View Full Version : ด่วนครับ ขอความอนุเคราะห์ทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร
พระสุพิน
21-05-2008, 08:31 AM
เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณรเรียน
ด้วยอาตมาภาพพระสุพิน อตฺตสนฺโต ประธานสงฆ์วัดเทียบศิลาราม บ้านหลักหินใหม่ หมู่ที่ 18
ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ มีความประสงค์แจ้งความจำนงให้
โยมผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายทราบและ หวังได้รับการ พิจารณาดังนี้
ในพรรษานี้อาตมาภาพได้รับพระภิกษุสามเณรมาอยู่ในการดูแลถึง 25 รูป (ณ วันนี้ที่ 11 พ.ย. 51 ) พระภิกษุในความดูแลของวัดอาตมาภาพได้ส่งให้ไปเรียนยังสำนักเรียนที่กรุงเทพ 4 รูป ลาสิกขา 6 รูป ยังเหลือที่วัดเทียบศิลาราม 15 รูป เจริญพร
ใน จำนวนนี้ก็มีพระภิกษุสามเณรกำลังศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมต้น ทั้งสิ้น
อาตมาภาพ ต้องไปรับไปส่งเช้าไปเย็นกลับ จากวัดเทียบศิลาราม ถึง โรงเรียนวัดโพธิ์น้อย
ระยะทางไปกลับ 23 กิโลเมตรในแต่ละวันต้องเติมน้ำมันรถ วันละ 200 บาท 6,000 บาท ต่อเดือน
ซึ้งอาตมาภาพได้รับ ถวายรถตู้ จากคุณครูถนอมนวล พานจันทร์ และ คุณครูนิธิต จิตโชติ
เมือวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการเดินทาง
ทุกวันนี้ก็ได้รถคันนี้รับส่งพระภิกษุสามเณรทุกวัน แต่เนื่องจากว่าทางวัดเทียบศิลาราม
และทางบ้านหลักหินใหม่อยู่ในถิ่นทุรกันดานงบประมาณรายรับจึงไม่เพียงพอในแต่ละวัน
จึงทำให้เกิดความลำบากขัดสนตรงนี้ไม่น้อย
ฉะนั้นอาตมาภาพจึงขอประกาสมายังโยมผู้มีจิตศรัทธาได้พิจารณาตามกำลังทรัพย์กำลังศรัทธาต่อไป
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 085.6578676
หรือ pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)
**********************************************************
ขอเจริญพรพระสุพิน อตฺตสนฺโตประธานสงฆ์วัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อัตตสันโต บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 326-0-00987-6
หรือส่งไปที่ พระสุพิน อัตตสันโต วัดเทียบศิลาราม
บ้านหลักหินใหม่ หมู่ 18ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
พระสุพิน
21-05-2008, 01:57 PM
( มีโยมท่านใดที่มีจิตศรัทธาจะปวารณาตัวขอรับทำหน้าที่ตรงแทนบ้าง)
1. กองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิทยุชุมชนเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลาราม FM 103.75 Mhz
2. กองทุนเพื่อการศึกษาพระภิกษุสามเณรเนื่องจากวัดเทียบศิลารามยังไม่ศิษย์ที่เป็นงานทางด้านอินเตอร์เน็ต
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 085.6578676
หรือ pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)
Mrs.Kim
21-05-2008, 07:01 PM
ยินดีช่วยเหลือพระคุณเจ้าเท่าที่กำลังสามารถจะช่วยได้ค่ะ
แล้วจะโอนเงินช่วยเหลือตามบัญชีที่แจ้งให้ไว้นะค่ะ
ขออนุโมทนาสาธุในสิ่งดีๆที่พระคุณเจ้าได้ทำด้วยค่ะ
Mrs.Kim
22-05-2008, 05:16 AM
พระสุพิน อตฺตสนฺโตประธานสงฆ์วัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อัตตสันโต บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 326-0-00987-6
หรือส่งไปที่ พระสุพิน อัตตสันโต วัดเทียบศิลาราม บ้านหลักหินใหม่ หมู่ 18
ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
............................................
พระคุณเจ้าแจ้งแต่ชื่อ และเลขที่บัญชี
แต่ไม่ได้แจ้งธนาคารที่จะให้ร่วมทำบุญเจ้าค่ะ
หรือว่าดิฉันอ่านไม่ละเอียดเจ้าค่ะถึงหาไม่เจอ
ยังไงรบกวนขอธนาคารที่จะให้โอนเงินทำบุญด้วยค่ะ
จะได้ไปโอนเงินร่วมทำบุญด้วยค่ะ
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ<!-- / message --><!-- sig -->
ลีลาวดี
22-05-2008, 06:37 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=328842&stc=1&d=1211414405
พระสุพิน
22-05-2008, 07:00 AM
พระสุพิน อตฺตสนฺโตประธานสงฆ์วัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อัตตสันโต (ทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร)
ธนาคารกรุงไทยบัญชีออมทรัพย์
เลขที่ 326-0-00987-6 หรือส่งไปที่
พระสุพิน อัตตสันโต วัดเทียบศิลาราม
บ้านหลักหินใหม่ หมู่ 18ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
พระสุพิน
22-05-2008, 04:24 PM
อานิสงส์ธรรมทาน ๑๐ ประการ
ธรรมทาน เป็นเครื่องเตือนสติให้เราระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ ของสรรพสิ่งทั้งหลาย
ทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต เป็นหนทางหนึ่ง อย่างเช่นการรู้คุณของพ่อแม่ รู้คุณแผ่นดินเกิด
คุณธรรมทั้งหลายนี้ ถือว่าเป็นต้นน้ำแห่งพระธรรม(ความเป็นจริง)
ที่สามารถฉุดช่วยผู้คนให้พ้นภัยเวียนได้ทัน เพราะการชี้แนะ
จะด้วยกุศโลบายใดๆ ถือเป็นเป็นมหากุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์แก้วเจ็ดชั้น
ขอให้พระธรรมอันลึกซึ้ง จงสถิตอยู่ทุกดวงจิต คอยติดตามปกป้องคุ้มครอง
ช่วยเตือนสติให้บังเกิดความสำนึกรู้คุณของเหตุและรู้คุณของผล
จากเจตนาด้วยกาย วาจา ใจ อันเป็นผลตอบแทนแก่บุพการีให้สมกับความเป็นมนุษย์ทั้งหลายอย่างแท้จริง
อานิสงส์ธรรมทาน ๑๐ ประการ
๑. กรรมเวรจากอดีตชาติจะได้ลบล้างมลายหายให้สิ้น
๒. ความเป็นสิริมงคลย่อมจะมีมาสู่ครัวทุกบ้านเรือน
๓. บุตรหลานที่พาลเกเรจะกลับตัวเป็นคนดี
๔. วงศ์สกุลจะมีผู้สืบทอดและเจริญรุ่งเรืองทุกๆ ชั่วอายุ
๕. คิดจะทำการอันใดจะมีคนมาให้ความช่วยเหลือ
๖. ขจัดเคราะห์ภัย ภัยใหญ่จะกลายเป็นภัยเล็ก
๗. คนป่วยเรื้อรังจะหายจากโรคภัย
๘. วิญญาณทุกข์ของบรรพชนจะพ้นจากถูกทรมานไปสู่สุคติ
๙. เป็นบารมีคุ้มครองลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุข
๑๐. บังเกิดบุญวาสนาและให้มีอายุยืนยาว
อานิสงส์จากการให้ธรรมทาน จะเป็นไปตามความมุ่งมั่นศรัทธาและความบริสุทธิ์ใจ
ซึ่งผู้ให้จะสัมผัสรับรู้ได้เอง.
พระสุพิน
23-05-2008, 07:27 AM
เจริญพรโยมผู้มีศรัทธาทุกท่าน
เมื่อวานนี้อาตมาภาพได้รับบิลค่าไฟ
ของวัดของวิทยุชุมชนเพื่อพระพุทธศาสนาFm 103.75 Mhz
จำนวนเงิน 3,144,60 บาทบิลนี้ร่วมค่าน้ำค่าไฟทั้งหมดในวัด
จึงเจริญพรมาให้โยมผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย
ร่วมบริจาคค่าน้ำค่าไฟตามกำลังทรัพย์กำลังศรัทธากำหนดจ่ายค่าน้ำค่าไฟ
ในวันที่ 29 พ.ค. 2551ซึ้งตอนนี้ทางวัดยังไม่มีกำลังทรัพย์
ที่จ่ายขออนุโมทนาบุญกับโยมทุกท่านล่วงหน้า
ณ โอกาสนี้ เจริญพรติดต่อขอบริจาคได้ที่โทร 085.6578676
พระสุพิน อตฺตสนฺโตประธานสงฆ์วัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อัตตสันโต
ธนาคารกรุงไทยบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 326-0-00987-6
หรือส่งไปที่ พระสุพิน อัตตสันโต วัดเทียบศิลาราม
บ้านหลักหินใหม่ หมู่ 18ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
Mrs.Kim
24-05-2008, 10:41 AM
วันนี้ข้าพเจ้านางนงลักษณ์และนายเสรี วงษ์ทองเหลือ
ได้ถวายปัจจัยผ่านตู้เอทีเอ็มเพื่อร่วมทำบุญ
กองทุนเพื่อการศึกษาพระภิกษุสามเณร และร่วมสมทบบิลค่าไฟ
กับพระสุพิน อตฺตสนฺโตประธานสงฆ์วัดเทียบศิลาราม
ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี พระสุพิน อัตตสันโต
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 326-0-00987-6
เป็นจำนวนเงิน 200 บาทเรียบร้อยแล้วค่ะ
...............................................................
ขอแม่พระธรณีจงเป็นพยานในการทำบุญนี้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลผลบุญทั้งหลายที่ได้ทำแก่พระรัตนตรัยทั้ง 3 สรณะสูงสุดแห่งชีวิตของข้าพเจ้า บิดามารดาทุกภพทุกชาติ ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกชาติเทวดา 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน หมื่นโลกธาตุแสนโกฏิ พระเพลิง พระพาย แม่พระธรณีแม่พระคงคา แม่พระโพสพ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ญาติสนิทมิตรสหายทุกภพทุกชาติมนุษย์ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายภูมิอบายทั้ง 4 อันได้แก่ ภูมิสัตว์เดรัจฉานภูมิอสูรกาย ภูมิเปรต ภูมินรกขออานุภาพแห่งพระสงฆ์ได้ช่วยแปลสภาพบุญที่สัตว์ในอบายภูมิทั้ง 4 ให้ได้รับผลบุญในครั้งนี้ด้วยเจ้ากรรมและนายเวรทั้งหลายทั้งปวง (ขอเจ้ากรรมและนายเวรจงมาอนุโมทนาบุญ และอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ)ขอส่วนกุศลผลบุญทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้กระทำมานี้จงบันดาลที่ท่านที่ทุกข์ได้พ้นทุกข์ ท่านที่มีความสุข ได้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป ขอท่านทั้งหลายจงได้เจริญด้วยอายุวรรณะ สุขะ พละ ปณิธาน ธนสารสมบัติ รวมทั้งเป็นพลวะปัจจัย อุปนิสัยตามส่งให้ข้าพเจ้า และสัพพะทุกดวงวิญญาณในสังสารวัฏนี้ ได้พบกับพระพุทธศานาทุกภพทุกชาติเป็นมนุษย์ที่มีสัมมาทิฏฏิ หมั่นทำบุญทาน เพื่อสละความโลภ หมั่นรักษาศีลและเจริญพรหมวิหาร 4เพื่อระงับความโกรธ หมั่นเจริญภาวนา ทั้งสมถะและวิปัสสนากรรมฐานเพื่อกำจัดความหลง อวิชชาและอาสวะให้หมดไป ได้สำเร็จซึ่งมรรค 4 ผล 4 ตลอดจนได้เข้าถึงแดนทิพย์พระนิพพานบรมสุขกันทุกคนเทอญ รวมทั้งขอข้าพเจ้าได้บรรลุพระโพธิญาณ เป็นพระวิริยะธิกะพุทธเจ้าองค์หนึ่งเมื่อบุญบารมีถึงพร้อมแล้ว ตลอดจนถึงกาลเวลาอันสมควรแล้วด้วยเทอญ สาธุๆๆ<O:p</O:p
...............................................................
ขออนุโมทนา สาธุๆ กับทุกท่านที่ร่วมทำบุญกองทุนเพื่อการศึกษาพระภิกษุสามเณร และร่วมสมทบบิลค่าไฟกับพระสุพินด้วยค่ะ
.................................................................
นิพพานนะ ปัจจะโย โหตุ
.......................................................
หากมีกำลังทรัพย์มากกว่านี้จะถวายค่าไฟมาสมทบก่อนวันที่ 29 อีกค่ะ
<!-- / message --><!-- edit note -->
<!-- / message --><!-- edit note -->
พระชยภัทร
24-05-2008, 06:23 PM
โมทนาครับ
@^น้ำใส^@
24-05-2008, 08:06 PM
อนุโมทนาค่ะ
จะส่งเงินไปร่วมทำบุญด้วยค่ะ
^-^
kong_sorakrit
24-05-2008, 10:43 PM
ขออนุโมทนา
<!-- / message --><!-- sig -->
แม่หมูอ้วน
25-05-2008, 06:14 AM
ขอร่วมทำบุญ 1000 บาท เพื่อกองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิทยุชุมชน และกองทุนการศึกษาภิกษุสามเณร กับค่าไฟ ด้วยค่ะ จะพยายามโอนให้ในวันพรุ่ง
นี้นะเจ้าคะ เมื่อโอนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ ด้วยบุญนี้ที่ข้าพเจ้า นางณัฏฐวี สเตซีย์ และครอบครัวได้ทำขอพระยายมราชเป็นพยาน ให้บุญนี้จงสำเร็จ แก่ ลูก ด.ช. โรเบิร์ท ฌานธน ฉั่ว สเตซีย์ (น้องเพียว) และคุณพ่อ หมุยเหลียง แซ่ฉั่ว กับทั้งเจ้ากรรมนายเวรทุกท่านด้วยเทอญ
ดวงตายมฑูต
25-05-2008, 08:18 AM
อนุโมทนา
comkung
25-05-2008, 10:45 AM
โอนเงินร่วมทำบุญทุกๆรายการให้แล้วนะครับ จำนวน 400 บาท และขออนุโมทนากับทุกๆท่านด้วยครับ
pharma5
28-05-2008, 08:39 AM
อนุโมทนาด้วยค่ะ
พระสุพิน
28-05-2008, 10:23 AM
วันนี้ 28/5/51 เวลา 09.30 น อาตมาได้ไปเช็คยอดที่ธนาคารมียอดรวม 1,700 บาทเพื่อที่จะไปชำระค่าไฟ ขออนุโมทนาบุญสาธุ
สาวิกานวล
30-05-2008, 09:11 AM
ดิฉันเป็นข้าราชการ (ครู) สอนประจำอยู่โรงเรียนวัดโพธิ์น้อย ต.กระหวัน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ (ซึ้งเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันชื่อเต็มๆว่า นางสาวถนอมนวล พานจันทร์ ดิฉันเป็นลูกศิษย์ของวัดเทียบศิลารามเพราะบ้านเกิดก็อยู่ในเขตวัดจึงได้รับทราบปัญหาจากพระอาจารย์ว่าท่านลำบากใจในการบอกบุญแก่ญาติโยมเนื่องท่านเป็นพระ ท่านจึงบอกกับดิฉันว่าให้ช่วยตรงนี้ได้ไหมตลอดถึงเรื่องการนำข่าวสารในวัดและพระภิกษุสามเณรให้ผู้มีจิตศรัทธาทราบทั่วกันถึงดิฉันจึงรับปากกับท่านเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระท่านบ้างดิฉันจึงขอรับทำหน้าที่เกียวกับ (กองทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร) และค่าน้ำค่าไฟในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา......... นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปดิฉันขอรับรองด้วยเกียรติ์ของดิฉันว่าจะดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ ติดต่อสอบเพิ่มเติมได้ที่ 086.2601645..http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1238691
ธรรมวิวัฒน์
30-05-2008, 02:29 PM
อนุโมทนาครับ
Mrs.Kim
30-05-2008, 03:55 PM
ขออนุโมทนาสาธุ บุญกับคุณสาวิกานวลด้วยค่ะ
แม่หมูอ้วน
31-05-2008, 01:44 AM
ได้โอนเงินไปทำบุญ 1000 บาทตามที่ได้ปวารณาไว้แล้วในวันรุ่งขึ้นของที่นี่ น่าจะยังคงเป็นวันที่ 25 เวลา18.27 โดยโอนทางอินเตอร์เนท เข้าไปที่ บ/ช พระสุพิน อัตตสันโต ธ.กรุงไทย ศรีษะเกษ เลขที่ 326-0-00987-6 แต่ว่าเข้าเวปพลังจิตไม่ได้ หลายวัน พอเข้าได้ก็หากระทู้ไม่เจอ เพราะ ตรงช่อง
แผงควบคุมส่วนตัวมีปัญหา ทำไม่เป็น แต่ตอนนี้หาเจอแล้วขอแจ้งโอนให้แล้วนะคะ ขออนุโมทนาค่ะ
พัชรวัฒน์
31-05-2008, 10:01 AM
โมทนา สาธุ ครับ
สาวิกานวล
03-06-2008, 08:02 AM
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านนะค่ะเมื่อเย็นนี้ดิฉันมีโอกาสกราบพระอาจารย์ท่านเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นนี้ดิฉันได้รับพระเณรจากโรงเรียนไปส่งที่วัดเพราะทางวัดรถไม่มีน้ำมันรถวัดเลยมารับไม่ได้ และดิฉันก็ได้สนทนาธรรมกับพระอาจารย์ท่านได้บอกให้ดิฉันแจ้งมายังท่านทั้งว่าขอความกรุณาผู้มีอุปการะได้แจ้งชื่อให้ท่านทราบด้วยพร้อมเจตนาท่านบอกจะได้สะดวกในการบริหารปัจจัยค่ะ
แสวงหาความจริง
06-06-2008, 04:58 PM
วันที่ 5/06/2008 เวลา 20:28น ผมได้โดนเงินเข้าบัญชี เลขที่ 326-0-00987-6 จะนวณ 300 บาทครับ
ขออนุโมทนาครับทุกท่าน
สาวิกานวล
12-06-2008, 07:37 AM
วันที่ 10 - 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551 นี้ ทางวัดเทียบศิลารามจัดปฏิบัติธรรมบวชชีพราหมณ์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลค่ะ จำนวน 108 คน จึงบอกบุญมายังท่านสมาชิกทราบค่ะ
สาวิกานวล
12-06-2008, 08:03 AM
แผงสัญญาณวิทยุอีกด้านเสร็จแล้วค่ะ
พระสุพิน
12-06-2008, 02:35 PM
ยานพาหนะที่สาวิกานวล หรือ ครูถนอมนวล พานจันทร์ ถวายเพื่อใช้ในเดินทางเผยแผ่และส่งพระภิกษุสามเณรไปเรียนยังโรงเรียนวัดโพธิ์น้อย
สายน้ำกะปลาน้อย
17-06-2008, 12:48 PM
อนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ
YOHE80
22-06-2008, 04:21 PM
ขออนุโมทนา สาธุค่ะ
สาวิกานวล
23-06-2008, 07:41 AM
สวัสดีค่ะวันนี้พระอาจารย์สุพิน อัตตสันโต แจ้งมาว่าค่าน้ำค่าไฟเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิทยุชุมชนวัดเทียบศิลาราม FM 103.75 Mhz เดือนนี้ 2,619.20 บาทค่ะและดิฉันร่วมถวายด้วย 500 บาท คงเหลือ 2,119.20 บาท เพื่อนสมาชิกท่านใดจะร่วมบริจาคด้วยก็เชิญนะค่ะตามกำลังทรัพย์กำลังศรัทธาค่ะสามารถร่วมบริจาคได้ที่ท่านเหมือนเดิมชื่อบัญชี พระสุพิน อัตตสันโต ธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 326-0-00987-6 หรือส่งไปที่ พระสุพิน อัตตสันโต วัดเทียบศิลาราม บ้านหลักหินใหม่ หมู่ 18ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ หรือโทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 085-657-8676 ค่ะ__________________
พระสุพิน
27-06-2008, 09:12 AM
โยมท่านใดรวมบุญขอความกรุณาแจ้งชื่อให้ทราบด้วยนะอนุโมทนาบุญ...
pharasupinattasanto@gmail.com
หรือ prasupin@wattiabsilaram.net
สาวิกานวล
29-06-2008, 05:05 AM
วันนี้เป็นกำหนดวันจ่ายค่าไฟเป็นวันสุดท้ายของเดือนค่ะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆท่านใดจะร่วมบริจาคค่าไฟบ้างยังขาดอีก 1,840 บาทค่ะ ดิฉันอนุโมทนาบุญล่วงหน้าค่ะ
adisak007
30-06-2008, 04:22 PM
อนุโมทนาสาธุครับ...........ธรรมะจัดสรรจริงๆๆ ธรรมทาน สาธุๆๆๆๆๆๆ
พระสุพิน
03-07-2008, 11:58 AM
ขอโอกาสเจริญพรโยมทั้งหลายทราบเพื่อเป็นการสะดวกในการแยกบัญชีในการ
ใช้จ่ายให้ถูกต้องวันนี้อาตมาภาพได้ไปทำการเปิดบัญชีขึ้นใหม่อีกเล่ม
เพื่อสะดวกแก่โยมที่จะรวมเผยแผ่ก็สามารถโอนเข้าบัญชีนี้
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง
<!-- / message --><!-- sig --><!-- / message --><!-- sig -->
ส่วนบัญชีโยมที่จะรวมทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณรก็เป็น
บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
ชื่อบัญชีพระสุพิน อตฺตสนฺโต บัญชีเลขที่ 326-0-00987-6
เจริญพรมาเพื่อทราบ
สาวิกานวล
05-07-2008, 05:48 AM
บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ ชื่อบัญชีพระสุพิน อตฺตสนฺโต บัญชีเลขที่ 326-0-00987-6 ( บัญชีนี้เป็นบัญชีเพื่อการศึกษาและเพื่อสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรผู้อาพาธ วัดเทียบศิลาราม หมู่ที่ 18 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ)... http://www.wattiabsilaram.net/wattib/kongtun.php ... .......................................................................................................... เพื่อสะดวกแก่ผู้ที่จะรวมเผยแผ่ก็สามารถโอนเข้าบัญชีนี้ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาขุนหาญ บัญชีเลขที่ 539-2-49050-4 ... ทั้งนี้พระอาจารย์ท่านว่าเพื่อเป็นสัดส่วนค่ะ... http://www.wattiabsilaram.net/donate.html
Nu_Bombam
05-07-2008, 12:18 PM
ขออนุโมทนากับทุกท่านครับ
พระสุพิน
10-07-2008, 07:54 AM
บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ ชื่อบัญชีพระสุพิน อตฺตสนฺโต
บัญชีเลขที่ 326-0-00987-6
( บัญชีนี้เป็นบัญชีเพื่อการศึกษาและเพื่อสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรผู้อาพาธ
วัดเทียบศิลาราม หมู่ที่ 18 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ)...
เพื่อสะดวกแก่ผู้ที่จะรวมเผยแผ่ก็สามารถโอนเข้าบัญชีนี้
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง ฯ ที่สถานีด้วย )
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)<!-- / message --><!-- sig --><!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
10-07-2008, 12:33 PM
ขอให้ท่านทั้งหลายได้รวมอนุโมทนาวันที่ 10 ก.ค 2551คณะเจ้าภาพผ้าป่าบำรุงวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนา คุณแม่จินดา สังข์ทองคุณรุ่งระวี สุพรคุณรวีวรรณ สุพรคุณวสันต์ สุพรรวมจำนวนเงิน 13,999.25 บาท.... http://www.wattiabsilaram.net/forum/index.php
พระสุพิน
15-07-2008, 12:40 PM
พระอนุรุทธ เป็นอันว่าเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร องค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงปรารภพระอนุรุทธ ความจริงพระอนุรุทธนี่เป็นพระอนุชาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อนุชานะไม่ใช่อาชานะ อนุชานี่เขาแปลว่าน้อง อาชาแปลว่าม้า เป็นน้องพระพุทธเจ้า คือว่าเป็นลูกของอา ในตระกูลมีอยู่ 2 คน คือ ท่านมหานาม 1 สอง พระอนุรุทธ ในสมัยเมื่อพระพุทธเจ้าทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ท่านท้าวมหานามก็ปรารภกับน้องชายว่า เวลานั้นท้าวมหานามเป็นพระมหากษัตริย์ ตระกูลอื่นเขาก็มีคนบวชกันหมดแล้ว ตระกูลของเรายังไม่มีใครบวช ถ้ายังงั้นขอให้น้องเป็นพระราชาต่อไป พี่จะบวช พระอนุรุทธก็บอกว่า การเป็นพระราชาทำยังไง เวลานั้นพระราชาต้องทำนาเหมือนกัน ก็ต้องเลี้ยงทหาร เขาบอกว่า ตอนต้นปีก็ไถนาแล้วก็หว่าน พอปลายปีก็เกี่ยวข้าวเอาเข้าฉาง ต้นปีไถนาแล้วก็หว่าน ปลายปีเกี่ยวข้าวเข้าฉาง แบบนี้เรื่อยไปตลอดชีวิต พระอนุรุทธถามว่า ไอ้การทำนานี่ไม่มีการเลิกรึ ท่านมหานามบอก เลิกไม่ได้ พระอนุรุทธก็บอกว่า ถ้ายังงั้นพี่อยู่เถอะฉันบวชเอง ก็ไปชวนเพื่อนอีก 4 คนบวช เป็นผู้เลิศในทิพจักขุญาณ เมื่อบวชเข้ามาแล้วก็ปรากฎว่า พระอนุรุทธเจริญพระกรรมฐานไม่ช้าไม่นานนัก วันเข้าพรรษาวันนี้ก็ได้บรรลุอรหัตถผลพร้อมไปด้วยทิพจักขุญาณ เป็นพระวิชชาสาม ต่อมาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตั้งพระอนุรุทธเป็นผู้เลิศในทิพจักขุญาณ นั่นหมายความว่า พระอรหันต์นี่มี 4 ขั้น ตัดกิเลสได้เหมือนกัน แต่ความสามารถไม่เท่ากัน คือ 1. สุกขวิปัสสโก ตัดกิเลสได้ แต่ไม่มีจิตเป็นทิพย์ ไม่สามารถเห็นผี นรก สวรรค์ ได้ 2. เตวิชโช อย่างนี้สามารถมีจิตเป็นทิพย์ เห็นสวรรค์ได้ นรกได้ เปรตได้ อสุรกายได้ เห็นอะไรก็ได้ และสามารถระลึกชาติได้ 3. ฉฬภิญโญ สำหรับหมวดนี้เหาะเหินเดินอากาศได้ แปลงได้ เนรมิตได้ 4. ปฏิสัมภิทัปปัตโต ปฏิสัมภิทาญาณ มีความฉลาดมาก ฉะนั้น สำหรับพระอนุรุทธเป็นพระอรหันต์ขั้นวิชชาสาม แต่ความจริงพระอรหันต์ขั้นวิชชาสามนี่ความจริงต้องอ่อนกว่าทุกอย่าง อ่อนกว่าฉฬภิญโญ ฉฬภิญโญก็คืออภิญญาหก แต่ว่านี่ท่านเข้มแข็งในด้านทิพจักขุญาณ จะพิสูจน์ในสมัยองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้านิพพานเวลานั้น เวลาที่พระพุทธเจ้านิพพาน พระอนุรุทธเข้าฌานตาม พระอรหันต์ตั้งสองแสนองค์ ไม่สามารถจะเข้าฌานตามได้ ไม่รู้จิตใจของพระพุทธเจ้าว่าเวลานี้อยู่ที่ไหน แต่สำหรับพระอนุรุทธติดตามได้ พระอานนท์เข้าไปสะกิดถาม หลวงพี่ เวลานี้พระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน ไปนิพพานหรือยัง ในขณะที่ท่านจะเข้านิพพานท่านเข้าสมาธิเต็มที่ ไอ้การเข้าสมาธิเต็มที่นี่ บรรดาพุทธบริษัทบางทีเขานึกว่าหัวใจหยุดเต้น ความจริงไม่หยุด มันเต้นเบาลมหายใจน้อย บางคนคิดว่าไม่มีลมหายใจ ท่านก็บอกว่า เวลาที่พระพุทธเจ้าอยู่ที่ฌาน 1 บ้าง ฌาน 2 บ้าง ฌาน 3 บ้าง ฌาน 4 บ้าง ในอรูปฌานบ้าง แล้วเลื่อนมาในฌาน 4 ของรูปฌาน นิพพานตอนนั้น นี่จะเห็นว่าพระอนุรุทธชื่อว่าเป็นผู้เลิศในทิพจักขุญาณ เลิศจริง ๆ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดากล่าวว่า กล่าวถึงประวัตินะ ตอนนี้ยังไม่นิพพาน ท่านบอกว่า พระอนุรุทธนี่ในสมัยชาติก่อนชอบทำบุญด้วยแสงไฟ ก็อย่างที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย บูชาเทียนเข้าพรรษานี่แหละ บูชาเทียนเข้าพรรษาบ้าง ช่วยค่ากระแสไฟฟ้าบ้าง ช่วยน้ำมันตะเกียงบ้าง อย่างนี้เป็นต้น เป็นเรื่องให้เกิดแสงไฟ ให้เกิดแสงสว่างขึ้น พระอนุรุทธชอบทำอย่างนี้ ทุกวาระถึงปีถึงเวลาเข้าพรรษาก็นำเทียนเข้าพรรษาถวายตามวัด วันละหลาย ๆ วัด เป็นการบูชาให้แสงสว่าง ฉะนั้น มาชาติหลังสุด อานิสงส์ถวายเทียนเข้าพรรษา แสงไฟ จึงได้ทิพจักขุญาณเป็นเลิศกว่าพระอรหันต์ทุกองค์ นี่เป็นประวัติตอนท้ายนะ ประวัติของพระอนุรุทธนี่มีหลายตอน จะขอตัดเป็นตอน ๆ *****************
พระสุพิน
16-07-2008, 05:30 PM
ภาพกิจกรรมเข้าพรรษาของสามเณรและนักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์น้อย( และคณะครู )
พระสุพิน
19-07-2008, 06:48 AM
ขอให้โยมทุกท่านทราบและรวมอนุโมทนาบุญด้วยกันดังนี้..
ก่อนอืนแจ้งให้โยมทราบว่าอาทิตย์หน้าทางวัดก็จะทำการเทพื้นแล้ว
โดยจำนวนปัจจัยที่ได้รับจาคโยมสมาชิกถวายมานั้นยังไม่ทราบจำนวน
ที่แน่ชัดคงวันอังคารนี้ทางวัดจะไปเบิกมาเพื่อทำการเทพื้น...
เมื่อวานมีโยมชื่อมะลิวรรณ อินทนนท์...
ได้ถวายปูนจำนวน 180 ถุง -
หิน 1 รถสิบล้อ -
ทราย 1 รถสิบล้อ -
จึงขอให้โยมทุกท่านได้รวมอนุโมทนาบุญด้วยกันทุกท่านเทอญสาธุ
ปุญญผลัง
19-07-2008, 02:00 PM
กราบนมัสการพระอาจารย์
ผมได้ส่งหนังสือขอบริจาคกระเบื้องให้แล้ว ขอพระอาจารย์ช่วยตรวจสอบและส่งกลับให้ผมด้วย
ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ใน mail ผมจะช่วยดำเนินการต่อให้ครับ
พระสุพิน
22-07-2008, 05:40 AM
สถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามFM. 103.75 MHz
ออกอากาศจากกุฎิตั้งตรงจิตวิทยุชุมชนเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามหมู่ที 18
บ.บ้านหลักหินใหม่ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
โทรศัพท์ 045-637-233 – 085-657-8676
ขอเชิญร่วมสมทบทุนสถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง ฯ ที่สถานีด้วย )
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)<!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
27-07-2008, 04:08 PM
ค่าไฟเดือนนี้ 2,800.25 บาทยังรับบริจาคตามกำลังทรัพย์...
สถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามFM. 103.75 MHz
ออกอากาศจากกุฎิตั้งตรงจิตวิทยุชุมชนเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามหมู่ที 18
บ.บ้านหลักหินใหม่ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
โทรศัพท์ 045-637-233 – 085-657-8676
ขอเชิญร่วมสมทบทุนสถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง ฯ ที่สถานีด้วย )
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)<!-- / message --><!-- sig -->
jiab2509
27-07-2008, 06:14 PM
อนุโมทนาทุกบุญกุศลค่ะ สาธุ
พระสุพิน
29-07-2008, 05:53 AM
มาถึง ณ วันนี้ทางสถานียังไม่มีค่าไฟเลยไม่ทราบมาตรการ 6 เดือนจะครอบคลุมทั่วประเทศหรือเปล่า...
ค่าไฟเดือนนี้ 2,800.25 บาท
ยังรับบริจาคตามกำลังทรัพย์...
สถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามFM. 103.75 MHz
ออกอากาศจากกุฎิตั้งตรงจิตวิทยุชุมชนเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามหมู่ที 18
บ.บ้านหลักหินใหม่ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
โทรศัพท์ 045-637-233 – 085-657-8676
ขอเชิญร่วมสมทบทุนสถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง ฯ ที่สถานีด้วย )
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)<!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
30-07-2008, 10:20 AM
นัตถิ ปญญา สมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี
ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในหลายๆอย่าง ซึ่งจำเป็นในการครองชีวิตของคนทั้งหลาย ทั้งทางโลกและทางธรรม วัดแต่ล่ะวัดก็มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้ไฟเหมือนชาวบ้าน และจัดเป็นนาบุญของประชาชน พระภิกษุสามเณรเป็นผู้รักษานาบุญนั้น ผู้ใดต้องการบุญก็นำพืชไปหว่านที่นานั้น พืชที่หว่านแล้วจะงอกงามเป็นกล้านำไปปลูก ไปใช้อย่างอื่นต่อไป
การบริจาคเงินถวายวัดหรือบริจาคในส่วนของค่าน้ำค่าไฟ ก็เหมือนหว่านพืชลงในนา พืชก็งอกเป็นกล้านั้นคือบุญ บุญเกิดแล้วก็อำนวยผลแก่ผู้เป็นเจ้าของ ตามส่วนสัดแห่งพืชคือ การทำบุญนั้น
ไฟฟ้านี้ให้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ
-ให้แสงสว่าง
-เป็นอุปกรณ์ให้เกิดความเย็น
-เป็นอุปกรณ์แห่งเสียง
-เป็นอุปกรณ์แห่งการหุงต้ม
ท่านสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมใจกันบริจาคปัจจัย เป็นค่าน้ำค่าไฟ จัดว่าทำบุญไว้ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดความสุขความเจริญแก่ตน
บริจาคได้ที่วัดเทียบศิลาราม บ.หลักหินใหม่ หมู่ที่ 18 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ
จ.ศรีสะเกษ หรือที่ บัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาขุนหาญ บัญชีเลขที่ 539-2-49050-4บัญชีออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง ฯ ที่สถานีด้วย )
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)
พระสุพิน
30-07-2008, 10:24 AM
อนุโมทนาวันนี้ได้รับค่าไฟจากท่านพระอาจารย์สุโข กตปุญโญ จำนวน 2,500 บาท
และโยมผู้ไม่ประสงค์ออกนาม จำนวน 100 ปอนด์ สาธุ
พระสุพิน
05-08-2008, 07:51 AM
พุทธบุตร - ธิดา2-3 ส.ค 51 ฯ
ณ วัดเทียบศิลาราม หมู่ที่ 18 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
คุณแม่จินดา สังข์ทอง
นำขุดขาวมาแจกเด็กเนื่องจากชุดไม่พอเพราะในแต่ละอาทิตย์จะมีเด็ก
มาเพิ่ม20-30 คน
http://www.wattiabsilaram.net/forum/index.php?topic=465.0
พระสุพิน
07-08-2008, 08:22 AM
เจริญพรผู้มีศรัทธาทุกท่าน
ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนนั้นทางวัดแทบจะไม่พอใช้จ่ายเลย
ถึงแม้ทางวัดจะมีวิทยุชุมชนเผยแผ่พระพุทธศาสนาแต่ใช่ว่าจะมีรายรับเข้า
เพราะทางวัดไม่มีนโยบายในการเปิดสปอร์ตและอีกอย่างวัด
ก็อยู่ในถิ่นทุรกันดาลห่างไกลความเจริญพอสมควรค่าใช้จ่ายที่พอจะได้บ้าง
ก็รอกิจนิมนต์เดือนถึงสองเดือนจะมีครั้ง
แต่สิ่งที่มีที่โยมเห็นก็เกิดจากศรัทธาที่โยมมาสร้างไว้
อาตมาภาพจึงเป็นผู้สานต่อค่าใช้ที่อาตมารับผิดหลักๆในตอนนี้ก็ คือ
ค่าไฟในวัดที่ใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิทยุชุมชน Fm 103.75 Mhz
และ .. http://www.wattiabsilaram.net/ (http://www.wattiabsilaram.net/)
พร้อมกับการส่งเสริมพระภิกษุได้เล่าเรียนค่าน้ำมันรถเดือนละ 6,000 บาท
จึงบอกว่าในบางเดือนแทบไม่พอเลยจึงประกาศบอกบุญให้โยมทั้งหลายทราบ
เพื่อได้รวมบุญโดยทั่วกันเจริญธรรม
<!-- / message --><!-- sig -->
พระกุลวัฒน์ธนะ
12-08-2008, 07:11 PM
ร่วมทำบุญไปแล้ว 200 บาท
พระสุพิน
15-08-2008, 03:57 PM
วันพฤสบดี - วันศุกร์ที่21-22 สิงหาคม 51 นี้
อาตมาจะขึ้นไปกรุงเทพฯ
1) ไปรับถวายคอมพิวฯ จำนวน 9 เครื่อง จากบริษัทแอลเอ็มจีที่คลองเตย
2) ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่วัชรธาตุอ้อมน้อย
จึงขอเชิญท่านทั้งหลายรวมสนับสนุนค่าน้ำมันรถในครั้งนี้โดยทั่ว
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง ฯ ที่สถานีด้วย )
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)<!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
16-08-2008, 05:16 AM
อานิสงส์การตั้งใจบูชาพระบรมสารีริกธาตุหรือพระอรหันตธาตุ
ตั้งใจถวายดอกบวบขมตายจากคนไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก
..พูดถึงอานิสงส์การถวายดอกไม้บูชาด้วยศรัทธาแท้ ดังตัวอย่างท่านหนึ่งคือ ท่านสาตกีเทพธิดาสาตกีแปลว่า ดอกบวบขมเทพธิดาองค์นี้ทำบุญด้วยดอกบวบขม ท่านพระโมคคัลลาน์ท่านเจริญพระกรรมฐานในตอนกลางคืน ท่านใช้กำลังฤทธิ์ของท่านไปเที่ยวชมสวรรค์ ไปเห็นวิมานของท่านสาตกีเทพธิดาเข้าก็แปลกใจเพราะ เมื่อคืนที่แล้วไม่มีวิมานนี้ จึงเข้าไปใกล้ถามท่านเจ้าของวิมานว่า เธอเพิ่งตายจากความเป็นคนขึ้นมาเกิดเป็นนางฟ้าหรือ ท่านก็ตอบว่า เช่นนั้นเจ้าค่ะ และท่านพระโมคคัลลาน์ก็ถามต่อไปว่า เธอทำบุญอะไรจึงมีวิมานทองคำ เครื่องประดับวิมาน เครื่องประดับกาย มีสีเหลืองเป็นทองคำทั้งหมด ท่านก็ตอบว่า สมัยเป็นมนุษย์เป็นคนยากจนมาก มีอาชีพตัดฟืนขาย เช้าตื่นขึ้นมากินข้าวเสร็จก็เข้าป่าไปตัดฟืนด้วยกำลังกายก็ไม่ได้มากนัก ตอนเย็นหอบฟืนกลับมาเอาไปขาย ได้เงินบ้างก็ซื้ออาหารไว้กินในวันรุ่งขึ้น เรียกว่าทำมื้อกินมื้อ ทำอย่างนี้ทุกวันตลอดมาเป็นปกติ ไม่มีโอกาสที่จะไปทำบุญ ไม่เคยทำบุญสุนทาน พระจะมาบิณฑบาตหรือมาบอกบุญบอกทานก็ไม่มีโอกาสได้พบ ไม่ใช่ไม่ศรัทธาแต่ไม่มีเวลาจะทำบุญเพราะความยากจน วันสุดท้ายก่อนที่จะตาย ตอนเช้าเข้าป่าจะไปตัดฟืนตามปกติ เห็นดอกบวบขมเข้าก็คิดว่า ดอกบวบขมมีสีเหลืองคล้ายจีวรพระ ก็นึกถึงพระขึ้นมาตั้งใจว่าตอนเย็นกลับบ้านวันนี้จะตัดดอกบวบขมไปบูชาเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ใกล้ๆ บ้าน อย่างนี้จัดว่าเป็น สังฆานุสติสติกรรมฐาน >>
พอตกเย็นขากลับบ้านแบกฟืนออกมาพอถึงที่ตรงนั้นก็วางฟืนลง ไปตัดดอกบวบขม มือหนึ่งแบกฟืน อีกมือหนึ่งถือดอกบวบขม เมื่อขายฟืนเสร็จพอกลับถึงบ้านก็หุงข้าวกิน แล้วอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็นำดอกบวบขมตั้งใจจะเอาไปบูชาเจดีย์ที่บรรจุกระดูกพระอรหันต์ แต่ไปไม่ทันถึง ระหว่างทางที่เดินไปนั้นปลากดว่านางยักษิณีแปลงเป็นวัวแม่ลูกอ่อนขวิดล้มลงถึงแก่ความตาย ก่อนที่จะตาย จิตใจก็นึกถึงว่าเราตั้งใจจะเอาดอกบวบขมไปถวายบูชากระดูกพระอรหันต์ (จัดว่าเป็นสังฆานุสติสติกรรมฐาน) พอตายจากที่ตรงนั้นจิตก็ออกจากร่างมาเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทันที โดยไม่ต้องผ่านสำนักพระยายมราช มีนางฟ้าหนึ่งพัน เป็นบริวาร มีวิมานสีเหลือง เครื่องประดับวิมาน เครื่องประดับกายที่เป็นทิพย์ มีสีเหลืองเป็นทองคำทั้งหมด เพราะก่อนจะตายปรารภสีเหลือง คือดอกบวบขมมีสีเหลืองคล้ายจีวรพระ>>
ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านโปรดเข้าใจว่า ถ้าต้องการความสุขจริงๆ เมื่อตายแล้ว ก็ให้ท่านยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ มีทานการบริจาค มีการรักษาศีล และมีอารมณ์ยึดอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ ทานก็ได้ ศีลก็ได้ ภาวนาก็ได้ หรือยึดพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ หรือยึดพระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ หรือยึดวัดใดวัดหนึ่งก็ได้ นึกถึงวัดก็ใช้ได้ ให้มีความมั่นใจจริงๆ ยอมรับนับถือจริงๆ อย่างนี้ตายเมื่อไร ทุกท่านก็ได้รับผลมีความสุขอย่างท่านสาตกีเทพธิดาแน่นอน ถึงแม้ว่าบางคนตอนต้นจะย่อหย่อนมาก่อนก็ตาม แต่ถ้าเวลาจะตายมีกำลังใจเข้มข้น ก็จะไปสวรรค์ ไปพรหมโลก ไปพระนิพพานตรงโดยไม่ต้องผ่านสำนักท่านพระยายมราช.
พระสุพิน
17-08-2008, 08:06 AM
ภาพถ่ายเมื่อคืนวันที่ 9 สิงหาคม 2551
คืนวันรับถวายกระเบื้องจากโยมธรากร ตรีเนตร
chodchoi
17-08-2008, 09:15 AM
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ
pucca2101
17-08-2008, 01:40 PM
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
พระสุพิน
25-08-2008, 03:11 PM
ค่าไฟเดือนนี้แจ้งให้โยมทราบจำนวน 4,455.88 บาท
ยังรับบริจาคตามกำลังทรัพย์...
สถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามFM. 103.75 MHz
ออกอากาศจากกุฎิตั้งตรงจิตวิทยุชุมชนเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลารามหมู่ที 18
บ.บ้านหลักหินใหม่ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
โทรศัพท์ 045-637-233 085-657-8676
ขอเชิญร่วมสมทบทุนสถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาวัดเทียบศิลาราม
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์ ( โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกรุณาโทรแจ้ง ฯ ที่สถานีด้วย )
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)
adisak007
25-08-2008, 07:54 PM
เห็นคนปฏิบัติธรรมเยอะๆ แล้วชื่นใจจังเลย
พระสุพิน
27-08-2008, 05:38 AM
รวมโมทนาดังนี้
1) รับถวายคอมพิวฯ จำนวน 9 เครื่อง จากบริษัทแอลเอ็มจีที่คลองเตย
2) อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่วัชรธาตุอ้อมน้อย
พระสุพิน
04-09-2008, 06:01 PM
ขณะนี้ทางวัดไม่มีค่าน้ำมันรถส่งเณรไปโรงเรียนแล้วมีโยมท่านใดจะช่วยบ้างหนอ
ตอนนี้อาตมากำลังอ่อนมากเลยเพราะวิทยุชุมชนเพือพระพุทธศาสนาก็มาเสีย
เครืองไหม้ต้องส่งไปซ้อมค่าซอมก็ 15,000 บาทก็ยังไม่มีค่าช้อมเช่นกัน
แต่ตอนนี้ขอโยมผู้มีกำลังช่วยค่าน้ำมันด้วยสาธุ
ชื่อบัญชี พระสุพิน อตฺตสนฺโตธนาคารกรุงไทย สาขาขุนหาญ
บัญชีเลขที่ 326-0-16077-9 ออมทรัพย์
หรือ .. pharasupinattasanto@gmail.com (pharasupinattasanto@gmail.com)<!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
08-09-2008, 05:49 AM
ขอเจริญพรโยมทุกท่าน
เมื่อช่วงเทียงวันที่ผ่านมานี้อาตมาภาพได้รับโทรฯ จากโยมทรงพล ชัชวาลพันธ์
ได้โทรมาถวายดั่งนี้
1. ค่าซ่อมเครื่องส่งสัญญาณ 15,000 บาท
2. ซื้อเครื่องควบคุมไฟ 16,000 บาท
3. ถวายค่าน้ำมันรถส่งพระภิกษุสามเณรไปเรียน 9,000 บาท
ขออำนาจคุณพระพุทธเจ้าทั้งหลาย คุณพระธรรมทั้งปวง คุณพระสงฆ์ทั่วพื้น
ปฐพี จงเป็นพลวะ เป็นตบะ เป็นเดชะ เป็นปัจจัยอำนวยอวยชัยให้<WBR>บรรดาญาติ
โยมผู้ที่ได้ร่วมสร้างศาลาแห่<WBR>งนี้ จงนิราศทุกข์ นิราศโศก นิราศภัย มีอายุยืน
นาน มีผิวพรรณผุดผ่องผ่องใส มีความสุขกายสุขใจ มีกำลังกายกำลังใจ
ประกอบการงานสิ่งใดสำเร็จลุล่<WBR>วงได้ดั่งใจปรารถนา คำว่าไม่มีจงอย่าได้
พบพาน อันความยากจนจงอย่าได้พบเจอ มีศีลมีธรรมประจำใจจงทุกคนทุก
ท่าน เทอญ.
<!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
10-09-2008, 05:37 PM
คนร่ำรวยมีโอกาสสร้างกุศลผลบุญได้มากกว่าคนจนจริงหรือไม่?
ความที่ข้าพเจ้าเป็นคนช่างคิดก็อดที่จะคิดไม่ได้ ว่าอันคนร่ำรวยซึ่งมีตึกคฤหาสน์เป็นที่พำนัก พรั่งพร้อมไปด้วยข้าทาสบริวารคนครัว คนรถ คนสวน คอบปรนนิบัติรับใช้ จะขยับตัวทำอะไรสักหน่อยบริวารก็วิ่งพล่านแย่งยื้อทำให้หมด แต่ละห้องในบ้านก็มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ บรรดาลูกๆ ก็ล้วนได้รับการส่งเสียให้ได้เล่าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อ และการไปโรงเรียนหรือกลับบ้านก็มีคนขับรถรับ-ส่งให้เสร็จ อยากจะได้อะไรก็ได้เพราะมีเงินมีทองร่ำรวยมหาศาล ไม่ต้องวิตกทุกข์ร้อนในเรื่องใดๆ เลย และเมื่ออยากจะทำบุญก็สามารถจะควักเงินออกทำบุญครั้งละเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านได้อย่างสบายๆ ผิดกับคนที่จะต้องดิ้นรนขวนขวายหางานทำ พอได้ค่าจ้างมาซื้อกรอกหม้อ และกับราคาถูก ไปเพียงวันหนึ่งๆ ไหนจะต้องวิตกกังวลในเรื่องค่าเช่าบ้าน ไหนจะค่าเล่าเรียน ไหนจะดอกเบี้ยที่ไปกู้ยืมเขามา จิปาถะ มิหนำซ้ำบ้านที่อยู่ก็อุดอู้หาความสะดวกสบายใดๆ มิได้เลยและแม้เมื่ออยากจะสร้างกุศลผลบุญกับเขาบ้างก็คงจะทำได้เพียงครั้งละ 5 บาท 10 บาท เป็นอย่างมาก
ดังนั้นเมื่อความแตกต่างระหว่างคนร่ำรวยกับคนจนมีมากเช่นนี้จึงทำให้ข้าพเจ้าเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า โอกาสในการสร้างบุญกุศลของคนร่ำรวยย่อมจะมีได้มากกว่าคนจน และเมื่อเป็นเช่นนี้อีกกี่ภพกี่ชาติหากเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็ย่อมเป็นคนร่ำรวยอีก ส่วนคนจนนั้นก็จะน่าจะต้องยากจนอยู่เช่นนั้นทุกภพทุกชาติไปซิ
ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงค่อยๆ เลียบเคียงถามหลวงพ่อว่า
หลวงพ่อครับ บรรดาเศรษฐีมีเงินทั้งหลายนั้นมีความเป็นอยู่ที่พรั่งพร้อมมีความสุขและสะดวกสบายไปเสียทุกอยาง ผิดกับคนจนที่มีความวิตกทุกข์ร้อนทั้งในด้านการงาน,ค่าเล่าเรียนลูก,ค่าเช่าบ้าน,ดอกเบี้ยที่ไปกู้ยืมเขามาจิปาถะ
ดังนั้นคนร่ำรวยซึ่งไม่มีความทุกข์ก็ย่อมได้เปรียบคนยากจนซึ่งมีความทุกข์ ในกาสร้างบุญกุศลใช่ไหมครับ?
คุณรู้ได้อย่างไรว่าคนร่ำรวยไม่มีทุกข์? หลวงพ่อย้อนถาม
จะมีทุกข์อะไรล่ะครับ อยู่คฤหาสน์โอ่อ่า มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบ จะขยับตัวทำอะไรสักหน่อยข้าทาสบริวารก็วิ่งกันพล่านยื้อแย่งทำให้หมด อยากจะได้อะไรก็ได้ เพราะมีเงินทองร่ำรวยมหาศาลข้าพเจ้าอธิบาย
เอ้อ คุณเคยเจ็บไข้ ได้ป่วย เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ปวดฟัน แขนหัก ขาหัก ออกหัด อีสุกอีใสอีดำอีแดง กับเขาบ้างไหม?หลวงพ่อถามเรื่อยๆ
เคยซิครับ และดูเหมือนจะเป็นมาแล้วทุกอย่างที่หลวงพ่อถามนั่นแหละครับข้าพเจ้าชักลังเลไม่ทราบว่าหลวงพ่อจะมาในรูปใด
แล้วในระหว่างที่คุณเจ็บไข้ได้ป่วยนะ คุณเป็นทุกข์ไหม?หลวงพ่อถามต่อ
เป็นทุกข์สิครับข้าพเจ้าตอบ
แล้วคนร่ำรวย เขาต้องเจ็บป่วยอย่างคุณบ้างไหมหรือว่าคนร่ำรวยไม่มีสิทธิ์เจ็บไข้ได้ป่วย?หลวงพ่อถามเรื่อยๆ
ก็ต้องเจ็บไข้ได้ป่วยเหมือน๐ กันแหละครับแต่เขาคงมีหมอมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดข้าพเจ้าตอบเสียงอ่อยๆ แต่คุณอย่าลืมนะว่า
คนร่ำรวยหัวไม่แข็งอย่างคนจนเจ็บนิดเจ็บหน่อยละก้อเขาเป็นทุกข์กว่าคนจนเสียอีกนะ ความเจ็บไข้บางชนิดคนจนเป็นวันสองวันก็หาย บางทีเป็นเองหายเองได้เช่นหวัด แต่ถ้าคนร่ำรวยเป็นอาจต้องฉีดยา นอนให้น้ำเกลือกันทีเดียวทุกข์กว่าคนจนอีกนะหลวงพ่ออธิบายแล้วย้อนถามว่า แล้วคนร่ำรวยมีสิทธิ์แก่ชราหรือตายไหม?
โธ่ หลวงพ่อจะมีหรือจนเกิดมาก็ต้องเจ็บ ต้องแก่ ต้องตายทุกคนแหละครับข้าพเจ้าตอบตามความเป็นจริง
แล้วคุณว่า ความเจ็บ ความแก่ ความตายเป็นทุกข์ไหม? หลวงพ่อถาม
เป็นทุกข์สิครับ แม้เพียงแค่คิดถึงก็เกิดทุกข์แล้วครับ? ข้าพเจ้าตอบ
แล้วบิดา มารดา ลูก เมีย ของคุณต้องตายจากไปก็ดีหรือข้าวของเครื่องใช้ที่คุณรักใคร่หวงแหนหายไปคุณเป็นทุกข์ไหม? หลวงพ่อถาม
เป็นทุกข์สิครับ มากด้วยข้าพเจ้าตอบ
การพลัดพรากจากของรัก ล้วนเป็นทุกข์ทั้งสิ้นนะ ไม่ว่าคนร่ำรวยหรือคนจน หากประสบเข้าก็ล้วนทุกข์ทั้งสิ้น ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนะความจริงแล้วคนร่ำรวยที่มีกิจการใหญ่โตเขาก็ต้องกู้เงินธนาคารมาลงทุนนะ ต้องเสียดอกเบี้ยเหมือนกัน มิหนำซ้ำจำนวนมากมายเสียด้วย ยิ่งถ้าวางแผนไว้ผิดเขาก็ต้องคิดหนัก ทุกข์หนักกว่าคนจนเสียอีกบางคนถึงกับฆ่าตัวตายก็มีบ้านช่องก็ถูกยึดไปก็มี ส่วนการมีข้าทาสบริวานมากน่ะ ยิ่งมากเท่าไรปัญหาก็ยิ่งมากเท่านั้นนะ และยิ่งคนร่ำรวยมีกิจการมากมายไม่มีเวลาอบรมลูก อีกทั้งลูกก็ถือว่าพ่อแม่ร่ำรวยประพฤติตนไปในทางเสื่อมเสียก็ยิ่งทำให้พ่อแม่ทุกข์หนักได้เช่นกัน ดังนั้นคนร่ำรวยก็ดี คนจนก็ดี ล้วนมีความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใครหรอก เป็นแต่ว่ามีทุกข์กันคนละรูปแบบเท่านั้นเองนะหลวงพ่ออธิบายอย่างละเอียด
แต่คนร่ำรวยก็ยังได้เปรียบกว่าคนจนในการทำบุญอยู่ดีแหละครับหลวงพ่อ เพราะคนร่ำรวยอาจทำบุญได้ครั้งละเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านได้ในขณะที่คนจนทำบุญได้ครั้งละ 5 บาท 10 บาทเท่านั้นเองข้าพเจ้าติง
การทำบุญด้วยเงินก็ดี อาหารก็ดี เสื้อผ้าก็ดี หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ดี เขาเรียกว่า วัตถุทาน นะ และกุศลผลบุญอันจะเกิดจากวัตถุทานนั้น หาได้วัดกันที่จำนวนเงินหรือจำนวนสิ่งของเครื่องใช้ไม่แต่เขาวัดกันที่องค์ประกอบ 3 อย่างคือ
1- ผู้มีความเต็มใจในการให้(ถึงพร้อมด้วยเจตนา)
2- วัตถุทานที่ให้นั้นได้มาด้วยความบริสุทธิ์(ถึงพร้อมด้วยไทยธรรม)
3- ผู้รับมีความบริสุทธิ์(ถึงพร้อมด้วยบุญเขต)
ดังนั้นหากคนจนบริจาคเงินทำบุญเพียงแค่ 5 บาท 10 บาทแต่มีความเต็มใจในการทำบุญ อีกทั้งเงินที่ทำนั้นหามาได้อย่างสุจริตด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ก็ย่อมได้กุศลผลบุญมากกว่าคนร่ำรวยที่บริจาคเงินเป็นหมื่น เป็นแสน หรือเป็นล้าน ด้วยเจตนาที่หวังอวดหรือแบ่งทับผู้อื่น หรือว่าเงินที่บริจาคนั้นได้มาเพราะคดโกงเขามานะหลวงพ่ออธิบาย ทำให้ข้าพเจ้าค่อยยิ้มออก
แล้วที่ว่าผู้รับบริสุทธิ์ล่ะครับ หมายความว่าอย่างไรครับ?ข้าพเจ้าถาม
อ๋อ หมายความว่า ให้ทานแก่ท่านที่เป็นอริยบุคคล เป็นเนื้อนาบุญของโลกมีอานิสงส์สูงมาก พระพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบไว้ดังนี้
-ให้ทานแก่พระสกิทาคามี 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระโสดาบัน 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่พระอนาคามี 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระสกิทาคามี 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่พระอรหันต์ 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระอนาคามี 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า 1 ครั้ง มีผลมากกว่าให้ทานแก่พระอรหันต์ 100ครั้ง
-ให้ทานแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข (สังฆทาน)มีผลมากกว่าถวายทานแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 ครั้ง
และการสร้างวิหารถวายสงฆ์ผู้มาจากจตุรทิศมีผลมากกว่าสังฆทานเข้าใจหรือยัง? หลวงพ่ออธิบายอย่างอารมณ์ดี และเมื่อยังเห็นข้าพเจ้ายังสนใจอยู่ก็พูดต่อว่า
ความจริงแล้ว วัตถุทานนี้แม้ไม่มีเงินสักบาทเดียวก็ทำได้นะ
ทำอย่างไรครับหลวงพ่อ?ข้าพเจ้าถามอย่างสนใจ
ก็คอยโมทนาเขาไงล่ะ ใครถวายเงินแสน เงินล้าน คุณก็ยกมือไหว้กำหนดจิตโมทนาไปกับเขาด้วย เขาได้บุญเท่าไร คุณก็ได้เท่านั้นแหละดีไหมล่ะ ไม่ต้องไปอิจฉาคนร่ำรวยให้เสียเวลาจริงไหม?หลวงพ่อตอบ
แบบนี้ไม่เป็นการเอาเปรียบผู้อื่นเหรอครับ?ข้าพเจ้าถามอย่างติดใจสงสัย
ไม่เอาเปรียบหรอก เพราะคุณจะโมทนาหรือไม่ ก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ผู้ทำบุญนี่ เขาก็ยังได้บุญของเขาเต็มที่อย่างเดิมนั่นแหละแต่อย่างไรก็ตาม วัตถุทานนี้ก็เป็นเพียงแค่ทานเบื้องต้นเท่านั้นนะ ยังมีทานแบบอื่นที่ไม่ต้องใช้เงินทองเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ให้กุศลผลบุญได้สูงกว่าวัตถุทานเสียอีกนะหลวงพ่ออธิบาย
ทำทานแบบใดล่ะครับ?ข้าพเจ้ารีบถามด้วยความสนใจ
อภัยทาน อย่างไรล่ะ ใครเขาทำผิดคิดร้ายต่อคุณอย่างไร คุณก็ไม่ถือโกรธ อภัยให้เขาเสีย เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านให้อภัยให้แก่บรรดาผู้คนที่มุ่งร้ายต่อองค์ท่านนั่นแหละ เห็นไหมไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียวแต่ได้กุศลผลบุญมากกว่าบริจาคเงินเป็นจำนวนมากๆเสียด้วยซ้ำไปหลวงพ่ออธิบายยิ้มๆ
แหม หลวงพ่อครับได้บุญมากโดยไม่เสียเงินก็จริง แต่มันทำได้ยากนะครับ โดยเฉพาะผมแล้ว ผมชอบประพฤติปฏิบัติต่อผู้คนแบบเกลือจิ้มเกลือ คือดีมาก็ดีไป ร้ายมาก็ร้ายตอบ แรงมาก็แรงไป หวานมาก็หวานไป อะไรทำนองนี้แหละครับ มันค่อยมีชีวิตชีวาหน่อยขืนอภัยให้บ่อยๆ คนเลวๆ เหล่านั้นก็ยิ่งได้ใจใหญ่คิดว่าเราแหยซิครับเคยแค่แอบลอบนินทาลอบกัดลับหลัง คราวนี้ละก็มันต้องบุกเข้ามาด่าว่าท้าทายถึงในบ้านเป็นแน่ข้าพเจ้าให้เหตุผลไปตามที่คิด
อ้าว อยากได้บุญมาก หนำซ้ำไม่ต้องเสียเงินเสียมองด้วยก็ต้องยากหน่อยซิ แต่ก็มิใช่ยากเย็นจนทำไม่ได้นะ หากคุณควบคุมสติได้แล้วคิดว่า โอ หนอ คนเลวเหล่านี้ คงรับกรรมอยู่ในนรก เปรต อสุรกายและสัตว์เดรัจฉานมานานหลายภพหลายชาติแล้ว กว่าจะชดใช้กรรมชั่วหมดได้เกิดมาเป็นมนุษย์กับเขาชาติแรกได้ ก็ต้องทนทุกข์เวทนาอย่างแสนสาหัส มาหลายกัปหลายกัลป์ แม้เป็นมนุษย์แล้วความเลวร้ายความดุร้ายก็ยังติดตามมาตามสันดานดั้งเดิมอีก ดังนั้นเราเองซึ่งเป็นมนุษย์ที่สร้างสมบุญบารมีมาแล้วหลายภพหลายชาติ จะใช้วิธีแบบเกลือจิ้มเกลือ คือร้ายมาก็ร้ายไป เลวมาก็เลวไปอย่างที่คุณว่าแล้ว เรามิต้องเป็นคนเลวไปเช่นเขาเหล่านั้นหรอกหรือ ต้องพยายามคิดอย่างนี้นะแล้วในที่สุดคุณจะให้ อภัยทาน ได้เองนะ ยิ่งถ้าคุณได้เจริญวิปัสสนาญาณด้วยแล้วการให้อภัยทานจะเป็นของง่ายมาก หลวงพ่ออธิบาย และเมื่อยังเห็นข้าพเจ้าสนใจก็พูดต่อว่า ยังมีทานที่ไม่ต้องใช้เงินทองแต่ได้กุศลผลบุญสูงกว่าอภัยทานอีกนะ
ทานอะไรหรือครับ ที่สูงกว่าอภัยทานข้าพเจ้าถามด้วยความอยากรู้
ก็ ธรรมทาน ยังไงล่ะ สร้างสมได้โดยช่วยชี้แนะสั่งสอนผู้คนที่ประพฤติตนหลงผิด คิดชั่วให้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไป หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือ ช่วยนำทางคนที่เดินทางผิดให้มาเดินถูกทางนั่นแหละ ธรรมทานนี้จะได้กุศลผลบุญสูงกว่าอภัยทานนะ เพราะแม้เราให้อภัยทานแก่คนที่เลวร้ายไปแล้วก็ตาม แต่เขาก็หาได้อยู่รอดปลอดภัยไม่ อาจถูกคนอื่นที่เขาไม่ให้อภัยกำจัดเสียก็ได้ แต่ถ้าเราให้ธรรมทาน จนสามารถทำให้คนเลวกลับกลายมาเป็นคนดีเสียได้เขาจะอยู่ได้โดยรอดปลอดภัยใช่ไหม? หลวงพ่ออธิบาย
ครับ แต่แหม มันก็ยิ่งยากกว่าให้อภัยอีกทานเสียอีก เพราะอภัยทานนั้น เราเพียงอภัยในใจไม่ต้องไปข้องแวะกับคนเลวๆ พรรค์นั้นเขาร้ายมาเราก็เลี่ยงเสีย เขาด่าเขานินทาเราก็เอาหูทวนลมเสีย แต่ถ้าถึงขั้นต้องพาตัวเข้าไปอบรมสั่งสอนคนชั่วร้ายเช่นนั้น คงไม่ไหวหรอกครับหลวงพ่อข้าพเจ้าตอบพร้อมส่ายหัวอย่างท้อแท้
อ้าว ถ้าคุณยังทำใจไม่ได้ ก็ต้องรู้จักใช้อุบายสิ เช่น ถ้าคุณรู้ว่าคนเลวผู้นั้นนับถือใคร หรือเกรงใจใครและบังเอิญคุณก็รักใคร่ชอบพอกับเขา ก็ขอความร่วมมือกับเขา ฝากหนังสือธรรมะไปให้อ่านบ้างหรือให้เขาหาทางชวนไปหาพระฟังธรรมะบ้าง หรือหาทางล่อหลอกพามาหาฉันก็ได้นะ อย่างนี้คุณก็ได้ธรรมทานด้วยเช่นกัน หลวงพ่ออธิบาย และเมื่อเห็นข้าพเจ้ายังสนใจฟังก็พูดต่อว่า ยังมีวิธีสร้างกุศลผลบุญที่สูงกว่า ทานทั้งหลายโดยไม่ต้องเสียเงินและข้องแวะกับบุคคลอื่นอีกด้วยนะ
ทำอย่างไรครับหลวงพ่อข้าพเจ้ารีบถามอย่างกระตือรือร้น
ก็รักษาศีล อย่างไรเล่า อย่างคุณรักษาแค่ศีล 5 ให้บริสุทธิ์ก็พอแล้วได้บุญมากกว่าการให้ทานทุกรูปแบบเสียอีกนะ และยิ่งอยากได้กุศลผลบุญมากกว่ารักษาศีลก็ต้อง เจริญภาวนาให้ได้ ฌานสมาบัติ นะหากคุณ สามารถทรงฌานได้ และจิตเป็นเอกัคคตารมณ์ คือมีอารมณ์เป็นหนึ่งได้แม้เพียงชั่วเสี้ยววินาที หรือแค่ช้างกระดิกหูเท่านั้นคุณจะได้กุศลผลบุญมากเสียกว่าบวชตั้งหลายพรรษาโดยมิได้เจริญภาวนาเสียอีกนะหลวงพ่ออธิบาย
เอ ถ้ายังงั้น ผมเลือกสร้างกุศลผลบุญด้วยการเจริญภาวนาเสียเลยจะมิดีกว่าหรือครับ? ได้บุญสูงกว่าการให้ทาน และรักษาศีลเสียอีกข้าพเจ้าและให้ข้อคิดเห็น
มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดนะซี การขึ้นบันไดเขาต้องขึ้นทีละขั้นมิใช่กระโดดทีเดียวขึ้นไปอยู่บันไดขั้นสูงสุดเลย ดีไม่ดีตกมาแข้งขาหักนะ
การให้ทานบ่อยๆ ย่อมทำให้เกิดตัวเมตตา คือ ความรักบังเกิด ตัวกรุณา คือความสงสารเกิด
และเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ทำให้คุณเกิดความละอายที่จะผิดศีลโดยเฉพาะศีล 5
และเมื่อศีล 5 บริสุทธิ์การเจริญภาวนาก็เป็นไปได้โดยง่ายมันเป็นบันได 3 ขั้นนะ จะกระโดดพรวดพราวไปเจริญภาวนาเลยมันก็ยากเย็น
หากไม่มีการให้ทานและการรักษาศีลมาก่อน เสมือนหนึ่งกระโดดจากพื้นขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายนั่นแหละ แต่ก็อาจทำได้นะ ถ้าคุณมีวิชาตัวเบาเหมือนในหนังจีน
และก็เคยมีคนในสมัยพระพุทธเจ้าทำมาแล้วด้วยเหมือนกันคือ ท่านผู้นั้นดูถูกว่าการให้ทานเป็นกุศลผลบุญขั้นต่ำ จึงมุ่งรักษาศีลและเจริญภาวนาไปเลย ด้วยกุศลผลบุญดังกล่าวเมื่อตายไปก็เป็นผลทำให้มาเกิดเป็นมนุษย์และได้บวชในพระพุทธศาสนาเมื่อบวชใหม่ได้ออกบิณฑบาตแต่เนื่องจากท่านอาวุโสน้อยที่สุด จึงต้องเดินท้ายสุดปรากฏว่า ชาวบ้านที่นำอาหารมาใส่บาตร พอใส่มาถึงท่านนั้นอาหารก็หมดพอดี ทำให้พระท่านนั้นต้องนำบาตรป่าวกลับมาอาศรมและต้องอาศัยภัตตาหารจากพระรูปอื่นที่แบ่งปันให้พอได้ขบฉันบ้าง
ในวันรุ่งขึ้น พระอุปัชฌาย์จึงสั่งให้พระท่านนั้น ออกเดินนำหน้าพระภิกษุรูปอื่นออกบิณฑบาต โดยให้เหตุผลว่าเมื่อวานนี้พระท่านนั้นเดินท้ายแถวจึงไม่ได้อาหาร ส่วนทางฝ่ายชาวบ้านที่นำอาหารมาคอยใส่บาตรกลับนัดแนะกันว่า เมื่อวานนี้พวกเราใส่บาตรจากหัวไปทางท้ายแถวทำให้พระท่านหนึ่งซึ่งอยู่ท้ายแถวไม่ได้รับอาหารเลย ดังนั้นวันนี้เราจงใส่บาตรจากท้ายแถวไปทางหัวแถวเพื่อเป็นการชดเชยเถิด ด้วยเหตุนี้เมื่อพระมา ชาวบ้านก็ใส่บาตรจากท้ายแถวไปทางหัวแถว และพอใส่บาตรมาถึงพระท่านนั้นที่อยู่หัวแถวอาหารก็หมดพอดี ทำให้พระท่านนั้นต้องนำบาตรเปล่ากลับอาศรม เช่นเดียวกับวันแรกอีก
ในวันต่อมา พระอุปัชฌาย์จึงสั่งให้ท่านนั้นออกบิณฑบาตโดยให้เดิน อยู่ในตำแหน่งกลางแถวในวันต่อไป โดยให้เหตุผลว่า คราวนี้แม้ชาวบ้านจะใส่บาตรจากหัวแถว หรือท้ายแถวมาก็ตามพระท่านนั้นย่อมต้องได้ภัตตาหารแน่ ส่วนทางฝ่ายชาวบ้านก็กลับปรึกษากันว่าสองวันแล้วนะที่เรานำอาหารมาใส่บาตรและไม่ว่าจะใส่บาตรจากหัวแถวไปหาท้ายแถว หรือใส่บาตรจากท้ายแถวย้อนไปทางหัวแถวก็ตามมีพระภิกษุรูปหนึ่งไม่เคยได้รับอาหารเลยนะ อย่ากระนั้นเลยในวันรุ่นขึ้นพวกเราจงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเถิด คือกลุ่มหนึ่งใส่บาตรจากหัวแถวไปทางท้ายแถว และอีกกลุ่มหนึ่งใส่บาตรจากท้ายแถวไปหาหัวแถว เพราะถ้าทำวิธีนี้แล้วไม่ว่าพระท่านนั้นจะเดินบิณฑบาตอยู่หัวแถว หรือท้ายแถวก็ตามที ย่อมต้องได้ภัตตาหารจากพวกเราอย่างแน่นอน
ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นเมื่อพระออกบิณฑบาตชาวบ้านก็แยกออกเป็น 2 กลุ่ม และแยกกันใส่บาตรตามวิธีการที่คิดเอาไว้ ปรากฏว่า พอถึงพระท่านนั้นที่ยืมอยู่ตรงกลาง อาหารก็หมดพอดี ทำให้พระท่านนั้นต้องนำบาตรเปล่ากลับอาศรมในวันที่ 4 พระอุปัชฌาย์จึงให้พระบวชให้เข้าแถวเป็นองค์ที่สองต่อจากท่านเมื่อชาวบ้านมาใส่บาตร เมื่อใส่องค์แรกแล้วก็ข้ามไปใส่องค์ที่สาม เนื่องจากมองไม่เห็นบาตรองค์ที่สองพระอุปัชฌาย์จึงให้มือของท่านจับปากบาตรรพระบวชใหม่ไว้ ชาวบ้านจึงเห็นบาตรของพระองค์ที่สอง และใส่บาตรของท่านได้โดยอาศัยทานบารมีของพระอุปัชฌาย์
เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทราบเรื่องราวแล้วจึงได้ทรงอธิบายว่า พระท่านนั้นในอดีตชาติมิได้สร้างสมทานบารมีมาเลย ด้วยดูถูกว่าทานบารมี เป็นกุศลผลบุญขั้นต่ำจึงมุ่งแต่รักษาศีลและเจริญภาวนา ดังนั้นเมื่อมาเกิดในชาตินี้จึงขาดลาภและขาดแคลนในทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่อาหารการกินดังที่ได้ประจักษ์แล้ว ผิดกับพระสีวลีซึ่งในอดีตสร้างทานบารมีมามาก มาในชาตินี้จึงอุดมสมบูรณ์เป็นยังไงล่ะคุณมนูญ จะเอาย่างพระท่านนั้นหรือ? หลวงพ่ออธิบายโดยละเอียดแล้วย้อยถามข้าพเจ้า
เอ หากเป็นเช่นนี้ผมก็เห็นจะต้องรีบสร้างทานและรักษาศีลก่อนแล้วนะครับ
ท่านผู้อ่านที่รัก พอเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่า ไม่ว่าท่านจะเป็นคนร่ำรวยล้นฟ้าสักเพียงไร หรือยากจนข้นแค้นสักปานไหนก็ตามท่านมีโอกาสที่จะสร้างกุศลผลบุญได้ไม่น้อยหน้ากันเลยนะครับ
ที่มา : <!-- m -->http://www.geocities.com/magic_angelth/index22_1.htm<!-- m -->
พระไพรวรรณ
11-09-2008, 02:20 PM
สาธุอนุโมทนาบุญ
พระสุพิน
12-09-2008, 03:45 PM
พระพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบไว้ดังนี้
-ให้ทานแก่พระสกิทาคามี 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระโสดาบัน 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่พระอนาคามี 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระสกิทาคามี 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่พระอรหันต์ 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระอนาคามี 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า 1 ครั้ง มีผลมากกว่าให้ทานแก่พระอรหันต์ 100ครั้ง
-ให้ทานแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 ครั้งมีผลมากกว่าให้ทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า 100 ครั้ง
-ให้ทานแก่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข (สังฆทาน)มีผลมากกว่าถวายทานแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 ครั้ง
พระสุพิน
15-09-2008, 05:24 PM
พระโพธิสัตว์ทำไมยากจน
ผู้ถาม หลวงพ่อขอรับ ผมอยากทราบว่า พระโพธิสัตว์ที่เกิดมาเป็น มหาทุคคตะ นั้นท่านทำกรรมอะไร...ทำไมถึงยากจน เพราะคำว่า โพธิสัตว์ น่าจะร่ำรวยนี่ขอรับ?
หลวงพ่อ ถ้าพระโพธิสัตว์รวยอย่างเดียวก็โง่ เวลาที่เป็นพระพุทธเจ้าก็เทศน์สอนเขาไม่ได้ ต้องจนมากมาก่อน ทดลองก่อนนะ ถ้าจะเล่าให้ฟังเล่าไม่ได้ เพราะบาลีตอนนั้นท่านไม่ได้บอกนะ พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสไว้
เป็นอันว่ากฏของกรรมบางอย่าง บางชาติอาจจะเป็นคนขี้เหนียว คนที่จนเพราะขาดการให้ทาน โกงเขา แต่พระโพธิสัตว์คงไม่โกง แต่ว่าอาจจะผ่านมาเป็นพัน ๆ ชาติก็ได้ กรรมประเภทนี้ไม่ใช่ทำชาตินี้ ชาติหน้ารับผล มันไม่ได้ กรรมบางอย่างต้องรอ เป็นพันชาติก็มี ตามไม่ทัน คือว่าก่อนที่จะรู้จักบุญกุศลมันทำมาแล้ว ก่อนที่จะเป็นพระโพธิสัตว์ลองคิดดู ยังไม่รู้บาปบุญคุณโทษ แต่กรรมประเภทนั้นยังไม่มีผลและทำทุกชาติ ทำกี่อย่างกี่ครั้ง แต่ละคราวจะให้ผลไม่เสมอกัน ไม่พร้อมกัน
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญญาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 7
<!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
19-09-2008, 07:16 AM
ลูกเอาเงินพ่อแม่มาทำบุญ
ผู้ถาม ผมเป็นนักเรียนอยู่ คุณพ่อคุณแม่ได้ส่งเงินมาให้ใช้เป็นประจำ ผมก็เลยแบ่งเอามาทำบุญกับหลวงพ่อเสียบ้าง อยากเรียนถามว่า พ่อแม่จะมีอานิสงส์หรือไม่ ขอรับ...?
หลวงพ่อ ได้แน่นอน..เพราะลูกเป็นคนดี คือว่า การทำบุญทำกุศล เป็นความดีของลูก เรื่องเงินทองพ่อแม่มาให้ หากว่าท่านรู้ว่าลูกของท่านเป็นคนดี จิตใจสบาย อันนี้โมทนาไปในตัว ได้แน่ๆ
จากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม 5 http://www.watthummuangna.com/board/images/smilies/yenyo-111.gif
<!-- / message --><!-- / message --><!-- sig -->
พระสุพิน
23-09-2008, 05:10 AM
บิลค่าไฟเดือนนี้อยู่ที่ 3,567 บาทครับ วันนี้ 23 ก.ย 51
ถนอม021
30-09-2008, 09:32 AM
ขออนุโมทนาในบุญกุศลทั้งปวงด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ
ถนอม สุพัตรา ถกนธ์ พร้อมครอบครัวและญาติมิตร
และขออุทิศบุญทั้งปวงแด่เจ้ากรรมนายเวรทุกรูปทุกนามเทอญ
Komodo
06-10-2008, 10:23 AM
ขออนุญาตเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวให้แก่ทางวัดครับ
1. ปัญหาเรื่องค่าไฟ ผมคิดว่า น่าจะมีมาตรการประหยัดไฟครับ เพราะจริงๆแล้ว ไม่น่าจะมีค่าไฟฟ้ามากขนาดนี้ครับ อาจใช้นโยบายประหยัดไฟ ผมไม่ทราบว่า ที่วัดมีแอร์หรือไม่ (ห้องส่งวิทยุ) ถ้ามีก็ควรจะปิดแอร์และใช้พัดลมแทน รวมทั้งคอมพิวเตอร์ที่ได้รับบริจาคไปเช่นกัน ควรมีการกำหนดเวลาใช้ให้ดีครับ เพราะคอมพิวเตอร์ 1 ตัวกินไฟอย่างน้อย 300 วัตต์
คอมที่บ้านผม 350 วัตต์เปิดทุกวัน เดือนนึงค่าไฟต่อคอม 1 ตัวประมาณ 400 บาท ดังนั้นทางวัดต้องวางแผนตรงนี้ให้ดีครับ
อาจจะติดตั้งกังหันลม เพื่อปั่นไฟก็ได้ครับ ลองหาวิธีอื่นๆเพื่อลดการใช้พลังงานและประหยัดเงินดูครับ
หมายเหตุ : เรื่องค่าไฟฟ้านั้น ทราบมาจากกลุ่มวัชรธาตุว่ามี ญาติโยมใจบุญบริจาคค่าไฟล่วงหน้าให้วัด 1 ปีจำนวนประมาณ 3 หมื่นกว่าบาทแล้วไม่ใช่เหรอครับ (เห็นพี่เขาบอกว่า มอบให้พระสุพินไปหลายเดือนแล้ว)
2. เรื่องน้ำมันรถเดือนละ 6 พันนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็นจักรยานจะพอไหวหรือไม่ครับ หรือจะเป็นซาเล้งแบบปั่น แล้วหาคนปั่นไปส่งเณรครับ ถึงจะไกลหน่อย แต่เปลืองแรง ไม่เปลืองตังค์ครับ เพราะถ้ารถตู้ไปส่ง วันนึงก็ไป-กลับ 4 รอบครับ (เช้าไปส่ง ก็ต้องวิ่งกลับวัด เย็นก็ต้องขับไปรับ และกลับวัดเช่นเคย)
3. เรื่องสถานีวิทยุนั้น จำได้ว่า รอบที่แล้วทางเว็บพลังจิตเพิ่งบอกบุญงวดสุดท้ายในการชำระให้และได้เงินประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ดังนั้นการที่วิทยุพังและต้องซ่อมอีกเกือบ 2 หมื่นนั้น ทางวัดควรหามาตรการดูแลรักษา เช่น อาจจะไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา วันนึงอาจจะถ่ายทอดเสียงสัก 2 ชั่วโมงก็พอครับ
ก็ขอเสนอวิธีแก้ปัญหาระยะยาวให้พระสุพินพิจารณาครับ เนื่องจากทางวัดมีรายได้เข้ามาน้อย ดังนั้นก็ต้องพยายามลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงครับ
ความเห็นของผมเป็นเพียงข้อเสนอ มิได้มีเจตนาปรามาสแต่ประการใด แต่ที่ต้องเสนอแนะ เพราะต้องการช่วยวัดในระยะยาวครับ
ผิดพลาดประการใด ผมต้องขอขมากรรมไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
Nutuk
06-10-2008, 09:14 PM
ขออนุโมทนาในบุญกุศลทั้งปวงด้วยคร๊าบ สาธุ สาธุ สาธุ
ธรรมทาน เป็นเครื่องเตือนสติให้เราระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ ของสรรพสิ่งทั้งหลาย ทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต เป็นหนทางหนึ่ง อย่างเช่นการรู้คุณของพ่อแม่ รู้คุณแผ่นดินเกิด คุณธรรมทั้งหลายนี้ ถือว่าเป็นต้นน้ำแห่งพระธรรม(ความเป็นจริง) ที่สามารถฉุดช่วยผู้คนให้พ้นภัยเวียนได้ทัน เพราะการชี้แนะ จะด้วยกุศโลบายใดๆ ถือเป็นเป็นมหากุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์แก้วเจ็ดชั้น
ขอให้พระธรรมอันลึกซึ้ง จงสถิตอยู่ทุกดวงจิต คอยติดตามปกป้องคุ้มครอง ช่วยเตือนสติให้บังเกิดความสำนึกรู้คุณของเหตุและรู้คุณของผล จากเจตนาด้วยกาย วาจา ใจ อันเป็นผลตอบแทนแก่บุพการีให้สมกับความเป็นมนุษย์ทั้งหลายอย่างแท้จริง
อานิสงส์ธรรมทาน ๑๐ ประการ
๑. กรรมเวรจากอดีตชาติจะได้ลบล้างมลายหายให้สิ้น
๒. ความเป็นสิริมงคลย่อมจะมีมาสู่ครัวทุกบ้านเรือน
๓. บุตรหลานที่พาลเกเรจะกลับตัวเป็นคนดี
๔. วงศ์สกุลจะมีผู้สืบทอดและเจริญรุ่งเรืองทุกๆ ชั่วอายุ
๕. คิดจะทำการอันใดจะมีคนมาให้ความช่วยเหลือ
๖. ขจัดเคราะห์ภัย ภัยใหญ่จะกลายเป็นภัยเล็ก
๗. คนป่วยเรื้อรังจะหายจากโรคภัย
๘. วิญญาณทุกข์ของบรรพชนจะพ้นจากถูกทรมานไปสู่สุคติ
๙. เป็นบารมีคุ้มครองลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุข
๑๐. บังเกิดบุญวาสนาและให้มีอายุยืนยาว
อานิสงส์จากการให้ธรรมทาน จะเป็นไปตามความมุ่งมั่นศรัทธาและความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งผู้ให้จะสัมผัสรับรู้ได้เอง.
พระสุพิน
16-10-2008, 03:45 PM
ขออนุญาตเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวให้แก่ทางวัดครับ
1. ปัญหาเรื่องค่าไฟ ผมคิดว่า น่าจะมีมาตรการประหยัดไฟครับ เพราะจริงๆแล้ว ไม่น่าจะมีค่าไฟฟ้ามากขนาดนี้ครับ อาจใช้นโยบายประหยัดไฟ ผมไม่ทราบว่า ที่วัดมีแอร์หรือไม่ (ห้องส่งวิทยุ) ถ้ามีก็ควรจะปิดแอร์และใช้พัดลมแทน รวมทั้งคอมพิวเตอร์ที่ได้รับบริจาคไปเช่นกัน ควรมีการกำหนดเวลาใช้ให้ดีครับ เพราะคอมพิวเตอร์ 1 ตัวกินไฟอย่างน้อย 300 วัตต์
คอมที่บ้านผม 350 วัตต์เปิดทุกวัน เดือนนึงค่าไฟต่อคอม 1 ตัวประมาณ 400 บาท ดังนั้นทางวัดต้องวางแผนตรงนี้ให้ดีครับ
อาจจะติดตั้งกังหันลม เพื่อปั่นไฟก็ได้ครับ ลองหาวิธีอื่นๆเพื่อลดการใช้พลังงานและประหยัดเงินดูครับ
หมายเหตุ : เรื่องค่าไฟฟ้านั้น ทราบมาจากกลุ่มวัชรธาตุว่ามี ญาติโยมใจบุญบริจาคค่าไฟล่วงหน้าให้วัด 1 ปีจำนวนประมาณ 3 หมื่นกว่าบาทแล้วไม่ใช่เหรอครับ (เห็นพี่เขาบอกว่า มอบให้พระสุพินไปหลายเดือนแล้ว)
2. เรื่องน้ำมันรถเดือนละ 6 พันนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็นจักรยานจะพอไหวหรือไม่ครับ หรือจะเป็นซาเล้งแบบปั่น แล้วหาคนปั่นไปส่งเณรครับ ถึงจะไกลหน่อย แต่เปลืองแรง ไม่เปลืองตังค์ครับ เพราะถ้ารถตู้ไปส่ง วันนึงก็ไป-กลับ 4 รอบครับ (เช้าไปส่ง ก็ต้องวิ่งกลับวัด เย็นก็ต้องขับไปรับ และกลับวัดเช่นเคย)
3. เรื่องสถานีวิทยุนั้น จำได้ว่า รอบที่แล้วทางเว็บพลังจิตเพิ่งบอกบุญงวดสุดท้ายในการชำระให้และได้เงินประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ดังนั้นการที่วิทยุพังและต้องซ่อมอีกเกือบ 2 หมื่นนั้น ทางวัดควรหามาตรการดูแลรักษา เช่น อาจจะไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา วันนึงอาจจะถ่ายทอดเสียงสัก 2 ชั่วโมงก็พอครับ
ก็ขอเสนอวิธีแก้ปัญหาระยะยาวให้พระสุพินพิจารณาครับ เนื่องจากทางวัดมีรายได้เข้ามาน้อย ดังนั้นก็ต้องพยายามลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงครับ
ความเห็นของผมเป็นเพียงข้อเสนอ มิได้มีเจตนาปรามาสแต่ประการใด แต่ที่ต้องเสนอแนะ เพราะต้องการช่วยวัดในระยะยาวครับ
ผิดพลาดประการใด ผมต้องขอขมากรรมไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
เจริญพรขออนุโมทนาบุญที่โยมช่วยแนะนำมา
1. ค่าไฟที่เราใช้นั้นไม่เพียงแค่ในสถานีแต่ทั้งวัดเลย เพราะทางวัดมีการอบรม
ปฏิบัติธรรมทุกเสาร์ - อาทิตย์มาตรการปหยัดไฟเราก็ทำคือจะปิดไฟทุกดวงที่
ไม่จำเป็นใช้ในเวลา 3 ทุ่มครึ่ง(ไม่มีแอร์สักเครื่องเลย)
2.ที่ทางกลุ่มวัชรธาตุถวายมานั้นไม่ใช่ 3 หมืนกว่าดังที่โยมว่ามาแต่เป็น
21,000 แต่ในจำนวนนี้ทางโยมที่บริจาคมาได้โทรมาแจ้งตามหลังว่าปัจจัยส่วน
นี้สามารถใช้อย่างอื่นได้ อาตมาจึงบอกว่าขอใช้ซื้ออาหารเลี้ยงผู้มาปฏิบัติ
ธรรมทุกเสาร์ - อาทิตย์ ๆ ละ 50 - 60 คน อบรมฟรีไม่มีหน่วยงานไหน
เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนที่โยมว่า 3 หมืนกว่านั้นคงรวมที่โยมปวารณาว่าจะ
พยายามถวายให้ได้ 1 ปี หรือเปล่า
3. เรื่องกังหันลมปั่นไฟอาตมาภาพเคยคิดอยู่ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน
ขอผู้รู้แนะนำต่อด้วย
4. มาตรการป้องกันเครื่องเสีย เราทำแล้วเกิดจากไฟดับ ไฟตก ไฟเกิน จึงซื้อ
เครื่องควบคุมไฟมาใช้แล้ว ไม่เสียง่ายแล้ว
5. เรื่องรถตอบยากจัง
พระสุพิน
20-10-2008, 12:20 PM
วันนี้เป็นวันแรกที่โรงเรียนวัดโพธิ์น้อยเริ่มเปิดทำการสอนปกติแล้ว
พระสุพิน
24-10-2008, 06:09 AM
วันนี้บิลค่าไฟมาที่ 5,800 บาท
1.ก่อสร้างทำครัว
2.ปูกระเบื้อง ตัดกระเบื้อง
3.อบรมปฏิบัตฺธรรม
4.วิทยุเผยแผ่พระพุทธศาสนา
เจริญพร
Ton_Ton
24-10-2008, 06:46 AM
ผมขอร่วมงานบุญกับพระคุณเจ้าด้วยครับ พึ่งจะโอนเงินเองครับ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=cnt_01 width="24%">To Account </TD><TD class=cnt_02 width="76%">KTB*พระสุพิน ทุนการศึกษา*326-0-00987-6</TD></TR><TR vAlign=top><TD class=cnt_01 width="24%">To Account Name </TD><TD class=cnt_02 width="76%">พระสุพิน อัตตสันโต</TD></TR><TR vAlign=top><TD class=cnt_01 width="24%">Amount </TD><TD class=cnt_02 width="76%">300.00 Baht </TD></TR></TBODY></TABLE>
พระสุพิน
25-10-2008, 06:24 PM
ผมขอร่วมงานบุญกับพระคุณเจ้าด้วยครับ พึ่งจะโอนเงินเองครับ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=cnt_01 width="24%">To Account </TD><TD class=cnt_02 width="76%">KTB*พระสุพิน ทุนการศึกษา*326-0-00987-6</TD></TR><TR vAlign=top><TD class=cnt_01 width="24%">To Account Name </TD><TD class=cnt_02 width="76%">พระสุพิน อัตตสันโต</TD></TR><TR vAlign=top><TD class=cnt_01 width="24%">Amount </TD><TD class=cnt_02 width="76%">300.00 Baht </TD></TR></TBODY></TABLE>
ขอให้สมหวังในสิ่งที่หวังทุกประการเทอญ
พระสุพิน
31-10-2008, 05:36 PM
<TABLE borderColor=#ffffff height=200 cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD borderColor=#ffffff bgColor=#ffffff>เป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ สามารถติดตั้งได้ทุกที่ ที่มีลมพัดอย่างสม่ำเสมอ
เช่น ยอดเขา ชายทะเล หรือติดหน้าบ้าน หน้าร้านเพื่อดึงดูดความสนใจ
</TD></TR><TR><TD borderColor=#ffffff bgColor=#ffffff>
</TD></TR><TR><TD borderColor=#ffffff bgColor=#ffffff><TABLE width="89%" border=0><TBODY><TR><TD width="49%" height=305>http://www.engineo.co.th/wind/wind%20pic%20web/20000L.jpg
</TD><TD width="1%"> </TD><TD width="50%">Model 20000L
ขนาด 20000W
แรงดัน 360 (V)
ระยะกวาดของใบกังหัน 10 (M)
เริ่มหมุนที่ความเร็วลม 2 (m/s)
ความเร็วลมการใช้งานปรกต 12 (m/s)
ความเร็วลมไม่เกิน 45 (m/s)
อัตราการหมุน 90 (r/m)
ใบกังหันทำจาก fiber glass
จำนวนใบกังหัน 3 ใบ
ความสูงของเสาขั้นต่ำ 18 (m) หรือมากกว่า
เส้นผ่านศูนย์กลางเสาที่แนะนำ 377 (mm) หรือมากกว่า
แบตเตอรี่ที่เหมาะสม 12V600AH 30 ลูก หรือมากกว่า
แถมเครื่องควบคุมการบรรจุแบตเตอรี่
กรุณาสอบถามราคา
ไม่รวบแบตเตอรี่, เสา, และค่าติดตั้ง
ค่าภาษีและค่าจัดส่ง
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาสอบถาม
</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE width="89%" border=0><TBODY><TR><TD width="49%"> </TD><TD width="1%"> </TD><TD width="50%"> </TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR><TR><TD borderColor=#ffffff bgColor=#ffffff>
</TD></TR><TR><TD borderColor=#ffffff align=middle bgColor=#ffffff>เรามีไฟฟ้าส่องสว่างโดยใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถเปิดปิดได้โดยอัตโนมัต เมื่อมีแสงสว่างหลอดไฟจะดับเองและจะเปิดติดเองเมื่อไม่มีแสง นอกจากนี้เรายังยินดีที่ออกแบบระบบไฟฟ้า ไฟสวนขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า เช่นถ้าลูกค้ามีโคมไฟอยู่แล้วเราสามารถที่จะนำเอาแผงโซล่าเซลล์และระบบชาร์ทเพื่อให้ไฟสวนของท่านไม่ต้องคอยเปิดหรือปิดต่อไป เป็นต้น ไม่ต้องมีการเดินสายไฟ สนใจติดต่อด่วน
</TD></TR></TBODY></TABLE>
พระสุพิน
31-10-2008, 05:37 PM
ต้องการเจ้าภาพช่วยติดตั้งกังหันลมให้วัดเทียบศิลาราม
เพราะจะเป็นการประหยัดอย่างมากถ้าทางวัดมีเจ้านี้กังหันลม
พระสุพิน
01-11-2008, 09:49 AM
http://greenpower.9nha.com/windturbine.html
พระสุพิน
11-11-2008, 10:22 AM
ในพรรษานี้อาตมาภาพได้รับพระภิกษุสามเณรมาอยู่ในการดูแลถึง 25 รูป (ณ วันนี้ที่ 11 พ.ย. 51 ) พระภิกษุในความดูแลของวัดอาตมาภาพได้ส่งให้ไปเรียนยังสำนักเรียนที่กรุงเทพ 4 รูป ลาสิกขา 6 รูป ยังเหลือที่วัดเทียบศิลาราม 15 รูป เจริญพร
tem04
20-11-2008, 07:41 PM
เมื่อตอนเย็นได้โอนเงินทำบุญเข้าบัญชีกรุงไทย326-0-00987-6(ทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร)จำนวน500บาทค่ะ http://board.palungjit.com/images/anumotana.gif โมทนาบุญด้วยกันนะคะ http://board.palungjit.com/images/anumotana.gif
<!-- / message -->
Sasimata
30-11-2008, 06:42 PM
อนุโมทนาบุญค่ะ
พระสุพิน
02-12-2008, 06:37 AM
ตอนนี้อาตมาภาพต้องการให้โยมที่มีกำลังรับอนุเคราะห์เป็นรูปๆไปจะมีท่านใดรับบ้างหนอ
พระสุพิน
02-12-2008, 09:31 AM
http://www.dhammathai.org/sawok/pic/sangijja.jpg http://www.dhammathai.org/pics/4box.gif สามเณรสังกิจจะ เป็นบุตรธิดาเศรษฐีชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง ในขณะที่อยู่ในท้องมารดานั่นเอง มารดาได้เสียชีวิตลง ญาติพี่น้องจึงนำนางไปเผา ในขณะที่ไฟกำลังไหม้ร่างกายของนางอยู่นั้น เป็นอัศจรรย์ที่ไฟไม่ไหม้ส่วนท้อง พวกสัปเหร่อได้ใช้หลาวเหล็กแทงส่วนท้องที่ไฟไม่ไหม้น ั้นเสร็จแล้วก็กลบด้วยถ่านเพลิง ปลายหลาวเหล็กได้ไปกระทบที่หางตาของทารกนั้นพอดี พอกลบถ่านเพลิงเข้ากับส่วนที่ยังไม่ไหม้แล้ว ก็พากันกลับบ้านด้วยหวังว่าพรุ่งนี้ค่อยมาดับไฟเก็บอ ัฐิ
ไฟได้ไหม้ร่างกายของมารดานั้นหมดสิ้น เว้นเฉพาะทารกน้อยเท่านั้นที่รอดชีวิตอยู่ได้อย่างปา ฏิหาริย์เหมือนกับนอนอยู่ในกลีบบัวก็ปานนั้น ไฟไม่ได้ทำอันตรายใด ๆ เลย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ที่เกิดในภพสุดท้าย ถ้ายังไม่บรรลุพระอรหันต์แล้ว อะไรก็ไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกสัปเหร่อมาดับไฟเห็นเด็กนอนอยู่โด ยปราศจากอันตรายก็อัศจรรย์ใจ อุ้มกลับบ้านไปให้พวกหมอทำนายชีวิตดู หมอทำนายไว้ ๒ ด้าน คือ ถ้าเด็กอยู่ครองเรือน พวกเครือญาติ ๗ ชั่วโคตรจักไม่ยากจน ถ้าออกบวชจักมีพระ ๕๐๐ รูปเป็นบริวารแวดล้อม พวกญาติจึงตั้งชื่อให้ว่า สังกิจจะ เพราะหางตาเป็นแผลเพราะถูกหลาวเหล็ก
สังกิจจกุมาร มีอายุได้ ๗ ขวบเมื่อทราบประวัติของตนเองจากปากของเด็กเพื่อนบ้าน ก็ปรารถนาจะบวช พวกญาติจึงพาไปขอบวชจากพระสารีบุตรในวันบวชพระเถระให ้ตจปัญจกกรรมฐานแล้วให้บวช สามเณรได้บรรลุพระอรหัตผล พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาในขณะที่ปลงผมเสร็จนั่นเอง
สมัยนั้นมีกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีประมาณ ๓๐ คน ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วมีความเลื่อมใสในพระพุท ธศาสนาแล้วก็ขอบวช เมื่อบวชได้ ๕ พรรษา เรียนปัสสนากรรมฐานจากพระพุทธเจ้าแล้ว ก็มีความประสงค์จะพากันไปปฎิบัติธรรม ณ ป่าแห่งหนึ่ง จึงพากันมาทูลลาพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์เห็นภัยอย่างหนึ่งจักเกิดแก่ภิกษุเหล่านี ้ เกรงว่าจะไม่บรรลุธรรม มีสามเณรสังกิจจะเท่านั้นที่จะช่วยเหลือพวกพระเหล่าน ี้ได้ พระองค์จึงรับสั่งให้ภิกษุเหล่านั้นไปอำลาพระสารีบุต รก่อนแล้วค่อยไป
พวกภิกษุได้ไปลาพระสารีบุตร พระเถระทราบความนัยจึงเอ่ยปากมอบสามเณรสังกิจจะให้ไป ด้วย พวกภิกษุปฏิเสธเกรงว่าจะเป็นภาระไม่มีเวลาปฏิบัติธรร ม พระเถระจึงบอกให้ทราบว่า "สามเณรนี้จักไม่เป็นภาระของพวกเธอ พวกเธอต่างหากจะเป็นภาระของสามเณร พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องนี้ดีจึงส่งพวกเธอมาลาเรา" เมื่อเป็นเช่นนี้พวกภิกษุจึงจำเป็นต้องพาสามเณรไปด้ว ย รวมกันเป็น ๓๑ รูป อำลาพระเถระแล้วก็ออกเดินทางไป
เดินทางไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พวกชาวบ้านมีความเลื่อมใสศรัทธาจึงนิมนต์ให้อยู่จำพร รษา พร้อมรับปากจะพากันอุปถัมภ์บำรุงตลอดพรรษา พวกภิกษุเหล่านั้นจึงรับนิมนต์
ในวันเข้าพรรษา พวกภิกษุได้ตั้งกติกากันไว้ว่า "ยกเว้นเวลาเช้าบิณฑบาต และเวลาเย็นบำรุงพระเถระเท่านั้น เวลาที่เหลือให้ปฏิบัติธรรมห้ามอยู่ด้วยกัน ๒ รูป ต้องบรรลุธรรมให้ได้ภายในพรรษานี้ ถ้ารูปใดไม่สบายพึงตีระฆังบอกพวกเราจะมาปรุงยาถวาย" เมื่อทำกติกาตกลงกันอย่างนี้แล้ว ก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติธรรม
ต่อมาวันหนึ่ง มีชายยากไร้คนหนึ่งหนีภัยแล้งมาจากต่างเมืองหวังจะไป ขอพึ่งพาลูกสาวอีกเมืองหนึ่ง เดินผ่านมาถึงหมู่บ้านนั้นด้วยอาการอิดโรย ขณะนั้นพวกพระภิกษุได้กลับมาจากบิณบาตกำลังจะฉันเช้า พอดี พบเขาจึงสอบถามเมื่อทราบเรื่องแล้วเกิดความสงสารโยมท ี่ไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว จึงบอกให้ไปหาใบไม้มาจะแบ่งอาหารให้
ธรรมเนียมของพระสงฆ์อย่างหนึ่งก็คือ "ภิกษุเมื่อจะให้อาหารแก่ผู้มาในเวลาฉัน ไม่ให้อาหารที่เป็นยอด พึงให้มากบ้างน้อยบ้าง เท่ากับส่วนที่จะฉันเอง"
ชายยากไร้หลังกินข้าวอิ่มแล้วก็สอบถามพวกท่านว่า
"มีกิจนิมนต์หรือไร พระคุณเจ้าจึงได้อาหารมากมายขนาดนี้"
"ไม่มีหรอกโยม เป็นเรื่องปกติของที่นี่" พวกภิกษุตอบ
เขาคิดว่า "เราทำงานแทบตายก็ไม่ได้กินอาหารดีเช่นนี้ จะไปอยู่ทำไมที่อื่น อยู่อาศัยกับพระพวกนี้ สบายดีกว่า" จึงขออาศัยอยู่ทำวัตรปฏิบัติอุปัฏฐากพระสงฆ์ด้วย พวกพระภิกษุก็อนุญาต เขาขยันทำงานช่วยเหลือพระภิกษุเหล่านั้นเป็นอย่างดี
เวลาผ่านไป ๒ เดือน ชายยากไร้นั้นอยู่สุขสบายดีตลอดมา คิดถึงลูกสาวจึงแอบหนีออกจากที่พักสงฆ์ไปโดยไม่บอกกล ่าวอำลาแก่ผู้ใด เพราะเกรงว่าพระสงฆ์จะไม่อนุญาต
หนทางที่ชายยากไร้นั้นไปจะต้องผ่านดงใหญ่แห่งหน ในดงนั้นมีโจร ๕๐๐ คน ได้บนบานเทวดาว่าจะถวายพลีกรรมในวันที่ ๗ วันนั้นเป็นวันที่ ๗ พอดีเมื่อชายยากไร้นั้นเดินผ่านเข้าไปกลางดงก็ถูกพวก โจรจับตัวมัดไว้ เตรียมที่จะทำพิธีพลีกรรมแก่เทวดา
เขาตกใจกลัวตายได้ร้องของชีวิตไว้และเสนอว่า เขาเป็นคนยากไร้ เทวดาอาจจะไม่ชอบใจ พวกภิกษุเป็นผู้มีศีลสกุลสูง เทวดาท่านจึงจะชอบใจ ไปจับพวกภิกษุมาทำพลีกรรมจะดีกว่า พวกโจรเห็นดีด้วยจึงให้เขาไปที่พักสงฆ์
เขาได้พาพวกโจรไปที่สำนักสงฆ์แล้วตีระฆัง พวกภิกษุเมื่อได้ยินเสียงระฆังเข้าใจว่ามีภิกษุไม่สบ ายก็มารวมกันที่ศาลา หัวหน้าโจรจึงประกาศให้ทราบว่าต้องการภิกษุ ๑ รูป เพื่อไปทำพลีกรรม
พระทั้ง ๓๐ รูป ต่างอาสาไปตายทั้งสิ้น ตกลงกันไม่ได้ สามเณรสังกิจจะจึงขออาสาไปเอง พวกภิกษุไม่ยอมเพราะสามเณรเป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุต รฝากมาเกรงว่าพระเถระจักติเตียนได้ สามเณรจึงบอกให้ทราบว่า พระพุทธเจ้าและพระอุปัชฌาย์ให้ตนมาก็เพื่อมาแก้ปัญหา นี้เอง จึงยกมือไหว้พวกภิกษุเดินตามพวกโจรไป
พวกภิกษุซึ่งยังเป็นปุถุชนต่างก็ร้องไห้สงสารสามเณรพ ร้อมกับกำชับหัวหน้าโจรว่า "ในช่วงที่พวกท่านตระเตรียมสิ่งของ ขอให้นำสามเณรไปไว้ที่อื่นก่อนนะ สามเณรจะกลัว"
หัวหน้าโจรได้นำสามเณรไปที่ดงนั้นแล้วทำตามพวกภิกษุส ั่งไว้ เมื่อตระเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว หัวหน้าโจรได้ถือดาบเดินเข้าไปหาสามเณรหวังจะตัดคอ สามเณรได้นั่งเข้าฌานนิ่งอยู่ พอไปถึงหัวหน้าโจรก็ฟันลงเต็มแรงปรากฏว่าดาบงอ เขาเข้าใจว่าฟันไม่ดี จึงยกดาบขึ้นฟันใหม่ ปรากฏว่า ดาบพับม้วนจนถึงด้าม
หัวหน้าโจนเห็นปาฏิหาริย์เช่นนี้เกิดอัศจรรย์ใจยิ่งน ักคิดว่า "ดาบเราฟันหินยังขาด แต่บัดนี้ได้งอพับดังใบตาล ดาบนี้ไม่มีจิตใจยังรู้คุณของสามเณร เรามีจิตใจยังไม่สำนึกเสียอีก"
ได้ทิ้งดาบลงดินแล้วคุกเข่าลงกราบสามเณร พร้อมถามว่า "เณรน้อย คนเป็นพันเห็นพวกผมแล้วต้องตัวสั่นวิ่งหนีไป แต่สำหรับท่านแล้วแม้เพียงความสะดุ้งแห่งจิตก็มิได้ม ีเลย หน้าตาก็ผุดผ่องแจ่มใส ทำไมท่านจึงไม่ร้องขอชีวิตเล่า"
สามเณรออกจากฌานแล้วแสดงธรรมแก่หัวหน้าโจรว่า "โยม ธรรมดาอัตภาพของพระอรหันต์เป็นเหมือนของหนักวางอยู่บ นศีรษะ พระอรหันต์เมื่ออัตภาพนี้แตกไปย่อมยินดี พระอรหันต์จึงไม่กลัวตาย ทุกข์ทางใจย่อมไม่มีแก่พระอรหันต์ผู้ไม่มีความห่วงใย ผู้ก้าวล่วงภัยทุกอย่างได้แล้ว" หัวหน้าโจรพอได้ฟังคำสามเณรแล้ว พร้อมลูกน้องทั้งหมดได้ไหว้สามเณรแล้วขอบวช
สามเณรได้ตัดผมและชายผ้าด้วยดาบของโจรเหล่านั้นแล้วใ ห้บวชเป็นสามเณรถือศีล ๑๐ เสร็จแล้วได้พาสามเณรเหล่านั้นกลับไปยังที่พักสงฆ์ให ้พวกภิกษุทราบความปลอดัยของตนแล้ว ได้อำลาพวกภิกษุพาสามเณรเหล่านั้นไปเข้าเฝ้าพระพุทธเ จ้า
พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมเทศนาว่า "ผู้มีศีลแม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวยังประเสริฐกว่ าการทำโจรกรรมไม่มีศีลมีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี" ในเวลาจบพระธรรมเทศนา สามเณรเหล่านั้นได้บรรลุพระอรหันต์ทั้งหมด
พระสุพิน
07-12-2008, 05:17 AM
ขอโยมผู้มีกำลังช่วยเหลือให้การศึกษาแก่พระเณรด้วยสาธุ
พระสุพิน
30-12-2008, 04:02 PM
ปีใหม่แล้วเรามาช่วยกันต่อพระศาสนานะโยม
พระสุพิน
31-12-2008, 08:55 AM
ขอปีใหม่ ใหม่ความคิด ลด ละ เลิก
จิตบานเบิก รู้พอเพียง ดีสนอง
รู้แบ่งปัน รู้ปล่อยวาง ธรรมครรลอง
รู้ปรองดอง สมานฉันท์ ไทยแดนดิน
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2009, Jelsoft Enterprises Ltd.