paang
17-08-2005, 04:02 AM
"ทางเดินบนสายทางธรรม" ของ...ภิกษุณีนิรามิสา
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/01.jpg
หลังจาก รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ ออกบวช ครองจีวรเหมือนกับพระภิกษุ เป็นภาพ โดนใจ ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนา จะเป็นนักบวชไม่น้อย เสียงโจษจันวิพากย์วิจารณ์ หนาหู ทั้งรุนแรงเป็นเชิงลบ และทั้งชื่นชม การบวชของ ธัมมนันทา เป็นการเปิดประตู ให้เห็นภาพอีกภาพหนึ่งของความเป็นไปได้ ในการดำเนินชีวิตทางธรรมของลูกผู้หญิง
สตรีชาวไทยไปบวชในต่างประเทศนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นต้นมา นับตั้งแต่ ภิกษุณี วรมัย กบิลสิงห์ มารดาของ ดร.ฉัตรสุมาลย์ เองก็ตาม นอกจากนี้ก็ยังมีภิกษุณีชาวไทยอีกจำนวนหนึ่งที่บวชมาจากไต้หวัน แต่สังคมไทยไม่รู้จัก จึงไม่เป็นข่าว
"ภิกษุณีนิรามิสา" ซึ่งมีชื่อและนามสกุลจริงว่า "สมพร พันธจารุนิธิ" เป็นผู้หญิงไทยอีกคนหนึ่ง ที่บวชเป็นพระผู้หญิงมานานถึง ๘ ปี แล้ว โดยบวชกับหลวงพ่อติช นัท ฮันห์ พระชาวเวียดนามที่ไปเผยแผ่พุทธศาสนาอยู่ในเยอรมันนี
เมื่อบวชแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดพลัม ชุมชนแห่งการภาวนา ในประเทศฝรั่งเศส
ภิกษุณีนิรามิสา เล่าว่า ก่อนบวชนั้นเป็นนักศึกษาพยาบาลและนักกิจกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากเรียนจบจบถูกส่งไปเป็นพยาบาลประจำค่ายผู้อพยพในชลบุรี จากนั้นได้ทุนเรียนต่อระดับปริญญาโททางด้านการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบก็ทำงานอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นองค์กรที่รับทุนจากองค์กรช่วยเหลือผู้หญิง เด็กชนกลุ่มน้อย และคนชนบทในท้องถิ่นทุรกันดาร
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/02.jpg
ระหว่างที่ทำงานอยู่นั้นมีความรู้สึกเหนื่อย อยากพัก ขณะเดียวกันก็อยากศึกษา พุทธศาสนาเป็นอย่างไรบ้างในแถบนั้น จึงได้วางแผนไปเที่ยว ศูนย์ปฏิบัติธรรมต่างๆ ในหลายประเทศ จนไปพบกับหลวงพ่อติช นัท ฮันห์ที่เยอรมณี ซึ่งท่านเป็นพระรุ่นใหม่ที่มีหัวทันสมัย กระตือรือร้นในกิจกรรมด้านศาสนา ในที่สุดก็ตัดสินใจบวชเมื่อตอนอายุ ๓๖ ปี ถึงวันนี้ได้บวชมาแล้วเป็นเวลา ๘ ปี
"เมื่อครั้งที่ตัดสินใจบวชก็มีความอึดอัดอยู่บ้างแต่ไม่มาก เพราะเรารู้แล้วว่าเราไปดี เรากำลังอยู่ในหนทางที่ฝึกปฏิบัติจนสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่าง หรือปลงความคิดบางอย่างในตัวเราที่มีอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเวลาที่ตัดสินใจบวชก็มีครอบครัวแล้ว ประกอบกับไม่มีบุตร โยมสามีก็มีความเข้าใจ ไม่ได้คัดค้านการบวชของเรา มาวันนี้ก็เลยกลายมาเป็นเสมือนเพื่อนพี่น้องไปแล้ว" ภิกษุณีนิรามิสา กล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า
ครั้งแรกการตัดสินใจบวช ครอบครัวไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะโยมพ่อ (สุพจน์ พันธจารุนิธิ) กับโยมแม่ (สุวารี พันธจารุนิธิ) ที่ท่านยอมรับไม่ได้กับการตัดสินใจในการบวช หลายคนถามว่า ไม่ห่วงโยมพ่อโยมแม่หรืออย่างไร ในตอนนั้นอยากจะบอกว่า เพราะห่วงโยมพ่อโยมแม่ถึงได้ตัดสินใจบวช เพราะรู้ว่าบวชแล้วจะช่วยให้ท่านได้มากกว่า การบวชทำให้เรามีพื้นฐานทางด้านจิตวิญญาณ เรามีความเข้าใจในการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจริงๆ สามารถที่จะเปลี่ยนตัวเรามีประสบการณ์ที่จะช่วยโยมพ่อโยมแม่ได้มากขึ้น
หลังจากบวชได้ไปจำพรรษา อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส หากวัดระยะทางที่โยมพ่อโยมแม่อยู่เมืองไทย ก็ดูว่าไกลเหลือเกิน แต่อำนาจพลังแห่งความสุข หรือคนไทยจะเรียกว่าบุญบารมีจากการฝึกปฏิบัตินั่นก็คืออานิสงส์สามารถรับรู้ถึงกันได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเครื่องบิน โยมพ่อโยมแม่ก็ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากพลังอำนาจเหล่านั้นได้
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/03.jpg
"ชีวิตเราก็รับสายฝนแสงแดดเหมือนกัน ใบไม้กับเราก็เป็นพี่น้องกัน ทำให้เราไม่อยากทำลายธรรมชาติ เพราะเราเชื่อมอยู่ด้วยกัน ทำให้เรารู้สึกง่ายมากที่จะปล่อยสิ่งที่ไม่เป็นสาระกับชีวิตเรา ชีวิตนักบวชเหมือนกับการเดินทางไปสู่อิสระ วันปลงผมบวช ยิ่งมีความรู้สึกอิสระมาก ตอนปลงเราตั้งมั่น ตั้งปณิธานว่า เราจะปลงกิเลสทั้งปวงเพื่อที่เราจะเปลี่ยนแปลงภายใน เพื่อที่เราจะไปช่วยคนอื่นได้ คือ เหมือนอุทิศชีวิตที่จะปลงแล้วไปช่วยชีวิตอื่น เป็นการนำความสุขมให้มวลมนุษย์" นี่เป็นคำอธิษฐานระหว่างบวช
ภิกษุณีนิรามิสา กล่าวต่อว่า ความเป็นสัจธรรมของมนุษย์หาได้จากการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้สอนไว้กว่าสองพันกว่าห้าร้อยปีแล้ว และก็เป็นคำสอนธรรมะที่ให้เราศึกษา เพื่อให้เราอยู่กับปัจจุบัน โดยมีลมหายใจเป็นตัวเชื่อมให้รับรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ ให้กายและใจอยู่ตรงนี้ แล้วเราจะได้พบกับสัจธรรมที่ให้เรากลับมาอยู่กลับปัจจุบันนั่นเอง
ความทุกข์ที่กลายเป็นความสุข ยิ่งเป็นความสุขกว่าการได้สัมผัสความงาม ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากในอดีตก็ดี หรือว่าในปัจจุบันจากการปฏิสัมพันธ์จากพี่ๆ น้องๆ ในหมู่บ้านพลัม ทุกครั้งผ่านไปได้อย่างมีวิธี อย่างมีกุศโลบายในการปฏิบัติ เวลาผ่านไปเข้าสู่ปีที่ ๘ กับการบวชเหมือนรู้สึกว่าได้เกิดใหม่ ขณะเดียวกันทุกอย่างในร่างกายเป็นการเริ่มต้นใหม่หมด
ภิกษุณีนิรามิสา ยังบอกด้วยว่า ประเทศเวียดนามมีการยอมรับความเป็นภิกษุณีมานานแล้ว เนื่องจากประเทศเวียดนามเป็นนิกายมหายาน จึงมีประเพณีบวชภิกษุณี โดยทุกครั้งที่ติดตามไปเวียดนามกับหลวงพ่อติช นัท ฮัทห์ ก็จะมีนักบวชผู้หญิงมาร่วมต้อนรับเป็นร้อยเป็นพัน มีทั้งหลวงย่า หลวงพี่มากมาย ดังนั้น ธรรมเนียมมหายานจะมีการบวชภิกษุณีทุกปี <TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="100%" bgColor=#ff9900 border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#ffcc66>
ความรู้สึกของผู้เป็นแม่...เมื่อลูกสาวได้บวช
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/04.jpg
นางสุวารี พันธจารุนิธิ โยมแม่ของภิกษุณีนิรามิสา กล่าวว่า ครอบครัวมีลูกทั้งหมด ๔ คน ภิกษุณีนิรามิสาเป็นคนที่ ๓ ชีวิตฆราวาสของท่านก่อนบวชพี่สาวก็จะพาไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ ในใจคิดว่าคนที่น่าจะบวชเป็นภิกษุณีควรจะเป็นพี่สาวมากกว่า เพราะคนนี้ชอบเข้าวัด แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ตัดสินใจบวชกลายเป็นน้องสาว ทำให้ทุกคนในครอบครัวแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่คิดว่าท่านจะตัดสินใจเดินเข้าหาพระธรรมด้วยใจที่แน่วแน่ ครั้งแรกที่ท่านตัดสินใจบวชเป็นภิกษุณีไม่เห็นด้วยเลย มีความรู้สึกว่ามันเร็วไปในฐานะผู้เป็นแม่ ส่งผลให้โยมพ่อโกรธอยู่สองปี แต่ในที่สุดโยมพ่อก็เข้าใจ ในทางกลับกันสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับโยมพ่อเป็นอย่างยิ่ง มาวันนี้ความเป็นโยมแม่ ที่ชอบทำบุญอยู่แล้วได้ลูกสาวบวช เป็นภิกษุณีก็ขออนุโมทนาบุญอันนี้ด้วย "วันนี้เห็นท่านภิกษุณีแล้วก็รู้สึกปลื้มใจ ที่ท่านจะได้ช่วยบำรุงพระพุทธศาสนา ทำให้ทุกวันนี้หากท่านภิกษุณีนิรามิสาเดินทางมาเมืองไทย ไม่ว่าจะไปตรงไหน โยมพ่อกับโยมแม่ก็ต้องตามไปฟังธรรมะของท่านทุกแห่ง เรามาเราก็อยากเห็นท่าน เห็นความสง่างามของความเป็นภิกษุณีที่บริสุทธิ์" นางสุวารีกล่าว
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึกวันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2548
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/01.jpg
หลังจาก รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ ออกบวช ครองจีวรเหมือนกับพระภิกษุ เป็นภาพ โดนใจ ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนา จะเป็นนักบวชไม่น้อย เสียงโจษจันวิพากย์วิจารณ์ หนาหู ทั้งรุนแรงเป็นเชิงลบ และทั้งชื่นชม การบวชของ ธัมมนันทา เป็นการเปิดประตู ให้เห็นภาพอีกภาพหนึ่งของความเป็นไปได้ ในการดำเนินชีวิตทางธรรมของลูกผู้หญิง
สตรีชาวไทยไปบวชในต่างประเทศนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นต้นมา นับตั้งแต่ ภิกษุณี วรมัย กบิลสิงห์ มารดาของ ดร.ฉัตรสุมาลย์ เองก็ตาม นอกจากนี้ก็ยังมีภิกษุณีชาวไทยอีกจำนวนหนึ่งที่บวชมาจากไต้หวัน แต่สังคมไทยไม่รู้จัก จึงไม่เป็นข่าว
"ภิกษุณีนิรามิสา" ซึ่งมีชื่อและนามสกุลจริงว่า "สมพร พันธจารุนิธิ" เป็นผู้หญิงไทยอีกคนหนึ่ง ที่บวชเป็นพระผู้หญิงมานานถึง ๘ ปี แล้ว โดยบวชกับหลวงพ่อติช นัท ฮันห์ พระชาวเวียดนามที่ไปเผยแผ่พุทธศาสนาอยู่ในเยอรมันนี
เมื่อบวชแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดพลัม ชุมชนแห่งการภาวนา ในประเทศฝรั่งเศส
ภิกษุณีนิรามิสา เล่าว่า ก่อนบวชนั้นเป็นนักศึกษาพยาบาลและนักกิจกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากเรียนจบจบถูกส่งไปเป็นพยาบาลประจำค่ายผู้อพยพในชลบุรี จากนั้นได้ทุนเรียนต่อระดับปริญญาโททางด้านการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบก็ทำงานอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นองค์กรที่รับทุนจากองค์กรช่วยเหลือผู้หญิง เด็กชนกลุ่มน้อย และคนชนบทในท้องถิ่นทุรกันดาร
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/02.jpg
ระหว่างที่ทำงานอยู่นั้นมีความรู้สึกเหนื่อย อยากพัก ขณะเดียวกันก็อยากศึกษา พุทธศาสนาเป็นอย่างไรบ้างในแถบนั้น จึงได้วางแผนไปเที่ยว ศูนย์ปฏิบัติธรรมต่างๆ ในหลายประเทศ จนไปพบกับหลวงพ่อติช นัท ฮันห์ที่เยอรมณี ซึ่งท่านเป็นพระรุ่นใหม่ที่มีหัวทันสมัย กระตือรือร้นในกิจกรรมด้านศาสนา ในที่สุดก็ตัดสินใจบวชเมื่อตอนอายุ ๓๖ ปี ถึงวันนี้ได้บวชมาแล้วเป็นเวลา ๘ ปี
"เมื่อครั้งที่ตัดสินใจบวชก็มีความอึดอัดอยู่บ้างแต่ไม่มาก เพราะเรารู้แล้วว่าเราไปดี เรากำลังอยู่ในหนทางที่ฝึกปฏิบัติจนสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่าง หรือปลงความคิดบางอย่างในตัวเราที่มีอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเวลาที่ตัดสินใจบวชก็มีครอบครัวแล้ว ประกอบกับไม่มีบุตร โยมสามีก็มีความเข้าใจ ไม่ได้คัดค้านการบวชของเรา มาวันนี้ก็เลยกลายมาเป็นเสมือนเพื่อนพี่น้องไปแล้ว" ภิกษุณีนิรามิสา กล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า
ครั้งแรกการตัดสินใจบวช ครอบครัวไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะโยมพ่อ (สุพจน์ พันธจารุนิธิ) กับโยมแม่ (สุวารี พันธจารุนิธิ) ที่ท่านยอมรับไม่ได้กับการตัดสินใจในการบวช หลายคนถามว่า ไม่ห่วงโยมพ่อโยมแม่หรืออย่างไร ในตอนนั้นอยากจะบอกว่า เพราะห่วงโยมพ่อโยมแม่ถึงได้ตัดสินใจบวช เพราะรู้ว่าบวชแล้วจะช่วยให้ท่านได้มากกว่า การบวชทำให้เรามีพื้นฐานทางด้านจิตวิญญาณ เรามีความเข้าใจในการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจริงๆ สามารถที่จะเปลี่ยนตัวเรามีประสบการณ์ที่จะช่วยโยมพ่อโยมแม่ได้มากขึ้น
หลังจากบวชได้ไปจำพรรษา อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส หากวัดระยะทางที่โยมพ่อโยมแม่อยู่เมืองไทย ก็ดูว่าไกลเหลือเกิน แต่อำนาจพลังแห่งความสุข หรือคนไทยจะเรียกว่าบุญบารมีจากการฝึกปฏิบัตินั่นก็คืออานิสงส์สามารถรับรู้ถึงกันได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเครื่องบิน โยมพ่อโยมแม่ก็ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากพลังอำนาจเหล่านั้นได้
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/03.jpg
"ชีวิตเราก็รับสายฝนแสงแดดเหมือนกัน ใบไม้กับเราก็เป็นพี่น้องกัน ทำให้เราไม่อยากทำลายธรรมชาติ เพราะเราเชื่อมอยู่ด้วยกัน ทำให้เรารู้สึกง่ายมากที่จะปล่อยสิ่งที่ไม่เป็นสาระกับชีวิตเรา ชีวิตนักบวชเหมือนกับการเดินทางไปสู่อิสระ วันปลงผมบวช ยิ่งมีความรู้สึกอิสระมาก ตอนปลงเราตั้งมั่น ตั้งปณิธานว่า เราจะปลงกิเลสทั้งปวงเพื่อที่เราจะเปลี่ยนแปลงภายใน เพื่อที่เราจะไปช่วยคนอื่นได้ คือ เหมือนอุทิศชีวิตที่จะปลงแล้วไปช่วยชีวิตอื่น เป็นการนำความสุขมให้มวลมนุษย์" นี่เป็นคำอธิษฐานระหว่างบวช
ภิกษุณีนิรามิสา กล่าวต่อว่า ความเป็นสัจธรรมของมนุษย์หาได้จากการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้สอนไว้กว่าสองพันกว่าห้าร้อยปีแล้ว และก็เป็นคำสอนธรรมะที่ให้เราศึกษา เพื่อให้เราอยู่กับปัจจุบัน โดยมีลมหายใจเป็นตัวเชื่อมให้รับรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ ให้กายและใจอยู่ตรงนี้ แล้วเราจะได้พบกับสัจธรรมที่ให้เรากลับมาอยู่กลับปัจจุบันนั่นเอง
ความทุกข์ที่กลายเป็นความสุข ยิ่งเป็นความสุขกว่าการได้สัมผัสความงาม ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากในอดีตก็ดี หรือว่าในปัจจุบันจากการปฏิสัมพันธ์จากพี่ๆ น้องๆ ในหมู่บ้านพลัม ทุกครั้งผ่านไปได้อย่างมีวิธี อย่างมีกุศโลบายในการปฏิบัติ เวลาผ่านไปเข้าสู่ปีที่ ๘ กับการบวชเหมือนรู้สึกว่าได้เกิดใหม่ ขณะเดียวกันทุกอย่างในร่างกายเป็นการเริ่มต้นใหม่หมด
ภิกษุณีนิรามิสา ยังบอกด้วยว่า ประเทศเวียดนามมีการยอมรับความเป็นภิกษุณีมานานแล้ว เนื่องจากประเทศเวียดนามเป็นนิกายมหายาน จึงมีประเพณีบวชภิกษุณี โดยทุกครั้งที่ติดตามไปเวียดนามกับหลวงพ่อติช นัท ฮัทห์ ก็จะมีนักบวชผู้หญิงมาร่วมต้อนรับเป็นร้อยเป็นพัน มีทั้งหลวงย่า หลวงพี่มากมาย ดังนั้น ธรรมเนียมมหายานจะมีการบวชภิกษุณีทุกปี <TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="100%" bgColor=#ff9900 border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#ffcc66>
ความรู้สึกของผู้เป็นแม่...เมื่อลูกสาวได้บวช
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/08/17/images/04.jpg
นางสุวารี พันธจารุนิธิ โยมแม่ของภิกษุณีนิรามิสา กล่าวว่า ครอบครัวมีลูกทั้งหมด ๔ คน ภิกษุณีนิรามิสาเป็นคนที่ ๓ ชีวิตฆราวาสของท่านก่อนบวชพี่สาวก็จะพาไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ ในใจคิดว่าคนที่น่าจะบวชเป็นภิกษุณีควรจะเป็นพี่สาวมากกว่า เพราะคนนี้ชอบเข้าวัด แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ตัดสินใจบวชกลายเป็นน้องสาว ทำให้ทุกคนในครอบครัวแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่คิดว่าท่านจะตัดสินใจเดินเข้าหาพระธรรมด้วยใจที่แน่วแน่ ครั้งแรกที่ท่านตัดสินใจบวชเป็นภิกษุณีไม่เห็นด้วยเลย มีความรู้สึกว่ามันเร็วไปในฐานะผู้เป็นแม่ ส่งผลให้โยมพ่อโกรธอยู่สองปี แต่ในที่สุดโยมพ่อก็เข้าใจ ในทางกลับกันสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับโยมพ่อเป็นอย่างยิ่ง มาวันนี้ความเป็นโยมแม่ ที่ชอบทำบุญอยู่แล้วได้ลูกสาวบวช เป็นภิกษุณีก็ขออนุโมทนาบุญอันนี้ด้วย "วันนี้เห็นท่านภิกษุณีแล้วก็รู้สึกปลื้มใจ ที่ท่านจะได้ช่วยบำรุงพระพุทธศาสนา ทำให้ทุกวันนี้หากท่านภิกษุณีนิรามิสาเดินทางมาเมืองไทย ไม่ว่าจะไปตรงไหน โยมพ่อกับโยมแม่ก็ต้องตามไปฟังธรรมะของท่านทุกแห่ง เรามาเราก็อยากเห็นท่าน เห็นความสง่างามของความเป็นภิกษุณีที่บริสุทธิ์" นางสุวารีกล่าว
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึกวันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2548