PDA

View Full Version : ขอเชิญผู้ใจบุญร่วมเป็นเจ้าภาพซ่อมพระประธานวัดท้ายดอน


หน้า : [1] 2

ahhaboy
10-05-2008, 10:29 AM
http://board.palungjit.com//attachment.php?attachmentid=321190&stc=1&d=1210392797http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321191&stc=1&d=1210392797
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321192&stc=1&d=1210392797http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321193&stc=1&d=1210392797
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321194&stc=1&d=1210392797http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321195&stc=1&d=1210392797

ขณะนี้งานกฐินวัดท้ายดอนปี ๒๕๕๑ เสร็จสิ้นพร้อมกับการซ่อมพระเพื่อถวายใ็นงานกฐินด้วยครับ
ใครที่ทำบุญไม่ทัน ก็อนุโมทนาด้วยกันนะครับ

สำหรับภาพในวันงานกรุณาคลิกไปดูหน้าที่ ๑๒ ครับ...
<o></o><!--[if !supportLineBreakNewLine]--> <!--[endif]-->

ahhaboy
10-05-2008, 10:46 AM
ประวัติวัดราษฎร์ศรัทธา
โดย ประมน ชูศรี เขียนเมื่อ พ.ศ. 2528

ผมผู้เขียนคิดว่า เราควรที่จะมาทำความคุ้นเคยรู้จักกับ “วัดราษฎร์ศรัทธา” หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากมาจนทุกวันนี้ว่า “วัดท้ายดอน” อยู่ในเขตพื้นที่ของ ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างมานาน ประมาณอายุเท่าที่ผู้เขียนได้สอบถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่เชื่อถือได้ ยืนยันว่าสร้างมาอย่างน้อยไม่ต่ำ 130 ปี ทั้งนี้เพราะพบหลักฐานที่เชื่อถือได้คือสิ่งปรักหักพังต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์พระพุทธรูปบูชาที่เป็นปูน ซึ่งขุดพบได้บริเวณเขตวัดเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งเป็นศิลปะสมัยโบราณ โดยเฉพาะเมื่อสมัยก่อนในละแวกบ้านแสนสุขนั้น มีวัดอยู่เพียงแค่ 2 วัดเท่านั้น คือวัดเก่าโบราณ ซึ่งทุกวันนี้ ใช้เป็นที่ศึกษาพระธรรมวินัยของท่านอาจารย์โท้กับ วัดสวนตาล หรือวัดตาลล้อมในปัจจุบันนี้นั่นเอง สภาพของพื้นที่เป็นบริเวณป่า การคมนาคมไปมาไม่ค่อยจะสะดวก เนื่องจากถนนหนทางยังไม่มี ต้องเดินกันตามป่า ไม่สะดวกแกชาวบ้านที่จะไปประกอบกิจบุญกุศลตามวัดในหน้าเทศกาล จึงมีผู้คิดดำริที่จะสร้างวัดขึ้นมาใหม่ โดยดำริที่จะสร้างให้อยู่ใกล้หมู่บ้าน เพื่อประชาชนชาวบ้านจะได้ไปมาสะดวก พอดีกับที่ตาไทกับนางสมบูรณ์ ได้มีจิตศรัทธาถวายที่ดินเป็นธรณีสงฆ์ และได้มอบให้หลวงพ่อจ้อยร่วมกับชาวบ้านเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นมา โดยตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดท้ายดอน” ต่อมาสมัยของหลวงพ่อแย้ม จึงมีนายอ่วมกับราษฎร ได้ทำรายงานกราบบังคมทูลพระกรุณาขอเป็นวิสุงคามสีมา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม รัตนโกสินทร์ ศก 112 พระพุทธศาสนกาล 2446 นามว่า “วัดราษฎร์ศรัทธา” ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีหลวงพ่อจ้อย เป็นพระองค์แรกที่มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดไม่ปรากฏ หลวงพ่อจ้อยจึงได้สึกออกไป พอขาดเจ้าอาวาส ชาวบ้านจึงได้ไปนิมนต์หลวงพ่อแย้มซึ่งท่านเป็นคนตะวันตก ให้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ช่วงนี้ไม่มีเหตุการณ์อะไร จนกระทั่งได้เปลี่ยนเจ้าอาวาสวัดใหม่ เป็นขรัวตาหลง ซึ่งตามประวัติว่าเป็นหมอกลางบ้าน แต่ก็อยู่ไม่ได้นาน ชาวบ้านต้องนิมนต์หลวงพ่อจากที่ต่าง ๆ มาเป็นเจ้าอาวาสวัดอีกหลายองค์ ซึ่งแต่ละองค์ที่มาเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ศรัทธา ก็อยู่กันไม่ค่อยทนต้องมีเหตุให้สึกไปบ้างหนีไปบ้างเป็นอยู่ประจำจนชาวบ้านต่างพากันกล่าวว่า “วัดราษฎร์ศรัทธา” เป็นวัดที่มีอาถรรพ์แรงใครมาอยู่ถึงอยู่ไม่ค่อยจะได้จนกระทั่งมาสมัยท่านขรัวตามากเป็นเจ้าอาวาส จึงได้มีโครงการสร้างโบสถ์ขึ้นมา แต่ก็สร้างยังไม่สำเร็จ เพราะท่านได้มรณภาพเสียก่อน ซึ่งระยะนี้ท่านอาจารย์พูน (พระครูพิพัฒน์ศีลคุณ) ได้มาจำพรรษาเป็นพรรษาแรกที่วัดราษฎร์ศรัทธา แต่ท่านก็อยู่จำพรรษาได้เพียง 3 พรรษาเท่านั้น เนื่องจากขณะนั้นวัดสวนตาล (วัดตาลล้อม) เกิดจะร้างขึ้นมาเพราะไม่มีพระจำพรรษาเลย ท่านเจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดในสมัยนั้นจึงได้นิมนต์ท่านไปเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดสวนตาลเสีย ชาวบ้านจึงต้องไปนิมนต์อาจารย์โต มาเป็นเจ้าอาวาสวัดแทน
ช่วงระยะสมัยอาจารย์โตนี้ ท่านได้สร้างกุฏิไว้หลายหลัง แต่โบสถ์ก็ยังสร้างไม่แล้วเสร็จอยู่นั่นเอง และไม่ทราบว่าเพราะเหตุอันใดไม่ปรากฏ ทำให้อาจารย์โตต้องสึกออกไปอีก ชาวบ้านจึงต้องไปนิมนต์ท่านพระครูประดิษฐถาวรกรรม (อาจารย์ประดิษฐ) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลแสนสุขอยู่สมัยนั้น มารักษาการณ์เป็นเจ้าอาวาสวัดสืบต่อ จึงดำเนินการสร้างโบสถ์จนสำเร็จได้ โดยมีตาชดเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ ในการสร้างโบสถ์นี้ แต่เดิมโบสถ์หลังนี้ก่อสร้างด้วยการนำเอากระดานมาทำพื้นและฝาโบสถ์ก็ขัดด้วยไม้ระกำเท่านั้น จนถึง พ.ศ. 2493 พระชลธารธรรมวาที อดีตเจ้าเมืองชลบุรีนั้น ได้จัดตั้งให้พระสมุห์ยิ่ง สุมโน (พระครูนิวิฐสารคุณ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน) มารักษาการณ์และเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ ทำให้ “วัดราษฎร์ศรัทธา” เริ่มการเปลี่ยนแปลงโฉมรูปพัฒนาขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ทั้งนี้เพราะได้เจ้าอาวาสวัดที่รู้จักการรับผิดชอบและเข้าใจสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ “วัดราษฎร์ศรัทธา” เป็นที่รู้จักของชาวบ้านทั่วไปไม่ว่าใกล้ ไกล และมีพร้อมทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเมรุเผาศพ ราคา 3 ล้านบาทเศษ โรงเรียนขนาดตึก 2 ชั้น 16 ห้องเรียน ซุ้มประตูเข้าวัดที่สวยที่สุดในภาคนี้และสิ่งของเครื่องใช้ที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งหาน้อยนักที่วัดอื่น ๆ จะมี แต่ “วัดราษฎร์ศรัทธา” มีอยู่แล้ว ทั้งนี้เพราะเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้สร้างสมเอาไว้ให้ จึงนับเป็นบุญของพี่น้องชาวตำบลเหมืองทุกคน ที่มีเจ้าอาวาสวัดที่เก่งด้านพัฒนา แล้วยังงี้ ใครยังว่า “คนตำบลเหมือง” เป็นคนป่า ผมขอเถียง จริง ๆ พับผ่าซิเอ้า...







http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321198&stc=1&d=1210394249http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321199&stc=1&d=1210394249

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=325994&stc=1&d=1211100903http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=325995&stc=1&d=1211100903
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=330338&stc=1&d=1211605140
<o></o>

พระชยภัทร
10-05-2008, 01:57 PM
ไม่ทราบว่าอาตมาจะส่งพระบรมสารีริกธาตุไปร่วมบรรจุที่องค์พระประธานได้หรือเปล่าพร้อมกันนี้ อาตมาจะส่งพระธาตุของพระโมคคัลลานะและพระธาตุพระสารีบุตร ไปร่วมบรรจุที่องค์พระโมคคัลลานะ-พระสารีบุตร ด้วย

อาตมาขออนุโมทนาบุญกับทางวัดด้วย สาธุ.....................

Mrs.Kim
11-05-2008, 04:11 AM
สนใจร่วมทำบุญด้วยค่ะเพราะไม่ไกลบ้านมากขอไปทำที่วัดเลยนะค่ะ
ถ้ามาทำบุญวัดท้ายดอนกันแล้วก็เลยมาทำบุญที่วัดเนินฯต่อเลยนะค่ะ
เพราะอยู่ห่างกันไม่มากเท่าไหร่ค่ะดูรายละเอียดจากลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=127726

ขออนุโมทนา สาธุ บุญกับทุกท่านที่ร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วยค่ะ<!-- / message -->
<!-- / message -->

Mrs.Kim
11-05-2008, 05:19 AM
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่งด้วยนะค่ะ
เพราะอยู่ห่างกันไม่เท่าไหร่เผื่อใครสนใจจะเลยมาทำบุญค่ะ

http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1185697#post1185697

ahhaboy
12-05-2008, 03:21 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335885&stc=1&d=1212673821
คำปรารภ

งานฉลองสมณศักดิ์

เนื่องด้วย คณะศิษยานุศิษย์ ซึ่งมีนาย อรุณ เปล่งปลั่ง ประธานคณะศิษย์ พร้อมด้วย คณะกรรมการวัด ชมรมคนหนุ่มหนองมน ซึ่งมี คุณ<st1>ประมน ชูศรี</st1> และญาติโยมผู้เคารพในอาตมา ได้ร่วมกันจัดงานฉลองสมณศักดิ์ให้กับอาตมา เพื่อเสริมความดี ให้เป็นศักดิ์ศรีกับอาตมาในครั้งนี้ อาตมารู้สึกซาบซึ้งยินดี ในการเสริมความดีในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง และได้ขอให้อาตมาได้เขียนคำปรารภเป็นคำขวัญ อันเป็นการเสริมความตั้งใจดีของท่าน ทั้งเพื่อเป็นกำลังใจในการที่ท่านทั้งหลายได้จัดงานในครั้งนี้และจะได้เป็นกำลังใจที่จะได้ช่วยกันทำงานโดยพร้อมเพรียงให้เกิดความสามัคคีอีกทางหนึ่งด้วย เพราะงานที่เราทั้งหลายจะต้องจัดทำอันเป็นกิจส่วนรวมกันอีกมาก เพราะการทำงานอันเป็นงานส่วนรวมนั้น เราจะต้องเป็นผู้เสียสละกำลังกายกำลังความคิดและกำลังทรัพย์ที่เราทั้งหลายได้หามาด้วยความลำบากยากเข็น ดังนั้นนับว่าท่านทั้งหลายจะต้องเสียสละอย่างสูง จึงจะสามารถดำเนินงานให้สำเร็จไปได้ด้วยดี

การจัดทำหนังสือเพื่อเป็นอนุสรณ์ในงานแต่ละครั้งนั้น เท่ากับได้สร้างพื้นฐานของงานแต่ละชิ้นนั้น ก็เท่ากับเราได้สร้าง เกียรติประวัติ ไว้เป็นอนุสรณ์ ให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้ ได้เห็นในแนวทางที่ดี ดีที่บรรพชนของเราทั้งหลาย ได้สร้างชีวิตได้แนวทางที่ดีเอาเป็นแบบแปลนที่ดีได้

สิ่งที่เป็นอดีตคือพื้นฐาน ปัจจุบันคือการแก้ไขปรับปรุง อนาคตคือผลของปัจจุบัน

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พราหมฺโณ กมมฺนา วสโล โหติ พราหมฺโณ บุคคลจะเป็นคนเลวเพราะชาติ ก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะก็หาไม่(แต่) เป็นคนเลวแล้วเพราะกรรม (คือการกระทำ) เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะกรรม (คือการกระทำ)

ดังนั้นสู้หวังเป็นผู้ประเสริฐ ก็จงเลือกทำแต่กรรมดี จึงจะเป็นผลบวกทวีคูณ (ผู้หวังจะได้ดี จึงเลือกทำแต่กรรมดีเท่านั้น)

ดังนั้น ขอให้ทุกท่านประกอบแต่กรรมที่ดี จงทุก ๆ ท่านด้วยเทอญ.

พระครูนิวิฐสารคุณ
24 ก.ค. 28 เวลา 01.39 น.<o></o>

junior phumivat
13-05-2008, 07:17 AM
ขออนุโมทนากับทุกๆท่านครับ
ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลาย สมดังความปราถนาเถิด สาธุ สาธุ สาธุ

umatevie
15-05-2008, 03:14 PM
ขออุโมทนาด้วยนะจ้า

ลีลาวดี
15-05-2008, 04:50 PM
อนุโมทนาครับ

pharma5
16-05-2008, 07:54 AM
อนุโมทนาด้วยค่ะ

sucha49
16-05-2008, 10:54 AM
ร่วมทำบุญด้วยครับ 109 บาทในนามของ ครอบครัวสงวนวงษ์ทอง โอนเงินวันที่ 16/05/2551 เวลา 11:45 ครับ

noom_bua
16-05-2008, 11:36 AM
ขออนุโมทนาสาธุ ครับ

DITCE
16-05-2008, 11:36 AM
ร่วมทำบุญด้วยครับ 109 บาทในนามของ ครอบครัวสงวนวงษ์ทอง โอนเงินวันที่ 16/05/2551 เวลา 11:45 ครับ
อนุโมทนาด้วยครับ

นายจั๊บ
16-05-2008, 01:27 PM
อนุโมทนากับทุกท่านครับ

ธรรมวิวัฒน์
16-05-2008, 01:40 PM
อนุโมทนากับทุกท่านครับ

pharma5
16-05-2008, 01:41 PM
ร่วมทำบุญด้วยน่ะค่ะ ได้โอนเงินไปให้แล้ว 300 บาท วันที่ 16/05/51 เวลา 12:47 ค่ะ

DITCE
16-05-2008, 02:05 PM
ร่วมทำบุญด้วยน่ะค่ะ ได้โอนเงินไปให้แล้ว 300 บาท วันที่ 16/05/51 เวลา 12:47 ค่ะ
อนุโมทนาด้วยครับ

nonglucp
16-05-2008, 02:25 PM
อนุโมทนาค่ะ..และร่วมทำบุญไปแล้ว 200 บาท วันนี้(16 พ.ค. 51) 14.09 น. สาธุ..อิทัง ปัญญะ ผะลัง ข้าพเจ้าขออุทิศผลบุญนี้ให้กับเวปมาสเตอร์ และสมาชิกเวปพลังจิตทุกท่าน ขอให้ทุกท่านจงโมทนาส่วนกุศลนี้ และพึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้เถิด สาธุ..

sucha49
16-05-2008, 03:11 PM
ร่วมทำบุญในนาม จิรทีปต์ พงศ์สุรเชษฐ์ 99 บาทครับโอนเงินวันที่ 16/05/2551 เวลา 15:55 ครับ

comkung
16-05-2008, 08:55 PM
โอนเงินร่วมซ่อมพระประธาน พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ ให้แล้วนะครับ จำนวน 500 บาท และขออนุโมทนากับทุกๆท่านด้วยครับ

Mrs.Kim
17-05-2008, 04:25 AM
ช่วงนี้สุขภาพยังไม่แข็งแรงยังออกไปไหนมากไม่ได้
เลยยังไม่ได้ไปโอนเงินร่วมซ่อมพระประธานเลยค่ะ
ถ้าหากมีโอกาสจะรีบโอนเงินไปทำบุญด้วยนะค่ะ
ขออนุโมทนาสาธุ บุญกับทุกท่านที่ร่วมทำบุญด้วยนะค่ะ

Mrs.Kim
17-05-2008, 12:28 PM
วันนี้ข้าพเจ้านางนงลักษณ์ และนายเสรี วงษ์ทองเหลือได้โอนเงินผ่านตู้ATM
ไปร่วมทำบุญซ่อมพระประธานวัดท้ายดอน
ชื่อบัญชี พระธรรพ์ณธร ธมฺมทินฺโน
เลขที่บัญชี : 261-203241-1
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ
เป็นจำนวนเงิน 200 บาทแล้วนะค่ะ
ขออนุโมทนาสาธุ บุญกับทุกๆท่านด้วยนะค่ะ
<!-- / message --><!-- attachments -->

kong_sorakrit
17-05-2008, 03:32 PM
ขออนุโมทนาสาธุครับ

Mr.Kim
17-05-2008, 04:52 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=242528&stc=1&thumb=1&d=1195785464 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=242528&d=1195785464)

วันที่ 16 พฤษภาคม 2551 เวลา 22.56 ข้าพเจ้า นายเสรี วงษ์ทองเหลือ ได้โอนเงินจากตู้เอทีเอ็มไทยพาณิชย์ สาขาทุ่งโฮ้ง จ.แพร่ จำนวน 300 บาทเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ ชื่อบัญชี พระธรรพ์ณธร ธมฺมทินฺโน เลขที่บัญชี : 261-203241-1 เพื่อร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพซ่อมพระประธานรวมถึงหลวงพ่อพระสารีบุตร และหลวงพ่อพระโมคคัลลานะประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดราษฎร์ศรัทธา(ท้ายดอน) ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ

ISS.BANK DATE TIME LOCAT. SEQ.
SCB 160508 2256 5678 7159
TRANSFER
FROM A/C 2040855
TO A/C 2612032411
AMOUNT 300.00
FEE 20.00
...............................................................

ขอแม่พระธรณีจงเป็นพยานในการทำบุญนี้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลผลบุญทั้งหลายที่ได้ทำแก่พระรัตนตรัยทั้ง 3 สรณะสูงสุดแห่งชีวิตของข้าพเจ้า บิดามารดาทุกภพทุกชาติ ครูบาอาจารย์ทุกภพทุกชาติเทวดา 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน หมื่นโลกธาตุแสนโกฏิ พระเพลิง พระพาย แม่พระธรณีแม่พระคงคา แม่พระโพสพ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ญาติสนิทมิตรสหายทุกภพทุกชาติมนุษย์ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายภูมิอบายทั้ง 4 อันได้แก่ ภูมิสัตว์เดรัจฉานภูมิอสูรกาย ภูมิเปรต ภูมินรกขออานุภาพแห่งพระสงฆ์ได้ช่วยแปลสภาพบุญที่สัตว์ในอบายภูมิทั้ง 4 ให้ได้รับผลบุญในครั้งนี้ด้วยเจ้ากรรมและนายเวรทั้งหลายทั้งปวง (ขอเจ้ากรรมและนายเวรจงมาอนุโมทนาบุญ และอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ)ขอส่วนกุศลผลบุญทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้กระทำมานี้จงบันดาลที่ท่านที่ทุกข์ได้พ้นทุกข์ ท่านที่มีความสุข ได้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป ขอท่านทั้งหลายจงได้เจริญด้วยอายุวรรณะ สุขะ พละ ปณิธาน ธนสารสมบัติ รวมทั้งเป็นพลวะปัจจัย อุปนิสัยตามส่งให้ข้าพเจ้า และสัพพะทุกดวงวิญญาณในสังสารวัฏนี้ ได้พบกับพระพุทธศานาทุกภพทุกชาติเป็นมนุษย์ที่มีสัมมาทิฏฏิ หมั่นทำบุญทาน เพื่อสละความโลภ หมั่นรักษาศีลและเจริญพรหมวิหาร 4เพื่อระงับความโกรธ หมั่นเจริญภาวนา ทั้งสมถะและวิปัสสนากรรมฐานเพื่อกำจัดความหลง อวิชชาและอาสวะให้หมดไป ได้สำเร็จซึ่งมรรค 4 ผล 4 ตลอดจนได้เข้าถึงแดนทิพย์พระนิพพานบรมสุขกันทุกคนเทอญ รวมทั้งขอข้าพเจ้าได้บรรลุพระโพธิญาณ เป็นพระวิริยะธิกะพุทธเจ้าองค์หนึ่งเมื่อบุญบารมีถึงพร้อมแล้ว ตลอดจนถึงกาลเวลาอันสมควรแล้วด้วยเทอญ สาธุๆๆ
...........................................................................................

ขออนุโมทนา สาธุ ๆ ๆ กับทุกท่านที่ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพซ่อมพระประธานรวมถึงหลวงพ่อพระสารีบุตร และหลวงพ่อพระโมคคัลลานะ ที่ประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดราษฎร์ศรัทธา(ท้ายดอน) ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี นะครับ
.................................................................
นิพพานนะ ปัจจะโย โหตุ

ชวัลวิทย์พัทยา
17-05-2008, 11:14 PM
ผมอยู่ที่พัทยา อยากไปร่วมทำบุญที่วีด ไปยังงัยครับ

ahhaboy
18-05-2008, 12:17 AM
ผมอยู่ที่พัทยา อยากไปร่วมทำบุญที่วีด ไปยังงัยครับ
ถ้าผมไม่ผิดพลาดนะครับ วิ่งรถผ่านตลาดหนองมนไปทางศรีราชา พอผ่านตลาดหนองมนไปแล้ว ก็จะมองเห็นทางเข้าวัดอยู่ทางซ้ายมือครับ...โดยวัดจะอยู่ลึกลงไปอีกประมาณสักเกือบ ๆ กิโลหนึ่งเห็นจะได้ครับ เอาแบบคร่าว ๆ ก่อนนะครับ...
หากใครบอกได้ละเอียดกว่าผม มาช่วยอธิบาย ก็จะดีมากครับ...

Mrs.Kim
18-05-2008, 04:45 AM
ถ้ามาจากพัทยาให้ขับเลยบางพระมาแล้วเริ่มมองข้างขวานะค่ะ
วัดจะอยู่ก่อนไฟแดงที่จะมาหนองมน อยู่ก่อนวัดตาลล้อมนะค่ะ
หน้าทางเข้าจะมีป้ายแผ่นใหญ่มากเพราะเค้ากะลังจะมีงานค่ะ
ซุ้มทางเข้าวัดจะเขียนว่าวัดราษฏรศรัทธา(วัดทายดอน)หาไม่ยากค่ะ
เพราะหลังคาโบสถ์สีเขียวจะสูงมากมองเห็นแต่ไกลเลยค่ะ
ถ้าผ่านมาทางศรีราชาก็ขอเชิญร่วมทำบุญวัดนี้ด้วยนะค่ะ
รายละเอียดอยู่ในลิ้งค์ข้างล่างที่ส่งมาให้แล้วค่ะ
ขออนุโมทนาสาธุบุญในการทำบุญครั้งนี้ด้วยนะค่ะ

http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1185697#post1185697

Noppadontt
18-05-2008, 09:50 AM
ขออนุโมทนา แล้วจะร่วมทำบุญครับ

ธัญญ์นิธิ
18-05-2008, 09:08 PM
ขอทำบุญ ร่วมเป็นเจ้าภาพซ่อมพระประธานวัดท้ายดอน โดยได้ทำการโอนเงินจำนวน 200 บาท
เข้าบัญชี : ชื่อบัญชี พระธรรพ์ณธร ธมฺมทินฺโน
เลขที่บัญชี : 261-203241-1
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ

เมื่อวันที่ 18/05/2008 เวลา 21:11
โมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะครับ

@^น้ำใส^@
18-05-2008, 09:33 PM
อนุโมทนากับทุกท่านค่ะ ^-^

มหาหิน
19-05-2008, 09:01 AM
เนื่องในวันวิสาขบูชา อันเป็นวันเอก เป็นมหาวันสุดสำคัญของโลก

ขอกราบบูชาคุณแห่งพระรัตนตรัย

ขอน้อมนอบโมทนา สาธุการ ยินดี ในบุญราศี ของพวกเรา และพุทธบริษัท ทั้งหลาย ที่ได้ตั้งใจบำเพ็ญเพียรบารมี

เพื่อหนี เพื่อละ เพื่อเลิกคบ ในกิเลสโลภ โกรธ และ หลง
ด้วยความมีปัญญา มองเห็นผล มองเห็นอานิสงส์ มองเห็นอานุภาพของทาน ศีล และภาวนา

ขออำนาจแห่งบุญที่พวกเราทั้งหลาย ได้บำเพ็ญ ไว้ดีแล้ว ตั้งแต่ต้น ถึง ณ บัดนี้

ขอจงเป็นกำลังเป็นปัจจัย ให้พวกเราได้เข้าถึงพระนิพพาน ตามมโนปรารถนาอันดี

สำเร็จ สัมฤทธิ์ผล ในปัจจุบัน ทันชาติ ตามกำลังบุญบารมีของข้าพเจ้าทั้งหลาย

ด้วยเทอญ.

...................................................................................
<!-- / message --><!-- sig -->

ธรรมวิวัฒน์
19-05-2008, 01:41 PM
ขออนุโมทนาทั้งหมดทั้งมวลกับทุกท่านที่ร่วมทำบุญกันในงานบุญนี้โดยตลอดครับ สาธุ http://www.watthummuangna.com/board/images/smilies/redface.gif

anag_p
19-05-2008, 03:53 PM
ขอบริจาคปัจจัย 100 บาท ร่วมบุญซ่อมพระประธาน พร้อมด้วยพระโมคัลลานะ พระสารีบุตร ณ.วัดราษฎ์ศรัทธา ให้สวยสดงดงามดังเดิม น้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และเพื่อร่วมสืบอายุพระศาสนาให้เจริญมั่นคงตลอดไป โอนผ่านตู้เอทีเอ็มวันนี้ เวลา 12:40 Seq.No.8030
กราบโมทนาบุญกับผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน และขอถึงซึ่งมหาอานิสงค์ผลบุญทุกประการ สาธุ อนุโมทนามิ

---------
20-05-2008, 04:29 PM
ขออนุโมทนากับทุกๆท่านครับ

คนเก่า
20-05-2008, 05:14 PM
ร่วมบุญด้วยครับ

ดวงตายมฑูต
21-05-2008, 11:10 AM
อนุโมทนาสาธุ

tippavan
21-05-2008, 02:25 PM
ร่วมทำบุญด้วยน่ะค่ะ ได้โอนเงินไปให้แล้ว 600 บาท วันที่ 21/05/51 เวลา 13:49 ค่ะ ประกอบด้วยผู้ร่วมบุญดังนี้
1.นายดำริม นางศุภจิตร และ ดช.สุรเดช งาทอง 100 บาท
2.คุณรังสิมา รอดเขียว 100 บาท
3.คุณธนวัฒน์, คุณทิพวรรณ ,นายธีรวัฒน์ แสงสนธิชัย 300 บาท
4.คุณประภาศรี แซ่จิว 100 บาท

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ขออนิสงค์ที่ได้ช่วยซ่อมแซมพระพุทธรูปให้งดงาม สดใส เป็นที่ชื่นใจแก่ผู้พบเห็น และเกิดแรงจูงใจให้มาปฏิบัติธรรมด้วยดีตามลำดับ จงเป็นเหตุ เป็นปัยจัยให้ข้าพเจ้าและคณะร่วมถึงผู้ร่วมบุญทุกท่านจงได้เข้าถึงพระนิพพานได้โดยฉับพลันในชาติปัจจุบันนี้เถิด
นิพพานะปัจโยโหตุ

ahhaboy
21-05-2008, 03:43 PM
พนักงานบริษัท Avalant ได้ร่วมทำบุญทั้งหมด 920 บาท 75 สตางค์
ผมร่วมทำบุญเพิ่มเข้าไปอีก

รวมทั้งหมดเป็นเงิน 1,000 บาท ครับ...

kong_sorakrit
21-05-2008, 09:33 PM
ขออนุโมทนาสาธุครับ

ลีลาวดี
22-05-2008, 06:21 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=328842&stc=1&d=1211414405

ahhaboy
23-05-2008, 06:06 PM
ตายแล้วไม่สูญ

ในชาติก่อนซ่อมพระพุทธรูปที่ปรักหักพัง
ตายแล้วมาเกิดเป็นคนที่มีความสาวความสวย
ไม่เปลี่ยนแปลงจนอายุ ๑๒๐ ปี
พูดถึงคนสวยชั้นยอด ว่ากันแค่ร่างกายภายนอก อย่ามองเข้าไปถึงกระเพาะ ตับ ไต ไส้ ปอดภายในร่างกายเพราะมันเต็มไปด้วยความสกปรกน่าเกลียดไม่มีความสวย ในที่นี้หมายถึงรูปร่างภายนอกไม่เปลี่ยนแปลง คลอดบุตรคนแรกสวยขนาดไหนก็เป็นสาวขนาดนั้นจนกระทั่งถึงวันตาย

อานิสงส์ซ่อมพระพุทธรูป

ตัวอย่างก็คือ พระนางวิสาขามหาอุบาสิกา ท่านสวยด้วยอำนาจเบญจกัลยาณี ตามที่ท่านเจ้าคุณราชเมธี วัดประยุรวงศาวาส ท่านแต่งเป็นคำกลอนไว้ว่า
<center> งามผมสมพักตร์ลักขณา งามโอษฐาจิ้มลิ้มดูพริ้มเพรา
งามทนต์ยลปลั่งดังสังข์ขัด ผิวทัดกณิการ์งามราศี
คลอดบุตรสักเท่าไรวัยยังดี หญิงเช่นนี้ใครได้มางามหน้าเอย
</center> คำว่า " งามผมสมพักตร์ลักขณา" ก็เพราะว่าผมจะเรียบอยู่ตลอดเวลา ถ้าต้องการให้เป็นคลื่นก็จะเป็น และก็เรียบโดยไม่ต้องหวี ไม่ต้องแต่ง และก็จะยาวไม่มากถ้ายาวไปถึงเอวก็จะช้อนงอนขึ้นไม่ยาวลากดิน ผมก็ไม่เหม็นสาบเหม็นสาง ไม่ต้องสระไม่ต้องล้าง
คำว่า "โอษฐาจิ้มลิ้มดูพริ้มเพรา" ก็เพราะว่าริมฝีปากแดงระเรื่อไม่แดงมากนัก แล้วเรียบไม่มีริ้วไม่มีรอย ปากสวย
คำว่า "งามทนต์ยลปลั่งดังสังข์ขัด" ก็เพราะว่าฟันเรียบแลดูเป็นเงาเหมือนมุกน่าชม ไม่ต้องใช้แปรงสีฟัน ไม่ต้องขัด ไม่ต้องแต่ง
คำว่า "ผิวทัดกณิการ์งามราศี" ขึ้นชื่อว่าผิวไม่มีไฝไม่มีฝ้า ถ้าขาวก็ขาวเนื้อละเอียดดี ถ้าดำก็ดำนวลๆ เรียกว่าพอสวยสำหรับในสมัยที่เขาต้องการ
คำว่า "คลอดบุตรสักเท่าไรวัยยังดี" หมายความว่าเวลาที่คลอดบุตรคนแรกอายุเท่าไร ท่านคลอดบุตรคนแรกอายุ ๑๖ ปี แล้วก็เลยเป็นสาวแค่ ๑๖ อยู่แบบนั้น ร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไปจนกระทั่งอายุ ๑๒๐ ปี พระนางวิสาขามีบุตรหญิง ๒๐ คน แล้วบุตรหญิงของท่านคลอดบุตรมาอีกคนละ ๒๐ คน ระหว่างที่บรรดาหลานๆ เป็นสาวคราว ๑๕ - ๑๖ ปี ท่านวิสาขานั่งอยู่ท่ามกลางหลาน ท่านชีวกโกมารภัจนำพระเจ้าปเสนทิโกศลไปดู อยากจะทราบว่าพระนางวิสาขาคนไหน ก็ดูไม่ออกเพราะสาวเท่ากัน เรียกว่าท่านสาวเท่าอายุ ๑๖ ตลอดกาล
อานิสงส์ที่พระนางวิสาขามหาอุบาสิกามีความสาวความสวยไม่เปลี่ยนแปลง ก็เพราะว่าในชาติก่อนท่านซ่อมพระพุทธรูปที่ปรักหักพัง ทรุดโทรม คือมีผิวแตกทองลอกไปเสียแล้วท่านซ่อมพระพุทธรูปด้วยกุศลเจตนาจริงๆ เกิดมาชาตินี้จึงกลายเป็นคนสวย
และการที่ท่านมีเครื่องประดับประกอบไปด้วยแก้วเพชรนิลจินดาและทองคำ เสื้อคลุมตั้งแต่ศีรษะถึงเท้า มีนกยูงรำแพน มีแก้วมณีตั้ง ๒๐ ทะนาน และมีแก้วประพาฬ แก้วอินทนิลอะไรต่ออะไรอีก เสื้อตัวนั้นไม่มีด้ายเลย ที่ทำเป็นด้ายก็ทำด้วยเงินหรือเป็นทองคำ ก็เพราะอาศัยถวายผ้าไตรจีวรไว้ในพระพุทธศาสนาในอดีตชาติ"

เงาะป่า
28-05-2008, 08:57 AM
อนุโมทนาด้วยครับ

ธรรมวิวัฒน์
29-05-2008, 09:47 AM
อนุโมทนาด้วยครับ

วาวใส
01-06-2008, 09:18 AM
ได้ร่วมบุญในครั้งนี้ด้วยค่ะ โดยได้ร่วมบุญที่วัดค่ะ

tammatinna
01-06-2008, 06:06 PM
ตราบใด ที่เรายังต้องเดินทาง เสบียงยังคงสำคัญ ฉันใด
ตราบนั้น บุญยังเป็นสิ่งสำคัญ หากเรายังต้องเวียนวนในวัฏฏะ ฉันนั้น
เพราะ "บุญ" จักส่งให้ผลออกมาในด้านดี ด้านเจริญ(kiss)

อนุโมทนากับทุกท่านที่ได้ร่วมกันทำนุบำรุงรักษาสมบัติพระศาสนาตลอดมาทุกครา

เราทั้งหลายอาศัยพระพุทธบารมีมาแต่ปางไหน ๆ

บัดนี้ จักได้มีโอกาสสนองพระพุทธคุณ ซ่อมแซมพระพุทธปฎิมากรแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธะ

เราทั้งหลายได้สร้างพระประธานใหม่มากันตามสมควร
ครานี้มีโอกาสซ่อมพระประธานที่บรรพชนรุ่นก่อนเราที่ได้สัมผัสความสงบ ร่มเย็น ในพระศาสนาได้ร่วมแรงสามัคคีสร้างกันไว้ ส่งต่อจนมาถึงรุ่นเราๆ

หากจำไม่ผิด เคยอ่านเจอในเรื่องเกี่ยวกับหลวงปู่ดู่ พรฺหมฺปญฺโญ วัดสะแก อยุธยา พระเดชพระคุณท่านเคยปรารภไว้ว่า ตามพระไตรปิฎก "อานิสงค์ซ่อมดีกว่าสร้าง"

ที่ปรารภคำครูบาอาจารย์นี้ มิได้ประสงค์ให้ท่านทั้งหลายต้องซ่อมอย่างเดียวนะครับ

ไผ ปรารถนาซ่อม ก็ได้โปรดซ่อมให้สมใจประสงค์
ไผ ปรารถนาสร้าง ก็ได้โปรดสร้างให้สมปรารถนา

(deejai) หากยังไม่เต็มกำลังใจ ก็โปรดควบความปรารถนาทั้งสองให้เป็นหนึ่งดูสักครา(smile)

จักได้ไม่เสียดายในภายหลัง ว่า "รู้อย่างนี้เราน่าจะทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์"

พุทโธ อัปปมาโณ
โดยส่วนตัว เรามั่นใจอย่างยิ่งว่า กำลังแห่งพุทธานุภาพ เกินที่เรา หรือใครๆ จะคาดคิด ความปรารถนาที่อาศัยพระพุทธานุภาพเป็นกำลังต้น ผลที่จะไม่สำเร็จ เป็นไม่มี (ข้อความนี้ผุดมาในใจเอง เมื่อนานมาแล้ว)

เรามาอาศัย "พระพุทธานุภาพ" อีกสักครา ในการเติมเต็มบารมี ส่วนพร่อง เพื่อให้เต็มสมควรแก่ผลที่มุ่งปรารถนากันอีกสักครา

วัตถุประสงค์การทำกุศลกรรมครั้งนี้ มุ่งสนองตอบแทนพระคุณผู้มีคุณเป็นสำคัญที่สุด นับตั้งแต่พระพุทธะ ลงมาถึงคุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ทุกๆ ท่าน ทุกๆ ภพชาติที่ผ่านๆมา หมายรวมถึงท่านที่แม้ให้เพียงข้าวซักเม็ด น้ำซักหยด คำพูดสักคำ กำลังใจดีๆสักครา อันทำให้เราๆ ดำเนินเดินทางมาถึงทุกวันนี้

ไม่มีพระเดชพระคุณท่านๆ ผู้มีคุณให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์เราทั้งหลายมา ไหนเลยจะมีเราที่พอเป็นผู้เป็นคนอยู่ได้ในทุกวันนี้
(ไม่มีท่าน ก็ไม่มีเรานะครับ)

ความกตัญญูรู้คุณท่านผู้ให้การอุปการะเราก่อน แล้วเราตอบสนองคืน ถือว่าเป็น "บุคคลที่หาได้ยากครับ"

เรามาอาศัย "ธรรมะบารมี" กตัญญู-กตเวทิตา กันอีกสักครา
ความกตัญญูเป็นพื้นฐานรองรับธรรมความดีอื่นๆ อีกทั้งปวง
เพราะแสดงว่า "ใจเราละเอียดพอที่จะรับความดีอื่นๆ ครับ"

เรามาอาศัย "สังฆะบารมี" อีกสักครา
หากไม่มีผู้เรียนรู้ จดจำ นำไปปฏิบัติ ไหนเลย "ธรรม" อันเป็นของประเสริฐสูงสุด จักดำเนินเดินผ่านกาลเวลา มาถึงเราได้


อนุโมทนา สาธุการอีกสักคราท่าจะดี แล้วคงมีตอนต่อๆไปในภายหน้า
อริยะสมบัติต่างๆ เพิ่มเสริมเติมขึ้นมา ก็เพราะว่า "พุทธะ ธัมมะ สังฆะ" บารมี

ส่วนว่า จะสำเร็จช้าหรือเร็ว ก็อยู่ที่เราๆ ท่านๆ นะครับ

เราไม่ได้เรียกร้อง อ้อนวอนให้สำเร็จ
(ping) แต่เราจะลงมือกระทำให้สำเร็จร่วมๆ กันเถอะครับ(ping)

เจริญยศ
02-06-2008, 11:45 AM
วันที่ 01/06/51 เวลา 15:52น. ผมได้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ พระธรรพ์ณธร ธมฺมทินฺโน เลขที่บัญชี : 261-203241-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ เป็นจำนวนเงิน 100 บาทครับ เพื่อขอร่วมทำบุญซ่อมพระประธาน,หลวงพ่อพระสารีบุตร และหลวงพ่อพระโมคคัลลานะ ที่ประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดราษฎร์ศรัทธา(ท้ายดอน) ต.เหมือง อ.เมือง จ.ชลบุรี และขอโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยนะครับ

Merl Jung
04-06-2008, 03:41 PM
ขอร่วมอนุโมทนากับทุก ๆ ท่านคะ..และร่วมทำบุญไปแล้ว 1,000 บาท วันนี้(4 มิถุนายน 51) 14.51 น. โอนจากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยออลซีซั่นส์เพลส สาธุ สาธุ สาธุ..อิทัง ปัญญะ ผะลัง ข้าพเจ้าขออุทิศผลบุญนี้ให้กับเจ้ากรรมนายเวร เทวดารักษา ท่านทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้วที่เป็นญาติหรือมิใช่ญาติก็ดี ของข้าพเจ้า ของพ่อ แม่ พี่ๆ และสามี และสมาชิกเวปพลังจิตทุกท่าน ขอให้ทุกท่านจงโมทนาส่วนกุศลนี้ และพึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้เถิด สาธุ..
<!-- / message -->

รัชฐา
04-06-2008, 04:07 PM
โมทนาสาธุ...กับทุกๆท่านด้วยค่ะ

คนเก่า
05-06-2008, 11:09 AM
จะคอยโอนไปทำบุญรายการนี้เกือบทุกวัน ทีละน้อยแบบหยอดกระปุกนะครับ

รัชฐา
05-06-2008, 11:10 AM
โมทนา....สาธุค่ะ
ขอร่วมบุญซ่อมพระประธานรวมถึงหลวงพ่อพระสารีบุตร และหลวงพ่อพระโมคคัลลานะ ที่ประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดราษฎร์ศรัทธา(ท้ายดอน)จำนวน 100 บาท วันที่ 05/06/08 หมายเลข B341B635
http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif

ชวัลวิทย์พัทยา
06-06-2008, 08:15 PM
ผมชื่อนายประดิษฐ นิทาน 499 หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 ได้โอนเงิน 100 บาท เพื่อร่วมทำบุญบูรณะพระประธาน และพระโมคคัลลา พระสารีบุตร ที่วัดท้ายดอน แล้วครับ โอนเมื่อวันที่03/06/08 เวลา20:00 น.และอยากทราบว่าปัจจัยที่จะบูรณะพระประธาน นี้ต้องใช้เยอะมั้ยครับ ตอนนี้มีผู้ร่วมบุญไปครบจำนวนหรือยังครับ เผื่อว่าผมจะได้ช่วยบอกบุญกับเพื่อน ๆที่ทำงานอีกครับ

adisak007
06-06-2008, 10:59 PM
อานิสงส์ของการซ่อมพระมหาศาลมากมายนัก ...ดังเช่นพระนางวิสาขา..สาธุ ในบุญของทุกท่านที่ร่วมซ่อมพระขอรับ

ahhaboy
07-06-2008, 08:16 AM
ผมชื่อนายประดิษฐ นิทาน 499 หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 ได้โอนเงิน 100 บาท เพื่อร่วมทำบุญบูรณะพระประธาน และพระโมคคัลลา พระสารีบุตร ที่วัดท้ายดอน แล้วครับ โอนเมื่อวันที่03/06/08 เวลา20:00 น.และอยากทราบว่าปัจจัยที่จะบูรณะพระประธาน นี้ต้องใช้เยอะมั้ยครับ ตอนนี้มีผู้ร่วมบุญไปครบจำนวนหรือยังครับ เผื่อว่าผมจะได้ช่วยบอกบุญกับเพื่อน ๆที่ทำงานอีกครับ
คาดว่าประมาณแสนห้า และปัจจัยยังมีไม่พอครับ...

ดร.แอนดี้
09-06-2008, 07:50 PM
วันนี้ผมโอนเงิน ๓๐๐ บาท เข้าบัญชีร่วมบุญซ่อมพระ กับวัดท้ายดอนครับ

ahhaboy
12-06-2008, 07:15 PM
บารมีคือกำลังใจเต็ม
วันนี้สอนบารมี 10 ทัศ แก่บรรดาท่านพุทธบริษัท ท่านทั้งหลายจะมีความเข้าใจหรือไม่เข้าใจเพียงใดอาตมาไม่ทราบ เพราะสอนไม่ค่อยตรงเป้าหมาย เมื่อสอนเสร็จ เวลาผ่านไปก็สั่งดับไฟ สั่งให้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายพากันเจริญพระกรรมฐานทรงสติสัมปชัญญะ คือว่าตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก ใช้คำภาวนาหรือพิจารณาตามอัธยาศัย
เพราะการภาวนาก็ดีพิจารณาก็ดีนี่อาตมาไม่ขัดใจใคร ใครเคยทำแบบไหนคล่องมาแล้วให้ทำอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง เพราะอะไร... เพราะว่าการภาวนาหรือพิจารณาที่ทำมาแล้ว ถ้าไม่ผิดก็ไม่ควรจะเปลี่ยน เพราะแบบปฏิบัติมีมากด้วยกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำอย่างนั้นทำอย่างนี้จึงจะถูก ทำอย่างไรก็ตามถ้าปรารภจิตเป็นสมาธิระงับจากนิวรณ์ หรือปรารภจิตเป็นปฏิปักษ์ขันธ์ 5 ใช้ได้หมด ถ้าตรงกับแนวคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมสุคตแล้ว อาตมาไม่ปฏิเสธการปฏิบัติของบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน
เมื่อบรรดาท่านพุทธบริษัทเริ่มปฏิบัติ อาตมาคิดในใจว่า ร่างกายไม่ดีแบบนี้เราจะทนมันอยู่ทำไม ไปเสียจากร่างกายดีกว่าปล่อยให้มันนั่งอยู่ตรงนี้ พอสัญญาณบอกเวลาปรากฏเราจึงจะกลับมา
ฉะนั้นจึงได้ไปเสียจากกาย ไปไหว้พระ จะไปแบบไหนอันนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท อาตมาไม่บอก บอกไม่ได้ ไปอย่างไร ไปโดยวิธีไหน อยากจะรู้ก็ปฏิบัติกันเอาเอง แต่ความจริงมันก็ไม่ใช่ของดีของเด่นอะไรนัก การไปได้มาได้ถ้าใจเหลิงเกินไปก็ยังลงนรกได้ ไม่ใช่ของพิเศษ เมื่อออกไปแล้วก็พบองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์
นี่ขวางกับชาวบ้านเขาแล้ว เขาบอกว่าพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว จะพบกันได้ยังไง นั่นมันเรื่องของเขาบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย นี่มันเรื่องของอาตมา อาตมาพบกันได้ก็แล้วกัน
เมื่อพบแล้ว ก็เข้าไปนมัสการองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว พอเงยหน้าขึ้นมาพระองค์ก็ตรัสถามว่า “...วันนี้เธอสอนบารมี 10 ทัศใช่ไหม...” ก็กราบทูลพระองค์ว่า “...ใช่พระพุทธเจ้าข้า” พระองค์จึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสถามว่า “...บารมีแปลว่าอะไร...”
ตอนนี้ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายขอได้โปรดทราบว่า ถ้าอาตมาถูกพระองค์จะไม่ตรัสแบบนั้น อาตมารู้ทันรู้เท่าเข้าใจทันทีว่าการสอนวันนี้ผิดพุทธพจน์บทพระบาลี
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท การสอนนี่ไม่ใช่ว่ามันจะถูกเสมอไป มันก็ผิดได้เหมือนกัน
เมื่อองค์สมเด็จพระจอมไตรมีพระพุทธฎีกาตรัสถามแบบนั้นอาตมาก็ทราบ จึงได้กราบทูลพระพุทธองค์ว่า
“...ข้าพระพุทธเจ้าไม่แน่ใจนักพระพุทธเจ้าข้า แต่ที่เรียนกันมา ครูสอนว่าบารมี แปลว่าเต็ม...”
พระองค์จึงตรัสถามว่า
“...อะไรมันเต็ม และมันเต็มแบบไหน สมมติว่าเธอจะปฏิบัติในทานบารมี ทำยังไง ทานบารมีมันถึงจะเต็ม ถ้าหากว่าจะนำของมาให้เต็มโลก เธอจะไปขนมาจากไหน ถ้าเราจะไม่นำของมาให้ ทำยังไงทานบารมีมันจึงจะเต็ม...”
แบบนี้มันก็อยู่ด้วยกันทั้งนั้นแหละบรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าคนอย่างอาตมาถ้าหากว่าท่านที่เป็นนักปราชญ์ดีกว่าอาตมาก็ไม่เป็นไร ท่านตอบได้ เพราะท่านมีความเข้าใจ ท่านมีความฉลาด อาตมาบอกแล้วนี่ ว่าอาตมามีความรู้ไม่เท่าหางอึ่ง คือยาวไม่เท่าหางอึ่งหรือไม่แค่หางอึ่งเพราะความโง่มันมาก
เมื่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคตรัสแบบนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า
“...ข้อพระพุทธเจ้าไม่เข้าใจในบารมีพระพุทธเจ้าข้า...”
พระองค์จึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสว่า
“...เธอเข้าใจ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ แต่ว่าเธอดีแต่เฉพาะบริโภคเองเท่านั้น แต่การที่จะแบ่งปันให้บุคคลอื่นน่ะเธอไม่มีความฉลาด การที่เธอตั้งกำลังใจในด้านบารมี 10 ทัศ เป็น 30 ทัศ ด้วยกัน 3 ชั้น เธอทำได้ แต่ว่าวันนี้เธอสอนพุทธบริษัททั้งหลายเธอทำไม่ถูก เธอจงมีความเข้าใจเสียใหม่ว่าคำว่าบารมีนี้มันแปลว่าเต็ม แต่อะไรมันเต็ม ตถาคตจะบอกให้ว่า บารมีนี่ควรจะแปลว่ากำลังใจเต็ม...”
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท จำไว้ให้ดีว่า คำว่าบารมีก็คือกำลังใจ ทำกำลังใจให้เต็ม ตอนนี้สิชักจะฉลาดขึ้นมาทันที มานึกในใจว่าเรานี่มันแสนจะโง่เสียมาก
องค์สมเด็จพระชินสีห์จึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสว่า
“...บารมีทั้งหมดนี้ให้ใช้กำลังใจ สร้างกำลังใจให้มันทรงอยู่ในใจทั้งหมด ให้มันเต็มครบถ้วนบริบูรณ์ ไม่มีอะไรบกพร่อง...”
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายโดยถ้วนหน้า วันนี้ยังไม่สอนอะไรท่านพุทธบริษัท เรามาคุยกันในคำว่าบารมีเสียก่อน เพื่อจะให้บรรดาพระโยคาวจรทั้งหลายได้ทราบชัดว่าบารมีที่องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์ให้เราสร้างให้มันเต็มนั้น ก็คือสร้างกำลังใจปลูกฝังกำลังใจให้มันเต็มครบถ้วนบริบูรณ์สมบูรณ์
ไม่ใช่ว่าจะมานั่งคิด จะมานอนคิด เราจะมาทรงจิตว่า เอ๊...บารมีของเรามันไม่มีนี่ ชาติก่อนบารมีของเรามันไม่พอ บารมีของเรายังไม่เต็ม เราจะเป็นพระโสดาบัน สกิทาคา อนาคา อรหันต์ ยังไงได้
ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายมีความเข้าใจตามนี้ พอยังจะรู้หรือยังว่าเราสามารถจะสร้างบารมีได้ด้วยอาศัยกำลังใจอย่างเดียวเท่านั้นที่เราจะทำให้มันดีหรือไม่ดี
อันนี้ก็ตรงกับพระบาลีที่องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในเรื่องพระจักขุบาลว่า
มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา
ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐสุด สำเร็จด้วยใจ
นี่ความจริงเรื่องนี้ก็เรียนกันมาแล้ว บรรดาท่านพุทธบริษัท แต่เวลาปฏิบัติจริง ๆ มันทำไมถึงลืมก็ไม่ทราบ
<o></o>
ที่มา : หนังสือทางสายเอก - หลวงพ่อฤาษีลิงดำ<o></o>

oomsin2515
12-06-2008, 08:32 PM
กุศลผลบุญใด ๆ ก็ตามที่ข้าพเจ้าได้ทำมาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศให้<O:p</O:p


“สมาชิกเว็ปพลังจิตทุกท่าน”<O:p</O:p


จงได้รับ หรืออนุโมทนากุศลผลบุญนี้ด้วย เทอญ.<O:p</O:p

<O:p</O:p


บุญสำเร็จได้ด้วยการ อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ<O:p</O:p

<O:p</O:p


ขอให้ทุกท่านมีความเจริญยิ่งขึ้นในพระพุทธศาสนา<O:p</O:p

บัวเกี๋ยง
13-06-2008, 09:31 AM
สาธุครับ

tammatinna
16-06-2008, 09:23 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=335885&stc=1&d=1212673821
สิ่งที่เป็นอดีตคือพื้นฐาน ปัจจุบันคือการแก้ไขปรับปรุง อนาคตคือผลของปัจจุบัน

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พราหมฺโณ กมมฺนา วสโล โหติ พราหมฺโณ บุคคลจะเป็นคนเลวเพราะชาติ ก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะก็หาไม่(แต่) เป็นคนเลวแล้วเพราะกรรม (คือการกระทำ) เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะกรรม (คือการกระทำ)

ดังนั้นสู้หวังเป็นผู้ประเสริฐ ก็จงเลือกทำแต่กรรมดี จึงจะเป็นผลบวกทวีคูณ (ผู้หวังจะได้ดี จึงเลือกทำแต่กรรมดีเท่านั้น)

ดังนั้น ขอให้ทุกท่านประกอบแต่กรรมที่ดี จงทุก ๆ ท่านด้วยเทอญ.

พระครูนิวิฐสารคุณ
24 ก.ค. 28 เวลา 01.39 น.<O></O>

ภาพนี้เป็นภาพของหลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดราษศรัทธา (ท้ายดอน) (ภาพถ่ายในพระอุโบสถเก่า เมื่อปี ๒๕๒๘) เป็นผู้รวบรวมศรัทธาสามัคคีญาติโยม ช่วยกันร่วมสร้างพระประธาน พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๔ (๕๐ กว่าปีแล้ว) ตั้งอยู่ภายในพระอุโบสถที่สร้างมาตั้งแต่ก่อนปี ๒๔๗๘ (ก็เกือบร้อยปีเข้าไปแล้ว)

ขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านมักจะถูกต่อว่าอยู่เสมอ ว่า "ทำอะไรเกินตัว"

แต่ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ว่า "ทำอะไรเกินตัว" นั้น เป็นประโยชน์กับชาวบ้านแถวๆ วัดท้ายดอน ตลอดถึงบริเวณใกล้เคียง เป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะ คณะสงฆ์ จังหวัดชลบุรี ในปัจจุบัน หากมีการประชุมกันครั้งใด มักเลือกที่วัดท้ายดอนเป็นที่แรก

มาถึงขณะนี้ ตัวโบถส์ก็เก่ามาก จึงได้มีการบูรณะ

จึงใช้โอกาสนี้ซ่อมองค์พระประธานด้วยครับ


หลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน มรณภาพไปหลายปีแล้ว

แต่แม้ขณะนี้ พระศพของหลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน (ประดิษฐานอยู่ในโลงมุก) ก็ยังตั้งเป็นเครื่องประกาศความดีอยู่ที่วัดท้ายดอนครับ

หลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน ท่านสั่งไว้ก่อนมรณะภาพว่า "ถ้าท่านตาย "ห้ามเผา" ให้สร้างโบถส์ใหม่ให้สำเร็จก่อน"

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ใน นิธิกัณธ สูตร ว่า
"บุญนี้ บันดาลให้สำเร็จประโยชน์ได้หลายอย่าง ให้รูปสวย ให้รวยทรัพย์ ให้สติปัญญา ฯลฯ ตามปรารถนาแห่งมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ"
สรุปแล้วก็คือว่า "ยัง ยัง เทวา ภิปัตเถนติ สัพพะเมเต นะ ลัพภะติ"
"เทพยดาและมนุษย์ปรารถนาอิฏฐิผล คือ ผลดีอันใด ผลดีอันนั้น สำเร็จได้ด้วยบุญ"

ฉะนั้น "ตราบเท่าที่ยังต้องเวียนวนอยู่ในวัฏฏะ บุญจึงเป็นเรื่องที่มีความหมายสำคัญ"

"ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกนี้
เมื่อละไปแล้ว ย่อมบันเทิง
ชื่อว่า บันเทิงในโลกทั้งสอง
เขาเห็นความบริสุทธิ์แห่งกรรมของตนแล้ว ย่อมบันเทิงปราโมทย์"

(พุทฺธ)

ขณะนี้ มีพระครูพิศาลชโลปมคุณ เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
รับงานสานต่อจากหลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน

ใครผ่านไป ผ่านมาทางชลบุรี แวะเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ
เข้าไปสักการะพระศพหลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน ได้นะครับ

tammatinna
21-06-2008, 08:24 AM
ถาม : จะถามเรื่องการทำบุญ ที่ไปหล่อพระพุทธรูปหรือการสร้างพระพุทธรูป บูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูป บุญกุศลเหล่านี้จะได้บุญยังไงคะ ?

(||)ตอบ : พุทธบูชา มหาเตชวันโต การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดช มีอำนาจมากถ้าหากว่าเกิดเป็นเทวดา พรหมก็จะมีรัศมีกายสว่างมาก ถ้าหากว่าเกิดเป็นคนส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้นำหมู่ชนเขา และการซ่อมพระพุทธรูป ถ้าหากว่าเกิดใหม่รูปร่างหน้าตาจะสวยงามเป็นพิเศษ ถ้าเป็นสุภาพสตรีจะได้เบญจกัลยาณี หรือไม่ก็อาจจะถึงขนาดอิตถีลักษณะ ๖๔ ประการ ที่เป็นพุทธมารดา อันนั้นหายากสุด ๕ อย่างก็ยากเต็มทีแล้วอันนั้นอีก ๖๔ หัวข้อ (||)

tammatinna
21-06-2008, 09:03 AM
''พวกที่ซ่อมแซมพระนี่ได้เปรียบนะ เกิดเป็นนางงามจักรวาลได้ง่าย ๆ เลย''

<HR style="COLOR: #ffffff; BACKGROUND-COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->ถาม : อาินิสงส์การซ่อมพระละครับ ?

ตอบ : พวกที่ซ่อมแซมพระนี่ได้เปรียบนะ เกิดเป็นนางงามจักรวาลได้ง่าย ๆ เลย

หล่อพระพุทธรูปหรือสร้างพระพุทธรูป ซ่อมแซมพระพุทธรูป จะได้อานิสงส์อย่างไร ?

<HR style="COLOR: #ffffff; BACKGROUND-COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->ถาม : จะถามเรื่องการทำบุญ ที่ไปหล่อพระพุทธรูปหรือการสร้างพระพุทธรูป บูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูป บุญกุศลเหล่านี้จะได้บุญยังไงคะ ?

ตอบ : พุทธบูชา มหาเตชวันโต การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดช มีอำนาจมากถ้าหากว่าเกิดเป็นเทวดา พรหมก็จะมีรัศมีกายสว่างมาก ถ้าหากว่าเกิดเป็นคนส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้นำหมู่ชนเขา และการซ่อมพระพุทธรูป ถ้าหากว่าเกิดใหม่รูปร่างหน้าตาจะสวยงามเป็นพิเศษ ถ้าเป็นสุภาพสตรีจะได้เบญจกัลยาณี หรือไม่ก็อาจจะถึงขนาดอิตถีลักษณะ ๖๔ ประการ ที่เป็นพุทธมารดา อันนั้นหายากสุด ๕ อย่างก็ยากเต็มทีแล้วอันนั้นอีก ๖๔ หัวข้อ

tammatinna
21-06-2008, 09:06 AM
หล่อพระพุทธรูปหรือสร้างพระพุทธรูป ซ่อมแซมพระพุทธรูป จะได้อานิสงส์อย่างไร ?

<HR style="COLOR: #ffffff; BACKGROUND-COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->ถาม : จะถามเรื่องการทำบุญ ที่ไปหล่อพระพุทธรูปหรือการสร้างพระพุทธรูป บูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูป บุญกุศลเหล่านี้จะได้บุญยังไงคะ ?

ตอบ : พุทธบูชา มหาเตชวันโต การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดช มีอำนาจมากถ้าหากว่าเกิดเป็นเทวดา พรหมก็จะมีรัศมีกายสว่างมาก ถ้าหากว่าเกิดเป็นคนส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้นำหมู่ชนเขา และการซ่อมพระพุทธรูป ถ้าหากว่าเกิดใหม่รูปร่างหน้าตาจะสวยงามเป็นพิเศษ ถ้าเป็นสุภาพสตรีจะได้เบญจกัลยาณี หรือไม่ก็อาจจะถึงขนาดอิตถีลักษณะ ๖๔ ประการ ที่เป็นพุทธมารดา อันนั้นหายากสุด ๕ อย่างก็ยากเต็มทีแล้วอันนั้นอีก ๖๔ หัวข้อ

tammatinna
21-06-2008, 09:21 AM
({) อานิสงส์การทำบุญ, นางวิสาขา เบญจกัลยาณี มหาอุบาสิกา ผู้เลิศที่สุดในการถวายทาน



<HR style="COLOR: #ffffff; BACKGROUND-COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->ถาม : ................(อานิสงส์การทำบุญ)............
ตอบ : บางคนเขาไม่เชื่อว่าเป็นไปได้อย่างไร การส่งผลของบุญหรือบาปนี่ พระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่า กรรมวิบาก คือ กรรมเป็นที่กุศลคือ ส่วนที่เป็นบุญ กรรมที่เป็นอกุศลคือส่วนที่เป็นบาป ท่านบอกว่ามันพิลึกพิลั่นเกินกว่าที่ทุกคนจะเข้าใจได้ ใครคิดพึงมีส่วนของควาเมป็นบ้า เสียเวลาคิด ได้ก็คือได้ เป็นก็คือเป็น หมดเรื่อง ถ้ามัวแต่ไปคิดว่าทำไม เขาถึงได้มีเยอะขนาดนั้น เอาแค่ใครล่ะ

... อนาถบิณฑิกเศรษฐี ซื้อสวนจากเจ้าเชตกุมาร เจ้าเชตบอกว่าขายให้ก็ได้ เอาเงินมาถมให้เต็มสวนซิ พื้นที่มันไม่เรียบ เป็นป่า เรียกว่าอุทยาน เอาเงินมาเกลี่ยให้เรียบเสมอกัน แล้วจะขายให้ อนาถบิณฑิกเศรษฐี สั่งให้เปิดคลังเลย มาถึงก็เทเลย ให้คนงานเกลี่ยไล่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงปากประตู เจ้าเชตคงประเภทที่ว่า แค่นี้ก็เหลือเฟือที่จะรับแล้ว ก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้น ตรงนี้ขอว่าร่วมบุญด้วยก็แล้ว กัน เงินที่เหลือที่จะถมที่ตรงหน้าประตูเป็นจำนวนเท่าไร ขอร่วมสร้างวัดด้วย อนาถบิณฑิกเศรษฐีท่านก็สุดยอดเลยจริง ๆ เขาสละทรัพย์แค่นั้นะ แต่ว่าอนาถบิณฑิกเศรษฐีตั้งให้ชื่อว่า วัดเชตวัน ป่าของเจ้าเชต เชตะ คือเจ้าเชต วันนะคือป่า กลายเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าอยู่จำพรรษามากที่สุด คือ พรรษาที่ ๒๑ ถึง พรรษาที่ ๔๔ พระพุทธเจ้าประจำอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร เดินทางอยู่ระหว่างสองเมือง คือ เมืองสาวัตถี กับเมืองสาเกต เมืองสาวัตถีกับเมืองสาเกตเป็นเมืองแฝด เหมือนเชียงใหม่กับลำพูน หรือไม่ก็กรุงเทพกับธนบุรีอย่างนี้

คือว่า ตอนพระเจ้าปเสนทิโกศล ท่านเห็นว่าแคว้นมคธของพระเจ้าพิมพิสารนี้มีเศรษฐีเยอะมาก เศรษฐกิจทั้งหมดอยู่ในมือของเศรษฐีเขา เพราะว่าเศรษฐีสมัยก่อนได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาด้วย จะมีการมอบฉัตรให้ยศด้วย ถึงจะเรียกว่าเศรษฐี ต้องได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาถึงจะเรียกว่าเศรษฐีได้ ผู้ใดจะเป็นเศรษฐีได้ต้องมีทรัพย์อย่างน้อย ๘๐ โกฏิ หลวงพ่อท่านบอกว่าประมาณ ๘,๐๐๐ ล้าน แต่ว่าตามบาลีเขาเทียบว่า ๑๐ ล้านเป็น ๑ โกฏิ เพราะฉะนั้น ๘๐ โกฏิต้องมีอย่างน้อย ๘๐๐ ล้านขึ้นไปถึงจะเรียกว่าเป็นเศรษฐีได้

พระเจ้าปเสนทิโกศล ท่านเป็นพี่เมียของพระเจ้าพิมพิสาร เพราะว่าพระนางโกศลเทวี เป็น้องสาวของพระเจ้าปเสนทิโกศล ไปแต่งกับพระเจ้าพิมพิสาร แคว้นมคธโน้น ท่านก็เลยทำราชสาส์นถึงพี่เขย ขอตระกูลเศรษฐีมาช่วยงานในแคว้นโกศลบ้าง

ตอนนั้นแคว้นโกศลก็เป็นประเทศใหญ่ประเทศหนึ่ง แคว้นมคธก็เป็นประเทศใหญ่ประเทศหนึ่ง แล้วยังมีแคว้นอื่น ๆ อีก ๑๔ แคว้นด้วยกัน รวมแล้ว ๑๖ แคว้น ต่างคนต่างเป็นประเทศ ต่างคนต่างเป็นราชามีพระมหากษัตริย์ปกครองอยู่ แคว้นใหญ่เรียกมหาราชา แคว้นเล็กเรียกราชาบ้าง กษัตริย์บ้าง อย่างของแคว้นวัชชี เขาก็เรียกมัลละกษัตริย์ ถ้าหากว่าของพระเจ้าปเสนทิโกศลเขาเรียกว่า มหาราชา เพราะว่าเป็นแคว้นใหญ่ พลเมืองเยอะ พื้นที่กว้าง

ทางด้านพระเจ้าพิมพิสารก็ส่งธนัญชัยเศรษฐีที่เป็นพ่อนางวิสาขามหาอุบาสิกาไป ส่งให้ไปอยู่แคว้นโกศล ธนัญชัยเศรษฐีพาบริวารไปไม่มากหรอก ๒๐๐,๐๐๐ คน ลูกน้องแก พอพาไปถึง ก่อนเข้าเขตเมืองสาวัตถี มันมีป่าใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ก็ถามว่าตรงนี้เป็นสมบัติของใคร ? พระเจ้าปเสนทิโกศลก็บอกว่ายังไม่มีใครจับจอง ยังเป็นสมบัติของท่านอยู่ ธนัญชัยเศรษฐีก็เลยบอกขอที่ตรงนี้ เพราะบริวารของท่านมาก เข้าไปในเมืองแล้ว ก็จะไปสร้างความลำบากให้กับผู้อื่นเขา ต้องไปแบ่งที่แบ่งทางคนอื่นเขา ท่านเองก็ทุ่มเททรัพย์สินเงินทองสร้างเป็นเมืองสาเกตขึ้นมา ก็กลายเป็นว่าเมืองสาเกตกับเมืองสาวัตถีเป็นเมืองแฝดติดกันอยู่

พระพุทธเจ้าท่านก็จะเสด็จอยู่ระหว่างบุพพาราม คือวัดที่นางวิสาขามหาอุบาสิกาสร้างกับ เชตวันมหาวิหารที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้าง อนาถบิณฑิกเศรษฐีเอาเงินไปถมที่ ๑๘ โกฏิ ก็ตีเสียว่า ๑,๘๐๐ ล้าน สมัยนี้ก็แล้วกันนะ แล้วก็จัดสร้างวัดเชตวันมหาวิหาร หมดไปอีก ๑๘ โกฏิ หมดไปอีก ๑,๘๐๐ ล้าน แล้วจัดงานฉลองเสีย ๓ เดือน หมดไปอีก ๑๘ โกฏิ ชื่นใจมาก รวม ๆ แล้วหมดไป ๕๔ โกฏิ วัดเดียว กลายเป็นวัดที่คุ้มค่ามากที่สุดในพระศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าอยู่จำพรรษาตั้งแต่พรรษาที่ ๒๑ – ๔๔ จะเดินทางอยู่ระหว่างสองเมือง ก็คือว่า ถ้าตอนเช้าบิณฑบาตแล้ว ออกประตูเมืองทิศเหนือ ก็กลายว่าจะไปเชตวันมหาวิหาร ถ้าบิณฑบาตแล้วออกประตูเมืองทิศตะวันออก ก็จะไปวัดบุพพาราม ก็เดินกันไปเดินกันมาอยู่แค่นี้ ชาวบ้านเห็นพระพุทธเจ้าออกทางด้านไหน ก็ถือดอกไม้ธูปเทียนแห่ตามกันไปฟังเทศน์ที่นั่น เป็นเมืองแฝดเหมือนกรุงเทพ-ธนบุรี แค่นั้น

คราวนี้ที่ว่าท่านรวยขนาดนั้นเกิดจากกำลังของบุญ นางวิสาขามหาอุบาสิกานี้ นับ ๆ แล้วรวยเกินมนุษย์มนาเขา เพราะปู่คือเมณฑกะเศรษฐี มีเงินไม่รู้นับเท่าไร พ่อคือธนัญชัยเศรษฐี แล้วตัวเองดันไปเป็นลูกสะใภ้ของมิคาระเศรษฐีอีก ๓ ตระกูลรวมกันของแกคนเดียว เขาบอกว่า เฉพาะท่านใช้คำว่า พรหมไทย คือสมบัติที่พ่อให้ติดตัวไปวันแต่งงาน ของขวัญวันแต่งงาน เขาบอกว่าเป็นทองคำ ๕๐๐ เล่มเกวียน เงิน ๕๐๐ เล่มเกวียน ภาชนะ ๕๐๐ เล่มเกวียน แล้วก็มีพวกผ้าผ่อน พวกจอบเสียมเครื่องทำไร่ไถนาอย่างละ ๕๐๐ หมด ท่านให้จนครบถ้วนสมบูรณ์ทุกอย่าง โดยใช้คำพูดว่า ขึ้นชื่อว่าบุตรสาวของเราจะไปสู่ประตูเรือนผู้อื่นด้วย ต้องการสิ่งของนั้นไม่มี พูดง่าย ๆ ว่าอยากให้อะไรพ่อแม่ให้ไปครบแล้ว แล้วก็ให้หญิงบริวารไป ๑,๕๐๐ คน บอกว่าเธอ ๕๐๐ คน ดูแลการกินของลูกสาวเรา เธอ ๕๐๐ คน ดูแลการนอนของลูกสาวเรา เธอ ๕๐๐ คน ดูแลการแต่งตัวของลูกสาวเรา ...(ขาดช่วง)...

ท่านบอกว่า เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ของผู้ชายจะสูงสุดที่จีวรอันสำเร็จแล้วด้วยฤทธิ์ คือคนที่มีโอกาสบวชกับพระพุทธเจ้ ถ้าหากเคยได้ถวายไตรจีวรไว้ก่อน ถ้าพระพุทธเจ้าตรัสว่าเอหิภิกขุ เธอจงมาเป็นพระภิกษุเถิด ไตรจีวรที่สำเร็จด้วยฤทธิ์ จะลอยมาครองตัวให้เสร็จเรียบร้อยเลย แต่ถ้าของผู้หญิงจะเป็นพวกเครื่องประดับ

แล้วที่ขำที่สุดคือว่า มีอยู่วันหนึ่งนางวิสาขาลืมเครื่องประดับเอาไว้ ของมีค่าขนาดนั้น ลืมจริง ๆ นะ ฟังเทศน์พระพุทธเจ้าเสร็จแล้วอิ่มอกอิ่มใจ เดินตัวปลิวไป พระอานนท์ก็เลยเก็บไว้ให้ พอกลับถึงบ้าน อ้าว...ลืมนี่หว่า ก็ให้คนใช้ไปขอคืน คนใช้ก็บอกว่าพระอานนท์ท่านเก็บไว้ให้แล้ว นางวิสาขาเคารพพระมาก คิดว่าของที่พระคุณเจ้าจับต้องแล้ว เราจะเอาแต่งตัวก็ไม่สมควร เหมือนกับเป็นของพระไปครึ่งหนึ่งแล้ว ท่านก็เลยตั้งใจขาย แล้วจะเอาเงินไปบำรุงพระศาสนา ปรากฏว่าต้องเอาใส่เกวียนไป คนอื่นยกไม่ไหว ประกาศขายไปทั่วเมืองสาเกต ไม่มีใครกล้าซื้อ มันแพงจัด ตั้ง ๙ โกฏิ แกก็เลยตัดสินใจซื้อเสียเอง พอซื้อเสร็จก็เลยไปถามพระพุทธเจ้าว่า ควรจะเอาไปทำอะไร ? พระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าทรัพย์ที่เห็นปานนี้ก็สมควรในการวิหารทานเท่านั้น วิหารทานก็คือ การสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับถวายพระ ท่านก็เลยทุ่มเทเงินทองสร้างเป็นวัดบุพพารามขึ้นมา เป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนาที่ผู้หญิงสร้าง

คราวนี้ท่านก็บอกว่าขอพระสักองค์หนึ่ง ที่เป็นมหาเถระไปอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างด้วย พระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่า เธอชอบใจพระเถระองค์ไหน ก็จงรับบาตรพระเถระองค์นั้น คราวนี้นางวิสาขาจริง ๆ แล้ว ท่านสนิทสนมกับพระอานนท์มาก แต่เห็นว่าพระโมคคัลลาน์มหาเถระผู้เป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายเป็นผู้ประกอบด้วยฤทธิ์ ถ้าหากว่าพระเถระไปอำนวยการก่อสร้างทุกอย่างก็จะคล่องตัว คนมีฤทธิ์นี่บันดาลอย่างไรก็ได้ ก็เลยรับบาตรพระโมคคัลลาน์ไป พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่า โมคคัลลานะ ดูก่อนโมคคัลลาน์ เธอจงไปพร้อมกับบริวารของเธอเถิด พระโมคคัลลาน์ก็เลยต้องพาพระลูกศิษย์ ๕๐๐ องค์ไป

เขาบอกว่าด้วยอานุภาพของพระเถระ ไม่ว่าเขาจะไปหาหินหาไม้ไกลขนาดไหน ก็สามารถไปกลับได้ภายในวันเดียวสบายไป ท่านก็เลยสร้างขึ้นมา กลายเป็นวัดที่มีอาคารสำคัญอยู่หลังหนึ่ง เรียกว่ามิคาระมาตุปราสาท คือปราสาทแม่ของมิคาระเศรษฐี นางวิสาขาแกเป็นลูกสะใภ้ แต่แกกินตำแหน่งแม่ของพ่อผัว อันนี้มันเรื่องอีกต่างหากนะ

คราวนี้เขาบอกว่ามิคาระมาตุปราสาท ชั้นบนมี ๕๐๐ ห้อง ชั้นล่างมี ๕๐๐ ห้อง ท่านสร้างใหญ่ขนาดนั้น สิ้นทรัพย์ในการซื้อที่ไป ๙ โกฏิ สิ้นทรัพย์ในการก่อสร้างไป ๙ โกฏิ สิ้นทรัพย์ในการฉลองไป ๙ โกฏิ รวมแล้วทั้งหมด ๒๗ โกฏิ สร้างเป็นวัดใหญ่โตขึ้นมา เสร็จแล้วแกก็ปลื้มใจ แกและก็ลูก ๆ หลาน ๆ ของแก แกชื่อว่าวิสาขา ผู้มีสาขาอันงอกงามอย่างยิ่ง เพราะว่าแกมีลูก ๒๐ คน แล้วลูก ๒๐ คนนี้ มีลูกอีกคนละ ๒๐ คน รวมแล้วแกมีหลาน ๔๐๐ คน

แล้วนางวิสาขา ด้วยกำลังบุญของแก ทำให้แกเป็นเบญจกัลยาณี แกบอกว่าในอดีตชาติเคยซ่อมพระพุทธรูปให้กลับดีคืนมา มาชาตินี้แกเลยกลายเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด คราวนี้เบญจกัลยาณี งามผม งามเนื้อ งามอะไรก็ไม่แปลกหรอก มันไปงามวัยนี่แปลก งามวัยนี้อรรถกถาท่านอธิบายว่า ถ้าคลอดลูกคนแรกอายุเท่าไร รูปร่างหน้าตา สภาพร่างกาย จะอยู่อายุแค่นั้นจนวันตายเลย คราวนี้แกแต่งงานอายุ ๑๖ ตีเสียว่าอย่างช้า ๆ อายุ ๑๗ ได้ลูกคนหนึ่ง แม่เจ้าประคุณอายุ ๑๒๐ ก็ยังสาวพริ้งอยู่อย่างนั้นแหละ

แกก็เลยเดินไปปลื้มใจไปกับการสร้างมิคาระมาตุปราสาทของแกกับลูก ๆ หลาน ๆ ของแกไป ก็คงอยู่ในลักษณะปลื้มใจ พูดเป็นโคลงเป็นกลอนเป็นเพลงไปเลยว่า เราเคยคิดจะถวายทานกับพระสงฆ์ในพระศาสนา เราก็ได้ถวายแล้ว คิดจะถวายยาเราก็ได้ถวายแล้ว คิดจะถวายผ้าไตรจีวรก็ได้ถวายแล้ว คิดจะได้ถวายสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุก็ได้ถวายแล้ว ทานทุกอย่างที่เราตั้งความปรารถนาสมบูรณ์แล้ว พระได้ยินแกพูดเป็นโคลงเป็นกลอนอยู่ก็ทูลพระพุทธเจ้าว่า สงสัยว่าวันนี้มหาอุบาสิกาของเราเป็นโรคดีกำเริบ ก็เลยฟุ้งซ่าน ปกติไม่เคยเห็นร้องเพลงสักทีหนึ่ง วันนี้เห็นร้องเพลงทำไมก็ไม่รู้ พระพุทธเจ้าก็บอกว่านั่นไม่ใช่ร้องเพลงหรอก นั่นเป็นปิติในบุญของตัวเอง ก็เลยกล่าววาจาดังนั้นขึ้นมา พระพุทธเจ้าท่านก็เลยตั้งไว้ว่าเป็นมหาอุบาสิกา ผู้เลิศที่สุดในการถวายทาน ถ้าเป็นมหาอุบาสกก็เป็นอนาถบิณฑิกเศรษฐี

คราวนี้มากล่าวถึงตรงจุดที่ว่า เขาเรียกว่า นางวิสาขามิคาระมาตา คือวิสาขาผู้เป็นแม่ของมิคาระเศรษฐี ลูกสะใภ้อีท่าไหนไปเป็นแม่ของพ่อผัวก็ไม่รู้ คือว่าพอแต่งงานไปแล้ว เข้าไปในตระกูลของมิคาระเศรษฐีแล้ว เพิ่งจะรู้ว่าเป็นตระกูลที่ไม่นับถือพระรัตนตรัย แต่นับถือพวกนักบวชชีเปลือย เขาเรียกว่าอเจลก คือสมัยก่อนการแต่งงาน เขาส่งฑูตไป มิคาระเศรษฐีเขามีลูกชายคือปุณวัฒนะกุมาร พออายุ ๑๖ เขาก็หาคู่ให้ลูก เขาก็เชิญพราหมณ์ที่เป็นอาจารย์ใหญ่ ๘ คน ของเมืองสาวัตถีมา เสร็จแล้วก็มอบพวงมาลัยทองคำมีค่า ๑๐๐,๐๐๐ กหาปนะให้ ก็คือราคา ๔๐๐,๐๐๐ สมัยโน้น เพราะกหาปนะเท่ากับ ๔ บาท สมัยนี้ไม่รู้ ๔ ล้านจะซื้อได้หรือเปล่า ? มอบพวงมาลัยที่มีราคา ๑๐๐,๐๐๐ กหาปนะให้ บอกว่าให้ไปหาผู้หญิงที่งามที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพื่อมาเป็นคู่ของลูกของเรา

ก็หาไปเรื่อย ๆ มาถึงเมืองสาเกต พอดีเป็นวันนักขัตฤกษ์ ก็คือเป็นวันงานประจำปีของเขา อาจารย์ทั้ง ๘ คนก็เข้าไปพักที่พักริมทาง ประเภทศาลาพักร้อนอะไรอย่างนั้น ปรากฏว่า ฝนตกใหญ่พอดี พวกคนก็วิ่งกันหลบฝนอุตลุดไปหมด กระทั่งบริวารที่ตามนางวิสาขาก็วิ่งกันให้เจี๊ยวจ๊าวไปหมด ปรากฏว่านางวิสาขาสาว ๑๖ แกก็เดินเอ้อระเหยลอยชาย ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างไปเรื่อย แล้วก็ไปหลบฝนอยู่ในศาลา พราหมณ์ทั้ง ๘ ก็พิจารณาเห็นแล้ว ผู้หญิงคนนี้สวยมาก สวยกว่าทุกคนที่เคยได้เห็น แล้วทำไมจริตกริยาถึงได้แปลกอย่างนี้ ฝนตกมีแต่คนวิ่งหนี แล้วทำไมเขาไม่วิ่ง ก็เลยเข้าไปถามว่า แม่หนู ๆ ชื่ออะไร ? ลูกเต้าเหล่าใครหรือ ? นางก็บอกว่า ดิฉันชื่อวิสาขา ลูกของธนัญชัยเศรษฐีกับสุมนาเทวี ก็เป็นคนของเมืองสาเกตนี้เอง ก็ถามว่าฝนตกแล้ว ทำไมไม่วิ่ง ? ก็บอกว่า มันเกิดจากสาเหตุ ๒ อย่างด้วยกัน อย่างแรก พ่อแม่ทนุถนอมกล่อมเกลี้ยงมาดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม หากว่าฝนตกแล้ววิ่ง เกิดลื่นล้ม แขนขาหักเป็นบาดแผล แล้วตัวเองไปตอบกับพ่อแม่ได้อย่างไร เขาเลี้ยงมาดีขนาดนั้นแล้ว ตัวเองไปวิ่งเสียหัวร้างข้างแตกอย่างนี้

อีกประการหนึ่งบุคคล ๔ ประเภท วิ่งแล้วจะไม่งาม ท่านบอกว่าได้แก่อันดับแรกคือพระภิกษุ อันดับที่สองคือพระราชา อันดับที่สามคือช้างศึกของพระราชา อันดับที่สี่คือผู้หญิง วิ่งแล้วจะไม่งาม ยอมเปียกหน่อยดีกว่า พราหมณ์ทั้ง ๘ พอเห็นก็สอบถามว่ามีเนื้อคู่หรือยัง ? มีคนจับจองไว้แล้วหรือเปล่า ? บอกว่าไม่มี ก็บอกว่าพวกลุงทั้ง ๘ คนมาจากเมืองโน้น มิคาระเศรษฐีเขามีทรัพย์สมบัติเท่านั้น ๆ มีลูกชายอายุ ๑๖ เขาขอหนูไปเป็นคู่หมั้นจะตกลงไหม ? พอสอบถามทวนความกันดีแล้ว ก็มีตระกูลเสมอกัน คือเป็นมหาเศรษฐีเหมือนกัน นางวิสาขาก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็รับ พราหมณ์ทั้ง ๘ ก็เอาพวกมาลัยคล้องคอให้ ลักษณะเหมือนเป็นของหมั้น เสร็จแล้วนางวิสาขาก็นัดแนะวันเวลาให้ทางฝ่ายโน้นส่งผู้ใหญ่มาให้ถูกต้อง มิคาระเศรษฐีพอได้ยินว่าลูกของเราจะได้หญิงที่เป็นเบญจกัลยาณีก็ดีใจ

คราวนี้สมัยก่อนเศรษฐีมีหน้าที่เข้าเฝ้าพระราชาทุกวัน งานของแกก็เหมือนกับรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์หรือรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เพราะต้องคอยเป็นที่ปรึกษาพระเจ้าแผ่นดินอยู่เสมอ ๆ ในการที่จะสร้างความเจริญให้กับแคว้นของตัวเอง ก็เลยเกิดความสนิทสนมคุ้นเคย ก็ไปกราบทูลพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า ลูกชายจะแต่งงานกับผู้หญิงเมืองสาเกตโน้น พระเจ้าปเสนทิโกศล พอได้ยินก็ อ้าว...นั่นตระกูลเศรษฐีที่เราเชิญมาเองนี่ เพราะฉะนั้นเราควรจะไปเองเพื่อให้เกียรติเขาดีกว่า ทางด้านนี้ก็นัดแนะวันเวลา ถึงเวลานั้นวันนั้น จะยกขันหมากไปสู่ขอ ตัวเราจะไปญาติพี่น้องก็จะไป แม้กระทั่งพระราชาของเราก็จะไปด้วย เขาก็เลยแต่งงานแต่งการกันไปอย่างที่ว่านั่นแหละ

ก็เฉพาะของขวัญวันแต่งงานอย่างเดียว พ่อเจ้าประคุณก็ขนกันไม่ไหวแล้ว ก็อย่างละ ๕๐๐ เล่มเกวียน เฉพาะวัวอย่างเดียว ไม่รู้นางวิสาขาได้ไปกี่ตัว เพราะธนัญชัยเศรษฐีบอกให้สมุห์บัญชีของตัวเองเปิดคอกวัวของตัว แล้วให้คนยืนเรียงสองฝั่ง ท่านใช้คำว่ากว้าง ๒๕ อสุภะ คือ ๑ อสุภะ น่าจะปราะมาณหลายวาอยู่นะ แล้ว ๒๕ อสุภะ คงประมาณสัก ๒๐๐ เมตร ได้มั้ง ? ระยะทาง ๓ โยชน์ ประมาณ ๔๘ กิโล เพราะว่า ๑๐๐ เส้น เป็นหนึ่งโยชน์ ๒๐ วา เป็นหนึ่งเส้น เพราะฉะนั้น โยชน์หนึ่งเท่ากับ ๘,๐๐๐ วา ๑๖,๐๐๐ เมตร ๑๖ กิโลพอดี เขาก็เลยจัดคนไปยืนตลอดระยะทาง ๓ โยชน์ กว้าง ๒๕ อสุภะ บอกว่าเปิดคอกให้วัวเดินออกไป ถ้าวัวเดินไปได้ ๑ โยชน์ ก็ตีฆ้องส่งสัญญาณมา พอสองโยชน์ก็ส่งสัญญาณมา ครบ ๓ โยชน์ก็ให้นายบัญชีปิดคอกได้ ตกลงแม่เจ้าประคุณได้วัวไปกี่ตัวก็ไม่รู้ นับไหวไหม ๔๘ กิโล ก็คงนับกันไม่ไหวแล้วล่ะ คราวนี้ปรากฏว่าวัวทั้งหมดในคอกกระโดดตามไปเกลี้ยงเลย คนก็เห็นเป็นอัศจรรย์ ก็กราบทูลพระพุทธเจ้าภายหลัง

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าในอดีตชาตินางวิสาขาทำบุญประเภททำแล้วทำอีก อย่างนี้ก๊ดีเจ้าข้าโปรดรับสักหน่อย อย่างนั้นก็ดีเจ้าข้ารับอีกสักหน่อยเถิด ไอ้โน่นก็เอาเพิ่มอีกนิด ไอ้นี่ก็เอาเพิ่มอีกหน่อย ถวายแล้วถวายอีก อานิสงส์ตรงนี้ก็เลยกลายเป็นว่าแกได้แล้วก็ได้อีก ถึงเวลาพ่อตั้งใจให้แค่นั้น ที่เหลือมันตามไปเกลี้ยงเลย แกไปถึงก็ประเภทขนไปอย่างละ ๕๐๐ อะไรสารพัดสารเพ แถมวัวอีกฝูงมโหฬาร ไปถึงเมืองสาวัตถี แม่เจ้าประคุณแจกดะตั้งแต่บ้านแรก จนถึงบ้านสุดท้ายเลย

ในพระไตรปิฎกท่านใช้คำว่าทำทุกตระกูล ให้มีฐานะอันเสมอกัน ก็เลยเป็นว่าทุกคนกลายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันว่า ยังไง ๆ ถ้าแม่นี่สมัคร ส.ส. แกได้แน่ คราวนี้นางวิสาขาแกเข้าไปในตระกูลแล้วเพิ่งรู้ว่า ตระกูลนี้นับถือนักบวชอเจลก คือไม่ได้นับถือพระในพระพุทธศาสนา แล้วจะทำบุญ พ่อผัวก็ไม่ยอมให้ทำ

สมัยก่อนอำนาจอยู่ในหัวหน้าครอบครัว ในเมื่อเขาไม่อนุญาตก็ทำไม่ได้ นางวิสาขาแกเป็นคนฉลาด คนเป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ไม่ฉลาดก็ไม่ได้ แกก็รอจังหวะ รอไปรอมา มีอยู่วันหนึ่ง พระมาบิณฑบาตหน้าบ้านพอดี มิคาระเศรษฐีเห็น อ้าว...ไม่ใช่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ก็คือไม่ใช่นักบวชที่เป็นชีเปลือยก็ไม่ใส่บาตร ก็นั่งกินข้าวมธุปายาสไปเรื่อยเปื่อย นางวิสาขาได้ทีจะเฉ่งพ่อผัวแล้ว ก็บอกพระคุณเจ้า นิมนต์ไปข้างหน้าเถิด พ่อสามีของดิฉันมัวแต่กินของเก่าอยู่ มิคาระเศรษฐีได้ยินก็ฉุนขาดเลย ตูรวยขนาดนี้ของค้างคืนไม่เคยแตะเลย มาบอกว่ากินของเก่าได้อย่างไรใช่ไหม ? ก็เลยบอกลูกชายไป หญิงอัปรีย์อย่างนี้มันกล่าวหากัน พ่อเลี้ยงไม่ได้หรอก ไล่มันไปเสีย ปุณวัฒนะกุมาร แหม...เมียสวยขนาดนั้นใครจะไปไล่ใช่ไหม นางวิสาขาก็บอกว่าด้วยว่าไล่ไม่ได้ เพราะว่าตอนมานี้ เชิญดิฉันมาโดยใช้พราหมณ์ถึง ๘ คน เท่ากับว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ ถ้าจะให้ไล่ก็ต้องให้ผู้ใหญ่มาสอบสวนทวนความกันก่อนว่าใครถูกใครผิดอย่างไร

คราวนี้มิคาระเศรษฐีก็ยัวะ สอบสวนก็สอบสวนวะ ถ้าแกแพ้แกต้องไปนะ นางวิสาขาก็บอกตกลงไป แต่ถ้าพ่อแพ้หนู พ่อต้องยอมนะ รายนี้ก็ยังไงตูก็ชนะแน่ เอ้า...ยอมก็ยอม

คราวนี้ก็ไปเชิญพราหมณ์ที่เป็นอาจารย์ใหญ่ทั้ง ๘ มาช่วยตัดสิน พราหมณ์ก็สอบถามว่าที่พูดอย่างนั้น หนูหมายความว่าอย่างไร มิคาระเศรษฐีก็ประเภทยัวะใหญ่บอก มันว่าเรากินของเก่า ดูถูกความเป็นมหาเศรษฐีของแกมาก อะไรสารพัดก็ว่าไป นางวิสาขาบอกว่า พ่อสามีที่ร่ำรวยมานี้เกิดจากบุญเก่าที่ตัวเองทำมา แล้วพอมาถึงชาตินี้ไม่ยอมทำบุญใหม่ ก็เท่ากับว่า ตัวเองกำลังกินของเก่าอยู่ตลอดเวลา มิคาระเศรษฐีพอได้ยินอึ้ง เถียงไม่ได้ ในเมื่อเถียงไม่ได้ก็ยอมแพ้ คณาจารย์ทั้ง ๘ ก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นยอมแพ้แล้ว ลูกจะขออะไร นางวิสาขาก็บอกขออนุญาตทูลเชิญพระสมณโคดมมารับภัตตาหารในเรือนนี้

คราวนี้พวกอเจลกชีเปลือยได้ยินก็เต้นกันใหญ่เลย พอได้ยินก็บอกมิคาระเศรษฐีว่า อนุญาตไม่ได้เด็ดขาด มิคาระเศรษฐีก็บอกตกปากรับคำลูกสะใภ้ไปแล้วว่าเขาขออะไรก็ต้องยอม เขาขอแค่นี้ก็ต้องยอมเขาสิ อเจลกก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปคังคาส ก็คืออย่าไปถวายอาหารพระสมณะโคดม นางวิสาขาก็จัดแจงเสียใหญ่โต เงินทองของพ่อผัวสักนิดก็ไม่แตะ ตัวเองขนมาเหลือเฟือแล้วใช่ไหม ? ก็สั่งพวกข้าทาสบริวารทั้งหมดช่วยกันจัดอาหารเพื่อถวายพระ แล้วก็ส่งสารทูลเชิญพระพุทธเจ้าว่า วันนั้นเวลานั้นให้เสด็จมารับภัตตาหาร พร้อมพระภิกษุ ๕๐๐ องค์ ตั้งใจเลี้ยงใหญ่เสียที ไม่ได้เลี้ยงมานานแล้ว

พอถึงวันถึงเวลานางวิสาขาก็ขอให้พ่อผัวออกมาถวายอาหาร พ่อผัวก็บอกว่าไม่ นางวิสาขาก็บอกว่าไม่ก็ไม่ ไม่ว่ากัน ตัวเองก็ถวายอาหารเสร็จอะไรเสร็จ พอพระพุทธเจ้าพร้อมพระทั้งหมดฉัน สมัยก่อนพอฉันเสร็จก่อนที่จะให้พรอะไรกันนี่ เขาจะมีการเทศน์ให้ฟังก่อน พอเทศน์ให้ฟัง นางวิสาขาก็บอกว่า ขอเชิญพ่อผัวมาฟังเทศน์ พระอเจลกก็บอกว่า แกอย่าไปนะ มิคาระเศรษฐีก็บอกว่าไม่ไป นางวิสาขาก็บอกว่านี่เป็นคำสั่ง ในเมื่อเป็นคำสั่งก็ขัดไม่ได้ ตัวเองแพ้เขาแล้วนี่ ก็ต้องไป พระอเจลกก็แก้เกมกันยกใหญ่ เอาอย่างนี้แล้วกัน กั้นม่านหนา ๆ สัก ๗ ชั้น แต่ละชั้นให้ห่างกันกี่ว่า แล้วก็ซ่อนอยู่ชั้นหลังสุดเลย นางวิสาขาก็ไม่ว่า กั้นม่านก็กั้นไป เพราะท่านรู้อานุภาพของพระพุทธเจ้ามีขนาดไหน เขาจะกั้นก็ช่วยกั้นเสียด้วยซ้ำไป มิคาระเศรษฐีก็อยู่ชั้นสุดท้าย

พระพุทธเจ้าท่านตั้งใจเทศน์เพื่อเป็นการสงเคราะห์ ในอรรถกถาเขาบอกว่า ถ้าพระพุทธเจ้าท่านเทศน์เพื่อสงเคาะห์ผู้ใด ต่อให้นั่งอยู่หลังภูเขาก็เหมือนกับนั่งอยู่เฉพาะหน้า พอฟังไปก็ไพเราะจับใจ ถูกใจไปหมด ก็เปิดม่านขยับไปทีละชั้นทีละชั้น มาถึงชั้นสุดท้ายกลายเป็นพระโสดาบันพอดี ก็เลยเข้าไปกราบพระพุทธเจ้า ในเมื่อกราบพระพุทธเจ้าเสร็จก็เลยสรรเสริญคุณของลูกสะใภ้ ว่าเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่ในพระพุทธศาสนา เป็นผู้ทำให้เขาเข้าถึงธรรม ก็เลยประกาศบอกคนทั้งหมดว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปลูกสะใภ้นี้ตั้งอยู่ในฐานะเหมือนแม่ตัวเอง เพราะเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่ในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านก็เรียกว่า วิสาขามิคาระมาตา นางวิสาขาผู้เป็นแม่ของมิคาระเศรษฐี ตกลงลูกสะใภ้กลายเป็นแม่ของพ่อผัวไปได้ด้วยประการฉะนี้แล

แต่มันเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่สุดคือว่า แกเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ ๗ ขวบนะ แต่ว่าไม่ได้ไปนิพพาน วิสาขามหาอุบาสิกา สิ้นชีวิตเมื่ออายุ ๑๒๐ ปี ไปอยู่สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสตี เห็นบอกว่าตั้งใจจะมาเกิดใหม่ถวายทานใหญ่ ๆ อีกสักครั้งหนี่งเถิด ไม่รู้เหมือนกันว่างานนี้จะใช้เงินสักเท่าไร ประวัติของแต่ละท่าน ถ้าเราฟังดูนะเหมือนกับมันเวอร์เกินไป อะไรมันจะรวยกันขนาดนั้น แต่จริง ๆ แล้วคือว่า เขารวยได้ด้วยกำลังบุญ เอาแค่ว่า ไม่ต้องมากหรอก

สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถของเราก็แล้วกัน สมัยอยุธยากลาง ๆ แล้วใช่ไหม สมัยนั้นแค่ฝนตกลงมา แก้วแหวนเงินทองจะผุดจากพื้นดินขึ้นมา คือในลักษณะที่เรียกว่าทำบุญของเขาที่ทำมา ทำให้ทรัพย์ต่าง ๆ ขึ้นมาใกล้ขนาดนั้นไม่ต้องเสียเวลาไปขุดไปหาอะไร ฝนตกก็เจอแล้ว

ปัจจุบันนี้อาตมาเจออยู่ที่หนึ่งคือบางกระจะ จันทบุรี เจ้าของบ้านคือโยมเชิญ บุญรังษี อันนั้นฝนตกลงมา พลอยโผล่ในบ้านเลย เอาไปเจียระไนเลย แต่แกไม่ยอมขุดพลอยในที่ของตัวเอง แกไปเช่าที่คนอื่นไร่หนึ่งเป็นล้าน ๆ ไว้ขุดพลอย ก็ถามว่าแล้วโยมทำไมไม่ขุดในบ้านของตัวเอง เยอะแยะขนาดนี้ เขาบอกว่าอันนี้เก็บไว้ให้ลูกหลานมัน ตัวเองยังมีแรง ยังมีเงินอยู่ ไปเช่าคนอื่นเขาก่อน กะกินของเขาให้หมดก่อนแล้วค่อยมาว่าของตัวเอง นี่แหละคือกำลังบุญของคน

ในเมื่อคนเรามีบุญก็จะเกิดในสถานที่ ที่ดี ท่านใช้คำว่า ปฏิรูป ปะเทสวาโส เอตัมมังคละมุตตะมัง การเกิดในถิ่นที่เหมาะสม ถือเป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง ดังนั้นคนที่ทำบุญมาดี ก็จะเกิดในสถานที่ ที่ดี ที่เหมาะสมกับบุญของตัวเองที่ทำมา ...เอาไหม ? ของเรามีสัก ๘๐ โกฏิ นี่ช็อกตายเลย สมัยนั้นถ้ามีเงิน ๘๐ โกฏิ พระราชาจะตั้งเป็นเศรษฐี มีฉัตรสามชั้นเป็นเครื่องหมาย ถ้าหากว่ามี ๔๐ โกฏิ เป็นอนุเศรษฐี ต่ำกว่านั้นจะเป็นคหบดี รวยกันแย่เลย เครื่องประดับชิ้นเดียวแบกไม่ไหว เขาบอกว่าเครื่องประดับทำเหมือนนกยูงรำแพน ดูไกล ๆ นี่ ไม่รู้ว่ามีชีวิตหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ต้องเข้าไปจ้องดูใกล้ ๆ ถึงรู้ เสร็จแล้วด้ายที่ใช้ร้อยพวกแก้วมณี แก้วมุกดา ที่ร้อยเป็นตัวเสื้อคลุม เขารีดเอามาจากทองคำ เงินเอาไปทำตัวนกยูงประดับพวกแก้วมณี มีอย่างนั้นสักชุดเป็นลมตายเลยแบกไม่ไหว

วัดแรกในพระพุทธศาสนาคือเวฬุวันมหาวิหารของพระเจ้าพิมพิสาร ถ้าวัดสำคัญในแคว้นโกศล ของพระเจ้าปเสนทิโกศลก็วัดเชตวัน อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้าง จะเป็นวัดที่ถูกเอ่ยถึงมากในพระสูตรต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็ เอวัมเม สุตัง ข้าพเจ้าได้ฟังมาดังนี้เอกัง สะมะยัง ภควา สมัยหนึ่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น สาวัตถิยังวิหะระติ พักอยู่ที่เมืองสาวัตถี เชตวเนอนาถบิณฑิกัสสะ อารามเม ที่เชตวันมหาวิหาร เป็นอารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างให้ เขาจะเอ่ยถึงอย่างนี้เยอะมากเลย เพราะตั้งแต่พรรษาที่ ๒๑ ถึง ๔๔ อยู่ที่นี่ตลอด

Akkra1978
01-07-2008, 03:02 AM
ผมขอร่วมทำบุญซ่อมพระประธาน จำนวน 200 บาท โดยผมได้โอนเงินไปให้แล้ววันนี้ เวลา 12:48 น.

อัครพงศ์ แก้วบุญเรือง

นว
02-07-2008, 06:32 PM
ร่วมทำบุญซ่อมพระประธานวัดท้ายดอน
จำนวน 200 บาท โอนเงินให้แล้วครับ วันที่ 2/7/51

Narong
04-07-2008, 04:14 PM
อนุโมทนาในบุญกุศลกับทุกท่านด้วยครับ
วันที่ 4 ก.ค. 51 เวลา 09.41 น. โอนเงินร่วมบุญปิดทองซ่อมพระประธาน วัดท้ายดอน เงินปัจจัย 1,100 บาท
ผม ณรงค์ เพ็งลาภ 500 บาท
คุณ สุชาดา 500 บาท (ผู้โอนเงิน)
คุณ พัชนี จัทร์แก้ว (เพื่อนร่วมงาน) 100 บาท
บูชาพระไตรรัตน์ เพื่อความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาสืบไป สาธุ...

tammatinna
07-07-2008, 09:01 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=321199&stc=1&d=1210394249

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=325995&stc=1&d=1211100903
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=330338&stc=1&d=1211605140
<O></O>

denceeพวกเรามาร่วม ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา กัน

tammatinna
07-07-2008, 09:24 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=344372&stc=1&thumb=1&d=1214017022 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=344372&d=1214017022)

ภาพนี้เป็นภาพโลงมุกบรรจุพระศพหลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน
พร้อมด้วยรูปหล่อพระพุทธเจ้า และหลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน

คนที่ต้องการขายที่ดิน มักจะไปบนให้หลวงพ่อบุญยิ่งช่วยครับ เพราะสมัยท่านมีชีวิตอยู่ก็สร้างบุญกุศลจนเป็นที่ยอมรับของศรัทธาประชาชน

และอีกอย่างหนึ่ง สำหรับคนถือเรื่องชื่อเป็นมงคล ก็ "บุญยิ่ง" นี้เป็นนามอันไพเราะเหลือเกิน

กระตุ้นให้เกิดความมั่นใจได้ง่ายๆ เชียว

ได้ผลมามากนักแล้ว
น่าจะเกิดจากคนที่หนึ่งบนขอให้ท่านช่วยย แล้วขายที่ดินได้ตามประสงค์
จึงมีการบอก ต่อๆๆ
คนต่อๆ มาก็เลยเกิดความเชื่อมั่น
จึงยิ่งสำเร็จง่าย

หลวงพ่อจึงต้องรับงานนี้ไปโดยปริยาย

ทุกๆ ปี จะมีการจัดงานประจำปีถวายหลวงพ่อยิ่งครับ
ประมาณเดือนพฤศจิกายน

umatevie
09-07-2008, 06:18 PM
ขออุโมทนาบุญกับทุกท่าน จะ ขอทำบุญกับคุณปิยะ 800 BATH อีก ๑๕ วัน ถึงจะส่ง ถวาย พระคุณเจ้า นะค้า สาธุ

ahhaboy
15-07-2008, 11:52 PM
เธอจงเห็นทุกข์ในปัจจุบันที่ เรียกว่านิพันธทุกข์เสียก่อน นิพันธทุกข์ คือทุกข์เนืองนิจที่มีอยู่ทุกวันมันมีอะไรบ้าง เมื่อบริโภคอาหารเข้าไปแล้วกิจอื่นที่จะตามมาเนื่องด้วยอาหารนั่นคืออะไร น้ำที่บริโภคเข้าไปมาก ร่างกายใช้เหลือความต้องการก็เกราอะทิ้งมา มาเป็นปัสสาวะ แล้วอาหารก็เช่นเดียวกัน ที่ร่างกายต้องถ่ายน้ำที่ไม่ต้องการ ระบายอาหารที่ไม่ต้องการ ที่เราเรียกว่าอุจจาระปัสสาวะ มันเป็นความสุขหรือความทุกข์
ตามบันทึกท่านทูลตอบว่ามันเป็นความทุกข์พระพุทธเจ้าข้า และเป็นความทุกข์ที่เหลือที่จะทน ไม่ใช่ทนได้ยาก เหลือที่จะทน คือทนไม่ไหว
ท่านก็ตรัสว่า ถ้าอย่างนั้นจงจำไว้ว่าอาหารนี่ไม่ใช่ปัจจัยของความสุข อาหารนี่เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์ จะหาสุขจากอาหารจริง ๆ นั้นมันไม่มี
ต่อจากนั้นองค์สมเด็จพระชินสี ห์ตรัสว่า เธอจงคิดไว้เสมอว่าชีวิตเลือดเนื้อและร่างกายถ้ายังมีอยู่เพียงใด คำว่าหมดทุกข์ไม่มี เราจะต้องประสบกับความทุกข์อย่างนี้ตลอดเวลา ถ้าเราจะสิ้นทุกข์ได้ก็เพราะอาศัยเห็นว่าร่างกายที่เราเกิดมานี่มันเป็น ทุกข์ แล้วก็สมบัติที่เราถือว่าเป็นเราเป็นของเรานี่มันได้มาด้วยความทุกข์ คืออาศัยความเหน็ดเหนื่อยเป็นของสำคัญ ถ้าเราไม่เหน็ดเหนื่อยแล้วเราก็ไม่ได้มา
เมื่อได้มาแล้ว หามาได้แล้ว แทนที่จะใช้สอยให้มันเป็นการพอดี ให้มันทรงอยู่กับเรา มันก็เปล่า มันก็สิ้นไปเสื่อมไป ทำไมจึงจะมานั่งสนใจด้วยอาหาร ด้วยเรื่องร่างกาย
แต่ที่กล่าวอย่างนี้ไม่ใช่ให้ ทำลายร่างกาย ไม่ใช่อดอาหาร เพราะว่ามันเกิดมาแล้ว ร่างกายที่เกิดมาเราก็ต้องเลี้ยงมัน มันเป็นของธรรมดา แต่ถ้าหากว่าเราจะถึงปรารถนาในมันนั้น เห็นไม่สมควร
จงมีความรู้สึกอยู่เสมอว่า หน้าที่ในการบริหารร่างกาย เราจะถึงทำเมื่อร่างกายต้องการอะไรบ้าง แต่ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินไป ตั้งใจบริหารมันเข้าไว้ เพราะว่าเป็ฯการระงับความทุกข์ส่วนหนึ่ง แต่ทว่ามันไม่ได้เป็นการหายทุกข์ มันเป็นการบรรเทาความทุกข์
และจงคิดว่าความสุขจริง ๆ ก็คืออธิโมกขธรรม ได้แก่ธรรมเป็นเครื่องพ้นจากการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้แก่พระนิพพาน
คนที่จะถึงพระนิพพานได้ ก็ต้องอาศัยไม่ติดอยู่กับปัจจัยที่ทำให้เกิดความทุกข์ คือร่างกาย ไม่ติดอยู่ในรสอาหาร นี่เป็นอันดับแรก
แล้วต่อไปเธอจงถอยหลังเข้าไป ส่วนใหญ่ของบุคคลที่พึงคิด เขาจะไม่คิดถึงความเป็นจริงของร่างกาย แล้วไม่คิดถึงความเป็นจริงของร่างกาย แล้วไม่คิดถึงความเป็นทุกข์ของร่างกาย ในศัพท์ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าจับปลายรูป นั่นคือมองไม่เห็นความทุกข์ คือเลี้ยงร่างกายให้อ้วนพี พยายามทะนุถนอมร่างกายนี้ไม่ให้ทรุดโทรมร่างกายต้องการอะไรหาให้ทุกอย่าง แต่ว่าเธอเคยเห็นไหมว่าคนที่บำรุงบำเรอร่างกายอยู่เป็นปกติเขามีความสุข เป็นอันว่าเธอจะหาไม่ได้ ไม่มีปัจจัยส่วนใดที่จะเป็นเหตุให้เกิดขึ้นได้ มันก็จะมีแต่ความทุกข์ส่วนเดียว
จงจำถ้อยคำนี้ไว้ให้ดีว่า ร่างกายนี้มันเป็นความทุกข์ อาหารที่เราได้มาก็ได้มาจากความทุกข์ ถ้าต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้เราก็ต้องทำกิจอยู่อย่างนี้ทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง ทั้งนี้ก็เพราะว่าเราจะกินข้าวเช้าแต่เวลาเดียวมันก็ไม่อิ่มไปตลอดวัน วันหนึ่งเราบริโภคหลายหน เมื่อบริโภคเข้าไปแล้วแทนที่จะสิ้นทุกข์ มันก็เกิดทุกข์เนื่องจากการขับถ่ายของร่างกาย
ร่างกายเป็น โรคนิทธัง มันเป็นรังของโรค มันมีอาการเสียดแทงอยู่เป็นปกติ ทุกข์อื่นใดที่จะทุกข์ยิ่งกว่าร่างกายนั้นไม่มีคือความปรารถนาของร่างกาย นี้เป็นเหตุนำมาซึ่งความทุกข์ทุกอย่าง
เธอจงวางภาระคือขันธ์ห้า ได้แก่ร่างกายเสีย
จงจำไว้ว่าคนเราจะเกิดมาทรงตัว อยู่ได้อย่างนี้มันเต็มไปด้วยความทุกข์ตลอดเวลา การทำไร่ไถนาหรือการแสวงหาทรัพย์สินมาเพื่ออาหารการบริโภคในชีวิตนี้เราจะ ไม่มีโอกาสได้หยุด ต้องทำตลอดชิวิต แล้วการต้องทำตลอดชิวิตอย่างนี้เต็มไปด้วยความทุกข์
นับตั้งแต่นี้ต่อไปเธอจงใช้ปัญญา หาทุกข์ให้พบ ถ้าเธอยังเห็นว่าโลกนี้จุดใดจุดหนึ่งเป็นอาการของความสุข นั่นก็ชื่อว่าเธอไร้ปัญญา ถ้าขณะใดเธอพิจารณาในมุมโลกทั้งหมด คนทุกขนาด ทุกประเภท ทุกชั้น ทุกวรรณะ ทุกชั้นทุกวัย ไม่ว่าคนประเภทใด เห็นอาหารเขามีความทุกข์ แล้วก็จิตใจของเธอมีอาการไม่มีเยื่อใยกับอาการของความทุกข์ทั้งหลายเหล่า นั้น แล้วก็มีความปรารถนาทำลายให้มันสิ้นไป ชื่อว่าเธอมีปัญญาสามารถจะเข้าเป็นพระอริยเจ้าได้

ที่มา หนังสือทางสายเอก : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ahhaboy
16-07-2008, 12:44 PM
ชีวิตคนเรามีเวลาจริง ๆ แค่วินาทีนี้เท่านั้น ส่วนวินาทีหน้ามันจะมาหรือเปล่าก็ไม่รู้
ดังนั้นจึงควรรีบทำความดี ละเว้นความชั่ว โดยเริ่มที่จิตของตนเองก่อนครับ
ที่เหลือให้คิดต่อกันเอาเองครับ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล...

tammatinna
21-07-2008, 09:16 AM
โครงการซ่อมพระประธาน (พระพุทธชินราช) + อัครสาวกขวา, ซ้าย

ณ วัดราษฎร์ศรัทธา (ท้ายดอน) ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี

ศุกร์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

ปรารภเหตุ หลังจากสบายใจในเรื่องสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก ๔ ศอก แล้ว จึงมีโอกาสได้กลับไปที่วัดราษฎร์ศรัทธา และมีโอกาสเข้าไปในโบถส์หลังเดิม ที่ใช้เป็นสถานที่อุปสมบท เมื่อ ประมาณ ๗ ปีมาแล้ว วันนี้ก็ได้มีโอกาสเข้าไปอีกครั้ง โบถส์สร้างตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาล ตามสัจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงประกาศ
พระประธาน + อัครสาวก ซ้ายขวา สร้าง ๒๔๗๘ ก็ชำรุดทรุดเช่นกัน (ทองที่ปิดไว้หลุดเป็นส่วนๆ ดังรูปที่เห็นข้างต้น) แลดูไม่สบายตา พาให้ไม่สบายใจไปด้วย (พาให้สงสาร "พระ" ท่านจับใจ)
ที่ฐานองค์พระประธาน เขียนไว้ว่า "คณะธนบุรี สามัคคีร่วมหล่อ ๒๔๙๘" ที่มีหลวงพ่อบุญยิ่ง สุมโน เป็นต้นบุญในการปรารภสร้าง

จึงมีความประสงค์ที่จะบูรณะพระประธาน(พระพุทธชินราช)พร้อมอัครสาวกผู้เลิศทางปัญญา (พระสารีบุตร) และผู้เลิศทางด้านฤทธิ์ธา (พระโมคคัลลานะ)

ในส่วนแรกจึงร่วมทำความสะอาด และได้จุดเทียน ธูป ทำการสักการะบูชา ขอขมาหากมีโทษกรรมใดๆ อันพึงรู้ไม่ได้แห่งสติปัญญาของตน

และตั้งใจมั่นอธิฐานขออนุญาตกับพระประธานพุทธชินราชว่า "ลูกเห็นพ่อชำรุดทรุดโทรมดูแล้วไม่สบายตา ไม่สบายใจ จึงมีความประสงค์อาสาที่จะบูรณะให้สวยสดงดงาม พอให้เหมาะสมกับพระบารมีที่ พ่อ นั่งเป็นองค์พระประธานแห่งวัดนี้มาตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ "


ขอบารมีองค์พระช่วยให้ความประสงค์นี้สำเร็จลุล่วง ตามประสงค์ทุกประการด้วยเถิด

ขอบารมีองค์พระช่วยสงเคราะห์ (ตาม) ให้ผู้ที่เคยร่วมบุญร่วมการกุศลใดๆ กันมาแล้ว ในอดีต ให้ได้กลับมาร่วมบูรณะองค์พระให้สมบูรณ์อีกครั้ง (ให้รู้ข่าวบุญนี้แล้ว มีกุศลเจตนาที่ต้องการจะร่วมทำด้วย)

เป็นการฝากผลงานไว้ในพระศาสนาเพื่อส่งต่อสู่รุ่นต่อๆ ไป
(รุ่นปัจจุบันก็ได้ประโยชน์อยู่ด้วยแล้ว)

ตั้งใจทำเพื่อถวายพระคุณ ท่านผู้มีคุณทั้งหลาย ทั้งปวง ทั้งหมด ที่พึงสงเคราะห์อนุเคราะห์กันมานานแสนนาน (ใช้เรื่องกตเวทิตาคุณเป็นตัวตั้งครับ)

โครงการซ่อมพระประธานจึงได้เริ่มขึ้น ตั้งแต่บัดเดี๋ยวนั้น

ตั้งใจไว้ที่ว่า ขอทำให้สำเร็จก่อนออกพรรษา ปี ๒๕๕๑ เพื่อจะได้ร่วมถวายเป็นองค์ประธานในการทอดกฐินของทางวัดราษฎร์ศรัทธา ในวันแรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ (ศุกร์ ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ออกพรรษาแล้ว ๓ วัน) เพื่อเพิ่มพูนอานิสงค์ เป็นพลังบวกในด้านการกุศล
คือเป็นทั้งการบูรณะ และเป็นทั้งการนำถวายเป็นองค์ประธานกฐิน

ซึ่งวันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ หากท่านใดอยู่ใกล้เคียง หรืออยู่ไกลแต่มีใจประสงค์ และพอมีเวลาที่จะไปร่วมถวายกฐินด้วยตนเองที่วัดราษฏร์ศรัทธา ท้ายดอน (ชลบุรี) ก็เชิญมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

บุญกฐินนี้มีอานิสงค์ใหญ่ พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า แม้แต่อาศัยพุทธญาน ก็ยังไม่เห็นที่สุดแห่งอานิสงค์บุญกฐิน (เข้านิพพานไปแล้ว อานิสงค์ก็ยังส่งผลไม่หมด)

พระพุทธองค์สมัยเป็นพระโพธิสัตว์ ก็ทรงใช้ "บุญกฐิน" นี้ในการถวาย "เข็ม + ด้าย" แล้วตั้งความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า (ซึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุดที่มนุษย์พึงประสงค์สำเร็จ) ก็ยังสำเร็จได้

ตุลิตะ ตุลิตัง สีฆะ สีฆัง
การทำบุญต้องเร็วๆ ไวๆ นะคร้าบบบ!!!

ณ วัดนี้มีเงินอยู่แล้วร่วม ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดครับ

;36
เรามาร่วมกันสร้างบุญใหญ่ฝากไว้ในร่มเงาพระศาสนากันนะครับ

จึงประกาศเป็นงานบุญแจ้งผู้มีความประสงค์เห็นตรงกันมา ณ ที่นี้ครับ

เหลือเวลาอีก ประมาณ ๓ เดือนครับ ในการร่วมบริจาคซ่อมพระประธาน + อัครสาวก เพื่อถวายเป็นประธานองค์กฐินวัดราษฎร์ศรัทธาท้ายดอน ปี ๕๑ ครับ


(smile)อนุโมทนากับทุกท่านครับ(smile)

umatevie
22-07-2008, 06:42 PM
ขอให้งานนี้ สำเร็จลุล่วง ไป ได้ ดี และ ไม่ติดขัดน่ะคะ ขออุโมทนากับ คุณ tammatinna ด้วยจ้า

ahhaboy
26-07-2008, 07:07 PM
ล่าสุดได้โอนเงินของคุณนฤมล(Umatevie) เข้าบัญชีหลวงพี่เรียบร้อย เป็นเงิน 800 บาทครับ
แถมอีกนิดนึง พอดีมีเงินเหลือ ก็เลยฝากเงินของคุณนฤมลเข้าเพิ่มอีก 100 บาทเพื่อร่วมบุญถวายประไตรปิฏก ในงานทอดกฐินที่วัดท่าขนุนปีนี้ด้วยครับ
อนุโมทนาสาธุ...

ahhaboy
28-07-2008, 08:10 PM
ล่าสุด คุณนวพล ตั้งศิริสุข ร่วมทำบุญกับหลวงพี่ 10,000 บาทครับ

kriengkripob
29-07-2008, 08:16 PM
วันนี้(29ก.ค.51)เวลา 18.52 น. ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอันบริสุทธิ์ ด้วยปัจจัยอันบริสุทธิ์ จำนวน 200 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 261-203241-1 บัญชี"พระธรรมพ์ณธร ธมมทินโน" ร่วมซ่อมพระประธาน(พระพุทธชินราช) พระโมคคัลลา และ พระสารีบุตร วัดราษฎร์ศรัทธา(วัดท้ายดอน)ต.เหมือง อ.เมือง จว.ชลบุรี ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลให้ 1.เจ้ากรรมนายเวรข้าพเจ้า/บิดามารดา ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โปรดโมทนาบุญและเป็นอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า/บิดามารดา ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ขอคำว่าไม่มีจงอย่าปรากฏแก่ข้าพเจ้าบิดามารดา 2.เทวดานางฟ้าพรหมที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า เทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลภิภพ รวมทั้งท่านพระยายมราชโปรดโมทนาบุญและเป็นสักขีพยานบุญด้วย 3.นายอภิวุฒิ/นายณรงค์ อธิปฎิเวชช/นางอุดม อวยพร/ลุงชื้น ศรีสมภาพ โปรดโมทนาบุญ หากไม่สามารถโมทนาบุญได้ ขอท่านพระยายมราชเป็นพยาน หากพบพวกเขาที่ไหน เมื่อไร โปรดบอกให้พวกเขาโมทนาบุญครั้งนี้ด้วย 4.เปรต อสูรกาย สัมภเวสี สัตว์ทั้งหลายที่ต้องทนทุกข์อยู่ โปรดโมทนาบุญครั้งนี้ด้วย ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐาน หากกาลต่อไปในภายภาคหน้า มีผู้ใดสักการะบูชา สวดมนต์ภาวนา หรือทำบุญกับพระประธาน/พระโมคคัลาและพระสารีบุตรที่ข้าพเจ้าร่วมซ่อมแซมทำนุบำรุงในครั้งนี้ แม้ข้าพเจ้ามิได้มีโอกาสทำบุญด้วย ก็ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยทุกครั้งอย่างไม่รู้จบรู้สิ้น จนกว่าจะได้มรรคผลนิพพาน ขอท่านพระยายมราชโปรดโมทนาบุญและเป็นสักขีพยานบุญด้วยทุกครั้งเทอญ......สาธุ

ahhaboy
31-07-2008, 02:42 PM
วันนี้เงียบ ๆ ผมขอโพสต์คำสอนของหลวงพ่อฤาษีฯที่ผมประทับใจมากที่สุดดีกว่า...http://board.palungjit.com/images/icons/icon7.gif

"ขณะใดที่ใจของลูกยังรักษาอภิญญาสมาบัติไว้ รักษาปฏิปทาสาธารณประโยชน์ ขณะนั้นลูกจงภูมิใจว่า พ่ออยู่กับลูกตลอดเวลา ถึงแม้ว่าร่างกายกายาของพ่อจะสลายไป แต่ใจของพ่อยังอยู่กับใจของลูก ลูกจะไปไหนก็ชื่อว่า พ่อไปด้วยช่วยลูกทุกประการ"

อ่านทีไรน้ำตาจะไหลเมื่อนั้นครับ...

motaroto
03-08-2008, 03:41 PM
:VOคุณเวฑิต จันทรกรินทร ร่วมด้วย ๑,๐๐๐ บาท
บุญรักษาสมบัติของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ยั่งยืนยาวนาน

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยครับ

tammatinno
04-08-2008, 08:46 AM
be happy1
คุณอุดมรัตน์ มิศิลา และหมู่คณะ ขอร่วมทำบุญใหญ่นี้ด้วย ๑,๓๙๐ บาทdencee
คุณกนกวลี วิริยะประไพกิจ ๑๐๐ บาทdencee
คุณแม่มานิตย์ คุณพ่อแย้ม โพธิ์ศรี ๔๐๐ บาท:VO

ขออนุโมทนากับทุกท่านครับ

tammatinna
04-08-2008, 08:59 AM
อนุโมทนากับทุก ๆ คนครับ


;k05ขณะนี้ได้สั่งการให้ทางช่างเริ่มลงมือซ่อมแล้วครับ

เพื่อให้เสร็จก่อนวันกฐินของวัดราษฎร์ศรัทธาครับ

พระถ้ำทะลุ
04-08-2008, 09:01 AM
ขอเอาใจช่วยให้ทำงานนี้สำเร็จโดยสะดวกทันการณ์ตามที่ตั้งใจไว้นะครับ

อนุโมทนาด้วยจริงๆ ครับ

tammatinna
04-08-2008, 09:49 AM
be happy1องค์สมเด็จพระภควันต์กล่าวว่า วันหนึ่ง นางวิสาขามหาอุบาสิกา ซึ่งในเวลานั้นก็ไม่ใช่เป็นคนร่ำรวยมากนัก แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รวยเพราะจิตนิยมในการให้ทานอยู่เป็นปกติ ผลของทานกองการกุศลที่ตนทำมาในชาติก่อนๆ ตามส่งผลให้เป็นคนรวย วันหนึ่ง เพื่อนๆ พากันมาชวน แนะนำว่าจะไปฟังเทศน์ในศาสนาขององค์สมเด็จพระพุทธกัสสป ซึ่งยังมีพระสงฆ์นำมาสาธยาย อาศัยที่นางวิสาขา มีจิตเป็นกุศลอยู่แล้ว และมีความเลื่อมใสในศาสนาขององค์สมเด็จพระประทีปแก้วยิ่งนัก เธอจึงไปด้วยเพื่อจะไปฟังเทศน์ ฟังธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระชินวร แต่ว่าระหว่างเดินทางไปนั้น เมื่อยังไม่ถึงที่ๆ จะพึงฟังเทศน์ นางวิสาขา ก็เห็นรูปหล่อขององค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ที่เขาปั้นไว้ ผิวแตก ชำรุด เป็นริ้ว เป็นรอย บางชิ้นส่วนก็สลักหักพังไป อาคารที่มุง ที่บังก็ผุ หลังคาก็รั่ว นางวิสาขา เห็นดังนั้นก็ไม่สบายใจ นางจึงเข้าไปไว้รูปเปรียบสมเด็จพระทศพล คือ พระพุทธรูปองค์ที่ชำรุดนั้น แล้วตั้งสัตยาธิฐานกล่าวกับพระพุทธรูปองค์นั้นว่า หลังจากการสดับพระธรรมเทศนามาแล้ว หม่อมฉันจะให้ช่างมาปั้น ซ่อมแซมทั้งองค์พระ และ สถานที่ ให้สวยงามดีตามเดิม แล้วนางก็ไปฟังเทศน์ เมื่อนางฟังเทศน์กลับมาแล้ว นางก็ได้จ้างช่างให้ไปทำตามที่ตั้งสัตยาธิฐานนั้น แต่ว่าการกระทำนั้น นางวิสาขา ไม่ได้บนบานพระพุทธเจ้าว่า ต้องการจะให้เป็นคนสวย ต้องการจะให้เป็นคนรวย ไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น ต้องการอยู่อย่างเดียวคือต้องการให้พระโฉมรูปเปรียบขององค์สมเด็จพระภควันต์เรียบร้อย สวยงาม ตามที่สมควร เพื่อจะได้เป็นเหตุ ปัจจัยให้แก่บุคคลทั้งหลายที่มีศรัทธามานมัสการกราบไหว้บูชา องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่า เพราะอาศัยที่ นาง<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-comhttp://board.palungjit.com/ /><st1:PersonName w:st=</st1:PersonName>วิสาขา ซ่อมแซมพระพุทธรูป ที่สลักแตกหักพังให้กลับดีตามเดิม และสวยสดงดงามเช่นนั้น เป็นต้น สมเด็จพระทศพลจึงกล่าวว่า เกิดมาในชาตินี้ นางวิสาขา จึงได้ เบญจกัลยาณี มีความงาม ๕ ประการ yimm

ธรรมวิวัฒน์
04-08-2008, 11:08 AM
สาธุ สาธุ สาธุ ทำดีได้ดี ได้สุขทั้งชาตินี้และชาติหน้า

ahhaboy
04-08-2008, 03:01 PM
อนุโมทนากับทุก ๆ คนครับ


;k05ขณะนี้ได้สั่งการให้ทางช่างเริ่มลงมือซ่อมแล้วครับ

เพื่อให้เสร็จก่อนวันกฐินของวัดราษฎร์ศรัทธาครับ
แบบนี้ก็แสดงว่า ทำบุญครั้งเดียว ได้บุญสองต่อ
คือได้ทั้งบุญซ่อมพระ และบุญใหญ่คือบุญกฐินใช่มั๊ย ๆ...

motaroto
06-08-2008, 07:51 AM
กว่าจะได้เงินมายากลำบาก
หากได้ทำบุญใหญ่ทั้งสองประการ
ก็เยี่ยมยอด เป็นบุญสำคัญทั้งสองประการ
ที่สำคัญเป็นพุทธานุสสติ เต็มที่
เพราะรักในพระพุทธเจ้า
จึงร่วมกันบูรณะ
ร่วมกันรักษาคำสอน
ร่วมกันปฏิบัติตามธรรม ตามกำลังที่เราสามารถพึงมี พึงทำได้
ขอให้ถึงฝั่งฝันที่ตั้งปรารถนากันโดยถ้วนทั่วนะครับ

อนุโมทนากับทุกท่านครับ

- เงาะป่า -
06-08-2008, 01:49 PM
จะคอยติดตามความคืบหน้าต่อไปครับ

อนุโมทนาสาธุครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
"จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครไหนมาช่วยเจ้า"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ร่วมสร้าง " อุโบสถเงิน" วิหารทานที่ในครั้งนึงในชีวิตไม่ควรพลาดครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=140433
ทดแทนค่าน้ำนม
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=142495
พระคุณพ่อ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1326572#post1326572
มาเที่ยว วัดเกตการาม จ.เชียงใหม่ วัดประจำปีจอกัน
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=136821

kongtag
06-08-2008, 01:57 PM
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

ahhaboy
08-08-2008, 12:52 PM
denceeพวกเรามาร่วม ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา กัน
ปิดด้านหลัง แล้วคนอื่น ๆ จะมองเห็นทองได้ยังไงล่ะครับ...???

motaroto
11-08-2008, 08:04 PM
นำข่าวบุญนี้ไปบอกต่อๆ กันมาครับ
มี้ผู้ใจบุญ ร่วมบุญงานนี้เพิ่มครับ
คุณเล็ก ร่วมทำบุญด้วย ๒,๐๐๐ บาท ครับ
อนุโมทนากับทุกๆ ท่านครับ

จะคอยติดตามความคืบหน้าต่อไปครับ

ติดตามอย่างเดียว เงาะป่าก็ไม่เป็นสังข์ทองซิครับ
ร่วมบุญด้วยซักกะบาท สองบาท ดีกว่ามั้ยครับ
ต่อๆนี้ จะได้ถอดรูปเก่า แล้วรูปใหม่ก็จักงามเกินทื่จะคิดได้ (ฮา)

มีธรรมมาฝากครับ
พระสารีบุตร ได้แสดงธรรมว่า 'คนบางคนทำทานเฉพาะตน ไม่ชักชวนคนอื่น เขาย่อมไดัแต่โภคทรัพย์ ในสถานที่ตนเกิดแล้ว

บางคนชักชวนคนอื่น ส่วนตนไม่ได้ให้ทาน เขาย่อมได้ แต่บริวารสมบัติในสถานที่ตนเกิดแล้ว

บางคนทั้งให้ทานด้วยตนเอง ทั้งชักชวนคนอื่นให้ทานด้วย เขาย่อมได้ทั้งโภคะสมบัติ บริวารสมบัติ ในร้อยอัตภาพบ้าง ในแสนอัตภาพบ้าง ในสถานที่ที่ตนเกิดแล้ว'

นำข่าวบุญนี้ไปบอกต่อๆ กันมาครับ

คุณอมร ร่วมทำบุญด้วย ๕๐๐ บาท ครับ

อนุโมทนากับทุกๆ ท่านครับ

งานเนื่องในพระศาสนา ผมยินดีทำ เต็มใจช่วยเต็มที่ครับ
แต่ช่วยได้ตามความสามารถนะครับ
เกินกำลังนัก ก็ขอเอาใจช่วยแทน

แต่งานนี้ ไหวครับ เพราะยังพอมีเวลาเหลืออยู่
จะช่วยประกาศบอกข่าวงานบุญนี้ครับ
ถือว่า 'ช่วยเหลือกันทำครับ'

tammatinna
13-08-2008, 08:34 AM
ปิดด้านหลัง แล้วคนอื่น ๆ จะมองเห็นทองได้ยังไงล่ะครับ...???

เเรกเริ่มก็ต้องซ้อมมือจากข้างหลังไปก่อน จะได้เป็นการสะสมความดีไปสู่ข้างหน้า

อีกอย่างหนึ่ง คนโดยส่วนมาก ชอบด้านหน้า หากมีแต่คนปิดทองด้านหน้าทั้งหมด องค์พระก็ไม่สมบูรณ์ซิครับ

อีกอย่างหนึ่ง ปิดข้างหลังมา พอข้างหลังเต็มแล้วก็ ค่อยขยับมาด้านข้าง และด้านหน้า

อีกอย่างหนึ่ง ปิดข้างหลังมากๆ เดี๋ยวทองก็เกิน จนมาปิดด้านหน้าไปเอง

สรุปแล้ว องค์พระสมบูรณ์แน่นอนครับ หากร่วมด้วยช่วยกัน

(เป็นการทำความดีแบบไม่รีบร้อนครับ แต่เป็นการค่อยๆ สะสมความดีไปทีละเล็กละน้อยหากไม่ลามือ เลิกลาไปซะก่อน ความดีเต็มแน่นอนครับ)

tammatinna
13-08-2008, 08:39 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=325995&stc=1&d=1211100903


denceeพวกเรามาร่วม ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา กันครับ

chodchoi
14-08-2008, 02:25 PM
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ สาธุ

- เงาะป่า -
15-08-2008, 08:00 AM
ติดตามอย่างเดียว เงาะป่าก็ไม่เป็นสังข์ทองซิครับ

ร่วมบุญด้วยซักกะบาท สองบาท ดีกว่ามั้ยครับ

ต่อๆนี้ จะได้ถอดรูปเก่า แล้วรูปใหม่ก็จักงามเกินทื่จะคิดได้ (ฮา)

โดนซะ 1ดอกเลยเรา จริงๆ ผมโอนไปตั่งแต่ผมได้อ่านกระทู้นี่ครั้งแรกแล้วครับ (เพราะเห็นรูปปั้นพระพุทธองค์กับอัครสาวกทั้ง2 สภาพนั้นมันหดหู่ใจบอกไม่ถูก เลยต้องโอนไปให้สบายใจซักนิดหน่ะ 555+) แต่โอนไปไม่มาก มันก็เลยแปลงร่างเป็นพระสังข์ไม่ได้หน่ะครับ สงสัยต้องสะสมบุตรอีกซักชาติก่าๆ นะกว่าจะได้แปลงร่าง ตอนนี้แปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่า ไปก่อนล่ะกัน

คนเก่า
15-08-2008, 09:51 AM
แปลงเป็นพระสังข์ไม่ได้ ก็แปลงเป็นพระสงฆ์ซะเลยซิครับ รัศมีจีวรอาบผิวอร่ามตาดีนักแล

- เงาะป่า -
15-08-2008, 03:33 PM
แปลงเป็นพระสังข์ไม่ได้ ก็แปลงเป็นพระสงฆ์ซะเลยซิครับ รัศมีจีวรอาบผิวอร่ามตาดีนักแล


ชะอุ๊ย ดอกนี้โดนแล้วมึนกว่าแฮะ ก็ว่าจะแปลงเหมือนกันล่ะท่าน ติดอยู่อย่างเดียว น้ำตานางรจนานี่แหละ เห็นแล้ว ทำใจแปลงไม่ลงล่ะท่าน (ไอ่เรายิ่งแพ้น้ำตาผู้หญิงอยู่ด้วย 555+ ) ยังงัยก็ขอเป็นกำลัง ให้เสร็จไวๆนะครับ จะรอดูตอนที่บูรณะเสร็จแล้วครับ

motaroto
15-08-2008, 09:39 PM
ขออำภัยครับที่ "เย้า" ไปคราวแรก

เป็นแค่เพียง ผงที่เข้าตา ไม่ช้านานวันก็คงหาย (แต่ ช้า แต่)

อนุโมทนาครับ ที่ได้ร่วมบุญด้วยกัน

ชะอุ๊ย ดอกนี้โดนแล้วมึนกว่าแฮะ

บุญหนักศักดิ์ใหญ่ ก็ต้องหนักหนาสาหัสบ้าง

ท่านพื่ ๆ ทั้งหลายว่าจริงไหมครับ?



น้ำตานางรจนานี่แหละ เห็นแล้ว ทำใจแปลงไม่ลงล่ะท่าน (ไอ้เรายิ่งแพ้น้ำตาผู้หญิงอยู่ด้วย 555+ )

น้ำตาผู้หญิง แท้จริงเป็นมายา
พี่ท่านครับ มาก้าวพ้นมายาดีกว่าไหม?

เริ่มด้วยพระสังข์ ต่อมาก็พระสงฆ์ ต่อไปจะเป็นอะไรอีกหนอ? (ฮา)

ยังงัยก็ขอเป็นกำลัง ให้เสร็จไวๆนะครับ จะรอดูตอนที่บูรณะเสร็จแล้วครับ

คุณอุดมรัตน์ มิศิลา ร่วมบุญเพิ่มอีก ๒๐๐ บาท (แล้วจะโอนเงินไปคราวเดีียวเลยนะครับ)

น้ำตาผู้หญิง แท้จริงเป็นมายา

มายาครับ มายาเล่ห์ลวง (ผมยืนยันด้วย)

ผมขอเป็นกำลังใจใหัอีกคนครับ

ขอให้งานสำเร็จ

แต่ขอบอกผู้ตั้งใจทำงานนี้ครับว่า
(ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยครับ)

งานทั้งหลาย มักยากตอนท้ายๆ
(ตอนใกล้จะสำเร็จ)

(ดูๆแล้ว ผมออกหน้าให้งานนี้ มากกว่า คนต้นบุญแรกๆ หรือเปล่าหว่า!!!)

หากเป็นเช่นนั้น ขอประทานอภัยด้วยครับ
ก็แค่อยากช่่วยให้สำเร็จจริงๆ ก็แค่นั้น

ผมขอเป็นกำลังใจใหัด้วยอีกคนครับ

การปิดทองหลังพระ เป็นเช่นไร?
วานผู้รู้ ช่วยแถลงไข

tammatinna
17-08-2008, 11:56 AM
hello6ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันครับhello6

เต็มใจอย่างยิ่งครับ กับคุณ MOTAROTO ที่ช่วยครับ

มาเป็นเจ้าภาพร่วมกันเลยครับ

เพราะทุกคนมีส่วนร่วม

ผมก็แค่เป็นส่วนหนึ่ง เช่นกันครับ

แต่หนึ่ง บวก หนึ่ง บวก หนึ่ง ไปเรื่อยๆ ก็มากมายด้วยกำลังใจ

หลายคน ก็หลายกำลังใจ หลายบารมีครับ

มองเห็นความสำเร็จอยู่เรืองๆ

ช่วยกันสานต่อนะครับ

hello6อนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับhello6

motaroto
18-08-2008, 08:12 AM
เต็มใจอย่างยิ่งครับ กับคุณ MOTAROTO ที่ช่วยครับ

ขอบคุณมากครับที่ให้มีส่วนร่วม

มาเป็นเจ้าภาพร่วมกันเลยครับ

ขอบคุณครับที่ให้เป็นเจ้าภาพร่วม

เพราะทุกคนมีส่วนร่วม

ผมก็แค่เป็นส่วนหนึ่ง เช่นกันครับ
ผมขอเป็นส่วนประกอบด้วยครับ


แต่หนึ่ง บวก หนึ่ง บวก หนึ่ง ไปเรื่อยๆ ก็มากมายด้วยกำลังใจ

หลายคน ก็หลายกำลังใจ หลายบารมีครับ

เห็นด้วยครับ ที่ว่าหลายคน ก็หลายกำลังใจ หลายบารมีร่วมกัน หากร่วมกันดีๆ เรื่องยากๆ ก็เป็นเรื่องไม่ยากได้นะครับ


มองเห็นความสำเร็จอยู่เรืองๆ

สำเร็จแน่ครับ ถ้าเราช่วยๆ กัน
งานพระศาสนาครับ

ทุกคน ทุกท่านมีส่วนร่วมรักษา ปกป้อง ส่งเสริม 'พระพุทธศาสนา' ครับ
ถ้ามีจิตสำนึกเห็นคุณพระพุทธศาสนา
ก็ต้องช่วยครับ
ช่วยเท่าที่ 'พอไหว' ครับ

'จะไม่มีการแข่งขันระหว่างเรา ด้วยเหตุว่า เราต่างขึ้นไปสู่ยอดเขา ด้วยเส้นทางคนละเส้น เราจะพบกัน ณ ที่นั้น ไม่ใช่ในฐานะคู่แข่ง แต่ในฐานะมิตรรัก และต่างจะชื่นชมต่อผลแห่งความสำเร็จ ของกันและกัน'
ประพันธ์โดย โรเบิร์ต เซาธี

เถรี
19-08-2008, 02:00 PM
วันนี้โอนเงินไป ๓๐๐ บาทค่ะ เวลา ๑๔.๒๗ น.
พอดีเรียนอยู่แถวบางแสนค่ะ คงไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดท้ายดอนเท่าไหร่ แฮ่ๆ

- เงาะป่า -
20-08-2008, 10:17 AM
การปิดทองหลังพระ เป็นเช่นไร?
วานผู้รู้ ช่วยแถลงไข

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=383723&stc=1&d=1219204571



ขออัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของในหลวงของเราครับ

“…การทำงานด้วยน้ำใจรักต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็น
ก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักพยานที่มั่นคง ที่พูดเช่นนี้ เหมือนกับ
สอนให้ปิดทองหลังพระ การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด
ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่า
ไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย
พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้…”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
ของจุฬาลงกรณ์ ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 กรกฎาคม 2506
ทรงเตือนสติทุกคนให้ทำงานด้วยความตั้งใจ ด้วยความรู้ ความสามารถ
และความสุจริต แม้งานที่ทำนั้นอาจไม่มีผู้ใดทราบ แต่เมื่อเป็นงานที่ก่อให้เกิด
ประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติแล้ว ควรที่จะทำแม้จะเป็นการทำในลักษณะ
ปิดทองหลังพระก็ตาม เพราะถ้าทุกคนคิดแต่จะปิดทองหน้าพระ ทำงานเอาหน้า
ทำอะไรต้องให้มีผู้รู้ผู้เห็นก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์
แก่ประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน

นอกจากนี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท
เป็นการเตือนสติข้าราชการทุกคน เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน
1 เมษายน 2533 ให้ทำงานโดยคำนึงถึงผลงานที่ปฏิบัติ มากกว่าผลประโยชน์
อย่างอื่น เหมือนดังเช่นการปิดทองหลังพระ

“…ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัล
หรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์เป็นทั้งรางวัลและ
ประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง…”


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทาน
ปริญญาบัตรของ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม 2530
เกี่ยวกับการทำงานว่า เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำต้อง
ตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง.



โอภาส เสวิกุล…..เรียบเรียง
16 กพ. 44

ที่มา http://www.bbznet.com/scripts2/view....order=numtopic

http://board.palungjit.com//showthread.php?t=144816




<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 border=0><TBODY><TR><TD>ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อ ไม่หวั่นไหว


</TD></TR><TR><TD>ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง ฯ


</TD></TR><TR><TD>จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง


</TD></TR><TR><TD>จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ฯ</TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE>



อนุโมทนากับทุกท่านครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
"จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครไหนมาช่วยเจ้า"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอความเมตตา สร้างชีวิตใหม่ ช่วยน้องผ่าตัดใบหน้า ให้สดใสเหมือนเดิม
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1440317#post1440317 (http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1440317#post1440317)
ร่วมสร้าง " อุโบสถเงิน" วิหารทานที่ในครั้งนึงในชีวิตไม่ควรพลาดครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=140433 (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=140433)
มาลองทำสังฆทานอย่างง่ายๆ ด้วยตนเองกันครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1435870#post1435870 (http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1435870#post1435870)
มาเที่ยวศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน จ.ตากกันครับ
--> http://board.palungjit.com//showthread.php?t=144889 (http://board.palungjit.com//showthread.php?t=144889)
มาเที่ยว วัดเกตการาม จ.เชียงใหม่ วัดประจำปีจอกัน
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=136821 (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=136821)<!-- / message --><!-- sig -->

motaroto
20-08-2008, 09:14 PM
'แจ่มกระจ่างกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว'

ขอร่วมปฏิบัติการ
'ปิดทองหลังองค์ปฏิมาด้วยครับ'

ขออภัยที่ 'เย้า' คุณ 'เงาะป่า' ในคราวก่อน

การณ์นี้ผมเทคะแนนส่วนตัวให้หมดใจ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการอภัยจากท่านสุภาพบุรุษนักปราชญ์ ผู้นำความกระจ่างแจ้งมาสู่ใจผมมมม !!!

tammatinna
21-08-2008, 02:21 PM
พอดีเรียนอยู่แถวบางแสนค่ะ คงไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดท้ายดอนเท่าไหร่ แฮ่ๆ

denceeไม่ไกลจาก ม.บูรพาเท่าไหร่ครับ
หากเดินตามปกติก็สักครึ่งชั่วโมงกว่าๆ

วิ่ง ก็สัก ๒๐ นาทีกว่าๆ

รถ ก็น่าจะสักไม่เกิน ๑๐ นาทีกว่าๆ

ขอบคุณ คุณเงาะป่า ที่ช่วยไขข้อค้างคาเรื่อง "ปิดทองหลังพระ" ครับ
การตอบแบบผม ผู้รู้คงบอกว่าตอบแบบไร้ภูมิ
(คือตอบตามความรู้สึกนะครับ)

แต่การตอบแบบ คุณเงาะป่า เล่นยกหลักฐานอันน่าเชื่อถือมา
อย่างนี้ นักวิชาเกิน ทั้งหลายคงรับได้ และชื่นชม ว่าเป็นศิษย์มีครู
คือ ตอบแบบมีภูมิพื้นความรู้จริง

ขอบคุณครับ
และขออนุโมทนากับทุกท่านครับ

คุณพันเอก(หญิง) กร ร่วมทำบุญ ๒๐๐ บาท ครับ
ลูกศิษย์หลวงพ่อฤษีฯ ร่วมทำบุญ ๒๐๐ บาท เช่นกันครับ

motaroto
22-08-2008, 02:46 PM
ถาม : จะถามเรื่องการทำบุญ ที่ไปหล่อพระพุทธรูปหรือการสร้างพระพุทธรูป บูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูป บุญกุศลเหล่านี้จะได้บุญยังไงคะ ?

(||)ตอบ : พุทธบูชา มหาเตชวันโต การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดช มีอำนาจมากถ้าหากว่าเกิดเป็นเทวดา พรหมก็จะมีรัศมีกายสว่างมาก ถ้าหากว่าเกิดเป็นคนส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้นำหมู่ชนเขา และการซ่อมพระพุทธรูป ถ้าหากว่าเกิดใหม่รูปร่างหน้าตาจะสวยงามเป็นพิเศษ ถ้าเป็นสุภาพสตรีจะได้เบญจกัลยาณี หรือไม่ก็อาจจะถึงขนาดอิตถีลักษณะ ๖๔ ประการ ที่เป็นพุทธมารดา อันนั้นหายากสุด ๕ อย่างก็ยากเต็มทีแล้วอันนั้นอีก ๖๔ หัวข้อ (||)

เบญจกัลยาณี
หนึ่ง งามผมสมพักตร์ลักขณา
สอง โอษฐาจิ้มลิ้มดูพริ้มเพรา
สาม งามทนต์ยลปลั่งดั่งสังข์ขัด
สี่ ผิวทัดกรรณิการ์งามราศี
ห้า คลอดบุตรเท่าไรวัยยังดี

ก้อง1
23-08-2008, 09:00 AM
สิทธิพงศ์ ไชยนันทน์ โอนเงินให้เมื่อเช้านี้ ๓๑๑ บาท เพื่อร่วมเป็นเจ้าภาพซ่อมพระประธานรวมถึงหลวงพ่อพระสารีบุตร และหลวงพ่อพระโมคคัลลานะ ที่ประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดราษฎร์ศรัทธา(ท้ายดอน) ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
<O></O>เพื่อเป็นพลังอานิสงส์ช่วยเร่งบุญบารมีในการหลุดพ้นวัฏสงสารและเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และพระมหาโพธิสัตว์เจ้า<O></O>

tammatinna
23-08-2008, 09:54 AM
นร.โรงเรียนบ้านดินโส ร่วมทำบุญซ่อมพระ ๑๐๐ บาท(kiss)

motaroto
25-08-2008, 08:53 AM
มีผู้ร่วมทำบุญเพิ่มครับ
๑.นายน้อย ๒๐๐ บาท อุทิศให้นายเย็ง
๒.ครอบครัว สุขเหลือ ๕๐๐ บาท อุทิศให้นายพิษณุ สุขเหลือ

ได้ผู้มีจิตเป็นกุศลร่วมบุญมาเพิ่ม
จำนวน ๓๐๐ บาท

ใกล้จะครบจำนวนตามราคาที่ต้องการหรือยังครับ ?

tammatinno
25-08-2008, 09:02 AM
อนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ

- เงาะป่า -
29-08-2008, 10:45 AM
ขอบคุณ คุณเงาะป่า ที่ช่วยไขข้อค้างคาเรื่อง "ปิดทองหลังพระ" ครับ
การตอบแบบผม ผู้รู้คงบอกว่าตอบแบบไร้ภูมิ
(คือตอบตามความรู้สึกนะครับ)

แต่การตอบแบบ คุณเงาะป่า เล่นยกหลักฐานอันน่าเชื่อถือมา
อย่างนี้ นักวิชาเกิน ทั้งหลายคงรับได้ และชื่นชม ว่าเป็นศิษย์มีครู
คือ ตอบแบบมีภูมิพื้นความรู้จริง



ไอ้ภูมิความรู้นี่ผมไม่ค่อยจะมีหล่ะครับ แต่ถ้า ภูมิแพ้ นี่พอไหว เพราะวันนี้ก็ยังแพ้กิเลส อีกเยอะ ส่วนเรื่องที่คุณ motaroto บอกขอโทษที่ "เย้า" หน่ะ จริงๆ แล้วผมไม่ได้ "เย้า" นะ ผมเป็น "มูเซอ" ส่วนเรื่องของทรรศนะการทำความดีตามที่คุณ motaroto บอกนั้น ผมชอบบทความนี้ครับ ยกมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านล่ะกันนะครับ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389624&stc=1&d=1219983828

ทำดีต้องไม่มีพอ

ความดีหรือบุญกุศลเปรียบเหมือนแสงไฟ

ผู้ที่ทำบุญกุศลอยู่อย่างสม่ำเสมอเพียงพอ แม้จะเหมือนไม่ได้รับผลของความดี และบางครั้งก็เหมือนทำดีไม่ได้ดี ทำดีได้ชั่วเสียด้วยซ้ำ เช่นนี้ก็เหมือนจุดไฟในท่ามกลางแสงสว่างยามกลางวัน ย่อมไม่ได้ประโยชน์ จากแสงสว่างนั้น
แต่ถ้าตกค่ำมีความมืดมาบดบังแสงสว่างนั้นย่อมปรากฏขจัดความมืดให้สิ้นไป สามารถแลเห็นอะไรๆ ได้ เห็นอันตรายที่อาจมีอยู่ได้ จึงย่อมสามารถหลีกพ้นอันตรายเสียได้ ส่วนผู้ไม่มีแสงสว่างอยู่กับตน เช่นไม่มีเทียนจุดอยู่ เมื่อถึงยามกลางคืนมีความมืดมิด ย่อมไม่อาจขจัดความมืดได้ ไม่อาจเห็นอันตรายได้ ไม่อาจหลีกพ้นอันตรายได้
ผู้ทำความดีเหมือนผู้มีแสงสว่างอยู่กับตัว ไปถึงที่มืดคับขัน ย่อมสามารถดำรงตนอยู่ได้ด้วยดีพอสมควรกับความดีที่ทำอยู่ ตรงกันข้ามกับผู้ไม่ได้ทำความดีซึ่งเหมือนกับผู้ไม่มีแสงสว่างอยู่กับตัว ขณะยังอยู่ในที่สว่าง อยู่ในความสว่างก็ไม่ได้รับความเดือดร้อน
แต่เมื่อใดตกไปอยู่ในที่มืดคือที่คับขันย่อมไม่สามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างสวัสดี ภัยอันตรายมาถึงก็ไม่รู้ไม่เห็น ไม่อาจหลีกพ้น คนทำดีไว้เสมอกับคนไม่ทำดีแตกต่างกันเช่นนี้ประการหนึ่ง
การทำดีต้องไม่มีพอ ต้องทำให้ยิ่งขึ้นอยู่เสมอเพราะไม่มีใครอาจประมาณได้ว่าเมื่อใดจะตกไปในที่มืดมิดขนาดไหน ต้องการแสงสว่างจัดเพียงใด ถ้าไม่ตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมายนัก มีแสงสว่างมากไว้ก่อน ก็ไม่ขาดทุน ไม่เสียหาย
แต่ถ้าตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมาย แสงสว่างน้อย ก็จะไม่เพียงพอจะเห็นอะไรๆ ได้ถนัดชัดเจน การมีแสงสว่างมากจะช่วยให้รอดพ้นจากการสะดุดหกล้มลงเหวลงคู หรือ ตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายจนถึงตายถึงเป็น
อานุภาพของความดีหรือบุญกุศลนั้นเป็นอัศจรรย์จริง เชื่อไว้ดีกว่าไม่เชื่อ และเมื่อเชื่อแล้วก็ให้พากันแสวงหาอานุภาพของความดีหรือบุญกุศลให้เห็นความอัศจรรย์ด้วยตนเอง


แสงส่องใจ : สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


ที่มาhttp://www.rakbankerd.com/goldenland/dhamma/file8.html

-------------------------------------------------------------------------------------------------------
"จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครไหนมาช่วยเจ้า"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอความเมตตา สร้างชีวิตใหม่ ช่วยน้องผ่าตัดใบหน้า ให้สดใสเหมือนเดิม
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1440317#post1440317
ร่วมสร้าง " อุโบสถเงิน" วิหารทานที่ในครั้งนึงในชีวิตไม่ควรพลาดครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=140433
มาลองทำสังฆทานอย่างง่ายๆ ด้วยตนเองกันครับ
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1435870#post1435870
มาเที่ยวศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน จ.ตากกันครับ
--> http://board.palungjit.com//showthread.php?t=144889
มาเที่ยว วัดเกตการาม จ.เชียงใหม่ วัดประจำปีจอกัน
--> http://board.palungjit.com/showthread.php?t=136821

nakoruru
29-08-2008, 11:25 AM
ร่วมทำบุญ 100 บาท ครับ ขออนุโมทนากับทุกๆท่านด้วยครับ

tammatinna
02-09-2008, 08:15 AM
นำข่าวบุญนี้ไปบอกต่อๆ

ใกล้จะครบจำนวนตามราคาที่ต้องการหรือยังครับ ?

ขอบคุณครับที่นำข่าวบุญนี้บอกต่อๆ ไปครับ

เรื่องจำนวนเงินนั้น ตอนนี้มีประมาณ ๘ หมื่นกว่าๆ แล้วจ้า
ตั้งไว้ที่ ๑ แสนบาท หากเกินจากนี้ ก็จะเข้าร่วมในการซ่อมพระอุโบสถดังภาพข้างต้นครับ

เท่ากับว่า ตอนนี้ขาดอยู่ หมื่นกว่าบาท เท่านั้นครับ
เหลือเวลาอีกประมาณ เดือนกว่าๆ เช่นกันครับ

กำหนดคือ ทอดกฐินวัดท้ายดอนวันอังคารที่ ๑๗ ตุลาคม ๕๑
เวลา ๑๐.๐๐ น. ครับ

อีกไม่นานนักหนอ พระพุทธองค์พร้อมด้วยอัครสาวก ก็จักกลับมางดงามอีกครั้ง
ให้ผู้มีจิตเป็นกุศลได้ชื่นชม สั่งสมกุศลยิ่งๆ ขึ้นไป

ผมก็เป็นเพียงแค่ทางผ่านไปสู่ความสำเร็จอีกทอดหนึ่งเท่านั้นครับ
ทุกๆ คนเป็น ทุกๆ กำลังใจ ทุกๆ กำลังบุญ เป็นส่วนรวมครับ
ส่วนผมก็เป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวม

ส่วนรวมอยู่ได้ ผมก็อยู่ได้ คุณๆ ทั้งหลายก็อยู่ได้ ท่านทั้งหลายว่าจริงไหมครับ?

ขออนุโมทนากับทุกๆ ท่านด้วยความคารวะในใจอันเป็นกุศลครับ

ขออนุโมทนากับทุกๆ ท่าน ที่เดินทางไปร่วมบุญที่วัดด้วยตนเองครับ

ขออนุโมทนากับทุกๆ ท่าน ที่ร่วมด้วยช่วยกันมาโดยตลอดครับ

motaroto
03-09-2008, 02:33 PM
เวลา ๑๐.๐๐ น. ครับ


ขอประทานโทษครับ
ขอทักท้วงสักนิด
วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๕๑

เป็นวัน ศุกร์ นะครับ
มิใช่วันอังคาร

สงสัยว่าคุณ tammatinna จะลุ้นกับงานนี้ จึงพลั้งพลาดไป

แต่ผมช่วยแก้ให้แล้วครับ

ก็แค่เพียงว่า ร่วมด้วยช่วยสร้างสรรค์ให้ถูกต้อง

ส่วนเรื่องยอดเงินถวายกฐินเพื่อซ่อมพระ ก็เหลืออีกไม่มากแล้ว

หากว่าไม่มีใครช่วยแล้ว คุณ tammtinna ก็เหมาปิดท้ายไปเลยครับ

จะได้บุญแบบพระ สิวลี ด้วย

หากไม่มีใครทำจริงๆ ผมขออาสานะครับ
เผื่อว่าผมยังจะต้องเกิดอยู่ตราบใด
บุญก็ต้องส่งผลแก่ผมตราบนั้น

หากเผอิญว่าไม่เกิดอีก ก็ให้บุญส่งผลกับทุกๆ ท่านนะครับ

หากเห็นว่า การแบ่งบุญสมควร ก็ขอให้อนุโมทนา 'สาธุ' ขึ้นพร้อมๆ กันเทอญ.

motaroto
05-09-2008, 02:29 PM
;aa13ขออัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของในหลวงของเราครับ

การทำงานด้วยน้ำใจรักต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็น ก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักพยานที่มั่นคง ที่พูดเช่นนี้ เหมือนกัน สอนให้ปิดทองหลังพระ การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด

ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น
แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า
ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้ประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง??

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม 2530

เกี่ยวกับการทำงานว่า เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง


ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อ ไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง

[b]จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

อ่านแล้วชื่นใจ มีกำลังที่จะช่วยต่อใหัถึงสำเร็จผล

ขอบคุณ 'คุณเงาะป่า' มากๆ เลยครับครับที่นำมาฝากให้อ่าน

อนุโมทนากับทุกท่านครับ

ดอกแก้ว
05-09-2008, 03:20 PM
วันนี้เดินทางไปที่วัดเพื่อทำบุญบูรณะองค์พระประธานและพระอครสาวก เป็นช่วงจังหวะที่ช่างกำลังบูรณะองค์พระประธาน และ ดำเนินการตกแต่งองค์พระค่ะ

ahhaboy
08-09-2008, 08:14 PM
เดือนนี้ผมขอทำบุญเพิ่มไปอีกหนึ่งพันบาทครับ...
ไม่ขออะไรมากมาย...ขอนิพพานชาิตินี้เลยละกันครับ...(ฮี่ ๆ)

motaroto
09-09-2008, 04:49 AM
เดือนนี้ผมขอทำบุญเพิ่มไปอีกหนึ่งพันบาทครับ...
ไม่ขออะไรมากมาย...ขอนิพพานชาิตินี้เลยละกันครับ...(ฮี่ ๆ)
ขอไม่มากจริงๆ ครับ
แต่อย่างนี้ ผมรู้สึกว่า 'คุณahhaboy' ขอหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นยันปลาย ปลายยันต้น เลยนะครับ (ฮา)

วันนี้เดินทางไปที่วัดเพื่อทำบุญบูรณะองค์พระประธานและพระอครสาวก เป็นช่วงจังหวะที่ช่างกำลังบูรณะองค์พระประธาน และ ดำเนินการตกแต่งองค์พระค่ะ

อนุโมทนาด้วยครับ
ถ่ายรูปมาฝากเราชาวร่วมบุญบ้างหรือเปล่าครับ

หากถ่ายรูปพระมาแล้ว ขอความเมตตา กรุณาลงให้ดูด้วยกัน ขอดูด้วยคนครับ

จักได้รู้ว่า ตอนนี้การบูรณะ ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว

จักได้กระจ่างแจ้งใจ กันทุกๆ คน
ทุกๆ ท่าน เห็นว่าดีไหมครับ ?

หนึ่ง99999
10-09-2008, 06:23 AM
อุโมทนา สาธู

หนิง บางนา
10-09-2008, 07:42 AM
ร่วมทำบุญซ่อมพระ 100 บาท ค่ะ โอนเงินวันนี้ ขออนุโมทนาผลบุญทั้งหมดทั้งมวลกับทุกท่านค่ะ

wannop karakate
10-09-2008, 08:46 AM
ขออนุโมทณาสาธุบุญด้วยนะครับ แล้วจะร่วมทำบุญด้วยนะครับ

บุตรสา
10-09-2008, 10:59 AM
โอนเข้าเมื่อวันที่ 9 กันยา 2551 เวลา 19:15
ชื่อบัญชี พระธรรพ์ณธร ธมฺมทินฺโน
เลขที่บัญชี : 261-203241-1
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ
เป็นจำนวนเงิน 330 ครับ

coool
10-09-2008, 12:26 PM
;aa14สาธุ ขออนุโมทนาบุญของทุกท่านด้วยครับ สาธุ

อายุมั่น
10-09-2008, 03:05 PM
แม่กับลูกชายโอนเงิน 300.00 บาทวันนี้เพื่อร่วมบุญนี้ด้วยเพื่อบูชาองค์ 3 แห่งพระรัตนตรัยค่ะ

junior phumivat
10-09-2008, 05:07 PM
ผู้ถาม : เมื่อทำบุญแล้ว ถ้าจะอุทิศส่วนกุศลภายหลังจะได้ไหมคะ...........?
หลวงพ่อ : การทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่งสักกี่ปี ๆ บุญก็ยังมีอยู่ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปี ก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญมันไม่หาย ไม่ใช่เราทำบุญแล้ว เดี๋ยวเดียวมันหายไปไม่ใช่อย่างนั้นนะ
ผู้ถาม :แล้วถ้าเผื่อทำบุญแล้ว ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลจะได้บุญเต็มที่ไหมคะ...?
หลวงพ่อ : ก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว เราเป็นผู้ได้สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ว่าเราจะให้เขาหรือไม่ให้ การอุทิศส่วนกุศล นี่นะ ถ้าเราไม่ให้ เราก็กินคนเดียวใช่ไหม..... ทีนี้ถ้าเราให้เขาของเราก็ไม่หมดอีก ส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบไปจากของเดิม อย่างเรื่องของ พระอนุรุทธ สมัยที่ท่านเกิดเป็นคนเกี่ยวหญ้าช้างของมหาเศรษฐี เวลาที่ท่านทำบุญแล้ว เจ้านายขอแบ่งบุญ ท่านก็สงสัยว่าการแบ่งบุญน่ะจะแบ่งได้ไหม จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ท่านรับบาตรนะ ท่านก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า

"สมมุติว่าโยมมีคบ แล้วก็มีไฟด้วย คนอื่นเขามีแต่คบ ไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่าง ก็มาขอต่อไฟที่คบของโยมแล้วคบทุกคนสว่างไสวหมด อยากทราบว่าไฟของคุณโยมจะยุบไปไหม....?
ท่านอนุรุทธก็บอกว่า ไม่ยุบ
แล้วท่านก็บอกว่า "การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน ให้เขา เขาโมทนา แต่บุญของเราเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์"


ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ




ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลายโดยเร็วด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ
อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด หากท่านทั้งหลายยังไม่มีโอกาสได้อนุโมทนาเพียงใด ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เจอเธอเมื่อใด ขอให้เธอได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

Kenichi
10-09-2008, 05:56 PM
ร่วมทำบุญ 300.-บูรณะพระพุทธรูป
โอนเงินแล้วครับ 18.47
อนุโมทนาบุญครับ

ณิช
10-09-2008, 06:06 PM
วันนี้ประมาณหนึ่งทุ่มได้โอนเงินทำบุญซ่อมพระไปแล้ว 500 บาทค่ะ เข้าบัญชี พระธรรพ์ณธร ไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 261-203241-1
ขออาราธนาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดลบันดาลให้บุญที่ข้าพเจ้าได้ทำนี้ ถึงแด่ทุกคน ทุกจิต กับการทำบุญนี้ด้วยเถิด

motaroto
10-09-2008, 07:52 PM
เกิดอะไรขึ้นครับ !

ทำไม ? วันนี้มีผู้เข้ามามากผิดปกติ

ทุกทีที่เข้ามาก็เงียบเชียบ

วันนี้ ไหงเป็นอย่างนี้ไปหว่า ?

ผู้รู้ ช่วยไขแถลงแจ้งให้ทราบเหตุด้วยเถอะครับ

สงสัย ? ผมคงไม่ได้ทำบุญปิดท้ายแหง ๆ

แต่ก็ไม่เป็นหยังใดนะครับ

ถือว่าร่วมด้วยช่วยกัน

แต่ใครทำ (นับรวมแม้แต่ใจคิดเห็นดีด้วย) ผมก็ขออนุโมทนาด้วยครับ
(หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะให้อนุโมทนาร่วมด้วย)



แต่ก็ทำให้แลดูคึกคักขึ้นนะครับ

ahhaboy
10-09-2008, 11:52 PM
คุณนวพล ได้ส่งภาพพระอุโบสถหลังเก่าซึ่งอยู่ในช่วงกำลังบูรณะ...
ผมขออนุญาตนำมาให้ชมกันครับ...

ส่วนคนมาได้ยังไง อันนี้ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ

การเกิดมาเป็นมนุษย์มีโอกาสน้อยเหมือนเม็ดทรายที่ติดเล็บจากเม็ดทรายทั้งหมดในโลก
เกิดมาแล้วอยู่ในเขตพระศาสนาเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
เกิดมาอยู่ในเขตพระศาสนาแล้วมีความนับถือพระศาสนาอย่างแท้จริงก็หาได้ยากยิ่ง
คนที่อยู่ในเขตพระศาสนาที่จะเปิดมาเห็นกระทู้นี้ ก็หาได้ยากยิ่ง
คนที่เห็นกระทู้นี้แล้วมีใจยินดีด้วย ก็หาได้ยากยิ่ง
คนที่มีใจยินดี แล้วร่วมทำบุญก็หาได้ยากยิ่ง
คนที่ร่วมทำบุญโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ก็หาได้ยากยิ่ง

กระทู้นี้อยู่เฉย ๆ ในหน้าแรกเกือบเป็นเดือน ทั้งที่มีคนเปิดดูทุกวัน แต่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวอะไร จู่ ๆ มีคนเข้ามาพร้อม ๆ กัน แล้วร่วมกันทำบุญ อันนี้เป็นเรื่องไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับ ดังนั้นผมไม่ขอคิดต่อละกัน...
เราเองก็ทำส่วนของเราไปให้ถึงที่สุด ช่วยกันคนละไม้ละมือ งานที่ว่าใหญ่ ยังไง ๆ ก็ต้องสำเร็จแน่นอนครับ...

ahhaboy
11-09-2008, 12:26 PM
คุณก้อยและพนักงานบริษัทไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมทำบุญดังรายนามต่อไปนี้

<TABLE style="WIDTH: 185pt; BORDER-COLLAPSE: collapse" cellSpacing=0 cellPadding=0 width=246 border=0 x:str><COLGROUP><COL style="WIDTH: 130pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 6326" width=173><COL style="WIDTH: 55pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 2669" width=73><TBODY><TR style="HEIGHT: 13.5pt" height=18><TD class=xl35 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext 1pt solid; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; WIDTH: 130pt; BORDER-BOTTOM: windowtext 1pt solid; HEIGHT: 13.5pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left width=173 height=18>รายนามผู้ร่วมทำบุญ</TD><TD class=xl22 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext 1pt solid; BORDER-LEFT: #d4d0c8; WIDTH: 55pt; BORDER-BOTTOM: windowtext 1pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left width=73>จำนวน(บาท)</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl23 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณวราภรณ์ มงคลนิมิตร</TD><TD class=xl24 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>1,500</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl25 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณวิชัย มงคลนิมิตร</TD><TD class=xl26 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl25 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณวิภาดา มงคลนิมิตร</TD><TD class=xl26 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl25 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณชาน</TD><TD class=xl27 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl28 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext 0.5pt solid; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณวรพล พิทยพงษ์พัชร์</TD><TD class=xl29 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>2,000</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl25 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณจินตนา พิทยพงษ์พัชร์</TD><TD class=xl26 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl25 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณสุพจน์ พิทยพงษ์พัชร์</TD><TD class=xl26 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl25 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณโชคชัย วิวัฒนากันตัง</TD><TD class=xl27 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl28 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext 0.5pt solid; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณภานิชา วรชนะนันท์</TD><TD class=xl29 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>1,800</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl25 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณนภัศศร วรชนะนันท์</TD><TD class=xl26 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: #d4d0c8; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl30 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณชัยวัฒน์ คุณดิลกสิริ</TD><TD class=xl27 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent"></TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl30 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: #d4d0c8; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณอภิญญา รัตนเศรษฐ์ยุทธ</TD><TD class=xl31 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>500</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl32 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณกรกช เทียนเนียม</TD><TD class=xl31 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>1,000</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl32 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณพรรณรัตน์ พัฒนาพิทักษ์กุล</TD><TD class=xl31 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>2,000</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl32 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณอัมพิกา จันทรภักดี</TD><TD class=xl31 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>500</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl32 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณรินทร์ลภัส นราพิริยานนท์</TD><TD class=xl31 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>100</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl32 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณจีระเดชท์ มโนภาส</TD><TD class=xl31 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>500</TD></TR><TR style="HEIGHT: 12.75pt" height=17><TD class=xl32 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; HEIGHT: 12.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=17>คุณจีระวัฒน์ กุลทรัพย์อุดม</TD><TD class=xl31 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 0.5pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>500</TD></TR><TR style="HEIGHT: 13.5pt" height=18><TD class=xl33 style="BORDER-RIGHT: windowtext 0.5pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext 1pt solid; BORDER-BOTTOM: windowtext 1pt solid; HEIGHT: 13.5pt; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=left height=18>ผู้ประสงค์ไม่ออกนาม</TD><TD class=xl34 style="BORDER-RIGHT: windowtext 1pt solid; BORDER-TOP: windowtext; BORDER-LEFT: windowtext; BORDER-BOTTOM: windowtext 1pt solid; BACKGROUND-COLOR: transparent" align=right x:num>40</TD></TR></TBODY></TABLE>

รวมทั้งสิ้น 10,440 บาท

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยครับ...

ahhaboy
11-09-2008, 12:39 PM
เกือบลืมไป...

คุณนรินทร์จากไมโครซอฟต์ร่วมทำบุญมา 1,000 บาท

ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ...

tippavan
11-09-2008, 12:57 PM
ขอร่วมทำบุญด้วยอีกครั้งค่ะ โอนเข้าบัญชีให้วันนี้ (11/9/08) จำนวน 500 บาท ขอให้งานซ่อมพระพุทธรูปสำเร็จโดยเร็ว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชาและสังฆบูชา
ขอผลบุญอันข้าพเจ้าได้กระทำแล้วจงเป็นเหตุเป็นปัยจัยให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้โดยง่ายในชาติปัจจุบันนี้เถิด

โมทนากับทุกๆ ท่าน

นิพพานะปัจโยโหตุ

swimfanclub
11-09-2008, 04:18 PM
ร่วมทำบุญด้วยค่ะ โอนเงินจำนวน 200 บาท จากสาขาสมุทรปราการ เวลา15.23.06 น.ข้าพเจ้าขออุทิศบุญนี้แก่ ปู่พระอินทร์ และนางมณีเมขลา และเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า ขอให้ท่านได้โมทนาบุญกุศลในครั้งนี้กับข้าพเจ้าด้วยเทรญ สาธุ

adisak007
11-09-2008, 09:33 PM
อนุโมทนาด้วยครับ...สาธุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

motaroto
12-09-2008, 04:45 AM
ขอร่วมทำบุญด้วยอีกครั้งค่ะ โอนเข้าบัญชีให้วันนี้ (11/9/08) จำนวน 500 บาท ขอให้งานซ่อมพระพุทธรูปสำเร็จโดยเร็ว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชาและสังฆบูชา
ขอผลบุญอันข้าพเจ้าได้กระทำแล้วจงเป็นเหตุเป็นปัยจัยให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้โดยง่ายในชาติปัจจุบันนี้เถิด