View Full Version : ตำรวจจับพระมหา เสพยาบ้า , พระไตรปิฎกเสื่อม หรือว่า ศาสนาเสื่อม
telwada
12-05-2008, 07:51 PM
วันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. มีข่าวทางโทรทัศน์
ตำรวจจับ พระสงฆ์ จบเปรียญธรรม เป็นพระมหา เสพยาบ้า จับได้พร้อมของกลางคือยาบ้า และยังค้นกุฏี ได้วีซีดี ลามกอีกเพรียบ
ท่านทั้งหลายคิดว่า ขนาด พระมหา เรียน เปรียญธรรม คือเรียนพระไตรปิฎก นั่นแหละ คำสอนในพระไตรปิฎก ยังไม่แทรกซึม ขนาดท่องจำ สอบได้เปรียญธรรมชั้นมหาแล้ว อะไรกัน ศาสนาเสื่อมโทรมเป็นที่สุดแล้วหรือ อย่างไร หรือว่า พระไตรปิฎก ไม่สามารถขัดเกลาจิตใจของพระมหาองค์นั้นได้
jinny95
12-05-2008, 08:07 PM
คนเสื่อม
jinny95
12-05-2008, 08:27 PM
ขึ้นชื่อว่าคน เสื่อมได้ ก็เจริญได้
ขึ้นชื่อว่าคน เจริญได้ ก็เสื่อมได้
หาธรรม
12-05-2008, 09:22 PM
ศาสนาไม่เคยเสื่อม คำสอนไม่เคยเสื่อม พระไตรปิฎกไม่เคยเสื่อม แม้นแต่ไม่มีคนและสัตว์อยู่ในโลก และจักวาลนี้ สัจธรรมคำสอนหรือธรรมะก็ไม่เคยเสื่อม เพราะเป็นสิ่งที่เป็นสัจธรรมความจริงคู่จักวาลมาตลอดกาล
แต่ที่เสื่อมคือคนต่างหาก
หลับตา
12-05-2008, 10:25 PM
คงเพราะท่องจำอย่างเดียวมั้ง แต่ลืมปฏิบัติ
ที่จริงพวกเราตอนเด็กๆก็เรียนวิชาศาสนาพุทธมาก่อนเหมือนกันนะ
แต่พอปฏิบัติเป็นตอนอายุเยอะๆ กลับไปอ่านตำราเรียนก็เป็นคำเดิมๆทั้งนั้นที่เราเคยท่องเคยเอาไว้สอบ แต่ความหมายที่แท้จริงเพิ่งมาทีหลังเองตอนปฏิบัติเป็น
เกรสคับ
12-05-2008, 10:48 PM
คุณ telwada (http://board.palungjit.com/member.php?u=31)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1192417", true); </SCRIPT> น่าจะรู้คำตอบอยุ่แล้วนะงับ ^^
อย่าไปใส่ใจอะไรมากเลย ยุคนี้คนดี คนเลว สัดส่วนพอๆกัน
ก.แก้วคำ
13-05-2008, 02:32 AM
ทุกวันนี้มีแต่ข่าวแบบนี้ออกมาบ่อยมาก แต่ศาสนาก็จะยังคงดำรงอยู่ต่อไป สอนให้คนทำความดี ศีล สมาธิ ปัญญา ธรรมะไม่มีวันล้าสมัยครับ
บัวรองพุทธบาท
13-05-2008, 03:32 AM
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ
ธรรมะ คือ สัจธรรม
ธรรมะ อยู่ ในกระแสธรรมชาติ ในกระแสแห่งกาลเวลา ตั้งมั่นไม่แปลผัน
พระอริยะเจ้า ทรงกระแสธรรม
แต่เหล่าสัตว์ทั้งหลายต่างหากที่ แปลผัน แลเสื่อมจากธรรม
อดุลย์ เมธีกุล
13-05-2008, 05:23 AM
ศาสนาไม่เคยเสื่อม คำสอนไม่เคยเสื่อม พระไตรปิฎกไม่เคยเสื่อม แม้นแต่ไม่มีคนและสัตว์อยู่ในโลก และจักวาลนี้ สัจธรรมคำสอนหรือธรรมะก็ไม่เคยเสื่อม เพราะเป็นสิ่งที่เป็นสัจธรรมความจริงคู่จักวาลมาตลอดกาล
แต่ที่เสื่อมคือคนต่างหาก
สาธุท่านกล่าวได้ชอบแล้วครับ
telwada
13-05-2008, 08:01 AM
คุณ telwada (http://board.palungjit.com/member.php?u=31)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1192417", true); </SCRIPT> น่าจะรู้คำตอบอยุ่แล้วนะงับ ^^
ขอตอบตามครงเลยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นเพราะเหตุใดกันแน่ เนื่องจากมีหลายสาเหตุที่ทำให้คนมีความคิดในทางที่ไม่ถูกต้อง ขนาดพระมหา เรียนพระไตรปิฎกโดยตรง ยังเป็นไปอย่างนั้น แต่ถ้าจะให้วิเคราะห์อย่างเป็นกลางแล้วละก้อ มันเสื่อมด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ ศาสนาเสื่อม เพราะไม่สามารถขัดเกลา คือไม่สามารถสอนให้บุคคลนั้นๆ รู้แจ้ง รู้ชัด คนเรียนเปรียญธรรม ต้องท่องจำจนขึ้นใจ คนที่ท่องจำจนขึ้นใจ ถ้าเป็นหลักความจริง ตามธรรมชาติ ก็จะกลายเป็น สัญชาตญาณ หรือ กลายเป็นกลไกอัตโนมัติ ทั้ง ความคิด และพฤติกรรม แต่ความกลับไปเป็นอย่างนั้น
กลับกลายเป็นว่า หล้กธรรมคำสอนในพระไตรปิฎก ที่พระมหานั้นท่องจำจนสอบได้เปรียญธรรม ชั้น พระมหา ไม่เข้าไปสู่จิตใจ นั่นหมายความว่า หลักธรรมคำสอนในพระไตรปิฎก ไม่ใช่หลักความจริงตามธรรมชาติ จึงไม่อาจแทรกซึม จนกลายเป็นสัญชาตญาณได้
สภาพสภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่พระมหาองค์นั้นได้รับ เพียงคำพูด ไม่กี่คำ ถึงกับทำให้ศาสนามัวหมอง นั่นแสดงว่า อำนาจแห่งความรู้ตามพระไตรปิฎก ไม่สามารถยับยั้ง อำนาจแห่งคำพูด หรือ อำนาจแห่งความอยากลอง ของพระมหานั้นได้เลย
สรุปแล้ว มันก็เสื่อมทั้ง 2 อย่าง เพราะ คนจะเสื่อม ก็เพราะสภาพสิ่งแวดล้อมในการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันเสื่อม
สภาพสิ่งแวดล้อมในการสังคมเป็นอยู่ร่วมกันเสื่อม ก็แสดงว่า ศาสนาเสื่อม หรือล้มเหลว ไม่สามารถสร้าง ความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ให้กับผู้ศรัทธา แต่ดันไปสร้าง ความรุ้ ความเข้าใจ ในทางที่ไม่ถูกต้อง
ใครจะว่า ศาสนา หรือพระไตรปิฎก ไม่เสื่อม แต่คนเสื่อม ก็น่าจะถูกเพราะ พระไตรปิฎก ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ ไม่ได้เป็นผุ้แสดงพฤติกรรม แต่พระไตรปิฎก บรรจุคำสอนทางศาสนาไว้ ในเมื่อคำสอนในพระไตรปิฎก ไม่สามารถขัดเกลาหรือยับยั้งบุคคล ผู้เล่าเรียนแล้วละก้อ พระไตรปิฎก ก้ถึงกาลเสื่อม
ใครจะว่าข้าพเจ้าปรามาส พระไตรปิฎกก็ตามใจ แต่ก็ขอให้อ่านแล้วพิจารณาให้ดี เพราะเป็นเพียงข้อวิเคราะห์อย่างเป็นกลาง
ถึงแม้หลายๆคนจะบอกว่า คนเพียงคนเดียวทำเสีย ก็ไม่ได้หมายความว่า ศาสนาเสื่อมโทรม แต่ในทางที่เป็นจริง ที่เป็นข่าวนั้น ยังเป็นเพียง 1 ใน 10000(หมื่น) ยังมีอีกหลายสิ่งหลายประการ ที่ทุกท่านยังไม่รุ้ตื้นลึกหนาบาง ไม่อยากกล่าวถึง เพราะอาจจะทำให้ พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เสื่อมเสียไปด้วย
manson810
13-05-2008, 08:40 AM
คุณ telwada เริ่มวิเคราะห์เพ้อเจ้อแล้วครับ !!!
หลักธรรมคำสอนในพระไตรปิฏก เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว
เพชรก็คือเพชร คุณ telwada จะบอกว่าเพชรเป็นขี้ได้อย่างไร
อย่ามาสร้างกระแสเลยครับ รู้นะคุณคิดอะไรอยู่
จะมาประกาศศาสนาของตัวเองในนี้หรือไงหือ เค้ารู้ทันกันหมดแล้ว ?
ไอ้ข้อความที่คุณโพสมานั่นน่ะความผิดมันอยู่ที่ "ตัวบุคคล" นั่นแหละ
คุณจะไปโทษพระไตรปิฏกได้อย่างไร
คนมันศึกษาแต่ไม่ยอมปฏิบัติ,ศึกษาแต่ไม่ใส่ใจไม่สนใจ ต่อให้เอาหลักคำสอน
ที่คุณคิดว่าสุดยอดมาให้เค้าอ่านแค่ไหนมันก็ไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ
telwada
13-05-2008, 12:04 PM
คุณ manson810 คุณอย่ากล่าวเพ้อเจ้อ โดยไม่ได้อ่านกระทู้แสดงความคิดเห็นให้ละเอียด และพิจารณาให้ถี่ถ้วน
คุณไปอ่าน แล้วใช้สมองอันน้อยนิดของคุณพิจารณาให้ดีซิ
แน่นอน พฤติกรรมย่อมเกิดจากตัวบุคคล แต่การได้รับการขัดเกลา หรือได้รับการขัดเกลาที่ผิด หรือได้รับการขัดเกลาที่ไม่สามารถจูงใจ หรือควบคุมจิตใจ อันหมายรวมไปถึงพฤติกรรมของเขานั้น เกิดจากอะไรละคุณ
ลองตอบหน่อยซิ สงสัยคงตอบไม่ได้แน่นอน
manson810
13-05-2008, 12:36 PM
ปัญหาที่ ๑๐
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน คนบวชแล้วสึก ไม่รู้อะไร
ไม่น่าจะให้บวชในพระศาสนา ด้วยว่าจะทำให้คนทั้งหลายกล่าวหาได้ว่า พระ
ศาสนาหาสาระมิได้
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร สระมีน้ำอยู่เต็มเปี่ยม เมื่อผู้ที่
เปื้อนเปรอะไปถึงสระนั้นแล้ว ไม่ลงอาบน้ำชำระร่างกายเองเช่นนี้ คนทั้งหลาย
เขาจะพึงติเตียนสระหรือจะติเตียนผู้นั้น
ม. จะติเตียนสระนั้นได้หรือเธอต้องเตียนผู้นั้นสิ
น. นั่นแลฉันใด นี่ก็ฉันนั้นเหมือนกันคือผู้ที่ไปถึงสระ คือพระสัทธรรมโดย
อาการที่บวชในพระศาสนาแล้ว แต่มิได้ศึกษาข้อวัตตปฏิบัติ ขัดเกลานิสัยและ
ความประพฤติที่โสมมให้สะอาด แล้วหวนสึกมาถือเพศเป็นฆราวาสประพฤติ
สิ่งที่ลามก เช่นนี้คนทั้งหลายเขาก็พึงติเตียนผู้สกปรกเช่นเดียวกันนั้นแล จะไม่
มีใคร ซึ่งเป็นผู้มีความคิดกล่าวหาพระศาสนาว่าหาประโยชน์มิได้ฉะนี้เลย
เพราะว่าพระศาสนาพระพุทธองค์ได้ทรงขุดสระ คือพระสัทธรรมไว้แล้วด้วย
มีพระพุทธประสงค์อยู่ว่า ผู้เปื้อนมลทินคือกิเลสจะได้มีโอกาสชำระล้างกาย
วาจาใจให้สะอาด
ขอถวายพระพร ดีเสียอีก อันคนบวชแล้วเกียจคร้านต่อการศึกษา และการ
บำเพ็ญสัมมาปฏิบัติอยู่มิได้ต้องสึกนั้น ย่อมแสดงให้คนทั้งหลายเห็นว่า พระศาสนา
เป็นลัทธิที่สูงบริสุทธิ์ไม่แปดปนด้วยคนที่มีกายวาจาใจสกปรก อันคนที่คร้านต่อ
การเจริญสมณกิจ ย่อมระอาใจในการที่จะฝั่งตัวอยู่ในลัทธินี้ได้ เป็นอันว่าคนที่จะ
บวชอยู่ในพระศาสนาได้โดยเย็นใจ ต้องเป็นผู้มั่นคง หนักแน่น ชำระกายวาจาใจ
สะอาดอยู่เสมอ ต้องบำเพ็ญสัมมาปฏิปทาตามฐานานุรูปของตน ขอถวายพระพร
ก็เมื่อพระศาสนาเป็นลัทธิทรงคุณถึงเช่นนี้ ใครเล่าจะพึงติเตียนได้
ม. เธอว่านี้ชอบแล้ว
จบหินายาวัตตนปัญหา
namprighom
13-05-2008, 12:44 PM
ไปว่าเค้าแรงน้อ คุณเทวดา
คนเรารู้ไม่เท่ากัน ไครรู้ไม่เหมือนตัว ก็ว่าเค้าโง่ ปัญญาน้อย
ไม่ใจแคบไปหน่อยเหรอครับ
manson810
13-05-2008, 01:14 PM
ไปว่าเค้าแรงน้อ คุณเทวดา
คนเรารู้ไม่เท่ากัน ไครรู้ไม่เหมือนตัว ก็ว่าเค้าโง่ ปัญญาน้อย
ไม่ใจแคบไปหน่อยเหรอครับ
ผมไม่ถือหรอกครับ สไตร์คุณ telwada แกเป็นยังงี้แหละ
เห็นมานานแระ ปล่อยๆแกไป แต่อันนี้เห็นแกวิเคราะห์มั่วไปหน่อย
ผมเลยต้องเข้ามาแย้งๆ หน่อยแค่นั้นเองครับ
หล่อลุยไฟ
13-05-2008, 01:50 PM
ที่ไม่เป็นข่าวมีอีกแยะนะท่าน แต่ช่างเหอะกรรมใครกรรมมันอยู่แล้วนิ
ลัก...ยิ้ม
13-05-2008, 02:05 PM
คุณเทวดา...ไม่ค่อยน่ารักนะจ๊ะ
พระพุทธศาสนามีคุณค่าประดุจเพชรน้ำงาม ผู้จะครอบครองเป็นเจ้าของได้ ย่อมต้องประพฤติตนให้สมค่าแห่งการนั้นด้วย จึงจะมองเห็นค่าของเพชรนั้น แม้ว่ายังไม่ถึงซึ่งความสามารถนั้น เมื่อได้สัมผัสถึงเพียงความแห่งสุขนั้นเพียงบางเบา ยังหลงใหล และถวิลหา พยายามตะเกียกตะกายให้ถึงความสุขนั้น
ลุงชาลี
13-05-2008, 02:25 PM
ไม่รู้เกี่ยวกับธรรมไหม๊น่ะ คือผมเองเป็นคนเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อย ถึงบ่อยมากๆ สิ่งที่เห็นคือ รถยนต์ รถบรรทุก 6 ล้อบ้าง 10 ล้อบ้าง กระบะ รถเก๋ง คือ สรุปแล้ว รถทั้งหมดนั่นแหละ (4ล้อ) โดนปล้น ปล้นกลางแดดเลย โผล่มาจากข้างทาง ปล้นรายคันเลย ผมเองก็โดนบ่อย ระยะหลังๆ ภาวดาแผ่เมตตาส่วนใหญ่รอด ไม่เรียกผมหรอก แต่ผมสงสารคันอื่นๆ เพราะเงินที่โดนปล้น แม้นน้อยนิด แต่มันจำเป็นสำหรับครอบครัวเขา ว่าไหม๊ ถามว่าใครผิด โจรในเครื่องแบบ หรือ เราๆท่าน เพราะ กรรมกำหนด ต้องชดใช้ หรืออย่างไร
pucca2101
13-05-2008, 03:25 PM
จิตใจของบุคคลต่างหากที่เสื่อม การที่คนเราสอบเปรียญธรรมชั้นมหาได้ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าเค้าสามารถปฏิบัติตนได้ตามหลักคำสอนที่ได้ร่ำเรียนมา
เหมือนคนรู้ทฤษฏี อาศัยการท่องจำ แต่ไม่เคยปฏิบัติมากกว่า
telwada
13-05-2008, 07:56 PM
คุณ manson810 คุณอย่ากล่าวเพ้อเจ้อ โดยไม่ได้อ่านกระทู้แสดงความคิดเห็นให้ละเอียด และพิจารณาให้ถี่ถ้วน
คุณไปอ่าน แล้วใช้สมองอันน้อยนิดของคุณพิจารณาให้ดีซิ
แน่นอน พฤติกรรมย่อมเกิดจากตัวบุคคล แต่การได้รับการขัดเกลา หรือได้รับการขัดเกลาที่ผิด หรือได้รับการขัดเกลาที่ไม่สามารถจูงใจ หรือควบคุมจิตใจ อันหมายรวมไปถึงพฤติกรรมของเขานั้น เกิดจากอะไรละคุณ
ลองตอบหน่อยซิ สงสัยคงตอบไม่ได้แน่นอน
คุณ manson810 คุณตอบคำถามของข้าพเจ้าให้ได้ก่อนเถอะ ไม่ต้องเอานิยายธรรมะ มาอ้างอิง สมัยนี้เขาไม่ใช้กันแล้วนะคุณ มันคนละยุคคนละสมัย สมัยนี้มันสมัยวิทยาการก้าวหน้า ต้องตรงไปตรงมา จึงจะได้ผล
แล้วคุณก็ไม่ต้องสู่รู้ว่า เป็นสไตล์ การเขียนของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ด่าคุณ เพราะการคิดของมนุษย์นั้น จะใช้สมองเพียงส่วนน้อยในการคิด ส่วนอื่นๆเก็บข้อมูล ความจำเป็นส่วนใหญ่ นี้สอนให้รู้นะ
นี่แหละ ที่ทางศาสนาพุทธเรียกว่า
ผู้รู้ ,คือ ผู้ตื่น ,ผุ้เบิกบาน
แล้วพวกคุณก็อย่าทำเป็นโอ้อวด แอบอ้างว่า รักศาสนา นับถือศาสนา แต่ไม่กระดิกอะไรเลย ไม่มีการคิดพิจารณาในทางที่ถูกที่ควรเลย เรียกว่า เขลา แต่ยังอวดฉลาด อวดเถียง
ที่นี้รู้หรือยังว่า ที่ผ่านมา ทำไม ข้าพเจ้าจึงชอบด่า ไอ้พวกที่มันเถียงๆดี เพราะอะไรรู้หรือยัง ถ้าไม่รู้ กลับไปอ่านใหม่ในข้อแสดงความคิดเห็นนี้แหละนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
MVPhoenix
14-05-2008, 12:59 AM
กู่ไม่กลับแล้วคนแบบนี้...เฮ้อ...
ไอ้พูดอย่าง เทวดาเนียะ มันพูดเพื่อทำลายศาสนา
ที่ไปมันเห็นๆ กันอยู่....
เอาเหอะ...อโหสิให้...เวรกรรมๆ
สุมหัว
14-05-2008, 02:19 AM
มีกฏหมาย แต่คนทำผิดกฏหมายก็ยังมีอยู่ จะไปว่าใครดีล่ะ คนหรือกฏหมาย
ลัก...ยิ้ม
14-05-2008, 10:17 AM
ก๊อปเขามาให้อ่าน...
<TABLE width="80%" border=1><TBODY><TR><TD width="100%" bgColor=#e8fdec>หนีกฎหมายได้ หนีกรรมไม่ได้ :: 28 มีนาคม 2547</TD></TR><TR><TD width="100%">ยินกระแส แลโถม เป็นคลื่นซัด
แม้เสียงชัด จัดเจน ฤๅเชื่อได้
เห็นกับตา ก็ยังว่า ไม่แน่ใจ
ว่าเชื่อได้ สิ่งที่เห็น เป็นเรื่องจริง...
เพียงใจเรา สดับเรา เรายังยาก
โลกภายนอก ยิ่งลำบาก ยากอย่างยิ่ง
ไม่ได้เห็น กับตา จะว่าจริง
จิตจะวิ่ง เจือปน กิเลสไป...
ใครก่อกรรม ทำเลว ไม่รอดหรอก
ขึ้นบัญชี มีบอก โกงไม่ได้
ยังเป็นคน กินบุญเก่า เอารอดไป
หมดเมื่อใด ก็จะได้ รู้สำนึก...
กรรมของเขา เราอย่าคิด ให้จิตหมอง
มันเป็นไป ตามครรลอง ให้ตรองตรึก
เขาเป็นตาม กรรมอันใด ลองระลึก
ให้รู้สึก ชั่วอย่างนี้ เราไม่ทำ
แผ่เมตตา ให้ทุกคน ห่างคนบาป
สันดานหยาบ ให้ห่างไกล อย่ากรายกล้ำ
ให้ทุกคน ประพฤติดี มีศีลนำ
ประพฤติธรรม ให้รู้แจ้ง กระจ่างใจ
ให้คนเรา เข้าใจพรหม วิหารสี่
เราจะมี ความรุ่งเรือง ความสดใส
ในสังคม จะลด หมดทุกข์ภัย
แผ่นดินไทย วัฒนา สถาพร...
</TD></TR></TBODY></TABLE>
telwada
14-05-2008, 12:24 PM
คุณ manson810 คุณตอบคำถามของข้าพเจ้าให้ได้ก่อนเถอะ ไม่ต้องเอานิยายธรรมะ มาอ้างอิง สมัยนี้เขาไม่ใช้กันแล้วนะคุณ มันคนละยุคคนละสมัย สมัยนี้มันสมัยวิทยาการก้าวหน้า ต้องตรงไปตรงมา จึงจะได้ผล
แล้วคุณก็ไม่ต้องสู่รู้ว่า เป็นสไตล์ การเขียนของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ด่าคุณ เพราะการคิดของมนุษย์นั้น จะใช้สมองเพียงส่วนน้อยในการคิด ส่วนอื่นๆเก็บข้อมูล ความจำเป็นส่วนใหญ่ นี้สอนให้รู้นะ
นี่แหละ ที่ทางศาสนาพุทธเรียกว่า
ผู้รู้ ,คือ ผู้ตื่น ,ผุ้เบิกบาน
แล้วพวกคุณก็อย่าทำเป็นโอ้อวด แอบอ้างว่า รักศาสนา นับถือศาสนา แต่ไม่กระดิกอะไรเลย ไม่มีการคิดพิจารณาในทางที่ถูกที่ควรเลย เรียกว่า เขลา แต่ยังอวดฉลาด อวดเถียง
ที่นี้รู้หรือยังว่า ที่ผ่านมา ทำไม ข้าพเจ้าจึงชอบด่า ไอ้พวกที่มันเถียงๆดี เพราะอะไรรู้หรือยัง ถ้าไม่รู้ กลับไปอ่านใหม่ในข้อแสดงความคิดเห็นนี้แหละนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บุคคลที่ชอบกล่าวหาว่าข้าพเจ้าทำลายศาสนา ส่วนใหญ่มักมีอันเป็นไป มากต่อมากแล้วขอรับ
เพราะการกล่าวหาเยี่ยงนั้น เป็นการกล่าวหาที่ไม่สมเหตุสมผล
คนที่มันขัดขวางการพัฒนาศาสนา นั่นแหละ คือตัวทำลายศาสนาที่สำคัญยิ่ง
หลักธรรมคำสอนของข้าพเจ้า แม้จะแตกต่างกับสิ่งที่มีอยู่เดิม ก็เป็นเพราะ สิ่งที่มีอยู่เดิม เป็นภาษาบาลี เป็นสำนวนภาษาที่ใช้ในสมัยเมื่อหลายพันปีก่อน คนสมัยต่อๆมา จะเข้าใจสำนวน ภาษานั้น คงน้อยมากหรือไม่มีเลย มันเลยทำให้ ผิดเพี้ยนไป
แล้วก็จะรู้เองขอรับ ว่าใครบ้า ใครทำลาย ศาสนา แล้วจะรู้ อีกไม่นานดอกขอรับ
telwada
14-05-2008, 07:21 PM
บุคคลที่ชอบกล่าวหาว่าข้าพเจ้าทำลายศาสนา ส่วนใหญ่มักมีอันเป็นไป มากต่อมากแล้วขอรับ
เพราะการกล่าวหาเยี่ยงนั้น เป็นการกล่าวหาที่ไม่สมเหตุสมผล
คนที่มันขัดขวางการพัฒนาศาสนา นั่นแหละ คือตัวทำลายศาสนาที่สำคัญยิ่ง
หลักธรรมคำสอนของข้าพเจ้า แม้จะแตกต่างกับสิ่งที่มีอยู่เดิม ก็เป็นเพราะ สิ่งที่มีอยู่เดิม เป็นภาษาบาลี เป็นสำนวนภาษาที่ใช้ในสมัยเมื่อหลายพันปีก่อน คนสมัยต่อๆมา จะเข้าใจสำนวน ภาษานั้น คงน้อยมากหรือไม่มีเลย มันเลยทำให้ ผิดเพี้ยนไป
แล้วก็จะรู้เองขอรับ ว่าใครบ้า ใครทำลาย ศาสนา แล้วจะรู้ อีกไม่นานดอกขอรับ
ท่านทั้งหลาย ประวัติศาสนามีมาทุกยุคทุกสมัย ทีเมื่อมีการประกาศศาสนาขึ้นมา ย่อมมีพวกเดียรถีย์ หรือพวกมารศาสนาเข้ามาก่อกวน โดยความรู้เท่าไม่ถึงกาล แบบว่า ถ้าไม่เห็นโลงไม่หลั่งน้ำตาว่างั้นเถอะ
ข้าพเจ้าเองใจจริงแล้วไม่อยาก จะกล่าวถึงบุคคากรทางพุทธศาสนา ใปในทางที่เสื่อมเสีย
แต่ก็มีบุคคลที่ทำตัวเป็นประเภทเปรตจากนรก ชอบยุยง ยุแหย่ กล่าวหาข้าพเจ้าไปในทางไม่ถูกต้อง
ข้าพเจ้าอยากจะถามท่านทั้งหลายว่า มีบุคคลากรในพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ หรือผู้ใดก็ตาม สามารถบรรลุธรรมชั้นอริยะบุคคลได้บ้าง และบุคคลเหล่านั้น สามารถชจัดอาสวะแห่งกิเลส พร้อมแสดงฉัพพรรณรังสี โดยการฝึกหลักธรรมที่มีอยู่เดิมได้บ้าง ใครเคยเห็นบ้างไหม ไม่อยากกล่าวต่อ เดี๋ยวพระสงฆ์ที่ดีดีจะเสื่อมเสียไปด้วย
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
มีสมองเหมือนสมองของสัตว์ กล่าวอะไร ไม่รู้จักคิด ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องขออภัย ที่ต้องเขียนตามตรง
เพราะไอ้คนที่กล่าวว่า ข้าพเจ้านำธรรมะมาดัดแปลง มันไม่มีความรุ้ ไม่มีความเช้าใจ มีเจตนาแต่จะก่อกวน
โดยลืมนึกไปว่า ธรรมะที่มีอยู่ไม่ได้ทำให้บุคคลหลุดพ้น หรือขจัดอาสวะแห่งกิเลสได้จริง ไม่สามารถยังให้บุคคลบรรลุธรรมชั้น โสดาบัน ก็ยังไม่มี
ทุเรศในความคิด ระวังไว้เถอะ อย่าคิดว่าทำอะไรไม่ได้ เดี๋ยวจะยุบ้างว่า
ไอ้คนที่กล่าวร้ายข้าพเจ้านั้น มันมีเจตนา จะทำลายศาสนาพุทธ มันเลยเข้ามาก่อกวน นานแล้วด้วย ช่วยกันจัดการกับมันหน่อย เพราะข้าพเจ้าไม่อยากให้ความโสโครกของมันมาแปดเปื้อนข้าพเจ้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
นายเม
14-05-2008, 08:54 PM
แล้วคนมั่วนิ่มสติเพ้อเจ้อบอกตัวเองเป็นพระศรีอาริย์ แล้วพยายามสร้างศาสนาใหม่ละครับ
คนเสื่อม ฤา ศาสนา เสื่อม หึหึหึ
ตัวเองรู้อยู่แก่ใจแท้ๆ ยังมามึนมั่วนิ่มอ้างนั่นอ้างนี่อีก ...
นายเม
14-05-2008, 08:59 PM
"...ไอ้คนที่กล่าวร้ายข้าพเจ้านั้น มันมีเจตนา จะทำลายศาสนาพุทธ มันเลยเข้ามาก่อกวน นานแล้วด้วย ช่วยกันจัดการกับมันหน่อย เพราะข้าพเจ้าไม่อยากให้ความโสโครกของมันมาแปดเปื้อนข้าพเจ้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า....."
ไอ้หยา...อั๊วอึ้ง...ลื้อคิดว่าตัวเองสำคัญกับศาสนาพุทธเพียงนั้นเชียวรึ... คิดว่าลื้อให้อะไรกับศาสนาพุทธ ให้อะไรกับพระพุทธองค์บ้าง อาเทวดา...ศาสนาพุทธให้โอกาสให้อะไรกับลื้อมากกว่าที่ลื้อคิดนะ ลื้อมาทำยังงี้ ศาสนาพุทธจะเสื่อมเพราะลื้อปล่าวๆ เค้าจะด่า ว่าลื้อเป็น ไอ้ตัวกินไก่เอานา คิดดีๆ อั๊วกะสหายในเว็บยังให้อภัยลื้ออยู๋นา คิดเอาดีดีเน้อ...
ชิโนรส
17-05-2008, 02:41 PM
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ อริยสัจ ทรงประกาศ อริยสัจ ประทานไว้แก่พุทธบริษัทนับจากวันตรัสรู้จวบจนปัจจุบันสองพันห้าร้อยกว่าปี อริยสัจที่พระองค์ประทานไว้ยังทันสมัย
ทุกข์ ก็ยังมี
สมุทัย ก็ยังมี
นิโรธ ก็ยังมี
มรรค ก็ยังมี
คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงไม่ได้เสื่อมสลายหายไปไหน ยังอยู่คู่กับสัตว์โลกทุกรูปทุกนาม
การที่บุคคลใด ประพฤติออกนอกลู่นอกทาง มันเป็นความผิดส่วนตัวของคนๆนั้น ที่ไม่ก้าวเดินตามทางเอง เส้นทางที่เดินจะเสื่อมไปกับเขาด้วยหรือ?
น่าคิดน่ะ ลองเอาไปพิจรณาูดู
pipat
22-05-2008, 04:33 PM
ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับกิเลสของตน ที่พาตนให้เสื่อม ศาสนาไม่ได้เสื่อมเพราะคนพวกนี้ แต่เสื่อมตัวจิตที่คิดค้อยตามไป เมื่อกิเลสยังครอบง้ำอยู่จิตก็ค้อยตาม มัน แต่ก็มิได้นำพา
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2009, Jelsoft Enterprises Ltd.