล้ว พอไปชาติหน้าก็ประสบมาเป็นคน
จากคนที่เป็นปลาก็ต้องตำหนิกรรมอีก เมื่อมัวแต่ตำหนิธรรม หรือ กรรมของผู้อื่น
อันสืบเนื่องเป็นสันตติ ประดุจกงกำกงเกวียน หมุนเวียนต่อเนื่องกันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แล้วพวกเจ้าจักเอาชาติไหนมาตัดสินว่า ใครผิด-ใครถูก โลกทั้งโลกมันเป็นอยู่อย่างนี้
เพราะกิเลส-ตัญหา-อุปทาน-อกุศลกรรมเป็นเหตุ
ทำให้จิตของคนกระทำกรรม ให้เกิดแก่มโน-วจี และกายได้อยู่เป็นอาจิณ''
http://www.lotus.org/images/lg/lt_flower/Lotus.jpg
</td></tr></tbody></table>
Khunkik
04-06-2008, 06:15 PM
<table id="post1113510" class="tborder" align="center" border="0" cellpadding="6" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr><td class="thead" style="border-style: solid none solid solid; border-color: rgb(255, 255, 255) -moz-use-text-color rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255); border-width: 1px 0px 1px 1px; font-weight: normal;">14-04-2008, 02:30 PM <!-- / status icon and date --> </td> <td class="thead" style="border-style: solid solid solid none; border-color: rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255) -moz-use-text-color; border-width: 1px 1px 1px 0px; font-weight: normal;" align="right"> #4 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=1113510&postcount=4) </td> </tr> <tr valign="top"> <td class="alt2" style="border-style: none solid; border-color: -moz-use-text-color rgb(255, 255, 255); border-width: 0px 1px;" width="175"> MBNY (http://board.palungjit.com/member.php?u=22) <script type="text/javascript"> vbmenu_register("postmenu_1113510", true); </script>
Administrator
สมาชิกยอดฮิต
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar22_83.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=22)
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 3,527
Groans: 5
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 54,661
ได้รับอนุโมทนา 18,996 ครั้ง ใน 1,912 โพส
พลังการให้คะแนน: 50000 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</td> <td class="alt1" id="td_post_1113510" style="border-right: 1px solid rgb(255, 255, 255);"> <!-- message --> http://www.geocities.com/Colosseum/Park/9801/lotus3.jpg
๔. ''เจ้าต้องการพ้นกรรม ก็จงหมั่นปล่อยวาง มองเห็นเหตุแห่งกรรม อะไรจักเกิด
ก็ต้องคิดว่า กรรมใครกรรมมัน รู้สันตติของกฎแห่งกรรมว่ามันเป็นอย่างนี้
ถ้าเขาไม่ทำกรรมกันมาก่อน กรรมนี้ก็จักไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นมาได้ ตถาคตจึงได้
ตรัสยืนยันว่า กรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ เมื่อเรารู้เหตุก็จงดับที่เหตุแห่งกรรมนั้น
จงอย่ามองว่าใครผิดใครถูก กรรมถ้าไม่ใช่ก่อขึ้นเอง มันก็เกิดขึ้นไม่ได้เองหรอก''
http://krungpun.main.jp/kitung/renge/r1.JPG
๕. '' เมื่อพวกเจ้าเข้าใจดีแล้ว ก็จงหมั่นทำจิตให้พ้นจากการตำหนิธรรมเถิด
</td></tr></tbody></table>
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 06:16 PM
ร้องเรียนพระสงฆ์ประพฤติผิดพระวินัยสอนบิดเบือนไปจากคำสอนของพระศาสดาผิดกติกาไหมครับ?
(||)
กฎกติกาของเว็บบอร์ดพลังจิต
ขอความกรุณาช่วยกันรักษากฎกติกามารยาทที่ให้ไว้ข้างล่างเพื่อความสงบสุขของตัวเองและสังคม
ขอให้สมาชิก ตกลงที่จะทำตามกฎกติกามารยาท
1) ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดปด ไม่หลอกลวง ไม่พูดวาจาทำให้แตกร้าวกัน ไม่พูดวาจาไร้ประโยชน์
2) ไม่โพส ใส่ร้ายป้ายสี เสียดสี ในสิ่งไม่เป็นความจริง บิดเบือน ตำหนิติเตียน จาบจ้วงพระรัตนตรัย หรือ บุคคลใดๆ ในทางเสียหาย
3) ไม่โพสหรือสื่ออะไรต่างๆที่ ละเมิดต่อ กฎหมายบ้านเมือง ศีลธรรม ประเพณี
4) ไม่โพส รูป วิดีโอคลิป โป๊ ล่อแหลม ขัดต่อศีลธรรม ลงในกระทู้และในรูปแทนตัว
5) ไม่ก่อกวนสมาชิกและ ไม่ก่อกวนระบบของเว็บพลังจิต
................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ไอ้กระผ๊ม!: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131879)
.
<!-- / message -->
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 06:17 PM
ส่วนตัวไอ้กระผ๊ม! อ่านกติกาแล้วน่าจะตั้งกระทู้ร้องเรียนได้นะครับ แล้วคุณว่ายังไง?
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 06:24 PM
ไอ้กระผ๊ม! เชื่อพระพุทธดำรัสเสมอครับ จะไม่ใช้ความรู้สึกของตัวเองมาอ้างอิง ถ้าไม่จำเป็นนะครับ
พุทธดำรัส:-ดูก่อนโปตลิยะ บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก คือ ผู้กล่าวติเตียนผู้ควรติเตียนโดยกาลอันควร ตามความเป็นจริง (แต่) ไม่กล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญตามความเป็นจริงโดยกาลอันควร ๑
ผู้กล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญตามความเป็นจริงโดยกาลอันควร (แต่) ไม่
ติเตียนตามความเป็นจริง โดยกาลอันควร ๑
ผู้ไม่กล่าวติเตียนผู้ควรติเตียนตามความเป็นจริง โดยกาลอันควร ทั้งไม่กล่าว สรรเสริญผู้ควรสรรเสริญตามความเป็นจริงโดยกาลอันควร ๑
ผู้กล่าวติเตียนผู้ควรติเตียนตามความเป็นจริง โดยกาลอันควร ทั้งกล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญตามความเป็นจริงโดยกาลอันควร ๑
ดูก่อนโปตลิยะ บรรดาบุคคล ๔ จำพวกนี้ บุคคลผู้กล่าวติเตียนผู้ควรติเตียนตามความเป็นจริง โดยกาลอันควร และกล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญตามความเป็นจริงโดยกาลอันควร นี้ เป็นผู้งามกว่า และประณีตกว่าบุคคล ๔ ประเภทนี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมีความงาม คือความเป็นผู้รู้จักกาลในอันควรสรรเสริญและติเตียนนั้น ๆ....
โปตลิยสูตร
ไอ้กระผ๊ม!
04-06-2008, 06:26 PM
๕. '' เมื่อพวกเจ้าเข้าใจดีแล้ว ก็จงหมั่นทำจิตให้พ้นจากการตำหนิธรรมเถิด
ถูกต้องครับ เข้าใจถูกแล้วครับพุทธทาสไม่ควรตำหนิพุทธดำรัสเลย เพราะมีกรรมหนักครับ
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
.........
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ไอ้กระผ๊ม!: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131879)
.
จิตแพทย์
04-06-2008, 07:58 PM
(||)
ข่าวด่วน!
ค้นพบโรคใหม่ล่าสุด โรคจิตชนิดภูมิแพ้พุทธดำรัส
อาการเริ่มแรกจะรู้สึกรังเกลียดพระพุทธดำรัส คือเห็น หรือได้ยินไม่ได้ หูจะแว่วอยู่ตลอดเวลาว่าพระพุทธเจ้าโกหกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เมื่อก่อนยังไม่ปรากฏพบ คนไข้จะต้องรับกรรมไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อหมดอายุขัย แต่บัดนี้หมอได้ค้นพบวิธีรักษาแล้ว เชิญติดตาม และสอบถามได้ที่นี่ทีเดียวไม่มีสาขาอื่นใดทั้งสิ้น
ท่านที่คิดว่าเป็นโรคนี้ควรได้รับการรักษาด่วน!
อันตราย!
(||)
.......................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ จิตแพทย์: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131894)
จิตแพทย์
04-06-2008, 08:16 PM
รับไปรักษาเลยครับคุณไอ้กระผ๊ม!
ข่าวด่วน! ค้นพบโรคใหม่ล่าสุด โรคจิตชนิดภูมิแพ้พุทธดำรัส
วันนี้, 08:58 PM #1
จิตแพทย์
สมาชิก
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar131116_1.gif
ข่าวด่วน!
ค้นพบโรคใหม่ล่าสุด โรคจิตชนิดภูมิแพ้พุทธดำรัส
อาการเริ่มแรกจะรู้สึกรังเกลียดพระพุทธดำรัส คือเห็น หรือได้ยินไม่ได้ หูจะแว่วอยู่ตลอดเวลาว่าพระพุทธเจ้าโกหกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เมื่อก่อนยังไม่ปรากฏพบ คนไข้จะต้องรับกรรมไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อหมดอายุขัย แต่บัดนี้หมอได้ค้นพบวิธีรักษาแล้ว เชิญติดตาม และสอบถามได้ที่นี่ทีเดียวไม่มีสาขาอื่นใดทั้งสิ้น
ท่านที่คิดว่าเป็นโรคนี้ควรได้รับการรักษาด่วน!
อันตราย!
แหล่งที่มา:-ข่าวด่วน! ค้นพบโรคใหม่ล่าสุด โรคจิตชนิดภูมิแพ้พุทธดำรัส (http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1254285#post1254285)
...................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ จิตแพทย์: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131894)
...
โอซารัน
04-06-2008, 09:05 PM
5555 โอ้โห๋ หมายถึงอะไร อะ
จิตแพทย์มักจะบ้าตามคนไข้เสมอนะ เขาว่า อะ
keawnarai
05-06-2008, 03:08 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD background=images/gradients/bg_p.gif>สมาชิก 2 คน ได้กล่าว "ไม่เห็นด้วย" กับข้อความของ คุณ ชวีรยุกา ที่เขียนไว้ทางด้านบน</TD></TR><TR><TD class=alt2 height=29>ร้อยบุปผา (http://board.palungjit.com/member.php?u=208828) (16-05-2008), pipat (http://board.palungjit.com/member.php?u=18427) (22-05-2008)
กรุณาชี้แจ้งเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยครับ
ขันธปริตรในหลวง ร.๙
งานกู้ชาติได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อแนวร่วมตามธรรมชาติได้สิ้นสลายไป แนวร่วมจัดตั้ง และแนวร่วมอุดมการณ์ก็เป็นอันต้องล้มไปโดยปริยาย จะเหลืออยู่ก็แต่เพียงงานอันละเอียดอ่อนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น ดั่งในขันธปริตรที่ว่า
ภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัดตาย จึงนำความไปกราบทูลให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ พระองค์จึงตรัสว่า ที่เป็นเช่นนี้ เพราะภิกษุไม่ได้แผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางู ถ้าภิกษุแผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางูแล้ว ก็จะไม่ถูกงูกัดตาย ฉันใดก็ฉันนั้นฯ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแผ่เมตตาจิตไปยังคนไทยทุกเชื้อชาติทุกศาสนา และทุกลัทธิการเมือง ความเป็นไทยก็จะไม่ถูกทำลาย ปัญหาภายในก็หมดไป ถ้าพระองค์ทรงแผ่เมตตาจิตไปยังประเทศต่างทุกประเทศ เขาก็จะไม่มารุกราน ปัญหาภายนอกก็หมดไป
ความมั่นคงของชาติ คือ ความเป็นไทย ความเป็นไทยก็คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์
ไปเที่ยวเขาพระสุเมรมา
พอจิตออกจากร่างก็ไปยืนอยู่ที่ตีนเขาพระสุเมร เห็นผู้คนมากมาย กำลังจะแข่งขันเลี้ยงบอลขึ้นภูเขาพระสุเมรกัน แต่ยังไม่ทันออกสตาร์ท ข้าพเจ้าก็เลี้ยงบอลไปถึงเส้นชัยแล้ว ตอนเดินลงจากเขาพระสุเมรนั้น เห็นเหล่าเทวดานางฟ้ากำลังอธิฐานกราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระพุทธศาสนาจะประดิษฐานอยู่ ณ.ที่ใดพระพุทธเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบว่า พระพุทธศาสนาจะประดิษฐานอยู่กับค่ายประชาธิปไตยฝ่ายขวา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (ของคนที่มีซื่ออยู่ในหนังสือพระเมตตาของพระเดชพระคุณเจ้าประคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำคนนั้นนั่นเอง) ก็เห็นหน้าท่านใหญ่เท่าเขาพระสุเมรลอยขึ้นไปเบื้องบน
รถเมืองไทยกำลังวิ่งขึ้นสพานแต่อยู่ๆเครื่องก็ดับ รถไหลไปทางซ้ายจนเกือบจะตกถนนอยู่แล้ว ข้าพเจ้าเลยเบรกกระทันหันทันที คิดว่าถ้าจะให้รถเมืองไทยนี้วิ่งต่อได้ ก็ต้องหาทางสตาร์ทเครื่องให้ได้เสียก่อน จากนั้นก็ถอยหลังลงมานิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยไปทางขวาจนกระทั่งตรงทางดีแล้ว จึงจะขับรถเมืองไทยนี้ข้ามสพานไปได้
ก่อนเลือกตั้ง
สมัคร สุนทรเวช จะถือไพ่ ๒ ใบ คือ ๙ กับ ๒ มี ๑ แต้ม จะจั่วไพ่ได้ใบที่ ๘ เป็น ๙๒๘ เป็น ๙ แต้ม แต้มสูงสุด ชนะขาดลอย
ข้าพจ้าขอเรียกสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นทั้งหมดนี้ว่านอนฝันไปก็แล้วกัน ถ้ามีข้อความใดที่ข้าพเจ้าคิดแต่งเรื่องขึ้นมาโกหกเอง หรือมีการเสริมแต่งให้เกินไปจากความเป็นจริงแม้แต่เพียงคำเดียว ก็ขอให้ข้าพเจ้าจงถูกฟ้าผ่าตายเดี๋ยวนี้ทันที ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจของท่านที่เข้ามาอ่านว่าจะได้อ่านแต่เรื่องที่เป็นความจริงเท่านั้น ไม่โดนแหกตาหลอกลวงอย่างแน่นอน
ขอรับรองว่าเป็นความจริงทุกประการ
หมายความว่าเมืองไทยต้องปกครองด้วยคนที่มีความคิดขวาตกขอบ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างท่านนายก สมัคร สุนทรเวช นั่นเอง
และจะต้องเป็นสายพระสงฆ์ฝ่ายเอียงขวาตกขอบอย่าง พระเดขพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ สายเตวิโช วิชาสามของพระพุทธเจ้าเท่านั้น เมืองไทยจึงจะมีเสถียรภาพถูกทิศถูกทางสงบเรียบร้อย วางจิตให้เป็นกลางแล้วคอยติดตามอ่านไปเรื่อยๆ จำกัดอคติทิ้งให้หมดไปเสียก่อนนะครับ
พระพุทธเจ้าเป็นเตวิโช วิชาสาม
พุทธดำรัส:-ดูก่อนวัจฉะ ชนที่กล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมเป็นสัพพัญญู มีปกติเห็นธรรมทั้งปวง ทรงปฏิญาณญาณทัสสนะไม่มีส่วนเหลือว่า เมื่อเราเดินไปก็ดี หยุดอยู่ก็ดี หลับก็ดี ตื่นก็ดี ญาณทัสสนะปรากฏแล้วเสมอติดต่อกันไปดังนี้ ไม่เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้วและชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำที่ไม่มี ไม่เป็นจริง
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ (ผู้ได้วิชชา ๓ ) ดังนี้แล เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง ชื่อว่าพยากรณ์ถูกสมควรแก่ธรรม
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก คือระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง..... ตลอดสังวัฎวิวัฎกัปเป็นอันมาก ในภพโน้นเรามีชื่อย่างนั้น มีโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณอย่างนั้น ครั้นจุติจากภพนั้นแล้วได้ไปเกิดในภพโน้น... เราย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทศด้วยประการฉะนี้
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติกำลังอุบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดีตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ซึ่งเป็นไปตามกรรมว่าสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียน พระอริยเจ้า เป็นมิจฉาทิฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิฉาทิฐิ เขาเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนสัตว์เหล่านี้ ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นสัมมทิฐิ..... เบื้องหน้า แต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง
จูฬวัจฉโคคตสูตร
</TD></TR></TBODY></TABLE>
keawnarai
05-06-2008, 03:51 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335781&stc=1&d=1212657689
http://board.palungjit.com/customprofilepics/profilepic8472_1.gifฉีกหน้ากาก! บรรพต อ.
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335780&stc=1&d=1212657689
คนที่กล้าร้องเรียนเรื่องที่ท่านพุทธทาสกล่าวหาว่าพระพุทธเจ้าโกหก
ที่กระทู้นี้ที่เดียวไม่มีสาขาอื่นใดๆทั้งสิ้น เพราะพลังจิตเป็นเว็ปที่สมบูรณ์แบบที่สุด อ่านง่ายสบายตาลูกเล่นแพรวพราว ยกเว้น Swf ยังไม่มี ถ้ามีก็จะเอาข่าวทิพย์จักรขุญาณมาให้ดูและฟังกันแบบพิศดารกันเลย
อ่านเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของ บรรพต อ. ได้ที่นี่!
.........................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ keawnarai: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132032)
.
ครูแม่
05-06-2008, 04:41 PM
ครูแม่เซ็ง! ลูกศิษย์ลูกหาไม่ยอมเรียนบอกว่าหนังสือเรียนเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น เรียนไปเดี๋ยวหลงทางจะทำยังไง โธ่โถเอ๊ย! นี่ถ้านักเรียนทั้งประเทศคิดเหมือนนักเรียนโรงเรียนของครูแม่ มีหวัง แบบเรียนพระไตรปิฏกฉบับหลวงที่เป็นที่ยอมรับว่าถูกต้องที่สุดจากการสังคยนาในอดีต เป็นอันต้องถูกโกยทิ้งถังขยะอย่างแน่นอน เพราะ นักเรียนเยาวชนถูกล้างสมองไปแล้วว่า พระพุทธดำรัสในพระไตรปิฏกล้วนแต่เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าโกหกโลก โกหกพระสงฆ์ โกหกประชานทั้งนั้น แล้วของจริงอยู่ที่ไหนใช่ไหมนักเรียน?
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ครูแม่: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132037)
.
เวฬุวัล
05-06-2008, 04:43 PM
อนุโมทนาค่ะ ต้องค่อยๆแก้ปัญหานะคะ
นักเรียน
05-06-2008, 04:48 PM
คุณครูแม่ครับแล้วใครเป็นคนล้างสมองเด็กเยาวชนอย่างพวกผมหรือครับคุณครูแม่ เพื่อนชาวพุทธเราถึง ถึงกับเชื่อท่านผู้นั้นมากกว่าพระพุทธเจ้าพระศาสดาของตนเองครับผม
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ นักเรียน: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132038)
.
ครูแม่
05-06-2008, 04:53 PM
หนูจ๋า คุณครูบอกไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวจะโดนแบน เอ้าใบ้ๆ เป็นพระ......
นักเรียน
05-06-2008, 04:54 PM
พระนารายณ์หรือครับคุณครูแม่
ครูแม่
05-06-2008, 04:56 PM
ไม่ใช่ๆจ้า พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย! พระสงฆ์ๆๆๆๆๆๆ
นักเรียน
05-06-2008, 04:59 PM
พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าที่มีหน้าที่ที่จะต้องนำพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาสอนญาติโยมใช่ไหมครับคุณครูแม่
ครูแม่
05-06-2008, 05:00 PM
ถูกต้องนะจ๊ะหนู!
http://tbn0.google.com/images?q=tbn:wtAG7gwpj0NGVM:http://ads.dailynews.co.th/column/images/2006/variety/5/26/22101_1.jpg
ขอเชิญลูกศิษย์พระพุทธเจ้ากล่าวคำขอขมาท่านพุทธทาสภิกขุบุคคลดีเด่นของโลก
เชิญร่วมร้องเรียนที่พุทธทาสสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัสย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าพระศาสดาของตนเองแท้ๆทำไปได้ลงคอ
พูดอย่างหนึ่ง
การเป็นทาสของพระพุทธองค์ เรียกว่า "พุทธทาส"
พุทธทาส แปลว่า ผู้รับใช้พระพุทธองค์อย่างถวายชีวิต
ในฐานะเป็นหนี้ในพระมหากรุณาธิคุณด้วย
เพราะความกตัญญูด้วย และ
เพราะเห็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วย
จึงสมัคร มอบกายถวายชีวิตหมดสิ้นทุกประการ
เพื่อรับใช้พระพุทธองค์
เพื่อกระทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธประสงค์
คัดจาก หนังสือ พุทธสาสนา ปีที่ ๖๗ เล่ม ๒ พุทธศํกราช ๒๕๔๒
แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง
"เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc..
.เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมด
ของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็น
สัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้น
เชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
นิพพานสำหรับทุกคน
พุทธทาส:-ให้โกยอภิธรรมทิ้งไปให้หมด อภิธรรมตามที่รู้กันนั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตาม ที่ระบุไปยังอภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด
บางสูตรก็ตัดออกไปหมดเลย บางสูตรก็ต้องตัดออกไปบางส่วน บางสูตรก็ตัดออกไปราว 40%
อภิธรรมคืออะไร?
ผู้คัดค้านพระอภิธรรมชื่อว่า ทำลายชินจักร
"บุคคลเมื่อคัดค้านพระอภิธรรม ชื่อว่า ย่อมให้การประหารในชินจักรนี้ ย่อมคัดค้านพระสัพพัญญุตญาณ ย่อมหมิ่นเวสารัชชญาณของพระศาสดา ย่อมขัดแย้งบริษัทผู้ต้องการฟังย่อมผูกเครื่องกั้นอริยมรรค จักปรากฏในเภทกรวัต
ถุ ๑๘ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้ควรแก่อุกเขปนิยกรรม นิยสกรรม ตัชชนียกรรม เพราะทำกรรมนั้น จึงควรส่งเธอไปว่า เจ้าจงไป จงเป็นคนกินเดนเลี้ยงชีพเถิด ดังนี้ "
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล มหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่มที่ 75 อภิธรรมปิฎก หน้า 60-63 อรรถกถาธรรมสังคณี
กรรมอันเกิดแต่การสอนบิดเบือนพระพุทธดำรัสย่ำยีลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าศาสดาของตนเอง ย่อมมีโทษถึงโลกันตนรก
คำนำ
วันหนึ่งข้าพเจ้านอนภาวนาจนหลับไปก็ได้ยินเสียงหลวงพ่อ บอกว่า " ไอ้บรรพต เอ็งรู้ไหมว่าทำไม พุทธทาส ถึงดูเหมือนสอนดีเหลือเกิน แต่พอเผลอๆก็จะสอนออกนอกลู่นอกทาง ".........ก็เห็น พุทธทาส โขมยพระพุทธรูป ไปซ่อนไว้ในน้ำ ข้าพเจ้าจึงนำความไปแจ้งให้ตำรวจทราบ แล้วข้าพเจ้าก็ตื่น!
สงสัยจึงไปหาอ่านคำสอนของ พุทธทาส ก็ปรากฏว่า พุทธทาส สอนบิดเบือนพระพุทธดำรัส ลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าอย่างมหันต์
หลักฐานที่ พุทธทาสสอนบิดเบือนพุทธดำรัส ลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้า
พุทธทาสหาว่าพระพุทธเจ้าโกหก
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น เชื่อไม่ได้
บรรพต อ.:- คือ พุทธทาส พยายามสอนให้คนปฎิเสธ พุทธดำรัส ความจริงอย่าว่าแต่พระอริยเจ้าเลย แม้ชาวพุทธทั่วไปที่ไม่ได้ปฎิบัติธรรมก็ยังไม่มีใครกล้าล่วงเกินพระพุทธเจ้า เช่นลองเขียนคำว่า พระพุทธเจ้า แล้ววางไว้ รับรองว่าไม่มีใครกล้าเหยียบตัวหนังสือคำว่า พระพุทธเจ้า แต่นี่ พุทธทาส กลับกล้าสอนบิดเบือน ลบหลู่ดูถูกดูหมิ่นปรามาสพระพุทธเจ้าถึงขนาดนี้ โดยไม่มีใครว่าอะไร หรือเห็นว่าเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา สงสัยไหมว่าทำไม คณะสงฆ์ เถรสมาคมจึงยังให้มีการเผยแพร่คำสอนของ พุทธทาส ได้อยู่ อันนี้น่าศึกษาและตรวจสอบต่อไปนะครับ
พุทธทาสตีความเพี้ยนสอนสัตว์เดียรฉานให้บรรลุนิพพาน
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่น ป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
บรรพต อ.:- คือ พุทธทาส เข้าใจพระนิพพานผิดๆ ตีความของแกไปเรื่อย ยังมีนิพพานอีกหลายรูปแบบที่แกตีความไว้ รวมทั้งที่เอามาจากพุทธดำรัสส่วนหนึ่ง อันนี้เราไม่ว่ากัน แต่ที่แน่ๆ พุทธดำรัส ถูกพุทธทาสทำลายป่นปี้ ถ้ายังได้รับการยอมรับ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่ผมพูดแบบนี้เพราะ ผมรู้จักพระนิพพานเป็นอย่างดี ระดับพุทธภูมิปัญญาธิกะเต็มขั้นชาติสุดท้ายลา เพื่อ ชาติ ศาสนาพุทธไทยเถรวาท และ พระมหากษัตริย์
พระอภิธรรมเป็น ๑ ใน ๓ ของพระไตรปิฏก พุทธทาส ยังกล้าลบหลู่
พุทธทาส:-ให้โกยอภิธรรมทิ้งไปให้หมด อภิธรรมตามที่รู้กันนั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตาม ที่ระบุไปยังอภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด
บางสูตรก็ตัดออกไปหมดเลย บางสูตรก็ต้องตัดออกไปบางส่วน บางสูตรก็ตัดออกไปราว 40%
บรรพต อ.:-พระสูตรนี้ผมเจอโดยปาฎิหาริย์ อยู่ๆก็ก็เปิดเจอขึ้นมาเอง สงสัยพระท่านทำให้
ผู้คัดค้านพระอภิธรรมชื่อว่า ทำลายชินจักร
"บุคคลเมื่อคัดค้านพระอภิธรรม ชื่อว่า ย่อมให้การประหารในชินจักรนี้ ย่อมคัดค้านพระสัพพัญญุตญาณ ย่อมหมิ่นเวสารัชชญาณของพระศาสดา ย่อมขัดแย้งบริษัทผู้ต้องการฟังย่อมผูกเครื่องกั้นอริยมรรค จักปรากฏในเภทกรวัตถุ ๑๘ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้ควรแก่อุกเขปนิยกรรม นิยสกรรม ตัชชนียกรรม เพราะทำกรรมนั้น จึงควรส่งเธอไปว่า เจ้าจงไป จงเป็นคนกินเดนเลี้ยงชีพเถิด ดังนี้ "
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล มหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่มที่ 75 อภิธรรมปิฎก หน้า 60-63 อรรถกถาธรรมสังคณี
คนบ้าก็คือนิพพานของพุทธทาส เพราะจิตว่างมั๊ง!
พุทธทาส:-แม้คนโง่ไม่รู้จักพระนิพพานเอาเสียเลย เขาก็ยังลงไปกินไปอาบในสระแห่งนิพพานนั้นได้โดยไม่รู้สึกตัว ข้อนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในที่ทั่วไป
บรรพต อ.:-คนฉลาดมีปัญญายังต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมีนับชาติไม่ถ้วน ผมคิดว่า พุทธทาส คงเข้าใจว่าเวลาใดที่จิตว่างนั่นก็คือพระนิพพาน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งยวด แกคิดว่าคนโง่ก็มีขณะที่จิตว่างได้มั๊ง! ที่จริงจิตที่ว่างนั้นเป็นวิญญาณความรู้สึกของใจเป็นขันธ์ ๕ น่ะน้องเอ๊ย!
พุทธทาสคิดว่าเวลาที่ไม่มีความโกรธคือนิพพาน
พุทธทาส:-ทุกคนไม่ใช่ว่าจะมีกิเลสเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา มันมีเวลาที่กิเลสไม่เกิด หรือว่า กิเลสมันดับไปเองตามธรรมดา มันก็ต้องมีความเย็นในความหมายของนิพพาน ฉะนั้น จึงพูดได้เต็มปากว่า นิพพานนั้นมีสำหรับทุกคน
บรรพต อ.:-อริยมรรคมีองค์ ๘ เท่านั้นที่เป็นเหตุให้บรรลุพระนิพพานได้ พุทธทาสก็นำพุทธดำรัส ตรงๆในอริมรรคมาสอนเหมือนกัน เพื่อกันท่าไม่ให้คนอื่นโจมตี แต่นิพพานของแกมันเยอะจัด ถ้าเราสนใจอ่านก็จะพบความผิดปกติที่แกชอบบิดเบือนไปเรื่อย เช่นบทข้างบนนี้ แกไม่รู้จักพระนิพพาน เลยตีความมั่วไปเรื่อย ที่จริง เวลาที่คนเราไม่มีความโกรธน่ะ มันคือ ความหลง แต่แกคิดว่าเป็นนิพพานไปฉิบ (หาย)
พุทธทาสตีความวิจิกิจฉาว่าเป็นความสงสัยโดยทั่วไป
พุทธทาส:-บางทีจะวิจิกิจฉาว่า พ่อแม่นี้จะรักเราจริงหรือไม่? ก็ดื้อไว้ก่อนดีกว่า เผื่อพ่อแม่ไม่ได้รักเราจริง. นี่มันมีได้สารพัดอย่าง ความลังเลไม่แน่ใจลงไปในทุกสิ่ง ที่หวังว่ามันจะมีประโยชน์, หรือจะปลอดภัย, มันยังลังเลสงสัย. ฉะนั้น เรามีความหวาดผวาได้เมื่อไรก็ได้ ถ้ามันแสดงออกมาให้เห็นสักนิดหนึ่ง ว่ามันเป็นอันตรายหรือมันไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้. วิจิกิจฉาจึงเป็นสิ่งที่ทรมานใจอยู่ในส่วนลึกใต้สำนึก
บรรพต อ.:-วิจิกิจฉา คือ ลังเลสงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่พุทธทาสแกสงสัยทุกอย่างที่ขวางหน้าแม้ พุทธดำรัส แกยังสงสัย แล้วก็วิจารณ์พระพุทธเจ้า แบบไม่กลัวบาปบุญคุณโทษเลย ก็แน่ล่ะสิ! เพราะแกสอนว่าตายแล้วสูญนี่ ตอนมีชีวิตอยู่จะทำชั่วยังไงก็ได้ เพราะตายแล้วก็จบ ไม่มีผลหลังความตาย ไม่เชื่อลองเข้าไปอ่านดู แกยังสงสัยอย่างอื่นอีกเยอะแยะ!
สมัยก่อนคอมมิวนิสต์เขากลัวพระเครื่องเลยต้องโจมตีหน่อย
พุทธทาส:-เอาพระเครื่องมาแขวนคอ มันก็คุ้มครองได้หมด, ไม่มีความทุกข์. นี่ความคิดของเรามันมีเพียงเท่านั้น คือ โง่, แล้วเราก็ไม่อาจจะรู้ว่า พระพุทธเจ้าคือใคร, แล้วพระพุทธรูปที่เป็นสัญญลักษณ์ของพระพุทธเจ้านั้นคือใคร, ก็เราเอามาแขวนไว้เพราะว่ามีคนบอกว่าคุ้มครองได้, คุ้มครองได้; อย่างนี้ ยังเป็น สีลัพพตปรามาส
บรรพต อ.:-พระเครื่องก็คือ พุทธานุสสติ สังฆานุสสติ พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสว่า เป็นธรรมให้บรรลุพระนิพพาน สีลัพพตปรามาส น่ะ! คือ ไม่นับถือศีลพรตอย่างอื่น นอกจาก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่พระเครื่องก็คือ พุทธานุสสติ ธรรมมานุสสติ สังฆานุสสติ ผมไม่เข้าใจว่าพุทธทาส แกเอานโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์มาใช้ทำไม ผมจึงว่า พุทธทาสแกไม่รู้เรื่องสังโยชน ๑๐ เลย ตีความบิดเบือนพระพุทธดำรัสไปเรื่อย
พุทธทาสสอนให้ไม่เกิด แต่ปฎิเสธการเวียนว่ายตายเกิด
พุทธทาส:-ถ้าจะเกี่ยงให้ บำเพ็ญบารมี หมื่นชาติ แสนชาติก็ได้ เพราะว่า เกิดตัว ในอารมณ์ ครั้งหนึ่ง เรียกว่า ชาติหนึ่ง เดือนหนึ่ง อาจเกิดได้หลายร้อย ปีหนึ่งอาจเกิดได้หลายพัน หลายหมื่น ยี่สิบสามสิบปี ก็เกิดได้หลายแสน พอแล้ว, พอแล้ว อย่าให้มันมากกว่านั้นเลย มันควรจะเข็ดหลาบแล้ว. นี้ บำเพ็ญบารมีกัน หมื่นชาติ แสนชาติ ได้ก่อนแต่ที่จะ เข้าโลง มันก็ไม่ค้านกันดอก.
หลักที่เขาว่า ให้บำเพ็ญบารมี หมื่นชาติ แสนชาติ เสียก่อน จึงจะนิพพาน; ของเราปฏิบัติได้อย่างนี้, แต่ของเขา มันจะเหลวคว้าง. เขาต้องรอ เข้าโลงแล้ว หมื่นครั้ง แสนครั้ง เดี๋ยวก็ ลืมหมด ขี้เกียจพูดกัน เข้าโลง ตั้งแสนครั้ง: เราไม่ทันจะ เข้าโลงสักที เรามีการเกิดตาย แห่งตัวนี้ ตั้งแสนครั้ง เหมือนกัน.
บรรพต อ.:-"พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมี ๔ อสงไขยกำไลแสนกัปล์" คือพุทธทาสแกไม่เชื่อ พุทธดำรัส ที่สอนเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดว่ามีจริง อย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าแกจะปฎิบัติ และสอนคนอื่นให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไปทำไม งง!
พุทธทาสปรามาสพระพุทธเจ้าอย่างแรง เพราะไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิด
พุทธทาส:-คนโง่ ย่อมคิดไกลเกินไป จนไม่มีประโยชน์ "คนโง่ก็ไปคิดเอา สิบเบี้ยไกลมือ, คนฉลาดก็ไปคิดเอา หนึ่งเบี้ย สองเบี้ย ใกล้มือ" นี้เป็นคำพูดพื้นบ้าน, ซึ่งดูเหมือนจะมีอยู่ทั่วไป ว่า คนโง่คิดไกลอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ชาติหน้าของคนโง่ จะต้องอยู่ไกล หลังจากตายไปแล้ว อยู่เสมอ แต่ชาติหน้า ของคนฉลาด ต้องอยู่ที่นี่ และเดี๋ยวนี้ ติดต่อกันไปทีเดียว จึงสามารถ ป้องกันมันได้ คนโง่จะเอาเรื่องเหตุ ไว้ที่ชาติอื่น, เอาผลไว้ที่ชาติอื่น, แล้วมันจะทำกัน ได้อย่างไร, เช่นว่าเดี๋ยวนี้ เราจะมีความทุกข์ เราต้องการ จะตัดต้นเหตุ ของความทุกข์, แล้วเราเอาเหตุ ของความทุกข์ ไปไว้ที่ชาติอื่น คือ ชาติทึ่แล้วมา อย่างนี้ มันจะตัดต้นเหตุ ของความทุกข์ ได้อย่างไร นี่พูดถึง ชาติ ของร่างกาย
มันต้องอยู่ในชาติ ทางร่างกายเดียวกันนี้, ทั้งเหตุและผล เราจึงจะสามารถ ตัดต้นเหตุ แห่งความทุกข์นั้นได้ และได้รับผล เป็นความไม่ทุกข์ได้ สิ่งต่างๆ ต้องอยู่ในวิสัย ที่เราจะเกี่ยวข้องได้ จัดการได้ มันจึงจะเป็นประโยชน์, ถ้าเอาไปไว้กันเสีย คนละชาติแล้ว มันแทบจะ ไม่มีประโยชน์อะไร และในบางกรณี มันทำไม่ได้ เหมือนกับที่ เราจะดับทุกข์ ของชาตินี้ แต่เหตุของมัน อยู่ที่ ชาติก่อนโน้นแล้ว จะไปดับได้อย่างไร.
บรรพต อ.:-คือพุทธทาสแกไม่เชื่อว่าชาติก่อนชาติหน้ามีจริง แกไม่รู้ว่าการที่ พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ได้จะต้อง ระลึกชาติได้เสียก่อน เพราะถ้าระลึกชาติไม่ได้ก็จะไม่รู้ว่า มีการเวียนว่ายตายเกิด จึงเกิดความเชื่อที่ขัดต่อพระพุทะดำรัส อย่างพุทธทาส นี้แลฯ ดู พุทธดำรัสดีกว่านะ
พุทธดำรัส:-ดูก่อนวัจฉะ ชนที่กล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมเป็นสัพพัญญู มีปกติเห็นธรรมทั้งปวง ทรงปฏิญาณญาณทัสสนะไม่มีส่วนเหลือว่า เมื่อเราเดินไปก็ดี หยุดอยู่ก็ดี หลับก็ดี ตื่นก็ดี ญาณทัสสนะปรากฏแล้วเสมอติดต่อกันไปดังนี้ ไม่เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้วและชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำที่ไม่มี ไม่เป็นจริง
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ (ผู้ได้วิชชา ๓ ) ดังนี้แล เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง ชื่อว่าพยากรณ์ถูกสมควรแก่ธรรม....
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก คือระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง..... ตลอดสังวัฎวิวัฎกัปเป็นอันมาก ในภพโน้นเรามีชื่อย่างนั้น มีโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณอย่างนั้น ครั้นจุติจากภพนั้นแล้วได้ไปเกิดในภพโน้น... เราย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทศด้วยประการฉะนี้
ดูก่อนวัจฉะ ก็เราเพียงต้องการเท่านั้น ย่อมจะเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติกำลังอุบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดีตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ซึ่งเป็นไปตามกรรมว่าสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียน พระอริยเจ้า เป็นมิจฉาทิฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิฉาทิฐิ เขาเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนสัตว์เหล่านี้ ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นสัมมทิฐิ..... เบื้องหน้า แต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์
ดูก่อนวัจฉะ เมื่อบุคคลพยากรณ์ว่า พระสมณโคดมเป็นเตวิชชะ เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่เป็นจริง
จูฬวัจฉโคคตสูตร
พุทธทาสกล่าวตู่หาว่าพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนั้นอย่างนี้
พุทธทาส:-มีอยู่ในพระไตรปิฎก บางแห่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า เรื่องเทวดานี้ เขาพูดกันอย่าง เอิกเกริก ทั่วไปอยู่แล้ว เสียเวลา ที่จะไปฝืน ความรู้สึกของเขา; แล้วเราเอง ก็ต้องการ อีกอย่างหนึ่ง ต่างหาก สิ่งที่ต้องการ ไม่ได้เป็นอันเดียวกับ ที่ต้องการให้เขา หลงใหลในสวรรค์ ไม่จำเป็นที่จะต้อง อธิบายเรื่อง นรก สวรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะ พิสูจน์กัน เดี๋ยวนั้น ไม่ได้. ถ้าหากว่า ผู้นั้นจะมี ปาฏิหาริย์มาก ถึงกับ บังคับจิตผู้คน หรือ กลุ่มประชาชน ให้เห็นนรก เห็นสวรรค์ ด้วยอำนาจจิต ได้อย่างแท้จริง; ซึ่งสวรรค์ และนรก จะจริง ไม่จริง ไม่ทราบ; แต่ว่า สามารถบังคับ ด้วยปาฏิหาริย์ ให้พากันเห็นชัดเจน แท้จริง จนมีความเชื่อ อย่างนี้ก็ทำได้; พระพุทธเจ้า ท่านก็ทำได้ เป็นของง่ายๆ แต่ท่านก็ไม่ประสงค์ จะทำอย่างนั้น;
บรรพต อ.:-อันนี้พุทธทาสสอนส่อเสียด หลวงพ่อองค์หนึ่งที่ในหลวงทรงโปรด และสอนมโนมยิทธิ ไปท่องเที่ยวสวรรค์นรกได้ แล้วกล่าวตู่พระพุทะเจ้าอีกว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฏก ทั้งๆที่พุทธทาสเอง ก็ปฎิเสธพระไตรปิฏก เอ ตกลงแกจะเอายังไงแน่ ดูพุทธดำรัสดีกว่าครับ ว่าพระพุทะเจ้าสอน มโนมยิทธิไว้นะครับ พุทธทาสมั่วอีกแล้ว
ทำไมพระสาวกจึงเคารพพระศาสดา
พุทธดำรัส:- ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมนิรมิตกายอื่นจากกายนี้ มีรูปเกิดแต่ใจ มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง..... เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงชักไส้ออกจากหญ้าปล้อง ...... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่
ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมได้บรรลุอิทธิวิธีหลายประการ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่
ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมได้ยินเสียงสองชนิด คือเสียงทิพย์ และเสียงมนุษย์....... ย่อมกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่น ของบุคคลอื่นด้วยใจ..... ย่อมระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก....... ย่อมเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติ..... ย่อมทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่
ดูก่อนอุทายี ธรรมห้าประการนี้แล เป็นเหตุให้สาวกทั้งหลายของเราสักการะ เคารพ นับถือ บูชาแล้วพึ่งเราอยู่
มหาสกุลุทายิสูตร
พุทธทาสกล่าวหาว่า พุทธดำรัสในพระไตรปิฏกมันพลัดหลงมา
พุทธทาส:-ส่วนตอนเรื่อง นรก สวรรค์ อะไรนั้น เป็นตอนที่ ไม่ใช่ใจความ ของพุทธศาสนา เขาเชื่อกัน อยู่อย่างนั้นแล้ว เขาทำกัน อยู่อย่างนั้นแล้ว ก่อนพระองค์เกิด ถ้าไปตู่เรื่องนี้ มาว่าเป็น พุทธศาสนา ก็เรยกว่า ไม่ยุติธรรม พระพุทธเจ้า ท่านไม่ขี้ตู่ อย่างนั้น เรื่องของท่าน จึงมีแต่เรื่อง โลกุตตระ คือ อริยสัจจ์ เป็นพื้น. เพราะฉะนั้น จึงเห็นได้ว่า เรื่องสวรรค์ หรือ นรก นี้ ไม่ใช่ ประเด็นของพุทธศาสนา แต่มันพลัดมาอยู่ใน คำของ พระพุทธเจ้า
บรรพต อ.:-คือว่า พุทธดำรัสใดที่พุทธทาสแกชอบ แล้วเอามาสอนทำลายพุทธดำรัสส่วนอื่นๆได้ เช่น กาลามาส๖ร แกก็บอกว่า นี่แหละ พุทะดำรัสแท้ๆ แต่ถ้าพุทธดำรัส ส่วนใดเป็นคำสอนของหลวงปู่หลวงพ่อที่ในหลวงทรงโปรด สังเกตุดูนะ พุทธทาสแกก็บอกว่าไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่รู้แกเอาคำสอนอะไรเป็นหลัก พระพุทธเจ้าทรงสอนตั้ง ๘,๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แต่แกจะเอา แค่ตัวกูของกู โดยไม่เอาขั้นตอนการปฎิบัติมาทำลายพระสูตรอื่นๆ
นรกมีจริง
ปัญหา มีบางคนยืนยันว่า นรกสวรรค์ไม่มี พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก ดังนี้ ข้อนี้เป็นความจริงเพียงใด ?
พุทธดำรัส:-ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั้นนั่นแลประพฤติทุจริต ทางกาย ทางวาจา ทางใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทุกข์โทมนัสที่บุรุษถูกแทงด้วยหอกสามร้อยเล่มเป็นเหตุ กำลังเสวยอยู่นั้นเปรียบเทียบทุกข์ของนรก ยังไม่ถึงแม้ความคณนา ยังไม่ถึงแม้ส่วนแห่งเสี้ยว ยังไม่ถึงแม้การเทียบกันได้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะให้คนพาลนั้นกระทำเหตุชื่อการจำ ๕ ประการคือ ตรึงตะปูเหล็กแดงที่มือข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ ที่เท้าข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ และที่ทรวงอกตรงกลาง คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า....... และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด
เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้นขึงพืดแล้วเอาผึ่งถาก คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้น เอาเท้าขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง แล้วถากด้วยพร้า คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะเอาพาลนั้นเทียมรถ แล้วให้วิ่งกลับไปกลับมาบนแผ่นดินที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะให้คนพาลนั้นปีนขึ้นปีนลง ซึ่งภูเขาถ่านเพลิงลูกใหญ่ ที่มีไฟติดทั่วลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้น เอาเท้าขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง แล้วพุ่งลงไปในหม้อทองแดงที่ร้อน มีไฟติดทั่ง ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเดือนเป็นฟองอยู่ในหม้อทองแดงนั้น เมื่อเขาเดือดเป็นฟองอยู่ จะพล่านขึ้นข้างบนครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง พล่านไปด้านขวาครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง จะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบอยู่ในหม้อทองแดงนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาล จะจับโยนคนพาลนั้นเข้าไปในมหานรก ก็มหานรกนั่นแล มีสี่มุมสี่ประตู แบ่งไว้โดยส่วนเท่ากัน มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรกใหญ่นั้น ล้วนแล้วด้วยเหล็ก ลุกโพลง ประกอบด้วยไฟแผ่ไปตลอดร้อยโยชน์รอบด้น ประดิษฐานอยู่ทุกเมื่อ
พาลปัณฑิตสูตร
.....................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ฑาส: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132199)
.
ราชบัณฑิต
09-06-2008, 02:16 PM
ลำดับพระผู้เป็นเจ้าในจักรวาลจากสูงสุดลงไปตามความสามารถของแต่ละองค์ไป
สูงสุดอันดับหนี่ง1.พุทธทาส เป็นศาสดาผู้สามารถสอนสัตว์เดรัชฉานให้บรรลุพระนิพพานได้ อยู่สูงกว่าพระพุทธเจ้าธรรมดาทั้งหลายขั้นหนึ่ง เพราะสามารถเห็นจิตของพระพุทธเจ้าได้ว่าอยู่ระดับใด อันไหนที่พระพุทธเจ้าพูดจริงพูดโกหก นี่รู้หมดเห็นหมด
2.พระพุทธเจ้าธรรมดาทั่วไปไม่สามารถสอนสัตว์เดรัชฉานให้บรรลุพระนิพพานได้ อยู่ในเขตพระนิพพาน
3.พระอรหันต์ประเภทพุทธภูมิเต็มอัตตราศึกจะตรัสรู้ในชาติต่อไปแต่ลาเสียก่อน
4.พระอรหันต์ปฎิสัมภิทาญาณ
5.พระอรหันต์อภิญญาหก
4.พระอรหันต์เตวิโช
5.พระอรหันต์สุขวิปัสสโก
6.ลดลั่นกันลงไป............,ฯลฯ
.....................
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ ราชบัณฑิต: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132824)
Windows 98
09-06-2008, 03:59 PM
อันนี้เป็นญาณหยั่งรู้ของท่านพุทธทาสสามารถรู้ย้อนหลังไปได้ 2500 ปีโดยประมาณว่า พระพุทธเจ้าโกหกโลก โกหกพระสงฆ์ โกหกประชาชน
พุทธทาส:-พระสูตรทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องโอปาติกะนั้น ท่านก็โกหกประชาชนและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เพราะท่านจำเป็นต้อง "เอออวย"...เรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ฤทธิ์ อภิญญา ชาตินี้ ชาติหน้า ภพต่างๆ ภูมิต่างๆ และทางที่กระทำแล้วให้ผลไปสู่ภพภูมิต่างๆ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย โลกนี้ โลกอื่น ผลของกรรมที่ไม่ให้ผลในชาตินี้ etc...เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ท่านโกหกโลก โกหกประชาชน เพราะต้อง "เอออวย" ไปตามสังคมทั้งนั้น ถ้าใครจะเชื่อพระพุทธเจ้า ใครจะเชื่อพระไตรปิฏก ต้องคิดแบบท่านซะก่อน ถึงจะฉลาด....เพราะคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้านั้น ....เชื่อไม่ได้
หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์
ส่วนอันนี้เป็นความสามารถพิเศษเหนือพระพุทธเจ้าพระศาสดาของตนเองที่สามารถสอนสัตว์เดรัชฉานให้บรรลุอรหันต์ได้
พุทธทาส:-สำหรับสัตว์เดียรฉาน ก็คือสัตว์เดียรฉานที่ไม่มีความร้อน ความร้อนของสัตว์เดียรฉานก็คือความร้ายกาจที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ นี่เรียกว่าความร้อน ถ้าสัตว์เดียรฉานนั้นได้รับการฝึกดี จนเป็นสัตว์ที่ดีไม่มีอันตรายอีกต่อไป หมดพยศร้ายแล้ว เช่น ช้างป่า วัวป่า ที่เอามาฝึกจนหมดพยศร้ายแล้ว ก็เรียกว่ามัน นิพพาน
นิพพานในชีวิตประจำวัน
พุทธทาส:-สัตว์ป่าจับมาจากในป่า เช่นควายป่า ช้างป่า อะไรป่านี่ มันดุร้ายเหลือประมาณ อันตรายเหลือประมาณ; เขาเอามาเข้าคอกเข้าที่ บังคับฝึกหัดไปจนสัตว์เหล่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว จนช้างป่านั้นเชื่องเหมือนกับแมว ทำอะไรก็ได้; อย่างนี้ก็เรียกว่า มันนิพพาน
นิพพานสำหรับทุกคน
.............
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ Windows 98: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132834)
.
siarayamarata
09-06-2008, 04:33 PM
การสอนสัตว์เดรัจฉานให้บรรลุนิพพานสามารถจะกระทำได้ หากรู้ความหมายของคำว่านิพพาน นั่นคือ
[นิปน] อ่านว่า นิปะนะ
แปลว่า คนดีที่สั่งสมความดี
และ
[นิวน] อ่านว่า นิวะนะ
แปลว่า คนดีที่ทำความดี
การทำความดีคือการละเว้นความชั่ว ประการหนึ่ง
สัตว์เดรัจฉานที่ละเว้นความชั่วได้ พอใจที่จะเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏอย่างเป็นสุข ก็คือสัตว์ที่ดีงาม
เป็นสัตว์ที่บรรลุนิพพานได้เฉกเช่นกัน
นิพพานมิได้แปลว่าการหลุดพ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ
นิพพานหมายถึงคนที่ทำความดีและคนที่สั่งสมความดี
คนที่ทำความดีและสั่งสมความดีสามารถจะควบคุมตนเองได้
สามารถหลุดพ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏได้[ปร]อ่านว่า ปะระ
การสอนของพุทธทาสจึงมิผิด
สรรพสัตว์ที่ยอมรับในกฎแห่งกรรมคือสรรพสัตว์ที่ดีงาม มิคิดเอาเปรียบสรรพสัตว์ใดๆที่เกิดมาร่วมโลกเดียวกัน
สรรพสัตว์ทั้งปวงก็คือคน
เกิดจากการคนกันของจิตสรรพสัตว์เมื่อครั้งอดีตกาลอันไกลโพ้นยุคพระอิศวร
คนคือการนำหลายๆสิ่งมารวมกันคละเคล้ากัน
นั่นคือที่มาของคำว่าคน
คนไม่ดีจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน
คนดีจะเป็นคน
คนคือคน
[อิ] คือ คน
การที่ชาวพุทธไปเชื่อคำสอนพุทธทาสมากกว่าพระพุทธเจ้าพระศาสดา บอกว่าพระพุทธเจ้าโกหกก็เชื่อพุทธทาสเฉยเลย แถมยังช่วยกันปกป้องพุทธทาสอีกต่างหาก คือ มันกลับตารปัตร
.......
ทำผิดกฏ (ใบแดง) สำหรับ คุณ พลอย: User name ไม่เหมาะสม (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=132836)
.
บรรพต
11-06-2008, 01:17 AM
ขอขมาพระรัตนตรัย
นะโมตัสสะภควะโต อรหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ
นะโมตัสสะภควะโต อรหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ
นะโมตัสสะภควะโต อรหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ
ข้าแต่คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ผู้เจริญ ถ้าหากข้าพระพุทธเจ้านาย บรรพต อ.ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินคุณพระรัตนตรัย เจ้าประคุณสมเด็จพระสงฆ์ราช สมเด็จพระพุทฒาจารย์ วัดสระเกศ คุณครูบาอาจารย์ต่างๆทั้งหมด มีหลวงปู่ปาน และเจ้าประคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำเป็นที่สุด ท่านพุทธทาส หลวงพ่อปัญญา พระมหากษัตริย์ไทยทุกๆพระองค์ พระบรมวงศานุวงค์ทุกพระองค์ ท่านประธานองคมนตรี องคมนตรี นา