evol
17-08-2005, 01:08 AM
กระผมนายกรชาล เขียวหวานครับ ก่อนอื่นขอเล่าท้าวความเล่นๆ ก่อนนะครับ ทำความรู้จักตัวผมกันก่อน
คือว่าก่อนที่ผมจะมีความต้องการสร้างพระนะครับ ผมได้ฝันว่าได้ต้อนรับคนนุ่งขาวห่มขาวที่บ้านผม ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมรอบๆ บ้านและในบ้านเต็มไปหมดครับ
และอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เยอะกว่าครั้งแรก ปักกลดล้อมบ้านและบนชั้น 1 ชั้น 2 ด้วย บนชั้น 2 นี้ผมได้ต้อนรับพระสงฆ์ด้วยรูปหนึ่ง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเป็นความฝัน
แต่หลังจากนั้นมาไม่นานมากผมก็มีความคิดที่ต้องการสร้างพระประธานโบสถ์อย่างมาก และตั้งใจว่าในชีวิตนี้จะสร้างสักองค์หนึ่ง
แต่หลังจากได้อ่านได้ร่วมอนุโมทนาทำบุญกับคุณโมฆบุรุษในการสร้างพระชำระหนี้สงฆ์ ความต้องการของผมก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก
ผมจึงได้เอ่ยปากบอกคนใกล้ชิดก็คุณแม่ผมนี่แหละ ก็จึงได้เริ่มอย่างปุปปัปทันที ทั้งที่ผมคิดว่าจะอีกนานหลายปีผมถึงจะเิริ่มทำ
เหมือนกับว่ามีสิ่งใดดลใจและชักนำให้ทุกอย่างดำเนินไป คล้ายๆ กับเมื่อตอนที่ผมจะบวชเลย
ตอนนั้นผมกำลังคิดว่าจะบวชดีหรือไม่ แต่ไปทางยังไม่อยากบวชมากกว่าเพราะยังเรียนไม่จบ
ผมฝันไปครับว่าผมได้ไปที่บ้านหลังหนึ่งยกชานเตื้ยๆ มีคนชุดขาวเต็มไปหมด เขาได้ให้ผมขึ้นไปบนบ้าน แล้วร้องขอให้ผมบวชเถอะ บวชเถอะ ผมยังบอกไปว่ายังไม่บวช ยังไม่อยากบวช
สักพักผมทนรบเร้าไม่ไหวจึงรับคำไปว่าจะบวช แล้วผมก็เดินลงจากบ้านมา ขณะเดินลงจากบ้าน ก็มีคนร้องว่าบวชแล้ว ๆ
ผมจึงนึกได้ว่าเป็นพระแล้วนะ จากนั้นใจผมก็กลายเป็นพระทันที แต่เครื่องแต่งกายคงเป็นชุดขาว จำได้ไม่ละเีอียดเพราะวูบตื่นพอดี
หลังจากความฝันครั้งนั้น ก็เพียงแค่ผมเอ่ยปากว่าจะบวชนะ ทุกอย่างก็เป็นไปเองอย่างปุปปัป ทั้งๆ ที่ในใจก็ยังลังเลไม่อยากบวชตอนนี้
เหมือนทุกอย่างถูกชักนำให้เป็นไปเอง เรื่อยๆ จนกระทั่งคืนก่อนบวชผมก็ยังคิดอยู่เลยว่า เฮ้ยนี่จะบวชแล้วหรือนี่ยังไม่เตรียมใจไม่ทันเลย
(เฮ่อ..ทำให้ผมยังเสียดายอยู่เลยว่ากำลังใจก่อนบวชไม่เต็ม แต่ขณะบวชดีมาก ถูกดึงดูดให้ไปอยู่ในที่สงบสงัดที่เชียงใหม่)
ครับนี่เป็นเพียงสองครั้งเท่านั้นที่ผมฝันถึงผู้คนในผ้าขาว ทั้งสองครั้งทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับที่ผมจะต้องทำบุญใหญ่ๆ
และหากไ่ม่ใช่ผมคิดมากไปเอง ระหว่างนี้ที่ผมตระเวนไปหาพระอาจารย์ทางภาคเหนือ อธิฐานจิตลงแผ่นเงิน
ที่จะนำไปผสมหล่อองค์พระ และระหว่างผมได้ขึ้นไปกราบพระธาตุต่างๆ จะมีฝนปรอยๆ ลงมาพักเดียวก็หยุด ทุกครั้ง รวมถึงพระบาทสี่รอยด้วย
มีเหตุอะไรทำให้ผมคิดมากหรือ ก็คือว่าผมเคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กันน่ะครับ คือระหว่างบวชก่อนหน้าที่จะสึกเล็กน้อย
ผมได้ขึ้นไปกราบพระธาตุดอยสุเทพ อากาศก็ครึ้มๆ แล้ว ทั้งๆ ที่เป็นหน้าร้อน ตอนปิดเทอม เมื่ออธิษฐานเสร็จ ขณะที่ก้มกราบครั้งที่ 3
ฟ้าได้ผ่าเหนือยอดพระธาตุ ก็บนหัวผมน่ะแหละจังหวะพอดีกันเลย ทำเอาผมขนลุกซู่เลย หลังจากนั้นฝนจึงตกลมกรรโชกแรงอยู่พักหนึ่ง
ผมอธิษฐานไว้ว่าอย่างนี้ครับ ขอให้ผมได้กลับมาบวชเป็นพระอย่างเต็มกำลังใจอีกครั้งหนึ่งและจะไม่สึกอีก
นั้นแหละครับทำให้ผมมีความผูกพันกับภาคเหนือขึ้นมา ทั้งๆ ที่ในชีวิตผมลงใต้ทุกปี ขึ้นเหนือเพียง 2 ครั้งเท่านั้นเอง
ก็เป็นอย่างนี้ละครับ กรุณาอย่าคิดเลยครับว่าผมจะอวดอ้างอะไร เลยครับ เพราะผมก็ไม่ได้แน่ใจตัวเองว่ามีดีอะไรเลย
สมาธิก็ไม่ได้เรื่อง จะไปพูดถึงเรื่องลึกๆ กว่านั้นยิ่งแย่ใหญ่ ผมแค่พยายามถือศีล 5 ให้เป็นปกติ ตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่เคยเต็มกำลังสักที
ก็ผมยังกินเหล้า ไล่ตียุง พูดเพ้อเจ้อ หยิบของในร้านค้าบ้านผมโดยไม่จ่ายจนแม่ว่าบ่อยๆ อยู่
แม้จะมีคนบอกว่าตัวผมมีเทพพรหมอยู่ และชวนผมให้พยายามเข้าวัด หรือสำนักสงฆ์ปฏิบัติบ่อยๆ ผมก็ยังไม่แน่ใจเลย
(เขาเจอผมกับน้าตอนเดินขึ้นเขาไปกราบพระบรมธาตุบนเขาที่กาญจนบุรี เขาบอกน้าผมมา ผมมารู้ทีหลังครับ เขากับน้าลงมาก่อน
เพราะตอนผมจะขึ้นถึงยอดเขาที่ตั้งของพระเจดีย์ ฝนก็ปรอยลงมาสักพักเหมือนกันครับ )
สรุปว่า ผมแน่ใจว่าผมเองยังดีไม่พอครับ ขาดอีกเยอะ ไม่สามารถอวดอ้างกับใครได้หรอกครับ
ถ้าจะคิดว่ามีเทพพรหมอยู่กับตัว ก็เป็นในทางที่ว่าเพราะท่านมาช่วยดูแลรักษาคนที่จะทำบุญใหญ่ทุกคนน่ะแหละ
ที่ผมเล่าก็เพื่อจะบอกให้ทุกท่านทราบว่าเหตุการณ์ที่ผมคิดเป็นเรื่องเป็นราวไปเองข้างต้นนั้น ทำให้การสร้างพระครั้งนี้ผมมีศรัธามากครับ
ต้องการให้สำเร็จเป็นบุญจริงๆ ไม่แจกซองกำหนดกะเกณฑ์ใครๆ อาศัยบอกบุญไปเรื่อยๆ ใครทำเท่าไรก็เท่านั้น
ผมเองก็ไม่มีเงินมาก (ผมได้แค่ห้าพันต่อเดือน) แต่ก็ไม่อยากให้ใครบ่นกับการสร้างบุญในครั้งนี้
แม้ใจผมต้องการสร้างพระขนาด 4 ศอก
เพื่อให้สมกับเป็นพระประธานที่จะประดิษฐาน
ในพระอุโบสถ แต่แม่กับผมดูแล้วว่าคงจะไม่ไหว เพราะต้องปิดทองฝังเพชรด้วย และราคาที่โรงหล่อจะยอมไม่ขยับให้ก็ถึงแค่เดือนตุลาเท่านั้น
คือว่าก่อนที่ผมจะมีความต้องการสร้างพระนะครับ ผมได้ฝันว่าได้ต้อนรับคนนุ่งขาวห่มขาวที่บ้านผม ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมรอบๆ บ้านและในบ้านเต็มไปหมดครับ
และอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เยอะกว่าครั้งแรก ปักกลดล้อมบ้านและบนชั้น 1 ชั้น 2 ด้วย บนชั้น 2 นี้ผมได้ต้อนรับพระสงฆ์ด้วยรูปหนึ่ง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเป็นความฝัน
แต่หลังจากนั้นมาไม่นานมากผมก็มีความคิดที่ต้องการสร้างพระประธานโบสถ์อย่างมาก และตั้งใจว่าในชีวิตนี้จะสร้างสักองค์หนึ่ง
แต่หลังจากได้อ่านได้ร่วมอนุโมทนาทำบุญกับคุณโมฆบุรุษในการสร้างพระชำระหนี้สงฆ์ ความต้องการของผมก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก
ผมจึงได้เอ่ยปากบอกคนใกล้ชิดก็คุณแม่ผมนี่แหละ ก็จึงได้เริ่มอย่างปุปปัปทันที ทั้งที่ผมคิดว่าจะอีกนานหลายปีผมถึงจะเิริ่มทำ
เหมือนกับว่ามีสิ่งใดดลใจและชักนำให้ทุกอย่างดำเนินไป คล้ายๆ กับเมื่อตอนที่ผมจะบวชเลย
ตอนนั้นผมกำลังคิดว่าจะบวชดีหรือไม่ แต่ไปทางยังไม่อยากบวชมากกว่าเพราะยังเรียนไม่จบ
ผมฝันไปครับว่าผมได้ไปที่บ้านหลังหนึ่งยกชานเตื้ยๆ มีคนชุดขาวเต็มไปหมด เขาได้ให้ผมขึ้นไปบนบ้าน แล้วร้องขอให้ผมบวชเถอะ บวชเถอะ ผมยังบอกไปว่ายังไม่บวช ยังไม่อยากบวช
สักพักผมทนรบเร้าไม่ไหวจึงรับคำไปว่าจะบวช แล้วผมก็เดินลงจากบ้านมา ขณะเดินลงจากบ้าน ก็มีคนร้องว่าบวชแล้ว ๆ
ผมจึงนึกได้ว่าเป็นพระแล้วนะ จากนั้นใจผมก็กลายเป็นพระทันที แต่เครื่องแต่งกายคงเป็นชุดขาว จำได้ไม่ละเีอียดเพราะวูบตื่นพอดี
หลังจากความฝันครั้งนั้น ก็เพียงแค่ผมเอ่ยปากว่าจะบวชนะ ทุกอย่างก็เป็นไปเองอย่างปุปปัป ทั้งๆ ที่ในใจก็ยังลังเลไม่อยากบวชตอนนี้
เหมือนทุกอย่างถูกชักนำให้เป็นไปเอง เรื่อยๆ จนกระทั่งคืนก่อนบวชผมก็ยังคิดอยู่เลยว่า เฮ้ยนี่จะบวชแล้วหรือนี่ยังไม่เตรียมใจไม่ทันเลย
(เฮ่อ..ทำให้ผมยังเสียดายอยู่เลยว่ากำลังใจก่อนบวชไม่เต็ม แต่ขณะบวชดีมาก ถูกดึงดูดให้ไปอยู่ในที่สงบสงัดที่เชียงใหม่)
ครับนี่เป็นเพียงสองครั้งเท่านั้นที่ผมฝันถึงผู้คนในผ้าขาว ทั้งสองครั้งทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับที่ผมจะต้องทำบุญใหญ่ๆ
และหากไ่ม่ใช่ผมคิดมากไปเอง ระหว่างนี้ที่ผมตระเวนไปหาพระอาจารย์ทางภาคเหนือ อธิฐานจิตลงแผ่นเงิน
ที่จะนำไปผสมหล่อองค์พระ และระหว่างผมได้ขึ้นไปกราบพระธาตุต่างๆ จะมีฝนปรอยๆ ลงมาพักเดียวก็หยุด ทุกครั้ง รวมถึงพระบาทสี่รอยด้วย
มีเหตุอะไรทำให้ผมคิดมากหรือ ก็คือว่าผมเคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กันน่ะครับ คือระหว่างบวชก่อนหน้าที่จะสึกเล็กน้อย
ผมได้ขึ้นไปกราบพระธาตุดอยสุเทพ อากาศก็ครึ้มๆ แล้ว ทั้งๆ ที่เป็นหน้าร้อน ตอนปิดเทอม เมื่ออธิษฐานเสร็จ ขณะที่ก้มกราบครั้งที่ 3
ฟ้าได้ผ่าเหนือยอดพระธาตุ ก็บนหัวผมน่ะแหละจังหวะพอดีกันเลย ทำเอาผมขนลุกซู่เลย หลังจากนั้นฝนจึงตกลมกรรโชกแรงอยู่พักหนึ่ง
ผมอธิษฐานไว้ว่าอย่างนี้ครับ ขอให้ผมได้กลับมาบวชเป็นพระอย่างเต็มกำลังใจอีกครั้งหนึ่งและจะไม่สึกอีก
นั้นแหละครับทำให้ผมมีความผูกพันกับภาคเหนือขึ้นมา ทั้งๆ ที่ในชีวิตผมลงใต้ทุกปี ขึ้นเหนือเพียง 2 ครั้งเท่านั้นเอง
ก็เป็นอย่างนี้ละครับ กรุณาอย่าคิดเลยครับว่าผมจะอวดอ้างอะไร เลยครับ เพราะผมก็ไม่ได้แน่ใจตัวเองว่ามีดีอะไรเลย
สมาธิก็ไม่ได้เรื่อง จะไปพูดถึงเรื่องลึกๆ กว่านั้นยิ่งแย่ใหญ่ ผมแค่พยายามถือศีล 5 ให้เป็นปกติ ตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่เคยเต็มกำลังสักที
ก็ผมยังกินเหล้า ไล่ตียุง พูดเพ้อเจ้อ หยิบของในร้านค้าบ้านผมโดยไม่จ่ายจนแม่ว่าบ่อยๆ อยู่
แม้จะมีคนบอกว่าตัวผมมีเทพพรหมอยู่ และชวนผมให้พยายามเข้าวัด หรือสำนักสงฆ์ปฏิบัติบ่อยๆ ผมก็ยังไม่แน่ใจเลย
(เขาเจอผมกับน้าตอนเดินขึ้นเขาไปกราบพระบรมธาตุบนเขาที่กาญจนบุรี เขาบอกน้าผมมา ผมมารู้ทีหลังครับ เขากับน้าลงมาก่อน
เพราะตอนผมจะขึ้นถึงยอดเขาที่ตั้งของพระเจดีย์ ฝนก็ปรอยลงมาสักพักเหมือนกันครับ )
สรุปว่า ผมแน่ใจว่าผมเองยังดีไม่พอครับ ขาดอีกเยอะ ไม่สามารถอวดอ้างกับใครได้หรอกครับ
ถ้าจะคิดว่ามีเทพพรหมอยู่กับตัว ก็เป็นในทางที่ว่าเพราะท่านมาช่วยดูแลรักษาคนที่จะทำบุญใหญ่ทุกคนน่ะแหละ
ที่ผมเล่าก็เพื่อจะบอกให้ทุกท่านทราบว่าเหตุการณ์ที่ผมคิดเป็นเรื่องเป็นราวไปเองข้างต้นนั้น ทำให้การสร้างพระครั้งนี้ผมมีศรัธามากครับ
ต้องการให้สำเร็จเป็นบุญจริงๆ ไม่แจกซองกำหนดกะเกณฑ์ใครๆ อาศัยบอกบุญไปเรื่อยๆ ใครทำเท่าไรก็เท่านั้น
ผมเองก็ไม่มีเงินมาก (ผมได้แค่ห้าพันต่อเดือน) แต่ก็ไม่อยากให้ใครบ่นกับการสร้างบุญในครั้งนี้
แม้ใจผมต้องการสร้างพระขนาด 4 ศอก
เพื่อให้สมกับเป็นพระประธานที่จะประดิษฐาน
ในพระอุโบสถ แต่แม่กับผมดูแล้วว่าคงจะไม่ไหว เพราะต้องปิดทองฝังเพชรด้วย และราคาที่โรงหล่อจะยอมไม่ขยับให้ก็ถึงแค่เดือนตุลาเท่านั้น