PDA

View Full Version : จิตอิสระ


หน้า : [1] 2

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 01:23 PM
จิตเป็นอิสระจากการไม่คิด เพราะจิตไม่คิดหรือเพราะเราหาที่ให้จิตเกาะไว้ การที่ใจสงบเพราะเรากดใจไว้หรือเพราะใจสงบเอง การที่เราเกลียดใครสักคนมีเหตุผลไหม ที่ว่าจิตใจจะบังคับไปทำไม
เห็น ได้ยิน รส สัมผัส ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนตำรา การกำหนด วางสิ่งต่างวางกิเลสได้นานแค่ไหน ความรู้ เรียนได้ไม่จบสิ้น แม้จะรู้และ เข้าใจก็ใช้จะวางสภาวะต่างๆได้อย่าง 100 เปอเซ็น สิ่งตางๆที่เรียนรู้ถ้าไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้แม้มีสิ่งติดขัดแม้แต่นิดเดียวก็ไม่อาจวางได้อย่างแท้จริงสิ่งที่ว่าวางแล้วเป็นสิ่งที่ถูกท่านกำหนดกดไว้หรือไม่ ลองไม่กำหนดแล้วดูและสัมผัสกับสิ่งที่เป็น ของทุกอารมณ์ แล้วพูดให้เต็มปากว่าท่านไม่มี รัก โลภ โกรธ และ หลง โดยไม่ได้กำหนดหรือกดอารมณ์ต่างๆด้วยสมาธิ

ขันธ์
05-05-2008, 01:41 PM
แล้วหนทาง ที่จะทำไปสู่ จิตอิสระ นั้นทำอย่างไร

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 01:47 PM
รู้และเข้าใจสิ่งต่างๆตามความเป็นจริงจนกว่าใจจะยอมรับ และ วาง

ขันธ์
05-05-2008, 01:50 PM
แล้ว หนทางที่จะทำให้ รู้และเข้าใจ นั้นควรทำอย่างไรครับ

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 01:54 PM
การพิจรณาด้วยปัญญา ซึ่งก็ต้องอาศัยสมาธิ

ขันธ์
05-05-2008, 02:14 PM
ที่ว่าพิจารณาด้วยปัญญา
พิจารณาอย่างไร พิจารณาอะไร พิจารณาตอนไหน

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 02:20 PM
พิจรณาด้วยสติ พิจรณาเมื่อสติระลึกรู้ พิจรณาตามอาการและความรู้สึก

สันโดษ
05-05-2008, 02:29 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/peach/emoticon/peach034.gif สงสัยจะหนีไปบวชกันหมดแล้วเเน่ๆเลย

keawnum
05-05-2008, 02:37 PM
ไม่เป็นไรสันโดษเรายังไม่ไป

สันโดษ
05-05-2008, 02:43 PM
ไม่เป็นไรสันโดษเรายังไม่ไป
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/mushroom/47_65953_7c07888cbbb0cf5.gif ดีจริงเลยๆแก้วน้ำ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 02:44 PM
เฉียดวรรณกรรม

แต่ขอให้ช้าไว้ก่อนที่จะสรุปอะไรลงไป

จะกลายเป็นการสลักกลอนเสียก่อนเวลา จะทำให้ติดขัดได้

ดูอย่างท่านหลง กับ อ.ขันธ์ เหมือนติดกันทั้งคู่

บางอย่างเกิดมีน้ำหนักขึ้นมา

พลัjจิต
05-05-2008, 02:48 PM
หวัดดีคับ

สันโดษ
05-05-2008, 02:49 PM
เฉียดวรรณกรรม

แต่ขอให้ช้าไว้ก่อนที่จะสรุปอะไรลงไป

จะกลายเป็นการสลักกลอนเสียก่อนเวลา จะทำให้ติดขัดได้

ดูอย่างท่านหลง กับ อ.ขันธ์ เหมือนติดกันทั้งคู่

บางอย่างเกิดมีน้ำหนักขึ้นมา


http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/mushroom/47_65953_a7c213017489524.gif

พลัjจิต
05-05-2008, 02:50 PM
สภาวะของท่านผีเสื้อเข้าสู่ปัจจัตตังแล้วเหรอ

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 02:51 PM
สภาวะของท่านผีเสื้อเข้าสู่ปัจจัตตังแล้วเหรอ
แปลให้ฟังหน่อยสิ บาลีอ่อนด้อย

jinny95
05-05-2008, 02:53 PM
เฉียดวรรณกรรม

แต่ขอให้ช้าไว้ก่อนที่จะสรุปอะไรลงไป

จะกลายเป็นการสลักกลอนเสียก่อนเวลา จะทำให้ติดขัดได้

ดูอย่างท่านหลง กับ อ.ขันธ์ เหมือนติดกันทั้งคู่

บางอย่างเกิดมีน้ำหนักขึ้นมา

ติดอารายหรอท่านพี่ ขยายความด้วย

สันโดษ
05-05-2008, 02:53 PM
สภาวะของท่านผีเสื้อเข้าสู่ปัจจัตตังแล้วเหรอ

ปัจจัตตัง

รู้เฉพาะตัว

http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/tuzki/tuzki-27.gif

นักบุญภาคอีสาน
05-05-2008, 02:54 PM
จิตอิสระ ...................อืม

พลัjจิต
05-05-2008, 02:55 PM
ก็ทุกสิ่งที่ท่านเห็นท่านสัมผัส มันเป็นไปตามวิถีของโลกและเวลาบาปและบุญ ดำและขาว มีสว่างก็มีมืด เมื่อเข้าใจตรงจุดนี้แล้วใจเรายอมรับว่ามันเป็นของไม่เที่ยง แล้วปล่อยวาง ไง อะไรประมาณนี้ละคับ

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 02:56 PM
ก็ทุกสิ่งที่ท่านเห็นท่านสัมผัส มันเป็นไปตามวิถีของโลกและเวลาบาปและบุญ ดำและขาว มีสว่างก็มีมืด เมื่อเข้าใจตรงจุดนี้แล้วใจเรายอมรับว่ามันเป็นของไม่เที่ยง แล้วปล่อยวาง ไง อะไรประมาณนี้ละคับ
สภาวะแบบนี้หลายท่านในนี้ก็เข้าใจ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 02:57 PM
สภาวะของท่านผีเสื้อเข้าสู่ปัจจัตตังแล้วเหรอ

มีคนตอบไปแล้วครับ ตาม โควต

สำหรับผม ถ้าจะยก ก็เป็นอุทาหรณ์ที่พระท่านได้ชี้ไว้

พระท่านก็ติดขัดไม่สามารถก้าวหน้าทางธรรมต่อได้ ก็ไปกราบหลวงปู่ดูลย์

พระท่านต่อธรรมนาน 2 ชั่วโมง เพื่อแก้ธรรมให้ แต่สุดท้ายก็แก้ไม่ได้

ต้องกลับ หัวใจของวันนั้น ท่านก็สรุปออกมาคำเดียวว่า แก้ไม่ได้

คำว่า แก้ไม่ได้ ถ้าฟังแล้วไม่เข้าใจก็ปล่อยไปนะครับ

คนที่ทราบ จะทราบเองว่าถูกต้องตามนั้น

พลัjจิต
05-05-2008, 02:57 PM
เข้าใจแล้วทำได้ไหมละ

jinny95
05-05-2008, 02:57 PM
ก็ทุกสิ่งที่ท่านเห็นท่านสัมผัส มันเป็นไปตามวิถีของโลกและเวลาบาปและบุญ ดำและขาว มีสว่างก็มีมืด เมื่อเข้าใจตรงจุดนี้แล้วใจเรายอมรับว่ามันเป็นของไม่เที่ยง แล้วปล่อยวาง ไง อะไรประมาณนี้ละคับ

ดูเหมือนเซ็ง ๆ ขี้เกียจพูด ขี้เกียจพิมพ์ นะ คุณพลังจิต ^-^

พลัjจิต
05-05-2008, 02:58 PM
มีคนตอบไปแล้วครับ ตาม โควต

สำหรับผม ถ้าจะยก ก็เป็นอุทาหรณ์ที่พระท่านได้ชี้ไว้

พระท่านก็ติดขัดไม่สามารถก้าวหน้าทางธรรมต่อได้ ก็ไปกราบหลวงปู่ดูลย์

พระท่านต่อธรรมนาน 2 ชั่วโมง เพื่อแก้ธรรมให้ แต่สุดท้ายก็แก้ไม่ได้

ต้องกลับ หัวใจของวันนั้น ท่านก็สรุปออกมาคำเดียวว่า แก้ไม่ได้

ก็ปัจจัตตังไง

พลัjจิต
05-05-2008, 02:59 PM
ก็รู้ว่าจะต้องอธิบายในสภาวะ อย่าที่คนอื่นไม่มีในตัวของเรามันอธิบายยากก็เอามันแค่นั้นละ

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 02:59 PM
เข้าใจแล้วทำได้ไหมละ
จาก100-ทีละ1 วันนึง 100 ก็จะเป็น 0

สันโดษ
05-05-2008, 03:01 PM
ความขี้เกียจ เป็นกิเลสหมวดไหน?

วีธีละเลิกทำอย่างไร?

พลัjจิต
05-05-2008, 03:01 PM
จาก100-ทีละ1 วันนึง 100 ก็จะเป็น 0
ไม่เอาที่เดียว 25 และ50 และ75 และ100 ละ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:02 PM
ก็ทุกสิ่งที่ท่านเห็นท่านสัมผัส มันเป็นไปตามวิถีของโลกและเวลาบาปและบุญ ดำและขาว มีสว่างก็มีมืด เมื่อเข้าใจตรงจุดนี้แล้วใจเรายอมรับว่ามันเป็นของไม่เที่ยง แล้วปล่อยวาง ไง อะไรประมาณนี้ละคับ

ขออนุญาตินะครับ ดูยังไม่ตรงจุดเท่าไหร่

แต่ถึงผมแก้ให้เข้าจุด ก็งง กันเองได้ อีกอย่าง

ต้องปิดบัง ผีเสื้อด้วย ให้เขาได้ยินไม่ได้ เดี๋ยวช้าลง

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 03:02 PM
ไม่เอาที่เดียว 25 และ50 และ75 และ100 ละ
ท่านเลือกได้เหรอ

พลัjจิต
05-05-2008, 03:03 PM
ความขี้เกียจ เป็นกิเลสหมวดไหน?

วีธีละเลิกทำอย่างไร?
เลิกง่ายมาก คิดแล้วทำ

jinny95
05-05-2008, 03:03 PM
อิอิ... ลดที่ละ ยี่สิบห้าเปอร์เซนต์ ก็ 4 ครั้งพอ
แหม มันเหนื่อยนะ

jinny95
05-05-2008, 03:04 PM
ความขี้เกียจ เป็นกิเลสหมวดไหน?

วีธีละเลิกทำอย่างไร?
เป็นโมหะ ต้องเอาโลภะ ละ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:04 PM
ท่านเลือกได้เหรอ


ไม่ใช่เลือก แต่เป็นการกล่าวตามปริยัติ

พลัjจิต
05-05-2008, 03:04 PM
ท่านเลือกได้เหรอ
เลือกไม่ได้ แล้วแต่สภาวะที่เราทำ เมื่อถึงจุดนั้นก็จะได้คำตอบ สำหรับเรา50

พลัjจิต
05-05-2008, 03:06 PM
อิอิ... ลดที่ละ ยี่สิบห้าเปอร์เซนต์ ก็ 4 ครั้งพอ
แหม มันเหนื่อยนะ
มันก็ไม่เหนื่อยเท่ากับหายใจทิ้งไปวันๆหรอกท่าน

jinny95
05-05-2008, 03:08 PM
มันก็ไม่เหนื่อยเท่ากับหายใจทิ้งไปวันๆหรอกท่าน

หายใจทิ้งไปวัน ๆ สำหรับเรามีความอยากไม่เกิดแฝงอยู่ด้วย
ตอนนี้ว่าจะทำลายความอยากนั้นแหล่ะ เพิ่งนึกได้เมื่อกี้เอง

สันโดษ
05-05-2008, 03:08 PM
มันก็ไม่เหนื่อยเท่ากับหายใจทิ้งไปวันๆหรอกท่าน
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-26.gifhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-26.gifhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-26.gif

keawnum
05-05-2008, 03:09 PM
มันต้องลงครั้งละ 25 50 75 100 % นะ

แต่ส่วนใหญ่จะลงครั้งละ 25 %

ครั้งละ 100 นี่ต้องสมัยพุทธกาลนู่น

ไม่งั้นต้องลงครั้งแรก 25 แล้ว ทิ้งทีละ 1 ไปเรื่อยๆทีละนิดๆ นานๆ

ไม่ก็ 25 4 ครั้ง ก็ได้ทั้งนั้น

แต่ถ้าได้ 25 นี่ มันจะลดไปได้เองเรื่อยๆแล้วนะ

แต่ถ้าครั้งแรกไม่ถึง 25 นี่ยังไม่หลุดวงโคจร ถึง 25 ปั๊บ มันจะหลุดวงโคจรไปเรื่อยๆ

มันก็ขึ้นอยู่กับขนาดด้วยนะ ถ้าใหญ่ก็นานหน่อย ถ้าเล็กมันก็หลุดเร็ว

พลัjจิต
05-05-2008, 03:09 PM
ชอบสันโดษจัง ตลกเนอะ วันนี้มากคุยแค่นี้พอละ ไปก่อนนะ บาย

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:10 PM
ไม่ได้หมายถึง % Exactly หรอกครับ อย่าลืมภาวะ ปัจจัตตัง

ไม่ควรพยากรณ์

สันโดษ
05-05-2008, 03:11 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD background=images/gradients/bg_p.gif>สมาชิกที่กล่าว " ไม่เห็นด้วย " กับข้อความของ คุณ keawnum ที่เขียนไว้ทางด้านบน </TD></TR><TR><TD class=alt2 height=29>บุคคลทั่วไป 3 คน (http://board.palungjit.com/member.php?u=214899) (วันนี้) http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-6.gif(เหงาจัง)</TD></TR></TBODY></TABLE>

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:11 PM
สาธุ คุณพลังจิตครับ

keawnum
05-05-2008, 03:12 PM
อ่อครับ เป็นสภาวะเปรียบเทียบสมมติน่ะครับ นอกนั้นก็แล้วแต่ส่วนบุคคลอย่างที่คุณเอกวีร์บอกครับ

คนอื่นมาอ่านจะได้เข้าใจง่ายๆด้วย^^

keawnum
05-05-2008, 03:14 PM
แบบนี้ต้องให้คุณผ่อนคลายสั่งแบนคุณผีเสื้อ แบนไอพี ตลอดชีวิต

แต่ไม่แบนก็ดี จะได้ฝึกวางสมมติเน็ตด้วย

ล้อเล่นน่ะครับ ^^

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:15 PM
คุณแก้วน้ำ ต้องอ่านกระทู้นี้ใหม่ตั้งแต่แรก

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 03:21 PM
แบบนี้ต้องให้คุณผ่อนคลายสั่งแบนคุณผีเสื้อ แบนไอพี ตลอดชีวิต

แต่ไม่แบนก็ดี จะได้ฝึกวางสมมติเน็ตด้วย

ล้อเล่นน่ะครับ ^^
โดนแบนก็ได้ความรู้ใหม่ๆ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:23 PM
เดี๋ยวจะมาว่า ผมไม่มีเหตุผล

ฝากคุณแก้วนำ พิจารณา การใช้ประโยค

เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี

ว่าทำไมพระพุทธองค์เลือกที่จะพูดประโยคนี้ ทั้งๆที่โดยตรรกะแล้ว ประโยค

เพราะสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี

ก็ดูสมเหตุสมผล

ลองพิจารณาดูนะครับ ว่าทำไมประโยคบน ถึงแหลมคมกว่า

* อย่าลืมนะครับ สำหรับคุณแก้วน้ำ ผมขอปรับการใช้ประโยค ไม่ได้แย้งเรื่องสภาวะธรรม
อันนั้นยกให้คุณหลงเขา

สันโดษ
05-05-2008, 03:24 PM
โดนแบนก็ได้ความรู้ใหม่ๆ


เราเห็นผีเสื้อ ไปที่นู่นเเล้ว http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-71.gif

ชอบใช่ไหมล่ะ Idea สันโดษ บรรเจิด

พลิกวิกฤติ เป็น เคส สะตาดดี้

keawnum
05-05-2008, 03:25 PM
ไม่ว่าจะยังไงแบบไหนก็ตาม ผมก็อยากให้ทุกคนปฏิบัติอย่าหยุด เท่านั้นเอง

ก็ไม่รู้จะกล่าวอย่างไร ตราบใดที่มีความเพียรจักพ้นทุกข์จริง ก็ขออย่าหยุด

ดีไม่ดี ก็อย่าหยุด

หยุดแล้วถึง ถึงแล้วอย่าหยุด หยุด

ถ้าทำได้ตลอดมันก็ดีไป มันก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

วิปัสสนา แปลว่า พิจารณาโดยเห็นจริง มันก็แทบไม่ต้องนั่งสมาธิ ใช้สมาธิในประจำวันเล็กน้อย ก็พิจารณา สิ่งรอบๆได้เห็นจริงแล้ว แต่ก็นานหน่อย

บางทีการพิจารณาในสมถะ ออกมามันก็ กด ข่ม

ส่วนใหญ่ที่เข้าสมถะกันนี่ เข้าไปวางสัญญากัน ละตัวตน หลายๆวัน อันนี้ก็ช่วยฝึกได้ในจุดนึง

มันก็ไม่ทราบจะกล่าวอย่างไร เพราะผมศึกษาปริยัติมาน้อยมาก อาศัยหนังสือเล่มน้อย 2 เล่ม เท่านั้นเอง ผิดถูกอย่างไรก็ขอให้ทุกคนร่วมชี้แจง เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้เข้ามาอ่านท่านอื่นด้วยครับ ผมก็รอคำชี้แนะเช่นกัน

ขออนุโมทนากับทุกท่านในที่นี้ครับ จะเจอกันมันไม่ใช่ง่ายๆหรอกนะครับ ^^

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 03:25 PM
เดี๋ยวจะมาว่า ผมไม่มีเหตุผล

ฝากคุณแก้วนำ พิจารณา การใช้ประโยค

เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี

ว่าทำไมพระพุทธองค์เลือกที่จะพูดประโยคนี้ ทั้งๆที่โดยตรรกะแล้ว ประโยค

เพราะสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี

ก็ดูสมเหตุสมผล

ลองพิจารณาดูนะครับ ว่าทำไมประโยคบน ถึงแหลมคมกว่า

* อย่าลืมนะครับ สำหรับคุณแก้วน้ำ ผมขอปรับการใช้ประโยค ไม่ได้แย้งเรื่องสภาวะธรรม
อันนั้นยกให้คุณหลงเขา
แล้วไปไหนหละ เดียวมา

สันโดษ
05-05-2008, 03:27 PM
แล้วไปไหนหละ เดียวมา


เอกวีร์ อยู่เเถวนี้เเหล่ะ เเต่รับหลายจ๊อบ

คาดว่า จะไปเพ่ง ใบไม้ เห็นอยู่http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-90.gif

คีตเสวี
05-05-2008, 03:27 PM
จิตเป็นอิสระจากการไม่คิด เพราะจิตไม่คิดหรือเพราะเราหาที่ให้จิตเกาะไว้ การที่ใจสงบเพราะเรากดใจไว้หรือเพราะใจสงบเอง การที่เราเกลียดใครสักคนมีเหตุผลไหม ที่ว่าจิตใจจะบังคับไปทำไม
เห็น ได้ยิน รส สัมผัส ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนตำรา การกำหนด วางสิ่งต่างวางกิเลสได้นานแค่ไหน ความรู้ เรียนได้ไม่จบสิ้น แม้จะรู้และ เข้าใจก็ใช้จะวางสภาวะต่างๆได้อย่าง 100 เปอเซ็น สิ่งตางๆที่เรียนรู้ถ้าไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้แม้มีสิ่งติดขัดแม้แต่นิดเดียวก็ไม่อาจวางได้อย่างแท้จริงสิ่งที่ว่าวางแล้วเป็นสิ่งที่ถูกท่านกำหนดกดไว้หรือไม่ ลองไม่กำหนดแล้วดูและสัมผัสกับสิ่งที่เป็น ของทุกอารมณ์ แล้วพูดให้เต็มปากว่าท่านไม่มี รัก โลภ โกรธ และ หลง โดยไม่ได้กำหนดหรือกดอารมณ์ต่างๆด้วยสมาธิ

คุณผีเสื้อได้เจอแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใช่ ขอแสดงมุฑิตาด้วยนะครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif

ภูตัง
05-05-2008, 03:28 PM
ต้นกล้าแห่งปัญญา แห่งแดนสยามมีมากจริงๆ ถึงจะเป็นต้นกล้าต้นเล็กๆ ก็มีราก ที่สำคัญในการสืบต่อร่มโพธิ์ใหญ่ให้ยาวนานยิ่งๆ ขึ้นไปเพื่อมวลสรรพสัตว์น้อยใหญ่ได้ร่มเงาพักพิง ขออนุโมทนา แด่สหายธรรม

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:28 PM
นะ ก็ออกปากมาด้วยตัวท่านเองนะครับ ว่า ปริยัติ มีน้อย

ผมเองก็ไม่ได้มีมาก แต่ก็คิดว่า มีมากกว่านิดหนึ่ง

ทีนี้ ก็ช่วยปรับปริยัติสำหรับคนจริตเดียวกันเท่านั้น เลย
ไม่ได้ดูสภาวะธรรม เพราะคำพูดที่ใช้ จะทำให้งงกันเอง

ปริยัติ จะสำคัญ ควรที่จะปรับเข้าหาหรือไม่ ก็ขึ้นกับคุณแก้วน้ำครับ

สันโดษ
05-05-2008, 03:28 PM
คุณผีเสื้อได้เจอแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใช่ ขอแสดงมุฑิตาด้วยนะครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif


มุทิตา แปลว่า http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-77.gif ยินดีกับผู้อื่นด้วยความเต็มใจ

keawnum
05-05-2008, 03:29 PM
จุ๊ๆ คุณ คีตเสวีเงียบๆหน่อย ไม่ดีๆ ได้ไม่ได้ อย่าไปบอกเขา ให้เขารู้ด้วยตัวเองดีกว่า

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 03:33 PM
บอกก็เป็นประโยชน์ไม่บอกก็เป็นประโยชน์

สันโดษ
05-05-2008, 03:35 PM
บอกก็เป็นประโยชน์ไม่บอกก็เป็นประโยชน์


http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/face/yellow/101.gif ปริศนาธรรมอีกแล้ว

keawnum
05-05-2008, 03:37 PM
บอกไม่บอก ก็ไม่เป็นประโยชน์หรือเป็นประโยชน์

วาง ว่าง ว้าง

keawnum
05-05-2008, 03:38 PM
ขออนุโมทนากับสหายธรรมคุณ ภูตังด้วยนะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 03:40 PM
ขออนุโมทนากับสหายธรรมคุณ ภูตังด้วยนะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
คุณแก้วน้ำมีกิเลสไหม แล้ววางอะไรไปแล้วบ้าง

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:40 PM
บอกก็เป็นประโยชน์ไม่บอกก็เป็นประโยชน์

ถ้าบอกก็ผิดศีล มุสาวาทาโดยละเอียด ถ้าพลาดก็โดยหยาบ

ปริยัติ จึงมีประโยชน์ในการ ยกขึ้นพูด ก็ด้วยเหตุผลนี้ประการหนึ่ง

ผีเสื้อ ก็ต้องศึกษาปริยัติให้รอบด้านเหมือนกันนะ ถ้าจะแสดงธรรม

เราต้องฉลาดในการพูดมากขึ้น หลวงพ่อท่านแนะนำบุคคลแบบ
ผีเสื้อแบบนี้ทุกคน เพราะถึงเวลา คนจะมาขอพิสูจน์ หรือ วัตถุประสงค์
อื่นก็มี

อันนี้ ก็ชี้ไว้ให้ดูว่า ทำไมพระ ท่านจึงปรับเข้าหาปริยัติกันเป็นส่วนใหญ่

คีตเสวี
05-05-2008, 03:40 PM
บอกก็เป็นประโยชน์ไม่บอกก็เป็นประโยชน์
วางใจลงตรงนี้ เป็นที่ไม่มีภัย ปลอดภัยอย่างยิ่ง เข้าใจโลกอย่างยิ่ง

ไม่มีดิ้นรน ไม่มีแสวงหา http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif

สันโดษ
05-05-2008, 03:42 PM
ถ้าบอกก็ผิดศีล มุสาวาทาโดยละเอียด ถ้าพลาดก็โดยหยาบ

ปริยัติ จึงมีประโยชน์ในการ ยกขึ้นพูด ก็ด้วยเหตุผลนี้ประการหนึ่ง

ผีเสื้อ ก็ต้องศึกษาปริยัติให้รอบด้านเหมือนกันนะ ถ้าจะแสดงธรรม

เราต้องฉลาดในการพูดมากขึ้น หลวงพ่อท่านแนะนำบุคคลแบบ
ผีเสื้อแบบนี้ทุกคน เพราะถึงเวลา คนจะมาขอพิสูจน์ หรือ วัตถุประสงค์
อื่นก็มี

อันนี้ ก็ชี้ไว้ให้ดูว่า ทำไมพระ ท่านจึงปรับเข้าหาปริยัติกันเป็นส่วนใหญ่
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/onion/display/onion-D14.gif

jinny95
05-05-2008, 03:42 PM
ถือศีลข้อเดียวคือ ไม่ทำให้เศร้าหมอง ได้ไหมครับ

คีตเสวี
05-05-2008, 03:45 PM
ถือศีลข้อเดียวคือ ไม่ทำให้เศร้าหมอง ได้ไหมครับ
ไปที่ หิริโอตตัปปะเลยครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 03:46 PM
ไปที่ หิริโอตตัปปะเลยครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif
บาลีอีกแล้วแปลให้ด้วย

สันโดษ
05-05-2008, 03:47 PM
ไปที่ หิริโอตตัปปะเลยครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif


ละอายต่อบาปhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/angel-devil/ts7.gif

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:47 PM
ถือศีลข้อเดียวคือ ไม่ทำให้เศร้าหมอง ได้ไหมครับ

ขออนุญาติ

ได้ ถ้าถืออยู่ที่ มโนทวาร ผลของความบริสุทธิอยู่ที่ จิต ที่ปราศจาก
อกุศลเจตสิก

keawnum
05-05-2008, 03:48 PM
คุณแก้วน้ำมีกิเลสไหม แล้ววางอะไรไปแล้วบ้าง

มีหรือไม่มีกิเลส ไม่เกิดประโยชน์

ถ้าเราบอกว่าเรามีกิเลส ผีเสื้อก็จะเห็นเรามีกิเลส แสดงว่าสัญญาคำว่ากิเลสยังอยู่ในใจ

ถ้าเราบอกว่าเรามีกิเลส ผีเสื้อเห็นเรามีหรือไม่มีกิเลส จะเป็นการชอบ เพราะไม่มีสัญญา ไม่ยึดสัญญาในใจ

เหมือนเอาลูกกุญแจไปไขแม่กุญแจ

สันโดษ
05-05-2008, 03:49 PM
บาลีอีกแล้วแปลให้ด้วย


สันโดษคอยแปลให้เพื่อนๆเอง สันโดษรู้http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/mushroom/47_65953_0f0f73ea725345c.gif

keawnum
05-05-2008, 03:49 PM
คุณขวัญ จริตคล้ายผีเสื้อนะ ปฏิบัติมาคล้ายกัน ผมมาอ่านแรกๆนึกว่าคนเดียวกันเสียด้วย

jinny95
05-05-2008, 03:50 PM
ขออนุญาติ

ได้ ถ้าถืออยู่ที่ มโนทวาร ผลของความบริสุทธิอยู่ที่ จิต ที่ปราศจาก
อกุศลเจตสิก

สมมุติดื่มเหล้านี่ มันก็สะเทือน ถึงจิตนะ มีสิทธิเข้าโลกุตตระได้ไหม ^-^

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:51 PM
สมมุติดื่มเหล้านี่ มันก็สะเทือน ถึงจิตนะ มีสิทธิเข้าโลกุตตระได้ไหม ^-^

ต้องศึกษากรณี สันติมหาอำมาตย์

สันโดษ
05-05-2008, 03:51 PM
โลกุตตระ หมายความว่า "ความเป็นพระอริยเจ้า"

สันโดษ
05-05-2008, 03:52 PM
โลกียะ แปลว่า ยังยุ่งอยู่ในโลก

คีตเสวี
05-05-2008, 03:52 PM
สมมุติดื่มเหล้านี่ มันก็สะเทือน ถึงจิตนะ มีสิทธิเข้าโลกุตตระได้ไหม ^-^
ดื่มแล้ว วางไปแล้วหรือยังล่ะhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif จิตที่ดื่มจบไปแล้วhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:52 PM
หิริโอตัปปะ กับ ศีล ไม่เหมือนกันนะ

ยิ่ง

หิริโอตัปปะ กับ มหาศีล เทียบกันไม่ได้เลย

อันหนึ่งแค่ เทวดา อีกอันหนึ่ง อริยะ

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 03:52 PM
คุณขวัญ จริตคล้ายผีเสื้อนะ ปฏิบัติมาคล้ายกัน ผมมาอ่านแรกๆนึกว่าคนเดียวกันเสียด้วย
สัญญาไม่เที่ยง อันนี้วาง วาง ว้าง ไหมหนอ

jinny95
05-05-2008, 03:53 PM
งั้นเรื่อง ศีลพรต อะไรมาส ๆ นี่ต้อง ตีความให้ดีหน่อย นะ บางตำรา ที่ใช้ บอกว่า ศีล ห้า ต้อง บริสุทธิ์

สันโดษ
05-05-2008, 03:54 PM
หิริโอตัปปะเนี๊ยอยู่ที่ ใจล้วนๆเลย ละอายป่าว

ส่วน ศีล มัน คือ กฎที่ควบคุมความประพฤติ นะ

คีตเสวี
05-05-2008, 03:55 PM
งั้นเรื่อง ศีลพรต อะไรมาส ๆ นี่ต้อง ตีความให้ดีหน่อย นะ บางตำรา ที่ใช้ บอกว่า ศีล ห้า ต้อง บริสุทธิ์
มรรคแห่งการดำเนินแห่งนิพพานเป็นอย่างไร ศีล พัต ก็อย่างนั้นhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

jinny95
05-05-2008, 03:55 PM
คิดดูแล้วกัน ว่า ศีล ( ข้อควรละ ) มีไว้ทำไม

สันโดษ
05-05-2008, 03:56 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-9.gif เมื่อไรจะคุยโดยไม่ต้องมาแปลhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-9.gif

ขันธ์
05-05-2008, 03:57 PM
ดูง่ายๆ ว่า จิตที่เที่ยงไม่กระเพื่อมนี้ ให้ดูอารมณ์ว่า มั่นคงทุกวันหรือไม่
ธรรมดา คนทั่วไปที่ยังมีโมหะ อยู่มาก จะทำอะไรเรื่อยเปื่อย
แต่ถ้า ปรากฎธรรม ขึ้นในใจแล้ว จะพิจารณาธรรมเสมอ สติไม่ใช่อยู่ที่ อากัปกิริยา เวทนา หรือ จิต แต่อยู่ที่ธรรม คือ เห็นธรรมเกิด ดับ ว่า นี้ที่เกิดขึ้นเป็นธรรมหรือไม่

ที่เห็นจิตนั้น ก็เป็น การเห็น แต่ ข้อธรรมคือ ความจริงที่ปรากฎขึ้นในใจ ก็เป็นองค์ปัญญานั้นแหละ เกิดขึ้น แล้วดับไป

นี้ พอเที่ยงแล้ว จะเป็น แต่ข้อธรรมหมุนติ่ว แบบนี้ครับ

อารมณ์ ที่จิต อาจจะกระเพื่อม เวทนากระเพื่อม แต่ไม่กระเพื่อม จนทำให้สูญเสียความเที่ยง

นี่แหละ ศีล เป็น 1 หรือ อธิศีล อธิสมาธิ อธิปัญญาไปในตัวครับ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 03:57 PM
งั้นเรื่อง ศีลพรต อะไรมาส ๆ นี่ต้อง ตีความให้ดีหน่อย นะ บางตำรา ที่ใช้ บอกว่า ศีล ห้า ต้อง บริสุทธิ์

ต้องศึกษากรณี องคุลีมาน กับกรณี พระเจ้าอชาติศัตรู

จริงกรณีศึกษาของ ศีลสิกขา มีมาก แต่คนอ่านข้าม
เพราะเข้าใจว่า ศีล คือ การกำหนด ข้อบังคับ ด้านเดียว ไม่ครบรอบ

ขันธ์
05-05-2008, 03:58 PM
พยายามอ่านหน่อยนะ ผมเขียนไม่ได้เรียบเรียงก่อน อ่านเองงงเองเหมือนกัน

keawnum
05-05-2008, 03:59 PM
ผมแปลของคุณขันธ์ให้

อะไรที่ทำให้ใจกระเพื่อมหรือตามกิเลสก็ตาม นั่นแหละผิดศีล

ใช่หรือเปล่าครับ

คีตเสวี
05-05-2008, 04:00 PM
จิตที่แล้ว ให้แล้วไป มาเป็นสหายธรรมที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

เพราะสภาวะที่จะได้เข้าถึงเป็นอันเดียวกันhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 04:03 PM
นึกขึ้นได้

คุณคีตเสวี ปล่อยให้จิตเด็กเกิด ส่งหลวงพ่อสำเร็จไหมครับ

คีตเสวี
05-05-2008, 04:07 PM
นึกขึ้นได้

คุณคีตเสวี ปล่อยให้จิตเด็กเกิด ส่งหลวงพ่อสำเร็จไหมครับ
จิตเด็กน้อยไม่มีสังโยชย์ ๓ แต่ยังไม่เป็นสัมมา เพราะยังมีโมหะครับ

ยังไม่ได้ส่งเลยครับ หาโอกาสคุยกับหลวงพ่อยากhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

jinny95
05-05-2008, 04:08 PM
จิตเด็กน้อยไม่มีสังโยชย์ ๓ แต่ยังไม่เป็นสัมมา เพราะยังมีโมหะครับ

ยังไม่ได้ส่งเลยครับ หาโอกาสคุยกับหลวงพ่อยากhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

มีอนุสัยครับ
ลองไม่ให้กินนมดูสิ ^-^

คีตเสวี
05-05-2008, 04:09 PM
(good) มีอนุสัยครับ
ลองไม่ให้กินนมดูสิ ^-^

ขันธ์
05-05-2008, 04:09 PM
คอยสังเกตุให้ดี เรื่องมหาสติปัฎฐานสี่

1 ดูกาย แล้ว เพิกเฉยต่อกาย เห็นแล้วว่าไม่ใช่เรา จิตจะขยับมาดูที่เวทนา
2 ดูเวทนา จิตจะเพิกเฉย เห็นแล้วว่าไม่ใช่เรา จิตขยับมาดูที่อารมณ์ ตัณหา หรือดูที่ จิต
3 ดูจิต จิตจะเพิกเฉย เห็นจิตแล้วว่า แม้แต่จิตที่ออกไปรับรู้ หรือที่ค้างด้วยอารมณ์ต่างๆ ก็ไม่ใช่เรา จิตขยับมาดูที่ ธรรม
4 ดูที่ธรรม จะเห็นแต่ข้อธรรม อันนั้นก็ธรรมอันนี้ก็ธรรม

พอเห็นธรรม ย่นย่อธรรมลงมา สุดท้ายก็จะเห็น ความไม่เกิดไม่ดับเอง

เอาให้ละเอียด เอาให้ อายตนะที่สัมผัสทางกาย ย่นเข้ามาเหลือที่ เวทนา ย่นเข้ามา เหลือที่จิต ย่นเข้ามาเหลือที่ธรรม
มันย่นได้นะ คือ สลัดออกได้ พอมากๆ เข้า จิตจะไม่ไปจับที่กาย บังคับได้ แต่มันก็จะเบาไป ไม่ไปแส่ออกที่กาย แต่ย่นมาอยู่ที่ธรรม

นี่เอาให้ได้ ให้เห็น แบบนี้นะครับ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 04:10 PM
จิตเด็กน้อยไม่มีสังโยชย์ ๓ แต่ยังไม่เป็นสัมมา เพราะยังมีโมหะครับ

ยังไม่ได้ส่งเลยครับ หาโอกาสคุยกับหลวงพ่อยากhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

อ้าว จะไปคุยทำไมละครับ

เคล็ดลับอยู่ที่การไม่เอาตัวเราไปคุย หรือไปเอาตัวเราไปฟัง

เคล็ดลับหลวงพ่อ ก็

หายใจออกยาวๆ แต่ทำเพราะรู้สาเหตุนะครับ

keawnum
05-05-2008, 04:12 PM
แปลของคุณขันธ์ให้อีกครั้งนะครับ

อะไรก็ตามที่กระทบสัมผัสทั้ง 6 ให้นิ่งเฉย อย่าไปยินดียินร้ายตลอดเวลา

ใช่หรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ต้องบอกนะครับ จะได้แก้

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 04:13 PM
อ้าว จะไปคุยทำไมละครับ

เคล็ดลับอยู่ที่การไม่เอาตัวเราไปคุย หรือไปเอาตัวเราไปฟัง

เคล็ดลับหลวงพ่อ ก็

หายใจออกยาวๆ แต่ทำเพราะรู้สาเหตุนะครับ
หายใจออกอย่างเดียว แล้วต้องหายใจเข้าด้วยไหม

jinny95
05-05-2008, 04:14 PM
แปลของคุณขันธ์ให้อีกครั้งนะครับ

อะไรก็ตามที่กระทบสัมผัสทั้ง 6 ให้นิ่งเฉย อย่าไปยินดียินร้ายตลอดเวลา

ใช่หรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ต้องบอกนะครับ จะได้แก้

อ้าว ก็มันเศร้าหมอง จะให้ไม่ยินร้าย ได้อย่างไร ^-^

สันโดษ
05-05-2008, 04:14 PM
หายใจออกอย่างเดียว แล้วต้องหายใจเข้าด้วยไหม
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/mushroom/47_65953_3a19ead43a89abe.gif

คีตเสวี
05-05-2008, 04:14 PM
คอยสังเกตุให้ดี เรื่องมหาสติปัฎฐานสี่

1 ดูกาย แล้ว เพิกเฉยต่อกาย เห็นแล้วว่าไม่ใช่เรา จิตจะขยับมาดูที่เวทนา
2 ดูเวทนา จิตจะเพิกเฉย เห็นแล้วว่าไม่ใช่เรา จิตขยับมาดูที่อารมณ์ ตัณหา หรือดูที่ จิต
3 ดูจิต จิตจะเพิกเฉย เห็นจิตแล้วว่า แม้แต่จิตที่ออกไปรับรู้ หรือที่ค้างด้วยอารมณ์ต่างๆ ก็ไม่ใช่เรา จิตขยับมาดูที่ ธรรม
4 ดูที่ธรรม จะเห็นแต่ข้อธรรม อันนั้นก็ธรรมอันนี้ก็ธรรม

พอเห็นธรรม ย่นย่อธรรมลงมา สุดท้ายก็จะเห็น ความไม่เกิดไม่ดับเอง

เอาให้ละเอียด เอาให้ อายตนะที่สัมผัสทางกาย ย่นเข้ามาเหลือที่ เวทนา ย่นเข้ามา เหลือที่จิต ย่นเข้ามาเหลือที่ธรรม
มันย่นได้นะ คือ สลัดออกได้ พอมากๆ เข้า จิตจะไม่ไปจับที่กาย บังคับได้ แต่มันก็จะเบาไป ไม่ไปแส่ออกที่กาย แต่ย่นมาอยู่ที่ธรรม

นี่เอาให้ได้ ให้เห็น แบบนี้นะครับ
อนุโมทนาครับ

เท่าที่เห็นในนี้ มีเป็นธรรมชาติกันแล้วหลายคนครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 04:15 PM
หายใจออกอย่างเดียว แล้วต้องหายใจเข้าด้วยไหม

อิอิ มันเป็นเคล็ดลับ ใช้เมื่อรู้ว่าต้องใช้

ถ้าอธิบายออกมานะ คนจะเห็นว่าธรรมดา

แต่จริงอัศจรรย์ที่สุดแล้ว

ขันธ์
05-05-2008, 04:17 PM
คุณแก้วน้ำ ใช่แค่ส่วนเดียว คือ ส่วนกาย เอาให้เห็นให้ได้ ว่าไม่ใช่เรา
คือ แปรเปลี่ยน พอจิตถอนจากกายได้ จิตจะขยับมาดูแต่ที่เวทนา มันจะจ้องอยู่กับ เวทนา คือ ไม่ได้ิคิดว่า ปรากฎการที่เกิดจากอายตนนั้นมาจากกาย แต่ เห็นว่ามันเป็น สภาวะเวทนา

ระดับอื่นก็พิจารณาให้ละเอียดขึ้นไป แบบนี้ ไปสุดที่ธรรมานุสติ

keawnum
05-05-2008, 04:18 PM
ก็สัมผัสอันที่ 6 ไงครับ ใจ

รวม เวทนา สังขาร สัญญา อารมณ์

ความเข้าใจถูกตรงกันแล้วครับ ^^

keawnum
05-05-2008, 04:19 PM
คือมันต้องแยก สัมผัสออกจากกันหมดแล้วน่ะครับ ถึงวางได้ไม่งั้นยากมากครับ ผมลืมบอกจุดนี้ไปขอโทษจริงๆ ลืมไปว่ามีคนอื่นๆก็อ่านเช่นกัน

ขอบคุณมากครับคุณขันธ์ ที่ช่วยชี้จุดบกพร่องนะครับ^^

สันโดษ
05-05-2008, 04:20 PM
ธรรมานุสติ คือ การตามระลึกถึงพระธรรมhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-14.gif

พลัjจิต
05-05-2008, 04:21 PM
เด็กนั้นยังไม่รู้จักคำว่าบาป บุญ กุศล อกุศล แต่พระอรหันต์ทั้ง รู้และดับแล้ว

jinny95
05-05-2008, 04:23 PM
มันก็วนอยู่ในฐานสี่ครับ ฐานสี่ที่ศาสดาบอกไว้ครอบคลุมหมดแล้ว
และมันก็ไม่จำเป็นต้องเรียงกันด้วย มันวน ๆ กระโดด ๆ อยู่ในสี่ฐานนั้น
หลุดจากฐานหนึ่ง ก็ไ่ปอีกฐานหนึ่ง บางครั้งจะเข้านิพพาน ยังมาอยู่ที่กาย
คือ ทิ้งลมหายใจ เลย

คีตเสวี
05-05-2008, 04:25 PM
มันก็วนอยู่ในฐานสี่ครับ ฐานสี่ที่ศาสดาบอกไว้ครอบคลุมหมดแล้ว
และมันก็ไม่จำเป็นต้องเรียงกันด้วย มันวน ๆ กระโดด ๆ อยู่ในสี่ฐานนั้น
หลุดจากฐานหนึ่ง ก็ไม่อีกฐานหนึ่ง บางครั้งจะเข้านิพพาน ยังมาอยู่ที่กาย
คือ ทิ้งลมหายใจ เลย
พูดนิพพานได้ไง แสลงhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

พบหนึ่งได้ถึงสี่ใช่เปล่าhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 04:27 PM
การวางของท่านท่านวางเพราะสิ่งต่างตกจากปัจุบัน หรือว่าเพราะสิ่งต่างๆไม่น่ายึดถือ

jinny95
05-05-2008, 04:28 PM
พูดนิพพานได้ไง แสลงhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

พบหนึ่งได้ถึงสี่ใช่เปล่าhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif
ผ๋มแสลง คำว่า ว่าง ในบางตำรา อ่ะ สับสน สับสน ถ้ามันเรียกอย่างอื่นได้
พระพุทธ ก็ใช้แล้วสิครับ

ปล. เรื่องจิตยิ้ม ขอ เลียนแบบ เพราะ เป็นการแผ่ความเย็นไปให้ผู้อื่น ^-^

สันโดษ
05-05-2008, 04:29 PM
ฐาน 4 กาย เวทนา จิต ธรรม http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-14.gif

แต่ในแง่ของการปฏิบัติ ส่วนใหญ่ ดู กาย จิต เวทนา
ในทางปฏิบัติ แบ่งเป็น

สมถยานิก - มักดูกายเป็นหลัก

วิปัสสนายานิก - ดูจิต เป็นหลัก

สติ เป็นสิ่งเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด

ในการฝึกสติปัฏฐานสี่http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-14.gif<!--MsgFile=1-->

ขันธ์
05-05-2008, 04:29 PM
ทุกท่าน อยากจะบอกให้ฟังอย่างหนึ่งว่า อย่าประมาทในธรรม

บางครั้ง จิตเรายังมีสังโยชน์ดองอยู่ เรามีอนุสัยดองอยู่ แต่เราก็เห็น ครบทั้งสี่ฐาน

ความละเอียด ก็ยังต่างกัน
นี่ พระศาสดา พูดธรรมอย่างเดียวกัน แต่เห็นต่างกัน ถึง 8 ระดับบุคคล

มองให้ละเอียด อย่าประมาท ครับ

keawnum
05-05-2008, 04:30 PM
วางเพราะหมดจากสัญญาปัจจุบัน วางเพราะสัญญาเป็นสมมติ วางเพราะสังขารเป็นสมมติ วางเพราะธรรมใดๆล้วนไม่เที่ยง

วางเพราะ กฏตายตัวที่ใช้ได้กับทุกอย่าง ทั้งวางจากปัจจุบัน ไม่น่ายึดถือ และที่มาของมัน

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

jinny95
05-05-2008, 04:36 PM
<table class="tborder" border="0" cellpadding="6" cellspacing="1" width="100%"><tbody><tr><td class="thead"> ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 6 คน ( เป็นสมาชิก 6 คน และ บุคคลทั่วไป 0 คน ) </td> <td class="thead" width="14%"> [ แนะนำเรื่องเด่น (http://board.palungjit.com/topic/upload.php) ]
</td> </tr> <tr> <td class="alt1" colspan="2" width="100%"> jinny95 (http://board.palungjit.com/member.php?u=194691), ขันธ์ (http://board.palungjit.com/member.php?u=79383), คีตเสวี (http://board.palungjit.com/member.php?u=115030), บุคคลทั่วไป 3 คน (http://board.palungjit.com/member.php?u=214899), พลัjจิต (http://board.palungjit.com/member.php?u=215608)</td></tr></tbody></table>นับสองรอบ ก็ ห้าคน นะ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 04:36 PM
ผ๋มแสลง คำว่า ว่าง ในบางตำรา อ่ะ สับสน สับสน ถ้ามันเรียกอย่างอื่นได้
พระพุทธ ก็ใช้แล้วสิครับ

ปล. เรื่องจิตยิ้ม ขอ เลียนแบบ เพราะ เป็นการแผ่ความเย็นไปให้ผู้อื่น คงจะไม่เท่า 2 ใน 4 ^-^

ให้ดี ต้องไม่ไปแสลงครับ ให้ รู้ ว่าง เหล่านั้นให้ครบ ถ้าทำได้

เอ เข้ามาแก้ เดี๋ยวอ่านแล้วกลายเป็นถ้าทาย

ผมหมายถึง ทำได้ให้ทำดูครับ เพราะจะได้ ชี้ได้ถูกหมด

ผมก็พยายามไปรู้ว่างหลายๆตัว ทำได้เท่าที่ทำเหมือนกัน

ยังไม่ได้ยึดตัวไหน แต่ตัวไหน มีแนวโน้มใช้งานได้ดี
ผมก็จะชี้ตัวที่ใช้งานไม่ได้ดีได้ -- ไม่ได้ชี้ตัวที่เห็นว่าดีนะครับ
เพราะยังต้องพิสูจน์

คีตเสวี
05-05-2008, 04:39 PM
ให้ดี ต้องไม่ไปแสลงครับ ให้ รู้ ว่าง เหล่านั้นให้ครบ ถ้าทำได้
คนเห็นไม่แสลงครับ แสลงที่คนไม่เห็นhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

สันโดษ
05-05-2008, 04:42 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/onion/display/onion-D115.gif

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 04:45 PM
ลิงหลับแล้ว

jinny95
05-05-2008, 04:46 PM
งั้นถามหน่อย "ว่างจากโมหะ โทสะ โลภะ " กับ "นิพพาน" เสมอกันไหม

สันโดษ
05-05-2008, 04:46 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/onion/display/onion-D125.gif

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 04:47 PM
งั้นถามหน่อย "ว่างจากโมหะ โทสะ โลภะ " กับ "นิพพาน" เสมอกันไหม
แล้วนิพพานนี้เป็นฉันใดหนอ ในตำรามีบอกว่าอย่างไรหนอ

keawnum
05-05-2008, 04:48 PM
ถ้าวางไม่ได้ ก็ว่างจาก โลหะ โทสะ โลภะไม่ได้ ^^

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 04:48 PM
งั้นถามหน่อย "ว่างจากโมหะ โทสะ โลภะ " กับ "นิพพาน" เสมอกันไหม

อันนี้ผมยกให้ ผีเสื้อ ตอบทั้งหมดละกัน

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 04:49 PM
อันนี้ผมยกให้ ผีเสื้อ ตอบทั้งหมดละกัน
ไม่รู้หนอ ไม่รู้หนอ ไม่รู้หนอ

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 04:51 PM
ไม่รู้หนอ ไม่รู้หนอ ไม่รู้หนอ

:)

คีตเสวี
05-05-2008, 04:51 PM
งั้นถามหน่อย "ว่างจากโมหะ โทสะ โลภะ " กับ "นิพพาน" เสมอกันไหม
ขอเพิ่มครับ วางกุศลแลอกุศล บุญแลบาป สุขทุกข์ อดีตแลอนาคตhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif

สันโดษ
05-05-2008, 04:52 PM
สัตว์ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก

อันดับที่ 1 จะเป็นของใครไปไม่ได้เลยนอกจาก

http://www.painetworks.com/photos/hq/hq0763.JPG

มันคือ “ฟองน้ำยักษ์”


สิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตดำดิ่งอยู่ก้นมหาสมุทรอันมืดมิดด้วยอุณหภูมิเย็นเฉียบ

ซึ่งมีอายุสูงอย่างไม่น่าเชื่อถึง 10,000 ปี

หรืออาจกล่าวว่า มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีวันตายก็ได้

และเมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้ฟองน้ำยักษ์มีอายุยืนที่สุดในโลก

หลายคนอาจเบนหน้าหนีด้วยที่ว่า มันแทบไม่กิน และไม่กระดุกระดิกเลย

จนนักวิทยาศาสตร์ถึงกับแซวมันว่า

หากมนุษย์ต้องการที่จะมีอายุยืนแต่ต้องอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร

ไม่กินอาหาร และอยู่นิ่งๆ

เหมือนโดนสต๊าฟไว้แล้ว

ก็เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากอายุยืนเหมือนมันอย่างแน่นอน

keawnum
05-05-2008, 04:55 PM
ท่าทางฟองน้ำยักษ์จะทำกรรมไว้หนักน่าดู ไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดกับเขา เมื่อไหร่จะได้เกิดเป็นคนเนี่ย

อ่ะ...ว่างต่อ

แบบนี้ก็ปรุงแต่งแล้วนะเนี่ย

jinny95
05-05-2008, 04:55 PM
ไม่ได้เจตนาให้เครียดครับ
งั้นถามใหม่ อรหันต์ ตามตำรานั้น "ว่างจากกิเลส" หมดแล้วเนี่ย
อยู่ใน " นิพพาน" ตลอดเลยหรือไม่

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 04:58 PM
ไม่ได้เจตนาให้เครียดครับ
งั้นถามใหม่ อรหันต์ ตามตำราอรหันต์นั้น "ว่างจากกิเลส" หมดแล้วเนี่ย
อยู่ใน " นิพพาน" ตลอดเลยหรือไม่

อันนี้ตอบได้ ตามปริยัติ พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงอยุ่ในนิพพาน เป็น สรณะ

คือ ไม่ได้ใช้ นิพพาน เป็น วิหารธรรมโดยตลอด แต่อยู่กับ อานาปานสติ
โดยส่วนมาก

อันนี้ ลองทำความเข้าใจให้ลึกๆนะครับ ถอดทอนทิฏฐิได้บางส่วน

แต่อย่าถามด้านตรงข้ามโดยตรรกะกับประโยคนี้นะครับ จะเดือดร้อน
กันหมด

keawnum
05-05-2008, 04:58 PM
ไม่อยากใช้คำว่าอรหันต์ มันแล้วแต่คนไม่รู้จะตอบยังไง ยกให้สันโดษตอบละกัน

สันโดษ
05-05-2008, 04:59 PM
นิพพาน คือว่างจากกิเลส จิตวิญญาณของพระอรหันต์ไม่สูญ ที่วิญญาณสูญนั่นคือวิญญาณในขันธ์ ๕ เท่านั้น

http://www.palungjit.com/buddhism/gallery/data/571/4.jpg


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี

keawnum
05-05-2008, 05:01 PM
ที่สันโดษยกมานั้นขึ้นกับมุมมอง ว่ามองจากใจเราออกไป หรือคนอื่นมองมาที่ใจเรา

ถ้าเราเปรียบเทียบ ก็จะเป็นว่า จิตพระอรหันต์ไม่สูญ = สุญญตา

ก็ไม่แน่ใจนักรอท่านอื่นมาแก้ไขชี้แจง

สันโดษ
05-05-2008, 05:03 PM
ว่างจากกิเลสภายในใจว่างหมด

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
http://www.geocities.com/Athens/Pantheon/1525/Ltb1.jpg




".....มันเป็นขั้น ถ้าขั้นมันกลัวสัตว์กลัวเสือจิตยังไม่ได้หลักได้เกณฑ์ ให้ใช้คำบริกรรมติดกับจิตไม่ให้เผลอ สติจับกับจิต สักเดี๋ยวก็ความกล้าหาญเกิดขึ้นๆ ทีนี้ไปได้หมด นี่ขั้นหนึ่ง ขั้นที่สอง ถ้าจิตมีสมาธิคือความสงบใจ จิตให้ติดอยู่กับความสงบ จุดที่เด่นในความสงบอยู่นั้น สติจับไว้ตรงนั้นก็ไม่กลัว หาย ทีนี้ถึงขั้นวิปัสสนาแยกธาตุแยกขันธ์สัตว์ แยกธาตุแยกขันธ์เราทั่วแดนโลกธาตุ เห็นสัตว์เห็นเสือแยกเป็นธาตุเป็นขันธ์ไปหมด อะไรเป็นเสือ ไล่ไปหาเล็บ หาฟัน หาตาหาอะไร นั่นละเรียกว่าปัญญาใช้กัน ต่อจากนั้นหมดนะ เป็นขั้น

ถ้ามันหมดในขั้นรูปแล้วมีแต่นามธรรม ปรุงเสือดับพับ ปรุงอะไรดับปั๊บๆ ดับหมดเลย ด้านวัตถุปรุงไม่ขึ้น ปรุงดับพับ เหมือนฟ้าแลบ ปรุงขึ้นแปล๊บดับพร้อม จะไปแยกธาตุได้ยังไงเมื่อถึงขั้นนั้น จากนั้นก็ว่างจิตว่าง ทีนี้ว่างว่างไปหมด ปรุงสัตว์ปรุงเสือไม่มี หมด นี่ละการภาวนาเป็นขั้นเป็นตอนนะ การพูดนี้พูดด้วยการดำเนินมาเรียบร้อยแล้ว พูดจึงไม่ผิด พอไปถึงขั้นว่างนี้มันว่างไปหมด แล้วมันจะกลัวอะไรก็มันว่างไปหมด ปรุงเสือก็เพียงแย็บเท่านั้น เหมือนฟ้าแลบ ดับพับๆ มันจะไปเป็นรูปร่างของเสือให้น่ากลัวได้ยังไงไม่เป็น จากนั้นมันก็ว่างไปหมด ว่างๆ ไปหมดเลยจิต จิตว่าง

นี่ว่างหนึ่งนะ ภายในจิตตัวเองยังไม่ว่าง เหมือนกับห้องนี้ มันโล่งมันว่างหมด แต่เจ้าของไปยืนขวางห้องอยู่ห้องมันก็ไม่ว่าง เรายืนตัวของเราเราดูไปที่ไหนก็ว่างๆ แต่ไม่ดูตัวเจ้าของมันก็ยังไม่ว่าง มีคนหนึ่งมาทัก เอ้า ว่าห้องมันว่าง มันยังไม่ว่างนั่นน่ะเจ้าของไปยืนขวาง ออกมาซิอยากให้ห้องว่าง ออกมาปั๊บก็ว่างหมด นี่คำว่าจิตว่าง ว่างข้างนอกๆ ยังไม่ว่างในจิตเอง พอย้อนเข้ามาหาจิต จิตปล่อยวางจิต พรึบหมด ว่างหมดเลย นั่น มันว่างนอกว่างในเป็นอย่างนั้นนะ....."

สันโดษ
05-05-2008, 05:07 PM
แบบนี้ ถึงจะชอบนะเอย นะเอย

ไม่มีสันโดษเลย http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-84.gif

สันโดษ
05-05-2008, 05:08 PM
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

"องค์สมเด็จพระบรมครูตรัสว่า ...โมกขราช เรากล่าวว่า นิพพานนั้นหมายถึงกิเลสดับ และขันธ์ ๕ ดับ... พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่า จิตดับ"

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 05:08 PM
อันนี้ตอบได้ ตามปริยัติ พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงอยุ่ในนิพพาน เป็น สรณะ

คือ ไม่ได้ใช้ นิพพาน เป็น วิหารธรรมโดยตลอด แต่อยู่กับ อานาปานสติ
โดยส่วนมาก

อันนี้ ลองทำความเข้าใจให้ลึกๆนะครับ ถอดทอนทิฏฐิได้บางส่วน

แต่อย่าถามด้านตรงข้ามโดยตรรกะกับประโยคนี้นะครับ จะเดือดร้อน
กันหมด

มีธรรมอีกบทหนึ่ง ช่วยเสริมตรงจุดนี้ได้ ถ้าพิจารณาข้างบนได้แล้วส่วนหนึ่ง

การประกาศพรหมจรรย์ คือ การประกาศจบกิจการศึกษา

แปลว่า ผัสสะใดๆ มากระทบ หรือเกิดขึ้นให้เห็น ก็รู้ถ้วน ไม่ทำให้รู้สึก
มี อวิชชา อยู่อีก ที่จะต้องทำให้ต้องศึกษาต่ออีก ถ้าได้ถึงตรงนี้ ก็
ให้ประกาศพรหมจรรย์

ดูดีๆนะครับ คำว่า พรหมจรรย์ นั้นปรากฏในหลายๆที่ แต่ตรงนี้มีความหมาย
เฉพาะ

ถ้าเข้าใจ ก็จะทำให้วาง ทิฏฐิ บางอย่างได้อีกส่วน ใจจะเบาขึ้น

สันโดษ
05-05-2008, 05:12 PM
ท่านพุทธทาสภิกขุ .....

การเชื่อว่า วิญญาญหรือจิตของพระพุทธองค์เป็นอมตะ คอยเฝ้าดูพวกเรา

หรือโลกอยู่มาจนบัดนี้นั้นเป็นของขบขันเหลือเกิน

ความเชื่อว่าจิตหรือวิญญาณของพระพุทธองค์ยังเหลือ

อยู่เป็นความเชื่อที่ขวางกับหลักธรรมะและเหตุผลทั่วไปอย่างรุนแรง.....

สันโดษ
05-05-2008, 05:15 PM
พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์

(หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา)

" นิพพานเป็นแดนแห่งความมั่นเที่ยง นิพพานแล้วเป็นสุข

นิพพานมีสาระเป็นแก่นสาร นิพพานมีความเป็นสุขอย่างยิ่ง

พระนิพพานไม่ใช่อัตตา พระนิพพานเป็น ปัจจัตตัง (รู้ได้เฉพาะตน)"

บุคคลทั่วไป 3 คน
05-05-2008, 05:15 PM
ขออนุญาติเพื่อนกัลยาณมิตร

กรณีผัสสะบางอย่างที่อาจจะเป็นเหตุใกล้ให้ขุ่นมัว โปรดระลึกว่า มันเกิดขึ้น

สาธุ กับท่านที่ระลึกเห็น ส่วนเรื่องกรรมนั้น ยกไว้

อะไรเป็นปัจจัยประกอบบ้าง ขออดโทษแก่คนไม่รู้ หรือไม่ทันระวังด้วยครับ

สันโดษ
05-05-2008, 05:18 PM
เหตุแห่งกรรมจะระงับลงได้นั้น

ย่อมมีสาเหตุที่สำคัญเพียง 2 ประการเท่านั้น

1. ยุติ

2. อโหสิกรรม

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:21 PM
ขออนุญาติเพื่อนกัลยาณมิตร

กรณีผัสสะบางอย่างที่อาจจะเป็นเหตุใกล้ให้ขุ่นมัว โปรดระลึกว่า มันเกิดขึ้น

สาธุ กับท่านที่ระลึกเห็น ส่วนเรื่องกรรมนั้น ยกไว้

อะไรเป็นปัจจัยประกอบบ้าง ขออดโทษแก่คนไม่รู้ หรือไม่ทันระวังด้วยครับ
อะไรทำให้ขุ่นมัว แล้วใครขุ่นมัว แล้วจะขุ่นมัวไปทำไม

สันโดษ
05-05-2008, 05:25 PM
จิตสงบหรือขุ่นมัว ย่อมเกิดจากเหตุhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-24.gif

ที่กระทบใจและการปรุงแต่งของจิต ...ของตนเอง

สันโดษ
05-05-2008, 05:29 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/tuzki/tuzki-1.gif วันนี้ กระทู้ก็เลยสงบนิ่งประการฉะนี้http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/tuzki/tuzki-1.gif

สันโดษ
05-05-2008, 05:33 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/onion/display/onion-D3.gif สันโดษบอกแล้วนะว่า..เร็ตติ้งมันก็ตกแบบนี้

เพราะว่าที่เราคุยกันมีเเต่สาระ ไม่มีอารมณ์ คนดูก็เลยหายๆไปๆ

มันก็เหมือนเปิดสารคดี คนเลยไม่ค่อยอยากจะดู....

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:33 PM
อะไรทำให้ขุ่นมัว แล้วใครขุ่นมัว แล้วจะขุ่นมัวไปทำไม
ALOHA.
สักว่ารู้ไปสิ ดูอาการขุ่นมั่วไป หุหุ

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:33 PM
คุณอาหลงหาที่บวชได้ยัง

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:34 PM
ALOHA.
สักว่ารู้ไปสิ ดูอาการขุ่นมั่วไป หุหุ
ก็มันไม่ขุ่นจะให้ดูยังไงขุ่นนี้

สันโดษ
05-05-2008, 05:35 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/onion/display/onion-D8.gif มันต้องมี Action

แล้วก็ Drama มาเสริมhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/onion/display/onion-D50.gif

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:36 PM
คุณอาหลงหาที่บวชได้ยัง
ยังกำหนดอะไรมิๆด้ครับ แต่จะไปบ้านตาดก่อน

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:36 PM
พูดถึงปัจุบันนะเดียวเข้าใจผิดกันอีก

สันโดษ
05-05-2008, 05:37 PM
ยังกำหนดอะไรมิๆด้ครับ แต่จะไปบ้านตาดก่อน


กลัวไปแล้วจะเป็นเช่นนี้นะซิ ---- http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-54.gif

สันโดษ
05-05-2008, 05:38 PM
พูดถึงปัจุบันนะเดียวเข้าใจผิดกันอีก

http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-73.gif อย่างอาหลงจะบวชนะหรือ ผีเสื้อหน่อย??

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:39 PM
ก็มันไม่ขุ่นจะให้ดูยังไงขุ่นนี้
เอาตอนเพิ่งตื่นสิ มันต้องมีบ้างแหละ
ตอนนั้นเหมาะที่จะสอยเลยนะ
สติ สมาธิ ปัญญา มารวมกันตรงนั้น วัดกันตรงนั้นเลย หุหุ

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:42 PM
พูดถึงปัจุบันนะเดียวเข้าใจผิดกันอีก
ช่วงนี้มันกลวงๆครับ
คิดอะได้ไม่นาน มันก็ว่าง
ไม่ค่อยได้วางแผนกำหนดการอะไร

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:43 PM
http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-54.gif

สันโดษ
05-05-2008, 05:44 PM
ช่วงนี้มันกลวงๆครับ
คิดอะได้ไม่นาน มันก็ว่าง
ไม่ค่อยได้วางแผนกำหนดการอะไร


เรียกว่า มีสมาธิอยู่กับปัจจุบันขณะ http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-60.gif

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:45 PM
คุณ เอกวีย์
ช่วงนี้ผมเอ๋อๆ สภาวะธรรมมันเปลี่ยน ยังอธิบายไม่ได้
เลยไม่ได้ตอบคำถามท่าน หุหุ

สันโดษ
05-05-2008, 05:46 PM
ตอนนี้สันโดษ เบื่อกระทู้มากๆ

แต่ก็ไม่อยากไปไหนเพราะ ยังอยากรู้

อย่างนี้เรียกว่าอะไรคะ อาจารย์ http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-49.gif

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:48 PM
^-^ สะแล่นแปร่นไง

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:49 PM
กิเลสมันเข้ามา เหมือนกรวดกระทบกำแพง
แต่ตอนอยู่ในภวังค์ (ฝัน)นี่อีกเรื่องเลยครับ
มันเข้ามาทางนั้น สิ่งที่เป็น ยื้อเราไม่ให้ออกบวช
มีมาหลายรูปแบบ ไม่ซ้ำกันเลย

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:49 PM
^-^ สะแล่นแปร่นไง
(good)

สันโดษ
05-05-2008, 05:51 PM
^-^ สะแล่นแปร่นไง


ปัญญาปราศจากอารมณ์

ต้นเหตุเเห่งการดับของจิต

จิตจะเกิดเมื่อมีสิ่งมากระทบ

เมื่อไม่มีสิ่งมากระทบจิตจะค่อยๆดับ

คงสถาวะให้จิตอยู่นิ่ง http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-86.gif

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:52 PM
กิเลสมันเข้ามา เหมือนกรวดกระทบกำแพง
แต่ตอนอยู่ในภวังค์ (ฝัน)นี่อีกเรื่องเลยครับ
มันเข้ามาทางนั้น สิ่งที่เป็น ยื้อเราไม่ให้ออกบวช
มีมาหลายรูปแบบ ไม่ซ้ำกันเลย
คุณอาหลงกลัวไหม

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:54 PM
ปัญญาปราศจากอารมณ์

ต้นเหตุเเห่งการดับของจิต

จิตจะเกิดเมื่อมีสิ่งมากระทบ

เมื่อไม่มีสิ่งมากระทบจิตจะค่อยๆดับ

คงสถาวะให้จิตอยู่นิ่ง http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/yoyo/emo/yoyo-86.gif


จิตลิงนิ่งไม่ได้หลอก นิ่งแล้วหลับ(kiss)

สันโดษ
05-05-2008, 05:56 PM
รู้สึกเบื่อเเล้วจริงๆนะ

ไม่อยากเล่นเหมือนเมื่อก่อน

เพราะถูกจำกัดอารมณ์และจินตนาการ

ที่ตอบๆไม่ใช่ตัวเอง เอาคนอื่นมาพูดเเทนหมดเลย

อนาคตสงสัยจะไม่เล่นบ่อยๆแล้วละ

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 05:58 PM
รู้สึกเบื่อเเล้วจริงๆนะ

ไม่อยากเล่นเหมือนเมื่อก่อน

เพราะถูกจำกัดอารมณ์และจินตนาการ

ที่ตอบๆไม่ใช่ตัวเอง เอาคนอื่นมาพูดเเทนหมดเลย

อนาคตสงสัยจะไม่เล่นบ่อยๆแล้วละ
ไม่ได้นะคิดถึง อะหนอ นะเอย อะล่อเล่น(cry)

สันโดษ
05-05-2008, 05:58 PM
ชอบความรู้สึก และ จิตที่เป็นอิสระในการตอบ

ตอนนี้ขอบอกตรงๆเลยว่า ไม่มีอีกเเล้ว รู้สึกเหมือนหุ่นยนต์

ไม่มีความสุข ไม่มีอารมณ์ ไม่มีอะไรที่อยากจะเล่นอีกแล้ว

หลงเข้ามา
05-05-2008, 05:59 PM
คุณอาหลงกลัวไหม
ไม่กลัว ครับ
ในฝันมันมาทุกรูปแบบ ที่ว่าเป็นมารเพราะ
มันสร้างอารมณ์ หรือโน้มน้าว ทำให้เราคิดได้
พอตื่นขึ้นมา อารมณ์นั้นก็ยังคงอยู่
บางทีก็ละได้ในนั้น บางทีก็ละได้ก่อนลืมตา
บางทีก็ละได้หลังลืมตา
ถ้าขาดสติขณะตื่น เมื่อไหร่
จิตจะไหลตามอารมณ์ทันที ตรงนี้มีผลต่อการตัดสินใจด้วย

สันโดษ
05-05-2008, 05:59 PM
ก็เหมือนเด็กๆไง โดนผู้ใหญ่ ดุ

แล้วก็ต้องมีอ้างอิง แต่มันไม่ใช่สันโดษ

เพื่อนๆ ก็รู้ใช่ป่ะละ ไม่สนุก ธรรมะกลายเป็น กฏเกณฑ์

ไม่รู้สึก เป็นธรรมชาติอีกแล้ว

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:01 PM
รู้สึกเบื่อเเล้วจริงๆนะ

ไม่อยากเล่นเหมือนเมื่อก่อน

เพราะถูกจำกัดอารมณ์และจินตนาการ

ที่ตอบๆไม่ใช่ตัวเอง เอาคนอื่นมาพูดเเทนหมดเลย

อนาคตสงสัยจะไม่เล่นบ่อยๆแล้วละ
ไม่ต้องไปคิดไกล เอาตอนนี้เลยสาว
ที่เป้นอยู่นั่น เป็นสภาวะหนึ่งที่เกิดกับใจ หุหุ

สันโดษ
05-05-2008, 06:01 PM
ก็ใช่ไง ตอนนี้ รู้สึกเบื่อไง จิตเกิดเบื่อ อีกครา จิตไม่เคยเสถียร เหมือน ปัญญา

ผีเสื้อราตรี
05-05-2008, 06:03 PM
ไม่กลัว ครับ
ในฝันมันมาทุกรูปแบบ ที่ว่าเป็นมารเพราะ
มันสร้างอารมณ์ หรือโน้มน้าว ทำให้เราคิดได้
พอตื่นขึ้นมา อารมณ์นั้นก็ยังคงอยู่
บางทีก็ละได้ในนั้น บางทีก็ละได้ก่อนลืมตา
บางทีก็ละได้หลังลืมตา
ถ้าขาดสติขณะตื่น เมื่อไหร่
จิตจะไหลตามอารมณ์ทันที ตรงนี้มีผลต่อการตัดสินใจด้วย
ฝันนั้นจริงไหมหนอ อารมณ์นั้นจริงไหมหนอ ตัดสินใจจริงไหมหนอ

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:03 PM
ก็เหมือนเด็กๆไง โดนผู้ใหญ่ ดุ

แล้วก็ต้องมีอ้างอิง แต่มันไม่ใช่สันโดษ

เพื่อนๆ ก็รู้ใช่ป่ะละ ไม่สนุก ธรรมะกลายเป็น กฏเกณฑ์

ไม่รู้สึก เป็นธรรมชาติอีกแล้ว
ก็ทำให้มันเป็นปกติในปกติสิ

สันโดษ
05-05-2008, 06:04 PM
ก็ทำให้มันเป็นปกติในปกติสิ

ไม่ได้ รู้อย่างเดียว ว่าจิตมันเบื่อเท่านั้น ห้ามไม่ได้

สันโดษ
05-05-2008, 06:06 PM
คือ จิตมันไม่มีอารมณ์ มันไปเรื่อยๆ

พอไปเรื่อยๆ จิตมันก็นิ่ง เมื่อนิ่ง เสถียร อัตตาถูกเติมให้เต็ม

ในที่สุด จิตก็จะค่อยๆ ดับ มันก็จะเบื่อ

จนกว่าจะเกิดอารมณ์ใหม่มาทดแทน เช่น ดีใจ เสียใจ หรือ โกรธ

แต่ตอนนี้ จิตนิ่ง เพราะ อ่านธรรมะเยอะ ตอนนี้ จิตที่อยู่

รู้ว่า เบื่อ สภาวะไม่ถูกจริต เพราะ มันไม่มีอารมณ์

แต่ที่อยู่เพราะ ผูกพัน เคยชิน กับ การอยู่กับเพื่อนๆ

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:09 PM
ฝันนั้นจริงไหมหนอ อารมณ์นั้นจริงไหมหนอ ตัดสินใจจริงไหมหนอ
ฝันนั้นไม่ต่างกับสัญญา
กิเลสจะให้ผลได้ ต้องมีสัญญา

ทีนี้ขณะตื่น กิเลสเข้ามาก็เหมือน กรวดกระทบกำแพงแล้วตกไป
แต่ในฝัน สัญญามันจะดึง
สิ่งที่เรากังวลที่สุด ห่วงที่สุด โกรธที่สุด มาหลอกล่อเรา

ถามว่าในฝันเป็นผลไหม ตอบว่าไม่
แต่ก็มีบางอย่างให้ฉุกคิดได้เหมือนกัน นั่นหมายความว่าเรายังมีกังวลอยู่
กังลวว่า ถ้าเราไม่อยู่แล้วจะเป็นอย่างไร
ใครจะให้อาหารปลา หุหุ
ที่จริงก็รู้ว่าเป็นสภาวะ นะ มันถึงละได้เร็ว

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:11 PM
ไม่ได้ รู้อย่างเดียว ว่าจิตมันเบื่อเท่านั้น ห้ามไม่ได้

งั้นก็ไปดู เฉินหลงปะทะเจทลีสิ หุหุ แก้กลุ้ม
(eek)

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:13 PM
น้าจร คิดถึงผมไหม หุหุ

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:17 PM
ไม่ได้ออกไปอ่านกระทู้อื่นเลย
เห็นมี พระเจ้า เทพ พญานาค มนุษย์ต่างดาว
เหล็กไหล กุมารทอง แสงทิพย์ เต็มไปหมดเลย หุหุ

มันเป็นสัมมาทิฎฐิรึเปล่าครับ
ออกไปช่วยชี้ๆกันหน่อย เดี๋ยวจะกลับไปไหว้ต้นไม้กันเปล่าๆ

ผมเองครับ
05-05-2008, 06:24 PM
ไม่ได้ออกไปอ่านกระทู้อื่นเลย
เห็นมี พระเจ้า เทพ พญานาค มนุษย์ต่างดาว
เหล็กไหล กุมารทอง แสงทิพย์ เต็มไปหมดเลย หุหุ

มันเป็นสัมมาทิฎฐิรึเปล่าครับ
ออกไปช่วยชี้ๆกันหน่อย เดี๋ยวจะกลับไปไหว้ต้นไม้กันเปล่าๆ

สัมมาทิฏฐิ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้าเห็นสิ่งที่ท่านว่ามาเป็นอย่างนี้แล้ว
ล้วนเป็นสัมมา ไม่ใช่เห็นผิด แต่ถ้าเห็นว่าเป็นสื่อกลางเพื่อกิเลส ล้วนมิจฉา

สันโดษ
05-05-2008, 06:33 PM
เข้าไปอ่าน ข้อความของ ผีเสื้อที่โลก นู่นมา

น่ารักจังเลย คิดถึงเหมือนกันนะเอย นะเอย

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:35 PM
ทำไมเราต้องไปค่องแวะกับเทพ ยักษ์ กุมาร เหล็กไหล
เราก็มองแบบชาวพุทธ เชื่อคำพระพุทธเจ้า
เพราะพิสูจน์แล้ว ไม่เกิดประโยชน์

การกราบไหว้พลีกรรม ลดกรรม ขอเลขหวย เพื่อสนองกิเลส
หนีทุกข์ได้จริงหรือ

สันโดษ
05-05-2008, 06:36 PM
ไม่เอาไม่พูด ทุกคนมีครูเป็นของตัวเอง

นับถือ และ ศรัทธา หากทำให้เขาเป็นคนดี ย่อมดี

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:37 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="99%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=tcat>สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ผมเองครับ ในข้อความที่เขียนด้านบน </TD></TR><TR><TD class=alt2 height=29>http://board.palungjit.com/images/anumotana.gif ..ขุนพล.. (http://board.palungjit.com/member.php?u=214555) (วันนี้), </TD></TR></TBODY></TABLE>

คุณ ผมเองครับ ตอนนี้คือน้าจร หรือ สหายขุนพล
งงไปหมดแล้วครับ

สันโดษ
05-05-2008, 06:38 PM
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar216902_2.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=216902)

สันโดษ
05-05-2008, 06:39 PM
โง่จริงเลย อ่านแค่นี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

ผมเองครับ
05-05-2008, 06:39 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="99%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=tcat>สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ผมเองครับ ในข้อความที่เขียนด้านบน </TD></TR><TR><TD class=alt2 height=29>http://board.palungjit.com/images/anumotana.gif ..ขุนพล.. (http://board.palungjit.com/member.php?u=214555) (วันนี้), </TD></TR></TBODY></TABLE>

คุณ ผมเองครับ ตอนนี้คือน้าจร หรือ สหายขุนพล
งงไปหมดแล้วครับ


ตอนนี้คือขุนพล แต่ ชื่อนั้นเอามาล่อหลอกครับ

สันโดษ
05-05-2008, 06:41 PM
หัดสังเกตุ ภาพ รวมหน่อยซิ สอนตั้งแต่เมื่อวาน

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:41 PM
ไม่เอาไม่พูด ทุกคนมีครูเป็นของตัวเอง

นับถือ และ ศรัทธา หากทำให้เขาเป็นคนดี ย่อมดี
ไม่ได้ตำหนิใครนะ มันเป็นความเชื่อของเขา
แต่อ่านหนังสือพิมพ์ทีไรมีแต่ขูดหวย ไหว้ศาล ไหว้ต้นไม้
กราบเทพ ไหว้งู ไหว้หมู ไหว้จิ้งจก ทำพระเครื่องเป็นอุตสาห์กรรมไปแล้ว
ก็แค่ตั้งข้อสังเกตุเฉยๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกคน พุทธศาสนาจะเป็นอย่างไร

สันโดษ
05-05-2008, 06:43 PM
ไม่ได้ตำหนิใครนะ มันเป็นความเชื่อของเขา
แต่อ่านหนังสือพิมพ์ทีไรมีแต่ขูดหวย ไหว้ศาล ไหว้ต้นไม้
กราบเทพ ไหว้งู ไหว้หมู ไหว้จิ้งจก ทำพระเครื่องเป็นอุตสาห์กรรมไปแล้ว
ก็แค่ตั้งข้อสังเกตุเฉยๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกคน พุทธศาสนาจะเป็นอย่างไร


เมื่อคนถึงเวลา ต่อให้อยู่ใน หลุดดำ ก็นิพพาน

ตามกฎแห่งกรรม และ แรงอธิษฐาน

ที่เป็น ห่วงเรียกว่า วิสัย พระโพธิสัตว์

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:43 PM
โง่จริงเลย อ่านแค่นี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร
ก็บอกแล้ว ช่วงนี้ผมมันโง่ หุหุ

ผมเองครับ
05-05-2008, 06:43 PM
ทำไมเราต้องไปค่องแวะกับเทพ ยักษ์ กุมาร เหล็กไหล
เราก็มองแบบชาวพุทธ เชื่อคำพระพุทธเจ้า
เพราะพิสูจน์แล้ว ไม่เกิดประโยชน์

การกราบไหว้พลีกรรม ลดกรรม ขอเลขหวย เพื่อสนองกิเลส
หนีทุกข์ได้จริงหรือ

เทวดาเป็นมงคล 10 เพื่อให้เรามีสติระลึก จะได้ทำความดีเพื่อเกิด
เป็นเทวดาเป็นอย่างน้อย จะได้ไม่สู่อบาย ..ไม่ถูกเต็งก็ถูกโต๊ด..55

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:45 PM
หัดสังเกตุ ภาพ รวมหน่อยซิ สอนตั้งแต่เมื่อวาน
จร้า

ผมเองครับ
05-05-2008, 06:47 PM
สันโดษฉลาดเหลือเกิน โถจำคารมณ์ผมได้..แบบนี้หลอกยากส์

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:50 PM
เรื่องเทวดา ผมเชื่อนะ

แต่ยกท่านเสมอตัวมากกว่า ช่วยเหลือกันเสริมกัน ก็มาโมทนากัน

สันโดษ
05-05-2008, 06:50 PM
สันโดษฉลาดเหลือเกิน โถจำคารมณ์ผมได้..แบบนี้หลอกยากส์


สันโดษใช่ วิจารณญาณ รู้หมดละคะ ว่าใครอารมณ์เป็นยังไง

อย่างท่านขุนพล จะอารมณ์นิ่งๆ อาหลงก็นิ่ง ผีเสื้อก็นิ่ง

ส่วนมากวันนี้ นิ่งหมดเลย

สันโดษเลยเบื่อ...

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:52 PM
สหายขุน ช่วงนี้งดออกเสียงหรือ หุหุ

หลงเข้ามา
05-05-2008, 06:54 PM
สันโดษใช่ วิจารณญาณ รู้หมดละคะ ว่าใครอารมณ์เป็นยังไง

อย่างท่านขุนพล จะอารมณ์นิ่งๆ อาหลงก็นิ่ง ผีเสื้อก็นิ่ง

ส่วนมากวันนี้ นิ่งหมดเลย

สันโดษเลยเบื่อ...
ถ้าผมอวตาลมา จะจำได้ไหม

ผมเองครับ
05-05-2008, 06:56 PM
สหายขุน ช่วงนี้งดออกเสียงหรือ หุหุ

ท่านขุนเข้านิพพานเทียมไปแล้ว ดูได้โพสน์ไม่ได้ สมัครใหม่ก็โพสมิได้
ข้าน้อยเลยเป็นร่างของท่านขุน เฉพาะกิจคร้าบ.

keawnum
05-05-2008, 06:58 PM
แบบคุณหลงต้องลอง เนวสัญญานาสัญญายตนะ ดู

ไม่ยึดตัวเรา ของเรา ไม่มีสมมติภายนอกและใน

ไม่มีสัญญา หรือมีสัญญา เพราะสัญญาล้วนสมมติ ไม่ยึดสมมติในสมมติ ปล่อยวางอุเบกขา เพราะได้พิจารณาขันธ์ 5 ปล่อยวางครบหมดแล้ว ไร้จิตไร้ตัวตน ไม่มีอรูปหรืออรูป ไม่แบ่งแยก หรือแบ่งแยก

แต่มันยากตรงที่ว่า ต้องทำให้ได้นานๆจนมันค้างเติ่งอย่างนั้นเนี่ยสิ

ใครก็ได้สอนสมถะให้มันอยู่นานๆที

keawnum
05-05-2008, 06:59 PM
ขุนพลถ้าจะเก่งกสิณนะ สอนผมบ้างสิ มันว่างๆน่ะนะ

สันโดษ
05-05-2008, 06:59 PM
ลงหลุมเรียบร้อยอีกหนึ่งกระทู้

สันโดษ
05-05-2008, 07:01 PM
เมื่อไร แก้วน้ำ เลิกยึด คนที่แก้วน้ำต้องการรู้คำตอบได้เมื่อไร

จิตว่างเมื่อไร เเก้วน้ำ ก็จะเข้าใจ

ตราบใดยังมองหาอาจารย์ เเทนตัวตนข้างในตนเอง

แก้วน้ำก็คงต้อง ตาม กลุ่มปริยัติไปแน่ๆ

ผมเองครับ
05-05-2008, 07:02 PM
ขุนพลถ้าจะเก่งกสิณนะ สอนผมบ้างสิ มันว่างๆน่ะนะ

ผมแนะแทนท่านขุนเอง

ถ้าอยากอยู่นานๆ ต้องเจริญเมตตาต่อสรรพสัตว์+คิดว่าเราต้องตาย
อยู่ตลอดเวลาไม่นาทีใดก็นาทีหนึ่ง จะได้ไม่กลัว พอไม่กลัวก็มิโดน
กระชากกลับมาจากสภาวะนั้น

ไฟสถิตย์
05-05-2008, 07:03 PM
ลงหลุมเรียบร้อยอีกหนึ่งกระทู้
หมีดำ อยูที่ไหน กระทู้เน่าทุกที

keawnum
05-05-2008, 07:03 PM
555+

สันโดษ เราว่างน่ะ นี่มาตามเก็บของเก่าๆ ไม่รู้ข้ามอะไรไปบ้าง

แล้วจะได้เลิกยึด ตอนนี้ขอยึดก่อน เก็บอะไรได้บ้างแล้ว หรือเก็บไม่ทันก็เลิกยึดมันตรงนั้นเลย

ผมเองครับ
05-05-2008, 07:05 PM
อยู่ห้องไหนก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่ากัน..นะ..เจ้าของกระทู้นะ..55.

สันโดษ
05-05-2008, 07:05 PM
เขาเรียกว่า กระทู้ Hardcore ต่างหาก

สันโดษ
05-05-2008, 07:10 PM
แก้วน้ำ ไปแบบ Pakung ซิ

ไปตามทางของตนเอง

เหมือน ท่าน ขจรไง ตอนนี้ก็ไปเองแล้วไปได้สวยด้วย หนา

ไม่ได้มีใคร บังคับเขา เขาไปเอง

เหมือนอาหลง ที่จะไปบวช แล้ว ผีเสื้อที่ ตั้งกระทู้วันนี้

นั้นละ เรียกว่า จิตอิสระ ปราศจากผู้ชี้นำได้เเล้ว

ไฟสถิตย์
05-05-2008, 07:12 PM
สันโดษ เมื่อไหร่จะไปตามทาง

สันโดษ
05-05-2008, 07:16 PM
ก็ที่นี้ คือ ทางของสันโดษ

เดี๋ยวพอถึงคราว ต้องจากกันเราก็จากกัน..หุหุ

สันโดษ
05-05-2008, 07:34 PM
ตอนนี้ไปออกรายการวิทยุ อยุ่นะ หุหุ ของเว็บพลังจิต

http://www.palungjitrescuedisaster.com/showthread.php?t=343

ฐาณัฏฐ์
05-05-2008, 07:52 PM
กราบเท้าขอขมา (http://board.palungjit.com/showthread.php?t=96950) หุหุ

jinny95
06-05-2008, 11:14 AM
จิตอิสระ ปราศจากสิ่งร้อยรัด เป็นเช่นใดหนอ

k.kwan
07-05-2008, 09:22 AM
ท่านจินนี่ อึดอัดต่อสิ่งใดหนอ
ท่านยึดสิ่งใดอยู่ โปรดปล่อยวางสิ่งนั้น
ให้สิ่งนั้นเขาคลายออก
โม้นะเนี่ย ยังทำบ่อได้เรยเราหนอเรา
สะแร๋นแป๋นอีกแร้น

jinny95
07-05-2008, 01:40 PM
ม่ายบอก

k.kwan
08-05-2008, 11:23 AM
ขอบจายยย ที่ม่ายบอก
ปัจจัตตังหนอ
อิอิหนอ

jinny95
08-05-2008, 08:35 PM
ลองใช้ความทุกข์ เป็นเครื่องนำพา หาทางออกดูสิครับ

ผีเสื้อราตรี
13-05-2008, 11:04 AM
จิตอิสระ ใครพูดอะไรก็ฟังไปใจก็ตามเค้าไปด้วยเค้าเถียงกันก็จะไปเถียงกับเค้าด้วย มีเรื่องนุ้นเรื่องนี้ให้สนใจเยอะไปหมด เราก็ตามจิตคนอื่นที่โน้มนำเราไปใครว่าอะไรก็คล้อยตาม ไม่ค่อยฟังสิ่งที่เป็นจากภายในมีอะไรมากมายที่บอกเราแต่เราก็ไม่สนใจ สนใจแต่สิ่งที่อยู่ภายนอก ชอบจังเอาเรื่องคนอื่นมาใส่ใจ แล้วจิตจะเป็นอิสระได้ไหมถ้าไม่ปล่อยมันไปตามที่มันอยากจะเป็น

jinny95
13-05-2008, 12:41 PM
อิสระจาก การเกิดดับของขันธ์ และการปรุงแต่งของกิเลส

ผีเสื้อราตรี
13-05-2008, 01:11 PM
ขันธ์เกิดดับตลอดเวลาท่านจะห้ามให้เกิดได้ไหมหรืออยากให้ดับในทันทีได้ไหม การปรุงเกิดขึ้นที่ไหน เกิดที่ไหนก็ดับที่นั้น แล้วเกิดอีกไหมแล้วจะดับที่ไหนหละ

jinny95
13-05-2008, 02:07 PM
ขันธ์เกิดดับตลอดเวลาท่านจะห้ามให้เกิดได้ไหมหรืออยากให้ดับในทันทีได้ไหม การปรุงเกิดขึ้นที่ไหน เกิดที่ไหนก็ดับที่นั้น แล้วเกิดอีกไหมแล้วจะดับที่ไหนหละ

มาถูกทางแล้วพี่ แต่แหมช่างสงสัยแท้

เวลาดูกระบวนการเกิดดับ ก็เข้าไปอยู่ตรงกลางมัน แล้วดูมันวนเวียนอยู่รอบเรา เมื่อถึงพร้อม มันจะแหวกให้เราเห็นช่องว่างระหว่างการเกิดดับของขันธ5 และกิเลสแป๊ปเดียว( แล้วกิเลสก็บังเหมือนเดิม ) แต่แค่แป๊ปเดียวนั้น จัก สัมผัสได้ถึง สภาวะที่ไม่มีสุขใดในโลกทัดทานได้เป็นอภิมหาโคตรบรมสุข ที่ให้อบายปิด สังโยชน์ดับไป 3 ตัว

ส่งผลให้ ถูกอภิมหาสุขนั้น ดึงดูด เพียรละกิเลสเพื่อให้ได้สัมผัสอีก จึงจะนับว่าอยู่ในทางสายกลางเพื่อความหลุดพันจากวัฏอย่างถ่องแท้จ้า :d

ผีเสื้อราตรี
14-05-2008, 09:26 AM
มาถูกทางแล้วพี่ แต่แหมช่างสงสัยแท้

เวลาดูกระบวนการเกิดดับ ก็เข้าไปอยู่ตรงกลางมัน แล้วดูมันวนเวียนอยู่รอบเรา เมื่อถึงพร้อม มันจะแหวกให้เราเห็นช่องว่างระหว่างการเกิดดับของขันธ5 และกิเลสแป๊ปเดียว( แล้วกิเลสก็บังเหมือนเดิม ) แต่แค่แป๊ปเดียวนั้น จัก สัมผัสได้ถึง สภาวะที่ไม่มีสุขใดในโลกทัดทานได้เป็นอภิมหาโคตรบรมสุข ที่ให้อบายปิด สังโยชน์ดับไป 3 ตัว

ส่งผลให้ ถูกอภิมหาสุขนั้น ดึงดูด เพียรละกิเลสเพื่อให้ได้สัมผัสอีก จึงจะนับว่าอยู่ในทางสายกลางเพื่อความหลุดพันจากวัฏอย่างถ่องแท้จ้า :d
ที่พูดมาแลดูเหมือนติดอยู่ในอารมณ์ สุข ที่ได้รับไหมหนอ แล้วสังโยชน์ที่ดับไป3ตัว ตัวไหนหนอ

jinny95
14-05-2008, 10:40 AM
ที่พูดมาแลดูเหมือนติดอยู่ในอารมณ์ สุข ที่ได้รับไหมหนอ แล้วสังโยชน์ที่ดับไป3ตัว ตัวไหนหนอ

ไม่ขอกล่าวต่อดีกว่าครับ ต้องทำให้แจ้งด้วยตนเอง ( ไม่ใช่สุขในญานสมาธิ เทียบกันไม่ได้ ) ^-^

ผีเสื้อราตรี
15-05-2008, 12:13 AM
คุณจินนี่ช่วยแนะนำสภาวะที่จะให้เราไปต่อให้แก่เราได้ไหม

jinny95
15-05-2008, 11:31 AM
คุณจินนี่ช่วยแนะนำสภาวะที่จะให้เราไปต่อให้แก่เราได้ไหม

ให้ความทุกข์เป็นเครื่องนำพาดีกว่าครับ ^-^

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราไปดูหมอ หมอบอกว่า เราจะรวย เราก็ฝันหวาน รอคอยแต่ว่าเมื่อไรจะรวย หรือ ถ้าหมอบอกว่า อีกหน่อย ต้องตกระกำลำบากนะ เราก็กลัวตาเหลือกเลยใช่ไหมครับ

ถ้าความทุกข์มันไม่รุ้มเร้ามากถึงให้เพียรเพื่อความหลุดพ้น ก็บำเพ็ญเพื่อพักจิต เพื่อความสงบ ไว้เป็นฐาน เป็นกำลังสำหรับอนาคตก็ได้นี่ครับ ^-^

ปล. สังโยชน์ 3 ตัวแรก ตัวเราจิตของเรา ความสงสัย เข้าใจผิดเรื่องศีล ดับพร้อมนิพพานแรก

k.kwan
15-05-2008, 02:56 PM
คุณผีเสื้อ เราไม่รู้เลยไม่อยากแนะนำ
แต่มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเล่นๆนะ
อย.ไม่รับรองเหมือนเดิม
แต่เราสะกิดใจมากเลยมาคุยให้ฟัง
คือสามีเราเนี่ย เค้าทำสมาธิได้ดีกว่าเรา
จิตเค้านิ่งกว่า สติดีกว่า
เค้าเล่าให้ฟังว่าเทียบกับเมื่อก่อน
เค้ารู้สึกเหมือนเห็นสิ่งต่างๆเคลื่อนที่ช้าลง
เล่นเกมก็เห็นมันช้าลง
เราเข้าใจว่าจิตเขาคงจะละเอียดขึ้น (เราคิดเองน่ะ)
เราเลยคิดว่า ถ้าเราเห็นสิ่งต่างเคลื่อนที่ช้าลง
เราน่าจะเห็นวงจรเกิดดับได้ชัดเจนตลอดสายมากขึ้น

ปล.สามีเน้นฝึกสมาธิ ยังไม่วิปัสนา เพราะเหตุผลส่วนตัวของเค้าอะนะ

ความเห็นส่วนตัวนะ เลือกทางแล้วพิจารณาดูให้สุดๆไปเรย
จะเบื่อ จะสับสน ก็ทำไปให้สุดๆ ไม่ลองไม่รู้นิ
ทำไปเรื่อยๆ คงเห็นผลได้ ถ้าไม่เห็นผลค่อยหาวิธีใหม่
ทำ สองอย่างควบกันไปเรย ทั้งหลับตา ลืมตา
ดีกว่าหายใจทิ้งไปวันๆเนาะ

เล่าสู่กันฟังเพื่อพิจารณาก็แล้วกันนะ
ตอนนี้ก็สับสนเหมือนกัน แต่ก็เลือกทำทั้งสองอย่าง

ผีเสื้อราตรี
16-05-2008, 06:20 PM
ทางสายกลางแต่กลางของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันต้องหาตรงกลางของตนเองให้เจอ สมถะก็ต้องมี วิปัสนาก็ต้องใช้ เพราะฉะนั้น น้องพลับขอ 2 เลย หุหุ

jinny95
16-05-2008, 09:57 PM
ทางสายกลางแต่กลางของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันต้องหาตรงกลางของตนเองให้เจอ สมถะก็ต้องมี วิปัสนาก็ต้องใช้ เพราะฉะนั้น น้องพลับขอ 2 เลย หุหุ
นี่ล่ะครับ สิ่งที่ดี เพราะ มันแยกจากการไม่ได้ ต่างก็ต้องเติมเต็มให้กันเสมอ
สมถะ เป็น ฐานที่ดี สำหรับวิปัส
วิปัสอย่างเดียว เหนื่อย ก็มาพักจิตที่สมถะ
วิปัสลุโสดาแล้ว ลำดับต่อไป ต้องเพียรละกิเลส ก็ต้องมาอาศัยสมถะข่มอยู่ดี
มีประโยชน์มหาศาลทั้งสองอย่างครับ ^-^

บุคคลทั่วไป 3 คน
17-05-2008, 10:32 AM
ถ้าลุโสดาแล้ว ย่อมรู้ทางเดิน จะไม่โลเลเบือนหน้าไปไหน

จะเริ่มมุ่งตรง สู่พระนิพพาน

ข้อความข้างต้นนั้นสำคัญ ต้องให้ความสำคัญ และต้องพยายามหา
คำจำกัดความที่ถูกต้อง ถ้าเรายังไม่เข้าใจ

การทำวิปัสสนาได้ ก็คือ การละอกุศลที่เกิดขึ้นได้ หรือ ละอกุศลที่จะเกิด
ขึ้นได้ นั้นคือที่มาของการปิดอบายทั้งปวง ภาวะความรู้จะต้องสรุปและ
ให้ความแจ่มชัด เรียกได้ว่า รู้ตัวว่าไม่มีทางลงอบายได้อีก ไม่มีทางลง
นรก หรือ ไปส่วนทุคติใดๆได้ ดังนั้น การยึดมั่นทำฌาณเพื่อปิดอบาย
เพื่อปรุงภพ เพื่อหวังภพที่สูงเพื่ออยู่จะมลายหายไปจากใจ เพราะศรัทธา
ที่เกิดขึ้นเต็มเปี่นยมต่อพระพุทธองค์ รู้ชัดในคำสอนของพระพุทธองค์
ว่าไม่มีบิดพริ้วเป็นอื่น

ดังนั้น วิปัสสนา จะเป็นงานหลัก งานเดียว ตลอดสาย

สมาธิ สำคัญตอนไหน ก็ตอนที่วิปัสสนาไปแล้วพบว่าตัวเองติดสภาวะ
ไม่สามารถแยกแยะ รูป ออก อีกทั้งไม่สามารถระลึกได้ทันว่าเกิดอะไร
ขึ้นกันแน่ที่เป็นสาเหตุแห่งทุกข์ที่ติดข้อง นั่นก็เพราะสมาธิไม่พอ ซึ่งก็
ไม่ได้แปลว่าต้องไปทำฌาณอะไรเลย แค่ทำอะไรให้ใจสงบหายฝุ้งซ่าน
หายหงุดหงิดรำคาญเท่านั้นพอ

ก็เหมือนสภาวะปรกติทั่วไป เวลาเรา นึกอะไรไม่ออก เราต้องนิ่งลงชั่ว
ครู่ เพื่อพยายามระลึก เผอิญวิปัสสนานั้นเป็นการระลึก นาม หรือ อารมณ์
ซึ่งมันไม่คงทน เกิดขึ้นและดับไปแล้ว โอกาสจะระลึกจะยาก ไม่เหมือน
การระลึก รูป เช่น กระเป๋าหาย ถ้าเราระลึก รูปกระเป๋า รูปการวาง การเดิน
หรือ กิจกรรม อาจะทำให้เราระลึกได้ เพราะรูปนั้นเกิดแล้วก็บันทึกเป็นสังขาร
มีความคงทนกว่า

ดังนั้น การกล่าวว่า ทางเดินของการหลุดพ้น จะต้องอาศัยการทำสมาธิให้
สูงๆไว้นั้น ไม่จำเป็น เราไม่ต้องกลัวไปตกนรก ทันทีที่รู้จักการวิปัสสนาที่
ถูกต้อง จะรู้ว่า ไม่ต้องกลัวนรกอีกแล้ว สมาธิจึงเป็นกิจกรรมที่เอามาช่วย
เอามาเสริมเท่านั้น เพื่อให้เราสามารถระลึกอารมณ์ หรือ นามที่เกิดขึ้นเป็น
สภาวะทุกข์ เพื่อสาวหาเหตุแห่งทุกข์ ก็เท่านั้น

แต่หากยังปรุงอยู่ว่า สมาธิคืองานหลัก วิปัสสนาเป็นเพียงงานรอง เพราะว่า
กลัวตกอบาย หรือ ได้ภพภูมิไม่ดี นั้นเริ่มเป็นที่มาที่เปิดให้ราคะทำงาน เริ่ม
เกิดกลัว อยาก ไม่ต้องการ เกิดขึ้น แล้วก็นำพาเราไปสู่ความชอบใจในความ
สงบ ความว่าง ติดอวิชชาในที่สุด

บุคคลทั่วไป 3 คน
17-05-2008, 10:42 AM
เช่น

สมมติว่าดวงจิตเรากำลังเที่ยวนรก เพราะเสพอารมณ์อยาก หรือทุกข์ทน
บางประการ แล้วถลำไปกับอารมณ์อกุศลนั้นๆ ก็จะยิ่งถลำสู่ภพนั้นลงไป
เปรียบดั่งเห็นไฟ แล้วตกใจทุรนทุราย ก็จะยิ่งไม่หลุด การใช้สมาธิอาจ
จะข่มภาพนั้นได้ แต่ก็เหมือนเรารู้ว่าเครื่องบินกำลังจะตก แรงดึงดูดของโลก
เริ่มทวีกำลังขึ้น โอกาสที่อารมณ์อกุศอื่นจะแทรกก็ยังมีอยู่และแรงขึ้น

แต่ทว่า หากเป็นกำลังของวิปัสสนา เมื่อเห็นไฟ ก็อาจะถลำไปดูว่าเป็นไฟ
แต่แล้วก็สักแต่ว่ารู้ ว่าดู ไฟเป็นเพียงของถูกรู้ถูกดู ภพของไฟก็ทำอะไรเรา
ไม่ได้ เมื่อเรารู้ว่เครื่องบินกำลังจะตก แต่เรารู้ว่าก็แค่มันเกิดขึ้น รับรู้สักแต่
ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น ใจของคุณจะมีพระธรรมแห่งความสงบเย็นห่อหุ้ม ไม่มี
ทางที่อกุศลจะแทรกได้ แทรกเข้ามาก็เห็นเป็นเพียงของถูกรู้ ถูกดู มีภาวะ
ห่าง ไม่ส่งถึงจิต อยู่นอกๆ ไม่ใช่เรา นั้นแหละครับปิดอบายทั้งปวง

ยิ่งกว่านั้น นักวิปัสสนาจะทราบดีว่า หากวิปัสสยาญาณอ่อนกำลัง จิต
เขาไม่ได้ออกไปฟุ้งเสพอารมณ์ แต่จิตเขาจะหลบเข้าไปทำสมาธิอัตโนมัติ
นี้ดูดีๆ ก็เหมือนคนทำประกันไว้สองบริษัท มีแต่ได้กับได้

หลงเข้ามา
17-05-2008, 03:06 PM
มีแต่ได้กับได้ หุหุ

ผีเสื้อราตรี
18-05-2008, 09:01 AM
มีแต่ได้กับได้ หุหุ http://board.palungjit.com/customavatars/avatar206532_26.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=206532)

ผีเสื้อราตรี
19-05-2008, 12:39 PM
ถ้าไม่สงสัย และไม่อยากถาม แค่รู้รู้รู้ตาม จะถามทำไม เมื่อก่อนช่างถาม ถามเพราะสงสัย สงสัยอะไรก็รู้รู้เอง จะรู้รู้ไหมสงสัยจึงถามแต่รู้รู้ตามแล้วถามทำไม ไม่รู้ไม่ถามเพราะถามสงสัย สงสัยทำไม แค่รู้รู้ตาม

บุคคลทั่วไป 3 คน
19-05-2008, 03:44 PM
ข่าวสั้น


<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=305 border=0><TBODY><TR><TD width=21 background=images/box_news8.gif bgColor=#e6e6e0 rowSpan=2></TD><TD vAlign=top bgColor=#e6e6e0>แพนด้ายักษ์ 3 ตัวหายไปจากศูนย์เพาะพันธุ์หลังเหตุแผ่นดินไหว (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=31687&catid=6)</TD><TD vAlign=top width=8 background=images/content_news4.gif rowSpan=2>http://www.matichon.co.th/images/content_news4.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#e6e6e0>http://www.matichon.co.th/upload/news/19-05-08-11-52-41s.jpg ทางการจีนรายงานว่า แพนด้ายักษ์ 3 ตัวหายไปจากศูนย์เพาะพันธุ์แพนด้าชื่อดังที่สุดในโลกของจีน และมีเจ้าหน้าที่ 5 คนเสียชีวิตแถมบ้านแพนด้าพัง 32 หลังจากเหตุแผ่นดินไหว</TD></TR></TBODY></TABLE>

* ใครรู้ตัวว่าเป็นหนึ่งใน 3 ก็รายงานตัวเล่นๆ กันนะ


refer : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=31687&catid=6

บุคคลทั่วไป 3 คน
19-05-2008, 03:48 PM
รู้ไปรู้มา ตามไปตามา เออแน่ะ ตัณหา พารู้พาตาม

รู้ไปรู้มา ตามไปตามา เออแน่ะ ตัณหาจับมืออวิชชา พารู้ว่างสว่างใส

โชยอ่อนๆ ละมุนละไม มองไม่เห็น พระท่านชี้ให้ดูถึงเห็น

:)

หงอย แต่ก็สุขใจ

จิต มันร้ายไม่เบา !!!

เกิดเองแท้ๆ เมื่อไหร่ หมดความเป็นเรา

k.kwan
19-05-2008, 03:54 PM
รู้ไปรู้มา ตามไปตามา เออแน่ะ ตัณหา พารู้พาตาม

รู้ไปรู้มา ตามไปตามา เออแน่ะ ตัณหาจับมืออวิชชา พารู้ว่างสว่างใส

โชยอ่อนๆ ละมุนละไม มองไม่เห็น พระท่านชี้ให้ดูถึงเห็น

:)

หงอย แต่ก็สุขใจ

จิต มันร้ายไม่เบา !!!

เกิดเองแท้ๆ เมื่อไหร่ หมดความเป็นเรา

แล้วกลัวไหม ที่หมดความเป็นเรา
แล้วคิดว่า ถูกทางไหม ที่หมดความเป็นเรา

บุคคลทั่วไป 3 คน
19-05-2008, 04:05 PM
ยิ่งหมด ยิ่งรู้ถูก นะขอรับ

เพราะลงรอยกับคำว่า เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด
ยิ่งภาวนามาก ยิ่งไม่ได้อะไรเลย ไม่เอาอะไรเลย เหตุนี้จึงเป็นไป
เพื่อการหลุดพ้น

ตรงตามพุทธพจน์อยู่ ยิ่งซึ้งในพุทธะกรุณา

บุคคลทั่วไป 3 คน
19-05-2008, 06:02 PM
Eveta Peron พาดูจิต

DON'T CRY FOR ME ARGENTINA

It won't be easy, ( มันไม่ง่าย )
you'll think it strange ( คุณอาจคิดว่ามันแปลก )
When I try to explain ( เมื่อเราพยายามอธิบาย )
how I feel ( รู้สึก เป็นเช่นไร )
That I still need your love ( จำเป็นต้องใช้ฉันทะของเรา )
after all that I've done. ( ตลอดจนวิมังสาต่อผลที่ได้ )
You won't believe me ( คุณอาจไม่เชื่อ )
All you will see ( แต่ทุกคนจะได้เห็น )
is a girl you once knew ( นี่แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง คุณก็รู้จัก )
Although she's dressed up ( คนธรรมดาที่เคยมัวแต่แต่งตัว )
to the nines ( ตั่งแต่ค่ำ )
At sixes and sevens with you ( ยันเช้า ก็ภพภูมิมนุษย์ธรรมดาๆนี่แหละ )
.
I had to let it happen ( ก็แค่ปล่อยให้มันเกิด อย่ากะเกณฑ์ หรือ กำหนด)
I had to change ( ต้องเปลี่ยนความคิดเดิมนะ )
Couldn't stay ( ลำพังทำแบบเดิมๆ ไปไม่รอดหรอก )
all my life down that hill ( จิตเราเหมือนไหล ตกหุบเหว )
Looking out of the window, ( แต่ก็เหมือนแค่การมองผ่านหน้าต่าง )
staying out of the sun ( อยู่ห่างๆจากสิ่งเร้าร้อน )
So I chose freedom ( เพราะฉันเลือกจิตอิสระ )
Running around ( ปล่อยให้มันหนุมวนรอบ )
trying everything new ( ลอง รู้สึก ถึงสิ่งใหม่ไปเรื่อยๆ )
But nothing ( แต่ไม่ต้องหมายรู้อะไร )
impressed me at all ( กลับ รู้ชัด ทั้งหมด )
I never expected it to ( อย่าคาดหวังว่าจะได้อะไร )
.
Don't cry for me Argentina ( หยุดทนทุกข์เถิดชาวเรา )
The truth is ( นี้คือสัทธรรม )
I never left you ( ที่ไม่เคยจากคุณไปไหน )
All through my wild days ( แม้นกับวันที่ทุกข์ขนัด )
My mad existence ( กิเลสอนุสัยมันจะผุดขึ้นให้รู้ว่ามี )
I kept my promise ( เชื่อฉันเถอะ )
Don't keep your distance ( อย่าถอยห่างจากสิ่งที่ฉันชี้ชวนเลย )
.
And as for fortune, ( ไม่ว่าทรัพย์สมบัติ )
and as for fame ( ไม่ว่าจะชื่อเสียง )
I never invited them in. ( ล้วนอย่าไปเชื้อเชิญ )
Though it seemed to the world ( เพราะมันเป็นของโลกๆ )
they were all I desired. ( มันเป็นเพียงตัณหา )
They are illu.sions ( มันเป็นอุปาทานทั้งสิ้น )
They're not the solutions ( มันช่วยแก้ไขอะไรไม่ได้จริงหรอก )
they promised to be ( ถึงมันจะเหมือนจะเป็นอย่างนั้น )
The answer was here ( แต่คำตอบแท้จริงอยู่ตรงนี้ )
all the time ( อยู่กับคุณตลอดเวลา )
I love you and ( ฉันกรุณาบอกต่อคุณ )
hope you love me ( หวังว่าคุณจะกรุณาฟังฉัน )
.
So I chose freedom ( ฉันนั้นเลือกวิถีจิตจิตอิสระ )
Running around ( ปล่อยให้มันหมุนวนรอบติ้วๆ )
trying everything new ( รู้สึก กับสิ่งใหม่ๆ )
But nothing impressed me at all( อย่าไปชอบใจ หรือ ไม่ชอบใจ ทั้งหมดทุกภาวะที่ปรากฏ)
I never expected it to ( อย่าไปคาดหวังไว้ก่อน )
.
Don't cry for me Argentina ( ไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป นะ ชาวเรา )



* แปลโดยเกรี่ยงพุทธ

* Eveta Peron คือ สตรีหมายเลข 1 ของ อาร์เจนติน่า ที่ช่วยสามีฝันฝ่า
อุปสรรคทางการเมือง แต่ในขณะที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ ก็พบว่าตัวเองเป็นโรค
ร้ายที่จะต้องเสียชีวิตในไม่ช้า ( ถ้าจำไม่ผิด )

k.kwan
19-05-2008, 07:41 PM
วันนี้ท่าจะไม่เหมือนเมื่อวาน
ชิมิ ชิมิ หนอ

ผีเสื้อราตรี
21-05-2008, 09:29 PM
วันนี้ดูหนังแล้วทำให้คิดถึงสิ่งที่ครั้งนึงเคยอยู่ด้วยกัน
สัญญาเก่าก็พาความคิดถึงสิ่งที่เคยอยู่ใกล้กัน
วันนี้เค้าจากไปและไม่หวนกลับและต้องยอมรับกับการจากไป
ส่งจิตออกนอกก็เป็นเช่นนี้ สิ่งที่เคยมีตอนนี้จากไป
อารมณ์ส่งออกบอกเล่าให้ได้แต่ใครเข้าใจบ้างน่าจะมี
ตอนนี้รู้อยู่ก็ขอหายใจเพื่อให้เศร้าใจจะได้ดับลง

สันโดษ
21-05-2008, 09:34 PM
http://storage.msn.com/x1pAdjo0uCo2H2ic0SXt32J02oFVcED8gpgyv8cLqCoSANSa1oD8JGVuOw_U0_pepCkHwe_H3yHldq74ZzJwM8CZ7oXc6BqaPdQmZqim2bW_h11qk9YsTW2fQt0Fg3iym-2Oj8Sb1WobAi0IykB7iWOfQ



เศร้าอยู่ที่ จิต มิใช่ใจ ชิมิ...ชิมิ...สันโดษ ยังรักอยู่นะเอย นะเอย

ผีเสื้อราตรี
21-05-2008, 09:37 PM
ความพัดพลากเราห้ามไม่ได้
รวมทั้งความตายก็ได้ทุกคน
คนหนึ่งต้องตายแต่อีกคนอยู่
แต่ที่รู้คืออยากให้อยู่กับเรา
ตอนเกิดนั้นดีและมีความสุข
แต่ตายเป็นทุกข์ที่ต้องพลัดพลาก
ก็เป็นความจริงที่ต้องปรากฏ
ใครใครต้องพบพบกับความตาย
ตายเกิดตายเกิดพลัดพลากกันไป
ไม่มีใครใครหนีได้เลยเอย

jinny95
21-05-2008, 10:47 PM
เราจะขัดจิตใจ ให้ปราศจากเครื่องเศร้าหมอง ขัดจนไม่มีสิ่งเศร้าหมองอะไรให้ขัด จนสุดท้ายแล้วเราจะทิ้งจิตใจนั้นเสีย

บุคคลทั่วไป 3 คน
23-05-2008, 09:55 PM
http://tbn0.google.com/images?q=tbn:stzplVZGddN53M:http://upload.siamha.com/images/86003pcp_download_112.gif (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://upload.siamha.com/images/86003pcp_download_112.gif&imgrefurl=http://ploypee.exteen.com/20080416/entry-4&h=300&w=400&sz=200&hl=th&start=3&um=1&tbnid=stzplVZGddN53M:&tbnh=93&tbnw=124&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2597%2B%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%2599%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN)...........................

* อยากจะลืม ใครสักคน......เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพริ้วมา
สายน้ำที่ร่วงหล่น......ปนเคล้าหยาดน้ำตา
กลับไปคิดถึงครา......แรกที่เราพบกัน...

มรสุมที่หาดสีทอง......นำเราสองให้ปองรักกัน
ฟ้าคำรามเธอกลัว......ตัวของเราหนาวสั่น
สื่อดวงตาสัมพันธ์......อบอุ่นพลันสองเรา...

** ความ รักเราเคยสดชื่น......แล้วใยแปรเป็นอื่น
เหลือแต่ความขื่นขมระทม......เมื่อลมพายุหอบฝน มา
เธอไม่ยอม บอกเหตุผลใดใด......ปล่อยฉันไว้กลางฝน...

มาบัดนี้ยามฟ้าสีหม่น......ราวกับดลให้ตรมฤทัย
รู้เป็นเพียงอากาศ......แต่ไม่อาจห้ามใจ
อยากมีเธอชิดใกล้......แต่เธอคงไม่คืน...

(ซ้ำ **)

(ซ้ำ *)
ที่เธอลาฉันไป... ที่เธอลาฉันไป...
ที่เธอลาฉันไป... .

................................http://tbn0.google.com/images?q=tbn:J6z026FADKR_kM:http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/793/5793/images/animal/heartkung1.jpg (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/793/5793/images/animal/heartkung1.jpg&imgrefurl=http://www.oknation.net/blog/petpetpe/2007/07/16/entry-2&h=306&w=450&sz=31&hl=th&start=24&um=1&tbnid=J6z026FADKR_kM:&tbnh=86&tbnw=127&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2597%2B%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%2599%26start%3D18%26ndsp%3D18%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN)

ผีเสื้อราตรี
25-05-2008, 05:07 PM
กายบอกอย่างหนึ่ง จิตบอกอย่าง แต่ผู้รู้ก็บอกอีกอย่างหนึ่ง หุหุ จะเชื่อใครดีหนอ หุหุ เลือกไม่เชื่อใครเลยดีกว่า:d

jinny95
25-05-2008, 05:50 PM
^-^

สันโดษ
25-05-2008, 05:51 PM
http://www.ecoboot.nl/artikelen/WeblogFloatingCommunitiesGraphics/TiesLondonRomanticHouseboats.jpg


ไป นั่งเรือ.......ฟัง เพลง กะ สันโดษ กาน เถอะ ผีเสื้อ

http://www.imeem.com/people/jPm9F5C/playlist/e4ANT5Gt/mysong_music_playlist/ (http://www.imeem.com/people/jPm9F5C/playlist/e4ANT5Gt/mysong_music_playlist/)