View Full Version : คุณwebsnow และคุณkomodo คุณนำคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าทิ้งหลุมดำได้อย่างไร
ใบไม้นอกกำมือ
25-05-2008, 09:36 AM
คุณwebsnow และทีมงานครับ กระทู้นี้ผมนำหลักฐานในปารามิตาหฤทัยสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตร และมีภาพและคำบรรยายการสอนของหลวงจีนคณาณัติจีนพรต(เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร จากหนังสือมหากรุณาธารณี เรียบเรียงโดย อาจารย์ ล.เสถียรสุตแปลไทยมาลงประกอบด้วย หลักฐานครบสูตรอย่างนี้ คุณเอากระทู้นี้ของผมไปทิ้งห้องหลุมดำเพราะอะไร กรุณาให้เกียรติคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังมหายานด้วยได้ไหมครับ ถ้าคุณสงสัยหรือไม่เข้าใจอะไร ก็ควรถามผม ไม่ใช่ตนเองไม่เชื่อก็นำลงห้องหลุมดำ อย่างนี้ไม่ถูกแล้วครับ
.................................................................................................
กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ ก็คือ กวนอิม
กระทู้นี้ผมตีความมาจากปรัชญาปารามิตาหฤทัยสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรดั้งเดิมที่สุด ที่บรรจุพระสูตรมหากรุณาธารณีสูตร(พระสูตรสำคัญในพุทธศาสนามหายาน)<O:p</O:p
ผมตีความได้ว่า
<O:p</O:p
พระอวโลติเกศวร(กวนอิม)เป็นพระมหาโพธิสัตว์ ที่เป็นตัวแทนแห่งพระมหากรุณาของพระพุทธเจ้าทั้งปวง พระอวโลติเกศวร(กวนอิม)ท่านบรรลุอนุสัมมาสัมโพธิฌานนานแล้ว แต่ต้องการโปรดสรรพสัตว์ทั้ง 3ไตรภูมิให้เข้านิพพานไปให้หมด พระองค์ขอเป็นคนสุดท้ายที่จะเข้านิพพาน
<O:p</O:p
พระอวโลติเกศวรเป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่เหมือนพระพุทธเจ้าทั่วๆไป เพราะพระอวโลกิเตศวรเป็นพระพุทธเจ้าที่ดำรงอยู่ในภพทั้ง 3 ในขณะที่พระพุทธเจ้าทั่วไปจะเข้านิพพานกันหมด เมื่อเสร็จกิจเป็นตถาคตชี้ทางให้สรรพสัตว์รู้ทางเข้านิพพานแล้ว<O:p</O:p
<O:p</O:p
การที่พระอวโลติเกศวรต้องการโปรดสัตว์ทุกภพภูมินั่นเอง มีความลับของฟ้าที่ผมต้องการเปิดเผยในกระทู้นี้ คือ ตรีมูรติในศาสนาพราหมณ์ ( พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ) ที่แทนการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แท้ที่จริงก็คือ พระอวโลติเกศวร(กวนอิม) นั่นเอง<O:p</O:p
<O:p</O:p
และในคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร(สมันตมุขปริวรรต)พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า<O:p</O:p
<O:p</O:p
" ดูก่อนกุลบุตรหากมีสรรพสัตว์ในโลกธาตุ สมควรจะได้รับการโปรดด้วย พระพุทธกายแล้ว พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏเป็นรูปพระพุทธกายมาแสดงธรรมโปรด หากมีสัตว์ผู้สมควรรับการโปรดด้วยรูปกายลักษณะพระสาวกรูปกายลักษณะ อินทระ รูปกายลักษณะมเหศวร(พระอิศวร)พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏเป็นรูปมเหศวร(พระอิศวร)มาแสดงธรรมโปรด รูปกายลักษณะอื่นๆก็เช่นกัน ไม่ว่าจะรูปกายใด พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ก็จักทรงอวตารปรากฏเป็นรูปกายลักษณะเหล่านั้นมาแสดงธรรมโปรดสรรพสัตว์เหล่านั้นในทั้งไตรภูมิ
*** กระทู้นี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ เชื่อไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะผมรู้ว่ามันอาจจะฝืนความเชื่อที่ท่านติดตัวมานาน ***<O:p</O:p
<O:p</O:p
ใบไม้นอกกำมือ
25-05-2008, 09:38 AM
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/01-7.jpg
1นำมอห่อลาตันนอตอลาแหย่แย นำมอหมายถึง น้อมนอบ ห่อลาตันนอ หมายถึงรัตนะ ตอลาแหย่หมายถึงสาม แย หมายถึง นมัสการ ขอน้อมนมัสการพระรัตนไตร
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ถือลูกประคำ ผู้ปฏิบัติจะต้องท่องสวดด้วยความศรัทธาและเมตตากรุณา
2นำมอออรีแย นำมอ หมายถึงน้อมนอบพึ่งพิง ออรีแย หมายถึงองค์อริยะ ขอน้อมนอบพึ่งพิงพระอริยะซึ่งละบาปอกุศลแล้ว
รูปองค์พระจินดาจักรอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ถือธรรมจักร ผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติด้วยความเคารพ
3พอลูกิตตีชอปอราแย พอลูกิตตี แปลว่าเพ่งพิจารณา ชอปอลา แปลว่า เสียงของโลก แย แปลว่าขอน้อมนมัสการ ขอน้อมนมัสการพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ผู้คอยฟังเสียงร้องทุกข์
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ อุ้มบาตร ผู้ปฏิบัติต้องเพ่งให้เห็นองค์ท่าน
4ผู่ทีสักตอพอแย ผู่ที แปลว่าตรัสรู้ สักตอ แปลว่ามีอารมณ์ พอแย แปลว่าคารวะ ขอน้อมคารวะต่อผู้ให้ความตรัสรู้แก่ทุกชีวิต
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎในรูปพระอมงบาศโพธิสัตว์ โปรดสัตว์
5มอฮอสักตอพอแย มอฮอ แปลว่า มหา ใหญ่มาก สักตอ แปลว่าสัตว์โลก พอแย แปลว่าคารวะ ขอคารวะต่อมหาสัตว์ผู้หลุดพ้น
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ สวดธารณีนี้
6มอฮอเกียลูนีเกียแย เกียลู แปลว่า กรุณา นีเกีย แปลว่าจิต แย แปลว่า คารวะ ขอคารวะต่อพระผู้มีมหากรุณาจิต
รูปองค์พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอัศวโฆษโพธิสัตว์ ตรัสรู้เอง หลุดพ้นเอง และให้ผู้อื่นเห็นแจ้งด้วย
7งัน หรือ โอม เป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์ เป็นมูลฐานของธารณีทั้งมวล เป็นศูนย์รวมแห่งสรรพสิ่ง
รูปราชาแห่งเทพ พนมมือฟังธารณีนี้ ผู้เพ่งในอักขระนี้เป็นการเพ่งถึงพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้าทั้งปวง เทพเทวาทั้งปวง
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/08-14.jpg
8สักพันลาฟาอี สักพันลา แปลว่า อิสระ ฟาอี แปลว่า องค์อิสระ องค์อริยะผู้อิสระ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นจตุโลกาบาลเทพราช โปรดมารด้วยบารมี 6
9ซูตันนอตันแซ แปลว่าการปฏิบัติธรรมต้องมีสัจจะเป็นพื้นฐาน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นจตุโลกาบาลเทพราช พร้อมกับเทพเจ้าภูติผีปีศาจในบังคับบัญชา เพื่อให้มนุษย์เลิกทำบาป
10นำมอสึดกิตลีตออีมงออรีแย สึดกิตรีตออีมง แปลว่าย่อมได้รับความคุ้มครอง ออรีแย ผู้ปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมได้รับความคุ้มครอง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ปรากฎเป็นพระนาคารชุนโพธิสัตว์ คุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม ปราบปรามเหล่าศัตรู
11พอลูกิตตีสึดฟูลาเลงทอพอ พอลูกิตตี แปลว่าจิตต้องกับธรรม สึดฟูลา แปลว่าท่องเที่ยวไปตามใจอิสระ เลงทอพอ แปลว่าเนื่องด้วยสำเร็จในมรรคผล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสัมโภคกายของพระไวโรจนะพุทธเจ้า เพื่อโปรดสัตว์จำนวนอมิต
12นำมอนอลากินชี แปลว่า การคุ้มครองคนดี นักปราชญ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระไวโรจนะพุทธเจ้า เป็นองค์ธรรมกาย ให้สัตว์โลกทั้งหลายสุขสำราญ
13ซีรีมอฮอพันตอซาแม ซี่รีมอฮอ แปลว่าเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ พันตอซาแม แปลว่าผู้มีบุญวาสนา
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเมษศีรษะเทพเจ้า คุ้มครองผู้มีเมตตากรุณา สารพัดพิษมิอาจกล้ำกลาย
14สักพอออทอเตาซีพง สัก แปลว่าเห็น พอ แปลว่าเสมอภาค ออ แปลว่าสรรพธรรมบริสุทธิ์ ทอเตาซีพง แปลว่า ธรรมไม่มีขอบเขต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็น อมฤตโพธิสัตว์ มือหนึ่งถือทันตโบณ มือหนึ่งถืออมฤตกุณท์ โปรดสรรพสัตว์
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/15-21.jpg์
15ออซียิน แปลว่าผู้ทำความดี ได้รับการชมเชย
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นยักษ์เหาะเหินราช ตรวจตราไปตามสี่ทิศ พิจารณาความผิดถูก
16สักพอสักตอนอมอพอสัก ตอนอมอพอแค สักพอสักตอ แปลว่าพุทธธรรมไม่มีขอบเขต นอมอพอสักตอ แปลว่าพุทธธรรมเสมอภาคนอมอพอแคแปลว่าพุทธธรรมไพศาล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้าภคติ ร่างใหญ่ ผิวดำ ถือมีด โปรดสรรพสัตว์ที่มีวาสนาสัมพันธ์
17มอฟาทาเตา พระโพธิสัตว์เตือนให้สรรพสัตว์มุ่งปฏิบัติ ศูนยตาธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นกุนตาลี ถือจักรและบ่วงบาศ มีดวงตา 3 ดวง
18ตันจิตทอ พระโพธิสัตว์ชี้ให้เห็นว่า นามพระโพธิสัตว์ มนตร์คาถา พีชะ หัสตมุทรา ปัญญาจักษุ เป็นทางเข้าสู่มรรคผล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอรหันต์ แสดงธรรมโปรดสัตว์
19งัน**ออพอลูซี แปลว่าพระโพธิสัตว์ผู้มีธรรมบริสุทธิ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์พนมมือ แสดงกรุณาธรรม ปลดทุกข์ให้ความสุขแก่สัตว์โลก
20ลูเกียตี แปลว่าโลกนารถ อิสระจิตไม่มัวหมอง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระมหาพรหมเทพราช โปรดสรรพสัตว์ทั้ง 10 ทิศ
21เกียลาตี หมายถึง ผู้ปลดทุกข์ หรือผู้มีจิตในธรรมอันมั่นคง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้า ช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั่วทศทิศ
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/22-28.jpg
22อีซีรี หมายถึงกระทำตามโอวาท
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้ามเหศวรแห่งสวรรค์ดาวดึง นำทัพเทพยดา มาโปรดสัตว์
23มอฮอผู่ทีสักตอ มอฮอ แปลว่า มหา ผู่ที แปลว่าเห็นโลกเป็นสูญ สักตอ แปลว่าการปฏิบัติอนัตตาธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ในปางยืนเข้าสมาธิ ผู้ทรงมหาเมตตาบริสุทธิ์ อนัตตาธรรม
24สักพอ สักพอ แปลว่าพุทธธรรมเสมอภาค
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นคนธาลัยโพธิสัตว์นำทหารภูติ5ทิศและผู้ติดตาม มาโปรดสรรพสัตว์
25มอรา มอรา แปลว่าผู้ปฏิบัติจะได้มโนรถแก้วมณี มอราที่2 หมายถึง แก้วมณีอันเป็นมโนรถ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็น
พระปัณทรวาสินีโพธิสัตว์ มือขวาถือแก้วอายุวัฒนะ มือซ้ายอุ้มชูเด็ก โปรดสัตว์โลกให้มีอายุยืนยาว
26มอซี มอซีลีทอยิน มอซี แปลว่าได้มีอิสระทันที ลีทอยิน แปลว่า ปฏิบัติจนได้วชิรธรรมกาย ได้อาสน์ดอกบัว
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอมิตาภะพุทธเจ้า เมื่อสิ้นสัมโภคกายนี้แล้ว ต่างไปเกิดในสุขขาวดีภูมิ
27กีลูกีลู กิตมง กีลู แปลว่าการเกิดความคิดปฏิบัติธรรม เทพเจ้าจะมารักษา กิตมง แปลว่าผู้ปฏิบัติสร้างสมบุญบารมีเป็นพื้นฐานการบรรลุธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอากาศกายโพธิสัตว์ นำทัพเทพจำนวนหมื่นโกฎิ มาโปรดสัตว์จำนวนอมิตา
28ตูรู ตูรู ฟาแซแยตี ตูรู แปลว่าความแน่วแน่มีสมาธิ ฟาแซแยตี แปลว่าความบริสุทธิ์ ใหญ่ยิ่ง สามารถข้ามพ้นความเกิดดับ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอุครโพธิสัตว์ คุมทหารของมยุรราชปราบปรามเหล่ามาร
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/29-35.jpg
29 มอฮอฟาแซแยตี หมายถึงธรรมอันไพศาล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นแม่ทัพมหาพละ ถือคฑา คุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม
30 ทอลา ทอลา เป็นธารณี ทำจิตให้เหมือนอากาศโปร่งใสไม่มีอละอองฝุ่น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็น มหาบุรุษ ทำทุกข์กิริยา
31 ตีรีนี ตี หมายถึงโลก รี คือสัตว์ทั้งหลายล้วนสามารถบรรลุธรรมได้ นี คือ พรหมจาริณีผู้ปฏิบัติธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสิงหราช ทดสอบการศึกษาธรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะทรงโปรดสตรีเพศ
32 สึดฟูลาแย หมายถึง เมื่อเข้าถึงธรรมชาติแห่งสภาวะเดิมแล้ว แสงแห่งธรรมกายก็ปรากฏ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระคำรามโพธิสัตว์ มือถือคฑาทองคำ ปราบมารและบริวารของมาร
33 เจลาเจลา หมายถึงความโกรธดุ ประกาศเสมือนเสียงคำรามฟ้าร้อง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นหักหาญโพธิสัตว์ มือถือสุวรรณจักร โปรดเหล่ามาร
34 มอมอฟามอรา มอมอคือการทำดี สามารถทำลายความกังวล ฟามอรา คือ ธรรมอันลึกซึ้ง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอภิจารกมารวชิร มือถือสุวรรณจักรคุ้มครองสัตว์โลก ให้มีความศิริมงคล
35 หมุกตีลี หมายถึงความหลุดพ้น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระพุทธเจ้าพนมมือฟังและสวดธารณี ผู้ปฏิบัติตามนี้จะบรรลุพุทธผล
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/36-42.jpg
36 อีซี อีซี หมายถึงการชักชวนตามพระศาสนา ทุกสิ่งให้เป็นไปตามธรรมชาติ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมเหศวรเทพเจ้า(พระศิวะ)โปรดทวยเทพและมนุษย์
37 สึดนอ สึดนอ หมายถึงมหาปณิธาน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นกาณะมารเทพราชสั่งสอนทวยเทพ
38 ออลาเซียงฟูลาแซลี ออลาเซียง คือความผ่านธรรมไปถึงธรรมราชา ฟูลาแซลี หมายถึงได้ธรรมกายอันบริสุทธิ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ถือธนูลูกศร
39 ฟอซอฟาเซียง ฟาซอ หมายถึงผู้มีขันติธรรม ฟาเซียง หมายถึงผุ้บรรลุธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นแม่ทัพสุวรรณมงกุฎภูมิ ถือกระดิ่งประกาศธรรมตามกาลที่เหมาะสม โปรดสรรพสัตว์
40 ฟูลาแซแย หมายถึง ต้องรู้ด้วยตนเอง
รูปพระอมิตาภะพุทธเจ้า สัตว์โลกผู้ระลึกถึงท่าน สวดพระนามท่าน ปฏิบัติธรรมของท่าน จะต้องได้พบกับท่าน
41 ฟูลู ฟูลูมอรา หมายถึง การประกอบพุทธธรรมตามจิตปารถนา
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้าแปดคติ พนมมือ ตั้งเมตตาจิตโปรดเหล่าภูติผี
42 ฟูลู ฟูลูซีรี ประกอบพุทธธรรมโดยปราศจากความคิดคำนึง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพสี่กร มือถือดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โปรดเทพและมนุษย์
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/43-49.jpg
43 ซอรา ซอรา หมายถึงความมุ่งมั่นในจิต ก็จะได้พบพระอวโลติเกศวร
ภาพถ้ำพรหมโฆษ ที่ภูเขาพูท้อ มณฑลจีเจียง
44 สึดลี สึดลี หมายถึงมงคลยอดเยี่ยม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์อันเปี่ยมด้วยพระเมตตา มือถือทันตโบณและกุณโฑ พรมน้ำอมฤต
45 ซูรู ซูรู คือเสียงใบโพธิ์ร่วงหรือเสียงน้ำอมฤต
ผู้ได้รับฟังเกิดความสงบระงับ ผู้ได้รับการอภิเษกชุ่มชื่นกายใจ อิ่มเอิ่บ เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติธรรม
46 ผู่ทีแย ผู่ทีแย หมายถึงตรัสรู้ธรรม ตรัสรู้ชีวิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ มีเด็กติดตาม แสดงความเมตตากรุณาโปรดสรรพสัตว์
47 ผู่ทอแย ผู่ทอแย หมายถึงรู้ธรรม รู้จิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอานนท์เถระ ผู้เลิศในความเป้นพหูสูตร มืออุ้มบาตร โปรดสัตว์
48 มีตีลีแย หมายถึงมหากรุณา
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระศรีอริยะเมตไตรย์โพธิสัตว์ แนะนำสรรพสัตว์ปฏิบัติมหากรุณาธรรม
49 นอลากินชี หมายถึงปราชญ์ผู้รักษาตนเอง มีมหากรุณาจิต ปลุกสรรพสัตว์ให้ตื่นจากความหลับ พ้นทุคติ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ผู้ทรงตั้งปณิธานโปรดสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ทั่วนรกภูมิ
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/50-56.jpg
50 ตีลีสึดนีนอ หมายถึงความคมของวชิระ วชิระได้ชื่อว่าแข็งแกร่งและคมที่สุดตัดทำลายอวิชชาทุกประเภทได้รวดเร็วและแน่นอน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระรัตนธวัชโพธิสัตว์ มือซ้ายเป็นมุทรา มือขวาถือหอกสามง่ามทองคำ โปรดสัตว์
51 พอแย มอนอ หมายถึงเสียงก้องไปทศทิศ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสุวรรณาภาธวัชโพธิสัตว์ มือถือวชิรคฑา โปรดสัตว์
52 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จผลในนิพพาน
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสามเศียรสุอริยะ นั่งขัดสมาธิ โปรดสัตว์ด้วยนิพพานธรรม
53 สึดทอแย หมายถึงสำเร็จในอรรถทั้งหลาย
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ ทำมือท่าปทุมมุทรา รอบรู้ธรรมทั้งปวง
54 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จเห็นแจ้งด้วยมงคลจิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ประทับยืนเหนือมังกร หลั่งน้ำอมฤตลงในมหาสมุทร โปรดสัตว์ด้วยมงคลจิต
55 มอฮอสึดทอแย หมายถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ เปร่งรัศมี มือถือรัตนธวัช ส่องแสงสว่างโปรดสัตว์
56 ซอผ่อฮอ ผลสำเร็จจากการปฏิบัติกรุณาธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระโมคคัลลานะเถระ มือถือขักขระและอุ้มบาตร ระงับภยันตรายให้สัตว์โลก
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/57-63.jpg
57 สึดทอยีอี สึดทอ หมายถึงสำเร็จ ยีอี หมายถึงว่างเปล่า เข้าสู่ความว่างเปล่าที่แท้จริงนั่นคือเข้าสู่สุขาวดี
รูปบรรดาพระโพธิสัตว์และทวยเทพชุมนุมพร้อมกันที่สุขาวดี
58 สึดพันลาแย หมายถึงความอิสระอันสมบูรณ์
รูปกำยานพระอมิตาภะพุทธเจ้ากับพระอวโลติเกศวร
59 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จในสภาวะธรรมอันสมบูรณ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอชานเถระ ใบหน้าหัวเราะชูบาตรขึ้นสูง เพิ่มพูนกำลังใจในการโปรดสัตว์
60 นอลากินชี หมายถึงสำเร็จด้วยความรัก ความรักที่มีต่อชาวโลกดังห้วงมหาสมุทรมิมีวันเหือดแห้ง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นคีรีสาครปัญญาโพธิสัตว์ มือถือดาบทองคำ
61 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จสมบูรณ์ด้วยโพธิสัตว์ธรรม ปล่อยวางจากทัศนแห่งปัจเจกธรรม ปัจเจกธรรมเพื่อตนเอง โพธิธรรมเพื่อสรรพสัตว์ทั้งปวง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นจัณทาลเถระ หาบงอบฟาง ถือสัทอรรถธรรมอสังสฤต โปรดสัตว์
62 มอลานอลา มอลา คือมโนรส นอลา คือ อนุตร อนุตรผลสำเร็จด้วยจิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นรัตนมุทรราชโพธิสัตว์ มือถือขวานทองคำ ทดสอบจิตและการกระทำของสัตว์โลก
63 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จด้วยรู้สภาวะเดิมอันอยู่ภายในจิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเกาซีลาเถระ สวมรองเท้าอ้อเดินบนคลื่นน้ำ เปล่งเสียงดังคลื่น เพื่อเดือนสรรพสัตว์
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/64-70.jpg
64 สึดลาเจงออหมุกแคแย หมายถึงความสมานฉันท์ ความรักกันในสัตว์โลก
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเภสัชราชโพธิสัตว์ ถือสมุนไพรรักษาโรค ให้สัตว์โลก
65 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จด้วยธรรม ธรรมเท่านั้นที่รักษาโรคทางจิตได้
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสมบูรณ์โพธิสัตว์ สวมเสื้อแดง มือทำท่ามุทรา ด้วยจิตอันสมบูรณ์ อำนวยสุขแก่สัตว์โลก
66 ซอผ่อหม่อฮอ ออสึดทอแย ซอพอหม่อฮอ หมายถึงสัตว์ทุกประเภท ออสึดทอแย หมายถึงร่วมกันสุขสบาย
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอุตรเภสัชโพธิสัตว์ มือถือกุณโท รักษาโรคให้มนุษย์
67 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จธรรมไปถึงฝั่งโน้น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ มือยกชูพระสูตร โปรดสัตว์ไปจุติในสุขาวดีภูมิ
68 เจกิตลาออสึดทอแย เจกิดลา คือการใช้วชิระจักร ออสิตทอแย ความสำเร็จอันไม่มีใดเทียบ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นแม่ทัพพยัคฆ์คำราม ถือขวาน ปราบมารด้วยจิตอันมั่นคง
69 ซอผ่อฮอ หมายถึงความสำเร็จจากการไม่ประกอบอกุศลทั้งมวล
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นบรรดาเทพมารราช ถือหอกยาว
70 ปอทอมอกิตสึดทอแย ปอทอ แปลว่าดอกบัวแดง มอกิต คือชนะ สึดทอแย คือสำเร็จทั้งสิ้น มรรคผลประดุจบัวแดงอันบริสุทธิ์ไม่มีมลทินจากโคลนตม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสัทคนธ์เทพโพธิสัตว์ ยกกระถางธูปมโนรส คุ้มครองสัตว์โลก
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/71-77.jpg
71 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จโดยไม่ยึดติด
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ โปรยดอกบัวพันกลีบ เพื่อบรรลุความปรารถนาให้สัตว์โลกมีสุข
72 นอลากินชี พันแคลาแย นอลากินชี คือรักษาไว้ด้วยความเป็นมงคล พันแคลาแย แปลว่าเถระเพ่งโดยอิสระ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นปูราณเถระ อุ้มบาตร ช่วยสัตว์โลกให้พ้นภยันตราย
73 ซอผ่อฮอ สำเร็จด้วยความสำนึกในสภาวะดั้งเดิม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นดาลาณีบุตรโพธิสัตว์ ถือผลไม้สดให้ทานแก่สรรพสัตว์ โปรดสัตว์ให้รู้สภาวะเดิมแท้
74 มอพอลีเซงกิตลาแย มอพอลีเซง คือมหาวีระ กิตลาแย คือสภาวะเดิม มหาวีระผู้เห็นแจ้งในสภาวะเดิม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสมาธิญานโพธิสัตว์ นั่งขัดสมาธิจักร ถือรัตนโคมไฟ ส่องแสงไปทั่วธรรมโลกธาตุ
75 ซอผ่อฮอ สำเร็จโดยรวมความทั้งหมดของมหากรุณาธารณีนี้
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมหากัสสปะเถระ มือซ้ายถือประคำ มือขวาถือไม้เท้า นำสรรพสัตว์ปฏิบัติธรรม
76 นำมอห่อลา ตันนอตอลา แหย่แย น้อมนมัสการพระรัตนไตร พระโพธิสัตว์ย้ำให้ศรัทธามั่นในพระรัตนไตร และสวดท่องธารณีอย่างต่อเนื่อง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นอากาศครรภ์โพธิสัตว์ ถือดอกไม้ นั่งบนอาสน์หิน ให้สัตว์โลกมั่นคงในศรัทธา
77 นำมอ ออรีแย น้อมนมัสการองค์อริยะ เตือนสรรพสัตว์ให้รีบเร่งปฏิบัติธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสมันตภัทรโพธิสัตว์ นั่งบนหลังคันธหัสดร์ร้อยรัตน ให้สรรพสัตว์ปฏิบัติธรรมโดยสมบูรณ์
http://www.mahayana.in.th/tmayana/garuna/78-84.jpg
78 พอลูกิตตี หมายถึงพระอวโลติเกศวร ผู้นำพาสรรพสัตว์เข้าสู่สุขาวดีพุทธภูมิ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมัญชูศรีโพธิสัตว์ นั่งอยู่บนหลังสิงหอาสน์ มือซ้ายชี้ขึ้นท้องฟ้า เพื่อให้สรรพสัตว์เข้าถึงธรรม
79 ชอพันลาแย หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายในตา อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือรูป
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทตาที่รับรู้ เป็นลักษณะดอกบัวทองพันกลีบ
80 ซอผ่อฮอ หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน หู อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ เสียง
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทหูที่รับรู้ เป็นลักษณะวางแขนลงมา ล้อมรอบองค์ด้วยเครื่องดนตรี
81 งัน**สึดตินตู หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน จมูก อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ กลิ่น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทจมูกที่รับรู้ เป็นลักษณะชูนิ้วทั้ง5
82 มันตอรา คือธรรมมณฑล หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน ลิ้น อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ รส
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทลิ้น เป็นรูปชูมือตูละนุ่น
83 ปัดทอแย หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน กาย อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ สัมผัส
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายประสาทสัมผัส เป็นรูปยกคณฑ์บาตร
84 ซอผ่อฮอ หมายถึง ผู้ซึ้งแล้วอายตนะภายใน ใจ อันเชื่อมต่อกับอายตนะภายนอกคือ อารมณ์
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ บรรยายจิตประสาทและธรรมกาย เป็นรูป พระโพธิสัตว์ถือธวัชยาว สรรพสิ่งเกิดที่ใจ ความว่างเปล่าเกิดที่ใจ
จากหนังสือมหากรุณาธารณี หลวงจีนคณาณัติจีนพรต(เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร เรียบเรียง อาจารย์ ล.เสถียรสุตแปลไทย
prabman
25-05-2008, 05:14 PM
ใบไม้ช่วยอธิบายให้ชัดเจนเป็นภาษาง่ายๆหน่อย พระโพธิสัตต์กวนอิมเป็นตีมูรติได้อย่างไร
โอซารัน
25-05-2008, 05:24 PM
ยังไม่เครียร์ครับ ต้องฟังเหตุผลผู้ถูกถามก่อน เลย
โดยส่วนตัว ผมว่า นั้นไม่ได้เป็นแก่นของ พุทธ โดย พระพุทธเจ้าเลย นะ
โอซารัน
25-05-2008, 05:25 PM
แทนที่ จขกท. จะ ไปศึกษาข้อมูลมาเปรียบเทียบกับ เวบมาสเตอร์กลับไปก๊อปข้อมูลอัน มหืโม ให้พวกผมอ่าน ผมเลยหาประเด็นไม่ค่อย ชัดเจนคับ
ใบไม้นอกกำมือ
25-05-2008, 05:42 PM
ใบไม้ช่วยอธิบายให้ชัดเจนเป็นภาษาง่ายๆหน่อย พระโพธิสัตต์กวนอิมเป็นตีมูรติได้อย่างไร
ตรรกกะง่ายๆครับ พระมเหศวร คือ พระอิศวรหรือพระศิวะ พระศิวะ กับ พระนารายณ์ และพระพรหม เป็นหนึ่งเดียวกัน เพียงแต่แยกเป็นสามภาค พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระอวโลกิเตศวร สามารถโปรดผู้ใดได้ด้วยรูปพระมเหศวร ด้วยเหตุนี้ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวร(กวนอิม)ก็คือ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม นั่นเอง<O:p</O:p
<O:p</O:p
ในระดับความจริงสูงสุดนั้น พระอรหันต์ต่างๆเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เรียกว่า อสังขตธาตุ พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์อื่นๆส่วนใหญ่เข้านิพพานไปแล้ว ในขณะที่ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรยังไม่เข้านิพพาน ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรจึงสามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระพุทธเจ้า เช่น พระไวโรจนพุทธเจ้า พระอมิตตาภพุทธเจ้า และก็สามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้าองค์ใดก็ได้ เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระโมคคัลลานะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
ผมไม่ได้ตีความไปโดยขาดหลักฐานนะครับมีหลักฐานพร้อมเพรียง คนส่วนใหญ่ตีความไม่ได้ เพราะเขาถูกอวิชชาครอบงำ เรื่องง่ายๆจึงกลายเป็นเรื่องยากสุดๆ ทีมงานไม่รู้และไม่เข้าใจอะไร ทำไมเขาไม่ถามผม แต่นำกระทู้ของผมเข้าห้องหลุมดำ นี่ไม่ถือว่าปรามาสพระพุทธเจ้า และปรามาสศาสนาพุทธมหายานหรือครับ<O:p</O:p
<O:p</O:p
ใบไม้นอกกำมือ
25-05-2008, 05:53 PM
ยังไม่เครียร์ครับ ต้องฟังเหตุผลผู้ถูกถามก่อน เลย
โดยส่วนตัว ผมว่า นั้นไม่ได้เป็นแก่นของ พุทธ โดย พระพุทธเจ้าเลย นะ
ผิดแล้วครับ นี่คือแก่นของโคตรแก่นของศาสนาพุทธเลยครับ และก็ยังเป็นแก่นของโคตรแก่นของศาสนาคริสต์ อิสลาม เต๋า ฮินดู ฯลฯ ด้วย
พุทธเถรวาทของเราแตกแยกกับพุทธมหายานเพราะไม่เข้าใจในประเด็นนี้ ในระดับอสังขตธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือ หระรัตนตรัย ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน จะเรียก พระบิดา พระบุตร พระจิต ก็ได้ จะเรียกว่า พระเจ้า ก็ได้ จะเรียก พุทธะก็ได้ จะเรียกอัลเลาะห์ ฯลฯ ก็ได้
อสังขตธรรมที่ไม่เข้านิพพาน คือ กวนอิม พระพุทธเจ้าพระองค์นี้จะเทศนาสอนสรรพสัตว์ใน 3 ภพอยู่กัลปาวสาน พระองค์จึงเป็น "พระเจ้า" ของโลกทั้ง 3 มนุษย์แต่ละศาสนาเรียกพระองค์ในชื่อต่างๆกัน โคตมพุทธเจ้าตรัสชมพระอวโลกิเตศวรเอาไว้มากมายในพระสูตรต่างๆของมหายาน
ใบไม้นอกกำมือ
25-05-2008, 06:05 PM
แทนที่ จขกท. จะ ไปศึกษาข้อมูลมาเปรียบเทียบกับ เวบมาสเตอร์กลับไปก๊อปข้อมูลอัน มหืโม ให้พวกผมอ่าน ผมเลยหาประเด็นไม่ค่อย ชัดเจนคับ
นี่ผมไม่ได้ copy ข้อมูลในปารามิตาสูตร และสัทธรรมบุณฑริกสูตรแบบเต็มสูตรมาให้นะครับ ไม่ง้นเยอะกว่านี้ ผมเอาแค่ท่อนที่ผมจะเสนอประเด็น คุณลองดูท่อมเต็มๆแค่ส่วนเดียวสิครับว่ามันเยอะขนาดไหน
ใบไม้นอกกำมือ
25-05-2008, 06:09 PM
เอาแค่ท่อนเดียวนะครับ
พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสตอบพระอักษยมติว่า “ดูก่อนกุลบุตร ! หากมีสรรพสัตว์ในโลกธาตุ สมควรจะได้รับการโปรดด้วยพระพุทธกายแล้ว พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ก็จะทรงอวตารปรากฏเป็นรูปพระพุทธกายมาแสดงธรรมโปรด หากมีสัตว์ผู้สมควรรับการโปรดด้วยรูปกายลักษณะพระสาวก ....... รูปกายลักษณะอินทระ ....... รูปกายลักษณะมเหศวร ....... รูปกายลักษณะเทวเสนาบดี ....... รูปกายลักษณะมหาราชา ....... รูปกายลักษณะจุลราซา ฯลๆ รูปกายลักษณะพราหมณ์ ....... รูปกายลักษณะภิกษุ ....... ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ....... รูปกายลักษณะพราหมณี คหปตินีอำมาติยาณี รูปกายลักษณะกุมาร กุมารี รูปกายลักษณะนาค ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ มโหรค (นาคหรืองูใหญ่) หากมีสัตว์ผู้สมควรรับการโปรดด้วยรูปกายลักษณะวัชรธรเทพ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ก็จักทรงอวตารปรากฏภาคเป็นรูปลักษณะดังกล่าวนั้น ๆ และรูปกายวัชรธรเทพมาแสดงธรรมโปรด”.
“ดูก่อนอักษยมติ ! พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงคุณธรรมให้สำเร็จสมบูรณ์ ด้วยประการเช่นนี้ ทรงแบ่งภาคออก เป็นลักษณะต่าง ๆ ท่องเที่ยวโปรดสัตว์ทั่วไปในโลกธาตุทั้งหลาย ฉะนั้น จึงเป็นการสมควรที่พวกเธอทั้งหลายจักมี เอกจิตบูชาสักการะ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ฯลฯ ....... ฯลฯ”
ท่านผู้อ่านคงจะนึกว่า พระอวโลกิเตศวรช่างทรงมหิทธานุภาพ พิสดารอะไรอย่างนั้น ดูจะเป็นลัทธิศาสนาพราหมณ์ไม่ผิดเลย ขนาดคนมีโทษยังทรงช่วยให้หลุดพ้นอีก แต่ข้าพเจ้าขอชี้แจงว่า คติการสอนศาสนาของลัทธิมหายานนิยมการอธิบายธรรมะในรูปบุคคลาธิษฐาน การอธิบายคุณลักษณะของพระอวโลกิเตศวรอย่างนี้ เป็นเพียงอุบายโกศลวิธี ชักจูงคนให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธามั่นคงในพระโพธิสัตว์ ไม่น้อยหน้าศาสนาพราหมณ์ชั้นหนึ่งก่อน ภายหลังจึงอธิบายธรรมาธิษฐานให้ฟังว่าแท้จริงคุณลักษณะของพระอวโลกิเตศวร คือพระปัญญาคุณ พระสันติคุณ และพระกรุณาคุณ ผู้ใดสามารถอัญเชิญพระอวโลกิเตศวรให้เข้ามาประทับอยู่ในดวงจิตได้ ด้วยการหมั่นนึกภาวนารำลึกถึงเสมอ ก็ต้องปรับปรุงกายวาจาใจของตนให้ประกอบด้วยปัญญาคุณ สันติคุณ กรุณาคุณ ดุจองค์พระโพธิสัตว์ เมื่อเป็นดังนี้ ภัยต่าง ๆ ดังพรรณนามาในพระสูตรที่กล่าวแล้ว จักบังเกิดแก่ผู้นั้น ย่อมไม่มีทางจะเป็นไปได้ หรือแม้ว่า จักเกิดมีขึ้นก็หาทำให้ผู้นั้นต้องหวั่นไหวเดือดร้อนไม่ เพราะดวงจิตผู้นั้น ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระอวโลกิเตศวรแล้วนั้นเอง ฉะนั้นผู้ที่เคารพบูชาพระโพธิสัตว์องค์นี้ ย่อมสุดแล้วแต่วุฒิปัญญาและฐานะของผู้นั้น จะบูชาพระองค์ในฐานะเป็นพระเจ้า คอยประทานอะไรต่อมิอะไรให้ ตามคำอ้อนวอนขอร้องของเราหรือจะบูชา ด้วยการเข้าถึงแก่นแห่งธรรมะในพระองค์ ทำนองเดียวกับพุทธมามกะชาวไทยบางคนไปบนบานพระพุทธรูปขอหวยเลขท้ายบ้าง ขอให้มีบุตรชายบ้าง บุตรหญิงบ้าง ฯลฯ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้
ในลัทธิมหายานนิกายพุทธตันตระ หรือมนตรยาน ซึ่งเป็นลัทธิมหายานรุ่นหลัง เอาคติทางลัทธิฮินดูตันตระมาแทรก จำแนกปางอวตารต่าง ๆ ของพระอวโลกิเตศวรออก ๓๓ ปาง ปางที่สำคัญที่สุดมีอยู่อีก ๖ ปาง คือ
๑. สหัสสหัตถ สหัสสเนตร อวโลกิเตศวร (โชยชิ้วโชยงั้งกวนอิม) ปางนี้พระโพธิสัตว์ สำแดงอภินิหารให้ปรากฏเป็นพระหัตถ์ ๑,๐๐๐ หัตถ์ ในใจกลางพระหัตถ์ ปรากฏมีดวงพระเนตรประดิษฐานอยู่หัตถ์ละดวงซึ่งถอดเป็นธรรมาธิษฐาน ก็หมายความว่า ดวงเนตร๑,๐๐๐ ดวง หมายเอาปัญญาคุณ ซึ่งสอดส่องทะลุปรุโปร่งไปทั่ว พระหัตถ์ ๑,๐๐๐ หัตถ์ หมายถึงความสามารถอันยิ่งใหญ่ ที่จะฉุดช่วยสัตว์ ให้พ้นห่วงแห่งทุกข์ในคัมภีร์สหัสสหัตถกรสูตร แสดงว่าปางนี้ พระอวโลกิเตศวรมีพระเศียร ๒๗ เศียร สีพระกายเป็นสีทองชมพูนุท ในปางนี้ทรงประทานมนต์ หรือเรียกกันในนิกายพุทธตันตระว่า “ธารณี” สำหรับสวดสาธยายเพื่อความสวัสดิมงคลและเพื่อขอความคุ้มครองจากพระองค์ บรรดาธารณีบทเหล่านี้ มีอยู่บทหนึ่งมีข้อความไม่ยาวนัก จึงขอเชิญมาแสดงไว้ ณ ที่นี้พอเป็นนิทัศนะอุทาหรณ์ ดังนี้
prabman
25-05-2008, 06:22 PM
ผมเข้าใจแล้ว ตอนแรกใบไม้อธิบายไม่ชัดเจน ทีมงานฯอาจคิดว่า ใบไม้กำลังมั่วศาสนา ผมก็เตรียมลุยทีมงานฯอยู่ เพิ่งพ้นโทษมาใหม่ๆ ยังไม่อยากลุยวันนี้ ถือว่าทีมงานฯโชคดีไป ไม่งั้นทีมงานฯต้องจับปราปมารติดคุกอีกรอบ
prabman
25-05-2008, 06:36 PM
ใบไม้มีความรู้ทางศาสนาเหนือชั้นกว่าคนทั่วไปมาก ยากจะหาผู้ใดเทียบติดในยุคนี้ ผมไปก่อนล่ะ อาทิตย์นี้ผิดหวัง ไม่ได้ลุยทีมงานฯ
Komodo
25-05-2008, 09:55 PM
ตรรกกะง่ายๆครับ พระมเหศวร คือ พระอิศวรหรือพระศิวะ พระศิวะ กับ พระนารายณ์ และพระพรหม เป็นหนึ่งเดียวกัน เพียงแต่แยกเป็นสามภาค พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระอวโลกิเตศวร สามารถโปรดผู้ใดได้ด้วยรูปพระมเหศวร ด้วยเหตุนี้ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวร(กวนอิม)ก็คือ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม นั่นเอง<O:p</O:p
<O:p</O:p
ในระดับความจริงสูงสุดนั้น พระอรหันต์ต่างๆเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เรียกว่า อสังขตธาตุ พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์อื่นๆส่วนใหญ่เข้านิพพานไปแล้ว ในขณะที่ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรยังไม่เข้านิพพาน ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรจึงสามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระพุทธเจ้า เช่น พระไวโรจนพุทธเจ้า พระอมิตตาภพุทธเจ้า และก็สามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้าองค์ใดก็ได้ เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระโมคคัลลานะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
ผมไม่ได้ตีความไปโดยขาดหลักฐานนะครับมีหลักฐานพร้อมเพรียง คนส่วนใหญ่ตีความไม่ได้ เพราะเขาถูกอวิชชาครอบงำ เรื่องง่ายๆจึงกลายเป็นเรื่องยากสุดๆ ทีมงานไม่รู้และไม่เข้าใจอะไร ทำไมเขาไม่ถามผม แต่นำกระทู้ของผมเข้าห้องหลุมดำ นี่ไม่ถือว่าปรามาสพระพุทธเจ้า และปรามาสศาสนาพุทธมหายานหรือครับ<O:p</O:p
<O:p</O:p
เอะอะก็โทษ WebSnow แล้วก็โทษผม ไหนบอกว่า รู้ไง รู้ในจิต ผมสองคนไม่ได้ย้าย ทำไมถึงไม่รู้ แค่นี้ก็ "มั่ว" แล้วครับ ก่อนจะกล่าวหาใคร ใช้ "สติ" หน่อยนะครับ
จริงๆผมเลี่ยงที่ยุ่งกับกระทู้ของคุณแล้วนะครับ เพราะไม่รู้ว่า อันไหน Copy มา หรือ อันไหนคุณมั่วเอง ผมเลยไม่อ่านเลย ง่ายดี แต่เห็นตั้งชื่อกระทู้เรียกผมมา ไว้ว่างๆจะมาตอบให้นะครับ
Komodo
25-05-2008, 10:04 PM
สรุปแบบนี้
"กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ ก็คือ กวนอิม"
ก็สมควรโดนแล้วครับ เพราะคุณละเมิดความเชื่อของทางพราหมณ์เช่นกันครับ
บางนิกายเชื่อว่าพระศิวะเป็นใหญ่ บางนิกายเชื่อว่าพระนารายณ์เป็นใหญ่ ฯลฯ ขนาดเรื่องการกำเนิดของมหาเทพยังมองต่างกัน ดังนั้นคุณใบไม้ฯก็ไม่ควรละเมิดศาสนาอื่นนะครับ ดังนั้นที่เค้าย้ายไปห้องนั้นก็ถูกต้องแล้วนะครับ เพราะห้องหลุมดำ เป็นห้องที่ทำงานจะไม่เข้าไปวุ่นวายมากครับ
โมทนาครับ
ปล. อย่ามั่วบ่อยนะครับ กรรมของการปรามาสของคุณเยอะเหลือเกิน ผมบอกคุณแล้ว ของคุณ 90% ดี แต่ 10% ที่ไม่ดีของคุณ มันจะฉุดให้คุณไปอบายภูมิก่อนนะครับ เชื่อผมเถอะ เตือนแล้ว อย่าโพสต์โดยนำพระพุทธเจ้าหรือศาสดาของศาสนาอื่นมาเทียบ เพราะคุณไม่รู้จริง
Komodo
25-05-2008, 10:10 PM
ผมเข้าใจแล้ว ตอนแรกใบไม้อธิบายไม่ชัดเจน ทีมงานฯอาจคิดว่า ใบไม้กำลังมั่วศาสนา ผมก็เตรียมลุยทีมงานฯอยู่ เพิ่งพ้นโทษมาใหม่ๆ ยังไม่อยากลุยวันนี้ ถือว่าทีมงานฯโชคดีไป ไม่งั้นทีมงานฯต้องจับปราปมารติดคุกอีกรอบ
ดีแล้วครับ ลุยกับทีมงานก็เหมือนเตะลูกบอลอัดกำแพงครับ มันสะท้อนกลับไปหาคุณอยู่แล้วครับ เตะแรงก็สะท้อนแรงครับ ไม่เตะเลยดีที่สุดครับ อยู่อย่างสงบครับ
ว่าแต่ว่า อ่านแล้ว "งง" ครับพี่ ตอนแรกจะลุยทีมงาน เพราะคิดว่าทีมงานเข้าใจผิดว่าคุณใบไม้ฯมั่วมา แต่อ่านจนเข้าใจชัดเจนแล้ว เลยไม่ลุยเพราะทีมงานทำถูกแล้วใช่ไหมครับ
แต่ถ้าพี่เชื่อที่คุณใบไม้โพสต์ก็วางอุเบกขาซะครับ แต่ผมอ่านแล้วมันแปลกๆ แถมเค้าตีความเอง และไปดึงศาสนาอื่นมาเทียบซึ่งไม่เหมาะเท่าไหร่ครับ
ก็ขอโมทนาด้วยนะครับ ที่หยุดลุย (ชั่วคราว) และไม่สร้างปัญหาให้ทีมงานครับ
Komodo
25-05-2008, 10:28 PM
11พอลูกิตตีสึดฟูลาเลงทอพอ พอลูกิตตี แปลว่าจิตต้องกับธรรม สึดฟูลา แปลว่าท่องเที่ยวไปตามใจอิสระ เลงทอพอ แปลว่าเนื่องด้วยสำเร็จในมรรคผล รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสัมโภคกายของพระไวโรจนะพุทธเจ้า เพื่อโปรดสัตว์จำนวนอมิต
22อีซีรี หมายถึงกระทำตามโอวาท
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้ามเหศวรแห่งสวรรค์ดาวดึง นำทัพเทพยดา มาโปรดสัตว์
26มอซี มอซีลีทอยิน มอซี แปลว่าได้มีอิสระทันที ลีทอยิน แปลว่า ปฏิบัติจนได้วชิรธรรมกาย ได้อาสน์ดอกบัว
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอมิตาภะพุทธเจ้า เมื่อสิ้นสัมโภคกายนี้แล้ว ต่างไปเกิดในสุขขาวดีภูมิ
35 หมุกตีลี หมายถึงความหลุดพ้น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระพุทธเจ้าพนมมือฟังและสวดธารณี ผู้ปฏิบัติตามนี้จะบรรลุพุทธผล
36 อีซี อีซี หมายถึงการชักชวนตามพระศาสนา ทุกสิ่งให้เป็นไปตามธรรมชาติ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมเหศวรเทพเจ้า(พระศิวะ)โปรดทวยเทพและมนุษย์
47 ผู่ทอแย ผู่ทอแย หมายถึงรู้ธรรม รู้จิต
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอานนท์เถระ ผู้เลิศในความเป้นพหูสูตร มืออุ้มบาตร โปรดสัตว์
49 นอลากินชี หมายถึงปราชญ์ผู้รักษาตนเอง มีมหากรุณาจิต ปลุกสรรพสัตว์ให้ตื่นจากความหลับ พ้นทุคติ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ผู้ทรงตั้งปณิธานโปรดสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ทั่วนรกภูมิ
53 สึดทอแย หมายถึงสำเร็จในอรรถทั้งหลาย
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ ทำมือท่าปทุมมุทรา รอบรู้ธรรมทั้งปวง
56 ซอผ่อฮอ ผลสำเร็จจากการปฏิบัติกรุณาธรรม
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระโมคคัลลานะเถระ มือถือขักขระและอุ้มบาตร ระงับภยันตรายให้สัตว์โลก
67 ซอผ่อฮอ หมายถึงสำเร็จธรรมไปถึงฝั่งโน้น
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ มือยกชูพระสูตร โปรดสัตว์ไปจุติในสุขาวดีภูมิ
75 ซอผ่อฮอ สำเร็จโดยรวมความทั้งหมดของมหากรุณาธารณีนี้
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมหากัสสปะเถระ มือซ้ายถือประคำ มือขวาถือไม้เท้า นำสรรพสัตว์ปฏิบัติธรรม
78 พอลูกิตตี หมายถึงพระอวโลติเกศวร ผู้นำพาสรรพสัตว์เข้าสู่สุขาวดีพุทธภูมิ
รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมัญชูศรีโพธิสัตว์ นั่งอยู่บนหลังสิงหอาสน์ มือซ้ายชี้ขึ้นท้องฟ้า เพื่อให้สรรพสัตว์เข้าถึงธรรม
สรุปง่ายตามสีแดงว่า
1. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นสัมโภคกายของพระไวโรจนะพุทธเจ้า
2. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นเทพเจ้ามเหศวร
3. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอมิตาภะพุทธเจ้า
4. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระพุทธเจ้า
5. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมเหศวรเทพเจ้า(พระศิวะ)
6. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระอานนท์เถระ
7. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์
8. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ
9. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระโมคคัลลานะเถระ
10. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นพระสารีบุตรเถระ
11. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมหากัสสปะเถระ
12. รูปพระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ ปรากฎเป็นมัญชูศรีโพธิสัตว์
ถ้าสรุปตามตรรกะของคุณใบไม้ฯ จะสรุปได้ว่า
พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์ = เทพเจ้ามเหศวร = พระพุทธเจ้า = มเหศวรเทพเจ้า(พระศิวะ) = พระอานนท์เถระ = พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ = พระสารีบุตรเถระ = พระโมคคัลลานะเถระ = มหากัสสปะเถระ = มัญชูศรีโพธิสัตว์ (จริงไหมครับ???)
ผุ้อ่านเห็นอะไรแปลกๆหรือเปล่าครับใน Logic ของคุณใบไม้ฯ เพราะอาจารย์ที่แปล เค้าบอกว่า ปรากฎรูป ผมว่า น่าจะหมายถึงร่างจำแลงมากกว่า แต่ผมไม่ขอวิจารณ์ครับ เพราะกลัวปรามาส ที่เอามากล่าวถึงนั้นเป็นเพียงเพื่อต้องการวิเคราะห์ Logic ของคุณใบไม้เท่านั้นครับ
ถ้าผมสรุปตามที่ Logic ของคุณใบไม้ว่า พระพุทธเจ้า = พระอานนท์เถระ (จะมีคนแย้งผมหรือเปล่าครับ)
แน่นอนครับ ถึงไม่มีคนแย้ง ผมก็ต้องแย้งตัวเองครับ ดังนั้นผู้ดูแลฯเค้าตัดสินใจถูกต้องแล้วครับที่ย้ายยกระทู้นี้ไปลงหลุมดำครับ
ขออนุโมทนาครับ
bridge
28-05-2008, 09:01 AM
หอ่า.... อ้อ... อืม...อือหึ... get แล้ว แสดงว่าแล้วแต่ใครสรัธทาในรูปลักษณ์ใดก็ได้ เพราะไม่ผิด มันเป็นกลวิธีที่แยบยลจริง เหมือนสอนเด็กแหละ เด็กชอบเรียนตามความถนัดแตกต่างกันไปอ้ะเนอะ เงี้ยคนเราก็เหมือนกัน จะสอนธรรมะทั้งทีใครสรัธทาองค์ไหนก็ไม่ผิด เพราะคำสอนเหมือนกันคือหลุดพ้นไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ไม่ควรมาเวียนว่ายลุ้มหลงนี้แหละ อุบายของพระเจ้า / ศาสดา ไม่ว่าศาสนาใด ก็อย่าถกเถียงกันเลย อย่างความยึดถือในกิเลสตนมาแบ่งชั้นวรรณะให้กับศาสนาและพระเจ้าของเราเลย นะ จ๊ะ นะ อยู่ใครอยู่มันมุ่งปฏิบัติไปเป็นดี ไม่ต้องมาโอ้อวดใส่กันด้วย จะได้ไม่ไปทับเส้นกิเลศใครแล้วมาทะเลาะให้จิตรเศร้าหมอง นอนฝันร้ายกันอีก
bridge
28-05-2008, 09:06 AM
เราเองก็เทียวเข้ามาดูเว็บนี้ ตั้งกระทู้มั้งประปลายตั้งแต่ คุณเว็บสโนว์ยังออนแอร์อยู่ห้องนี้แหละ
ตั้งแต่กระโน้นก็นานโข่วแล้วแต่ก็ยังเป็นรุ่นน้องยายผีป่าอยู่ค่ะ เว็บนี้เคยดีมากในเรื่องการโพสท์ถ้อยคำ ช่างเป็นคำพูดของปัญญาชนกัน ในแต่ก่อนเนื้อหาสาระล้วนหลากหลาย ประเทืองปัญญาตามความชอบของตน
แต่ในปัญจุบันนี้คนมาก ความมาก ต่างคนต่างพ่อต่างแม่มา ต่างสภาพแวดล้อมมาคุยกัน ต่างจะเอาแต่ใจ แต่กิเลศ แต่ความเชื่อของตัวมันเลย มั่วกันไปหมด
เราก็เลยไม่ค่อยโพสท์จะโพสท์ต่อเฉพาะบอร์ดที่สาระดีแล้วจริงๆ
ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 01:18 PM
คุณKomodo ครับ
1.ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆเลย ที่คุณอุตส่าห์จะช่วยคัดแยกข้อความที่ผมต้องการแยก คือ กวนอิมสามารถปรากฏกายหรือรูปเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นพุทธสาวก หรือพระพุทธเจ้า กวนอิมสามารถปรากฏกายหรือรูปเป็นสิ่งนั้นได้
2.คุณก็เหมือนเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงนิสัย คือ เล่นพรรคเล่นพวก (เหมือนกับพวกพันธมิตรเลย) ทุกอย่างต้องมีเหตุผลสนับสนุนและค้าน ทีมงานเล่นเอาเหตุผลด้านค้านไปลบกระทู้ของผม ทั้งๆที่เหตุผลค้านมีไม่ถึง 1% เหตุผลสนับสนุนมี 99% แต่ทีมงานกลับลบกระทู้ผมโดยใช้เหตุผล 1%นั้น อย่างนี้ใช้ได้หรือครับ แล้วมีคุณkomodo ซึ่งไม่เคยมีใจเป็นกลาง เล่นพรรคเล่นพวก คอยสนับสนุนอยู่ด้วย ยิ่งไปช่วยเสริมให้คนกระทำผิดยิ่งกระทำผิดใหญเลย ทีมงานฯเมื่อตายไปอาจจะลงนรก ส่วนหนึ่งเพราะคุณkomodoนี่แหละ แทนที่จะห้ามปราม และตักเตือน ให้เขารักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เฉพาะแค่เถรวาท แต่มหายานด้วย คุณกลับไม่ทำ ไปสนับสนุนให้เขาทำตรงกันข้าม
ผมมีหลักฐานคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าทั้งในปารามิตาหฤทัยสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตร และมีภาพและคำบรรยายการสอนของหลวงจีนคณาณัติจีนพรต(เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร จากหนังสือมหากรุณาธารณี เรียบเรียงโดย อาจารย์ ล.เสถียรสุตแปลไทยมาลงประกอบด้วย หลักฐานครบสูตรอย่างนี้ ทีมงานเอากระทู้นี้ของผมไปทิ้งห้องหลุมดำเพราะอะไร นี่ยังไงที่ผมตั้งกระทู้
"ถามคุณwebsnow และทีมงาน รวมทั้งคุณด้วยว่า หลักฐานครบอย่างนี้ คุณเอากระทู้นั้นของผมไปทิ้งห้องหลุมดำเพราะอะไร กรุณาให้เกียรติคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังมหายานด้วยได้ไหมครับ ถ้าคุณสงสัยหรือไม่เข้าใจอะไร ก็ควรถามผม ไม่ใช่ตนเองไม่เชื่อก็นำลงห้องหลุมดำ อย่างนี้ไม่ถูกแล้วครับ"
3. เว็บพลังจิตของคุณมีปัญหาในช่วง 3 วันนี้ อาจจะเป็นเพราะคุณwebsnow ผิดสัจจะกับพระพุทธเจ้าตอนที่ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระพุทธเจ้า ตอนก่อนจะตั้งเว็บนี้ขึ้นก็ได้นะครับ เมื่อคุณwebsnowไปโยนคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังมหายานทิ้งลงหลุมดำ ก็เหมือนกับเหยียบย่ำศาสนาพุทธมหายาน ผมคิดว่าพระพุทธเจ้าเบื้องบนแค่ตักเตือนเท่านั้น
ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 01:26 PM
คุณKomodo ครับ
ตอนนี้ผมขอตอบปัญหาที่เกี่ยวกับธรรมะขั้นสูงสุดที่คุณถามบ้าง "กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ ก็คือ กวนอิม" ความจริงผมก็ตอบคุณปราบมารและคุณโอซารันไปแล้วบางส่วน ขอคัดมาลงนะครับ
.....................................................................................
ตรรกกะง่ายๆครับ พระมเหศวร คือ พระอิศวรหรือพระศิวะ พระศิวะ กับ พระนารายณ์ และพระพรหม เป็นหนึ่งเดียวกัน เพียงแต่แยกเป็นสามภาค พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระอวโลกิเตศวร สามารถโปรดผู้ใดได้ด้วยรูปพระมเหศวร ด้วยเหตุนี้ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวร(กวนอิม)ก็คือ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม นั่นเอง<O:p</O:p
<O:p</O:p
ในระดับความจริงสูงสุดนั้น พระอรหันต์ต่างๆเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เรียกว่า อสังขตธาตุ พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์อื่นๆส่วนใหญ่เข้านิพพานไปแล้ว ในขณะที่ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรยังไม่เข้านิพพาน ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรจึงสามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระพุทธเจ้า เช่น พระไวโรจนพุทธเจ้า พระอมิตตาภพุทธเจ้า และก็สามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้าองค์ใดก็ได้ เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระโมคคัลลานะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ โอซารัน http://board.palungjit.com/images/buttons/viewpost.gif (http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1231312#post1231312)
ยังไม่เครียร์ครับ ต้องฟังเหตุผลผู้ถูกถามก่อน เลย
โดยส่วนตัว ผมว่า นั้นไม่ได้เป็นแก่นของ พุทธ โดย พระพุทธเจ้าเลย นะ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ผิดแล้วครับ นี่คือแก่นของโคตรแก่นของศาสนาพุทธเลยครับ และก็ยังเป็นแก่นของโคตรแก่นของศาสนาคริสต์ อิสลาม เต๋า ฮินดู ฯลฯ ด้วย
พุทธเถรวาทของเราแตกแยกกับพุทธมหายานเพราะไม่เข้าใจในประเด็นนี้ ในระดับอสังขตธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือ หระรัตนตรัย ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน จะเรียก พระบิดา พระบุตร พระจิต ก็ได้ จะเรียกว่า พระเจ้า ก็ได้ จะเรียก พุทธะก็ได้ จะเรียกอัลเลาะห์ ฯลฯ ก็ได้
อสังขตธรรมที่ไม่เข้านิพพาน คือ กวนอิม พระพุทธเจ้าพระองค์นี้จะเทศนาสอนสรรพสัตว์ใน 3 ภพอยู่กัลปาวสาน พระองค์จึงเป็น "พระเจ้า" ของโลกทั้ง 3 มนุษย์แต่ละศาสนาเรียกพระองค์ในชื่อต่างๆกัน โคตมพุทธเจ้าตรัสชมพระอวโลกิเตศวรเอาไว้มากมายในพระสูตรต่างๆของมหายาน
ใบไม้นอกกำมือ
28-05-2008, 01:48 PM
คุณKomodo ครับ
แต่เมื่อคุณยังไม่เข้าใจ ผมจะอธิบายให้เห็นภาพเลย ผู้ที่เข้าสู่ความเป็นอรหันต์ เข้าสู่ความเป็นอสังขตธาตุแล้ว ก็เหมือนกับน้ำที่ถึงจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส แต่มันยังคงอยู่เป็นรูปน้ำ สักพักหนึ่งมันจึงเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง
พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ต่างๆในนิพพาน เปรียบเหมือนกับน้ำที่เปลี่ยนเป็นน้ำแข็งแล้ว แต่พระโพธิสัตว์กวนอิมเปรียบเหมือนน้ำที่พร้อมจะเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำแข็งแล้ว อย่างไรก็ตาม พระโพธิสัตว์กวนอิมไม่ยอมเปลี่ยน ท่านตั้งปณิธาน เอาความเมตตากรุณาเข้ามาไว้ในใจเพราะสงสารสรรพสัตว์ ต้องการให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ คือ เข้านิพพานให้หมด พระโพธิสัตว์กวนอิมท่านจึงปรากฏกายหรือรูปใดก็ได้ ที่คนหรือกลุ่มชนนั้นนับถือ เพื่อไปเทศนาสั่งสอนธรรมให้กับสรรพสัตว์ใน 3 ภพ
พระโพธิสัตว์มหายานอื่นๆก็ทำเช่นเดียวกัน พวกท่านเป็นอรหันต์แล้ว แต่ไม่ยอมเข้านิพพาน หลวงปู่เทพโลกอุดร และพระมหากัสสป พวกท่านก็เป็นอรหันต์แล้ว แต่ไม่ยอมเข้านิพพาน พวกท่านเลี้ยงตัวเองด้วยคำปณิธานเช่นเดียวกัน
หลวงปู่เทพโลกอุดร ตั้งปณิธานว่าจะรักษาพระพุทธศาสนาจนครบ 5000 ปี และจะส่งต่อให้พระศรีอริยะเมตตรัย
พระมหากัสสป ตั้งปณิธานว่าจะรอเข้าพระนิพพานพร้อมกับพระศรีอริยะเมตตรัย
Komodo
28-05-2008, 09:21 PM
คุณKomodo ครับ
1.ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆเลย ที่คุณอุตส่าห์จะช่วยคัดแยกข้อความที่ผมต้องการแยก คือ กวนอิมสามารถปรากฏกายหรือรูปเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นพุทธสาวก หรือพระพุทธเจ้า กวนอิมสามารถปรากฏกายหรือรูปเป็นสิ่งนั้นได้
การแปลงกาย มิได้หมายความว่า จะเป็นเช่นนั้นนี่ครับ ก็ต้องยอมรับว่า ท่านคือท่าน แต่ท่านแปลงกายไป การสรุปว่าท่านเป็น... ผมว่าไม่ใช่หลักตรรกะที่ถูกต้องนะครับ ผมเทียบให้เห็นแล้วว่า มันสรุปไม่ได้ครับ คุณอ่านแล้วน่าจะเข้าใจนะครับ
2.คุณก็เหมือนเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงนิสัย คือ เล่นพรรคเล่นพวก (เหมือนกับพวกพันธมิตรเลย) ทุกอย่างต้องมีเหตุผลสนับสนุนและค้าน ทีมงานเล่นเอาเหตุผลด้านค้านไปลบกระทู้ของผม ทั้งๆที่เหตุผลค้านมีไม่ถึง 1% เหตุผลสนับสนุนมี 99% แต่ทีมงานกลับลบกระทู้ผมโดยใช้เหตุผล 1%นั้น อย่างนี้ใช้ได้หรือครับ แล้วมีคุณkomodo ซึ่งไม่เคยมีใจเป็นกลาง เล่นพรรคเล่นพวก คอยสนับสนุนอยู่ด้วย ยิ่งไปช่วยเสริมให้คนกระทำผิดยิ่งกระทำผิดใหญเลย ทีมงานฯเมื่อตายไปอาจจะลงนรก ส่วนหนึ่งเพราะคุณkomodoนี่แหละ แทนที่จะห้ามปราม และตักเตือน ให้เขารักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เฉพาะแค่เถรวาท แต่มหายานด้วย คุณกลับไม่ทำ ไปสนับสนุนให้เขาทำตรงกันข้าม
ใช้อะไรวัดว่า สนับสนุน 99% ครับ หลักสถิติต้องใช้ให้ถูกต้องนะครับ ส่วนการจัดการกับกระทู้นั้นเป็นวิจารณญาณของผู้ดูแลห้องนี้ครับ ผมจะไม่ก้าวก่าย
ส่วนที่ว่าผมไม่เปลี่ยนแปลงเลย ผมยอมรับครับ แต่ผมยึดหลักความถูกต้องและให้เกียรติผู้ดูแลในการพิจารณากระทู้ครับ
ส่วนเรื่องเล่นพรรคเล่นพวกนั้น คุณใบไม้ฯก็ไม่เคยเปลี่ยนครับ ชอบใส่ความคนอื่นเรื่อยเลย แต่ไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว ว่าแต่เมื่อไหร่คุณใบไม้ฯจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นครับ ผมเห็นคุณโพสต์ทีไร มีปัญหาทุกทีเลยครับ
ส่วนการห้ามปรามหรือตักเตือนนั้น ผมคิดว่า ควรจะตักเตือนคุณใบไม้ฯมากกว่าครับ ในเมื่อคุณเคยบอกหลายครั้งว่า คุณให้อภัยทีมงาน ไม่ว่าทีมงานจะยุติธรรมกับคุณหรือไม่ เพราะคุณสงสารทีมงาน กลัวทีมงานติดกรรมหนักไม่ใช่เหรอครับ ดังนั้นเรื่องแค่นี้ก็ควรจะยอมรับการพิจารณาของผู้ดูแลนะครับ
เรื่องรักษาคำสอนนั้น ทีมงานทำแน่ครับ แต่ที่เค้าย้ายเพราะ "การสรุป" ของคุณใบไม้ฯมันคลุมเคลือ และเสี่ยงกับการปรามาสครับ ดดยเฉพาะคุณชอบยกเอาศาสดาของศาสนาอื่นและชอบนำพระพุทธองค์มาเปรียบเทียบเสมอ
ถ้าคุณชอบวิเคราะห์ ทำไมคุณไม่วิเคราะห์หลักคำสอนของพระพุทธองค์และหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างสิครับ ผมเห็นคุณชอบพูดว่า คุณรู้คนเดียวประจำเลย
ผมมีหลักฐานคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าทั้งในปารามิตาหฤทัยสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตร และมีภาพและคำบรรยายการสอนของหลวงจีนคณาณัติจีนพรต(เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร จากหนังสือมหากรุณาธารณี เรียบเรียงโดย อาจารย์ ล.เสถียรสุตแปลไทยมาลงประกอบด้วย หลักฐานครบสูตรอย่างนี้ ทีมงานเอากระทู้นี้ของผมไปทิ้งห้องหลุมดำเพราะอะไร นี่ยังไงที่ผมตั้งกระทู้
ไม่มีใครไปแตะข้อมูลที่คุณเอามาอ้างอิงครับ แต่เค้าแต่ข้อสรุปและการวิเคราะห์ของคุณต่างหากครับ ตรรกะมันผิดครับ ผมเทียบให้ดูแล้วครับ รบกวนอ่านด้วย
"ถามคุณwebsnow และทีมงาน รวมทั้งคุณด้วยว่า หลักฐานครบอย่างนี้ คุณเอากระทู้นั้นของผมไปทิ้งห้องหลุมดำเพราะอะไร กรุณาให้เกียรติคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังมหายานด้วยได้ไหมครับ ถ้าคุณสงสัยหรือไม่เข้าใจอะไร ก็ควรถามผม ไม่ใช่ตนเองไม่เชื่อก็นำลงห้องหลุมดำ อย่างนี้ไม่ถูกแล้วครับ"
ห้องหลุมดำมีฐานะเป็นห้องหนึ่งของ ห้องวิทยาศาสตร์ทางจิตครับ แต่เป็นห้องที่มีคำเตือนว่าให้ใช้วิจารณญาณเพิ่มเติมครับ ดังนั้นคุณก็ควรจะให้เกียรติห้องหลุมดำด้วยนะครับ
ย้ำนะครับว่า ห้องหลุมดำไม่ใช่ถังขยะครับ
ส่วนเรื่องให้เกียรติคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น แน่นอนครับว่า ทีมงานย่อมกลัวการปรามาสครับ ถ้าคุณเอาข้อมูลมาโพสต์ และไม่สรุปเอง เออเอง แบบที่ทำมา ก็คงไม่มีใครไปยุ่งหรอกครับ
3. เว็บพลังจิตของคุณมีปัญหาในช่วง 3 วันนี้ อาจจะเป็นเพราะคุณwebsnow ผิดสัจจะกับพระพุทธเจ้าตอนที่ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระพุทธเจ้า ตอนก่อนจะตั้งเว็บนี้ขึ้นก็ได้นะครับ เมื่อคุณwebsnowไปโยนคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังมหายานทิ้งลงหลุมดำ ก็เหมือนกับเหยียบย่ำศาสนาพุทธมหายาน ผมคิดว่าพระพุทธเจ้าเบื้องบนแค่ตักเตือนเท่านั้น
มันเกี่ยวด้วยเหรอครับกับเหตุผลที่ว่า คิดเอง เออเอง อีกแล้วครับ เว็บมีปัญหา 2-3 วันไม่ดีเหรอครับ จะได้ทบทวนว่า เว็บสำคัญกับเรามากน้อยเพียงใด และเราควรรักษาหรือทำลายเว็บครับ
สรุปพี่ใบไม้บอกผมว่า นับถือพุทธเถรวาท แต่ทำไมชอบนำพุทธมหายานมาเทียบเรื่อยเลยครับ ถ้าพี่จะบอกว่าพี่เป็นพุทธมหายานก็ได้นะครับ หรือว่า สับสนครับ ส่วนการลงโทษนั้น ผมว่าพระพุทธองค์เมตตาสูงเกินกว่าที่คุณใบไม้ฯคิดครับ ไปคิดแทนพระองค์คงไม่เหมาะมั้งครับ
Komodo
28-05-2008, 09:33 PM
คุณKomodo ครับ
ตอนนี้ผมขอตอบปัญหาที่เกี่ยวกับธรรมะขั้นสูงสุดที่คุณถามบ้าง "กวนอิม คือ พระพุทธเจ้า(พระเจ้า)ที่อยู่ใน 3 ภพ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ ก็คือ กวนอิม" ความจริงผมก็ตอบคุณปราบมารและคุณโอซารันไปแล้วบางส่วน ขอคัดมาลงนะครับ
โมทนาครับ
.....................................................................................
ตรรกกะง่ายๆครับ พระมเหศวร คือ พระอิศวรหรือพระศิวะ พระศิวะ กับ พระนารายณ์ และพระพรหม เป็นหนึ่งเดียวกัน เพียงแต่แยกเป็นสามภาค พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระอวโลกิเตศวร สามารถโปรดผู้ใดได้ด้วยรูปพระมเหศวร ด้วยเหตุนี้ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวร(กวนอิม)ก็คือ ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม นั่นเอง
ที่อ่าน คือ พระแม่กวนอิมโปรดสัตว์ด้วยรูปอื่น หรือ พระองค์สามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้จริงไหมครับ
สมมติว่าพระยามารแปลงกายเป็นพระพุทธเจ้า และพระอุปคุตกราบพระยามารในร่างพระพุทธเจ้า ก็เพราะเป็นรูปพระพุทธเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่า พระยามาร คือ พระพุทธเจ้านะครับ เนื่องจากแปลงกายมา พระยามารก็ยังคงเป็นพระยามารครับ
แต่ถ้าสรุปตามตรรกะของคุณใบไม้ฯ คงเป็นอีกแบบ แต่ผมไม่ขอพูดนะครับ กลัวปรามาสครับ<O:p</O:p
<O:p</O:p
ในระดับความจริงสูงสุดนั้น พระอรหันต์ต่างๆเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เรียกว่า อสังขตธาตุ พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์อื่นๆส่วนใหญ่เข้านิพพานไปแล้ว ในขณะที่ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรยังไม่เข้านิพพาน ธรรมกาย(อายตนะนิพพาน)ของพระอวโลกิเตศวรจึงสามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระพุทธเจ้า เช่น พระไวโรจนพุทธเจ้า พระอมิตตาภพุทธเจ้า และก็สามารถเทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายของพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้าองค์ใดก็ได้ เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระโมคคัลลานะ
พระองค์เทศนาโปรดผู้ใดด้วยรูปกายใด สุดท้ายพระองค์ก็คือพระองค์เอง มิได้เป็นผู้นั้นซะหน่อยครับ
พุทธเถรวาทของเราแตกแยกกับพุทธมหายานเพราะไม่เข้าใจในประเด็นนี้ ในระดับอสังขตธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือ หระรัตนตรัย ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน จะเรียก พระบิดา พระบุตร พระจิต ก็ได้ จะเรียกว่า พระเจ้า ก็ได้ จะเรียก พุทธะก็ได้ จะเรียกอัลเลาะห์ ฯลฯ ก็ได้
ในเมื่อรู้ว่า โพสต์มาแล้วจะมีความแตกแยกทางความคิด ดังนั้นก็ไม่ควรโพสต์ครับ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรในเมื่อคุณใบไม้ฯบอกว่า บางเรื่องคุณรู้เองคนเดียว คนอื่นไม่สามารถรู้ได้เอง ดังนั้นแสดงว่า คุณถูกเลือกให้รู้คนเดียวแล้วครับ
อสังขตธรรมที่ไม่เข้านิพพาน คือ กวนอิม พระพุทธเจ้าพระองค์นี้จะเทศนาสอนสรรพสัตว์ใน 3 ภพอยู่กัลปาวสาน พระองค์จึงเป็น "พระเจ้า" ของโลกทั้ง 3 มนุษย์แต่ละศาสนาเรียกพระองค์ในชื่อต่างๆกัน โคตมพุทธเจ้าตรัสชมพระอวโลกิเตศวรเอาไว้มากมายในพระสูตรต่างๆของมหายาน
โมทนาครับ
CASIO12
28-05-2008, 09:39 PM
หลงหลุมดำก็เบาแล้ว
น่าจะลบทิ้งไปมากกว่านะ
Komodo
28-05-2008, 09:41 PM
คุณKomodo ครับ
แต่เมื่อคุณยังไม่เข้าใจ ผมจะอธิบายให้เห็นภาพเลย ผู้ที่เข้าสู่ความเป็นอรหันต์ เข้าสู่ความเป็นอสังขตธาตุแล้ว ก็เหมือนกับน้ำที่ถึงจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส แต่มันยังคงอยู่เป็นรูปน้ำ สักพักหนึ่งมันจึงเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง
พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ต่างๆในนิพพาน เปรียบเหมือนกับน้ำที่เปลี่ยนเป็นน้ำแข็งแล้ว แต่พระโพธิสัตว์กวนอิมเปรียบเหมือนน้ำที่พร้อมจะเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำแข็งแล้ว อย่างไรก็ตาม พระโพธิสัตว์กวนอิมไม่ยอมเปลี่ยน ท่านตั้งปณิธาน เอาความเมตตากรุณาเข้ามาไว้ในใจเพราะสงสารสรรพสัตว์ ต้องการให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ คือ เข้านิพพานให้หมด พระโพธิสัตว์กวนอิมท่านจึงปรากฏกายหรือรูปใดก็ได้ ที่คนหรือกลุ่มชนนั้นนับถือ เพื่อไปเทศนาสั่งสอนธรรมให้กับสรรพสัตว์ใน 3 ภพ
โมทนาครับ ผมจะไม่แย้งในประเด็นนี้นะครับ
พระโพธิสัตว์มหายานอื่นๆก็ทำเช่นเดียวกัน พวกท่านเป็นอรหันต์แล้ว แต่ไม่ยอมเข้านิพพาน หลวงปู่เทพโลกอุดร และพระมหากัสสป พวกท่านก็เป็นอรหันต์แล้ว แต่ไม่ยอมเข้านิพพาน พวกท่านเลี้ยงตัวเองด้วยคำปณิธานเช่นเดียวกัน
แล้วสรุปว่า พระโพธิสัตว์มหายานพระองค์ไหน คือ องค์สุดท้ายที่โปรดสรรพสัตว์ให้เข้านิพพานจนหมดครับ ผมงงๆครับ ขอความรู้ด้วยครับ
หลวงปู่เทพโลกอุดร ตั้งปณิธานว่าจะรักษาพระพุทธศาสนาจนครบ 5000 ปี และจะส่งต่อให้พระศรีอริยะเมตตรัย
โมทนากับความดีทั้งหมดของหลวงปู่ครับ แต่การส่งต่อนั้น ผมคิดว่า ไม่น่าจะใช่ครับ โดยผมเชื่อว่าเป็นการรักษาศาสนาของโคตมพุทธเจ้าให้ครบ 5,000 ปีครับ เพราะเท่าที่ทราบศาสนาของพระศรีอริยะเมตตรัยกว่าจะมาถึงก็คงอีกนานครับ ไม่ได้มาต่อกันครับ
พระมหากัสสป ตั้งปณิธานว่าจะรอเข้าพระนิพพานพร้อมกับพระศรีอริยะเมตตรัย เท่าที่ทราบ คือ พระองค์เข้านิพพานแล้วไม่ใช่เหรอครับ แต่พระศพยังไม่ถูกเผาครับ เพราะต้องรอพระศรีอาริย์ครับ ก็เลยงงๆครับ เห็นคุณใบไม้ฯบอกว่า ยังไม่นิพพาน
แต่ผมอาจจะจำชื่อผิดก็ได้ครับ พระมหากัสสป คือ พระอรหันต์ที่พระพุทธองค์บอกว่า ไม่สามารถกราบใครได้ นอกจากพระพุทธองค์ใช่ไหมครับ
thanatos hipnos
28-05-2008, 10:39 PM
(sing) (sing) นั่งบนจันทราดูเซียนตีกัน
ใบไม้นอกกำมือ
29-05-2008, 11:21 AM
คุณKomodo ครับ
ก่อนอื่นผมต้องบอกคุณก่อนว่า ผมเตือนคุณและทีมงาน เพราะกลัวพวกคุณจะพากันไปลงนรกครับ อำนาจมันเป็นของร้อน คนหนึ่งใช้อำนาจโดยไม่ชอบ อีกคนไปสนับสนุนเขาโดยไร้เหตุผลสิ้นดี ผลสุดท้ายก็พากันลงเหวทั้งคู่
คุณเล่นเขียนมา 7-10 ประเด็น ผมขอตอนแค่ประเด็นเดียวนะครับ
คุณพูดถึง พระยามารแปลงกายเป็นพระพุทธเจ้า ผมจะบอกคุณว่า พระยามารแฝงอยู่ในเว็บนี้แหละครับ
พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นอสังขตธาตุ จุดมุ่งหมายของพระองค์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า กวนอิมสามารถมาเทศนาโปรดธรรมให้ผู้ใดก็ได้ ในรูปใดก็ได้
พระยามารมีจุดมุ่งหมายแตกต่างกันออกไป คือ เขาต้องการล่อลวงนำคนไปสู่ความชั่ว แต่พระยามารจะไม่บอกว่าตนเองเป็นพระยามาร เขาก็ต้องบอกว่าตนเองเป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระเจ้า การรบราฆ่าฟันของคนในโลกไม่ว่าจะเป็นในอัฟริกา ในสงครามโลก และสงครามศาสนาต่างๆ ทุกคนก็บอกว่าทำเพื่อพระเจ้า ทำเพื่อสิ่งที่ถูกต้องทั้งนั้น เพราะพวกเขาถูกล่อลวงให้หลงผิดไป
สรุปก็คือ พระยามารกับกวนอิมจะแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ แต่จุดมุ่งหมายของทั้ง 2 ฝ่ายแตกต่างกัน พระยามารจะยุยงให้คนทำชั่ว กวนอิมจะเทศนาโปรดให้เขาทำดี แต่คำว่า ดี ชั่ว มันดูกันลำบาก
พันธมิตรก่อความวุ่นวายให้ประเทศชาติ บ้านเมืองจะฉิ.ห.อีกครั้ง แต่พวกเขาทั้งหมดก็คิดว่า พวกเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราจะเอาอะไรมาตัดสินล่ะครับ ตัวตัดสินคือ กฎแห่งกรรม ถ้ากรรมในอดีตของคนไทยยังไม่หมดไป ยังต้องอยู่ภายใต้อำนาจทหารต่อไป ประชาธิปไตยยังใช้ไม่ได้กับประเทศไทย เพราะประชาธิปไตยใช้เสียงส่วนใหญ่ แต่ขณะนี้เสียงส่วนน้อยจะไม่ยอม บ้านเมืองมันก็ต้องวุ่นวายต่อไป
ผมขออนุญาตไม่โต้เถียงในสิ่งไร้สาระกับคุณนะครับ ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่ชาวพุทธจะรู้ความจริง กฎแห่งกรรมก็จะให้พระยามารปิดบังความรู้สูงสุดของศาสนาพุทธต่อไป
Komodo
30-05-2008, 06:20 AM
คุณKomodo ครับ
ก่อนอื่นผมต้องบอกคุณก่อนว่า ผมเตือนคุณและทีมงาน เพราะกลัวพวกคุณจะพากันไปลงนรกครับ อำนาจมันเป็นของร้อน คนหนึ่งใช้อำนาจโดยไม่ชอบ อีกคนไปสนับสนุนเขาโดยไร้เหตุผลสิ้นดี ผลสุดท้ายก็พากันลงเหวทั้งคู่
พี่ใบไม้ฯก็สงสารผมเถอะครับ ยอมรับการทำงานของทีมงานที่ดูแลห้องนี้ก็จบแล้วครับ ไม่ทำให้ใครลำบากใจ
คุณเล่นเขียนมา 7-10 ประเด็น ผมขอตอนแค่ประเด็นเดียวนะครับ
คุณพูดถึง พระยามารแปลงกายเป็นพระพุทธเจ้า ผมจะบอกคุณว่า พระยามารแฝงอยู่ในเว็บนี้แหละครับ
ผมไม่ได้เปิดประเด็นใหม่ครับ แต่ผมตอบที่พี่ถามมาครับ ส่วนพระยามารแฝงในเว็บนี้หรือไม่นั้น ไม่สำคัญครับ สำคัญที่สมาชิกทุกคนดูแลใจของตนเองให้ดีครับ
พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นอสังขตธาตุ จุดมุ่งหมายของพระองค์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า กวนอิมสามารถมาเทศนาโปรดธรรมให้ผู้ใดก็ได้ ในรูปใดก็ได้
ถ้าพี่สรุปแบบนี้ว่ามาโปรดธรรมให้ผู้ใดในรูปใดก็ได้มันก็จบครับ แต่อย่าไปสรุปว่าพระองค์กับรูปนั้นๆคือองค์เดียวกันครับ ทำให้คนสับสนเปล่าๆ
พระยามารมีจุดมุ่งหมายแตกต่างกันออกไป คือ เขาต้องการล่อลวงนำคนไปสู่ความชั่ว แต่พระยามารจะไม่บอกว่าตนเองเป็นพระยามาร เขาก็ต้องบอกว่าตนเองเป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระเจ้า การรบราฆ่าฟันของคนในโลกไม่ว่าจะเป็นในอัฟริกา ในสงครามโลก และสงครามศาสนาต่างๆ ทุกคนก็บอกว่าทำเพื่อพระเจ้า ทำเพื่อสิ่งที่ถูกต้องทั้งนั้น เพราะพวกเขาถูกล่อลวงให้หลงผิดไป
นั่นสิครับ ไม่แน่ใจว่า ใช้พระยามารที่ทดสอบพี่ในจิตหรือเปล่าครับ ที่พี่บอกว่าพี่รู้คนเดียวครับ ขนาดพระอริยะทั้งหลายยังไม่รู้เท่าพี่เลย พี่เคยพูดไว้น่าจะจำได้นะครับ
สรุปก็คือ พระยามารกับกวนอิมจะแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ แต่จุดมุ่งหมายของทั้ง 2 ฝ่ายแตกต่างกัน พระยามารจะยุยงให้คนทำชั่ว กวนอิมจะเทศนาโปรดให้เขาทำดี แต่คำว่า ดี ชั่ว มันดูกันลำบาก
จุดมุ่งหมายใกล้เคียงกันครับ พระยามาร จะมาทดสอบคนเว่าจะรักษาความดีได้หรือไม่ พระแม่กวนอิมมาทดสอบคนทั่วๆไปว่าสนใจที่จะสร้างความดีหรือไม่ ถ้ามองในแง่บวก จุดหมาย คือ ความดีครับ
พันธมิตรก่อความวุ่นวายให้ประเทศชาติ บ้านเมืองจะฉิ.ห.อีกครั้ง แต่พวกเขาทั้งหมดก็คิดว่า พวกเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราจะเอาอะไรมาตัดสินล่ะครับ ตัวตัดสินคือ กฎแห่งกรรม ถ้ากรรมในอดีตของคนไทยยังไม่หมดไป ยังต้องอยู่ภายใต้อำนาจทหารต่อไป ประชาธิปไตยยังใช้ไม่ได้กับประเทศไทย เพราะประชาธิปไตยใช้เสียงส่วนใหญ่ แต่ขณะนี้เสียงส่วนน้อยจะไม่ยอม บ้านเมืองมันก็ต้องวุ่นวายต่อไป
นั่นสิครับ ก็ต้องปล่อยตามกรรมครับ ดังนั้นอย่าโวยวายนะครับ ถ้าผู้ดูแลเค้าพิจารณากระทู้พี่แล้วครับ ปล่อยไปตามกรรมของเค้าซะ
ผมขออนุญาตไม่โต้เถียงในสิ่งไร้สาระกับคุณนะครับ ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่ชาวพุทธจะรู้ความจริง กฎแห่งกรรมก็จะให้พระยามารปิดบังความรู้สูงสุดของศาสนาพุทธต่อไป
โมทนาครับ จริงๆผมไม่อยากมาตอบคำถามพี่เลยครับ เสียเวลาเหมือนกันครับ และไม่มีประโยชน์กับสมาชิกที่เข้ามาอ่านเลยครับ ก็หวังว่า ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่ชาวพุทธจะรู้ความจริง พี่ก็อย่าเพิ่งเอาธรรมอันพิสดารของพี่มาเผยแพร่เลยนะครับ รอให้ถึงเวลาก่อนก็ดีครับ หรือถ้าจะวิเคราะห์ให้เทียบธรรมกับหลักวิทยาศาสตร์นะครับ น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าครับ มาเทียบธรรมโดยการ Mix คำสอนต่างๆแล้วสรุปเอง มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ครับ
ก็หวังว่า กระทู้นี้คงเป็นกระทู้สุดท้ายที่จะตั้งขึ้นมาถามทีมงานในเรื่องของการจัดการกระทู้นะครับ เพราะคนอื่นๆที่เค้าโดนย้ายก็ไม่เห็นมีใครโวยวายเลยครับ จริงๆบททดสอบอยู่ที่ตัวเราเอง ไม่ได้อยู่ที่คนอื่นครับ ถ้าเราไม่มีอารมณ์ที่ไม่ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็จะปล่อยวางครับ
เจริญเมตตาให้มากๆนะครับพี่ใบไม้ฯ
ขออนุโมทนา
ใบไม้นอกกำมือ
30-05-2008, 11:30 AM
คุณkomodoครับ
ประเด็นอื่นผมจะไม่คุยนะครับ คุยแต่ประเด็นเดียว
"พี่ก็อย่าเพิ่งเอาธรรมอันพิสดารของพี่มาเผยแพร่เลยนะครับ รอให้ถึงเวลาก่อนก็ดีครับ หรือถ้าจะวิเคราะห์ให้เทียบธรรมกับหลักวิทยาศาสตร์นะครับ น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าครับ"
1. ทำไม่ได้ครับ พระพุทธองค์ส่งผมมาเพื่อเปิดเผยเรื่องใบไม้ที่อยู่นอกกำมือพระองค์ แล้วยุคสมัยนี้ คุณเอาความรู้ผิดๆของเถรวาทที่ปฏิบัติไม่ถึงขั้น ไปสอนชาวโลกเขาได้อย่างไรว่า ศาสนาพุทธไม่มีและไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นบุคคลาธิษฐาน ไม่มีตัวตนจริง ฯลฯ
2. ผมนำเอาพุทธพจน์ในพระไตรปิฎกมาวิเคราะห์ให้เทียบธรรมกับหลักวิทยาศาสตร์ แล้วปรากฏผลยังไงครับ โดนลงหลุมดำทั้งหมด และก็เขี่ยลบกระทู้ไปเลยไม่ใช่หรือครับ เพราะทีมงานความรู้ไม่ถึงขั้น และไม่ยอมรับสิ่งที่ตนเองไม่สามารถตีความได้ จริงๆ ผมมีกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเยอะ แต่ผมขี้เกียจเขียน เขียนไป 2 ชั่วโมง พอส่งไปทีมงานเล่นโยนกระทู้ทิ้งไปเลย แล้วผมจะเขียนอีกทำไม
Komodo
30-05-2008, 03:30 PM
คุณkomodoครับ
1. ทำไม่ได้ครับ พระพุทธองค์ส่งผมมาเพื่อเปิดเผยเรื่องใบไม้ที่อยู่นอกกำมือพระองค์ แล้วยุคสมัยนี้ คุณเอาความรู้ผิดๆของเถรวาทที่ปฏิบัติไม่ถึงขั้น ไปสอนชาวโลกเขาได้อย่างไรว่า ศาสนาพุทธไม่มีและไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นบุคคลาธิษฐาน ไม่มีตัวตนจริง ฯลฯ
เรื่องใบไม้นอกกำมือ คือ สิ่งที่พระองค์ไม่ได้สอน ดังนั้นเราศึกษาเฉพาะใบไม้ในกำมือไม่ดีกว่าเหรอครับ เพราะเป็นสิ่งที่พระองค์สอนเพื่อให้ไปพระนิพพาน และผมเชื่อว่า พระองค์รู้ว่า อะไรควรสอน และอะไรไม่ควรสอน ตั้งแต่พระองค์ยังมีพระชนม์อยู่ครับ ดังนั้นพี่ไม่จำเป็นต้องสอนในสิ่งที่พระองค์ไม่เคยสอนครับ ในเมื่อสิ่งที่พระองค์สอนมานั้น พี่ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ทั้งหมดครับ
หรือถ้าพี่จะสอน พี่ก็ต้องพยายามปรับให้เข้ากับจริตของคนทั่วไปนะครับ และพยายามอย่ากล่าวล่วงศาสดาของศาสนาอื่น รวมทั้งพระพุทธองค์
จริงๆเนื้อหาของพี่โอเคนะครับ เป็นความเชื่ออีกแนว ซึ่งถ้าพี่ปรับแนวทางในการเขียน โดยเปรียบเทียบกับเรื่องทั่วๆไปและเลี่ยงที่จะเปรียบเทียบตามที่ผมบอกไป ก้จะไม่มีใครมาจัดการกระทู้ของพี่นะครับ
ลองศึกษาดูนะครับ หลายกระทู้ของพี่ผ่านการพิจารณา แต่บางกระทู้ไม่ผ่าน พี่ต้องศึกษาอันที่ผ่านครับว่า ทำไมถึงผ่าน
บางเรื่องต้องคุยกลางๆ และให้เหตุผลส่วนตัวของพี่ลงไป เช่น เพื่อนๆคิดว่าอย่างไรเรื่อง... แต่สำหรับพี่คิดแบบนี้ .... ส่วนการสรุปนั้น ไม่ขอสรุปไว้ณที่นี้ แต่ให้ทุุกท่านอ่านแล้วไปสรุปเอง เป็นต้น
ส่วนการบอกว่า การรู้แบบผิดๆของเถรวาทนั้น ผมว่า ไม่เหมาะที่จะพูดนะครับ เพราะคนส่วนใหญ่ คือ เถรวาท เพราะถ้าพี่พูดแบบนั้น พี่ก็คงต้องหาที่ที่เหมาะสมกับพี่แล้วแหละครับ
2. ผมนำเอาพุทธพจน์ในพระไตรปิฎกมาวิเคราะห์ให้เทียบธรรมกับหลักวิทยาศาสตร์ แล้วปรากฏผลยังไงครับ โดนลงหลุมดำทั้งหมด และก็เขี่ยลบกระทู้ไปเลยไม่ใช่หรือครับ เพราะทีมงานความรู้ไม่ถึงขั้น และไม่ยอมรับสิ่งที่ตนเองไม่สามารถตีความได้ จริงๆ ผมมีกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเยอะ แต่ผมขี้เกียจเขียน เขียนไป 2 ชั่วโมง พอส่งไปทีมงานเล่นโยนกระทู้ทิ้งไปเลย แล้วผมจะเขียนอีกทำไม
ตรระกะในการวิเคราะห์ของพี่ไม่สมเหตุสมผลครับ เหมือนที่ผมเปรียบเทียบให้ดูข้างต้นครับ หรือพี่อาจจะใช้ภาษาในการถ่ายทอดไม่ถูกต้องครับ
การบอกว่า ทีมงานความรู้ไม่ถึงขั้นนั้น ไม่เป็นไรครับ เพราะทีมงานไม่ได้เก่งแบบพี่ครับ แต่ทีมงานใช้วิจารณญาณแยกแยะว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมครับ
อย่าลืมนะครับว่า ระบบการจัดการกระทู้มาจากการแจ้งของสมาชิกครับ และหลายๆคนมาอ่านที่พี๋โพสต์แล้วไม่เข้าใจก็เยอะครับ
จริงๆกระทู้ที่โดนลบก็มีไม่กี่อันครับ อย่าเอาเรื่องในอดีตมาทำให้อารมณ์ใจของพี่ในปัจจุบันเสียสิครับ ไหนบอกว่า ให้อภัยแล้วไงครับ ทำไมต้องกล่าวถึงอยู่เรื่อยเลยครับ
ส่วนเรื่องย้ายเข้าห้องหลุมดำนั้น บอกไปแล้วว่า ห้องนั้นมีสถานะเป็นห้องหนึ่งครับ แต่เป็นแนวพิเศษที่ต้องใช้วิจารณญาณกรองเยอะๆครับ เพราะเสี่ยงต่อการปรามาสเยอะครับ
แต่ถ้าพี่ขี้เกียจพิมพ์ก็ไม่ว่าไรครับ ก็ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
ปล.เห็นพี่บอกว่าจะหยุดโต้ ผมก็นึกว่าจะหยุดแล้ว เอาเป็นว่าผมขอหยุดก่อนละกันครับ เพราะโต้ไป ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นครับ เสียเวลาของพี่ เสียเวลาของผม และเสียเวลาของคนที่มาอ่านด้วยครับ
สฬายตนะ
30-05-2008, 04:00 PM
ความรู้อันใด เป็นความรู้แบบสุตตะ ฟังตามเขามา คิดตามที่ได้ยินได้ฟังมา โดยมิได้เข้าถึง หรือภาวนาให้ความรู้นั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว...
ขอให้อย่าเอามาเป็นประเด็นเลย...เพราะอาจจะบาปไม่รู้ตัว
avicha
30-05-2008, 04:55 PM
ความรู้อันใด เป็นความรู้แบบสุตตะ ฟังตามเขามา คิดตามที่ได้ยินได้ฟังมา โดยมิได้เข้าถึง หรือภาวนาให้ความรู้นั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว...
ขอให้อย่าเอามาเป็นประเด็นเลย...เพราะอาจจะบาปไม่รู้ตัว
นอกจากบาปไม่รู้ัีตัวแล้ว อาจเป็นมิจฉาทิศฐิไม่รู้ตัวด้วย (ว่าจะไม่ยู่งเเล้วเชียวนะ กระทู้เนี๊ยะ เฮ้อ....นี่ขนาดศาสนาเดียวกันแท้ๆ ยังทะเลาะกันเอง นับประสาอะไรกับอย่างอื่นเล่า....)
ต้นหญ้าสีใส
30-05-2008, 07:54 PM
สวัสดีครับพี่ใบไม้
ผมเป็นสมาชิกใหม่ของเวปนี้ แต่ผมก็ได้ตามอ่านเวปนี้มานานแล้ว
และวันนี้ที่ผมสมัครสมาชิก และเลือกที่จะมาโพสกระทู้ที่น่าสนใจนี้ของพี่เป็นกระทู้แรก
กระทู้ของพี่ได้เบิกมุมมองใหม่ๆในเรื่องต่างๆของศาสนาจนผมพยายามอ่านหลายๆกระทู้ของพี่
ก่อนอื่นผมขออนุโมทนากับพี่ ที่พี่มีเจตนาในการเผยแพร่สิ่งที่พี่คิดว่าถูกให้ผู้อื่นรู้โดยไม่หวงความรู้เอาไว้คนเดียว
เท่าที่ผมสังเกตุ พี่ใบไม้จะเป็นคนที่ยึดหลัก กาลามสูตรบางข้อได้อย่างดีเยี่ยม
แต่เหมือนว่าพี่จะลืมบางข้อไปเช่น
อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
พี่อาจจะบอกว่าพี่มีหลักฐานอ้างอิงจากคำสอนหลายๆเล่มจากหลายๆคน แต่ไม่รู้ผมคิดไปเองหรีอเปล่านะ ผมรู้สึกว่าพี่นำคำสอนต่างๆมาบิดนิดๆหน่อยๆแล้วสรุปเป็นทฤษฎีตามที่พี่เชื่อ
ผมคิดว่าพี่ใบไม้คงเป็นคนที่ฉลาดมากแน่ๆ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับพี่เลย
เรามีความคติดเห็นที่ต่างกัน
โดยส่วนตัวผมอยากจะโต้เถียงกับพี่ตอนนี้เกี่ยวกับแง่คิดของผม
แต่มันคงหาประโยชน์ไม่ได้ถ้าจะทำอย่างนั้น
แต่ถึงผมทำแบบนั้นตอนนี้ ผมคงหาเหตุผมมาเถียงพี่ได้ลำบากเพราะไม่มีอะไรมาอ้างอิงได้มากมายแบบพี่
หรือถ้าผมจะเอาหลักฐานที่พี่นำมาแสดงมาโต้แย่งว่ามันไม่น่าจะเป็นแบบที่พี่สรุปก็คงไร้ประโยชน์อยู่ดี เพราะนั้นเป็นสิ่งที่พี่Komodo (http://board.palungjit.com/member.php?u=58991)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1239844", true); </SCRIPT> ได้ทำแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้พี่ยอมรับได้
ผมหวังว่าพี่จะไม่พยายามแสดงแง่คิดนี้ของพี่เพราะอาจทำให้ผู้อื่นไขว้เขวในคำสอนได้
การไม่ไปใส่ใจกับแง่คิดและการกระทำของผู้อื่นที่สิ่งที่ควรทำ
แต่กลับพี่ผมคงต้องหาทางโต้แย้งเพราะมันอดใจที่จะไม่ไปสู้กับสุดยอดไหวพริบและความฉลาดของพี่ แต่ผมจะพยายามที่จะไม่ถือมาเป็นอารมณ์
ผมจะพยายามรวบรวมข้อมูลให้ได้มากๆแบบพี่แล้วนำมาโต้แย้งกับพี่จนพี่ยอมรับให้ได้ แต่คงอีกนานแหละเพราะหลักฐานของพี่ก็มีไม่น้อย ผมเชื่อว่าคนแบบพี่ถ้าจะสู้ก็คงต้องสู้ด้วยเหตุผล
แต่ไม่แน่ถ้าพยายามหาเหตุผลมาโต้แย้งกลับพี่ไปๆมาๆเกิดเห็นว่าคำพูดที่พี่บอกถูกต้อง ผมคงต้องฝากตัวเป็นศิษย์พี่แล้วร่วมมือกลับพี่ลุยทีมงาน ถ้าถึงตอนนั้นผมหวังว่าพี่จะอภัยผมและรับผมเป็นศิษย์นะ
แล้วผมจะกลับมาเถียงกับพี่เมื่อผมหาเหตุผลได้มากพอนะครับ
หวังว่าพี่จะไม่ถือโทษกลับคำพูดของผมทั้งหมดมานะครับ
ใบไม้นอกกำมือ
30-05-2008, 08:26 PM
คุณต้นหญ้าสีใส และคุณKomodo (http://board.palungjit.com/member.php?u=58991)ครับ
ผมนำหลักฐานในพระไตรปิฎกมายืนยันใน 4 กระทู้ ทีมงานก็โยนกระทู้ผมทิ้งไป ผมนำหลักฐานในปิฎกของมหายาน มีทั้งปารามิตาสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตร และจากหนังสือมหากรุณาธารณี ก็ถูกทีมงานโยนทิ้งอีก
ผมไม่เคยนึกเดาเอาเอง และไม่เคยคิดไปเองด้วย ผมมีหลักฐานอ้างอิงจากคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น
ผมมิได้โกรธทีมงาน เพราะผมรู้ว่างานนี้งานใหญ่ มารเขารุมสิงใจทีมงานที่จิตยังมัวเมาในอวิชชาอยู่
ถ้าทีมงานฯยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างก็จะดีไม่น้อย สิ่งที่ผมนำมาเสนอนั้นเป็นสิ่งที่ปกปิดมา 2550 ปีแล้ว
ผมไม่ได้ฉลาดครับ ผมเข้าถึงปัญญา เพราะดับกิเลส ตัญหา อุปทานได้กว่า 95% ในทุกเวลา พระพุทธเจ้าจึงเปิดเผยความลับของฟ้าให้ผมรู้
ผมขออนุญาตไม่ตอบโต้อะไรคุณKomodo (http://board.palungjit.com/member.php?u=58991)อีกนะครับ ผมไม่หลงกลมารที่สิงอยู่ในจิตคุณหรอก เขาสิงคุณได้ แต่สิงผมไม่ได้ครับ ผมหยุดแล้ว
Komodo
31-05-2008, 02:59 PM
ผมนำหลักฐานในพระไตรปิฎกมายืนยันใน 4 กระทู้ ทีมงานก็โยนกระทู้ผมทิ้งไป ผมนำหลักฐานในปิฎกของมหายาน มีทั้งปารามิตาสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตร และจากหนังสือมหากรุณาธารณี ก็ถูกทีมงานโยนทิ้งอีก
แม้เรื่องที่อ้างจะเป็นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าที่พี่สรุปเป็นจริงครับ เพราะตรรกะของพี่ คือ เชื่อจากผล แล้วไปหาหลักฐานมาสนับสนุน นั่นคือ พี่ตั้งธงไว้แล้ว
แต่พี่ลืมวิเคราะห์หลักฐานว่าเค้าพูดเรื่องอะไร และผลของหลักฐานคืออะไร จากนั้นเอาผลของหลักฐานมาเทียบกับที่พี่สรุป ถ้าไม่ตรงกัน เรื่องที่พี่ปักธงไว้ตอนแรก ก็ต้องเปลี่ยนครับ
ผมไม่เคยนึกเดาเอาเอง และไม่เคยคิดไปเองด้วย ผมมีหลักฐานอ้างอิงจากคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น
ผมคงไม่ต้องไปหาโพสต์ที่พี่บอกว่า ทราบจากนิมิตที่พี่รู้คนเดียวมาให้คนอื่นดูนะครับ และพระองค์ให้พี่รู้ได้คนเดียวในโลกนี้ กลืนนำลายตัวเองเปล่านะครับพี่
ผมมิได้โกรธทีมงาน เพราะผมรู้ว่างานนี้งานใหญ่ มารเขารุมสิงใจทีมงานที่จิตยังมัวเมาในอวิชชาอยู่
ไม่มีใครว่าพี่โกรธหรอกครับ ผมเองก็ไม่ได้มีอดคติใดๆกับพี่ เพราะเราคุยกับด้วยเหตุผลครับ พี่เสนอมา ผมก็แย้งไป ใช้เหตุผลมาหักล้างกัน ดังนั้นไม่มีใครคิดว่าพี่โกรธหรอกครับ เพียงแต่พี่อย่าให้เรื่องในอดีตบางเรื่องที่พี่ฟังใจมาทำให้พี่เดิดโทสะหรือโมหะขณะตอบคำถามได้นะครับ
ถ้าทีมงานฯยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างก็จะดีไม่น้อย สิ่งที่ผมนำมาเสนอนั้นเป็นสิ่งที่ปกปิดมา 2550 ปีแล้ว
ผมว่าทีมงานยอมรับความเห็นที่แตกต่างครับ คือ
1. กระทู้ของพี่บางเรื่องผ่านการพิจารณา ไม่มีใครไปทำอะไร แต่บางเรื่องไม่ผ่าน และย้ายไปห้องหลุมดำครับ ซึ่งเป็นห้องพิเศษที่ต้องใช้วิจารณญาณอ่านสูงครับ
2. ส่วนที่ปกปิดมา 2550 ปีแล้วพี่รู้คนเดียว ก็แล้วแต่พี่ครับ ว่ากันด้วยเหตุผลครับ แต่ผมเชื่อว่า สิ่งที่พี่บอกมาว่า พระแม่กวนอืมคือทุกๆพระองค์นั้น ไม่ได้มีประโยชน์อะไรในการปฏิบัติเลยครับ กลับมีโอกาสเสี่ยงที่จะปรามาสพระอีกต่างหาก
ผมพิมพ์บอกไปว่า ที่พี่เขียนมานั้น คือ พระองค์สามารถแปลงเป็นอะไรก็ได้ ซึ่งผมไม่เถียง แต่ผมแย้งว่าพี่สรุปว่าพระแม่กวนอิมเป็นองค์เดียวกับทุกๆพระองค์ไม่น่าจะเหมาะสมเท่าไหร่ ซึ่งทีมงานที่ดูแลห้องนี้ก็แค่ย้ายไปอีกห้องหนึ่ง มันก็น่าจะจบครับ แต่พี่กลับมาตั้งกระทู้ถาม แถมระบุชื่อผม ผมก็เลยมาตอบให้
ผมไม่ได้ฉลาดครับ ผมเข้าถึงปัญญา เพราะดับกิเลส ตัญหา อุปทานได้กว่า 95% ในทุกเวลา พระพุทธเจ้าจึงเปิดเผยความลับของฟ้าให้ผมรู้
อันนี้แล้วแต่จะคิดครับ ขนาดตัวตนของพี่เองพี่ยังไม่กล้าเผยเลยครับ ประกาศหน้าตาให้เพื่อนๆเห็นก็น่าจะดีนะครับ เพราะคนเราถ้าทำดี ก็ไม่ต้องกลัวใครจะว่าครับ ส่วนที่พระพุทธองค์เผยความลับให้พี่หรือไม่นั้น ผมไม่วิจารณ์ครับ แต่เราไปพิสูจน์กันหลังเราตายดีกว่าครับว่า อันไหนจริงหรือไม่จริงครับ
ผมขออนุญาตไม่ตอบโต้อะไรคุณKomodo (http://board.palungjit.com/member.php?u=58991)อีกนะครับ ผมไม่หลงกลมารที่สิงอยู่ในจิตคุณหรอก เขาสิงคุณได้ แต่สิงผมไม่ได้ครับ ผมหยุดแล้ว
จริงๆผมหยุดแล้ว แต่เห็นพี่ยังสงสัย ผมก็เลยต้องเสียคำพูดจนต้องมาตอบ ผมก็ต้องขอโทผู้อ่านท่านอื่นๆด้วยนะครับ ส่วนมารในจิตผมคงไม่สามารถไปล่อหลอกพี่ได้หรอกครับ เค้าทำได้แค่ล่อหลอกตัวผมครับ พี่ก็ระวังมารในจิตพี่ให้ดีละกันครับ ระวังตัวเองดีที่สุดครับ อย่าเป็นห่วงคนอื่นเลยนะครับ
แต่ก็ขอบคุณนะครับที่เตือนผมให้ระวังมารในในตัวเองครับ เพราะยอมรับแบบลูกผู้ชายเลยครับว่า ไม่อยากมาตอบคำโวยวายของพี่เท่าไหร่เลยครับ เนื่องจากเป็นเรื่องเดิมๆ คือ การไม่ยอมรับการพิจารณาของผู้ดูแลห้อง ซึ่งผมบอกเลยครับว่า ทุกคนเสียเวลามากครับ การโต้แย้งกัน ไม่ได้ทำให้ทั้งพี่และผมเจริญในธรรมหรอกครับ มีแต่จะพากันลงนรกเสียเปล่า
แต่ก็ไม่เป็นไรครับ มองอีกมุม ก็คือ ผมมีโอกาสฝึกฝนตนเองครับ วันใดที่ผมตอบคำโต้แย้งด้วยอารมณ์ของพรหมวิหาร 4 แบบได้เต็มรูปแบบเท่าไหร่ ก็แสดงว่าผมพัฒนาขึ้นแล้ว
ตอนนี้ก็เริ่มดีแล้วครับ เมื่อก่อนตอบด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะ แต่ปัจจุบัน ตอบด้วยความรู้สึกที่อยากให้ทุกอย่างยุติและให้สมาชิกมีความสุข รวมทั้งความสงบในการใช้บริการ
เอาเป็นว่า ถ้าจะโวยวายรอบหน้า พี่ใบไม้ฯไม่ระบุชื่อผม ผมก็จะไม่มายุ่งนะครับ เพราะผมไม่ได้ไปวุ่นวายอะไรกับพี่ก่อนอยู๋แล้วครับ เนื่องจากให้เกียรติผู้ดูแลห้องนี้ในการพิจารณากระทู้ครับ
หากล่วงเกินใดๆพี่ใบไม้ฯและสมาชิกท่านอื่นไป ผมต้องกราบขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
ขออโหสิกรรมและขออนุโมทนาครับ
ใบไม้นอกกำมือ
31-05-2008, 07:01 PM
คุณKomodo (http://board.palungjit.com/member.php?u=58991)ครับ
อ่านทั้งหมดที่คุณเขียนแล้ว ผมยังขออนุญาตไม่ตอบโต้อะไรนะครับ
Komodo
02-06-2008, 03:48 AM
คุณKomodo (http://board.palungjit.com/member.php?u=58991)ครับ
อ่านทั้งหมดที่คุณเขียนแล้ว ผมยังขออนุญาตไม่ตอบโต้อะไรนะครับ
โมทนาครับ ผมหยุดที่จะโต้กับพี่แล้วครับ ไม่ว่าพี่จะพูดถึงผมยังไงก็ตาม ถือว่า ผมหยุดแล้วครับ ส่วนพี่จะโต้มายังไงก็ตามสบายครับ ไม่ว่ากันครับ เพราะเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลอยู่แล้วครับ
Komodo
02-06-2008, 03:49 AM
ชงเองตบเองอีกตะหาก ใครช่วยบอกที กระทู้ที่หลุมดำที่คุณเว็ปสโนว์ออกมาบอกว่า สมาชิกทั้งสองน่ะ คนเดียวกัน ไอพีเดียวกันชัดๆ ผิดที่สามตัวหลังเพราะคอนเน็คใหม่น่ะ เว็ปมาสเตอร์ออกมาประกาศไม่นาน กระทู้ก็ล่องหนเฉย ใครลบไป ล่องหนไปไหน ใครรู้ช่วยบอกทีเน้อ หุ หุ หุ
ต้องให้เจ้าตัวเค้ามาถามเองนะครับ
โมทนาครับ
pangbarbie
02-06-2008, 11:52 PM
จากที่ดูแล้วเรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกค่ะ มันเป็นเรื่องของความเชื่อของแต่ละคน ซึ่งย่อมมีทั้งเหมือนและไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ถกกันไปก็ไม่จบสิ้นได้ เพราะความเชื่อของแต่ละคนมันฝังลึก ยากที่จะเปลี่ยนภายในวันเดียว นอกเสียจากว่าเราได้รับรู้ความจริงที่ถูกต้อง แน่นอนด้วยตัวเราเอง ( ได้ญาณ อะไรประมาณนี้ ) เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านหยุดถกเถียงกันแต่เพียงเท่านี้นะคะ จะเป็นผลดีที่สุดค่ะ พูดในฐานะสมาชิกคนหนึ่งค่ะ
แต่ขอชมเชยทั้ง2คนนะคะ ว่าถึงจะเถียงกัน ยังไงก็ไม่มีใครใช้คำหยาบ (เหมือนบางกระทู้ ) พูดกันในพื้นฐานของธรรมะ แสดงให้เห็นว่าทั้ง2คนเป็นคนดีและมีความรู้ดี เพียงแต่เป็นคนที่ไม่ยอมใครเท่านั้นเอง ซึ่งแป้งเองก็เป็นค่ะ ( แต่แป้งไม่ยอมเพราะว่า เค้าใช้คำพูดหยาบกับเรา )
ในที่นี้ไม่มีใครหยาบคายใส่กันก็ดีแล้วค่ะ จึงทำให้สามารถยกโทษให้กันได้ไม่ยากเกินไปใช่ไม๊คะ ( ห้ามมีใครใช้อารมณ์ถกกันเรื่องนี้แล้วน้า..ไม่งั้นงอนจริงด้วย :'( )
Komodo
03-06-2008, 02:55 AM
จากที่ดูแล้วเรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกค่ะ มันเป็นเรื่องของความเชื่อของแต่ละคน ซึ่งย่อมมีทั้งเหมือนและไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ถกกันไปก็ไม่จบสิ้นได้ เพราะความเชื่อของแต่ละคนมันฝังลึก ยากที่จะเปลี่ยนภายในวันเดียว นอกเสียจากว่าเราได้รับรู้ความจริงที่ถูกต้อง แน่นอนด้วยตัวเราเอง ( ได้ญาณ อะไรประมาณนี้ ) เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านหยุดถกเถียงกันแต่เพียงเท่านี้นะคะ จะเป็นผลดีที่สุดค่ะ พูดในฐานะสมาชิกคนหนึ่งค่ะ
แต่ขอชมเชยทั้ง2คนนะคะ ว่าถึงจะเถียงกัน ยังไงก็ไม่มีใครใช้คำหยาบ (เหมือนบางกระทู้ ) พูดกันในพื้นฐานของธรรมะ แสดงให้เห็นว่าทั้ง2คนเป็นคนดีและมีความรู้ดี เพียงแต่เป็นคนที่ไม่ยอมใครเท่านั้นเอง ซึ่งแป้งเองก็เป็นค่ะ ( แต่แป้งไม่ยอมเพราะว่า เค้าใช้คำพูดหยาบกับเรา )
ในที่นี้ไม่มีใครหยาบคายใส่กันก็ดีแล้วค่ะ จึงทำให้สามารถยกโทษให้กันได้ไม่ยากเกินไปใช่ไม๊คะ ( ห้ามมีใครใช้อารมณ์ถกกันเรื่องนี้แล้วน้า..ไม่งั้นงอนจริงด้วย :'( )
ในการตอบคำถามต้องเจริญพรหมวิหาร 4 ตลอดเวลาครับ ไม่ให้จิตมารแทรกครับ โทสะและโมหะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ แต่เราใช้เมตตาและกรุณาข่มมันไว้ครับ
ส่วนมุทิตาก็เอาไว้ใช้เมื่ออีกฝ่ายคิดดีครับ แน่นอนว่า ที่พี่ใบไม้พิมพ์มานั้น ส่วนดีก็มีเยอะครับ ดังนั้นเราต้องใช้มุทิตามาจับตรงนี้ ส่วนที่เราโต้กันนั้น เราแย้งกันที่ส่วนน้อยที่เห็นไม่ตรงกัน และเมื่อหาข้อสรุปไม่ได้ เราก็ต้องวางอุเบกขาครับ
แต่ต่อไปผมจะเก็บเนื้อเก็บตัวแล้วครับ จะเลิกโต้แย้งกับคนอื่นครับ ถ้าเค้าไม่เรียกผมมาตอบ ผมก็จะเลี่ยงครับ เพราะมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำครับ เลยต้องเก็บตัวฝึกใจของตนเองให้พร้อมก่อนครับ
ไปเจอผมได้ที่ห้องกฎแห่งกรรมครับ (||)
ผมกับพี่ใบไม้ฯก็แหย่กันแบบนี้ประจำแหละครับ เป็นการทดสอบซึ่งกันและกันครับ เพราะสุดท้ายแล้ว คำตอบอยู่ที่ตัวเราเองครับว่า เราอ่านความเห็นของคนอื่นแล้วเรารู้สึกอย่างไรครับ ก็ค่อยๆฝึกอารมณ์ของใจตนเองไปเรื่อยๆครับ เด๋วก็ชิน หุหุ
การเอาชนะใจของตนมันยากกว่าเอาชนะใจของคนอื่นนะครับ เพราะใจของคนอื่นนั้น เราสามารถล่อหลอก หรือ แกล้งทำให้ชนะใจของอีกฝ่ายได้ แต่ใจของตัวเองนั้น เราไม่สามารถหลอกได้ครับ ดังนั้นชนะใจตนเองจึงยากมากๆครับ ก็ต้องฝึกกันต่อไปงับ
ขออนุโมทนาครับ
Phongsa Sawhetkanit
22-06-2008, 03:17 PM
คนผ่านมาอย่างผม อ่านหน้านี้แล้ว เกือบจะปวดหัวเลยครับ ผมสงสารคนที่ ยังมีความรู้ทางธรรมน้อย แต่กลับต้องมาเจอกระทู้ที่โต้เถียงกันขนาดนี้ แต่ในเมื่อท่าผู้รู้ทั้ง2จบกันไปได้เเล้ว ก็ดีแล้วครับ ผมจึงขอเป็นตัวแทนผู้ยังรู้น้อย ประกาศธรรมอย่างง่ายให้เเก่ผู้ยังรู้น้อยด้วยกัน ที่ผ่านเข้ามาอ่าน จะได้เกิดความสุขและความสบายใจ ไม่ต้องเกือบจะปวดหัวอย่างผมนะครับ
1. ทุกชีวิต ต้องการอยากจะมีความสุข
2. ความสุขมีหลากหลายรูปแบบ แต่ละคนมีความสุขในมุมมองที่เเตกต่างกันไปได้
3. ทุกสิ่งทุกอย่าง มีการเปลี่ยแปลงไปได้ ตามเหตุปัจจัย จะช้าหรือเร็วก็ตามแต่
4. เมื่อสิ่งที่เรายึดไว้ โดยคิดว่า นั่นคือความสุขแล้ว โดยประมาทว่า นั่นคือความเเน่นอนแล้ว เเต่กลับปลี่ยนแปลงไปเสียเเล้ว ความทุกข์ ย่อมเข้ามาแทนที่ ก่อเกิดเหตุปัจจัยอื่น หมุนเวียนเปลี่ยนไปได้อีก
5. แท้จริงแล้ว มันก็ ไม่มีอะไรคงที่อยู่จริง ไม่ว่าจะเป็น ตัวกายของเรา หรือตัวจิตของเรา หรือ อนุภาคของทุกสรรพสิ่งต่างๆในโลกหรือกระทั่ง ตัวดาวโลกเอง ล้วนมีความเคลื่อนไป ไม่ว่า เจริญ หรือ เสื่อม และ ล้วน มีการดับหายลงไป ไม่ว่าช้า หรือเร็ว เพราะฉนั้น ไม่มีอะไรเลย เป็นตัวตน ถาวรได้อย่างเเท้จริง ไม่มีอะไรเลย จะเป็นที่ยึดเหนี่ยวได้ตลอดกาล เพราะ ไม่ว่าตัวเรา หรือ สิ่งที่เรา เข้าไปยึดเหนี่ยว ยึดถือไว้นั้น สุดท้ายจริงๆแล้ว ไม่ฝ่ายใด ก็ฝ่ายหนึงนั่นเเล ยอม มีความเปลี่ยนไป มีความเคลื่อนไป สู่ความ ดับ เสื่อมสลาย ผลันแปล ไปในที่สุด
6. ธรรม ข้อ 3 ถึงข้อ5 เป็นเรื่อง ธรรมดาในโลก เป็นความจริงของโลก เป็นเรื่องธรรมดาๆของธรรมชาติ ซึ่งพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ท่าน ทรงนำออกมาเผยผ่ ตรัสสอนไว้ดีแล้ว
7. เพราะฉนั้น เราในฐานะ ชาวพุทธ จึงควรปฏิบัติตนเพื่อเข้าถึง เเกร่นของศาสนา อันว่าด้วยความหลุกพ้นจากกองทุกข์ กองกิเลส ความยึดมั่นถือมั่น อุปทานต่างๆ ด้วยหลักธรรมต่างๆ เช่น 7.1ศีล5เพื่อการ รักษากายใจให้อยู่ในภาวะปกติสุข
7.2หลัก ทางสายกลาง มรรคมีองค์8 อันเป็นการดำรงชีวิตอย่างถูกต้องและพอเพียง ด้วยมีหลักพื้นฐานอยู่บน ศีล-สมาธิ-ปัญญา
7.3หลัก สติปัฏฐาน4 เป็นหลักที่ว่าด้วย การมีสติ ตามรู้ความเป็นจริง ความเกิดความดับ ของธรรมต่างๆที่เกิดขึ้น จะได้ไม่ต้องไปหลงไหลมัวเมา ยึดติดยึดถืออีก เป็น หลักธรรมซึ่ง นำไปสู่ นิพพานได้ดีที่สุด
7.4 ซึ่งเราจะต้องศึกษาหลักธรรมต่างๆอีก เพื่อนำมาประกรอบกัน และ ปฏิบัติภาวนา ให้เกิดความเข้าถึงจริง อย่าให้เป็นเพียงเเค่ ความรู้อย่างเดียว
8.ผมขี้เกียจพิมเเล้วตอนนี้ ผมไปก่อนแล้วกันนะ...สาธุ
อื้มพอดีว่า สัญญา(ความจำได้)ของผม มันเกิดทำผมนึกขึ้นมาได้ว่า ที่ผมหลงเข้ามาดูในกระทู้หน้านี้เพราะ ผมกำลังหาค้นหาบทความว่าด้วย คำตรัสสุดท้ายของพระพุธทเจ้าก่อนท่านจะปรินิพพาน ที่น่าจะเกี่ยวกับ สังขาร(ความปรุงแต่งไม่ว่ากายหรือจิต)ทั้งหลายแหล่ มันย่อมมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ขอให้ท่านทั้งหลาย ทำประโยชน์ให้ถึงพร้อม แก่ตนเอง และผู้อื่น ด้วยความไม่ประมาทเถิด นี่คือสาเหตุที่ทำให้ผมหลงเข้ามาในกระทู้นี้ แหะๆ^^""
ขอลาอีกทีแล้วกัน สาธุ คร๊าบบบบบบบ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2009, Jelsoft Enterprises Ltd.