PDA

View Full Version : เหตุใดศาสนาพราหมณ์ก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ จึงเข้าไม่ถึงโมกขธรรม


ใบไม้นอกกำมือ
20-05-2008, 09:23 PM
เหตุใดศาสนาพราหมณ์ก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ จึงเข้าไม่ถึงโมกขธรรม

ตอบว่า เพราะพวกพราหมณ์เขาไม่รู้ว่า นิพพานเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างรูปพรหม และ อรูปพรหม
และเขาไม่รู้ว่า นิพพานมีอายตนะนิพพาน(ธรรมกาย)

อายตนะนิพพาน(ธรรมกาย) นั้นเป็นรูปที่เป็นนามกาย ธรรมกายนี้เป็นกายที่ไม่ปรุงแต่งสิ่งใด ไม่ยึดติดสิ่งใด จิตที่ไม่ปรุงแต่งสิ่งใด ไม่ยึดติดสิ่งใด ก็สร้างอายตนะขึ้นมาเหมือนกัน ไม่ใช่จิตที่คิดปรุงแต่ง จะสร้างอายตนะ(ขันธ์ 5) ได้อย่างเดียว จิตที่คิดปรุงแต่ง จะสร้างอายตนะ(ธรรมกาย)ขึ้นมาเหมือนกัน

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

"พระนิพพานอุปมาขนาดเท่าเส้นผม ผู้ที่จะผ่านพ้นในขั้นสุดท้ายไปได้หรือไม่ได้อยู่เพียงนิดเดียวในการทำจิตตัดจุดนี้ได้หรือไม่เท่านั้น พระพุทธเจ้าตอนที่ท่านจะปรินิพพาน ท่านได้ปรินิพพานไประหว่างรูปฌานและอรูปฌาน เป็นการดับขันธ์ด้วยความบริสุทธิ์เหนือสมมติโดยสิ้นเชิง"

อวิโรธนะ
20-05-2008, 09:40 PM
แล้วตอนนี้พวกพราหม์รู้หรือยังครับ

หาธรรม
20-05-2008, 10:33 PM
เหตุใดศาสนาพราหมณ์ก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ จึงเข้าไม่ถึงโมกขธรรม

ตอบว่า เพราะพวกพราหมณ์เขาไม่รู้ว่า นิพพานเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างรูปพรหม และ อรูปพรหม

ข้อความข้างบนนี้ไม่ถูกต้อง จขกท รู้ไม่จริงแล้วพยายามทำให้เกิดความสับสน


1. การตรัสรู้และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับรูปพรหมอรูปพรหมเลย

แต่ ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านปรินิพพาน คือ ละสังขารท่านได้ตายในระหว่างฌานที่ 4 กับ 5 คือระหว่างรูปฌานและอะรูปฌานนั่นเอง เพื่อมิให้ ใคร ๆ ปรามาสท่านว่ายังติดในสมมติ เนื่องจากฌานทั้งสองยังเป็นสมมติ

2. การตัดสู้หรือนิพพานต้องละสังโยชน์10ข้อ ในจำนวนนั้นมีสองข้อคือข้อที่ 5 ต้องไม่ติดหรือละรูปฌาน และ 6 ละอรูปฌาน เนื่องจากรูปฌานและอรูปฌานนี้เสมือนเป็นอาหาร(โลภมูลจิต)ของพระอนาคามี ถ้าจะให้เหนือจากการเป็นพระอนาคามีต้องละสองสิ่งนี้ ด้วย

[quote=ใบไม้นอกกำมือ;1216701]
และเขาไม่รู้ว่า นิพพานมีอายตนะนิพพาน(ธรรมกาย)

"อายตนะนิพพาน(ธรรมกาย) นั้นเป็นรูปที่เป็นนามกาย ธรรมกายนี้เป็นกายที่ไม่ปรุงแต่งสิ่งใด ไม่ยึดติดสิ่งใด จิตที่ไม่ปรุงแต่งสิ่งใด ไม่ยึดติดสิ่งใด ก็สร้างอายตนะขึ้นมาเหมือนกัน ไม่ใช่จิตที่คิดปรุงแต่ง จะสร้างอายตนะ(ขันธ์ 5) ได้อย่างเดียว จิตที่คิดปรุงแต่ง จะสร้างอายตนะ(ธรรมกาย)ขึ้นมาเหมือนกัน

ข้อความข้างบนนี้มั่วครับ

เพราะ อยตนนิพพาน ไม่เกี่ยวอะไรกับธรรมกาย และ นายใบไม้อธิบายไม่ถูกต้องมั่วและสับสน เพราะ คำว่าอยตนะนิพพานนั้น ท่านหมายถึงว่าพระอรหันต์ทั้งหลายนั้นมีอยตนะก็เหมือนไม่มี เพราะสิ่งต่าง ๆ จากภายนอกจะรูปก็ดีนามก็ดีที่กระทบอยตนะทั้งทั้ง 6 ของท่าน นั้น null (ไร้ผล) ซึ่งเท่ากับว่าสิ่งต่าง ๆ จากภายนอกไม่สามารถหยั่งลงจิตและก่อให้เกิดควมนึกคิดปรุงแต่ง (เจตสิก) ในพระอรหันต์ได้


หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

"พระนิพพานอุปมาขนาดเท่าเส้นผม ผู้ที่จะผ่านพ้นในขั้นสุดท้ายไปได้หรือไม่ได้อยู่เพียงนิดเดียวในการทำจิตตัดจุดนี้ได้หรือไม่เท่านั้น พระพุทธเจ้าตอนที่ท่านจะปรินิพพาน ท่านได้ปรินิพพานไประหว่างรูปฌานและอรูปฌาน เป็นการดับขันธ์ด้วยความบริสุทธิ์เหนือสมมติโดยสิ้นเชิง"

อนุโมทนาสธุกับครุบาอาจารย์หลวงปู่ดู่ซึ่งท่านกล่าวโดยชอบแล้ว


[quote=ใบไม้นอกกำมือ;1216701]เหตุใดศาสนาพราหมณ์ก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ จึงเข้าไม่ถึงโมกขธรรม

ข้อนี้ต้องตอบว่าพวกพราหมณ์ เข้ามาธิ ทำฌาน จะรูปฌาน (1-4)หรือถึงอรูปฌาน (5-8) ก็ดี แต่มิได้มีการวิปัสสนา (ในสมาธิขั้นต้น) จึงไม่รู้เห็นสิ่งตาง ๆ ตามความเป็นจริง จึงไม่สามารถถอดถอนกิเลสได้

jinny95
20-05-2008, 10:40 PM
เหตุใดศาสนาพราหมณ์ก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ จึงเข้าไม่ถึงโมกขธรรม

ตอบว่า เพราะพวกพราหมณ์เขาไม่รู้ว่า นิพพานเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างรูปพรหม และ อรูปพรหม
และเขาไม่รู้ว่า นิพพานมีอายตนะนิพพาน(ธรรมกาย)

อายตนะนิพพาน(ธรรมกาย) นั้นเป็นรูปที่เป็นนามกาย ธรรมกายนี้เป็นกายที่ไม่ปรุงแต่งสิ่งใด ไม่ยึดติดสิ่งใด จิตที่ไม่ปรุงแต่งสิ่งใด ไม่ยึดติดสิ่งใด ก็สร้างอายตนะขึ้นมาเหมือนกัน ไม่ใช่จิตที่คิดปรุงแต่ง จะสร้างอายตนะ(ขันธ์ 5) ได้อย่างเดียว จิตที่คิดปรุงแต่ง จะสร้างอายตนะ(ธรรมกาย)ขึ้นมาเหมือนกัน

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

"พระนิพพานอุปมาขนาดเท่าเส้นผม ผู้ที่จะผ่านพ้นในขั้นสุดท้ายไปได้หรือไม่ได้อยู่เพียงนิดเดียวในการทำจิตตัดจุดนี้ได้หรือไม่เท่านั้น พระพุทธเจ้าตอนที่ท่านจะปรินิพพาน ท่านได้ปรินิพพานไประหว่างรูปฌานและอรูปฌาน เป็นการดับขันธ์ด้วยความบริสุทธิ์เหนือสมมติโดยสิ้นเชิง"

อิอิ ตีความโดยตัวอักษรอีกแล้วนะพี่

นิพพานจะใช่จุดตรงกลาง แต่ไม่เกี่ยวกับพรหม
ส่วนที่หลวงปู่กล่าว แสดง ออกว่าการที่ศาสดาดับขันธ์ ก็ไม่ยึดแม้กระทั่งนิพพาน ^-^

หาธรรม
20-05-2008, 11:16 PM
กระทู้นี้ เดียรถีย์

มารนอกศาสนา พยายามมาตลอด ที่จะตั้งกระทู้และมั่วเอาเดาเอา เพื่อให้เกิดความสับสนและไม่ให้ผู้ที่เข้ามาอ่านเข้าใจไปในทางที่ถูกต้อง จะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกกระทู้ไม่ตรงตามหลักความเป็นจริง
นายคนนี้คิดเอาเอง เดาเอา มั่วตลอด ตอนท้ายของกระทู้นี้ เอาข้อความของครูบาอาจารย์มาใส่เพื่อให้มี น้ำหนัก ดูมันทำ

ต้องบอกว่าดูมัน

การที่เดียรถีย์ทำลายศาสนาพุทธ มีวิธีการข้อหนึ่งคือ พยายามบิดเบือน ดัดแปลง ให้หลักธรรมและธรรมทั้งหลายให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

อย่าให้เราต้อร้องบอกยมบาลนะ อันเจตนาชั่วร้าย จักทำให้คนอายุสั้นจำไว้

ชีวิตที่มีอยู่ ควรคิดหาสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ถึงเป็นมารเดียรถีย์ยังโชคดีมีบุญได้เข้ามาสัมผัสข้อธรรมต่าง ๆ ขอให้ใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าได้พยายามเลย จะขุดหลุมฝังตนเองหรือ

ใบไม้นอกกำมือ
20-05-2008, 11:22 PM
อายตนะนิพพานนั้นมีรูปเป็นามกาย แต่ไม่ยึดถือในรูปนั้นว่าเป็นตัวตน

ธรรมกายคืออายตนะนิพพาน ธรรมกายนั้นเป็นรูป จิตบริสุทธิ์ที่อยู่ในธรรมกาย นั้นเป็นตัวสร้างรูป(ธรรมกาย)ขึ้นมา

รูป(ธรรมกาย)นี้เป็นอัพยากฤต เป็นกลาง

ทั้งหมดนี้เป็นความลับสูงสุดของฟ้า ความลับสูงสุดของฟ้าก็ต้องอยู่ในห้องหลุมดำ อยู่ห้องอื่นไม่ได้

ใบไม้นอกกำมือ
20-05-2008, 11:28 PM
กระทู้นี้ เดียรถีย์

มารนอกศาสนา พยายามมาตลอด ที่จะตั้งกระทู้และมั่วเอาเดาเอา เพื่อให้เกิดความสับสนและไม่ให้ผู้ที่เข้ามาอ่านเข้าใจไปในทางที่ถูกต้อง จะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกกระทู้ไม่ตรงตามหลักความเป็นจริง
นายคนนี้คิดเอาเอง เดาเอา มั่วตลอด ตอนท้ายของกระทู้นี้ เอาข้อความของครูบาอาจารย์มาใส่เพื่อให้มี น้ำหนัก ดูมันทำ

ต้องบอกว่าดูมัน

การที่เดียรถีย์ทำลายศาสนาพุทธ มีวิธีการข้อหนึ่งคือ พยายามบิดเบือน ดัดแปลง ให้หลักธรรมและธรรมทั้งหลายให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

อย่าให้เราต้อร้องบอกยมบาลนะ อันเจตนาชั่วร้าย จักทำให้คนอายุสั้นจำไว้

ชีวิตที่มีอยู่ ควรคิดหาสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ถึงเป็นมารเดียรถีย์ยังโชคดีมีบุญได้เข้ามาสัมผัสข้อธรรมต่าง ๆ ขอให้ใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าได้พยายามเลย จะขุดหลุมฝังตนเองหรือ


กล่าวหาคนอื่นเป็นเดียรถีร์ กล่าวหาเขามีเจตนาชั่วร้าย ตามสบายครับ พระยามารสิงอยู่ในตัวคุณ เพื่อปิ ดบังความลับของฟ้า เชิญตามสบายครับ ฝากความคิดถึงไปยังท่านพระยามารด้วยนะครับ

มารย่อมไม่สู้ด้วยเหตุผล เพราะมารไม่มีเหตุผลจะสู้ มารเขาใช้วิธีใส่ร้ายป้ายสี ด่าว่า เสียดสี แช่งชักหักกระดูก

ใบไม้นอกกำมือ
20-05-2008, 11:30 PM
แล้วตอนนี้พวกพราหม์รู้หรือยังครับ


ความรู้ย่อมเรียนทันกันหมด พราหมณ์เก่งๆที่เข้าถึงพระนิพพานได้ก็มี เพราะเขาเข้าถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า

หาธรรม
20-05-2008, 11:38 PM
กล่าวหาคนอื่นเป็นเดียรถีร์ กล่าวหาเขามีเจตนาชั่วร้าย ตามสบายครับ พระยามารสิงอยู่ในตัวคุณ เพื่อปิ ดบังความลับของฟ้า เชิญตามสบายครับ ฝากความคิดถึงไปยังท่านพระยามารด้วยนะครับ

มารย่อมไม่สู้ด้วยเหตุผล เพราะมารไม่มีเหตุผลจะสู้ มารเขาใช้วิธีใส่ร้ายป้ายสี ด่าว่า เสียดสี แช่งชักหักกระดูก

ถ้าจะไม่ให้ค้าน ก่อนเขียนอะไรก็ขอให้มันเป็นไปตามความเป็นจริง ถ้าสงสัยก็ควรค้นคว้าก่อน เพราะอย่าลืมนะ คนอื่นอ่านกันทั่ว มั่ว ๆ เดา ๆ เอา จะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดีมันเสียหายกับคนอื่นที่เขาเข้ามาอ่าน จะทำให้เขาสับสน

บอกแล้วถ้าเจตนาดีขออย่ามีโทษ ถ้าเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็ช่วยไม่ได้ ที่ผมทำไปก็เพื่อปกป้องพระรัตนตรัย

ใบไม้นอกกำมือ
20-05-2008, 11:55 PM
ถ้าจะไม่ให้ค้าน ก่อนเขียนอะไรก็ขอให้มันเป็นไปตามความเป็นจริง ถ้าสงสัยก็ควรค้นคว้าก่อน เพราะอย่าลืมนะ คนอื่นอ่านกันทั่ว มั่ว ๆ เดา ๆ เอา จะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดีมันเสียหายกับคนอื่นที่เขาเข้ามาอ่าน จะทำให้เขาสับสน

บอกแล้วถ้าเจตนาดีขออย่ามีโทษ ถ้าเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็ช่วยไม่ได้ ที่ผมทำไปก็เพื่อปกป้องพระรัตนตรัย

ค้านก็ค้านได้ แต่ด่าว่าคนอื่นเป็นเดียรถีร์ ฯลฯ มันไม่ใช่เหตุผล ใช้อำนาจย้ายกระทู้เข้าหลุมดำ แสดงว่า เจตสิกของคุณยังต้านมารไม่ได้ ยังรับใช้มารอยู่

ผมเห็นแล้วว่าคุณทำเพื่อพระรัตนตรัยอย่างไร พระรัตนตรัยของคุณไม่ใช่พระรัตนตรัยของพระพุทธเจ้า แต่เป็นพระรัตนตรัยของใครก็ไม่รู้

เจตนาผมมีแต่ความบริสุทธิ์ เมื่อคุณยังมีความอหังการอยู่ คิดว่าความรู้ของตนเองแน่ ผมได้เห็นความแน่ของคุณแล้ว อย่าหลงอำนาจเผด็จการนักเลย

ใบไม้นอกกำมือ
21-05-2008, 12:05 AM
คุณหาธรรมครับ




ก่อนเขียนอะไรก็ขอให้มันเป็นไปตามความเป็นจริง....ความจริงของคุณคืออะไร พระไตรปิฎกของแท้อยู่ที่การปฏิบัติ

ถ้าสงสัยก็ควรค้นคว้าก่อน เพราะอย่าลืมนะ.....ผมได้ค้นหาในจิตแล้ว แต่คุณยังมิได้ค้นหา คนอื่นมีความเห็นคัดแย้งกับคุณ และคุณรู้ไม่ถึงเขา ไปบอกเขาผิด

คนอื่นอ่านกันทั่ว มั่ว ๆ เดา ๆ เอา จะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดีมันเสียหายกับคนอื่นที่เขาเข้ามาอ่าน จะทำให้เขาสับสน.......เขาสับสนก็เพราะคุณ

บอกแล้วถ้าเจตนาดีขออย่ามีโทษ ถ้าเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็ช่วยไม่ได้ ที่ผมทำไปก็เพื่อปกป้องพระรัตนตรัย......เจตนาบริสุทธิ์แท้จริงคือ ผม เจตนาไม่บริสุทธิ์ คือ คุณ เพราะมารเขาสิงเจตสิกคุณ ให้หลงใช้อำนาจโยนกระทู้เข้าห้องหลุมดำ ทั้งๆที่เป็นกระทู้ธรรมะขั้นโลกุตตรธรรม

หล่อด้วยใจดีด้วย
21-05-2008, 06:37 AM
จะพยายามไม่วิงเวียนศรีษะ ด้วยการตั้งสติให้ดีบ่อยๆครับ

หนุมาน ผู้นำสาร
21-05-2008, 07:20 AM
*** ศีล ****

ศีล...การทำได้เป็นปกติ
ศีล....เป็นเรื่องใหญ่กว้างมากครอบคลุม มนุษย์ทำได้ยาก

ศีล ข้อ ๑
มนุษย์เหยียบย้ำ ... มด แมลง พืช อยู่ทุกวัน
จึงทำไม่ได้จริง

มนุษย์ สัตว์ ต้นไม้...
มีจิตวิญญาณ อยู่บนโลกเดียวกัน....
เวียนว่ายตายเกิด...ยังไม่หลุดพ้นทุกข์

สัจจะ...สัญญาใจ
ตั้งใจทำ ในสิ่งที่เป็นไปได้จริง
สัจจะ...ไม่ฆ่ามนุษย์ในครรภ์ นอกครรภ์...ตลอดชีวิต
อันนี้พอทำได้จริง
เดินสายกลาง...ทำให้เป็นจริงขึ้นมาในชีวิต

พระพุทธเจ้า...จึงหลุดพ้นด้วยสัจจะ ไม่ใช่ด้วยศีล
- " หนุมาน ผู้นำสาร "

thanatos hipnos
25-05-2008, 12:41 AM
กระทู้นี้ เดียรถีย์

มารนอกศาสนา พยายามมาตลอด ที่จะตั้งกระทู้และมั่วเอาเดาเอา เพื่อให้เกิดความสับสนและไม่ให้ผู้ที่เข้ามาอ่านเข้าใจไปในทางที่ถูกต้อง จะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกกระทู้ไม่ตรงตามหลักความเป็นจริง
นายคนนี้คิดเอาเอง เดาเอา มั่วตลอด ตอนท้ายของกระทู้นี้ เอาข้อความของครูบาอาจารย์มาใส่เพื่อให้มี น้ำหนัก ดูมันทำ

ต้องบอกว่าดูมัน

การที่เดียรถีย์ทำลายศาสนาพุทธ มีวิธีการข้อหนึ่งคือ พยายามบิดเบือน ดัดแปลง ให้หลักธรรมและธรรมทั้งหลายให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

อย่าให้เราต้อร้องบอกยมบาลนะ อันเจตนาชั่วร้าย จักทำให้คนอายุสั้นจำไว้

ชีวิตที่มีอยู่ ควรคิดหาสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ถึงเป็นมารเดียรถีย์ยังโชคดีมีบุญได้เข้ามาสัมผัสข้อธรรมต่าง ๆ ขอให้ใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าได้พยายามเลย จะขุดหลุมฝังตนเองหรือ

โทสะ=หายนะ

amakig
28-05-2008, 10:06 PM
เหอะๆ
โกรธคือโง่โมโหคือบ้า

สาธุ