Komodo
28-05-2008, 08:15 AM
วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11036
ทรงห่วงเห่อพืชพลังงาน ให้เตรียมรับมือ"ภัยพิบัติ"
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2008/05/p0101280551p1.jpg
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดาฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย เฝ้าฯ รับพระราชทานพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม
</TD></TR></TBODY></TABLE>
"ในหลวง"ทรงให้โอวาททูตไทย ให้วางตัวให้ดี ฝึกฝนตัวให้ทั่วโลกรู้ว่าเป็นคนไทย ใช้ภาษาไทย ไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่เป็นคนที่มีความคิดดี ทรงให้เตรียมใจ แผ่นดินไหวเกิดได้ทุกที่ แม้แต่ภาคอีสาน ขอให้ฟังผู้เชี่ยวชาญ ทรงยก"สมิทธ ธรรมสโรช"ที่เตรียมพร้อมจนรู้ว่าจะเกิด"สึนามิ"
เมื่อเวลา 16.57 น. วันที่ 27 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เฝ้าฯ รับพระราชทานพระบรมราโชวาทในโอกาสที่กระทรวงจัดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย ประจำปี 2551 ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม ในโอกาสนี้ นายนพดลเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย
ในโอกาสนี้ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาสแก่เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยว่า "ครั้งนี้เป็นอีกวาระหนึ่งที่ได้พบข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ถือเป็นสาระสำคัญ การได้พบกันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายปีอาจทำให้หลายคนลืมจุดประสงค์การไปอยู่ต่างประเทศ การอยู่ต่างประเทศเป็นศูนย์กลางทางความคิด ประเทศต่างๆ มีความคิดที่แตกต่างกับคนไทย เมืองไทยไม่น้อย โดยมากเข้าใจว่า คนไทยต้องทำงาน มีความรู้เหมือนชาวต่างประเทศ ความจริงคนไทยไม่ใช่ชาวต่างประเทศ คนไทยเป็นคนไทย มีความคิด วิธีคิดที่แตกต่างกับทั่วโลก เราสังเกตได้ว่า คนไทยมีภาษาไทย ซึ่งภาษาไทยมีความหมายแตกต่างจากภาษาต่างประเทศ ที่น่าสังเกต คนไทยเห็นภาษาไทยไม่ใช่ของสำคัญ ดูท่าทางเหมือนว่า เมืองไทยมีภาษาไทยเหมือนกับให้ล้าสมัย อันนี้ก็น่าเสียดาย เพราะภาษาไทยมีความสำคัญในการปฏิบัติงาน ทุกคนมีหน้าที่ และทุกคนที่อยู่ในเมืองไทย มีหน้าที่ที่ทำความเข้าใจกันว่าจะปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ต่างๆ กัน อย่างไปต่างประเทศ ท่านได้สม่ำเสมอ ชาวต่างประเทศคงถามเสมอว่า เมืองไทยเป็นอย่างไร คำว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร อาจจะน่าประหลาด ที่ถามคือว่า คนไทยเหมือนสัตว์ประหลาด เพราะหน้าตาไม่เหมือนฝรั่ง มีภาษาไม่เหมือนฝรั่ง ที่บอกฝรั่งเพราะมีแขก จีน ญี่ปุ่น ทุกชาติมีความแตกต่างกับเรา ฉะนั้น เราจะต้องรู้สึกว่าเราคนไทยเป็นอย่างไร ไม่ใช่สัตว์ประหลาด อาจเป็นสัตว์ประหลาด เพราะเรามีความเป็นอยู่ไม่เหมือนต่างประเทศ เวลาเราไปต่างประเทศ เขามองเรา เขาจะนึกว่าเราเป็นจีน เป็นญี่ปุ่น สุดท้ายก็ฉงนว่า เราไม่ใช่จีน ญี่ปุ่น หน้าตาไม่เหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้ การเป็นไปตามการประพฤติภายนอกจะไปเหมือนจีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง นึกว่าเราเป็นฝรั่งก็มี เพราะเราวางตัวเหมือนฝรั่ง แต่เมื่อเราแสดงตัว เขาคิดว่าไม่เหมือนฝรั่ง เวลาเขารู้จักมากขึ้น ก็รู้ว่าเราไม่เหมือนเขา เพราะเรามีความคิดแปลกจากสัตว์ประหลาดทั่วไป ที่เขานึกว่าเป็นสัตว์ประหลาด ที่จริงเรามีนิสัยใจคอเป็นคนไทย และเวลาเราบอกเขาว่าเป็นคนไทย เขาเกิดคิดออกมาว่า เอ๊ะ หน้าตาอย่างนี้เคยเห็น แต่ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ใช่แขก ไม่ใช่จีน ฉะนั้น เราต้องพยายามที่จะวางตัวแล้วให้รู้ว่าเราเป็นคนไทย เราเป็นคนไทยนี้ เป็นคนที่สามารถจะวางตัวอย่างดี แล้วเป็นตัวอย่างกับสัตว์โลก เป็นคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่นในโลก
ฉะนั้น เราต้องวางตัวให้ดี แล้วก็จะต้องพยายามฝึกฝนตัวให้เป็นคนไทย ซึ่งต่างกับคนอื่นในโลก แต่การที่วางตัวต่างกับคนอื่นในโลกต้องเข้าใจว่าวางตัวอย่างไม่ใช่แปลกประหลาด ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เป็นสัตว์พิเศษ เป็นคนมีความคิดที่ดี มีความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น เรามีความคิดที่พิเศษ ที่วิเศษ จากคนต่างชาติ"
จากนั้น นายวศินทร์ ธีระเวชระ เอกอัครทูตกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ได้ขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตด้านพลังงาน ทำให้หลายประเทศมีการนำพื้นที่เกษตรมาปลูกพืชผลิตพลังงานทดแทนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชดำริประการใดในการทำให้เกิดความสมดุลในการใช้พื้นที่เกษตรผลิตอาหารให้เพียงพอ และการจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อปลูกพืชใช้พลังงานทดแทน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า หมายความว่า ต้องการทราบว่าทำอะไรให้สมดุล คือถ้าเรามีการทำการเกษตรเพื่อเป็นอาหารหรือเป็นสิ่งที่จะขายต่างประเทศมากเกินไป เราก็ไม่ผลิตอะไรที่มาช่วยให้การเป็นอยู่จะดีขึ้น อันนี้เป็นสำคัญ ตอบยากว่าแค่ไหนว่าเหมาะ แต่ได้เห็นมาว่า เอะอะอะไร จะทำอะไรก็เห่อกัน เห่อว่าจะทำอะไรให้มากเกินไป คือถ้าทำการเกษตรเพื่อเป็นพลังงานทดแทน ก็หมายความว่าอย่างนั้น ทำพลังงานทดแทน ทำมากเกินไป ลงท้ายก็เฟ้อ เฝือมากเกินไป ทำให้มีมาก เวลานี้กำลังเดือดร้อนกันอยู่
คณะทูตถามอีกว่า ตามที่รัฐบาลได้หาแนวพระราชดำริการแก้ปัญหา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้การแก้ปัญหาดำเนินถูกทิศทาง ทรงเล็งเห็นความสำคัญหรือเน้นเรื่องใดพิเศษสำหรับการแก้ปัญหาสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ และนอกจากการเข้าใจและเข้าการพัฒนาแล้ว ยังต้องมีเรื่องใดที่รัฐบาลต้องติดตามหรือแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม และได้ผลที่ยั่งยืน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า ยากอยู่ ยากมาก เพราะว่าทำอะไรให้พอเหมาะเป็นสำคัญ อย่างที่คำถามเมื่อกี้ ก็ให้ทำอะไรให้เหมาะสม อย่าให้มากเกินไป สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ เขาพูดว่าทำอะไรให้เหมาะสม สรุปว่าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ความจริงที่บอกว่าวิธีที่ทำก็ถูกต้องแล้ว ต้องทำอะไรให้เหมาะสม อย่าให้เกิน อย่าให้น้อยเกินไป สำหรับการทำทุกสิ่งทุกอย่างต้องให้พอเหมาะ สำหรับใต้นี่ นานแล้วที่เคยไปจังหวัดในภาคใต้ แล้วไม่ได้พูดอย่างที่ท่านพูดว่าให้ทำอะไร แต่คนที่ไปดู เขาก็คงนึกว่า ควรจะแนะนำอย่างนี้ แต่ไม่ได้แนะนำอย่างนี้ คือแนะนำให้ทำอะไรที่พอเหมาะ
ครั้งแรกที่ได้ไปจังหวัดภาคใต้ ได้ไปที่ จ.ยะลา แล้วก็ถามหนุ่มๆ ที่อยู่ตรงนั้น บอกเขาว่า เราพูดภาษาไทยได้ ขอให้พูดภาษาไทย ไม่ใช่ว่าจะข่มขู่ ข่มเหงให้พูดภาษาไทย ในเมื่อเขาอยากพูดภาษายาวี แต่ได้บอกข้าราชการไว้ว่า ให้พยายามให้ประชาชนพูดภาษาไทยตอนมามาพบปะกับข้าราชการ เพราะว่าง่ายขึ้น ถ้าพูดภาษาที่รู้เรื่องกัน คนไทยที่อยู่แถวนั้น รู้ภาษายาวีมีน้อย ถ้าประชาชนเขาช่วยกัน ทำให้พูดกันเข้าใจกันก็จะดี แต่ก็อย่างที่ไปที่ยะลา ก็ไปพูดว่า ควรพูดภาษาไทยมากขึ้น เขาเข้าใจ ทำไมไม่เข้าใจ เขาพูดได้ ทำไมจะพูดไม่ได้ แต่เขาไม่พูด เขาทำไม่เข้าใจ เขาหัวเราะ แม้หนุ่มๆ ก็หัวเราะเหมือนเด็กสาว กิ๊กกั๊ก กิ๊กกั๊ก หนุ่มๆ ไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนที่จะเข้าใจกัน แต่เราก็พยายามที่จะบอกเขาว่าที่ให้พูดภาษาไทยจะสะดวกต่อชีวิตของประชาชนมากขึ้น จะสะดวกต่อข้าราชการ สะดวกทุกอย่าง ความเข้าใจก็จะเกิดขึ้น ถ้ามีความเข้าใจแล้ว ทำให้สามารถที่จะปกครองดีขึ้น สามารถที่จะพัฒนาดีขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านถาม ความจริง สำคัญที่สุดทำอย่างไรที่จะให้เข้าใจกัน พูดให้รู้เรื่องกัน แต่คนที่สามารถพูดให้รู้เรื่อง ไม่พูด
มีครั้งหนึ่งที่อีกจังหวัดหนึ่ง เราก็พูด เรารู้ว่าเขาไม่รู้ภาษา แต่ก็พยายามที่จะพูดให้เขาเข้าใจ เขาหน้าตาไม่เข้าใจ คนที่อยู่ข้างๆ บอกอย่าไปพูด พวกนี้ไม่เข้าใจ พวกนี้เป็นแขกไม่เข้าใจ แต่ว่า ถ้าเราพูดแล้วคนที่รู้ภาษาจะไปอธิบายเขาสักนิดก็จะดี แต่นี่เขาไม่อธิบาย เพราะว่าไม่ยอมอธิบายให้เข้าใจกัน แต่ถ้าคนที่รู้ภาษาก็ช่วยกันอธิบาย ก็จะดีขึ้น สะดวกขึ้นเยอะ แต่นี่ไม่อธิบายก็ไม่มีทางจะทำความเข้าใจกันได้
คณะฑูตได้ถามอีกว่า กรณีภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย พายุไซโคลนนาร์กีส พัดถล่มพม่า และแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวน มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า กรณีภัยพิบัติรุนแรงนี้อาจเกิดขึ้นในไทยในอนาคต ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชวินิจฉัยอย่างไร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบว่า มีคนรู้สึกว่า มีความวิตกอาจจะเกิดภัยพิบัติแบบเดียวกัน ก็เกิดขึ้นมาแล้ว เรื่องภัยพิบัติที่ภาคใต้ ที่เกิดเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อ 2 ปี เป็นสึนามิ ซึ่งแต่ก่อนนี้บอกว่าไม่น่าจะเป็น ไม่น่าจะมีก็มีจริงๆ แล้วเราก็ต้องมีการเตรียมพร้อม ความจริง ท่านก็ได้เตรียมไว้ โดยเฉพาะอย่างคุณสมิทธ ธรรมสโรช ที่ได้เตรียมพร้อมสถานการณ์ที่รุนแรงเกี่ยวกับสึนามิที่เกิดขึ้น ก็คล้ายกับน้ำท่วม พายุ คล้ายกับแผ่นดินไหว เขาก็ได้เตรียมพอสมควร แต่คนไม่เชื่อว่าจะเกิดสึนามิ เมื่อเกิดสึนามิ ก็ได้เห็นว่า จะต้องเตรียมพร้อม คุณสมิทธ ก็รู้สึกว่าน้อยใจที่คนไม่เชื่อฟัง อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้เชี่ยวชายที่เข้าใจว่ามีได้ทุกเมื่อ ทุกอย่าง อย่างแผ่นดินไหว ทางประเทศที่มีแผ่นดินไหว ก็มีหลายแห่ง โดยเฉพาะในเขตแดนใกล้พม่า นี่ก็มีแผ่นดินไหว เราก็ถามว่า อยากไปอยู่ที่ไหนที่ไม่ค่อยมี เขาก็บอกว่า แถวภาคอีสานมีน้อย แต่ภาคอีสานก็จะมีแผ่นดินไหว เหมือนกันทุกแห่ง ในโลกนี้จะมีแผ่นดินไหวในทุกแห่ง ก็ต้องเตรียมตัว เตรียมกาย เตรียมใจว่า ในประเทศไทยก็อาจจะมีทุกเมื่อ แผ่นดินไหวหรืออะไรที่หนักกว่า ซึ่งแผ่นดินไหว ข้าพเจ้าเองก็เคยเจอที่เชียงใหม่ ตอนนั้นป่วย ไม่สบาย นอนอยู่ใต้โต๊ะ นอนใต้โต๊ะนี่ถูกต้องตามเรื่องของการป้องกันแผ่นดินไหว แต่ตอนนั้นแผ่นดินยังไม่ไหว ก็นอนใต้โต๊ะแล้ว คือป่วย ทำไปทำมาก็ไม่เป็นอะไร หัวก็ไม่โน แต่ก็น่ากลัวเหมือนกัน เห็นมีโอ่ง มีอะไร มันวิ่งไปวิ่งมาในห้องแล้วดังกึง กึงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเตรียมตัว มีพี่เลี้ยงของสมเด็จพระเทพฯ ได้เห็นโอ่งวิ่งไปวิ่งมา ก็บอกว่า ผีอย่ามาหลอก เขาไม่เชื่อว่ามีผี แต่เขาก็เห็นว่าผีมาหลอกจริงๆ ภัยพิบัติเหมือนผีหลอก โอ่งใหญ่มันวิ่งไปวิ่งมา เคราะห์ดีที่ไม่มีอะไร
ที่มา : นสพ.มติชน วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11036
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0101280551&day=2008-05-28§ionid=0101
ทรงห่วงเห่อพืชพลังงาน ให้เตรียมรับมือ"ภัยพิบัติ"
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2008/05/p0101280551p1.jpg
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดาฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย เฝ้าฯ รับพระราชทานพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม
</TD></TR></TBODY></TABLE>
"ในหลวง"ทรงให้โอวาททูตไทย ให้วางตัวให้ดี ฝึกฝนตัวให้ทั่วโลกรู้ว่าเป็นคนไทย ใช้ภาษาไทย ไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่เป็นคนที่มีความคิดดี ทรงให้เตรียมใจ แผ่นดินไหวเกิดได้ทุกที่ แม้แต่ภาคอีสาน ขอให้ฟังผู้เชี่ยวชาญ ทรงยก"สมิทธ ธรรมสโรช"ที่เตรียมพร้อมจนรู้ว่าจะเกิด"สึนามิ"
เมื่อเวลา 16.57 น. วันที่ 27 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เฝ้าฯ รับพระราชทานพระบรมราโชวาทในโอกาสที่กระทรวงจัดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย ประจำปี 2551 ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม ในโอกาสนี้ นายนพดลเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย
ในโอกาสนี้ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาสแก่เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยว่า "ครั้งนี้เป็นอีกวาระหนึ่งที่ได้พบข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ถือเป็นสาระสำคัญ การได้พบกันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายปีอาจทำให้หลายคนลืมจุดประสงค์การไปอยู่ต่างประเทศ การอยู่ต่างประเทศเป็นศูนย์กลางทางความคิด ประเทศต่างๆ มีความคิดที่แตกต่างกับคนไทย เมืองไทยไม่น้อย โดยมากเข้าใจว่า คนไทยต้องทำงาน มีความรู้เหมือนชาวต่างประเทศ ความจริงคนไทยไม่ใช่ชาวต่างประเทศ คนไทยเป็นคนไทย มีความคิด วิธีคิดที่แตกต่างกับทั่วโลก เราสังเกตได้ว่า คนไทยมีภาษาไทย ซึ่งภาษาไทยมีความหมายแตกต่างจากภาษาต่างประเทศ ที่น่าสังเกต คนไทยเห็นภาษาไทยไม่ใช่ของสำคัญ ดูท่าทางเหมือนว่า เมืองไทยมีภาษาไทยเหมือนกับให้ล้าสมัย อันนี้ก็น่าเสียดาย เพราะภาษาไทยมีความสำคัญในการปฏิบัติงาน ทุกคนมีหน้าที่ และทุกคนที่อยู่ในเมืองไทย มีหน้าที่ที่ทำความเข้าใจกันว่าจะปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ต่างๆ กัน อย่างไปต่างประเทศ ท่านได้สม่ำเสมอ ชาวต่างประเทศคงถามเสมอว่า เมืองไทยเป็นอย่างไร คำว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร อาจจะน่าประหลาด ที่ถามคือว่า คนไทยเหมือนสัตว์ประหลาด เพราะหน้าตาไม่เหมือนฝรั่ง มีภาษาไม่เหมือนฝรั่ง ที่บอกฝรั่งเพราะมีแขก จีน ญี่ปุ่น ทุกชาติมีความแตกต่างกับเรา ฉะนั้น เราจะต้องรู้สึกว่าเราคนไทยเป็นอย่างไร ไม่ใช่สัตว์ประหลาด อาจเป็นสัตว์ประหลาด เพราะเรามีความเป็นอยู่ไม่เหมือนต่างประเทศ เวลาเราไปต่างประเทศ เขามองเรา เขาจะนึกว่าเราเป็นจีน เป็นญี่ปุ่น สุดท้ายก็ฉงนว่า เราไม่ใช่จีน ญี่ปุ่น หน้าตาไม่เหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้ การเป็นไปตามการประพฤติภายนอกจะไปเหมือนจีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง นึกว่าเราเป็นฝรั่งก็มี เพราะเราวางตัวเหมือนฝรั่ง แต่เมื่อเราแสดงตัว เขาคิดว่าไม่เหมือนฝรั่ง เวลาเขารู้จักมากขึ้น ก็รู้ว่าเราไม่เหมือนเขา เพราะเรามีความคิดแปลกจากสัตว์ประหลาดทั่วไป ที่เขานึกว่าเป็นสัตว์ประหลาด ที่จริงเรามีนิสัยใจคอเป็นคนไทย และเวลาเราบอกเขาว่าเป็นคนไทย เขาเกิดคิดออกมาว่า เอ๊ะ หน้าตาอย่างนี้เคยเห็น แต่ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ใช่แขก ไม่ใช่จีน ฉะนั้น เราต้องพยายามที่จะวางตัวแล้วให้รู้ว่าเราเป็นคนไทย เราเป็นคนไทยนี้ เป็นคนที่สามารถจะวางตัวอย่างดี แล้วเป็นตัวอย่างกับสัตว์โลก เป็นคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่นในโลก
ฉะนั้น เราต้องวางตัวให้ดี แล้วก็จะต้องพยายามฝึกฝนตัวให้เป็นคนไทย ซึ่งต่างกับคนอื่นในโลก แต่การที่วางตัวต่างกับคนอื่นในโลกต้องเข้าใจว่าวางตัวอย่างไม่ใช่แปลกประหลาด ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เป็นสัตว์พิเศษ เป็นคนมีความคิดที่ดี มีความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น เรามีความคิดที่พิเศษ ที่วิเศษ จากคนต่างชาติ"
จากนั้น นายวศินทร์ ธีระเวชระ เอกอัครทูตกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ได้ขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตด้านพลังงาน ทำให้หลายประเทศมีการนำพื้นที่เกษตรมาปลูกพืชผลิตพลังงานทดแทนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชดำริประการใดในการทำให้เกิดความสมดุลในการใช้พื้นที่เกษตรผลิตอาหารให้เพียงพอ และการจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อปลูกพืชใช้พลังงานทดแทน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า หมายความว่า ต้องการทราบว่าทำอะไรให้สมดุล คือถ้าเรามีการทำการเกษตรเพื่อเป็นอาหารหรือเป็นสิ่งที่จะขายต่างประเทศมากเกินไป เราก็ไม่ผลิตอะไรที่มาช่วยให้การเป็นอยู่จะดีขึ้น อันนี้เป็นสำคัญ ตอบยากว่าแค่ไหนว่าเหมาะ แต่ได้เห็นมาว่า เอะอะอะไร จะทำอะไรก็เห่อกัน เห่อว่าจะทำอะไรให้มากเกินไป คือถ้าทำการเกษตรเพื่อเป็นพลังงานทดแทน ก็หมายความว่าอย่างนั้น ทำพลังงานทดแทน ทำมากเกินไป ลงท้ายก็เฟ้อ เฝือมากเกินไป ทำให้มีมาก เวลานี้กำลังเดือดร้อนกันอยู่
คณะทูตถามอีกว่า ตามที่รัฐบาลได้หาแนวพระราชดำริการแก้ปัญหา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้การแก้ปัญหาดำเนินถูกทิศทาง ทรงเล็งเห็นความสำคัญหรือเน้นเรื่องใดพิเศษสำหรับการแก้ปัญหาสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ และนอกจากการเข้าใจและเข้าการพัฒนาแล้ว ยังต้องมีเรื่องใดที่รัฐบาลต้องติดตามหรือแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม และได้ผลที่ยั่งยืน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า ยากอยู่ ยากมาก เพราะว่าทำอะไรให้พอเหมาะเป็นสำคัญ อย่างที่คำถามเมื่อกี้ ก็ให้ทำอะไรให้เหมาะสม อย่าให้มากเกินไป สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ เขาพูดว่าทำอะไรให้เหมาะสม สรุปว่าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ความจริงที่บอกว่าวิธีที่ทำก็ถูกต้องแล้ว ต้องทำอะไรให้เหมาะสม อย่าให้เกิน อย่าให้น้อยเกินไป สำหรับการทำทุกสิ่งทุกอย่างต้องให้พอเหมาะ สำหรับใต้นี่ นานแล้วที่เคยไปจังหวัดในภาคใต้ แล้วไม่ได้พูดอย่างที่ท่านพูดว่าให้ทำอะไร แต่คนที่ไปดู เขาก็คงนึกว่า ควรจะแนะนำอย่างนี้ แต่ไม่ได้แนะนำอย่างนี้ คือแนะนำให้ทำอะไรที่พอเหมาะ
ครั้งแรกที่ได้ไปจังหวัดภาคใต้ ได้ไปที่ จ.ยะลา แล้วก็ถามหนุ่มๆ ที่อยู่ตรงนั้น บอกเขาว่า เราพูดภาษาไทยได้ ขอให้พูดภาษาไทย ไม่ใช่ว่าจะข่มขู่ ข่มเหงให้พูดภาษาไทย ในเมื่อเขาอยากพูดภาษายาวี แต่ได้บอกข้าราชการไว้ว่า ให้พยายามให้ประชาชนพูดภาษาไทยตอนมามาพบปะกับข้าราชการ เพราะว่าง่ายขึ้น ถ้าพูดภาษาที่รู้เรื่องกัน คนไทยที่อยู่แถวนั้น รู้ภาษายาวีมีน้อย ถ้าประชาชนเขาช่วยกัน ทำให้พูดกันเข้าใจกันก็จะดี แต่ก็อย่างที่ไปที่ยะลา ก็ไปพูดว่า ควรพูดภาษาไทยมากขึ้น เขาเข้าใจ ทำไมไม่เข้าใจ เขาพูดได้ ทำไมจะพูดไม่ได้ แต่เขาไม่พูด เขาทำไม่เข้าใจ เขาหัวเราะ แม้หนุ่มๆ ก็หัวเราะเหมือนเด็กสาว กิ๊กกั๊ก กิ๊กกั๊ก หนุ่มๆ ไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนที่จะเข้าใจกัน แต่เราก็พยายามที่จะบอกเขาว่าที่ให้พูดภาษาไทยจะสะดวกต่อชีวิตของประชาชนมากขึ้น จะสะดวกต่อข้าราชการ สะดวกทุกอย่าง ความเข้าใจก็จะเกิดขึ้น ถ้ามีความเข้าใจแล้ว ทำให้สามารถที่จะปกครองดีขึ้น สามารถที่จะพัฒนาดีขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านถาม ความจริง สำคัญที่สุดทำอย่างไรที่จะให้เข้าใจกัน พูดให้รู้เรื่องกัน แต่คนที่สามารถพูดให้รู้เรื่อง ไม่พูด
มีครั้งหนึ่งที่อีกจังหวัดหนึ่ง เราก็พูด เรารู้ว่าเขาไม่รู้ภาษา แต่ก็พยายามที่จะพูดให้เขาเข้าใจ เขาหน้าตาไม่เข้าใจ คนที่อยู่ข้างๆ บอกอย่าไปพูด พวกนี้ไม่เข้าใจ พวกนี้เป็นแขกไม่เข้าใจ แต่ว่า ถ้าเราพูดแล้วคนที่รู้ภาษาจะไปอธิบายเขาสักนิดก็จะดี แต่นี่เขาไม่อธิบาย เพราะว่าไม่ยอมอธิบายให้เข้าใจกัน แต่ถ้าคนที่รู้ภาษาก็ช่วยกันอธิบาย ก็จะดีขึ้น สะดวกขึ้นเยอะ แต่นี่ไม่อธิบายก็ไม่มีทางจะทำความเข้าใจกันได้
คณะฑูตได้ถามอีกว่า กรณีภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย พายุไซโคลนนาร์กีส พัดถล่มพม่า และแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวน มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า กรณีภัยพิบัติรุนแรงนี้อาจเกิดขึ้นในไทยในอนาคต ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชวินิจฉัยอย่างไร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบว่า มีคนรู้สึกว่า มีความวิตกอาจจะเกิดภัยพิบัติแบบเดียวกัน ก็เกิดขึ้นมาแล้ว เรื่องภัยพิบัติที่ภาคใต้ ที่เกิดเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อ 2 ปี เป็นสึนามิ ซึ่งแต่ก่อนนี้บอกว่าไม่น่าจะเป็น ไม่น่าจะมีก็มีจริงๆ แล้วเราก็ต้องมีการเตรียมพร้อม ความจริง ท่านก็ได้เตรียมไว้ โดยเฉพาะอย่างคุณสมิทธ ธรรมสโรช ที่ได้เตรียมพร้อมสถานการณ์ที่รุนแรงเกี่ยวกับสึนามิที่เกิดขึ้น ก็คล้ายกับน้ำท่วม พายุ คล้ายกับแผ่นดินไหว เขาก็ได้เตรียมพอสมควร แต่คนไม่เชื่อว่าจะเกิดสึนามิ เมื่อเกิดสึนามิ ก็ได้เห็นว่า จะต้องเตรียมพร้อม คุณสมิทธ ก็รู้สึกว่าน้อยใจที่คนไม่เชื่อฟัง อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้เชี่ยวชายที่เข้าใจว่ามีได้ทุกเมื่อ ทุกอย่าง อย่างแผ่นดินไหว ทางประเทศที่มีแผ่นดินไหว ก็มีหลายแห่ง โดยเฉพาะในเขตแดนใกล้พม่า นี่ก็มีแผ่นดินไหว เราก็ถามว่า อยากไปอยู่ที่ไหนที่ไม่ค่อยมี เขาก็บอกว่า แถวภาคอีสานมีน้อย แต่ภาคอีสานก็จะมีแผ่นดินไหว เหมือนกันทุกแห่ง ในโลกนี้จะมีแผ่นดินไหวในทุกแห่ง ก็ต้องเตรียมตัว เตรียมกาย เตรียมใจว่า ในประเทศไทยก็อาจจะมีทุกเมื่อ แผ่นดินไหวหรืออะไรที่หนักกว่า ซึ่งแผ่นดินไหว ข้าพเจ้าเองก็เคยเจอที่เชียงใหม่ ตอนนั้นป่วย ไม่สบาย นอนอยู่ใต้โต๊ะ นอนใต้โต๊ะนี่ถูกต้องตามเรื่องของการป้องกันแผ่นดินไหว แต่ตอนนั้นแผ่นดินยังไม่ไหว ก็นอนใต้โต๊ะแล้ว คือป่วย ทำไปทำมาก็ไม่เป็นอะไร หัวก็ไม่โน แต่ก็น่ากลัวเหมือนกัน เห็นมีโอ่ง มีอะไร มันวิ่งไปวิ่งมาในห้องแล้วดังกึง กึงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเตรียมตัว มีพี่เลี้ยงของสมเด็จพระเทพฯ ได้เห็นโอ่งวิ่งไปวิ่งมา ก็บอกว่า ผีอย่ามาหลอก เขาไม่เชื่อว่ามีผี แต่เขาก็เห็นว่าผีมาหลอกจริงๆ ภัยพิบัติเหมือนผีหลอก โอ่งใหญ่มันวิ่งไปวิ่งมา เคราะห์ดีที่ไม่มีอะไร
ที่มา : นสพ.มติชน วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11036
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0101280551&day=2008-05-28§ionid=0101