PDA

View Full Version : เจ้าแม่กวนอิม คือใคร


telwada
26-05-2008, 08:26 AM
ธรรมดาของระบบสุริยะจักรวาล
ธรรมดาของมนุษย์ที่อยู่บนโลก ย่อมมองเห็น ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดวงเดียวกัน แม้จะอยู่คนละตำแหน่งบนโลก แต่เหตุใด เทวดา ตามความเชื่อของแต่ละชุมชน จึงแตกต่างจากกัน
แต่มีความเชื่ออย่างหนึ่ง ในทางพุทธศาสนา นั่นก็คือ พุทธองค์ หรือพระพุทธเจ้ามีจริง
แต่ในทางศาสนาพุทธของจีนทำไมจึงเกิดมี เจ้าแม่กวนอิม ไม่ทราบว่า เจ้าแม่กวนอิม ในทางพุทธศาสนานั้น ควรเป็นใครกันแน่ เป็นจีน หรือเป็น อินเดีย คือเป็นป้าของ ราหุล หรือพี่ของนางยโสธรา ใครรู้บ้าง

ติดปีก
28-05-2008, 09:16 AM
ท่านเทวดา ผู้เป็นปราชญ์
เหตุใดท่านไม่แถลงไขในเบื้องต้นก่อนละ
อย่างน้อยจะได้รู้ทางกันก่อน

ติดปีก
28-05-2008, 09:50 AM
เจ้าแม่กวนอิม คำว่า เจ้าแม่ บ่งบอกว่าเป็นสตรีเพศ
คติความเชื่อเกี่ยวกับเจ้าแม่กวนอิม มีหลากหลายความคิด

บ้างก็กล่าวว่า เจ้าแม่กวนอิม เป็นปางหนึ่งของพระอวโลกิเตศวร
กำเนิดจากน้ำพระเนตรของพระองค์ที่ทรงเห็นบ่วงกรรมของมนุษย์

แต่โดยแท้จริงแล้ว พระอวโลกิเตศวร มีศักติหรือชายานามว่า พระนางตารา
และพระนางตาราองค์นี้เอง ที่เป็นพระญาณเดียวกับเจ้าแม่กวนอิมแห่งทะเลใต้

พระโพธิสัตว์ตารา (Tara) หมายถึงพระผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา
พระองค์เป็นศักติของพระอวโลกิเตศวร ทรงเป็นพระโพธิสัตว์อีกพระองค์หนึ่ง
ที่ได้รับการเคารพบูชาเป็นอย่างมากของชาวพุทธเนปาล ทิเบตและมองโกเลีย

ในงานพุทธศิลป์ พระองค์มีพุทธลักษณะมากถึง 21 ปาง ดังภาพล่างนี้
แต่ปางที่สำคัญและนิยมมีอยู่สองปาง ปางแรกมีพระนามว่า “พระตาราขาว”
เป็นปางประทานสิริมงคล ความมีอายุวัฒนะ สุขภาพที่ดี หายป่วยจากโรคภัย
ส่วนปางที่สองมีพระนามว่า “พระตาราเขียว” เป็นปางคุ้มครองนักเดินทาง
จากภัยอันตรายและความกลัวต่างๆ พระองค์ทรงมีพระเนตรถึงเจ็ดดวง
ที่ฝ่าพระหัตถ์สองดวง ฝ่าพระบาทสองดวง กลางพระนลาฏ (หน้าผาก)
หนึ่งดวง และดวงพระเนตรปกติอีกสองดวง
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=331184&stc=1&d=1211945089
ดังภาพล่าง เป็นรูปเคารพของพระองค์ ศิลปแบบเนปาล
พิพิธภัณฑสถานกีเมต์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=331185&stc=1&d=1211945744
แต่คนส่วนใหญ่มักยังสับสนในเรื่องราวของพระแม่ตารากับพระแม่กวนอิม
ซึ่งถือกันว่าทั้งสองพระองค์เป็นสตรีเพศทั้งคู่ บ้างก็กล่าวว่าพระองค์เป็น
อวตารของพระแม่กวนอิม แต่โดยแท้จริงแล้วทั้งสองพระองค์คือองค์เดียวกัน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=331183&stc=1&d=1211945089
<O:p

ติดปีก
28-05-2008, 09:54 AM
พระแม่ตารา องค์นี้ ได้รับการนับถืออย่างมากในอารยธรรมเขมร
เรื่องราวของพระองค์มีการเชื่อมโยงกับบุคลสำคัญในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
โดยเฉพาะคติรัตนตรัยมหายาน ประกอบไปด้วย
พระพุทธรูปนาคปรก พระโลเกศวร และพระนางปรัชญาปารมิตา (ตารา)

ติดปีก
28-05-2008, 10:25 AM
พระแม่ตารา (พระแม่กวนอิม) ปางเขมร

ในงานพุทธศิลป์ รูปเคารพของพระนางตารา ศิลปะแบบบายน คริตสตรรษที่ 12–13
พิพิธภัณฑ์สถานกีเมต์ ปารีส พระองค์ทรงนั่งคุกเข่าในท่าที่สงบนิ่ง พระเนตรทรงปิดสนิท
พระวรกายเปลือยท่อนบน มีสองพระกรและพระพักตร์ที่งดงาม ทรงนุ่งภูษาลายดอก
ยาวจรดเข่าโดยมีสายรัดองค์ประดับด้วยอุบะห้อย ทรงสวมชฏามงกุฎทรงกรวยแหลม
ลายกลีบบัวซ้อนเป็นชั้นๆ อยู่บนมวยผม โดยมีพระพุทธรูปเล็กๆ อยู่เหนือมวยผม
ด้วยเช่นกัน บ้างก็กล่าวว่าเป็นพระอมิตาภะพุทธเจ้า บ้างก็กล่าวว่าเป็น
พระอาทิพุทธเจ้า ด้วยมนตราสรรเสริญพระองค์แห่งนี้...

โอม ตาเร ตูตาเร ตูเร สวหะ
ข้าขอนอบน้อมนมัสการพระนางตารา (พระนางปรัชญาปารมิตา)<O:p</O:p
พระผู้เป็นเทวีแห่งดวงพระจันทร์ดิถีเพ็ญ (เต็มดวง)<O:p</O:p
พระผู้เป็นสัพพัญญูแห่งพระชินเจ้า<O:p</O:p
พระผู้มีปัญญาไพบูลย์อันกว้างใหญ่<O:p</O:p
ขอพระองค์จงปกปักรักษาเรา

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=331223&stc=1&d=1211947769

konngaam
28-05-2008, 01:35 PM
เท่าที่ผมศึกษาอ่านจากหนังสือมา เดิมทีเจ้าแม่กวนอิม ท่านก็เป็นมนุษย์มาก่อน
แถมเป็นผู้ชายด้วย แล้วท่านได้ปฎิบัติอะไรซักอย่าง(อันนี้ขออภัยผมจำไม่ได้แล้วจริงๆ) ทำให้ท่านเป็นเทพ การมีอยู่ของเจ้าแม่กวนอิมก็เช่นเดียวกับพระถั๋ง
ที่ทำความดีแล้วเป็นเทพ ท่านก็คิดเอาเองแล้วกันว่าเจ้าแม่กวนอิมเปรียบได้
ดั่งใครในบ้านเรา

ติดปีก
28-05-2008, 02:26 PM
คติเจ้าแม่กวนอิม ปางจีน

เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับ
พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย
และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน
ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน
และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร
ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจาก
ในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาค
เพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระ
โพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น
ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ
อย่างในกรณีพระอวโลกิเตศวรนี้ Sir Charles Eliot ได้ตั้งข้อสังเกตว่า

"คงเนื่องมาจากความสับสนทางความคิดของชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งบูชา
เทพเจ้าต่างๆ ของตนอยู่แล้ว และเมี่ยวซ่านก็เป็นเทพวีรชนดั้งเดิมอยู่ก่อน
พออารยธรรมพระโพธิสัตว์จากอินเดียแผ่เข้าไปถึง ได้เกิดการผสานทาง
วัฒนธรรมเปลี่ยนชื่อเสียงคงไว้เพียงแต่คุณลักษณะต่าง ๆ พอให้แยกออก
ว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์"


มีที่หน้าสังเกต เจ้าแม่กวนอิม ปางจีน ดูภายนอกเหมือนเพศสตรีทุกอย่าง
แต่ไม่มีหน้าอกเช่นสตรีเพศ

ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 02:33 PM
กวนอิมคือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ในโลกทั้ง 3 ภพ ลองไปอ่านกระทู้นี้ซิครับ แล้วจะเข้าใจ คุณwebsnow และคุณkomodo คุณนำคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าทิ้งหลุมดำได้อย่างไร

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=130381


กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะในโลก ก็คือ กวนอิม

ติดปีก
28-05-2008, 02:34 PM
แล้วพระอวโลกิเตศวร องค์จริงเป็นใคร

พระนามอวโลกิเตศวร (Avalokitesvara) มาจากภาษาสันกฤตเป็นการสมาสคำ
3 คำ เข้าด้วยกัน ประกอบด้วย คำว่า ava หมายถึง เบื้องต่ำ ส่วนคำว่า Lokita
มาจากคำว่า lok (โลก) หมายถึง จ้องมองหรือเฝ้ามอง
และคำว่า isvara (อิศวร) หมายถึง ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้รักษากฎ เมื่อนำมาสมาสคำกันเข้า
ก็จะได้เป็น ava + lokita + esvara เป็น avalokitesvara
หมายถึง พระผู้เป็นเจ้าที่เฝ้ามองดูโลก บ้างก็บอกว่าหมายถึง พระผู้ฟังเสียงจากเบื้องบน
เพราะคำว่า svara หมายถึง เสียง อย่างไรก็ตาม พระนาม อวโลกิเตศวร
ชาวทิเบตมักนิยมเรียกพระนามว่า เซนเรซิก (Chenrezig)
<O:p</O:p

แต่ในอารยธรรมเขมรมักจะนิยมเรียกพระนามของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรว่า
“พระโลเกศวร” พระนามนี้มีความหมายว่า พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก เปรียบเหมือนกับ
พระโพธิรักษ์ ผู้สร้างสรรค์สรรพสิ่งแห่งเอกภพ

ส่วนอีกความหมายหนึ่ง ก็คือ พระผู้ที่เฝ้ามองดูโลก เปรียบเหมือนกับ
พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ ผู้ที่คอยสอดส่องดูแลและช่วยเหลือมนุษย์โลกด้วย
พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงเป็นผู้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแห่งภูมิทั้งสิบ
<O:p</O:p
ในงานพุทธศิลป์รูปเคารพพระอวโลกิเตศวรดังภาพล่างนี้ เป็นศิลปะแบบ
สมโบร์ไพรกุก คริตสตรรษที่ 7 จากพิพิธฑภัณฑ์สถานกีเมต์ ปารีส ซึ่งได้ค้นพบ
ที่หมู่บ้านตันรอง จ. ราชเกีย ปัจจุบันอยู่ในประเทศเวียดนามประติมากรรม
ลอยตัวองค์นี้ ถือได้ว่ามีความสมบูรณ์และเป็นสุดยอดของความคลาสสิก
อีกชิ้นหนึ่งที่หาได้ยากมากทีเดียว

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=331496&stc=1&d=1211963552

ติดปีก
28-05-2008, 02:37 PM
คุณใบไม้

บ้างครั้งการนำเสนอ ใช่เพียงแค่สื่อกับพระญาณเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ทำให้หลักฐานไม่แน่ชัด

จึงควรศึกษาจากพงศวดาร ศิลาจารึก โบราณคดี ประติมานวิทยา
จะได้ยืนยันสิ่งนี้ได้ อยากเพิ่งข้ามไปไกลถึงเพียงนั้น
ค่อยๆ ตามรอยพระองค์ แล้วจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น

ติดปีก
28-05-2008, 02:47 PM
เดิมนั้นพระอวโลกิเตศวรทรงวิภูษณะอาภรณ์แบบมหาบุรุษ ตามแบบอินเดียโบราณ
เมื่อมาถึงประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ถัง ก็ยังคงศิลปะอินเดียแบบเปลือยพระอุระอยู่
แต่พอมายุคหลังคือสมัยราชวงศ์หยวนพระอวโลกิเตศวรจึงเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นสตรีเพศ
เนื่องจากคติความเชื่อในเรื่องขององค์หญิงเมี่ยวซ่าน ที่ทรงเคร่งครัดและทำนุบำรุง
พระพุทธศาสนามาก ทรงเปี่ยมด้วยเมตตาการุญต่ออาณาประชาราษฎร์ ที่ในสมัยนั้น
พระราชบิดาของพระองค์ทรงเป็นทรราชชอบทำศึกสงคราม ขูดรีดประชาชน ฯลฯ
องค์หญิงพระองค์นี้ทรงถือกำเนิดมาเพื่อปลดเปลื้องทุกข์เข็ญของปวงประชาในครั้งนั้น
ทรงยังให้พระราชบิดากลับพระทัยได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รูปปฏิมากรของ
พระอวโลกิเตศวรเป็นสตรีที่มีความสวยสดงดงามเป็นยิ่งนัก
<O:p</O:p

FenderMan
28-05-2008, 02:58 PM
ทำไมเจ้าแม่กวนอิมที่ศาลเจ้าพ่อเสือเป็นรูปเหมือนผู้ชายมากเลยอะครับ

ติดปีก
28-05-2008, 03:09 PM
เรียนท่านใบไม้

หากท่านใบไม้ตามรอย คติพระรัตนตรัยมหายาน
อันประกอบไปด้วย พระพุทธรูปนาคปรก พระโลเกศวร และพระนางปรัชญาปารมิตา<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:pปริศนาในสิ่งทีท่านกล่าว</O:p
<O:p</O:p
กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะในโลก ก็คือ กวนอิม <O:p</O:p
<O:p</O:p
ท่านจะได้เข้าใจในสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นว่าถูกต้องหรือไม่?<O:p</O:p

ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 03:13 PM
คุณติดปีกครับ



1. คุณยังไม่เข้าใจ ในระดับโลกุตระธรรม ในขั้นอสังขตธาตุที่ยังไม่เข้านิพพานนั้น จะเรียกว่า พระโพธืสัตว์กวนอิม พระตาราเขียว พระดาราขาว จะเรียกศิวะ พระพรหม พระนารายน์ หรือจะเรียกสิ่งใด อสังขตธาตุที่ยังไม่เข้านิพพานนั้น ก็เป็นได้ทั้งนั้น

2. "บ้างครั้งการนำเสนอ ใช่เพียงแค่สื่อกับพระญาณเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ทำให้หลักฐานไม่แน่ชัด"

ผิดแล้วครับ ผมมีหลักฐานชัดเจนในทางจิตและพระไตรปิฎกของมหายาน คือ คัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร(สมันตมุขปริวรรต) ปารามิตาหฤทัยสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรดั้งเดิมที่สุด ที่บรรจุพระสูตรมหากรุณาธารณีสูตร และอีกส่วนหนึ่งผมคัดมาจากหนังสือมหากรุณาธารณี หลวงจีนคณาณัติจีนพรต(เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร เรียบเรียง อาจารย์ ล.เสถียรสุตแปลไทย

ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 03:15 PM
คุณติดปีกครับ




ผมขอเอาข้อความเหล่านั้นมาลงนะครับ

<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>
<!-- / icon and title --><!-- message -->
คุณwebsnow และทีมงานครับ กระทู้นี้ผมนำหลักฐานในปารามิตาหฤทัยสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตร และมีภาพและคำบรรยายการสอนของหลวงจีนคณาณัติจีนพรต(เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร จากหนังสือมหากรุณาธารณี เรียบเรียงโดย อาจารย์ ล.เสถียรสุตแปลไทยมาลงประกอบด้วย หลักฐานครบสูตรอย่างนี้ คุณเอากระทู้นี้ของผมไปทิ้งห้องหลุมดำเพราะอะไร กรุณาให้เกียรติคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังมหายานด้วยได้ไหมครับ ถ้าคุณสงสัยหรือไม่เข้าใจอะไร ก็ควรถามผม ไม่ใช่ตนเองไม่เชื่อก็นำลงห้องหลุมดำ อย่างนี้ไม่ถูกแล้วครับ


.................................................................................................


กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ ก็คือ กวนอิม


กระทู้นี้ผมตีความมาจากปรัชญาปารามิตาหฤทัยสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรดั้งเดิมที่สุด ที่บรรจุพระสูตรมหากรุณาธารณีสูตร(พระสูตรสำคัญในพุทธศาสนามหายาน)<O:p</O:p

ผมตีความได้ว่า
<O:p</O:p
พระอวโลติเกศวร(กวนอิม)เป็นพระมหาโพธิสัตว์ ที่เป็นตัวแทนแห่งพระมหากรุณาของพระพุทธเจ้าทั้งปวง พระอวโลติเกศวร(กวนอิม)ท่านบรรลุอนุสัมมาสัมโพธิฌานนานแล้ว แต่ต้องการโปรดสรรพสัตว์ทั้ง 3ไตรภูมิให้เข้านิพพานไปให้หมด พระองค์ขอเป็นคนสุดท้ายที่จะเข้านิพพาน
<O:p</O:p
พระอวโลติเกศวรเป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่เหมือนพระพุทธเจ้าทั่วๆไป เพราะพระอวโลกิเตศวรเป็นพระพุทธเจ้าที่ดำรงอยู่ในภพทั้ง 3 ในขณะที่พระพุทธเจ้าทั่วไปจะเข้านิพพานกันหมด เมื่อเสร็จกิจเป็นตถาคตชี้ทางให้สรรพสัตว์รู้ทางเข้านิพพานแล้ว<O:p</O:p
<O:p</O:p
การที่พระอวโลติเกศวรต้องการโปรดสัตว์ทุกภพภูมินั่นเอง มีความลับของฟ้าที่ผมต้องการเปิดเผยในกระทู้นี้ คือ ตรีมูรติในศาสนาพราหมณ์ ( พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ) ที่แทนการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แท้ที่จริงก็คือ พระอวโลติเกศวร(กวนอิม) นั่นเอง<O:p</O:p
<O:p</O:p
และในคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร(สมันตมุขปริวรรต)พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า<O:p</O:p
<O:p</O:p
" ดูก่อนกุลบุตรหากมีสรรพสัตว์ในโลกธาตุ สมควรจะได้รับการโปรดด้วย พระพุทธกายแล้ว พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏเป็นรูปพระพุทธกายมาแสดงธรรมโปรด หากมีสัตว์ผู้สมควรรับการโปรดด้วยรูปกายลักษณะพระสาวกรูปกายลักษณะ อินทระ รูปกายลักษณะมเหศวร(พระอิศวร)พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏเป็นรูปมเหศวร(พระอิศวร)มาแสดงธรรมโปรด” รูปกายลักษณะอื่นๆก็เช่นกัน ไม่ว่าจะรูปกายใด พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏเป็นรูปกายลักษณะเหล่านั้นมาแสดงธรรมโปรดสรรพสัตว์เหล่านั้นในทั้งไตรภูมิ

*** กระทู้นี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ เชื่อไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะผมรู้ว่ามันอาจจะฝืนความเชื่อที่ท่านติดตัวมานาน ***

ติดปีก
28-05-2008, 03:16 PM
ทำไมเจ้าแม่กวนอิมที่ศาลเจ้าพ่อเสือเป็นรูปเหมือนผู้ชายมากเลยอะครับ


เข้าใจว่าเป็นรูปของพระองค์ท่าน หนุ่มอายุกลางคน ไว้หนวด
ซึ่งเคยพบที่เมืองจีนเหมือนกัน
คนจีนสมัยก่อนเขานับถือองค์นี้กันมาก
ไกด์คนจีนก็เคยเล่าความมาเช่นนี้เหมือนกัน

ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 03:16 PM
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/01-7.jpg
1นำมอห่อลาตันนอตอลาแหย่แย นำมอหมายถึง น้อมนอบ ห่อลาตันนอ หมายถึงรัตนะ ตอลาแหย่หมายถึงสาม แย หมายถึง นมัสการ ขอน้อมนมัสการพระรัตนไตร
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ถือลูกประคำ ผู้ปฏิบัติจะต้องท่องสวดด้วยความศรัทธาและเมตตากรุณา
2นำมอออรีแย นำมอ หมายถึงน้อมนอบพึ่งพิง ออรีแย หมายถึงองค์อริยะ ขอน้อมนอบพึ่งพิงพระอริยะซึ่งละบาปอกุศลแล้ว
รูปองค์พระจินดาจักรอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ถือธรรมจักร ผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติด้วยความเคารพ
3พอลูกิตตีชอปอราแย พอลูกิตตี แปลว่าเพ่งพิจารณา ชอปอลา แปลว่า เสียงของโลก แย แปลว่าขอน้อมนมัสการ ขอน้อมนมัสการพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ผู้คอยฟังเสียงร้องทุกข์
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ อุ้มบาตร ผู้ปฏิบัติต้องเพ่งให้เห็นองค์ท่าน
4ผู่ทีสักตอพอแย ผู่ที แปลว่าตรัสรู้ สักตอ แปลว่ามีอารมณ์ พอแย แปลว่าคารวะ ขอน้อมคารวะต่อผู้ให้ความตรัสรู้แก่ทุกชีวิต
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎในรูปพระอมงบาศโพธิสัตว์ โปรดสัตว์
5มอฮอสักตอพอแย มอฮอ แปลว่า มหา ใหญ่มาก สักตอ แปลว่าสัตว์โลก พอแย แปลว่าคารวะ ขอคารวะต่อมหาสัตว์ผู้หลุดพ้น
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ สวดธารณีนี้
6มอฮอเกียลูนีเกียแย เกียลู แปลว่า กรุณา นีเกีย แปลว่าจิต แย แปลว่า คารวะ ขอคารวะต่อพระผู้มีมหากรุณาจิต
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอัศวโฆษโพธิสัตว์ ตรัสรู้เอง หลุดพ้นเอง และให้ผู้อื่นเห็นแจ้งด้วย
7งัน หรือ โอม เป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์ เป็นมูลฐานของธารณีทั้งมวล เป็นศูนย์รวมแห่งสรรพสิ่ง
รูปราชาแห่งเทพ พนมมือฟังธารณีนี้ ผู้เพ่งในอักขระนี้เป็นการเพ่งถึงพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้าทั้งปวง เทพเทวาทั้งปวง

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/08-14.jpg
8สักพันลาฟาอี สักพันลา แปลว่า อิสระ ฟาอี แปลว่า องค์อิสระ องค์อริยะผู้อิสระ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นจตุโลกาบาลเทพราช โปรดมารด้วยบารมี 6
9ซูตันนอตันแซ แปลว่าการปฏิบัติธรรมต้องมีสัจจะเป็นพื้นฐาน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นจตุโลกาบาลเทพราช พร้อมกับเทพเจ้าภูติผีปีศาจในบังคับบัญชา เพื่อให้มนุษย์เลิกทำบาป
10นำมอสึดกิตลีตออีมงออรีแย สึดกิตรีตออีมง แปลว่าย่อมได้รับความคุ้มครอง ออรีแย ผู้ปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมได้รับความคุ้มครอง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ปรากฎเป็นพระนาคารชุนโพธิสัตว์ คุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม ปราบปรามเหล่าศัตรู
11พอลูกิตตีสึดฟูลาเลงทอพอ พอลูกิตตี แปลว่าจิตต้องกับธรรม สึดฟูลา แปลว่าท่องเที่ยวไปตามใจอิสระ เลงทอพอ แปลว่าเนื่องด้วยสำเร็จในมรรคผล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสัมโภคกายของพระไวโรจนะพุทธเจ้า เพื่อโปรดสัตว์จำนวนอมิต
12นำมอนอลากินชี แปลว่า การคุ้มครองคนดี นักปราชญ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระไวโรจนะพุทธเจ้า เป็นองค์ธรรมกาย ให้สัตว์โลกทั้งหลายสุขสำราญ
13ซีรีมอฮอพันตอซาแม ซี่รีมอฮอ แปลว่าเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ พันตอซาแม แปลว่าผู้มีบุญวาสนา
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเมษศีรษะเทพเจ้า คุ้มครองผู้มีเมตตากรุณา สารพัดพิษมิอาจกล้ำกลาย
14สักพอออทอเตาซีพง สัก แปลว่าเห็น พอ แปลว่าเสมอภาค ออ แปลว่าสรรพธรรมบริสุทธิ์ ทอเตาซีพง แปลว่า ธรรมไม่มีขอบเขต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็น อมฤตโพธิสัตว์ มือหนึ่งถือทันตโบณ มือหนึ่งถืออมฤตกุณท์ โปรดสรรพสัตว์

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/15-21.jpg์
15ออซียิน แปลว่าผู้ทำความดี ได้รับการชมเชย
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นยักษ์เหาะเหินราช ตรวจตราไปตามสี่ทิศ พิจารณาความผิดถูก
16สักพอสักตอนอมอพอสัก ตอนอมอพอแค สักพอสักตอ แปลว่าพุทธธรรมไม่มีขอบเขต นอมอพอสักตอ แปลว่าพุทธธรรมเสมอภาคนอมอพอแคแปลว่าพุทธธรรมไพศาล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้าภคติ ร่างใหญ่ ผิวดำ ถือมีด โปรดสรรพสัตว์ที่มีวาสนาสัมพันธ์
17มอฟาทาเตา พระโพธิสัตว์เตือนให้สรรพสัตว์มุ่งปฏิบัติ ศูนยตาธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นกุนตาลี ถือจักรและบ่วงบาศ มีดวงตา 3 ดวง
18ตันจิตทอ พระโพธิสัตว์ชี้ให้เห็นว่า นามพระโพธิสัตว์ มนตร์คาถา พีชะ หัสตมุทรา ปัญญาจักษุ เป็นทางเข้าสู่มรรคผล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอรหันต์ แสดงธรรมโปรดสัตว์
19งัน**ออพอลูซี แปลว่าพระโพธิสัตว์ผู้มีธรรมบริสุทธิ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์พนมมือ แสดงกรุณาธรรม ปลดทุกข์ให้ความสุขแก่สัตว์โลก
20ลูเกียตี แปลว่าโลกนารถ อิสระจิตไม่มัวหมอง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระมหาพรหมเทพราช โปรดสรรพสัตว์ทั้ง 10 ทิศ
21เกียลาตี หมายถึง ผู้ปลดทุกข์ หรือผู้มีจิตในธรรมอันมั่นคง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้า ช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั่วทศทิศ

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/22-28.jpg
22อีซีรี หมายถึงกระทำตามโอวาท
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้ามเหศวรแห่งสวรรค์ดาวดึง นำทัพเทพยดา มาโปรดสัตว์
23มอฮอผู่ทีสักตอ มอฮอ แปลว่า มหา ผู่ที แปลว่าเห็นโลกเป็นสูญ สักตอ แปลว่าการปฏิบัติอนัตตาธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ในปางยืนเข้าสมาธิ ผู้ทรงมหาเมตตาบริสุทธิ์ อนัตตาธรรม
24สักพอ สักพอ แปลว่าพุทธธรรมเสมอภาค
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นคนธาลัยโพธิสัตว์นำทหารภูติ5ทิศและผู้ติดตาม มาโปรดสรรพสัตว์
25มอรา มอรา แปลว่าผู้ปฏิบัติจะได้มโนรถแก้วมณี มอราที่2 หมายถึง แก้วมณีอันเป็นมโนรถ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็น
พระปัณทรวาสินีโพธิสัตว์ มือขวาถือแก้วอายุวัฒนะ มือซ้ายอุ้มชูเด็ก โปรดสัตว์โลกให้มีอายุยืนยาว
26มอซี มอซีลีทอยิน มอซี แปลว่าได้มีอิสระทันที ลีทอยิน แปลว่า ปฏิบัติจนได้วชิรธรรมกาย ได้อาสน์ดอกบัว
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอมิตาภะพุทธเจ้า เมื่อสิ้นสัมโภคกายนี้แล้ว ต่างไปเกิดในสุขขาวดีภูมิ
27กีลูกีลู กิตมง กีลู แปลว่าการเกิดความคิดปฏิบัติธรรม เทพเจ้าจะมารักษา กิตมง แปลว่าผู้ปฏิบัติสร้างสมบุญบารมีเป็นพื้นฐานการบรรลุธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอากาศกายโพธิสัตว์ นำทัพเทพจำนวนหมื่นโกฎิ มาโปรดสัตว์จำนวนอมิตา
28ตูรู ตูรู ฟาแซแยตี ตูรู แปลว่าความแน่วแน่มีสมาธิ ฟาแซแยตี แปลว่าความบริสุทธิ์ ใหญ่ยิ่ง สามารถข้ามพ้นความเกิดดับ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอุครโพธิสัตว์ คุมทหารของมยุรราชปราบปรามเหล่ามาร

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/29-35.jpg
29 มอฮอฟาแซแยตี หมายถึงธรรมอันไพศาล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นแม่ทัพมหาพละ ถือคฑา คุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม
30 ทอลา ทอลา เป็นธารณี ทำจิตให้เหมือนอากาศโปร่งใสไม่มีอละอองฝุ่น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็น มหาบุรุษ ทำทุกข์กิริยา
31 ตีรีนี ตี หมายถึงโลก รี คือสัตว์ทั้งหลายล้วนสามารถบรรลุธรรมได้ นี คือ พรหมจาริณีผู้ปฏิบัติธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสิงหราช ทดสอบการศึกษาธรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะทรงโปรดสตรีเพศ
32 สึดฟูลาแย หมายถึง เมื่อเข้าถึงธรรมชาติแห่งสภาวะเดิมแล้ว แสงแห่งธรรมกายก็ปรากฏ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระคำรามโพธิสัตว์ มือถือคฑาทองคำ ปราบมารและบริวารของมาร
33 เจลาเจลา หมายถึงความโกรธดุ ประกาศเสมือนเสียงคำรามฟ้าร้อง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นหักหาญโพธิสัตว์ มือถือสุวรรณจักร โปรดเหล่ามาร
34 มอมอฟามอรา มอมอคือการทำดี สามารถทำลายความกังวล ฟามอรา คือ ธรรมอันลึกซึ้ง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอภิจารกมารวชิร มือถือสุวรรณจักรคุ้มครองสัตว์โลก ให้มีความศิริมงคล
35 หมุกตีลี หมายถึงความหลุดพ้น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระพุทธเจ้าพนมมือฟังและสวดธารณี ผู้ปฏิบัติตามนี้จะบรรลุพุทธผล

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/36-42.jpg
36 อีซี อีซี หมายถึงการชักชวนตามพระศาสนา ทุกสิ่งให้เป็นไปตามธรรมชาติ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมเหศวรเทพเจ้า(พระศิวะ)โปรดทวยเทพและมนุษย์
37 สึดนอ สึดนอ หมายถึงมหาปณิธาน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นกาณะมารเทพราชสั่งสอนทวยเทพ
38 ออลาเซียงฟูลาแซลี ออลาเซียง คือความผ่านธรรมไปถึงธรรมราชา ฟูลาแซลี หมายถึงได้ธรรมกายอันบริสุทธิ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ถือธนูลูกศร
39 ฟอซอฟาเซียง ฟาซอ หมายถึงผู้มีขันติธรรม ฟาเซียง หมายถึงผุ้บรรลุธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นแม่ทัพสุวรรณมงกุฎภูมิ ถือกระดิ่งประกาศธรรมตามกาลที่เหมาะสม โปรดสรรพสัตว์
40 ฟูลาแซแย หมายถึง ต้องรู้ด้วยตนเอง
รูปพระอมิตาภะพุทธเจ้า สัตว์โลกผู้ระลึกถึงท่าน สวดพระนามท่าน ปฏิบัติธรรมของท่าน จะต้องได้พบกับท่าน
41 ฟูลู ฟูลูมอรา หมายถึง การประกอบพุทธธรรมตามจิตปารถนา
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้าแปดคติ พนมมือ ตั้งเมตตาจิตโปรดเหล่าภูติผี
42 ฟูลู ฟูลูซีรี ประกอบพุทธธรรมโดยปราศจากความคิดคำนึง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพสี่กร มือถือดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โปรดเทพและมนุษย์

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/43-49.jpg
43 ซอรา ซอรา หมายถึงความมุ่งมั่นในจิต ก็จะได้พบพระอวโลติเกศวร
ภาพถ้ำพรหมโฆษ ที่ภูเขาพูท้อ มณฑลจีเจียง
44 สึดลี สึดลี หมายถึงมงคลยอดเยี่ยม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์อันเปี่ยมด้วยพระเมตตา มือถือทันตโบณและกุณโฑ พรมน้ำอมฤต
45 ซูรู ซูรู คือเสียงใบโพธิ์ร่วงหรือเสียงน้ำอมฤต
ผู้ได้รับฟังเกิดความสงบระงับ ผู้ได้รับการอภิเษกชุ่มชื่นกายใจ อิ่มเอิ่บ เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติธรรม
46 ผู่ทีแย ผู่ทีแย หมายถึงตรัสรู้ธรรม ตรัสรู้ชีวิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ มีเด็กติดตาม แสดงความเมตตากรุณาโปรดสรรพสัตว์
47 ผู่ทอแย ผู่ทอแย หมายถึงรู้ธรรม รู้จิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอานนท์เถระ ผู้เลิศในความเป้นพหูสูตร มืออุ้มบาตร โปรดสัตว์
48 มีตีลีแย หมายถึงมหากรุณา
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระศรีอริยะเมตไตรย์โพธิสัตว์ แนะนำสรรพสัตว์ปฏิบัติมหากรุณาธรรม
49 นอลากินชี หมายถึงปราชญ์ผู้รักษาตนเอง มีมหากรุณาจิต ปลุกสรรพสัตว์ให้ตื่นจากความหลับ พ้นทุคติ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ผู้ทรงตั้งปณิธานโปรดสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ทั่วนรกภูมิ

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/50-56.jpg
50 ตีลีสึดนีนอ หมายถึงความคมของวชิระ วชิระได้ชื่อว่าแข็งแกร่งและคมที่สุดตัดทำลายอวิชชาทุกประเภทได้รวดเร็วและแน่นอน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระรัตนธวัชโพธิสัตว์ มือซ้ายเป็นมุทรา มือขวาถือหอกสามง่ามทองคำ โปรดสัตว์
51 พอแย มอนอ หมายถึงเสียงก้องไปทศทิศ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสุวรรณาภาธวัชโพธิสัตว์ มือถือวชิรคฑา โปรดสัตว์
52 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จผลในนิพพาน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสามเศียรสุอริยะ นั่งขัดสมาธิ โปรดสัตว์ด้วยนิพพานธรรม
53 สึดทอแย หมายถึงสำเร็จในอรรถทั้งหลาย
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ ทำมือท่าปทุมมุทรา รอบรู้ธรรมทั้งปวง
54 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จเห็นแจ้งด้วยมงคลจิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ประทับยืนเหนือมังกร หลั่งน้ำอมฤตลงในมหาสมุทร โปรดสัตว์ด้วยมงคลจิต
55 มอฮอสึดทอแย หมายถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ เปร่งรัศมี มือถือรัตนธวัช ส่องแสงสว่างโปรดสัตว์
56 ซอผ่อฮอ ผลสำเร็จจากการปฏิบัติกรุณาธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระโมคคัลลานะเถระ มือถือขักขระและอุ้มบาตร ระงับภยันตรายให้สัตว์โลก

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/57-63.jpg
57 สึดทอยีอี สึดทอ หมายถึงสำเร็จ ยีอี หมายถึงว่างเปล่า เข้าสู่ความว่างเปล่าที่แท้จริงนั่นคือเข้าสู่สุขาวดี
รูปบรรดาพระโพธิสัตว์และทวยเทพชุมนุมพร้อมกันที่สุขาวดี
58 สึดพันลาแย หมายถึงความอิสระอันสมบูรณ์
รูปกำยานพระอมิตาภะพุทธเจ้ากับพระอวโลติเกศวร
59 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จในสภาวะธรรมอันสมบูรณ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอชานเถระ ใบหน้าหัวเราะชูบาตรขึ้นสูง เพิ่มพูนกำลังใจในการโปรดสัตว์
60 นอลากินชี หมายถึงสำเร็จด้วยความรัก ความรักที่มีต่อชาวโลกดังห้วงมหาสมุทรมิมีวันเหือดแห้ง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นคีรีสาครปัญญาโพธิสัตว์ มือถือดาบทองคำ
61 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จสมบูรณ์ด้วยโพธิสัตว์ธรรม ปล่อยวางจากทัศนแห่งปัจเจกธรรม ปัจเจกธรรมเพื่อตนเอง โพธิธรรมเพื่อสรรพสัตว์ทั้งปวง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นจัณทาลเถระ หาบงอบฟาง ถือสัทอรรถธรรมอสังสฤต โปรดสัตว์
62 มอลานอลา มอลา คือมโนรส นอลา คือ อนุตร อนุตรผลสำเร็จด้วยจิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นรัตนมุทรราชโพธิสัตว์ มือถือขวานทองคำ ทดสอบจิตและการกระทำของสัตว์โลก
63 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จด้วยรู้สภาวะเดิมอันอยู่ภายในจิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเกาซีลาเถระ สวมรองเท้าอ้อเดินบนคลื่นน้ำ เปล่งเสียงดังคลื่น เพื่อเดือนสรรพสัตว์

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/64-70.jpg
64 สึดลาเจงออหมุกแคแย หมายถึงความสมานฉันท์ ความรักกันในสัตว์โลก
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเภสัชราชโพธิสัตว์ ถือสมุนไพรรักษาโรค ให้สัตว์โลก
65 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จด้วยธรรม ธรรมเท่านั้นที่รักษาโรคทางจิตได้
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสมบูรณ์โพธิสัตว์ สวมเสื้อแดง มือทำท่ามุทรา ด้วยจิตอันสมบูรณ์ อำนวยสุขแก่สัตว์โลก
66 ซอผ่อหม่อฮอ ออสึดทอแย ซอพอหม่อฮอ หมายถึงสัตว์ทุกประเภท ออสึดทอแย หมายถึงร่วมกันสุขสบาย
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอุตรเภสัชโพธิสัตว์ มือถือกุณโท รักษาโรคให้มนุษย์
67 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จธรรมไปถึงฝั่งโน้น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ มือยกชูพระสูตร โปรดสัตว์ไปจุติในสุขาวดีภูมิ
68 เจกิตลาออสึดทอแย เจกิดลา คือการใช้วชิระจักร ออสิตทอแย ความสำเร็จอันไม่มีใดเทียบ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นแม่ทัพพยัคฆ์คำราม ถือขวาน ปราบมารด้วยจิตอันมั่นคง
69 ซอผ่อฮอ หมายถึงความสำเร็จจากการไม่ประกอบอกุศลทั้งมวล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นบรรดาเทพมารราช ถือหอกยาว
70 ปอทอมอกิตสึดทอแย ปอทอ แปลว่าดอกบัวแดง มอกิต คือชนะ สึดทอแย คือสำเร็จทั้งสิ้น มรรคผลประดุจบัวแดงอันบริสุทธิ์ไม่มีมลทินจากโคลนตม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสัทคนธ์เทพโพธิสัตว์ ยกกระถางธูปมโนรส คุ้มครองสัตว์โลก

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/71-77.jpg
71 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จโดยไม่ยึดติด
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ โปรยดอกบัวพันกลีบ เพื่อบรรลุความปรารถนาให้สัตว์โลกมีสุข
72 นอลากินชี พันแคลาแย นอลากินชี คือรักษาไว้ด้วยความเป็นมงคล พันแคลาแย แปลว่าเถระเพ่งโดยอิสระ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นปูราณเถระ อุ้มบาตร ช่วยสัตว์โลกให้พ้นภยันตราย
73 ซอผ่อฮอ สำเร็จด้วยความสำนึกในสภาวะดั้งเดิม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นดาลาณีบุตรโพธิสัตว์ ถือผลไม้สดให้ทานแก่สรรพสัตว์ โปรดสัตว์ให้รู้สภาวะเดิมแท้
74 มอพอลีเซงกิตลาแย มอพอลีเซง คือมหาวีระ กิตลาแย คือสภาวะเดิม มหาวีระผู้เห็นแจ้งในสภาวะเดิม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสมาธิญานโพธิสัตว์ นั่งขัดสมาธิจักร ถือรัตนโคมไฟ ส่องแสงไปทั่วธรรมโลกธาตุ
75 ซอผ่อฮอ สำเร็จโดยรวมความทั้งหมดของมหากรุณาธารณีนี้
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมหากัสสปะเถระ มือซ้ายถือประคำ มือขวาถือไม้เท้า นำสรรพสัตว์ปฏิบัติธรรม
76 นำมอห่อลา ตันนอตอลา แหย่แย น้อมนมัสการพระรัตนไตร พระโพธิสัตว์ย้ำให้ศรัทธามั่นในพระรัตนไตร และสวดท่องธารณีอย่างต่อเนื่อง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอากาศครรภ์โพธิสัตว์ ถือดอกไม้ นั่งบนอาสน์หิน ให้สัตว์โลกมั่นคงในศรัทธา
77 นำมอ ออรีแย น้อมนมัสการองค์อริยะ เตือนสรรพสัตว์ให้รีบเร่งปฏิบัติธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสมันตภัทรโพธิสัตว์ นั่งบนหลังคันธหัสดร์ร้อยรัตน ให้สรรพสัตว์ปฏิบัติธรรมโดยสมบูรณ์

http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/78-84.jpg
78 พอลูกิตตี หมายถึงพระอวโลติเกศวร ผู้นำพาสรรพสัตว์เข้าสู่สุขาวดีพุทธภูมิ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมัญชูศรีโพธิสัตว์ นั่งอยู่บนหลังสิงหอาสน์ มือซ้ายชี้ขึ้นท้องฟ้า เพื่อให้สรรพสัตว์เข้าถึงธรรม
79 ชอพันลาแย หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายในตา อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือรูป
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทตาที่รับรู้ เป็นลักษณะดอกบัวทองพันกลีบ
80 ซอผ่อฮอ หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน หู อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ เสียง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทหูที่รับรู้ เป็นลักษณะวางแขนลงมา ล้อมรอบองค์ด้วยเครื่องดนตรี
81 งัน**สึดตินตู หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน จมูก อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ กลิ่น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทจมูกที่รับรู้ เป็นลักษณะชูนิ้วทั้ง5
82 มันตอรา คือธรรมมณฑล หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน ลิ้น อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ รส
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทลิ้น เป็นรูปชูมือตูละนุ่น
83 ปัดทอแย หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน กาย อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ สัมผัส
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทสัมผัส เป็นรูปยกคณฑ์บาตร
84 ซอผ่อฮอ หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน ใจ อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ อารมณ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายจิตประสาทและธรรมกาย เป็นรูป พระโพธิสัตว์ถือธวัชยาว สรรพสิ่งเกิดที่ใจ ความว่างเปล่าเกิดที่ใจ

จากหนังสือมหากรุณาธารณี หลวงจีนคณาณัติจีนพรต(เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร เรียบเรียง อาจารย์ ล.เสถียรสุตแปลไทย

ติดปีก
28-05-2008, 03:21 PM
หลักฐานจากพระคัมภีร์ก็มีความขัดแย้งกันในตัวมันเอง
คุณใบไม้ ยอมรับในสิ่งที่ตนเองเห็น
บ้างอย่างผมก็เห็นด้วย แต่บางอย่างก็ไม่เห็นด้วย
ด้วยเฉพาะการกล่าวอ้างสรุปข้างต้น


กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ ก็คือ กวนอิม


ซึ่งผมมีความเห็นเป็นอย่างอื่น

ติดปีก
28-05-2008, 03:26 PM
ท่านใบไม้

อวตารของอวโลกิเตศวรทั้ง 84 รูปกาย นั่นแค่หลักๆ
แต่พระองค์ทรงบิดเบือนกายได้เป็นหมื่นโกฏิ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ชรา หมุ่นสาว
หรือแม้แต่เทพ อสูร มหาเทพ คนธรรค์ พระพุทธเจ้า ฯลฯ

มันไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันที่แท้จริง
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ ก็คือ กวนอิม </TD></TR></TBODY></TABLE>

คุณต้องแยกแยะจิตเดิมออกให้ได้
ไว้ผมจะเฉลยให้ฟังในภายหลัง
จะได้รับรู้อีกมุมมองหนึ่ง นะครับ

ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 03:32 PM
คุณ ติดปีก ครับ




1. "หลักฐานจากพระคัมภีร์ก็มีความขัดแย้งกันในตัวมันเอง"

คำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าไม่เคยขัดแย้งกันเลยครับ แต่คนบางคนไม่ได้ปฏิบัติ บางคนปฏิบัติได้ไม่ถึงขั้น จึงตีความคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าผิดไป แบบคุณก็ตีความไม่ได้ว่า พระอวโลกิเตศวรจะเป็นผู้ชายก็ได้ ผู้หญิงก็ได้ เป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม พระตาราขาว พระตาราเขียวก็ได้ และแต่ละองค์ก็จะอวตารเป็นอื่นๆได้อีกมากมาย

2. "ซึ่งผมมีความเห็นเป็นอย่างอื่น"

ถูกต้องแล้วครับ ความคิดและความเชื่อของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ถ้ายังไม่เข้าถึงอรหันต์ ย่อมยังไม่รู้ไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องอสังขตธาตุ จึงอาจคิดผิดได้ ภาษาพระเขาเรียก มิจฉาทิฏฐิครับ

ติดปีก
28-05-2008, 03:33 PM
ท่านใบไม้ สรุปว่า พระแม่กวนอิม เป็นสตรีเพศ หรือ บุรุษเพศ ครับ
ท่านใบไม้ คิดว่า พระแม่กวนอิม กับพระอวโลกิเตศวร โดยแท้จริงคือองค์เดียวกันหรือเปล่าครับ

ติดปีก
28-05-2008, 03:36 PM
สำหรับผมแล้ว พระอวโลกิเตศวร คือ บุรุษเพศ ครับ
ส่วนพระแม่กวนอิม คือ สตรีเพศ ครับ

พระแม่กวนอิม โดยแท้จริงแล้ว พระศักติ หรือ ชายา ของ อวโลกิเตศวร ครับ
พระญาณของพระแม่กวนอิม = พระโพธิสัตว์ตารา = พระนางปรัชญาปารมิตา ครับ

ติดปีก
28-05-2008, 03:37 PM
ผมเลยเสนอให้ท่านใบไม้ ลองศึกษา คติรัตนตรัยมหายาน
จะได้เป็นการยืนยันความคิด แต่หากไม่เห็นชอบ ก็ไม่เป็นไรครับ

ติดปีก
28-05-2008, 03:38 PM
ความจริงที่ว่านี้

ใครคือพระอนุตรธรรมบิดา
ใครคือพระอนุตรธรรมมารดา
ของพระชินเจ้าทั้งปวง

ผู้มีมิจฉาทิฐิ อาจเป็นผู้ไม่รู้จริงหรือศึกษาไม่ถ่วงแท้ก็ได้นะครับ

ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 03:39 PM
ผมเลยเสนอให้ท่านใบไม้ ลองศึกษา คติรัตนตรัยมหายาน
จะได้เป็นการยืนยันความคิด แต่หากไม่เห็นชอบ ก็ไม่เป็นไรครับ


ขอบพระคุณครับ จะเปิดกูเกิลค้นหาเดี๋ยวนี้

ติดปีก
28-05-2008, 03:43 PM
แล้วไว้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในโอกาสต่อไปครับ
ขอตัว เลิกงานกลับบ้าน

ติดปีก
28-05-2008, 05:44 PM
หวัดดี คุณใบไม้ อีกครั้ง
ตั้งแต่ตอบกระทู้มา ยังไม่เห็นเจ้าของกระทู้เลย
ท่านเทวดา ส่งเสียงหน่อยครับ

ติดปีก
28-05-2008, 05:58 PM
ตอนแรกๆ ผมศึกษาเรื่องนี้ จากเว็บไซต์ และพระสูตรต่างๆ เหมือนท่านใบไม้ได้นำเสนอ
แต่เมื่อกลับไปศึกษาเชิงลึกอีกครั้ง กลับได้คำตอบที่น่าประหลาดใจ

ผมจึงไปตั้งต้นศึกษาอารยธรรมเขมร เกี่ยวกับเรื่องราวของพระองค์ ทั้ง
ศาสนาพราหมณ์ในอารยธรรมเขมร และศาสนาพุทธในอารายธรรมเขมร

เคยถามผู้รู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์ต่างๆ เช่น
ปรัชญาปารมิตาสูตร (Prajanaparamita Sutra)
กรัณฑวายูหสูตร (Krandavyuha Sutra)
สัทธรรมปุณฑริกสูตร (Saddharmapundarika Sutra) และอื่นๆ

ปรากฎว่าส่วนใหญ่ได้มีการปรับปรุงใหม่ ทำให้แตกต่างไปจากของเดิมมาก
จึงต้องเริ่มต้นศึกษาร่องรอยอารยธรรมเขมร อินเดีย จากนักโบราณคดี
ศิลาจารึกที่ค้นพบ หรือแม้แต่รูปเคารพต่างๆ อันจะเป็นหลักฐาน
ประกอบ เพื่อต้องการทราบตัวตนที่แท้จริงของพระองค์
แม้ว่าจะสื่อกับพระองค์ได้ก็ตาม แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเชื่อไปเสียหมด
เพราะพระองค์ท่านชี้ทางให้เราครึ่งหนึ่ง เราก็ต้องแสวงหาความจริงอีกครึ่งหนึ่ง


เรื่องราวผ่านมาเป็นพันๆ ปี หลักฐานที่จะตามเรื่องราวเหล่านี้ได้ ก็คือ
รูปเคารพ พงศวดาร และศิลาจารึก เพราะนักวิชาการ และนักโบราณคดี
จำเป็นต้องพิสูนจ์ให้ได้ เพื่อกำหนดคุณลักษณะ และอายุในสมัยนั้นๆ
จึงจะสามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี ได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้น การเข้าใจและนำเสนอเรื่องราวของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องให้เหตุผลที่จับต้องได้
ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นวิธีดังที่กล่าวมาข้างต้นครับ

ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 08:07 PM
คุณติดปีกครับ


1. "พระแม่กวนอิม เป็นสตรีเพศ หรือ บุรุษเพศ ครับ
พระแม่กวนอิม กับพระอวโลกิเตศวร โดยแท้จริงคือองค์เดียวกันหรือเปล่า"

......เมื่อเข้าถึงระดับโลกุตตระธรรม จะรู้ว่าอสังขตธาตุมีเพียงหนึ่งเดียว พระรัตนตรัย(พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)ก็คือพระบิดา พระบุตร และพระจิต พระรัตนตรัยเปรียบเหมือนมหาสมุทร เป็นจิตบริสุทธิ์ คุณจะเอาน้ำในจุดไหน มันก็บริสุทธิ์ทั้งนั้น

2. พระคัมภีร์ต่างๆ เช่น
ปรัชญาปารมิตาสูตร (Prajanaparamita Sutra)
กรัณฑวายูหสูตร (Krandavyuha Sutra)
สัทธรรมปุณฑริกสูตร (Saddharmapundarika Sutra) และอื่นๆ

ปรากฎว่าส่วนใหญ่ได้มีการปรับปรุงใหม่ ทำให้แตกต่างไปจากของเดิมมาก
จึงต้องเริ่มต้นศึกษาร่องรอยอารยธรรมเขมร อินเดีย จากนักโบราณคดี
ศิลาจารึกที่ค้นพบ หรือแม้แต่รูปเคารพต่างๆ อันจะเป็นหลักฐาน
ประกอบ เพื่อต้องการทราบตัวตนที่แท้จริงของพระองค์

......ถ้าการรู้ทางจิตด้วยความเป็นอริยะสงฆ์คงไม่แตกต่างกันเท่าไรหรอกครับ เพราะพระสูตรมหายานมีทั้งในคัมภีร์บนโลก และคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งอยู่ในพระนิพพาน มาดลใจให้รู้ความจริง

ติดปีก
28-05-2008, 08:17 PM
ตอบข้อที่ 1

......เมื่อเข้าถึงระดับโลกุตตระธรรม จะรู้ว่าอสังขตธาตุมีเพียงหนึ่งเดียว พระรัตนตรัย(พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)ก็คือพระบิดา พระบุตร และพระจิต พระรัตนตรัยเปรียบเหมือนมหาสมุทร เป็นจิตบริสุทธิ์ คุณจะเอาน้ำในจุดไหน มันก็บริสุทธิ์ทั้งนั้น
เห็นด้วยครับในเรื่องของโลกธาตุ จิตวิญญาณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเอกภพ ด้วยเหตุผลเชิงมโนทัศน์

ตอบข้อที่ 2

......ถ้าการรู้ทางจิตด้วยความเป็นอริยะสงฆ์คงไม่แตกต่างกันเท่าไรหรอกครับ เพราะพระสูตรมหายานมีทั้งในคัมภีร์บนโลก และคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งอยู่ในพระนิพพาน มาดลใจให้รู้ความจริง
พระอริยะสงฆ์ทั้งหลาย ย่อมรู้เรื่องราวที่เป็นอจินไตย หรือสัพพัญญู (รอบรู้)
และมีความเป็นไปได้ไหมครับ ในเรื่องราวเดียวกันนี้ แต่กลับได้ผลลัทธ์ที่ต่างกัน
ซึ่งก็มีความเป็นได้สูงด้วยเช่นกัน ในเมื่อมโนทัศน์ต่างกันตามระดับบารมี
โยนิโสมนัสสิการ น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

thanatos hipnos
28-05-2008, 10:35 PM
55+

telwada
30-05-2008, 08:34 PM
ธรรมดาของระบบสุริยะจักรวาล
ธรรมดาของมนุษย์ที่อยู่บนโลก ย่อมมองเห็น ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดวงเดียวกัน แม้จะอยู่คนละตำแหน่งบนโลก แต่เหตุใด เทวดา ตามความเชื่อของแต่ละชุมชน จึงแตกต่างจากกัน
แต่มีความเชื่ออย่างหนึ่ง ในทางพุทธศาสนา นั่นก็คือ พุทธองค์ หรือพระพุทธเจ้ามีจริง
แต่ในทางศาสนาพุทธของจีนทำไมจึงเกิดมี เจ้าแม่กวนอิม ไม่ทราบว่า เจ้าแม่กวนอิม ในทางพุทธศาสนานั้น ควรเป็นใครกันแน่ เป็นจีน หรือเป็น อินเดีย คือเป็นป้าของ ราหุล หรือพี่ของนางยโสธรา ใครรู้บ้าง


แล้วท่านทั้งหลายที่เขียนถึง เจ้าแม่กวนอิม ได้อ่าน หัวกระทู้หรือไม่ว่า ข้าพเจ้าเขียนเป็นแนวทางให้วิเคราะห์ กันอย่างไร

ตามตำรา มีร้อยแปด แต่ตามระบบสุริยะจักรวาล
เจ้าแม่กวนอิม คือ ใครกันแน่
ตอนเป็นมนุษย์

และเป็นใครกันแน่ เมื่อเป็นเทพบนสวรรค์

ติดปีก
30-05-2008, 09:29 PM
ปริศนามีมากมาย
ทายได้ให้ถูกใจ
ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจ
แล้วใยไม่แพร่งพราย

ลีลาอย่างมากนัก
ตั้งกระทู้แล้วจางหาย
ปริศนารอคลี่คลาย
ผู้เฝ้าหมายรอชื่นชม

ใบไม้นอกกำมือ
30-05-2008, 11:01 PM
คุณtelwadaครับ



พระโพธิสัตว์กวนอิมเกิดในสมัยพระพุทธเจ้าองค์อื่นครับ ท่านอยู่มาก่อนโคตมพุทธเจ้าไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์


โคตมพุทธเจ้าตรัสถึงพระอวโลกิเตศวรในพระสูตรมากมาย เช่น สัทธรรมปุณฑริกสูตร มหากรุณาธารณีสูตร ปารามิตาสูตร พึงสังเกตว่าตอนที่พระพุทธองค์ตรัส ตอนนั้นพระองค์ท่านก็พูดถึงกวนอิม 84 ปางแล้ว แสดงว่าท่านเกิดมานานก่อนโลกธาตุในจักรวาลนี้ ไม่รู้นานเท่าไร

ใบไม้นอกกำมือ
30-05-2008, 11:13 PM
คุณtelwadaครับ



ในมหากรุณาธรณีสูตร" องค์สมเด็จพระบรมศาสดาได้ทรงมีพระดำรัสสรุปความแก่บรรดา พุทธโพธิสัตว์ และทวยเทพในที่ประชุมว่า

"แท้ที่จริงแล้ว พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์นี้ ได้สำเร็จธรรมในขั้น "พุทธะ" เมื่อครั้งหลายแสนกัปป์มาแล้ว ทรงพระนามว่า "เจิ่น ฝ่า หมิง ยู ไล้" แต่ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยจะโปรดเหล่าพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ให้มาร่วมกันฉุดช่วยเวไนยสัตว์มากมายที่ยังหลงเหลืออยู่ในทะเลทุกข์ พระองค์จึงทรงหวนกลับจากพุทธภูมิลงสู่แดนโพธิสัตว์อีก"

ติดปีก
31-05-2008, 09:37 AM
แถลงไข คติจีน คติเขมร คติเนปาล สิ้นสงสัย
เทวดา หลบไปไหน ปริศนายังรออยู่

Saint Telwada
31-05-2008, 12:41 PM
ปริศนามีมากมาย
ทายได้ให้ถูกใจ
ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจ
แล้วใยไม่แพร่งพราย

ลีลาอย่างมากนัก
ตั้งกระทู้แล้วจางหาย
ปริศนารอคลี่คลาย
ผู้เฝ้าหมายรอชื่นชม

ตอบ...
คงไม่รู้ จึงเขียนถาม
เป็นเพราะนาม ที่ขานไข
จักรวาล โดยทั่วไป
ถือเทพไหน ว่ามีจริง

จะถือตามพราหมณ์ ฮินดู
หรือเทพไทย ก็สุดรู้
ประเทศที่มีอยู่
เทพก็ต่างชื่อกันไป

พระแม่ กวนอิมเจ้า
จะยึดเอา ตามศาสน์ไหน
ถ้าเป็นพุทธ ต้องถือใน
องค์อุมา ที่ใครเรียก แม่กาลี

จะถูก หรือจะผิด
ช่วยถกคิด กันหน่อยซี
จักรวาล ก็หนึ่งมี
เหตุไฉน หลายเทพธรรม....

ติดปีก
31-05-2008, 04:33 PM
ปริศนาได้แจ้งแล้ว
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อกำเนิดศักติเทพ (พระแม่ศักติ)
พระผู้เป็นมารดา แห่งสรวงมหรรณพ
พระผู้ก่อเกิด แห่งอนันตเอกภพ

ขอนอบนัอมด้วยมนตราแห่งโองการ (โอม)
ธารณีแห่งโลกธาตุผู้เสกสรรค์
จิตวิญญาณ บริสุทธิ์ คุณอนันต์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อกำเกิดที่เดียวกัน
แบ่งกายภาค ดั่งจันทราที่ทอดเงาบนแผ่นน้ำ
ทั้งตรีกาย รูปกาย อรูปกาย ตามประสงค์
ไม่มีจุดเริ่มต้น ท่ามกลาง และสิ้นสุด
เหนือสามัญวิสัย ใจมนุษย์ จะคาดหวัง
หากจะรู้แท้ ต้องปฏิบัติ บูชาด้วยพลัง
ปริศนาข้อสงสัย ต่างๆ ย่อมคลี่คลาย

ขอนอบน้อมองค์พระแม่ศักติเจ้า
พระผู้เป็นมารดาแห่งพระ ชินสี
ที่ห่วงหา อุทรบุตร ไว้อ้อมอก
คอยลากยุด ฉุดกระชาก ให้ห่างไกล กิเลสมาร

ขอพระแม่ทรงนำพาสู่แดนสรวง อันสุขสันต์
ขอพระแม่ทรงเป็นแสงธรรมแห่งปัญญา
ขอความไพบูลย์ จงบังเกิดแก่ทั่วหล้า
ขอจงสวัสดิ มีชัย ทุกท่านเทอญฯ

ใบไม้นอกกำมือ
31-05-2008, 10:28 PM
ตอบ...
จะถือตามพราหมณ์ ฮินดู
หรือเทพไทย ก็สุดรู้
ประเทศที่มีอยู่
เทพก็ต่างชื่อกันไป

พระแม่ กวนอิมเจ้า
จะยึดเอา ตามศาสน์ไหน
ถ้าเป็นพุทธ ต้องถือใน
องค์อุมา ที่ใครเรียก แม่กาลี



กวนอิมสามารถแบ่งภาคเป็นพระอุมา กาลี สุรัสวดี พระพรหม พระนารายน์ พระศิวะก็ได้ เพราะท่านเป็นพระเจ้า(พระพุทธเจ้า)ในโลกที่ 3 ภพ

ใบไม้นอกกำมือ
31-05-2008, 10:49 PM
คุณติดปีกครับ



ปริศนาได้แจ้งแล้วก็จริง แต่คุณยังเข้าใจไม่แจ้งครับ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์.... อสังขตธาตุในนิพพาน ก่อกำเนิดศักติเทพ (พระแม่ศักติ) = ศิวะ พรหม นารายน์ อุมา พระแม่กาลี ฯลฯ ซึ่งก็คือ = กวนอิม ซึ่งเป็น อสังขตธาตุที่ไม่เข้านิพพาน

สิ่งศักดิ์สิทธิ์.... อสังขตธาตุในนิพพาน ได้มอบหมายให้กวนอิม(อสังขตธาตุที่ไม่เข้านิพพาน) รับช่วงส่งไม้ต่อให้พระชินสี(พระพุทธเจ้า) พาคนเข้านิพพานครับ

ติดปีก
01-06-2008, 07:06 AM
นักปราชญ์ มักจะรู้ ในสิ่งที่ไม่รู้
อันคนเบา มักจะไม่รู้ แล้วก็บอกว่ารู้

เรื่องราว ศักตินิกาย ชวนให้พิศ
กลับไปคิด ค้นหาปริศนา
แล้วเชื่อมโยง ไศวะ และไวษณพ
ทั้งคติโพธิสัตว์ โลเกศวร
แหล่งค้นคว้า อยู่ที่นาลันทา
ปวงปรัชญา นักปราชญ์ พุทธภูมิ

แล้วอย่าเพิ่ง สบประมาท ไม่รู้แจ้ง
เพราะคำแย้ง ทำให้ตน ย่อมมัวหมอง
ให้เหตุผล อันเป็นสิ่ง ที่ประคอง
อย่าลืมมอง จิตตน ระคนเอย

ใจนักปราชญ์ ยอมรับ ความคิดเห็น
จะให้เขา ยอมรับ สิ่งที่เป็น
จงรับเห็น เขาบ้าง เป็นไรไป

ความคิดเห็น ชี้นำ ใช่เต็มร้อย
ควรคำนึง ไตร่ตรอง ด้วยเหตุผล
มโนทัศน์ พิศดาร แจงลำเค็ญ
ชี้ให้เป็น นั่นแสนยาก ลำบากเอย

ไร้กรรม
01-06-2008, 07:33 AM
หวัดดีคุณขวัญ...เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ มืด ปืด ตา...สว่างจ้ารับอรุณ

telwada
01-06-2008, 08:24 AM
กวนอิมสามารถแบ่งภาคเป็นพระอุมา กาลี สุรัสวดี พระพรหม พระนารายน์ พระศิวะก็ได้ เพราะท่านเป็นพระเจ้า(พระพุทธเจ้า)ในโลกที่ 3 ภพ

อ้าว ถ้าอย่างนั้น เทพเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ เกิดทีหลัง เจ้าแม่กวนอิมหรือขอรับ มั่วหรือเปล่าขอรับ

ก็ตามประวัติเจ้าแม่กวนอิมนั้น ท่านมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และปฏิบัติธรรมตามพุทธศาสนา ซึ่งทางจีนเรียก พระพุทธเจ้าว่า "พระยูลัย" แล้วสำเร็จมรรคผล จนเลื่องลือชาวบ้าน ขนานนามว่า "เจ้าแม่กวนอิม"

แล้วคุณ ใบไม้นอกกำมือ ไปเอาที่ไหนมา เขียนมั่ว ไม่ค่อยเข้าทีเลยคุณ

ติดปีก
01-06-2008, 08:34 AM
เพราะหลงตน ในหลักการ
ท่านเทวดา ช่วยวิพากษ์ ให้ทีเถิด
จะได้เกิด กำเนิดผล
จะได้เลิก หยิ่ง ทรนง
จิตจะได้มั่นคง ดั่งหมายเอย

ใบไม้นอกกำมือ
01-06-2008, 08:27 PM
อ้าว ถ้าอย่างนั้น เทพเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ เกิดทีหลัง เจ้าแม่กวนอิมหรือขอรับ มั่วหรือเปล่าขอรับ

ก็ตามประวัติเจ้าแม่กวนอิมนั้น ท่านมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และปฏิบัติธรรมตามพุทธศาสนา ซึ่งทางจีนเรียก พระพุทธเจ้าว่า "พระยูลัย" แล้วสำเร็จมรรคผล จนเลื่องลือชาวบ้าน ขนานนามว่า "เจ้าแม่กวนอิม"

แล้วคุณ ใบไม้นอกกำมือ ไปเอาที่ไหนมา เขียนมั่ว ไม่ค่อยเข้าทีเลยคุณ

1. เทพเจ้า(อุมา ศิวะ พระพรม ศิวะ นารายน์)ในศาสนาต่างๆ ที่ไม่เข้านิพพาน ก็คือพระโพธิสัตว์มหายาน พระโพธิสัตว์มหายานเป็นอสังขตธาตุที่ไม่เข้านิพพาน พระโพธิสัตว์มหายานเป็นอสังขตธาตุที่ไม่เข้านิพพาน ที่สำคัญที่สุด คือ เจ้าแม่กวนอิม ผมก็อาจเป็นกวนอิมได้ คุณก็เป็นกวนอิมได้ ถ้าคุณเข้าสู่ความเป็นอสังขตธาตุและไม่ยอมเข้านิพพาน แต่ถ้าคุณบรรลุแล้วเข้านิพพานไป คุณก็คือ หนึ่งในรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในพระนิพพานล้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนอสังขตธาตุทีไม่ยอมเข้านิพพาน ก็เป็นหนึ่งเดียวกัน เพียงแต่แยกกันทำหน้าที่เท่านั้น

2. คำว่า พุทธศาสนา = ศาสนาของผู้ตื่นแล้ว รู้แล้ว เบิกบานแล้ว ในโลกธาตุอื่น ในกัปกัลป์อื่น ถ้ามีผู้ที่สอนให้ผู้คนเข้านิพพานได้ ผู้สอนก็เรียกพระพุทธเจ้า(ตถาคต)ทั้งนั้น ศาสนาอื่นๆที่ยังไม่มีผู้สอนให้คนเข้านิพพาน จะเรียกว่า คริสต์ อิสลาม ฮินดู เต๋า หรืออะไรก็ได้

ผมไม่มีการมั่วครับ ผมคือผู้รู้จริงและรู้ลึกซึ๊งที่สุด แต่คนเขาจะกล่าวหาว่าผมเป็นอลัชชี เป็นมารศาสนา เป็นซาตาน ฯลฯ มันก็เป็นเรื่องของเขา ผมก็บอกความจริง แต่คุณหรือใครจะไม่เชื่อผมและหาว่าผมมั่วหรืออะไรผมไม่สนอยู่แล้ว แล้วแต่บุญบารมีของแต่ละคน ถ้าเขาไม่มีบุญบารมีจะรู้ความจริง เขาก็จะไม่มีทางเชื่อผม

ติดปีก
01-06-2008, 08:31 PM
ปล่อยไปตามกรรม

ใบไม้นอกกำมือ
01-06-2008, 10:18 PM
http://www.amitabha-gallery.org/gallery/f-sakyamuni-1.jpg

telwada
02-06-2008, 08:38 AM
1. เทพเจ้า(อุมา ศิวะ พระพรม ศิวะ นารายน์)ในศาสนาต่างๆ ที่ไม่เข้านิพพาน ก็คือพระโพธิสัตว์มหายาน พระโพธิสัตว์มหายานเป็นอสังขตธาตุที่ไม่เข้านิพพาน พระโพธิสัตว์มหายานเป็นอสังขตธาตุที่ไม่เข้านิพพาน ที่สำคัญที่สุด คือ เจ้าแม่กวนอิม ผมก็อาจเป็นกวนอิมได้ คุณก็เป็นกวนอิมได้ ถ้าคุณเข้าสู่ความเป็นอสังขตธาตุและไม่ยอมเข้านิพพาน แต่ถ้าคุณบรรลุแล้วเข้านิพพานไป คุณก็คือ หนึ่งในรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในพระนิพพานล้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนอสังขตธาตุทีไม่ยอมเข้านิพพาน ก็เป็นหนึ่งเดียวกัน เพียงแต่แยกกันทำหน้าที่เท่านั้น

ตอบ...
คุณ ใบไม้ฯ คุณมีทิฏฐิ อวดรู้ และมั่วนิ่มจริงเลยนะ
เทพเจ้า พระแม่ อุมาเทวี พระศีวะ พระพรหม พระนารายณ์ ล้วน สำเร็จ สิ่งที่ทางศาสนาพุทธเรียกว่า "ปรินิพพาน หรือนิพพาน ทั้งสิ้น แต่ในทาง เทพเจ้า เขาไม่เรียกว่า นิพพาน เขาเรียกว่า วิชชา 3 วิชชา 8 ชั้นสุงสุด คือ "ชั้นพรหม"
พุทธศาสนา เกิดจาก เทพเจ้า ทั้งหลายเหล่านั้น อันนี้คุณมั่ว ไปตามความคิด ความเข้าใจของคุณ
แต่ข้าพเจ้า สามารถพิสูจน์ ให้คุณเห็นได้ว่า หลักวิชชา 3 วิชชา 8 หรือผลแห่งการปฏิบัตินั้น ทางศาสนาพุทธเรียกว่า "ปรินิพพาน หรือ นิพพาน " แต่ในทางเทพเจ้า เรียกว่า "ชั้นพรหม"
ถ้าคุณจะเพียงว่า พรหม ยังแพ้พระพุทธองค์ คุณก็เข้าใจผิดอีก คำว่า พรหมในศาสนาพุทธนั้น มิได้หมายถึง เทพเจ้า แต่หมายถึง บิดามารดา พี่ น้อง ป้า น้า อา ปุ่ ยา ตา ยาย และผุ้มีอำนาจหน้าที่ในทางมนุษย์ ตั้งแต่ พระเจ้าแผ่นดิน เป็นต้นมา จนถึง เจ้าขุน มุลนาย หัวหน้า ฯ 2.

ใบไม้ฯเขียน....คำว่า พุทธศาสนา = ศาสนาของผู้ตื่นแล้ว รู้แล้ว เบิกบานแล้ว ในโลกธาตุอื่น ในกัปกัลป์อื่น ถ้ามีผู้ที่สอนให้ผู้คนเข้านิพพานได้ ผู้สอนก็เรียกพระพุทธเจ้า(ตถาคต)ทั้งนั้น ศาสนาอื่นๆที่ยังไม่มีผู้สอนให้คนเข้านิพพาน จะเรียกว่า คริสต์ อิสลาม ฮินดู เต๋า หรืออะไรก็ได้

ตอบ...
คุณเขียนได้ ว่า พุทธศาสนา คือ ศาสนาของผู้รุ้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แต่คุณรุ้ไหมว่า หลักธรรมคำสอน ที่จะทำให้คุณ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน คือ หลักธรรม คำสอนใด
คุณไม่ต้องเอาหลักธรรมที่มีอยู่เดิมมาตอบ นะ เพราะมันจะเป็นการประจาน ความไม่ถุกต้อง เพราะสิ่งที่มีอยู่เดิม ไม่สามารถ สร้างผู้คนในศาสนาพุทธให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ได้ ยกเว้น
หลักธรรมคำสอนทางศาสนาพุทธ ตามหลักศรีอาริยเมตไตย เท่านั้น
อนึ่ง ศาสนาอื่นๆ ก็สามารถเข้าถึง บรรลุ และสำเร็จ สิ่งที่ทางศาสนาพุทธ เรียกว่า "นิพพาน หรือปรินิพพาน"ได้ เพียงแต่ ศัพท์ภาษา ของศาสนาอื่นๆ ไม่ได้เรียกว่า "นิพพาน หรือปรินิพพาน"อย่างศาสนาพุทธ
คุณใบไม้ฯ ถ้าคุณรู้ไม่จริง มั่วไปตามความคิดของคุณ ก็อย่าแสดงความคิดเห็นเลยขอรับ สิ่งที่คุณกล่าวมาแสดงให้เห็นถึงระดับสมองสติปัญญา หรือไอคิวของคุณแล้วนะขอรับ

ใบไม้เขียน.....
ผมไม่มีการมั่วครับ ผมคือผู้รู้จริงและรู้ลึกซึ๊งที่สุด แต่คนเขาจะกล่าวหาว่าผมเป็นอลัชชี เป็นมารศาสนา เป็นซาตาน ฯลฯ มันก็เป็นเรื่องของเขา ผมก็บอกความจริง แต่คุณหรือใครจะไม่เชื่อผมและหาว่าผมมั่วหรืออะไรผมไม่สนอยู่แล้ว แล้วแต่บุญบารมีของแต่ละคน ถ้าเขาไม่มีบุญบารมีจะรู้ความจริง เขาก็จะไม่มีทางเชื่อผม


ตอบ...
เขากล่าวหาคุณ ถูกต้องแล้วขอรับ ให้คุณอ่าน คำตอบของข้าพเจ้าแล้วไปพิจารณาดูให้ดี
ถ้าคุณสงสัยก็ถามข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าจะโปรดสัตว์ อย่างคุณ ใด้เลิกมั่ว และขอย้ำ
สิ่งที่คนเขา กล่าวหาคุณนั้น เป็นจริง จากการวิเคราะห์ ข้อเขียนของคุณ ขอรับ

ติดปีก
02-06-2008, 08:46 AM
ท่านเทวดา ได้ชี้แนะ ความเหมาะสม
มิได้ข่ม สยบ ให้มัวหมอง
ควรรับฟัง พิจารณา แล้วไตร่ตรอง
อย่าคะนอง หลงคิด ผิดไปเลย

ใบไม้นอกกำมือ
02-06-2008, 10:46 AM
ตอบ...
เขากล่าวหาคุณ ถูกต้องแล้วขอรับ ให้คุณอ่าน คำตอบของข้าพเจ้าแล้วไปพิจารณาดูให้ดี
ถ้าคุณสงสัยก็ถามข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าจะโปรดสัตว์ อย่างคุณ ใด้เลิกมั่ว และขอย้ำ
สิ่งที่คนเขา กล่าวหาคุณนั้น เป็นจริง จากการวิเคราะห์ ข้อเขียนของคุณ ขอรับ

ผมไม่มีการมั่วนิ่มครับ ผมเข้าถึงธรรมแล้ว ผมจึงรู้จริง สิ่งที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับพรหม ผมตอบให้หมดแล้วในกระทู้ พระพรหม จริงๆแล้วท่านมีกี่หน้า http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131377

ขอบพระคุณครับที่คุณคิดจะโปรดผม แต่ผมแนะนำด้วยความหวังดี คุณควรโปรดตัวเองดีกว่าให้เลิกมั่วนิ่ม เพราะการใช้สมองคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆ อาจเกิดการมั่วนิ่มจากอวิชชาที่เรียกว่า มิจฉาทิฏฐิ ได้ แต่การหยุดใช้สมองคิด ใช้เป็นแค่เครื่องมือประกอบปัญญาจากสมถะและวิปัสสนา คุณจะได้ความรู้จริงที่เป็นสัมมาทิฏฐิ

ใบไม้นอกกำมือ
02-06-2008, 10:49 AM
คุณ telwada และ คุณ ติดปีก ครับ



พวกคุณเป็นคนที่โชคดีมาก ถ้าคุณเอาความอหังการ อยากสอน มากกว่าอยากฟัง ออกไปบ้าง คุณจะได้ความรู้จากผมอีกเยอะเลย

telwada
03-06-2008, 08:57 AM
คุณใบไม้ฯ คุณแอบอ้าง และอวดอ้างว่าคุณ เข้าถึงธรรมบ้าง บรรลุธรรมบ้าง

ขอถาม...
คุณเข้าถึงธรรม บรรลุ ธรรม ในศาสนาใด คุณใช้หลักธรรมใด ปฏิบัติ จนบรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรมนั้น

คุณรู้ได้อย่างไรว่า คุณเข้าถึงธรรม หรือบรรลุธรรม คุณสามารถพิสูจน์ได้ไหม ว่าคุณสามารถบรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรมแล้ว

คุณตอบคำถามข้างบนนี้มาซิ
ถ้าคุณตอบไม่ได้ และไม่สามารถพิสุจน์ได้ว่า ตัวคุณ บรรลุธรรม หรือ เข้าถึงธรรมอะไรอย่างที่คุณกล่าวไว้
ข้าพเจ้าขอแนะนำให้คุณไป พบแพทย์ เพื่อรักษาอาการป่วยทางจิตของคุณ โดยด่วน เพราะคุณคิดเอาเองทั้งนั้น ไม่ได้มีจริงอย่างคุณแอบอ้าง และอวดอ้าง

วิมุตติ
03-06-2008, 10:52 AM
พระอริยะ ปะทะ พระศรีอาริย์ สนุกพิลึก

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 11:04 AM
คุณใบไม้ฯ คุณแอบอ้าง และอวดอ้างว่าคุณ เข้าถึงธรรมบ้าง บรรลุธรรมบ้าง

ขอถาม...
คุณเข้าถึงธรรม บรรลุ ธรรม ในศาสนาใด คุณใช้หลักธรรมใด ปฏิบัติ จนบรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรมนั้น

คุณรู้ได้อย่างไรว่า คุณเข้าถึงธรรม หรือบรรลุธรรม คุณสามารถพิสูจน์ได้ไหม ว่าคุณสามารถบรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรมแล้ว

คุณตอบคำถามข้างบนนี้มาซิ
ถ้าคุณตอบไม่ได้ และไม่สามารถพิสุจน์ได้ว่า ตัวคุณ บรรลุธรรม หรือ เข้าถึงธรรมอะไรอย่างที่คุณกล่าวไว้
ข้าพเจ้าขอแนะนำให้คุณไป พบแพทย์ เพื่อรักษาอาการป่วยทางจิตของคุณ โดยด่วน เพราะคุณคิดเอาเองทั้งนั้น ไม่ได้มีจริงอย่างคุณแอบอ้าง และอวดอ้าง


เข้าถึงธรรม หรือบรรลุธรรม เป็นเรื่องเฉพาะตัว พอดูได้บ้างเล็กน้อย เช่น โดนคนอื่นด่าว่า ใส่ความ ก็ไม่โกรธ ข้อเขียนของผมต้องการแค่บอกความจริง คุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร

แพทย์นั้นผมไปพบมาแล้ว ส่วนใหญ่งมงายกับวิชาพวกฝรั่ง ผมต้องสอนเขา ทำหนังสือแจกเขาด้วย ผมรักษาคนไข้โรคจิตที่เขารักษาไม่หายให้เขาดูเลย ผมบอกเขาว่าคนๆนี้ถูกผีสิง ตอนแรกแพทย์ไม่เชื่อ ตอนหลังเขาถึงกับงง ผมไม่ต้องใช้ยาอะไรเลย แต่รักษาคนป่วยได้

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 11:07 AM
พระอริยะ ปะทะ พระศรีอาริย์ สนุกพิลึก


คุณเทวดาไม่ใช่พระศรีอาริย์หรอกครับ เขาเป็นคนหลงตัวเองเท่านั้น

วิมุตติ
03-06-2008, 11:09 AM
คุณเทวดาไม่ใช่พระศรีอาริย์หรอกครับ เขาเป็นคนหลงตัวเองเท่านั้น

อ้าวหรอ เห็นเค้าเคยบอกว่า เค้าเป็น
มีการประกาศศาสนาว่าด้วย หลักธรรม 4 คู่ 8 ข้อ
แถมไปไหนมาไหนยังมีฉรรพรังสีอีกด้วยง่ะ...

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 11:12 AM
กต้องครับ ต้องเข้าโรงพยาบาล เช็คประสาท ซะบ้างนะคร้า...บ


ถ้าผมต้องเข้าโรงพยาบาล เช็คประสาท พระพุทธเจ้าก็ต้องเข้าโรงพยาบาล เช็คประสาทด้วยแล้วมั๊ง เพราะสิ่งที่พระองค์สอน มันเกินกว่าที่คนทั่วไปจะรู้ได้

วิมุตติ
03-06-2008, 11:14 AM
ถ้าผมต้องเข้าโรงพยาบาล เช็คประสาท พระพุทธเจ้าก็ต้องเข้าโรงพยาบาล เช็คประสาทด้วยแล้วมั๊ง เพราะสิ่งที่พระองค์สอน มันเกินกว่าที่คนทั่วไปจะรู้ได้


แล้วท่านรู้สิ่งที่พระองค์สอนหรือไม่
แล้วคุณใบไม้เป็นคนทั่วไปหรือเปล่า
หรือว่าเป็นยอดมนุษย์อุตราแมน

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 11:19 AM
ระวังคำพูดหน่อยเน้อ พี่น้องเอ๋ย หุ หุ หุ

ผมรู้ดีในสิ่งที่ผมพูดครับ ถ้าลูกศิษย์ที่เข้าถึงธรรมโดนเช็คประสาท ตัวอาจารย์ก็ต้องโดนด้วยไม่ใช่หรือครับ

ติดปีก
03-06-2008, 12:34 PM
ใยใจเจ้า ไม่ยอม ลดละเลิก
ปล่อยกำเริบ เสิบสาน ทั่วระแหง
ดั่งกิ่งไผ่ ต้องหิน สะท้อนแรง
ต้องหน่ายแหนง เพราะใจ ระคนเอย

ติเตียนเขา แล้วใย พาลไปทั่ว
ใจหมองมัว ปรามาส สิ่งศักดิ์สิทธิ์
กรรมย้อนรอย สักวัน คงได้คิด
เพราะจริต โทสะ นำพาเพลิน

telwada
03-06-2008, 01:02 PM
สิ่งที่คุณเทวดาพูดมาบางเรื่องก็ถูกนะครับ แต่เพราะเขาไม่ปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนา เขาแค่ใช้การอ่านและการคิดตีความ เขาจึงเข้าใจผิด มิจฉาทิฏฐิ เหมือนกับพระธรรมปิฎก และราชบัณฑิต คุณเสถียรพงษ์ เป็นมิจฉาทิฏฐิแบบเดียวกัน

ฮ่า ฮา ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ตอบไม่ได้ก็เลยมั่ว แถไปเรื่องอื่นเรือยๆ แถมยังยุแหย่ โดยความรู้เท่าไม่ถึงกาล ไม่มีความรู้ ความเข้าใจอะไรเลยในการศาสนา ดีแต่เรียนแบบ แล้วคิดเอาเอง มั่วเอาเอง ทำให้ศาสนามัวหมองเสื่อมโทรม แถมยังมั่วทำเอาศาสนาอื่นๆมัวหมองไปด้วย
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังมีหน้ากล่าวร้าย ยุแหย่ คิดว่า คนอื่นตีความ จากหนังสือ หรือจากพระไตรปิฎก แสดงว่า ไม่กระดิกอะไรเลย ได้แต่โอ้อวด
แต่ตอบคำถามไม่ได้ ไม่กล้าให้พิสุจน์ อีกต่างหาก
แล้วยังมีหน้า กล่าวร้าย ใส่ร้าย ทำให้ผู้อื่นเสือมเสีย อีกด้วย ข้าพเจ้าไม่อยากบอกว่าคุณผู้ใช้ชื่อว่า "ใบไม้นอกกำมือ"อะไรนั้น เข้าข่าย บ้า บริสุทธิ์
ยังมีหน้าเอา พระพุทธเจ้ามาอ้าง
ถามไปก็ตอบไม่ได้ ยังมีหน้าโอ้อวดว่า การบรรลุธรรม รู้ได้เฉพาะตัว
แล้วคุณจะพิสูจน์ไหม ข้าพเจ้านี้แหละบรรลุธรรม ชั้นอรห้นต์ สามารถพิสูจน์ได้จากปรากฎการณ์ทางสรีระร่างกาย
เขาพิสูจน์กันมานับไม่ถ้วนแล้ว
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
มิหน้า เขาถึงด่าว่าคุณเป็นพวกมารศาสนา ก็สมควรละนะ "อวดอุตริฯนี่หว่า"

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 01:08 PM
คุณติดปีกและคุณเทวดาครับ



ผมขออนุญาตไม่ตอบโต้นะครับ ที่บอกก็บอกไปแล้ว จะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นสิทธิของคุณ

telwada
03-06-2008, 01:29 PM
ฮ่า ฮา ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ตอบไม่ได้ก็เลยมั่ว แถไปเรื่องอื่นเรือยๆ แถมยังยุแหย่ โดยความรู้เท่าไม่ถึงกาล ไม่มีความรู้ ความเข้าใจอะไรเลยในการศาสนา ดีแต่เรียนแบบ แล้วคิดเอาเอง มั่วเอาเอง ทำให้ศาสนามัวหมองเสื่อมโทรม แถมยังมั่วทำเอาศาสนาอื่นๆมัวหมองไปด้วย
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังมีหน้ากล่าวร้าย ยุแหย่ คิดว่า คนอื่นตีความ จากหนังสือ หรือจากพระไตรปิฎก แสดงว่า ไม่กระดิกอะไรเลย ได้แต่โอ้อวด
แต่ตอบคำถามไม่ได้ ไม่กล้าให้พิสุจน์ อีกต่างหาก
แล้วยังมีหน้า กล่าวร้าย ใส่ร้าย ทำให้ผู้อื่นเสือมเสีย อีกด้วย ข้าพเจ้าไม่อยากบอกว่าคุณผู้ใช้ชื่อว่า "ใบไม้นอกกำมือ"อะไรนั้น เข้าข่าย บ้า บริสุทธิ์
ยังมีหน้าเอา พระพุทธเจ้ามาอ้าง
ถามไปก็ตอบไม่ได้ ยังมีหน้าโอ้อวดว่า การบรรลุธรรม รู้ได้เฉพาะตัว
แล้วคุณจะพิสูจน์ไหม ข้าพเจ้านี้แหละบรรลุธรรม ชั้นอรห้นต์ สามารถพิสูจน์ได้จากปรากฎการณ์ทางสรีระร่างกาย
เขาพิสูจน์กันมานับไม่ถ้วนแล้ว
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
มิหน้า เขาถึงด่าว่าคุณเป็นพวกมารศาสนา ก็สมควรละนะ "อวดอุตริฯนี่หว่า"


ขนาดข้าพเจ้ากล้าท้าให้พิสุจน์ คนหลายคน ยังสงสัยว่าจริงหรือไม่จริง
แล้วระดับคุณผู้ใช้ชื่อว่า ใบไม้ฯ
ตอบไม่ได้ ไม่กล้าให้พิสูจน์ บอกไม่ได้ว่าจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าคุณเข้าถึงธรรม บรรลุธรรม ใครเขาจะเชื่อคุณ

แบบว่า พอจนปัญญา ก็ได้เขียนว่า อะไรก็บอกให้แล้ว ฮ่า ฮ่า คุณบอกอะไรกับใครหรือ
ไม่เห็นบอกอะไรเลยนะ มีแต่มั่ว โอ้อวด แถมยังดึงเอา ผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มาทำความเสื่อมเสียให้กับท่านอีก
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
คำที่คุณเขียนมาทั้งหมดนั้น สอนตัวคุณให้ได้ซะก่อนเถอะคุณ

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 01:39 PM
ขนาดข้าพเจ้ากล้าท้าให้พิสุจน์ คนหลายคน ยังสงสัยว่าจริงหรือไม่จริง
แล้วระดับคุณผู้ใช้ชื่อว่า ใบไม้ฯ
ตอบไม่ได้ ไม่กล้าให้พิสูจน์ บอกไม่ได้ว่าจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าคุณเข้าถึงธรรม บรรลุธรรม ใครเขาจะเชื่อคุณ

แบบว่า พอจนปัญญา ก็ได้เขียนว่า อะไรก็บอกให้แล้ว ฮ่า ฮ่า คุณบอกอะไรกับใครหรือ
ไม่เห็นบอกอะไรเลยนะ มีแต่มั่ว โอ้อวด แถมยังดึงเอา ผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มาทำความเสื่อมเสียให้กับท่านอีก
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
คำที่คุณเขียนมาทั้งหมดนั้น สอนตัวคุณให้ได้ซะก่อนเถอะคุณ


เข้าถึงธรรม บรรลุธรรม เป็นปัจจัตตัง(รู้เอง เห็นเอง) แต่ที่ผมรู้แน่ๆ คนเข้าถึงธรรมไม่ไปต่อว่า ไปตำหนิติเตียน ไปดูถูกดูหมิ่นใครแน่นอน

ขอบพระคุณคุณเทวดาครับ ผมสอนตัวเองแล้วได้แล้ว

telwada
03-06-2008, 02:09 PM
เข้าถึงธรรม บรรลุธรรม เป็นปัจจัตตัง(รู้เอง เห็นเอง) แต่ที่ผมรู้แน่ๆ คนเข้าถึงธรรมไม่ไปต่อว่า ไปตำหนิติเตียน ไปดูถูกดูหมิ่นใครแน่นอน

ขอบพระคุณคุณเทวดาครับ ผมสอนตัวเองแล้วได้แล้ว

ข้าพเจ้าจะโปรดคนอย่างคุณใบไม้ฯ โดยเมตตาธรรม เอาไว้ว่า

การเข้าถึงธรรม หรือบรรลุธรรมได้แล้วนั้น จะเกิดปรากฏการณ์ทางสริระร่างกายเกิดขึ้น เพราะเป็นไปตามธรรมชาติของการปฏิบัติธรรม ไม่อย่างนั้น ในพุทธศาสนา จะไม่มีเรื่องของอภิญญา เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
และสิ่งหนึ่งที่จะทำให้รู้ และพิสูจน์ได้ว่า บุคคลนั้นๆ บรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรมได้จริงหรือไม่ ก็คือ "ฉัพพรรณรังสี"
หมายความว่า ถ้าบุคคลใดใด บรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรม ตั้งแต่ชั้นโสดาบัน เป็นต้นไป บุคคลผู้นั้น จะมีปรากฏการณ์ทางสรีระร่างกายคือ จะปรากฏฉัพพรรณร้งสีให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่อบุคคลนั้นๆ ได้กระทบ หรือสัมผัส กับคลื่น แห่งกิเลส หรือเกิดคลื่นแห่งกิเลส จากทั้งภายนอกร่างกาย และภายในร่างกาย

ถ้าบุคคลใดใด แอบอ้าง หรืออวดอุตริฯว่า บรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรม จะไม่มีปรากฏการณ์ทางสรีระร่างกาย คือ ฉัพพรรณรังสีให้เห็นอย่างเด็ดขาด และแน่นอน
อนึ่ง ไม่ต้องสงสัย หรือไม่ต้องเถียงว่า ฉัพพรรณรังสี มีได้เฉพาะพระพุทธเจ้า
ถ้ามีความคิดเช่นนั้น ก็ให้แก้ไขความคิดซะใหม่ว่า
พระพุทธเจ้า ก็บรรลุธรรม เป็นขั้นๆ เป็นชั้นๆไป ตั้งแต่ชั้นโสดาบัน ไม่จนถึงชั้น ปรินิพพาน หรือนิพพาน
ดังนั้น บุคคลใดใดก็ตาม ที่สามารถบรรลุธรรมหรือเข้าถึงธรรมได้จริง ก็จะปรากฏฉัพพรรณรังสีได้เช่นกัน

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 02:33 PM
คุณเทวดาครับ



บุคคลผู้บรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรมได้จริง ต้องมี "ฉัพพรรณรังสี" อันนี้ก็เป็นปกติอยู่แล้วครับ แต่การปรากฏของ"ฉัพพรรณรังสี" คนที่จะเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นมีจำกัด ยกเว้นในกรณีของพระพุทธเจ้า

ในกรณีของผมนั้น เพื่อนผมคนหนึ่งเห็น"ฉัพพรรณรังสี"ของผม เขายังทักผมเลยว่าฝึกกรรมฐานมาหรือ ทำไมเหมือนมีความสดชื่น เหมือนมี"รังสี"ออกมา อันนี้ไม่แปลกเลยครัย แต่คุณจะให้ทุกคนเห็น"ฉัพพรรณรังสี"ไม่ได้ครับ ยกเว้นคุณมีธรรมบริสุทธิ์แบบพระพุทธเจ้าจริงๆ

manny_tong
03-06-2008, 06:40 PM
รู้สึก

งง งง อ่ะ

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 07:31 PM
คุณเทวดาครับ



คุณกำลังเข้าใจผิดอย่างมาก ฉัพพรรณรังสีนี้ไม่ใช่มีเฉพาะพระพุทธเจ้าและเข้าถึงธรรม ตั้งแต่ชั้นโสดาบัน เป็นต้นไป เท่านั้นนะครับ แม้แต่เทวดาก็มีครับ บางองค์เยอะเสียด้วย

ดังที่พรรณนาไว้ในพระสูตรต่างๆ ในเวลาที่เทวดามาเฝ้าพระพุทธเจ้า

มีเทวดาตนหนึ่งมีรัศมีสว่างจ้าเข้ามายังพระเชตวัน ทำพระเชตวันให้สว่างไสวไปทั่วบริเวณ เข้าเผ้าพระทุทธเจ้าที่ประทับความสว่างของรัศมีนั้น ไม่เหมือนแสงเดือนแสงตะวัน หรือไม่เหมือนแสงไฟ เป็นแสงสว่างที่เสมอกันทั้งหมด และเป็นแสงสว่างที่ไม่มีเงาเหมือนแสงอื่นเป็นแสงที่แผ่ไปติดอยู่ทั่วบริเวณ

มีข้อความในปฐมสมโพธกถา ปริเฉทที่ ๑๓ ธรรมจักรปริวรรตว่าดังนี้

"ฝ่ายอุปกาชีวเดินมาโดยทุราคมวิถีทางไกล ระหว่างคยาประเทศเขตเมืองราชคฤห์กับมหาโพธิญาณ ติดต่อกัน แลเห็นไพสณฑ์สถานอันโอฬารไพโรจน์พรรณราย ด้วยข่ายฉัพพรรณรังสีโสณิวิลาส ปรากฏโดยทิวาทัศนาการทั้งพสุธารแลอากาศโอภาสด้วยพระรัศมีมีพรรณแห่งละ ๖ อย่าง ทั่วทั้งทิศล่างและทิศบน มาสัมผัสกายตนประหลาดมหัศจรรย์ไม่เคยได้พบเห็นเป็นเช่นนี้มาแต่ก่อน ถ้าจะเป็นเพลิง ไฉนกายอาตมาจึงไม่ร้อนกระวนกระวายแม้จะเป็นน้ำ ไฉนกายอาตมาจะไม่ชุ่มชื้นเย็นนี่จะเป็นสิ่งอันใดยิ่งสงสัยสนเท่ห์จิต จึงเพ่งพิศไปข้างโน้นข้างนี้ ก็เห็นองค์พระผู้ทรงสวัสดิ์ภาคย์เสด็จบทจรมา รุ่งเรืองด้วยพระสิดิฉันธมหาหว่างติสสุระ ลักษณะแลพระพยามประภาโอภาสเบื้องบน พระสุริยก็ช่วงโชติด้วยพระเกตุมาลา ครุนาดุจทองทั้งแท่งประดับด้วยฉัพพรรณรังสี รังสีแสงไพโรจน์จำรัส"

telwada
03-06-2008, 07:44 PM
คุณเทวดาครับ



บุคคลผู้บรรลุธรรม หรือเข้าถึงธรรมได้จริง ต้องมี "ฉัพพรรณรังสี" อันนี้ก็เป็นปกติอยู่แล้วครับ แต่การปรากฏของ"ฉัพพรรณรังสี" คนที่จะเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นมีจำกัด ยกเว้นในกรณีของพระพุทธเจ้า

ในกรณีของผมนั้น เพื่อนผมคนหนึ่งเห็น"ฉัพพรรณรังสี"ของผม เขายังทักผมเลยว่าฝึกกรรมฐานมาหรือ ทำไมเหมือนมีความสดชื่น เหมือนมี"รังสี"ออกมา อันนี้ไม่แปลกเลยครัย แต่คุณจะให้ทุกคนเห็น"ฉัพพรรณรังสี"ไม่ได้ครับ ยกเว้นคุณมีธรรมบริสุทธิ์แบบพระพุทธเจ้าจริงๆ


ฮ่า ฮ่า ฮ่า เขาเรียกว่า ตอบแบบวางฟอร์ม ตอบแบบก้ำกวม ให้ผู้อ่านคิดเอาเอง

แล้วคุณกล้ายืนยัน หรือกล้าท้าให้พิสุจน์ว่าคุณมีฉัพพรรณรังสีได้จริง กล้าท้าให้พิสูจน์ไหม
ข้าพเจ้าจะเดินทางไปพิสูจน์ พร้อมเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ถ้าไม่มี จะให้เขาจัดการกับคุณ ข้อหาหลอกลวง ทำให้ศาสนาเสียหาย
กล้าไหมละคุณผุ้ใช้ชื่อว่า "ใบไม้นอกกำมือ"

แล้วคุณตอบคำถามที่ข้าพเจ้าถามได้ไหมละ คงตอบไม่ได้ละซิ
ถ้าตอบไม่ได้ ก็ไม่ควรโอ้อวด ไม่เข้าที
และสิ่งทีคุณเขียนมา คุณไม่ต้องทำเป็นมาสอนข้าพเจ้า
เพราะข้าพเจ้า ก็คือ เทวดา องค์หนึ่ง และยังรู้จักเทวดาอีกมากมาย รวมถึงนางฟ้า ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของเทวดา ข้าพเจ้ารู้ดีกว่าคุณมาก และรู้จริง ไม่ได้รู้แบบคุณ มั่วซะไม่มีละนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

หมายเหตุ ถ้ายืนยันว่ากล้าท้าให้พิสูจน์ ก็บอกมานะ

ใบไม้นอกกำมือ
03-06-2008, 07:55 PM
คุณเทวดาครับ



ตกลงผมเป็นที่ระบายความอวดกำแหงของคนหรือยังไงครับ ลองอ่านคำพูดของตัวคุณเองทุกข้อความที่เขียนออกมาซิครับ ถ้าคุณยังไม่เห็นความอหังการ อวดกำแหง อีโก้สูงของตัวเอง ก็แย่แล้ว

คุณจะต้องฝึกอีกนาน ผมขอตัวครับ คงไม่ตอบโต้อีกแล้ว เพราะไม่เป็นประโยชน์ ผมพูดแต่เรื่องธรรมะ ตอบปัญหาทางธรรม เรื่องทะเลาะวิวาท ตอบโต้กันแรงๆ เพื่อให้คนอื่นเจ็บแค้น ผมไม่ทำครับ

telwada
03-06-2008, 08:02 PM
น่าน....ที่มีสมาชิกท่านหนึ่งเคยถามไปสามคำถาม เห็นยังไม่เคยตอบได้สักครั้ง ยังจะมีหน้าไปต่อว่าด่ากราดชาวบ้านเขาอีกนะ น่าจะรู้จักอับอายเขาซะบ้าง การเปล่งแสงน่ะ อาศัยฌานโลกีย์ก็เปล่งได้แล้ว จึงได้ย้ำอยู่บ่อยๆไง ว่าการจะเข้าสู่สัมมาทิฎฐิได้นั้นต้องเลิกบ้าก่อน ย้ำต้องรักษาอาการทางจิตประสาทให้หายก่อน ฮ่าฮ่าฮ๋า


อ่า ฮ่า ไม่รู้ว่า เขียนถึงใคร แต่ก็จะตอบด้วย เพราะไม่ได้โต้ตอบคุณหลายครั้งแล้ว
ทึ่คุณเขียนมา ก็รู้แล้วว่าคุณมันประเภทอวดฉลาด อวดรู้ คุณคิดว่า การเปล่งแสง เป็นเรื่องธรรมดาหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
คุณรู้ไหมว่า
ถ้าไม่รู้ ขจัดอาสวะแห่งกิเลส ก็ไม่สามารถดันเอาคลื่นแห่งกิเลสทั้งหลายออกมาจากร่างกายได้ นั่นก็คือ ไม่สามารถแสดงฉัพพรรณรังสีได้
แล้วที่คุณบอกว่า ใช้ ฌาน ก็เปล่งแสงได้ คุณทำได้ไหม ฮ่า ฮ่า มันก็แค่อวดอุตริ ฯ โอ้อวด ความเขลาเบาปัญญาก็เท่านั้น
แค่ ฌาน ก็ไม่รู้แล้ว
และจงรู้ไว้ ฌาน ในหลักศาสนาศรีอาริย์ ไม่มีดอกคุณ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

telwada
04-06-2008, 08:13 AM
ฮ่าฮ่าฮ่า สรุปแล้วก็อวดฉลาด พยายามเบี่ยงเบนไม่เปลี่ยนเลยนะคุณ อย่าว่าแต่เปล่งแสงเลย ลำพังจะเป็นคนสติดีๆยังไม่มีปัญญาเลยนะคุณน่ะ
ส่วนฌานกะการขจัดอาสวะต่างอย่างไร ก็คงไม่รู้อีกเช่นเคยสินะคุณน่ะ หากสนใจเรื่องฌาน อยากจะสัมพัสสักครั้งในชีวิตน่ะ ข้าฯจะเมตตาโปรดสั่งสอนตู๊ดอย่างคุณสักครั้งก็แล้วกันนะ รับรองผลภายในสองเดือน แต่ต้องเลิกบ้า รักษาอาการทางจิตประสาทให้หายก่อน โดนเฉพาะโรคจิตประสาทชนิดคิดไปเอง หลงตัวเองน่ะ รักษาให้หายก่อยเถอะนะ แล้วจะเมตตาคุณสักครั้ง ฮ่าฮ่าฮ๋า


ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำเป็นจิตวิทยา หลอกล่อ ฮ่า ฮ่า พอถาม คุณเองก็ตอบไม่ได้ เปลี่ยนจาก "ฌาน" มาเป็น "ญาณ" อีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แถมยังไม่ค่อยรู้ภาษาคนอีกต่างหาก
ถ้ารู้ภาษาคน คุณคงไม่ย้อนถามว่า การขจัดอาสวะ ต่างกันอย่างไร
คำตอบมันก็มีอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว หัดใช้สมองสติปัญญา คิดพิจารณาซะบ้าง เอ้าอ่าน แล้วคิดพิจารณา จะได้รู้ว่า "ญาณ" กับการ "ขจัดอาสวะแห่งกิเลส" มันแตกต่างกันอย่างไร
ให้เวลา 3 วัน คิดพิจารณา ถ้าไม่เข้าใจก็ให้เขียนโปรดสัตว์อย่างคุณ อธิบายให้ได้อ่าน เพราะอธิบาย มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ในเวบพลังจิตนี้ด้วย

เอ้าอ่านอีกครั้ง
คุณ"รู้ไหม"ว่า
ถ้าไม่รู้ ขจัดอาสวะแห่งกิเลส ก็ไม่สามารถดันเอาคลื่นแห่งกิเลสทั้งหลายออกมาจากร่างกายได้ นั่นก็คือ ไม่สามารถแสดงฉัพพรรณรังสีได้
แล้วที่คุณบอกว่า ใช้ ฌาน ก็เปล่งแสงได้ คุณทำได้ไหม ฮ่า ฮ่า มันก็แค่อวดอุตริ ฯ โอ้อวด ความเขลาเบาปัญญาก็เท่านั้น
แค่ ฌาน ก็ไม่รู้แล้ว
และจงรู้ไว้ ฌาน ในหลักศาสนาศรีอาริย์ ไม่มีดอกคุณ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

Phongsa Sawhetkanit
12-07-2008, 02:57 AM
555+ มนุษย์เรืองแสงได้ ชอบเบ่งพลังเเสงข่มคนอื่น ผมอ่านมาตั้งนาน เพิ่งเคยเห็น คนอย่างคุณใบไม้นอกกำมือน่าสงสารก็วันนี้เเหละครับ ถึงคุณtelwadaนะครับ ไอ้พวกมนุษย์บ้าพลัง เก่งเเล้วชอบยกตนข่มท่านอย่างคุณอ่ะมันมีอยู่มากเลยครับ มิใช่น้อย ผมว่า คุณไปตั้งห้อง แล้ว จัดการพวกบ้าพลังกันเองให้หมดซะก่อนเถอะนะครับ พวกคุณเอาความรู้ทางธรรมมารังแก คนที่เขายังไม่ค่อยรู้แบบนี้ เขาจะไปเถียงสู้ไรคุณได้ครับ เลิกเหอะครับ

และผมเห็นคุณบอกจังนะ ว่า เมตตา จะโปรดสัตว์ด้วยความเมตตาธรรม ผมว่า ถ้าคุณเขียนว่า คุณจะโปรดสัตว์ด้วยความอวดเก่ง ผมยังจะเชื่อซะมากกว่าครับ คนอย่างคุณสำหรับผม มันก็เเค่ ไอ้มนุษย์เรืองแสงรู้มาก แค่นั้นเเหละครับ เก่งมากนักก็ไป โปรดสัตว์อย่างพ่ออย่างเเม่หรือ ลูก เมียคุณก่อนเเล้วกันนะครับ
มันก็สัตว์ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ต้องมาโปรดสัตว์ในเวปนี้มากหรอก สัตว์ในเวปนี้น่าจะหาทางศึกษาเองได้ดี ถ้าไม่เจอ พวกบ้าพลังอย่างคุณชวนให้หลงผิดไปซะก่อน หรือไม่ก็โปรดสัตว์อย่างตัวคุณเองนั่นเเหละดี คุณมันก็ยังเป็นสัตว์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เหมือนกันอ่ะเเหละครับ

tro
26-07-2008, 01:18 PM
;2 แล้วตกลง ....เจ้าแม่กวนอิม คือใคร ....ครับ;aa44