View Full Version : โครงการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธประจำโรงพยาบาลพิจิตร จังหวัดพิจิตร
doodee1
30-05-2008, 01:24 PM
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า โย ภิกขเว ม อุปฏฐเหยยโส คิลาน อุปฏฐเหยย ผู้ใดปรารถนาจะอุปปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นพึงรักษาภิกษุป่วยไข้
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p>การให้การพยาบาลหรือบำบัดโรคภัยไข้เจ็บของพระสงฆ์ เท่ากับการได้อุปปัฏฐากพระองค์ทีเดียว
<o:p>ที่มาของโครงการ
ในอดีตที่ผ่านมาพระสงฆ์ในชนบทของประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคเหนือ( 16 จังหวัด) เวลาอาพาธจะเข้ารับบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น ในอำเภอหรือในจังหวัดของตน ปะปนและแออัดกับคนไข้คฤหัสถ์ซึ่งมีจำนวนมากอยู่แล้ว จนเตียงและห้องไม่เพียงพอ ต้องใช้ระเบียงบ้าง ส่วนเป็นพื้นที่ใช้สอย อันเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ในกรณีท่านป่วยหนัก ก็จะเข้าไปรับการบำบัดที่โรงพยาบาลสงฆ์ในกรุงเทพฯ ซึ่งก็มักจะมีปัญหาในเรื่องหาที่พำนักก่อนเข้าโรงพยาบาลรวมถึงปัญหาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่างๆ เช่น ค่าพาหนะและภัตตาหาร ตลอดถึงจะต้องหาพระเถระผู้ใหญ่ให้การรับรองเข้าโรงพยาบาล เป็นต้น
ปัญหาเรื้อรังตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็คือ พระสงฆ์ต่างประสบความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้น การให้มี ตึกสงฆ์อาพาธ ขึ้นในจังหวัดพิจิตร เพื่อขจัดขั้นตอนปัญหาต่างๆ ในการบำบัดอาการอาพาธของพระสงฆ์และแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลท้องถิ่นที่รับภาระในการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บของประชาชนในชนบท และเพื่อให้พระสงฆ์ในภาคเหนือไม่จำเป็นต้องเดินทางลงไปรักษาอาการอาพาธถึงกรุงเทพฯ จึงเป็นความจำเป็น<o:p></o:p>
อย่างยิ่งอย่างไรก็ตามความต้องการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว<o:p></o:p>
ยังมิได้รับการสนองตอบจากรัฐบาล เนื่องจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว<o:p></o:p>
ด้วยเหตุนี้ หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ประธานสงฆ์วัดใหม่ปลายห้วย ซึ่งมีจิตเมตตาช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในด้านต่างๆในจังหวัดพิจิตรอย่างมากมาย<o:p></o:p>
<o:p></o:p></o:p></o:p>
doodee1
30-05-2008, 01:28 PM
มาแล้ว ได้เล็งเห็นความจำเป็นในเรื่องนี้ จึงมีดำริที่จะรับภาระช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธในพื้นที่และจังหวัดทางเหนือให้ได้รับการพยาบาลรักษาที่ดีกว่าเดิมและไม่จำต้องลงไปรักษาพยาบาลที่กรุงเทพฯ ดังนั้นหลวงปู่ทองดีจึงได้ประชุมกับทางโรงพยาบาลพิจิตรเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว และเพื่อได้เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมกันทำบุญใหญ่โดยการบริจาคก่อสร้างตึกสงฆ์<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
อาพาธตามกำลัง ก่อนที่จะได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาล<o:p></o:p>
เป้าหมายของโครงการ
ตึกสงฆ์อาพาธ จะเป็นอาคารขนาด กว้าง 29 เมตร ยาว 50 เมตร มีจำนวน<o:p></o:p>
4 ชั้นโดยวงเงินในการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธแห่งนี้เป็นจำนวนประมาณ 50 ล้านบาท เน้นประโยชน์ด้านใช้สอยและเอื้อประโยชน์ในด้านการบำบัดรักษา<o:p></o:p>
อาการเจ็บป่วยของคณะสงฆ์โดยรูปแบบการสร้างตึกสงฆ์อาพาธแห่งใหม่นี้ จัดให้มีห้องพิเศษ ห้องธรรมดา และห้องรวมสำหรับพระสงฆ์ในชั้นที่ 4 โดยเฉพาะรวม 24 เตียง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้รองรับปริมาณได้มากขึ้นตามความเหมาะสมพร้อมกับมีห้องปฏิบัติศาสนากิจต่างๆ เช่น ห้องทำพิธีการสงฆ์<o:p></o:p>
เวลาญาติโยมมาถวายภัตตาหารหรือสังฆทาน ห้องทำพิธีสำหรับผู้ป่วยหนักใกล้ถึงวาระสิ้นลม และห้องสำหรับพระสงฆ์ที่มาดูและพระอาพาธ และมีสถานพำนักพักพื้นสำหรับพระสงฆ์อาพาธก่อนและหลังการรักษา ให้การรักษาได้มาตรฐานและสอดคล้องกับวิถีชีวิตและปัญหาสุขภาพของพระสงฆ์และที่สำคัญชั้นล่างจัดให้มีพุทธสถานใช้เป็นสถานที่สำหรับประชุมและอบรมของ<o:p></o:p>
พระภิกขุและสามเณร และบรรดาญาติโยม ประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อโรงพยาบาล เพื่อเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธองค์อีกด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานที่อาคารของโรงพยาบาลเดิมนั้นได้มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ ปี<o:p></o:p>
2496 มีความทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ไม่ปลอดภัยที่จะใช้งานให้เหมาะสมและเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย หากจะได้มีการจัดสร้างเป็นตึกสงฆ์อาพาธแทนอาคารเดิมก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า ดังนั้นในการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธนี้จึงกำหนด<o:p></o:p>
ให้มีชั้นเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วยทั่วไปด้วยในชั้นที่ 2 และ3 โดยแยกเป็นผู้ป่วยอายุรกรรมหญิงและชาย ชั้นละ 40 เตียง เพื่อรับรองความแออัดของสถานที่ นอกจากนี้อาคารใหม่นี้จะได้จัดให้เป็นอาคารกลางเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการประสานงานการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเพราะเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของโรงพยาบาลอีกด้วย<o:p></o:p>
ท่านสาธุชนทั้งหลาย การสร้าง ตึกสงฆ์อาพาธ เพื่อพระสงฆ์ในชนบทของจังหวัดพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงนั้น นับเป็นบุญเป็นกุศลอย่างยิ่งและมีอานิสงส์ทำให้ผู้บำเพ็ญ ปลอดโรคภัยทำให้มีอายุมั่นขวัญยืน สมบูรณ์ด้วยพลานามัย และมีความสุขกายสบายใจ<o:p></o:p>
ขอเชิญร่วมสร้างตึกสงฆ์อาพาธนี้ให้สำเร็จและสามารถบริจาคโดยแจ้งความจำนงบริจาคสมทบทุนได้ที่<o:p></o:p>
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสามง่าม<o:p></o:p>
ชื่อบัญชี พระทองดี อนีโฆ เพื่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ เลขที่บัญชี <o:p></o:p>
367-235171-9<o:p></o:p>
เมื่อโอนเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว โปรดแจ้งมายัง พระสมุห์อุดร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วย ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-0628446<o:p></o:p>
ท่านสามารถติดตามความคืบหน้าของงานบุญและการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รวมถึงธรรมะของหลองปู่ทองดี อนีโฆ ได้ที่<o:p></o:p>
www.sawangburi.com (http://www.sawangburi.com/)<o:p></o:p>
หมายเหตุ ท่านที่บริจาคในปัจจัยจำนวนมาก จะได้รับการจารึกชื่อเพื่อให้ได้รับการอนุโมทนาภายในห้องผู้ป่วยและบริเวณสถานที่ต่างๆภายในตึกสงฆ์อาพาธนี้ ส่วนท่านที่บริจาคตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ทางหน่วยงานของจังหวัดพิจิตรจะขออนุญาตทำเรื่องแสดงความขอบคุณและขอกราบบังคมทูลเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อเป็นเกียรติประวัติแด่วงศ์ตระกูลต่อไป<o:p></o:p>
และทางโรงพยาลบาลพิจิตรจะได้ออกใบเกียรติคุณซึ่งสามารถนำไปใช้หักภาษีได้อีกด้วย<o:p></o:p>
ประวัติโรงพยาบาลพิจิตร<o:p></o:p>
เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2496 ด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินและเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกในเดือนตุลาคม 2496 สำหรับผู้ป่วยในนั้นเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2497<o:p></o:p>
โดยมีนายแพทย์ดำรงค์ เจ่าสกุล รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาล และเปิดรับผู้ป่วยในด้วย จำนวนเตียง 10 เตียง ในสมัยนั้นพื้นที่เป็นป่ารก การคมนาคมไปมาลำบาก โรงพยาบาลพิจิตรจึงจำเป็นที่พึ่งพาของประชาชนในการรักษาสุขภาพที่ปลอดภัย จึงมีผู้ป่วยมาขอใช้บริการมากขึ้น ทำให้ต้องขยายเตียงรองรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้เงินบริจาคเป็นส่วนใหญ่<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
doodee1
30-05-2008, 01:32 PM
ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างตึกสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม ได้ที่ <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
๑. วัดใหม่ปลายห้วย หมู่ 11 ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร โทรศัพท์ 086-0628446
๒. บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)สาขา สามง่าม ชื่อบัญชี พระทองดี อนีโฆ เพื่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ เลขที่บัญชี 367-2-35171-9
๓. บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขา ราษฏร์เกษมอุทิศ ชื่อบัญชี กองทุนหลวงปู่ทองดี อนีโฆ เพื่อสร้างอาคารสงฆ์ฯ เลขที่บัญชี 349-0-03070-2<o:p></o:p>
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <o:p></o:p>
๑. พระสมุห์อุดร ฐานุตฺตโร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วย โทรศัพท์ 086-0628446
๒. นายอดิศร ทิพย์ทำ ผอ.ร.ร.วัดจระเข้ผอม โทรศัพท์ 087-1978660
๓. โรงพยาบาลพิจิตร โทรศัพท์ 056-611230
ในการบริจาคปัจจัยโรงพยาบาลพิจิตรจะออกใบเกียรติคุณให้ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หากท่านผู้มีจิตศรัทธาบริจาคปัจจัยตามจำนวนดังต่อไปนี้จะได้รับการแสดงการอนุโมทนาบุญ ดังนี้
๑. เชิญวางศิลาฤกษ์ตึกสงฆ์อาพาธ และหอผู้ป่วยอายุรกรรม หากบริจาค ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๒. ห้องประชุมใหญ่ชั้นล่าง บริจาค ๖๐๐,๐๐๐ บาท จะได้รับการจารึกชื่อหน้าห้อง
๓. ห้องประชุมเล็กชั้นล่าง บริจาค ๕๐๐,๐๐๐ บาทจะได้รับการจารึกชื่อหน้าห้อง
๔. ห้องผู้ป่วยชั้น ๒ และชั้น ๓ รวม ๑๖ ห้อง บริจาคห้องละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท จะได้รับการจารึกชื่อหน้าห้อง
๕. ห้องพิเศษของสงฆ์ รวม ๔ ห้อง บริจาคห้องละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท จะได้รับการจารึกชื่อหน้าห้อง
๖. ห้องรวมของสงฆ์ รวม ๕ ห้อง บริจาคห้องละ๓๕๐๐,๐๐๐ บาท จะได้รับการจารึกชื่อหน้าห้อง
๗. ห้องประกอบสังฆกิจ บริจาค ๕๐๐,๐๐๐ บาท จะได้รับการจารึกชื่อหน้าห้อง
หมายเหตุ: ท่านที่บริจาคในปัจจัยจำนวนมาก จะได้รับการจารึกชื่อเพื่อให้ได้รับการอนุโมทนาภายในบริเวณสถานที่ต่างๆ ภายในตึกสงฆ์อาพาธนี้ ส่วนท่านที่บริจาคตั้งแต่ 5 ล้านบาท ขึ้นไป ทางหน่วยงานของจังหวัดพิจิตรจะขออนุญาตทำเรื่องแสดงความขอบคุณและขอกราบทูลเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อเป็นเกียรติประวัติแด่วงศ์ตระกูลต่อไป และทางโรงพยาบาลพิจิตรจะได้ออกใบเกียรติคุณซึ่งสามารถนำไปใช้หักภาษีได้อีกด้วย<o:p></o:p>
พระชยภัทร
30-05-2008, 01:39 PM
โมทนาครับ กุศลสูง สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ ขอให้เสร็จไวๆ
ธรรมวิวัฒน์
30-05-2008, 02:20 PM
อนุโมทนาครับ
สายน้ำกะปลาน้อย
30-05-2008, 07:34 PM
อนุโมทนาค่ะ
Mr.Kim
30-05-2008, 08:20 PM
อนุโมทนา สาธุครับ
Mrs.Kim
30-05-2008, 08:53 PM
ขออนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ
doodee1
02-06-2008, 07:09 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="100%"></TD><TD vAlign=top noWrap align=right>http://www.sawangburi.com/themes/DeepBlue/forums/images/lang_english/icon_quote.gif (http://www.sawangburi.com/modules.php?name=Forums&file=posting&mode=quote&p=6264) </TD></TR><TR><TD colSpan=2><HR></TD></TR><TR><TD colSpan=2>วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างอาคารสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม ณ โรงพยาบาลพิจิตร โดยมี คุณหญิงอุไรวรรณ ศิรินุพงศ์ เป็นประธานฝ่าย ฆราวาส ในงานครั้งนี้ได้มีผู้เข้าร่วมพิธี ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ นำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนถึงประชาชน และ ศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ทองดี อนีโฆ
เวลา ๐๙.๐๙ น. ได้ทำพิธีบวงสรวงตามประเพณีโบราณ หลังจากนั้นจึงได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างอาคารสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf6272_resize_868.jpg รูปศิลาฤกษ์http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5979_resize_180.jpghttp://www.sawangburi.com/ultemp/img_5980_resize_554.jpghttp://www.sawangburi.com/ultemp/img_5994_resize_174.jpghttp://www.sawangburi.com/ultemp/img_6017_resize_981.jpghttp://www.sawangburi.com/ultemp/img_6029_resize_161.jpghttp://www.sawangburi.com/ultemp/img_6037_resize_499.jpg
doodee1
02-06-2008, 07:20 PM
คุณหญิงอุไรวรรณ ศิรินุพงศ์ อดีตรองอธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมคณะมาเป็นประธานงานวางศิลาฤกษ์ในครั้งนี้
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5938_resize_276.jpg
soc191
03-06-2008, 02:02 PM
ผมขอร่วมทำบุญ 200 บาท โอนเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย วันที่ 3/6/2551 เวลา 12.43 และขออนุโมทนาทุก ๆ ท่านด้วยครับ
แสวงหาความจริง
05-06-2008, 01:43 PM
ผมร่วมทำบุญ 280 บาท
เข้าบัญชีธนาคารทหารไทย วันที่ 05/06/2008
ขออนุโมทนาทุก ๆ ท่านครับ<!-- / message -->
Mr.Kim
05-06-2008, 05:57 PM
อนุโมทนา สาธุครับ
.......................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ
doodee1
07-06-2008, 02:21 PM
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf6278_resize_169.jpg
ขอโทษครับคราวที่แล้วเขียนไม่ละเอียดเพราะดันไปอ่านทู้อื่นครับเลยมาต่อ
พระอธิการอุดร ฐานุตฺตโร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วย ทำพิธีบวงสรวง
doodee1
07-06-2008, 02:23 PM
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf6312_resize_213.jpg
พระอธิการอุดร ฐานุตฺตโร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วย ทำพิธีบวงสรวง
doodee1
07-06-2008, 02:27 PM
แผ่นศิลาฤกษ์และไม้มงคล ๙ อย่าง
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf6272_resize_868.jpg
doodee1
07-06-2008, 02:30 PM
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5942_resize_104.jpg
พระราชพุฒิเมธี เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร วัดมงคลทับคล้อ และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เจริญชัยมงคลคาถา <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
doodee1
07-06-2008, 02:34 PM
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5954_resize_158.jpg
คุณหญิงอุไรวรรณ ศิรินุพงศ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5967_resize_194.jpg
ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวรายงานในพิธี
doodee1
07-06-2008, 02:38 PM
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5964_resize_767.jpg
คุณหญิงอุไรวรรณ ศิรินุพงศ์ กล่าวเปิดงาน
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5994_resize_174.jpg
พิธีวางศิลาฤกษ์
doodee1
07-06-2008, 02:43 PM
http://www.sawangburi.com/ultemp/____________1_resize_134.jpg
ตามที่หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ได้บอกบุญกับสาธุชนทุกท่านในการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม ขณะนี้โรงพยาบาลพิจิตรกำลังดำเนินการรื้อถอนอาคารเก่าที่ชำรุด จำนวน 2 หลัง เพื่อจะได้ก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ขนาด 4 ชั้น ความคืบหน้าการก่อสร้างจะนำมาให้ทุกท่านได้อนุโมทนาบุญครับ <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
ข้างบนเป็นรูปการรื้อถอนอาคาร1
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0291_resize_188.jpg
รูปข้างบนเป็นอาคาร 2 หลัง ที่จะรื้อถอน
doodee1
07-06-2008, 02:50 PM
อาคาร 2 หลัง ที่จะรื้อถอน
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0293_resize_147.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0294_resize_156.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0295_resize_160.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0296_resize_163.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0297_resize_131.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0298_resize_197.jpg
รูปข้างบนเป็นการรื้อถอนโครงหลังคา
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0299_resize_209.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/pic_0300_resize_769.jpg
doodee1
07-06-2008, 02:55 PM
วันที่ 23 เม.ย 2551 หลวงปู่ทองดี อนีโฆ เดินทางไปดูความคืบหน้าของการรื้อถอนอาคารที่ รพ.พิจิตร
http://www.sawangburi.com/ultemp/_________._23___.__126.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/_________._23___._._489.jpg
วันที่ 24 เม.ย 2551 หลวงปู่ทองดี ได้เซ็นหนังสือสัญญาจ้าง งานก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม คสล.4 ชั้น จำนวน 1 หลัง ในวงเงิน 43,518,000.- บาท ( สี่สิบสามล้านห้าแสนหนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน ) โดยใช้แบบแปลนซึ่งออกแบบและประมาณราคาโดย หจก.สำนักงานออกแบบณัฐริจาอาร์คิเตค ณ โรงพยาบาล พิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร โดยหลวงปู่ทองดี ได้จ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้า 15% ตามสัญญาจ้างของวงเงินค่าก่อสร้าง
หลวงปู่ทองดี ดำเนินการเซ็นหนังสือสัญญาว่าจ้าง
http://www.sawangburi.com/ultemp/__________24___.__254.jpg
ตอนนี้กำลังดำเนินการรื้อถอนอยู่ ยังรื้อไม่เสร็จ ถ้ามีความคืบหน้าในการดำเนินงานอย่างไรก็จะนำมาบอกให้ทราบอีกที
ak-num
08-06-2008, 11:12 AM
ร่วมทำบุญ 200 บาท
โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย
วันที่ 8 มิ.ย. 51
เวลา 09:53 น.
doodee1
10-06-2008, 06:21 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="100%" bgColor=#ffffff>รวมคำสอนหลวงปู่ (http://www.sawangburi.com/modules.php?name=News&file=categories&op=newindex&catid=6): บุญที่เกิดจากทาน</TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff colSpan=2>
<TABLE width="98%" align=center border=0><TBODY><TR><TD>http://www.sawangburi.com/images/topics/lptongdeeS.jpg (http://www.sawangburi.com/modules.php?name=News&new_topic=6)วันนี้จะขอพูดถึงเรื่อง บุญ
บุญ คือ เครื่องชำระล้างสัญญา บุญ แปลว่า ความดี
แปลว่า กุศล
แปลว่า ความสุข
แปลว่า ความประพฤติชอบทางกาย วาจาและใจในกุศลกรรม
วิธีสร้างบุญในพระพุทธศาสนานั้น มีอยู่ด้วยกัน ๓ อย่างขั้นต้น คือ
การให้ทานหนึ่ง การถือศีลหนึ่ง การเจริญภาวนาหนึ่ง หรือที่เรานิยมเรียกกันง่ายๆ ให้เข้าใจสั้นๆ คือ ทาน ศีล ภาวนา ซึ่งการให้ทาน หรือการทำทานนั้นเป็นการสร้างบุญที่ต่ำที่สุด ได้บุญน้อยที่สุด ไม่ว่าจะทำมากเท่าไรก็ไม่มีทางที่จะได้บุญมากไปกว่าการถือศีลไปได้ การถือศีลนั้นแม้จะมากอย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะได้บุญมากเกินกว่าการเจริญภาวนา หรือการปฏิบัติภาวนาไปได้ ทำไมต้องพูดเช่นนั้น ว่าการเจริญภาวนานั้นจึงเป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงที่สุดและได้มากที่สุดในทุกวันนี้พวกเรารู้จักกันแต่การให้ทานแต่เพียงอย่างเดียว เช่น การทำบุญตักบาตร ทอดกฐินผ้าป่า สละทรัพย์สร้างโบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ ส่วนการถือศีลนั้น แม้จะได้บุญมากกว่าการทำทาน ก็ยังมีการทำกันเป็นส่วนน้อย เพื่อความเข้าใจอันดี อันงามของพวกท่านทั้งหลาย จึงขอชี้แจงการสร้างบุญบารมีอย่างไร จึงจะเป็นการลงทุนน้อยที่สุด และได้บุญบารมีมากที่สุดอย่างนี้ คือ
การทำทาน วันนี้จะขอพูดถึงทานบารมีต้องแปลคำว่า ทาน กับ บารมีก่อน
ทาน คือ การให้
บารมี คือ คุณงามความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวดเพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง ทานบารมี ถ้าเราแปลออกมาแล้ว ก็คือ คุณงาม ความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงสุด วันนี้ก็จะพูดถึง การทำทานบารมี การทำทานนั้น ได้แก่ การสละทรัพย์ สิ่งของ สมบัติของตนที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่น โดยมุ่งหวังที่จะจุนเจือให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์และความสุขด้วยความเมตตาจากจิตจากใจของเราท่านทั้งหลาย ทานที่ได้ทำไปนั้น จะทำให้ผู้ทำทานได้บุญมากหรือน้อยเพียงไร ย่อมสุดแล้วแต่องค์ประกอบ ๓ ประการด้วยกัน
ถ้าประกอบหรือถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบ ๓ ประการต่อไปนี้แล้ว ทานของท่านนั้นย่อมมีผลมาก ได้บุญบารมีมาก กล่าวคือ
ข้อที่หนึ่งนั้น วัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์ วัตถุทานที่ให้ได้แก่ สิ่งของทรัพย์ สมบัติ ที่ตนได้สละให้เป็นทานนั้นเอง จะต้องเป็นของที่บริสุทธิ์ที่จะเป็นของบริสุทธิ์ได้ จะต้องเป็นสิ่งของที่ตนได้แสวงหาได้มาด้วยความบริสุทธิ์ ในการประกอบอาชีพ ไม่ใช่ของที่ได้มาเพราะการเบียดเบียนผู้อื่น เช่นได้มาโดยทุจริต ลักของเขามายักยอก ฉ้อโกง ปล้นทรัพย์ชิงทรัพย์เขามา หรืออื่นๆอีกมากมาย
ตัวอย่างข้อที่หนึ่งนั้นเราได้มาโดยการเบียดเบียนชีวิต และเลือดเนื้อสัตว์ เช่น ฆ่าสัตว์ต่างๆเป็นต้นว่า ฆ่าปลา ฆ่าวัว ฆ่าควาย ฆ่าหมู โดยประสงค์จะนำเอาเลือด เอาเนื้อของเขามาทำอาหารถวายพระ เพื่อเอาบุญ ย่อมเป็นการสร้างบาปเอามาทำบุญ วัตถุทาน คือ เนื้อสัตว์นั้นเป็นของที่ไม่บริสุทธิ์ แม้ทำบุญให้ทานไป ก็ย่อมได้บุญน้อยจนเกือบไม่ได้อะไรเลย ทั้งอาจจะได้บาปเสียอีกต่างหากว่า การทำทานด้วยจิตที่เศร้าหมอง แต่การที่ได้เนื้อสัตว์มาด้วยการซื้อหาจากผู้อื่นที่ฆ่าสัตว์นั้น โดยที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ในการฆ่าสัตว์ก็ดีหรือสัตว์นั้นตายเองก็ดี เนื้อสัตว์นั้นย่อมเป็นวัตถุทานที่บริสุทธิ์ เมื่อนำมาทำทานย่อมได้บุญมาก อาจถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบข้ออื่นๆด้วย
ตัวอย่างที่ ๒ นั้นคือ ลักทรัพย์ยักยอก ฉ้อโกง ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ตลอดถึง การทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง อันเป็นการได้ทรัพย์มาในลักษณะไม่ชอบธรรม หรือโดยเจ้าของเดิมไม่เต็มใจให้ทรัพย์นั้น ย่อมเป็นของไม่บริสุทธิ์ เป็นของร้อน แม้จะผลิดอกออกผลมาเพิ่มเติม ดอกผลนั้นก็ย่อมเป็นของไม่บริสุทธิ์ด้วย นำเอาไปกินไปใช้ย่อมเกิดโทษ เรียกว่า บริโภคด้วยความเป็นหนี้ แม้เราจะเอาเงิน หรือนำเอาไปทำบุญให้ทาน สร้างโบสถ์วิหารก็ไม่ทำให้ได้บุญแต่อย่างใด จะขอเล่าเรื่องหนึ่งให้ท่านทั้งหลายได้ฟัง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีหัวหน้าสำนักนางโลมชื่อว่ายายแฟง ได้เรียกเก็บเงิน จากหญิงโสเภณีในสำนักของตนเอง จากอัตราที่ได้มาครั้งหนึ่ง ๒๕ สตางค์แกจะชักไว้ ๕ สตางค์ สะสมเอาไว้เช่นนี้ จนได้ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท แล้วจึงจัดสร้างวัดขึ้นวัดหนึ่งด้วยเงินนั้นทั้งหมด เมื่อสร้างเสร็จแล้วแกก็ปลื้มปิติ ได้นำไปนมัสการถาม พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต วัดระฆังว่าการที่แกสร้างวัดทั้งวัดด้วยเงินของแกเองทั้งหมด จะได้บุญบารมีอย่างไร หลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์โตตอบว่า ได้แค่หนึ่งสลึงเท่านั้น แกก็เสียใจ เหตุที่ได้บุญน้อย ก็เพราะทรัพย์อันเป็นวัตถุทานที่ตนนำมาสร้างวัดอันเป็นวิหารทานนั้น เป็นของที่แสวงหาได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ เพราะเบียดเบียนมาจากเจ้าของที่เขาไม่เต็มใจจะให้ ฉะนั้น บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายที่ซื้อถูกแต่ขายแพงๆจนเกินส่วนที่ควรจะได้ ผลกำไรที่ได้มาเพราะความโลภจัดจนเกินส่วนนั้น ย่อมเป็นสิ่งของที่ไม่บริสุทธิ์โดยนัยเดียวกัน วัตถุทานที่บริสุทธิ์ เพราะการแสวงหาได้มาด้วยความชอบธรรมดังกล่าว ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นของดี หรือของเลว ไม่จำกัดว่าเป็นของมาก หรือของน้อย น้อยค่าหรือมีค่ามาก จะเป็นของดี เลวประณีตมาก หรือน้อยไม่สำคัญ ความสำคัญขึ้นอยู่กับเจตนาในการให้ทานนั้น ตามกำลังทรัพย์ กำลังศรัทธาที่ตนมีอยู่
ข้อที่ ๒ เจตนาในการให้ทานต้องบริสุทธิ์ การให้ทานนั้นโดยจุดมุ่งหมายที่แท้จริงก็เพื่อ เป็นการขจัด ความโลภ ความตระหนี่ถี่เหนียวของตัวเอง ความหวงแหน หลงใหลในทรัพย์สมบัติของตน อันเป็นกิเลสหยาบ คือ โลภกิเลส และเพื่อเป็นการสงเคราะห์ผู้อื่น ให้ได้รับความสุข ด้วยเมตตาธรรมของตน อันเป็นบันไดก้าวแรกในการเจริญเมตตาพรหมวิหาร เป็นการเจริญเมตตาพรหมวิหารธรรม ในพรหมวิหาร ๔ ให้เกิดขึ้น ถ้าได้ให้ทานด้วยเจตนาดังกล่าวแล้ว เรียกว่า เจตนาในการทำทาน หรือให้ทานของเรานั้นบริสุทธิ์ แต่เจตนาที่ว่าบริสุทธิ์นั้น ถ้าจะบริสุทธิ์จริงๆก็ต้องสมบูรณ์พร้อมด้วยกัน ๓ อย่าง คือ
๑. ระยะก่อนที่จะให้ทาน ก่อนที่จะให้ทานก็ขอให้มีจิตยินดีผ่องแผ้ว ร่าเริงเบิกบานที่จะให้ทาน เพื่อสงเคราะห์คนอื่นให้ได้รับความสุขเพราะทรัพย์สิ่งของสมบัติของตนนั้นแล้ว
๒. ระยะที่กำลังลงมือให้ทาน ระยะที่กำลังลงมือทำทานอยู่นั้นเอง ก็ทำด้วยจิตใจร่าเริง ผ่องแผ้วยินดี และเบิกบานในการให้ ที่ตนกำลังให้ผู้อื่นด้วยความสุข
๓. ระยะหลังจากที่ได้ให้ทานไปแล้ว คำว่าได้ให้ทานไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็ดี นานมาแล้วก็ดี เมื่อเราได้หวนคิดถึง ทานที่เราได้ให้หรือที่เราได้กระทำไปแล้ว ในครั้งใดก็แล้วแต่ ก็ขอให้มีจิตยินดีโสมนัสร่าเริงแช่มชื่นหัวใจ เบิกบานในใจ ยินดีในทานทุกครั้งที่เราให้มา นั่นแหละที่เรียกว่าได้บุญมาก เป็นจาคานุสติกรรมฐาน นึกถึงทานทีไร จิตใจเราก็ยินดีผ่องแผ้วตลอดเวลา
เจตนาบริสุทธิ์ในการทำทานนั้น อยู่ที่จิตของเราว่า จะเกิดความโสมนัส คือ ความยินดี ร่าเริง เบิกบาน ยินดีในการให้ทานที่ทำนั้นเป็นสำคัญ และเนื่องมาจากเมตตาจิตที่เรามีอยู่ในใจ ที่เราหวังที่มุ่งสงเคราะห์ผู้อื่น ให้พ้นจากความทุกข์ และให้ได้รับความสุขเพราะทานของตน หรือว่าทรัพย์สินของเราที่เราให้ไปแล้วนั้น นับว่าเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ในเบื้องต้น แต่เจตนาที่บริสุทธิ์เพราะเหตุดังกล่าวมาแล้วนี้ จะทำให้ยิ่งบริสุทธิ์มากขึ้นไปอีก หากผู้ให้ทานนั้นได้ทำทานด้วยวิปัสสนาปัญญา กล่าวคือ ไม่ได้ทำทานอย่างเดียว แต่ทำทานพร้อมกับมีวิปัสสนาปัญญาขึ้นพร้อมกัน โดยใคร่ครวญถึงวัตถุทาน ที่เราจะให้ทานเหล่านั้นก็ดี อันว่าบรรดาทรัพย์สิ่งของทั้งปวงที่ชาวโลกนิยม ยกย่อง หวงแหน เป็นสมบัติกันด้วยความโลภนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นแต่เพียงวัตถุธาตุประจำโลก เป็นสมบัติกลางไม่ใช่ของผู้หนึ่งผู้ใด โดยเฉพาะเป็นของที่มีมาตั้งแต่ก่อนที่เราจะเกิดขึ้นมาแล้ว และไม่ว่าเราจะเกิดขึ้นมาหรือไม่ก็ตามวัตถุธาตุดังกล่าว ก็มีอยู่เช่นนั้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว และได้ผ่านการเป็นเจ้าของของผู้อื่นมาแล้วหลายชั่วคน ซึ่งท่านทั้งหลายลองพิจารณาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ว่าคนแต่ก่อนนั้น ต่างก็ได้ล้มหายตายจากกันไปแล้วทั้งสิ้น ไม่สามารถนำวัตถุธาตุดังกล่าวนี้ติดตัวไปได้เลย จนในที่สุดก็ได้ตกทอดมาถึงเรา ให้เราได้กิน ได้ใช้ ได้ยึดถือเพียงชั่วคราวแล้วก็ต้องตกทอดสืบเนื่องไป เป็นของลูกของเต้าหรือไปเป็นของคนอื่นกันต่อไป เช่นนี้ แม้เราเอง ก็ไม่สามารถนำติดตัวเอาไปได้ จึงนับกันว่า อันทรัพย์สมบัติทั้งหลายนั้น เป็นเพียงสมบัติผลัดกันชมเท่านั้นเอง ไม่จากไปในวันนี้ ก็ต้องจากไปในวันหน้า อย่างน้อยเราก็ต้องจาก ต้องทิ้งเมื่อเราได้ตายลง นับว่าเป็นอนิจจัง คือ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน จึงไม่อาจจะยึดมั่นถือมั่นว่า นั่นเป็นของเราได้ถาวรตลอดไป แม้ตัววัตถุธาตุทั้งหลายที่กล่าวมานี้ เมื่อมีเกิดขึ้นเป็นตัวตนแล้ว ก็ตั้งอยู่ในสภาพนั้นให้ตลอดไปไม่ได้ จะต้องเก่าแก่ผุพังบุบสลายไป ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตนแต่อย่างไร แม้แต่เนื้อตัว ร่างกายของเราเอง ก็มีสภาพเช่นเดียวกับวัตถุธาตุทั้งหลายเหล่านั้น ซึ่งไม่อาจจะตั้งมั่นยั่งยืนได้ เมื่อมีเกิดขึ้นแล้วในเบื้องต้น เปลี่ยนแปรไปในท่ามกลาง และผลสุดท้ายก็ดับสลายไปในที่สุด เมื่อพวกเราท่านทั้งหลายได้เกิดมา ได้เจริญวัยเป็นหนุ่มสาว แล้วก็แก่เฒ่า แล้วก็ตายไปในที่สุด เราจะต้องพลัดพรากจากของอันเป็นที่รักที่หวงแหน คือ ทรัพย์สมบัติทั้งปวง เมื่อเจตนาในการให้ทานบริสุทธิ์ ผุดผ่องดีพร้อมทั้ง ๓ ระยะ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ต้น ทั้งยังประกอบไปด้วยการ เจริญวิปัสสนาปัญญาดังกล่าว คือ ให้มองให้เห็นทุกสิ่ง ทุกอย่างเป็นอนิจจังเป็นของไม่เที่ยง เพื่อละ เพื่อคลายความยึดมั่น ถือมั่นในสิ่งของทั้งหลายเหล่านั้น เจตนานั้นย่อมบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ทานที่ได้ทำไปนั้นย่อมมีผลมาก ได้บุญมากหากวัตถุทานที่ได้ทำเป็นของที่บริสุทธิ์ตามองค์ประกอบข้อหนึ่งด้วยแล้ว ย่อมทำให้ได้บุญมากยิ่งๆขึ้นไปอีก วัตถุทานจะมากหรือน้อย เป็นของเลวหรือประณีตไม่สำคัญ เมื่อเราได้ให้ทานไปตามกำลังทรัพย์ที่เรามีอยู่ ย่อมใช้ได้ แต่มีข้อควรระวังอยู่ก็คือการทำทานนั้น อย่าได้เบียดเบียนตนเอง อย่าได้เบียดเบียนผู้อื่น เช่นเรามีน้อย แต่ฝืนทำให้มากจนเกินกำลังของตัวเองที่จะทำได้ เมื่อได้ทำไปแล้วตัวเองก็ดี จะเป็นผัวเป็นเมีย หรือเป็นลูกเป็นเต้าต้องลำบากขาดแคลน เพราะไม่มีจะกินจะใช้เช่นนี้ย่อมทำให้จิตของเราเศร้าหมอง เจตนานั้นย่อมไม่บริสุทธิ์ ทานที่ได้ทำไปแล้วนั้นแม้วัตถุทานจะมาก หรือทำมากก็ย่อมได้บุญน้อยต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ คือ
๑. การทำทานเพราะอยากได้ อย่างเช่นทำเอาหน้า ทำอวดผู้อื่น เช่น สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาลแล้วก็พยายามขอใส่ชื่อของตนไปยืนถ่ายรูปถ่ายภาพลงในหนังสือ เพื่อให้ได้รับความนิยมยกย่องให้ผู้อื่นได้นับถือ โดยที่แท้จริงแล้ว ตัวเองไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งสงเคราะห์ผู้อื่น เรียกว่า ทำทานด้วยความโลภ ไม่ได้ทำทานเพื่อขจัดความโลภ ทำทานด้วยความอยากได้ คืออยากได้หน้า ได้เกียรติ ได้คำสรรเสริญ ได้ความนิยม ได้ความนับถือ
๒. ทำทานด้วยความฝืนใจ ทำเพราะเสียไม่ได้ ทำด้วยความเสียดาย เช่น มีพวกพ้องมาเรี่ยราย มาบอกบุญตัวเองไม่มีศรัทธาที่จะทำ หรือมีศรัทธาอยู่บ้าง แต่ทรัพย์น้อย เมื่อมีพวกมาเรี่ยรายบอกบุญต้องจำใจทำทานไป เพราะเกรงใจพวกพ้องหรือเกรงว่าจะเสียหน้าตน จึงได้สละทรัพย์ทำทานไป ด้วยความจำใจ ย่อมเป็นการทำทานด้วยความตระหนี่ หวงแหน ทำทานด้วยความเสียดาย ไม่ได้ทำทานด้วยจิตเมตตาที่จะมุ่งจะสงเคราะห์ผู้อื่น ซึ่งยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดาย ให้ไปแล้วก็เป็นทุกข์ใจบางครั้งนึกโกรธผู้ที่มาบอกบุญ เช่นนี้จิตย่อมเศร้าหมองได้บุญน้อย หากเสียดายมากๆจนเกิดโทสะจริตกล้าแล้ว คือ ความโกรธ ความโมโหขึ้น นอกจากจะไม่ได้บุญแล้ว ก็จะได้บาปตามมา ทำทานเพราะความโลภ คือ ทำทานเพราะอยากได้นั่น อยากได้นี่ เพราะอยากเป็นนั่น อยากเป็นนี่ อันเป็นการทำทานที่ไม่ถูก เพราะหวังสินตอบแทน ไม่ได้ทำทาน เพราะมุ่งหมายที่จะขจัดความโลภ ความตระหนี่ หวงแหนในทรัพย์ของตน เช่น ทำทานแล้ว ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ชาติหน้าได้เป็นเทวดา นางฟ้า ขอให้รูปสวย ขอให้งดงาม ขอให้ทำมาค้าขึ้น ขอให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี ทำทานซักบาทสองบาทแต่ขอให้ร่ำรวยนับล้าน ขอให้ถูกหวย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสมบัติสวรรค์ ถ้าหากชาติก่อนไม่เคยได้ทำบุญใส่บาตรฝากสวรรค์ นำบุญฝากธนาคารบุญเอาไว้อยู่ๆก็จะมาขอเบิกในชาตินี้จะมีที่ไหนมาให้เบิก การทำทานด้วยความโลภเช่นนี้ ย่อมไม่ได้บุญอะไรเลย สิ่งที่จะได้พอกพูนเพิ่มให้มากขึ้น และหนาขึ้นก็คือความโลภที่มีอยู่ในจิตในใจของตัวเองเท่านั้น ผลหรืออานิสงส์ของการทำทานที่ครบองค์ประกอบ ๓ ประการนั้น ย่อมมีผลได้ซึ่งมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติเองแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งเจตนาเอาไว้ล่วงหน้าก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นผลที่สืบเนื่องมาจากเหตุ เมื่อทำเหตุครบถ้วนย่อมมีผลเกิดขึ้นตามมาเอง เหมือนกับเราปลูกต้นมะม่วง ปลูกผลหมากรากไม้ เมื่อเรารดน้ำพรวนดินและดูแลไปตามธรรมดาเรื่อยๆไป แม้ไม่อยากให้เจริญเติบโต และออกดอกออกผล ในที่สุดเราก็ห้ามไม่ได้ ต้นไม้ก็ต้องเจริญและผลิดอกออกผลตามมา สำหรับผลของทานนั้นหากน้อย หรือมีกำลังไม่มากนัก ย่อมน้อมนำให้บังเกิดในมนุษยชาติ หากมีกำลังแรงมากก็อาจจะน้อมนำให้บังเกิดในเทวโลก ๖ ชั้น เมื่อได้เสวยสมบัติในเทวโลก จนสิ้นบุญแล้ว ด้วยเศษของบุญที่ยังมีเหลืออยู่บ้าง ประกอบกับไม่มีอกุศลกรรมอื่นแทรกให้ผล ก็อาจจะน้อมนำ ให้มาบังเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง และเมื่อได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ย่อมทำให้ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวยมั่งคั่ง สมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์ หรือไม่ก็เป็นผู้ที่มีลาภผลมาก ทำมาหากินขึ้นและร่ำรวยในภายหลัง ทรัพย์สมบัติไม่มีวิบัติหายนะไป เพราะวินาศภัย โจรภัย อัคคีภัย วาตภัยเป็นต้น แต่จะมั่งคั่ง ร่ำรวยในวัยใด ย่อมสุดแล้วแต่ผลทานแต่ชาติก่อนๆทั้งหลายจะส่งผล คือ
๑. ร่ำรวยตั้งแต่วัยต้น เพราะผลของทานที่ได้ตั้งเจตนาไว้บริสุทธิ์ดี ตั้งแต่ก่อนจะทำทาน คือ ก่อนจะลงมือทำทานก็มีจิตเมตตา มีจิตยินดีผ่องแผ้ว ร่าเริงเบิกบานยินดี ในทานที่ตนจะได้ทำเพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น แล้วได้ลงมือทำทานไปตามเจตนานั้น เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ย่อมโชคดี ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย ชีวิตในวัยต้นอุดมสมบูรณ์พูนสุขไปด้วยทรัพย์ ไม่ยากจนแร้นแค้น ไม่ต้องขวนขวายหาเลี้ยงตนเองมาก แต่ถ้าเจตนานั้น ไม่งามบริสุทธิ์พร้อมกันครบ ๓ ระยะแล้ว ผลทานนั้นย่อมส่งผลให้ไม่สม่ำเสมอกัน คือ แม้ว่าจะร่ำรวยตั้งแต่วัยต้นโดยเกิดมาบนกองเงินกองทองก็ตาม หากในขณะนั้นที่เรากำลังลงมือทำทานอยู่นั้น เกิดจิตเศร้าหมองเพราะเกิดหวนคิดเสียดาย หรือหวงแหนในทรัพย์ที่จะให้ทานขึ้นมา หรือเกิดหมดศรัทธาขึ้นมาเฉยๆนั้น แต่เราก็ยังฝืนใจที่จะทำทานไปเพราะเสียไม่ได้ หรือเพราะตามพวกพ้องไปอย่างเสียไม่ได้เช่นนี้ ผลทานย่อมหมดกำลังให้ผลในระยะที่ ๒ ซึ่งตรงกับวัยกลางคน ซึ่งจะทำให้ทรัพย์ สมบัติวิบัติหายนะไปด้วยประการต่างๆ แม้จะได้รับมรดกมา ก็ไม่สามารถที่จะคุ้มครอง ดูแล รักษาไว้ได้ หากเจตนาในการทำทานนั้นเศร้าหมองในระยะที่ ๓ คือ ทำทานไปแล้วหวนคิดขึ้นมา ทำให้เสียดายในทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ความหายนะก็จะมีผลต่อเนื่องมาถึงบั้นปลายในชีวิตด้วย คือ ทรัพย์สินคงวิบัติเสียหายต่อเนื่องจากวัยกลางคนตลอดไปจนถึงอายุขัยชีวิตจริงของผู้ที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง ซึ่งก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง เมื่อได้รับทรัพย์มรดกแล้ว ก็วิบัติเสียหายไปกันก็มากมี บางคนก็ประสบผลสำเร็จในวัยต้น แต่ก็ต้องล้มละลายในวัยกลางคน และในบั้นปลายชีวิต แต่ถ้าได้ตั้งเจตนาในการทำทานไว้บริสุทธิ์ครบถ้วน ๓ ประการแล้วผลทานนั้นย่อมส่งผลสม่ำเสมอคือ ร่ำรวยตั้งแต่เกิด วัยกลางคนจน ถึงปัจฉิมวัย๒. ร่ำรวยในวัยกลางคน การที่ร่ำรวยในวัยกลางคนนั้น สืบเนื่องจากทานที่ได้ทำเพราะเจตนางามบริสุทธิ์ ในระยะที่ ๒ กล่าวคือ ไม่งามบริสุทธิ์ในระยะแรกเพราะก่อนจะลงมือทำทาน ก็มิได้มีจิตศรัทธามาก่อน ไม่คิดจะทำทานมาก่อน แต่ก็ได้ตัดสินใจทำทานไปเพราะเหตุบางอย่าง เช่น ทำตามพวกพ้องอย่างเสียไม่ได้ แต่เมื่อได้ลงมือทำทานอยู่ก็เกิดโสมนัส รื่นเริง ยินดีในทานที่กำลังกระทำอยู่นั้น ด้วยผลทานชนิดนี้ ย่อมทำให้มาบังเกิดในตระกูลที่ยากจน คับแค้น ต้องต่อสู้สร้างตนเองมากในวัยต้น ครั้นเมื่อถึงวัยกลางคนแล้ว ถ้าเราประกอบกิจการ หรือทำงานสิ่งใดก็ดี ก็ประสบความสำเร็จรุ่งเรือง และถ้าหากเจตนาในการทำทานได้งามบริสุทธิ์ในระยะที่ ๓ ด้วยจะทำให้กิจการงานของพวกเราทั้งหลาย ย่อมส่งผลรุ่งเรืองตลอดไป จนถึงบั้นปลายของชีวิต หากเจตนาในการทำทานไม่บริสุทธิ์ใน ระยะที่ ๓ แม้กิจการงานของพวกเราทั้งหลาย จะประสบความสำเร็จรุ่งเรืองในวัยกลางคน แต่อาจจะล้มเหลว หายนะในบั้นปลายของชีวิต ทั้งนี้เพราะผลทานทั้งหมดกำลังส่งผลไม่ตลอดจนถึงบั้นปลายของชีวิต ๓. ร่ำรวยถึงวัยปัจฉิมวัย คือ วัยสุดท้าย สืบเนื่องมาจาก ผลทานที่ผู้กระทำมีเจตนาไม่งามบริสุทธิ์ ในระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ แต่งามบริสุทธิ์เฉพาะในระยะที่ ๓ คือ ก่อนและเมื่อลงมือทำทานนั้น ก็มิได้มีจิตโสมนัสยินดีในการทำทานนั้นแต่อย่างใด แต่ได้ทำลงไปโดยบังเอิญ เช่น ได้ทำตามพวกพ้องไปอย่างเสียไม่ได้แต่เมื่อได้ทำไปแล้ว ต่อมาเมื่อหวนคิดถึงการทำทานนั้นแล้ว ก็เกิดจิตโสมนัสคือ จิตยินดีร่าเริงผ่องแผ้ว หากผลทานชนิดนี้จะน้อมนำให้มาเกิดในโลกมนุษย์ ก็จะมาเกิดในตระกูลที่ยากจนคับแค้น ต้องต่อสู้ดิ้นรน ทนศึกษาเล่าเรียน และขวนขวายสร้างตนเองมาตั้งแต่วัยต้นจนถึงวัยกลางคน กิจการหรือการงานทั้งหลายนั้น ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เช่น ต้องล้มลุกคลุกคลานตลอดมา แต่ครั้นถึงบั้นปลายของชีวิต ก็ประสบช่องทางเหมาะทำให้กิจการนั้นเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายขึ้นและร่ำรวยอย่างไม่คาดหมาย ซึ่งชีวิตจริงๆของคนประเภทนี้ ก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่างอย่างมากมาย เฉกเช่นเดียวกัน ข้อที่ ๓ เนื้อนาบุญต้องบริสุทธิ์ คำว่า เนื้อนาบุญในที่นี้ ได้แก่ บุคคลผู้รับการทำทานของผู้ทำทานนั่นเอง นับว่าเป็นองค์ประกอบข้อที่สำคัญที่สุด แม้ว่าองค์ประกอบในการทำทาน ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ จะงามบริสุทธิ์ครบถ้วนดีแล้ว กล่าวคือ ๑. วัตถุที่ทำทานนั้นเป็นของที่แสวงหามาด้วยความบริสุทธิ์ เจตนาในการทำทาน ก็งามบริสุทธิ์พร้อมกันทั้ง ๓ ระยะ แต่ตัวผู้รับทาน หรือผู้รับการทำทาน เป็นคนที่ไม่ดีไม่ใช่ผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญอันบริสุทธิ์ เป็นเนื้อนาบุญที่เลว ทานที่ทำไปนั้นก็ไม่ผลิดอกออกผล เปรียบเหมือนกับในการหว่านข้าวลงในพื้นนาหนึ่งกำมือ แม้เมล็ดข้าวนั้นจะเป็นพันธุ์ดี ที่พร้อมจะงอกงาม เปรียบแล้วคือวัตถุทานอันบริสุทธิ์ และผู้หว่านคือชาวไร่ชาวนาก็มีเจตนา ตั้งใจจะหว่านเพื่อทำนาให้เกิดผลิตผล หรือให้ผลิดอกออกผลเป็นอาชีพ เรียกว่า เจตนาอันบริสุทธิ์ แต่หากที่นานั้นเป็นที่ๆไม่สม่ำเสมอกัน เมล็ดข้าวที่หว่านลงไป ก็งอกเงยไม่เสมอกัน โดยเมล็ดที่ตกไปในที่มีดินดี ปุ๋ยดี มีน้ำอุดมสมบูรณ์ดี ก็จะงอกงามมีผล มีดอกที่สมบูรณ์ ส่วนเมล็ดที่ไปตกบนพื้นนาที่แห้งแล้งมีแต่กรวด มีแต่ทราย ขาดน้ำก็จะแห้งเหี่ยว หรือเฉาตายไป หรือไม่งอกงามเอาเสียเลย การทำทานนั้น เม็ดผลที่ผู้ทำทานจะได้รับก็ คือ บุญ หากผู้ที่รับการให้ทานไม่เป็นเนื้อนาที่ดี
สำหรับการทำทานแล้ว ผลของทาน คือ บุญที่จะได้เกิดขึ้น แม้จะเกิดก็ไม่สมบูรณ์เพราะว่าเม็ดแห้งหรือเหี่ยวเฉาไปด้วยประการต่างๆ ฉะนั้นในการทำทาน ตัวบุคคลผู้รับของที่เราให้ทานจึงเป็นข้อแม้ที่สำคัญที่สุด เพราะว่าผู้ทำทานจะได้บุญมาก หรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคนพวกนี้ด้วย คนที่รับการให้ทานนั้นหากเป็นผู้ที่มีศีล มีธรรมสูง ก็ย่อมเป็นเนื้อนาบุญที่ดี ทานที่เราได้ทำไปแล้วก็เกิดผลบุญมาก หากผู้รับการให้ทานเป็นคนที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรม ผลของการให้ทานก็ไม่เกิดขึ้น คือ ได้บุญน้อย ฉะนั้นโบราณเราที่กล่าวกันไว้ว่าทำบุญอย่าถามพระหรือตักบาตรอย่าเลือกพระเห็นจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว เพราะว่าในสมัยนี้ไม่เหมือนกับในสมัยก่อน ที่พระท่านทั้งหลายบวชก็เพราะ จะหนีสงสาร โดยมุ่งจะทำมรรค ทำผล และนิพพานให้แจ้ง ท่านจึงเป็นเนื้อนาบุญที่ประเสริฐ แต่ในสมัยนี้ ส่วนมากแล้ว เรียกกันว่า บวชหลบลี้ บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกหาบาป บวชคาบเหล็กแดง บวชแต่งแผ่นดิน บวชกินของร้อน บวชกันสนุกตามเพื่อน ตามธรรมวินัยใดๆ ถ้าไม่สนใจ เพียงแต่มีผ้าเหลืองห่มกาย ท่านก็นึกว่า ตนเป็นพระ และเป็นเนื้อนาบุญของโลกเสียแล้ว ซึ่งป่วยการจะกล่าวไปถึงศีลปาติโมกข์ทั้ง ๒๒๗ ข้อ แม้แต่เพียงได้มีศีล ๕ ก็ยังเอาแน่ไม่ได้ว่าท่านจะมีหรือไม่ การบวชที่แท้จริงแล้ว ก็เพื่อจะมาละความโลภ ความโกรธ และความหลง มีปัญหาว่า ทำอย่างไรจึงจะได้พบกับผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญที่ประเสริฐ ข้อนี้ย่อมขึ้นอยู่กับวาสนาบารมีของเราผู้ทำทานเป็นสำคัญ หากเราได้เคยสร้างสม อบรม สร้างบารมีมาด้วยดีในอดีตชาติเป็นอันมากแล้ว บารมีนั้นก็จะเป็นพลัง เป็นวาสนา น้อมนำให้มาพบกับท่านที่เป็นเนื้อนาบุญที่ประเสริฐ ทำทานครั้งใด ก็มักโชคดีได้พบกับท่านที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปเสียทุกครั้ง หากว่าบุญวาสนาของเราน้อย และไม่มั่นคง ก็จะได้พบกับท่านที่เป็นเนื้อนาบุญบ้าง ได้พบกับอลัชชีบ้าง คือได้พบกับทั้งคนดีและคนชั่วคละเคล้ากันไปเช่นเดียวกับการซื้อหวย หากมีวาสนา และบารมีเพราะได้เคยทำบุญ ทำทาน ฝากไว้กับธนาคารบุญในอดีตชาติก็ดี ก็ย่อมมีวาสนาได้ถูกหวยกันบ้าง หากไม่มีวาสนา เพราะไม่เคยทำบุญ ทำทาน ฝากธนาคารบุญเอาไว้ ก็อาจจะไม่มีทรัพย์สมบัติสวรรค์อะไรที่จะให้เราได้เบิกได้ อยู่ๆเราจะมาขอเบิกนั้นมันยากนัก
อันนี้ก็จะขอพูดถึง อานิสงส์การทำทานว่า ทานบารมีที่เราจะได้กระทำให้เกิดบุญเยอะๆดังที่พูดมาแล้ว ก็ขอน้อมจิตอนุโมทนาแก่ท่านทั้งหลาย เคยสอนลูกหลานว่า ให้เราน้อมจิตถวายทำสังฆทานทุกวัน จะเป็นวันละบาทวันละห้าบาทก็ได้ ทำทานจนเป็นอารมณ์ จนชิน ชิน แปลว่า ฌาน จาคานุสติกรรมฐาน คือ การบริจาคทานให้ทานเป็นอารมณ์ เคยสอน ลูกหลานว่า ให้เราตั้งสติกำหนดไว้ว่าก่อนจะนอนทุกวันให้เราเข้าห้องพระกำเงินมาสักห้าบาท หรือหนึ่งบาทก็ได้เตรียมกระป๋องไว้หนึ่งกระป๋อง ให้เราตั้งนะโม ๓ จบ แล้วเจริญ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วให้ท่องคาถานะเศรษฐีว่า นะคะ มังมาคัตถี จะพะกะสะ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ กาละวิโก ๙ จบ แล้วก็อธิษฐานขึ้นเป็นภาษาไทยว่า ข้าพเจ้าชื่อนั้น ชื่อนี้ ตลอดจนผัวเมียบุตรลูกอันเป็นที่รักทั้งหลายของเรา ลูกหลานก็ดี บริวารทั้งหลายก็ดี เราขอน้อมถวาย โดยใช้ปัจจัยนี้เป็นสังฆทาน ขอน้อมถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรมเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสังฆเจ้าทั้งหลาย โปรดแผ่เมตตา รับรู้ในการทำทานของเราด้วยเทอญ เมื่อได้สักหนึ่งเดือนก็ให้เรานำเงินนั้น ไปชำระหนี้สงฆ์วัดใกล้ๆบ้านเราก็ได้ ก็ขอให้ท่านทั้งหลายลองปฏิบัติลองทำดู เผื่อเราเกิดใหม่จะได้ไม่ทุกข์ ไม่ยากไม่ลำบาก แล้วขอให้กำหนดจิตทำทาน ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น แล้วเราจะได้บุญอย่างเต็มที่ น้อมจิตให้ถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา ก็ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ท่านทั้งหลายเทอญ
คิดดี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
มีจิตใจที่ดีมีเมตตาสงสาร
พูดดี ไม่ว่าบ่น ไม่พูดเรื่องผู้อื่น
ไม่พูดมาก พูดให้ดี
ทำดี มีกตัญญูกตเวที ไม่ทำบาป ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นและตน
เอง ถึงทำได้ยาก แต่ก็สามารถทำได้ หากตั้งใจทำ และทำจริง ท่านต้องได้ดี
อารมณ์ ของคนเราบางครั้ง เป็นมารบางกาล เป็นเทวดาบางเวลา เป็นพระบางจังหวะ เป็นพรหมบางอารมณ์ เป็นยักษ์บางพัก เป็นคนบางหน เป็นมนุษย์
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
หลานชาย
16-06-2008, 09:13 AM
อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำให้บ่อยๆ นี้เอง จนเป็นความชิน
หลวงปู่ให้ความชัดเจนจริงๆ
สาธุ สาธุ สาธุ
doodee1
16-06-2008, 07:06 PM
ขอเชิญสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบูชาวัตถุมงคลของหลวงปู่ทองดี อนีโฆ วัดใหม่ปลายห้วย รายได้นำมาสมทบทุนสร้างตึกสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลพิจิตร จังหวัดพิจิตร
โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองได้โดยตรงกับพระอธิการอุดร ฐานุตฺตโร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วย โทร 086 - 0628446 Fax 055 - 334541
วัตถุมงคลชุดที่ ๑ เป็นรุ่นสร้างตึกสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม ประกอบด้วยรูปเหมือน
หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร
หลวงปู่ทวด
หลวงปู่โต พรหมรังสี
หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ
หลวงปู่ทองดี อนีโฆ
ทั้ง ๕ องค์ มีขนาดหน้าตัก ๓ นิ้ว ทำจากแร่ดูดทรัพย์ ซึ่งหลวงปู่จะอธิฐานจิตตลอดไตรมาสเข้าพรรษานี้ ( ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา) โดยให้บูชาชุดละ ๕,๐๐๐ บาท สามารถรับของได้ในวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
รูปเหมือนหลวงปู่ทั้ง ๕ องค์ ทำจากแร่ดูดทรัพย์ หน้าตัก ๓ นิ้ว ชุดละ ๕,๐๐๐ บาท
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6139_resize_154.jpg
หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร หน้าตัก ๓ นิ้ว
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6129_resize_651.jpg
หลวงปู่ทวด หน้าตัก ๓ นิ้ว
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6127_resize_966.jpg
หลวงปู่โต พรหมรังสี หน้าตัก ๓ นิ้ว
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6125_resize_954.jpg
หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ หน้าตัก ๓ นิ้ว
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6132_resize_141.jpg
หลวงปู่ทองดี อนีโฆ หน้าตัก ๓ นิ้ว
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6134_resize_117.jpg
หลานชาย
19-06-2008, 05:11 PM
ขออนุโมทนาในบุญใหญ่สร้าง ตึกสงฆ์อาพาธฯ ในครั้งนี้ครับ
kong_sorakrit
19-06-2008, 08:12 PM
ขออนุโมทนา
wara43
20-06-2008, 02:02 PM
ขอกราบโมทนาสาธูครับ สาธุ...
doodee1
20-06-2008, 06:35 PM
หลวงปู่สอนปฏิบัติธรรมที่ซีคอนสแควร์วันอาทิตย์ที่ 22 /6/51
<TABLE class=forumline cellSpacing=1 cellPadding=3 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=row1 vAlign=top align=left width=150>
</TD><TD class=row1 vAlign=top width="100%" height=28><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="100%"></TD><TD vAlign=top noWrap align=right> </TD></TR><TR><TD colSpan=2><HR></TD></TR><TR><TD colSpan=2>เรียนลูกศิษย์หลวงปู่ทุกท่าน
หลวงปู่ทองดี จะมาเทศน์และสอนกรรมฐานที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ชั้น 5 สำนักงานซีคอนสแควร์ ห้องประชุม 3 กายกรรมกรรมฐานจะสอนด้วยกัน 2 รอบ รอบ 10.00 น. และ 13.00 น. ขอเรียนเชิญทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย (ท่านที่มารอบ 10.00 น. สามารถนำรถมาจอดที่ชั้น 5 ได้ สำหรับท่านที่ไม่ได้จอดรถชั้น 5 และหาทางขึ้นไม่เจอ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ รปภ. หรือประชาสัมพันธ์ของศูนย์ฯ) หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเบอร์ 081-4099800</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
doodee1
30-06-2008, 06:15 PM
วัตถุมงคลชุดที่ ๒ เหรียญหลวงปู่ทองดี อนีโฆ รุ่นมหาเศรษฐี ๕๑
๑ ชุด มี ๓ เหรียญ คือ เหรียญกะไหล่ทอง เหรียญกะไหล่เงินและเหรียญสามกษัตริย์ ให้บูชาชุดละ ๒,๐๐๐ บาท และได้ทำการเปิดให้บูชาแล้ว <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
เหรียญหลวงปู่ทองดี รุ่นมหาเศรษฐี ๕๑ หนุ่งชุดมี ๓ เหรียญ บูชาชุดละ ๒,๐๐๐ บาท
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5503_resize_976.jpg
doodee1
30-06-2008, 06:21 PM
เหรียญหลวงปู่ทองดี อนีโฆ กะไหล่มองและกะไหล่เงิน
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5480_resize_213.jpg
เหรียญหลวงปู่ทองดี อนีโฆ สามกษัตริย์
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_5472_resize_183.jpg
เหรียญพระสยามเทวาธิราช และพระแม่ธรณี ซึ่งจัดสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งหลวงปู่ท่านสื่อความหมายว่า เป็นการเทิดฟ้าบูชาดิน จะอยู่กินกันอย่างมีความสุข
ด้านหน้าเหรียญเป็นพระสยามเทวาธิราช เทพยดาอารักษ์ที่ปกปักรักษาแผ่นดินไทยให้มีความผาสุกและมั่นคงปลอดภัย ซึ่งมีความเชื่อกันว่า พระสยามเทวาธิราช คือ บุญญาธิการของบุรพกษัตริย์ไทยในอดีตหลายพระองค์ ทรงแบ่งกายทิพย์อวตารเป็นเทพารักษ์ เพื่อพิทักษ์และปกปักรักษาบ้านเมือง
ด้านหลังเหรียญเป็นพระแม่ธรณี ซึ่งเชื่อกันว่า ท่านจะช่วยชำระล้างสิ่งใดที่นับว่าเป็นอัปมงคลหรือสิ่งอาถรรพ์ให้แคล้วคลาดจากสิ่งเหล่านี้
มีเหรียญกะไหล่ทองและเหรียญกะไหล่เงิน เปิดให้บูชา เหรียญละ ๕๐๐ บาท
ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปพระสยามเทวาธิราช (กะไหล่ทองและกะไหล่เงิน)
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf6347_resize_184.jpg
ด้านหลังเหรียญเป็นรูปพระแม่ธรณี (กะไหล่ทองและกะไหล่เงิน)
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf6352_resize_909.jpg
รูปเหมือนหลวงปู่ทองดี อนีโฆ ตั้งหน้ารถ หน้าตัก ๒ นิ้ว ทำจากแร่ดูดทรัพย์ เปิดให้บูชาองค์ละ ๓๐๐ บาท มีจำนวนจำกัดค่ะ สามารถบูชาได้ที่วัดใหม่ปลายห้วย <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ตั้งหน้ารถ หน้าตัก ๒ นิ้ว ทำจากแร่ดูดทรัพย์
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6136_resize_113.jpg
สามารถสั่งจองวัตถุมงคลได้ที่
พระอธิการอุดร ฐานุตฺตโร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วย
โทร ๐๘๖ - ๐๖๒๘๔๔๖ fax ๐๕๕ - ๓๓๔๕๔๑
หรือ
คุณปนัดดา จันทร์ศรี <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
สำหรับท่านที่อยู่ทางกรุงเทพฯ สามารถสั่งจองได้ที่
คุณปนัดดา
081-9405838
โอนเงินแล้ว กรุณาส่งแฟกซ์ไปที่ 029215105
ปนัดดา จันทร์ศรี
ธ.กสิกรไทย สาขาบางใหญ่ 269-2-34819-5
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาบางใหญ่ 306-2-10592-5
<STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
doodee1
07-07-2008, 05:33 PM
ระหว่างวันที่ 9 - 11 ก.ค.นี้ ทางวัดใหม่ปลายห้วย จะจัดให้มีการปฏิบัติธรรมสำหรับข้าราชการ
ในจังหวัดพิจิตร และบุคคลทั่วไปผู้สนใจ โดยหลวงปู่ทองดี อนีโฆ รับเป็นองค์อุปถัมภ์
ท่านใดสนใจเชิญลงทะเบียน ในวันที่ 9 ก.ค.นี้
สิ่งที่ต้องจัดเตรียมไป
1. ที่นอน
2. หมอน
3. มุ้ง
4. ผ้าห่ม
5. พัดลม
6. ยาประจำตัว
มีข้อสงสัยติดต่อท่านเจ้าอาวาส 086-0628446
วันที่ 5/7/51 ที่ผ่านมาหลวงปู่ทองดีได้มาที่โลกทิพย์บอกว่าทางวัดต้องการโต๊ะไว้ตั้งพระบรมสารีริกธาตุราคาประมาณ 10000 กว่าบาทครับจึงขอบอกบุญมา ณ ที่นี้
doodee1
07-07-2008, 05:58 PM
หลวงปู่ทองดีบอกว่า ตอนนี้กำลังตอกเสาเข็มอยู่ครับราคาตามแบบตอนตัน 43 ล้าน ตอนนี้เงินเฟ้อเริ่มบานเป็น 70 ล้านบาทแล้วครับผมได้เจอลูกศิษฐ์ของหลวงปู่แล้วคุยกันปรากฎว่าน้องคนนั้นเป็นลูกศิษฐ์หลวงพ่อฤาษีครับ
แก่เล่าต่อไปว่าหลวงพ่อท่านได้นิมนต์หลวงปู่ท่านออกมาโปรดลูกหลานครับแล้วน้องแก่ได้จดคาถาของหลวงพ่อเงินวัดบางคลานมาให้ใช้กับวัตถุมงคลของหลวงปู่ทองดีครับคาถามีดังนี้
กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถา "นะคะ มังมาคัตถี จะภะกะสะ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ กาละวิโก" 3-5-7-9-108 จบ ทำให้เป็นสมาธิยิ่งดี
ส่วนรูปภาพผมจะนำมาลงคราวต่อไปครับซัก1-2 สัปดาห์ครับ
คาถาของหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน พิจิตร พระคุณเจ้าหลวงปู่ทองดีท่านไปเป็นลูกศิษฐ์ครับ
umatevie
07-07-2008, 06:04 PM
ขออุโมทนาสาธุด้วย และจะส่งเงินไปช่วยด้วยค่ะ
chodchoi
07-07-2008, 08:41 PM
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ
doodee1
16-07-2008, 06:01 PM
เมื่อวันที่ 5 /6/51 ที่ผ่านมาหลวงปู่ทองดี มาที่ชมรมโลกทิพย์มีญาติโยมได้
ถวายปัจจัย
1.สร้างโรงพยาบาล 4710 บาท
2.ค่ากัณฑ์เทศน์ 5332 บาท
3.คุณน้องสาวหลวงพ่อ ดร.คะนอง ธัมมธีโร ถวาย 5000 บาท
4.ผ้าป่าอีก 5226 บาทครับจึงเรียนมาเพื่อทราบกัน
ส่วนรูปเดี๋ยวจะลงให้ดูครับคือขนาดมันใหญ่เกินไปต้องไปหาโปรแกรมแปลงก่อนครับ ถ้าคุณดูรูปแล้วจะควักเงินให้หลวงปู่เป็นแน่แท้ ท่านเป็นโรคเกี่ยวกับโลหิตทำให้มีอาการหลายอย่างครับเดินก็ไม่สะดวกครับต้องนั่งรถเข็นไม่สบายหลายอย่างครับ
doodee1
24-07-2008, 06:23 PM
ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าพร้อมกันกับกลุ่มดาราจากค่ายกันตนาและแกรมมี่
ในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม ศกนี้ ทางวัดใหม่ปลายห้วยจะได้จัดให้มีงานทอดผ้าป่าเพื่อสมทบทุนสร้างตึกสงฆ์อาพาธ ประจำโรงพยาบาลจังหวัดพิจิตร โดยหลวงปู่ทองดี อนีโฆเป็นประธานในพิธี
ซึ่งผ้าป่าครั้งนี้ได้กำหนดขึ้นเป็นกองๆ ละ 500.- บาท เพื่อให้สาธุชนทั้งหลายได้มีโอกาสร่วมในการสร้างกุศลในครั้งนี้ แต่ละท่านจะร่วมทอดผ้าป่าคนละกี่กองนั้นไม่มีกำหนด หรือกองหนึ่งจะร่วมกันมาหลายท่านก็ได้เช่นกัน ผ้าป่า 1 กอง จะได้รับวัตถุมงคลรุ่นสร้างโรงพยาบาลเป็นที่ระลึกจากหลวงปู่ทองดี อนีโฆ และในวันงานจะมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลพิจิตรมาให้การตรวจรักษาฟรีด้วย
ภายในวันเดียวกันนี้ ก็ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชนทั้งหลายร่วมแสดงมุทิตาจิตกับ
หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ในโอกาสที่ท่านจะรับโล่ห์ "ผู้ส่งเสริมการศึกษาดีเด่น"
จากผู้อำนวยการเขตการศึกษา สำนักงานพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 1 ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนทางด้านการศึกษาให้แก่หลาย ๆ โรงเรียนในจังหวัดพิจิตรมาโดยตลอด ทั้งให้การสนับสนุนด้านการสร้างอาคารเรียน โรงอาหาร ศูนย์เด็กเล็ก บริจาคคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ สร้างห้องดนตรี ฯลฯ ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาท่านให้การสนับสนุนด้านการศึกษามาโดยตลอดนอกเหนือไปจากการที่ท่านให้ความช่วยเหลือทางด้านสาธารณสุข สาธารณประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย
กำหนดการทอดผ้าป่า เวลา 13.00 น.
คณะผ้าป่าดาราจากค่ายกันตนาและแกรมมี่ นำโดยคุณณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม(พระองค์ขาวจากภาพยนต์เรื่องสมเด็จพระนเรศวร) เดินทางมาถึง รายชื่อเบื้องต้นจากบุคคลที่ให้คำยืนยันว่าจะร่วมมาในคณะ ได้แก่ วรวุฒิ นิยมทรัพย์ วจี(อรรถไกรวัลวที) กัลย์จาฤก กาญจนาพร ปลอดภัย ชลลดา(เก๋) เมฆราตรี ไปรมารัชตะ ธรรมลักษณ์ ตระกูลดชคดี(รายากูนิง) ทัศวรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พิมพ์แข กุณชร ณ อยุธยา(น้าเยาว์-บางรักซอย 9) ศิขรินธาร(นก) หลายเถื่อน หลุยส์ อัมรินทร์ สิมะโรจน์ อั๋น ภูวนาท คุณผลิน(แกรมมี่) ธงธง แอร์ ภิมวารี เอ สุรพรรณ ชาวปากน้ำ กีต้าร์ ศิริพชญ(กฤษณะเศรณี) วิมลโนช มยุริญ(กิ๊ก) ผ่องผุดพันธ์ พัฒนะ พันเทวะ(อ๋อง) ทศพร(เบิร์ด) แย้มสมจิต เจมี่บูเฮอร์ พรพรหม สายบัว และท่านอื่นๆ ที่กำลังพยายามเคลียร์คิวอยู่ ซึ่งในงานนี้จะเปิดจำหน่ายเสื้อโดยคณะดารา ท่านที่ซื้อเสื้อในงานจะได้รับแจกลายเซ็นจากดาราที่ท่านชื่นชอบด้วย
ดาราบางท่านที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ ก็จะจัดเตรียมเสื้อพร้อมลายเซ็นมาร่วมด้วย พร้อมของที่ระลึกจากดาราเหล่านั้น เช่น ทฤษฎี(ปอ) สหวงศ์
จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจไปร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน ภายในงานมีโรงทานจากหลาย ๆท่านที่เสนอเข้ามาร่วมด้วย ก็ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านที่มาร่วมตั้งโรงทาน ขอผลบุญที่ท่านกระทำในครั้งนี้ส่งผลให้ท่านและครอบครัวเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละและปัญญา
ขอให้ท่านเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นทั้งในทางโลกและทางธรรม
ได้ทราบข่าวว่าภายในวันงานจะมีกคณะบั้งไฟของชาวพิจิตรมาร่วมงานด้วย
ท่านใดอยากชมพิธีก็ขอเชิญร่วมงานได้คะ
12.00 น. แห่บั้งไฟรวอบวัด
15.30 น. จุดบั้งไฟ
พิธีนี้ใช่จะหาชมกันได้ง่าย ๆ เพราะปกติมีกาให้ชมกันในทางภาคอีสานเท่านั้น นับเป็นโอกาสอันดียิ่งส ได้ยินมาว่าตอนนี้ชาวกรุงเทพฯ บางท่านกำลังพยายามเคลี้ยร์งานให้ว่างทันวันงานอกันอยู่ทีเดียว
ขอเชิญบรรดาลูกหลาน ญาติโยมทุกท่าน เตรียมตัว เข้ารับฟังธรรมะจากหลวงปู่ทองดี
ในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ นี้ เวลา ๑๑ นาฬิกา
ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ในหัวข้อธรรม เรื่อง "แม่" เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษา สมเด็จพระบรมราชินินาถ ที่ใกล้จะถึงนี้
งานนี้บรรดาคอธรรมะทั้งหลายพลาดไม่ได้นะครับ นอกจากนั้นหลวงปู่ได้มีหนังสือและซีดีธรรมแจกให้ทุกท่านที่มีร่วมงานอีกด้วย
และที่สำคัญ เตรียมผ้าเช็ดหน้าและกระดาษทิชชูไปด้วย เพราะเรื่องเกี่ยวกับ "แม่และพระคุณแม่" นั้น ฟังหลวงปู่เทศน์ทีไร ซาบซึ้ง ตาแดง ร้องไห้ คิดถึงแม่กับเป็นแถวเลยครับ
สำหรับห้องเทศนาธรรมใน รพ. รามาฯ นั้น จะขออนุญาตยืนยันเมื่อใกล้วันงานอีกครั้งนะครับ
ขอเชิญร่วมฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปู่ทองดี อนีโฆ เรื่อง "พระคุณของแม่"
ที่ห้องประชุมอารีย์ ชั้น 2 ตึกเก่าด้านหน้า เวลา 12.00 - 13.00 น.
เข้าโรงพยาบาลทางประตูข้างธนาคารไทยพาณิชย์
ขึ้นบันไดตรงบริเวณข้างตึกด้านล่างทางเชื่อมต่อกับศูนย์การแพทย์สิริกิตต์จะใกล้ที่สุดค่ะ
ขึ้นไปชั้น 2 จะใกล้กับส่วนให้บริการหู ตา คอ จมูก
ห้องประชุมอารีย์สามารถจุคนได้ 500 คน
เรียนเชิญทุก ๆ ท่านที่สนใจเข้าร่วมฟังพระธรรมเทศนาโดยพร้อมเพรียงกัน
ซึ่งในวันนั้นทางโรงพยาบาลรามาธิบดีจะจัดองค์ผ้าป่าถวายหลวงปู่ทองดี อนีโฆ
เพื่อร่วมสร้างตึกสงฆ์อาพาธด้วย ก็ขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านที่
ร่วมกันจัดให้มีงานนี้ขึ้นนะคะ
adisak007
24-07-2008, 10:48 PM
อนุโมทนาครับ กุศลสูง สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ ขอให้เสร็จไวๆ
แสวงหาความจริง
30-07-2008, 06:41 PM
อนุโมทนา บุญ ด้วยครับ ขอสอบถามว่าถ้าผมจะไปทำบุญด้วยตัวเองจะต้องไปที่ไหนครับ
doodee1
31-07-2008, 05:43 PM
ยอดงานผ้าป่าดาราได้ 777,720.- บาท
รวมทั้งงานได้ 956,160.- บาท
ขอเชิญชมภาพงานทอดผ้าป่าดารา ๒๖ กค. ๕๑
วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ทางวัดใหม่ปลายห้วยได้จัดงานทอดผ้าป่าดารา และได้มีการแข่งขันงานบุญบั้งไฟขึ้นที่วัด โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ทั้งหมด จำนวน ๕๐ คณะ
ภาพขบวนแห่บั้งไฟก่อนทำการแข่งขัน
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0312_resize_212.jpg
ขบวนแห่บั้งไฟ
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0313_resize_940.jpg
สถานที่จัดแข่งขันงานบุญบั้งไฟ หน้าเมรุวัดใหม่ปลายห้วย
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6604_resize_146.jpg
การจัดงานในครั้งนี้ทางโรงพยาบาลพิจิตร ได้จัดให้มีการตรวจสุภาพและสมรรถนะแก่ประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ก็ต้องขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6593_resize_174.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6594_resize_154.jpg
ขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพโรงทานทั้ง ๑๒ โรงด้วยนะคะ
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6587_resize_148.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6591_resize_936.jpg
doodee1
31-07-2008, 05:56 PM
<TABLE class=tborder id=post1394033 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead id=currentPost style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid"><!-- status icon and date -->http://board.palungjit.com/images/statusicon/post_old.gif เมื่อวานนี้, 07:41 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right> #40 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=1394033&postcount=40) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>แสวงหาความจริง (http://board.palungjit.com/member.php?u=219448)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1394033", true); </SCRIPT>
สมาชิก
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar219448_4.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=219448)
เข้ามาครั้งล่าสุด: วันนี้ 06:10 PM
วันที่สมัคร: May 2008
ข้อความ: 56
ได้ให้อนุโมทนา: 1,152
ได้รับอนุโมทนา 479 ครั้ง ใน 60 โพส
<IF condition="">
</IF>พลังการให้คะแนน: 8 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1394033 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->อนุโมทนา บุญ ด้วยครับ ขอสอบถามว่าถ้าผมจะไปทำบุญด้วยตัวเองจะต้องไปที่ไหนครับ
<!-- / message --></TD></TR></TBODY></TABLE>
ผมว่าไปวัดของท่านเลยดีกว่าครับ ผมเห็นว่าลูกศิษฐ์หลวงพ่อฤาษีก็มีไปช่วยงานทางนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าวันที่หลวงปู่ท่านมาที่ชมรมโลกทิพย์ น้องคนนั้นยังให้ รูปหล่อของหลวงปู่กับเหรียญของหลวงปู่ที่ปลุกเสกแล้วกับผมเลยครับ รู้สึกว่าหลวงปู่เป็นพระสายหลวงปู่โลกอุดรครับ
ท่านยังเล่าให้ผมฟังว่าหลวงปู่ละมัย อายุในใบสุทธิเป็น 150 เท่าไรผมจำไม่ได้ครับแต่จริงๆ แล้วหลวงปู่ละมัยท่านมีอายุ 300 กว่าปีแล้วครับ หลวงปู่ทองดี ท่านเล่าให้ฟังครับ
doodee1
31-07-2008, 06:03 PM
และในวันนั้นทางผู้อำนวยการการศึกษาเขต ๑ นำโดยผอ. สมวุฒิ ศรีอำไพ ได้ถวายโล่ห์ผู้ส่งเสริมการศึกษาดีเด่น แก่หลวงปู่ทองดี อนีโฆ เนื่องจากหลวงปู่ท่านได้ส่งเสริมเรื่องการศึกษาแก่โรงเรียนในท้องถิ่น โดยการสร้างอาคารเรียน ห้องสมุด ห้องดนตรีไทย มอบทุนอาหารกลางวันและมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจน ในจังหวัดพิจิตรหลายโรงเรียน
<STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>ดร.ปรีชา จันทร์เรือง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรเป็นผู้ถวายโล่ห์ผู้ส่งเสริมการศึกษาดีเด่นในครั้งนี้แด่หลวงปู่ทองดี อนีโฆ
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0337_resize_207.jpg
โล่ห์ผู้ส่งเสริมการศึกษาดีเด่น
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0346_resize_588.jpg
มีคณะจากอบต.และศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ทองดีร่วมทอดผ้าป่าในครั้งนี้ด้วย
พระครูใบฎีกาอุดร ฐานุตฺตโร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วย
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6625_resize_529.jpg
บ่าย ๒ โมงคณะผ้าป่าดาราได้เดินทางมาถึงวัดใหม่ปลายห้วย <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6649_resize_177.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6646_resize_203.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0408_resize_909.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0394_resize_280.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6653_resize_206.jpg
ดาราถ่ายรูปร่วมกับหลวงปู่
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6657_resize_720.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0448_resize_213.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0458_resize_369.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0446_resize_226.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0439_resize_203.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0442_resize_114.jpg
doodee1
31-07-2008, 06:08 PM
ช่วยขายเสื้อพร้อมแจกลายเซ็นต์ รายได้สมทบทุนสร้างตึกสงฆ์อาพาธจังหวัดพิจิตร <STYLE type=text/css><!--td.attachrow { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; }td.attachheader { font: normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; background-color: #D1D7DC; }table.attachtable { font: normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; color : ; border-color : ; border-collapse : collapse; }--></STYLE>
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0428_resize_296.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0413_resize_132.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0410_resize_106.jpg
งานครั้งนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ดร.ปรีชา จันทร์เรือง และนายอำเภอสามง่าม นายพิเศษ ธีรการุณวงศ์ ได้มาร่วมกับประชาชน ทำการปลูกต้นไม้ในวัดใหม่ปลายห้วย จำนวน ๕๐๐ ต้น ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และนายอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6619_resize_162.jpg
ดร.ปรีชา จันทร์เรือง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ร่วมปลูกต้นไม้
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6637_resize_764.jpg
นายพิเศษ ธีรการุณวงศ์ นายอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ร่วมปลูกต้นไม้
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6635_resize_172.jpg
ประชาชนร่วมปลูกต้นไม้
http://www.sawangburi.com/ultemp/img_6639_resize_158.jpg
doodee1
31-07-2008, 06:46 PM
ช่วงเย็นพระครูใบฎีกาอุดร ฐานุตฺตโร เจ้าอาวาสวัดใหม่ปลายห้วยได้นำพระภิกษุในวัดและคณะลูกหลานหลวงปู่แสดงมุทิตาจิต แด่หลวงปู่ทองดี อนีโฆ และได้กราบขอขมาองค์หลวงปู่ท่าน
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0476_resize_362.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0480_resize_173.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0489_resize_202.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0498_resize_195.jpg
http://www.sawangburi.com/ultemp/dscf0502_resize_152.jpg
doodee1
04-08-2008, 01:12 PM
หลวงปู่จะมารับการทอดผ้าป่าตู้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ชมรมปฎิบัติธรรมโลกทิพย์วันที่ 8 ส.ค เวลาประมาณ 10 เช้าใครอยากไปเชิญครับ
ราคาประมาณ 25000 บาทครับ แล้วหลวงปู่ก็จะไปที่โรงพยาบาลตามที่เขียนไว้ข้างบนครับ
doodee1
29-09-2008, 05:24 PM
เมื่อวันที่ ๑๖ กย. ที่ผ่านมานี้ หลวงปู่ทองดีเดินทางไป รพ. พิจิตร เพื่อดูความคืบหน้าในการสร้างตึกสงฆ์อาพาธและหอผู้ป่วยอายุรกรรม พร้อมกับเยี่ยมคนป่วยที่ต้องนอนพักรักษาตัว ทั้งในห้องพัก และตามระเบียงทางเดิน ทั้งนี้หลวงปู่ได้เมตตาแจกปัจจัยให้ผู้ป่วยไว้ซื้ออาหารและของจำเป็นที่ต้องใช้ในระหว่างการพักรักษาตัวด้วยครับ
http://www.dhammajak.net/board/files/9667_1222009234.jpg_992.jpg
หลวงปู่ไปดูความคืบหน้าของตึกสงฆ์อาพาธฯ
http://www.dhammajak.net/board/files/9667_1222009223.jpg_654.jpg
http://www.dhammajak.net/board/files/9667_1222009213.jpg_109.jpg
ขณะนี้ฐานรากเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะสร้างชั้นที่ ๑ และที่ ๒ ปลายเดือน กย. นี้
http://www.dhammajak.net/board/files/9667_1222009200.jpg_644.jpg
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2009, Jelsoft Enterprises Ltd.