PDA

View Full Version : ใครว่าพวกเราไร้สาระ?


หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:14 AM
เนื่องด้วย สมาชิกบ้างคน รู้สึกว่า ...

สมาชิกบางกลุ่มได้เข้ามาตั้งกระทู้

พูดคุยอย่างไร้สาระ....หาประโยชน์ไม่ได้

แต่แท้จริงแล้ว พวกท่าน มองคนละด้านกับสิ่งที่พวกเรามอง


สมาชิกที่เป็นผู้ตั้งกระทู้ และ เป็นผู้ เสนอคอมเม้นท์ แท้จริงแล้ว

จุดประสงค์ เพื่อการ ทดสอบธรรม

และ เเลกเปลี่ยนความรู้ที่เรียนรู้มา

ไม่ว่าจะทางศาสนา, วิทยาศาสตร์

และศาสตร์ ต่างๆอีกมากมาย


เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำให้มนุษย์สนใจ ธรรมะและฝึกจิต

สิ่งที่กลุ่มพวกเราทำ คือ

1. เเลกเปลี่ยน ความรู้, ความคิดเห็น ,โต้แย้ง

2. เรียนรู้อารมณ์และความรู้สึก จากผู้คนที่เข้ามาในกระทู้


ธรรมะ แท้จริงแล้ว คือ ธรรมชาติ และเป็น สิ่งธรรมดา

หากเราสามารถเข้าใจธรรมะแล้ว ไม่มีคำว่า ไร้สาระ

ทุกอย่างอยู่ที่ ความคิดของตนเอง

แม้แต่ คนบ้า ก็ ยังต้องมี จิตแพทย์ ในการรักษา

ดังนั้นถ้าเรามองเห็นจากมุมกว้าง

เเม้คนบ้า ก็เป็น ศาสตร์ที่น่าเรียนรู้เช่นกัน


จงอย่าดูถูกปัญญา ของผู้อื่นเพียงเพราะผู้นั้น คิดไม่เหมือนตน

อัจฉริยะจะเกิดได้ หากท่านเข้าใจว่าความรู้เกิดจากความสงสัย

หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:16 AM
คำสอนพระอรหันต์จี้กง (http://dhammaworld.exteen.com/20080224/entry)



http://dhammaworld.exteen.com/images/2003-3-16-jigong%2001.JPG


1. ชีวิตย่อมเป็นไปตามวิถีแห่งกรรมที่ลิขิต (ละชั่วทำดี) วอนขออะไร

2. วันนี้ไม่รู้เหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ กลุ้มเรื่องอะไร

3.เคารพพระพุทธเจ้าไม่เคารพพ่อแม่ เคารพเรื่องอะไร

4. พี่น้องคือผู้ที่เกิดตามกันมา ทะเลาะกันทำไม

5. ลูกหลานทุกคนล้วนมีบุญตามลิขิต ห่วงใยทำไม

6. ชีวิตย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ ร้อนใจทำไม

7. ชีวิตใช่จะพบเห็นรอยยิ้มกันได้ง่าย ทุกข์ใจทำไม

8. ผ้าขาดปะแล้วกันหนาวได้ อวดโก้ทำไม

9. อาหารผ่านลิ้นแล้วกลายเป็นอะไร อร่อยไปใย

10. ตายแล้วบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้ ขี้เหนียวทำไม

11. ที่ดินคือสิ่งที่สืบทอดแก่คนรุ่นหลัง โกงกันทำไม

12. โอกาสจะได้กลายเป็นเสีย โลภมากทำไม

13. สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนือศีรษะเพียง 3 ฟุต ข่มเหงกันทำไม

14. ลาภยศเหมือนดอกไม้ที่บานอยู่ไม่นาน หยิ่งผยองทำไม

15. ทุกคนย่อมมีลาภยศตามวาสนาที่ลิขิต อิจฉากันทำไม

16. ชีวิตลำเค็ญเพราะชาติก่อนไม่บำเพ็ญ แค้นใจทำไม(บำเพ็ญไวๆ)

17. นักเล่นการพนันล้วนตกต่ำ เล่นการพนันทำไม

18. ครองเรือนด้วยการประหยัดดีกว่าไปพึ่งผู้อื่น สุรุ่ยสุร่ายทำไม

19. จองเวรจองกรรมเมื่อไหร่จะจบสิ้น อาฆาตทำไม

20. ชีวิตเหมือนเกมหมากรุก คิดลึกทำไม

21. ฉลาดมากเกินจึงเสียรู้ รู้มากทำไม

22. พูดเท็จทอนบุญจนบุญหมด โกหกทำไม

23. ดีชั่วย่อมรู้กันในที่สุด โต้เถียงทำไม

24. ใครจะป้องกันมิให้เกิดเรื่องได้ตลอด หัวเราะเยาะกันทำไม

25. ฮวงซุ้ยดีอยู่ในจิตไม่ใช่อยู่ที่ภูเขา แสวงหาทำไม

26. ข่มเหงผู้อื่นคือทุกข์ รู้ให้อภัยคือบุญ ถามโหรเรื่องอะไร

27. ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม


<FORM action=http://dhammaworld.exteen.com/20080224/entry method=post>



</FORM>

หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:29 AM
" พุทธธรรมคือสิ่งๆ หนึ่ง ที่จะทำให้คนธรรมดากลายเป็นพุทธะ คือผู้ตรัสรู้ ผู้เบิกบาน,

เป็นสิ่งธรรมดา อย่างหนึ่ง ซึ่งมีอยู่เบื้องหลังของชีวิต,รุ่งเรืองสว่างไสวอยู่เสมอ ไม่รู้จักดับ ทรงตัวเองอยู่ได้ตลอดกาลและพร้อมอยู่เสมอที่จะสัมผัสกับใจ

ถ้าหากลอกเอาเครื่องหุ้มห่อจิตออกเสียได้เมื่อใด ก็จะพบสิ่งๆ นั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้แต่ความสงบ เยือกเย็น ความสะอาด และ ความแจ่มแจ้ง ในปัญหาของชีวิตทุกอย่าง.

สิ่งๆ นี้เป็นสัจธรรมอันเดียว ที่สูงยิ่งกว่าสัจธรรมทั้งหลาย. ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่พบสัจธรรมนี้ ความปลอดภัยที่แท้จริงของชีวิต ยังมีไม่ได้.

สาเหตุที่คนส่วนมากไม่สนใจในเรื่องนี้ เป็นเพราะไปเข้าใจเสียว่า เรื่องพุทธธรรมไม่เกี่ยวกับคนเรา หรือเห็นไปเสียว่า ไม่จำเป็นต้องรู้ก็อาจหาความสุขได้ บางคน

เห็นว่า ถ้าสนใจกับเรื่องนี้แล้ว จะต้องทำตัวเป็นฤาษีชีไพร ต้องทำตัวให้เหินห่างจากความสนุก เพลิดเพลินในโลกทุกอย่าง และบางคนถึงกับเห็นไปว่า เรื่องพุทธธรรมนั้นวิเศษจริง

แต่ก็ยาก ที่คนอย่างเราจะเข้าใจได้. อันที่จริง ความเข้าใจเช่นนั้น เป็นการหลอกตัวเองให้เข้าใจผิดทั้งสิ้น.

ข้อที่เข้าใจว่า พุทธธรรมไม่จำเป็นต้องรู้ ก็อาจหาความสุขได้นั้น ก็เป็นความจริง, แต่

ท่านคงไม่เคยรู้สึกว่า ความสุขที่เราแสวงหาและมีๆ กันอยู่นั้น เป็นของหลอกลวงเกือบทั้งสิ้น และ
มักมีพิษในภายหลังเสมอ. ถ้าได้สัมผัสกับพุทธธรรมเสียบ้าง พิษที่เกิดจากความสนุกนั้นจะลด
น้อยลง และสามารถแสวงหาความสุขที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไป.
ข้อที่ว่า ถ้าคนสนใจกับเรื่องนี้ จะต้องออกไปเป็นฤาษีชีไพร เข้าไปแตะต้องกับความสุข ในทางโลกไม่ได้เลยนั้น ข้อนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดถนัด. พุทธศาสนาไม่มีการบังคับให้เชื่อ หรือ
บังคับให้ทำตาม.

ท่านจะเป็นฤาษีหรือไม่ สุดแล้วแต่ความพอใจ. และก็ไม่ใช่เป็นกฎตายตัวว่า
ต้องเป็นฤาษีหรือนักบวชเท่านั้น จึงจะเข้าใจพุทธธรรมได้. เรื่องนี้ท่านผู้แสดงได้ชี้แจงไว้ดีที่สุดแล้ว ในปาฐกถาของท่าน.

ข้อที่ว่า คนธรรมดาไม่ใช่นักบวชหรือนักปราชญ์เข้าใจเรื่องนี้ไม่ได้นั้น ก็ยังขัดต่อ
ความจริง ในครั้งพุทธกาล ปรากฏว่าคนอายุ ๗ ขวบทั้งหญิงทั้งชาย หรือฆราวาสผู้ครองเรือน
เข้าใจเรื่องนี้ได้ ก็มีอยู่ ข้อที่ว่าเราเห็นว่ายากนั้น
อาจเป็นเพราะเราไม่สนใจอย่างแท้จริง หรือ
เพราะอ่านหนังสือที่ทำอย่างไรเสียก็ไม่อาจเข้าใจได้ ก็ได้..."

วาทะของท่านพุทธทาสภิกขุ

หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:36 AM
<CENTER>
" ....ท่านทั้งหลายจงอย่าทำตัวเป็นตัวบุ้งตัวหนอนคอยกัดแทะกระดาษแห่งคัมภีร์ใบลานเปล่าๆ
โดยไม่สนใจพิจารณาสัจธรรมอันประเสริฐที่มีอยู่กับตัว แต่มัวไปยึดธรรมที่ศึกษามาถ่ายเดียว

ซึ่งเป็นสมบัติของพระะพุทธเจ้า มาเป็นสมบัติของตน ด้วยความเข้าใจผิด
ว่าตนเรียนรู้และฉลาดพอตัวแล้ว ทั้งที่กิเลสยังกองเต็มหัวใจยิ่งกว่าภูเขาไฟ มิได้ลดน้อยลงบ้างเลย
จงพากันมีสติคอยระวังตัว อย่าให้เป็นคนประเภทใบลานเปล่าๆ เรียนเปล่าและตายทิ้งเปล่า
ไม่มีธรรมอันเป็นสมบัติของตัวอย่างแท้จริงติดตัวบ้างเลย"
....นี่คือคำสอนที่องค์หลวงปู่มั่นเคยพูดอยู่เสมอๆ
</CENTER>

หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:39 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=5 width=480 border=0><TBODY><TR><TD background=images/topbar1.gif colSpan=2>การรักเพื่อนมนุษย์




</TD></TR><TR><TD vAlign=top>
พระเยซูเจ้ามิได้สอนให้มนุษย์ต้องรักพระเป็นเจ้าเท่านั้น

แต่ยังสอนให้มนุษย์รู้จักรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเองด้วย เพราะมนุษย์ทุกคนเป็นบุตรของพระบิดาเจ้า และมนุษย์ทุกคนต่างก็เป็นพี่น้องกัน ยิ่งกว่ามนุษย์ถูกสร้างมาในฉายาลักษณ์ของพระเป็นเจ้า มนุษย์จึงมีพระเป็นเจ้าอยู่ในตัวเขา ผู้ที่รักเพื่อนมนุษย์ก็ได้ชื่อว่ารักพระเป็นเจ้าด้วย

ด้วยเหตุนี่พระเยซูเจ้าจึงได้บอกให้เพื่อนมนุษย์จงรักกันและกันเหมือนรักตัวเอง หรือจงรักกันและกันเหมือนกับที่พระองค์ทรงรักเรา ดังที่ได้กล่าวไว้ในพระวรสาร หลายตอนด้วยกันเช่น…


" จงรักเพื่อนมนุษย์ เหมือนรักตัวเอง " ( มธ.22:34-40 ) </B>

หรือที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้ว่า…


" นี่คือ…บัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เรารักท่าน " ( ยน.15:12 ) </B>




นอกจากนี้พระเยซูเจ้ายังได้ย้ำเตือนเราให้รู้จักรักกันและกัน เพราะความรักมีกำเนิดมาจากพระเป็นเจ้า ผู้ใดไม่มีความรักในใจของตัวเอง ผู้นั้นก็ไม่รู้จักพระเป็นเจ้า ดังที่ได้มีการบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ว่า…" ท่านพี่น้องที่รัก


เราจงรักกันและกัน

เพราะความรักมาจากพระบิดาเจ้า

ผู้ใดรักก็ถือกำเนิดจากพระเป็นเจ้า และรู้จักพระองค์

ผู้ใดไม่รัก ก็ไม่รู้จักพระเป็นเจ้า

เพราะพระเป็นเจ้าเป็นองค์แห่งความรัก " ( 1ยน.4:7-16 )</B>


</TD></TR></TBODY></TABLE>

wit
03-05-2008, 11:45 AM
ถ้ามองในมุมกลับผู้ที่คิดในมุมต่างและอยากให้ผู้อื่นยอมรับในความคิดเห็นนี้และโจมตีหรือดูถูกผู้ที่มีความคิดเห็นที่เป็นไปตามหลักการ ก็เป็นการไม่ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นที่เป็นไปตามหลักการด้วยเช่นกันหรือไม่ครับ

ก็เหมือนกับสมการที่เปลี่ยนแปลงการแทนค่าเท่านั้นเอง ผู้ที่มีจิตอิสระไม่ยึดมั่นถือมั่นในความเห็นที่แท้จริงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนที่คล้อยตามความคิดเห็นของผู้อื่นไปเสียหมด ใครคิดเห็นอย่างไรก็เออออเอออวยยอมรับไปเสียหมด การไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้หมายความว่าคนผู้นั้นจะไม่มีปัญญา ตรงกันข้ามผู้ที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดอย่างแท้จริงแล้วนั้น จะทำให้มุมมองและสติปัญญาของผู้นั้นมีวินิจฉัยในสิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้อง รอบคอบ และดีงามครับ

หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:47 AM
คนถูกล่ามโซ่ความคิด ต้องแก้ด้วยการ เรียนรู้ด้วยคำว่า สงสัย

หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:50 AM
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

เป็น<WBR>ทั้ง<WBR>นัก<WBR>คณิต<WBR>ศาสตร์<WBR>และ<WBR>นัก<WBR>ฟิสิกส์
<WBR>ที่<WBR>มี<WBR>ชื่อ<WBR>เสียง<WBR>โด่ง<WBR>ดัง<WBR>มาก
เป็น<WBR>นัก<WBR>คิด<WBR>ค้น<WBR>ที่<WBR>ไม่<WBR>ยอม<WBR>หยุด<WBR>นิ่ง
เป็น<WBR>คน<WBR>ที่<WBR>รัก<WBR>ความ<WBR>สงบ มี<WBR>นิสัย<WBR>นอบ<WBR>น้อม<WBR>ถ่อม<WBR>ตน

<WBR>

มี<WBR>การ<WBR>กล่าว<WBR>กัน<WBR>ว่า<WBR>จุด<WBR>ที่<WBR>ทำ<WBR>ให้เป็น<WBR>ไอน์สไตน์ คือ ความสงสัย
เป็น <WBR>เข็ม<WBR>ทิศ


http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet2/mathematicians/einstein_2.jpg

เต้าเจี้ยว
03-05-2008, 11:52 AM
ถ้ามองในมุมกลับผู้ที่คิดในมุมต่างและอยากให้ผู้อื่นยอมรับในความคิดเห็นนี้และโจมตีหรือดูถูกผู้ที่มีความคิดเห็นที่เป็นไปตามหลักการ ก็เป็นการไม่ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นที่เป็นไปตามหลักการด้วยเช่นกันหรือไม่ครับ

ก็เหมือนกับสมการที่เปลี่ยนแปลงการแทนค่าเท่านั้นเอง ผู้ที่มีจิตอิสระไม่ยึดมั่นถือมั่นในความเห็นที่แท้จริงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนที่คล้อยตามความคิดเห็นของผู้อื่นไปเสียหมด ใครคิดเห็นอย่างไรก็เออออเอออวยยอมรับไปเสียหมด

การไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้หมายความว่าคนผู้นั้นจะไม่มีปัญญา ตรงกันข้ามผู้ที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดอย่างแท้จริงแล้วนั้น จะทำให้มุมมองและสติปัญญาของผู้นั้นมีวินิจฉัยในสิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้อง รอบคอบ และดีงามครับ


(y)
ไม่ยึดมั่นถือมั่น แต่พิจารณาได้
เมื่อพิจารณาได้ จึงวางได้ และเลือกกระทำในสื่งที่ดีแล้ว


หากมีความเห็นชอบคิดชอบ (ปํญญาชอบ) อริยมรรค อีกหก ย่อมไปทางถูก

หนุกจังเลย
03-05-2008, 11:53 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=9 width=422 align=center border=0><TBODY><TR><TD width=200>http://www.9dern.com/pic/gandhi01.jpg</TD><TD>
"มีกฎหมายที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ฉบับหนึ่ง ที่ปกครองทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกผู้ที่เกิดขึ้นและมีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าไม่ปฏิเสธกฎหมายหรือผู้ให้กฎหมายนั้น เพราะข้าพเจ้ารู้จักสิ่งเหล่านั้นน้อยมาก พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงปกครองจิตใจและเปลี่ยนแปลงมัน ผู้ที่ตระหนักถึงความมีอยู่จริงอันแท้จริงของพระองค์ จึงจะรับรู้กระบวนการเปลี่ยนแปลงในจิตใจ"

มหาตมะ คานธี </TD></TR></TBODY></TABLE>

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:01 PM
http://www.midnightuniv.org/midnight2545/images/00000011119-aa6844.jpg

แม่ชีเทเรซ่า
"ชีวิตที่ไม่ได้ช่วยคนอื่นคือชีวิตที่ไม่มีค่า"


http://www.repubblica.it/2006/09/sezioni/esteri/testi-scolastici-cina/testi-scolastici-cina/stor_8743271_19590.jpg

เหมา เจ๋อ ตุง
"ไม่มีมนุษย์คนใด ไม่ต้องการความช่วยเหลือ
ดอกบัวยังต้องอาศัยใบบัวค้ำชูรั้วแถบหนึ่ง
มีเสาค้ำอย่างน้อยสามต้นคนเก่งคนหนึ่ง
ต้องมีคนช่วยอย่างน้อยสามคน"

http://www.baanjomyut.com/library/bigm/big10/napolian.jpg

นโปเลียน
"จงมองไปข้างหน้า เพื่อก่อความหวัง
จงมองไปข้างหลัง เพื่อแก้ความผิดถ้า
ไม่มีความหวัง ก็เหมือนคนสิ้นคิด
ถ้าไม่มีความผิด ก็เหมือนไม่ใช่คน"

http://www.bodin2.ac.th/web/9034/zhugeliang.jpg

ขงเบ้ง
"สูงส่งแต่ไม่เย่อยิ่ง
ชนะแล้วไม่ลำพอง
ปราดเปรื่องแต่รู้จักลงเวที
เข้มแข็งแต่มีความอดกลั้น"
<!-- / message -->

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:14 PM
ชื่อเต็มของเขาคือ สตีเวน วิลเลียม ฮอว์กิง ดังมากๆ ในปัจจุบัน

(ไอน์สไตน์กลับชาติมาเกิด) ไม่รู้จริงๆหรือเปล่า...เขาว่ากัน


หากไอน์สไตน์ทำงานร่วมกับเข้า

เป็นไปได้ อาจจะสามารถสร้าง Time Machine

http://www.bagofnothing.com/wordpress/wp-content/uploads/2007/09/hawkinghimes.jpg




เป็นนักฟิสิกส์คณิตศาสตร์ เขามีชื่อทางด้านเอกภพวิทยาและหลุมดำ


ทฤษฎีของเขามีพื้นฐานอยู่บนการรวมกลศาสตร์ควอนตัมเข้ากับทฤษฎีสัมพัทธภาพ

ตัวของเขาเองนั้นแม้ต้อง ทนทุกข์ทรมานกับโรคร้าย

จนต้องนั่งติดกับเก้าอี้ล้อตลอดเวลา


แต่สมองเขานั้นพุ่งไกลไปในท้องฟ้ากว้าง

เพื่อไขปัญหาความลี้ลับของเอกภพ เขาได้รับเลือกให้เป็นศาสตราจารย์ใน

Royal Society เมื่ออายุเพียง 32

ซึ่งเป็นคนที่หนุ่มที่สุดที่เคยรับตำแหน่งนี้

หนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาคือหนังสือชื่อ

ประวัติย่อของเวลา จากบิกแบงสู่หลุมดำ

(A Brief History of Time. From Big Bang to Black Hole)

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:26 PM
<TABLE width="90%" align=center><TBODY><TR vAlign=top><TD>วิถีคิดอัจฉริยะ

ในอดีต เราเชื่อกันว่าความฉลาดเฉลียวแบบอัจฉริยะ

หรือคนที่ถูกเรียกว่า Genius นั้น


เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดพันธุกรรม (gene) หรือไม่ก็

ด้วยโครงสร้างสมอง ที่ไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา

แต่ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสมอง และความเป็นอัจฉริยะ

จำนวนมาก ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ ผู้รู้

และนักจิตวิทยาชั้นนำของโลกสรุปว่า

สติปัญญาระดับอัจฉริยะถูกกำหนดด้วย

meme มากกว่า gene หรือพันธุกรรม <!-- ------------เนื้อเรื่อง---------------- -->





</TD></TR></TBODY></TABLE>

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:28 PM
meme ที่ว่านี้ก็คือ ระบบและนิสัยการคิดที่เราใช้เป็นประจำนั่นเอง

งานวิจัยเกี่ยวกับ meme ของบรรดาอัจฉริยะของโลกนับร้อยคน

ไม่ว่าจะเป็นโสเครติส เซอร์ไอแซค นิวตัน โทมัส เจฟเฟอร์สัน โทมัส เอดิสัน

ไล่มาจนถึงไอน์สไตน์

แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ มีระบบการทำงานของสมอง และมีวิธีคิดร่วมที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งระบบวิธีคิดเหล่านี้ คนธรรมดาๆ สามัญสามารถลอกเลียนแบบได้

การเห็นภาพด้วยใจ หรือ มโนคติ

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:30 PM
คนเราเวลาคิด จะมีพฤติกรรมอย่างน้อย 2 แบบ

คือ คิดแบบเป็นเสียงดังอยู่ภายใน และ การคิดแบบเห็นภาพ

โดยคนธรรมดาๆ จะมีพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่คนที่มีไอคิว (IQ) สูงทั้งหลาย

มักจะเป็นคนประเภทคิดแล้วสามารถเห็นภาพตามไปด้วย

พร้อมกัน ทำให้สามารถสร้างภาพต่างๆ ขึ้นในใจ

ได้ตามที่ตนต้องการ มีรายละเอียด สีสัน มิติ ชัดเจน

แทบจะเหมือนของจริง การคิดเป็นภาพ

เป็นการทำงานของสมองซีกขวา

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:33 PM
โดยสรุป สมองของเราจะทำงานได้ดีที่สุด

และมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุด

ก็ต่อเมื่อเราตั้งสติและตั้งสมาธิไว้กลางๆ

ไม่ตั้งความมุ่งมั่นจนเกินไป

ไม่ย่อหย่อนจนเกินไป

แต่มีความคิดและจิตสำนึกที่เป็นกลางๆ นั่นแหละ

ถึงจะเรียกว่าที่สุดของประสิทธิภาพของสมอง

ดังคำสอนเรื่องมัชฌิมาปฏิปทา

หรือทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าโปรดชี้ทางไว้นั่นเอง

บางส่วน จาก http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=401

เรื่องโดย : ดร. วิมลกานต์ โกสุมาศ

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:42 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD background=images/gradients/bg_p.gif>สมาชิกที่กล่าว " ไม่เห็นด้วย " กับข้อความของ คุณ หนุกจังเลย ที่เขียนไว้ทางด้านบน </TD></TR><TR><TD class=alt2 height=29>ขันธ์ (http://board.palungjit.com/member.php?u=79383) (วันนี้) </TD></TR></TBODY></TABLE>


คนต้องการเรียนไม่สอน คนที่ไม่ต้องการคำสอนกลับต้องการเสนอตัว

เรียกว่า อะไรหนอ....???? ก็อย่างว่า ปัญญามีเท่าที่มี ทำได้ สองอย่าง คือ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่านั้น

ขันธ์
03-05-2008, 12:42 PM
ตั้งหัวข้ออย่างหนึ่ง เนื้อเรื่องอย่างหนึ่ง
ความเห็นอย่างหนึ่ง แรกๆ เป็นการตัดพ้อต่อว่า ว่าตัวเองไม่ไร้สาระ
พอลงความเห็น กลายเป็น พระเยซูบ้าง ฮอคกิ้นบ้าง
ตอนนี้ มาเป็น ความเห็น ทางด้าน อัจฉริยะบ้าง

คนไม่มีประเด็น คิดสับสน ไม่รู้จักแยกแยะ ปนเป

ตลกจริงๆ จอมมาร อยากแข่งกับ พระ มันก็แสดงความเป็นมารออกมาทุกวัน

ลิงยิ่งขึ้นต้นไม้ หมายจะสูงกว่ามนุษย์ หารู้ไม่ว่า มันกำลังแสดงความเป็นลิงมากขึ้นไป ทุกที ที่ขึ้นสูง

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:45 PM
ตั้งหัวข้ออย่างหนึ่ง เนื้อเรื่องอย่างหนึ่ง
ความเห็นอย่างหนึ่ง แรกๆ เป็นการตัดพ้อต่อว่า ว่าตัวเองไม่ไร้สาระ
พอลงความเห็น กลายเป็น พระเยซูบ้าง ฮอคกิ้นบ้าง
ตอนนี้ มาเป็น ความเห็น ทางด้าน อัจฉริยะบ้าง

คนไม่มีประเด็น คิดสับสน ไม่รู้จักแยกแยะ ปนเป

ตลกจริงๆ จอมมาร อยากแข่งกับ พระ มันก็แสดงความเป็นมารออกมาทุกวัน

ลิงยิ่งขึ้นต้นไม้ หมายจะสูงกว่ามนุษย์ หารู้ไม่ว่า มันกำลังแสดงความเป็นลิงมากขึ้นไป ทุกที ที่ขึ้นสูง


นี้มันกระทู้ ของข้าพเจ้า เเล้วจะเข้ามาทำไม

หากทนไม่ได้ก็อย่าเข้า

คนไม่เข้ามามีตั้งเยอะเเยะ

สงสัย จะ ทนไม่ได้ถึงต้องเข้ามาแจม

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:46 PM
ไปสมัครเป็น เว็บมาสเตอร์ซิ

 หล่อลำน้ำ 
03-05-2008, 12:46 PM
เข้ามาทักทาย แค่นี้แหล่ะ

สวัสดี .

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:47 PM
เบื่อ พวก ทัศนะคติ แคบ..อ่อน

ขันธ์
03-05-2008, 12:49 PM
ลิง ขึ้นต้นไม้ แล้วบอกว่า นี่ต้นไม้ของข้า เอ็งเป็นมนุษย์ มายุ่งกับต้นไม้ข้าทำไม มันหารุ้ไม่ว่า มนุษย์ปลูกต้นไม้นี้ แถมเลี้ยงลิงไว้ด้วย
นี่ไม่ต่างกับ พวกชอบยึดครอง ขี้ตู่
เว็บนี้มันของสาธารณะ เข้าใจโลกหน่อย

ลิงน้อยสันโดษ พลุกพล่าน อยุ่ไม่สุข พฤติกรรม คันตรงนี้ที คันตรงนั้นที
เกาตลอดเวลา แล้วอวดอุตริว่า บรรลุธรรม ผมหละสมเพชจริง

เอาหละนะ ลิงน้อย ผมไม่ยุ่งกับคุณหรอก ยิ่งเป็นลิงตัวเมียนี่ อันตราย

หนุกจังเลย
03-05-2008, 12:52 PM
อย่างว่า ก็คนมีปัญญาสูงเกินไป

เวลาเสนออะไรหากไม่ฉลาดจริงก็ย่อมไม่เข้าใจ

เบื๊อ..เบื่อ..น้องๆ ห้องพุทธศาสนาเบื้องต้น อยู่หน้าแรก

มีพระไตรปิฎกด้วยน้องไปอ่านเงียบๆคนเดียวนะ

ไม่ต้องมาบอกพี่ พี่ รู้หมดแล้ว....อ๊อน..อ่อน

Hikikomori
03-05-2008, 11:51 PM
คุณ จขกท เปรียบเทียบได้ดีมากแล้วละ บอร์ดนี้มีแต่คนเก่งเกินเจอเรื่องจริงกันมักจะยอมรับกันไม่ค่อยได้

โลกเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันขนานใหญ่มั่งแล้ว เท่าที่อ่านๆกันอยู่เหมือนวนอยู่กับสิ่งเดิมๆ เพราะอะไรผมไม่อยากบอก

สักวันคงมีคำตอบ ถ้ามนุษย์เรารู้จักช่วยเหลือกัน และรู้คุณค่าของการมีชีวิตมากกว่านี้

สันโดษ
04-05-2008, 12:31 PM
คนนี้เองไง

http://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/hippo_panda/emoticon/hippo_panda024.gif


http://board.palungjit.com/showthread.php?t=126779

สมาชิกที่ถูกแบน
04-05-2008, 12:58 PM
สม.
............
อิอิ
อะหนอ อะหนอ

สันโดษ
04-05-2008, 01:02 PM
http://images.art.com/images/-/Three-Wise-Monkeys--C11765657.jpeg

สมาชิกที่ถูกแบน
04-05-2008, 01:03 PM
ต้อนรับผมไหมคร้าบ...........เจ้าของกระทู้คร้าบ
ผมมาดีนะคร้าบ...........ไม่ได้มาขัด ไม่ได้มา ก่อกวนนะคร้าบบบบบบ

สันโดษ
04-05-2008, 01:05 PM
ทุกคนฉลาด

ทุกคนมีปัญญา

รอแต่โอกาสที่จะขึ้นมา
เท่านั้นเองhttp://i242.photobucket.com/albums/ff298/akapong999/dookdik/onion/display/onion-D128.gif

nongyao
05-05-2008, 12:43 AM
เออ อ่านแล้วมีอารมย์เหมือนกันแฮะ คุณที่ใช้ชื่อว่าหนุกจังเลย ดูการเขียนการให้ความรู้ก็ดูดีละนะ มีความสามารถเก่ง สรรค์หาบทความดีๆมาให้อ่าน อ่านแล้วได้ความรู้ดี แต่เอ อ่านๆไปเหมือนไปแขวะใคร อยากกระทบใครหรือ ที่จริงชื่อนั้นสำคัญไฉน แต่ถ้าจะให้ดี ยายขอให้หนูเปลี่ยนชื่อหน่อยไม่ได้หรือ ดูชื่อกับการเขียนไม่สอดคล้องกันเลย ชื่อเหมือนตัวป่วนเมืองนะ มาอยู่กับธรรมะ สร้างสรรค์หน่อยดีไหมจ๊ะ

Chocooj
04-01-2009, 05:16 PM
อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ ทำให้คิดอะไรได้เยอะ

ตอนนี้เลิกเสียใจแล้วเพราะได้อ่านคำสอนของพระอรหันต์จี้กงนี่ล่ะ