WebSnow
14-08-2005, 09:05 AM
ถาม : อยากจะเรียนถาม คือหนูยื่นเออรี่เอาไว้นะค่ะ ไม่ทราบว่าจะได้หรือเปล่า?
ตอบ : อ๋อ อันนี้ถามได้แต่ตอบไม่ได้นะ ทำไมจะรีบออกไปไหนฮึ หนีราชการเหรอ
ถาม : เบื่อแล้วค่ะ ทำมาหลายปีแล้วเบื่อค่ะ
ตอบ : บนพระวิสุทธิเทพดู เรื่องหน้าที่การงานต่าง ๆ เกี่ยวกับบนให้ได้งาน บนให้ออกจากงานอะไรนี่ พระวิสุทธิเทพท่านเคยตรัสบอกกับหลวงพ่อเอาไว้ว่าถ้าเกี่ยวกับเรื่องงานให้บนฉันได้ แต่มีข้อแม้ว่าเมื่อสำเร็จแล้ว การแก้บนท่านเอาว่าต้องรักษาศีล ๕ หรือศีล ๘ พร้อมเจริญกรรมฐาน ๗ วัน อย่างอื่นไม่เอาเลย เน้นการทำความดีขนาดหนักล้วน ๆ
ความจริงเดือนนี้นะ ถ้าไม่ใช่หลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านทำแบบเอาไว้อาตมาก็มารับสังฆทานไม่ทัน บังเอิญว่าหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านทำแบบอย่างที่ดีไว้ ก็คือว่าพระวัดท่าซุงท่านให้อธิษฐานพรรษาในวันอาสาฬหบูชา แล้วก็ให้ปวารณาพรรษาในวันเทโว เข้าก่อนเขา ๑ วัน ออกทีหลัง ๑ วัน มันจะได้ ๙๐ วันถ้วน ๆ ส่วนใหญ่มันก็เกิน ๙๐ วันอยู่แล้ว
แต่ว่าถ้าหากว่านับตามทางจันทรคติท่านถือว่า ๓ เดือนถ้วน ๆ ก็เลยกลายเป็นว่าพอวันอาสาฬหบูชาปุ๊บอาตมากับพระทั้งหมดก็อธิษฐานพรรษาอธิษฐานเสร็จเราก็ขออนุญาตลาต่อมาเลยคือขอสัตตาหะ ในขณะที่เข้าพรรษาอยู่ถ้ามีเหตุจำเป็นพระพุทธเจ้าท่านอนุญาตให้ไปได้แต่ต้องไม่เกิน ๗ วัน เรียกว่า สัตตาหะกรณียะ เหตุที่ท่านอนุญาตให้ก็คือ พ่อป่วย แม่ป่วย ครูบาอาจารย์ป่วยไปเพื่อรักษาพยาบาลได้ วัดพังไปหาทัพพะสัมภาระมาซ่อมวัดได้ เพื่อนสหธรรมมิกที่อยู่ต่างวัดไกลๆ จะสึก ไปเพื่อห้ามปรามได้ ได้รับกิจนิมนต์เพื่อเจริญศรัทธาไปได้ ถ้าไม่ใช่ว่าตามแบบวัดท่าซุงมาอธิษฐานพรรษาในวันเข้าพรรษา เป็นอันว่าอาตมามาไม่ทันพวกเราก็ชะเง้อคอยาว
ตั้งแต่มานั่งตรงนี้เขาถามเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว ว่าเข้าพรรษามาได้ยังไง เลยบอกให้เข้าใจไว้แล้วก็จำไปบอกต่อด้วย ขี้เกียจอธิบายบ่อย ๆ อาตมาจะบอกเคล็ดลับให้อย่างหนึ่งนะ ถ้าอยากจะถามปัญหาทางโลกถามหมอเอ ถ้าอยากจะถามหวยไปถามหมอเพชร (หัวเราะ) ๒ คนนี่เขาถนัดกันคนละอย่าง ถ้าไปบวชอยู่ที่วัดเดียวกันเมื่อไหร่ละก็อาตมาจะสบายใจมาก ไม่ต้องเหนื่อย
ถามปัญหาทางโลก ถามฆราวาสท่านตอบได้มากกว่า ของพระข้อจำกัดมันเยอะ โดยเฉพาะว่าหลายอย่างที่เราเป็นพระเราจำเป็นต้องยอมรับกฎของกรรม บางทีรู้ก็พูดไม่ได้อกจะแตกตายเหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันว่าฆราวาสของเขาข้อจำกัดจะน้อยกว่า
แต่มันก็มีเยอะต่อเยอะที่ว่ากฎของกรรมเขาแรงจริง ๆ เล่นเอาหมอดูปรุงคำพูดแทบแย่กว่าจะได้คำพูดในลักษณะที่เรียกว่าเป็นที่พอใจของคนฟังด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่เกินกฎของกรรมด้วย ปางตายเหมือนกัน ถึงถามฆราวาสได้มากกว่าก็เถอะบางอย่างก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ปัญหาทางโลกถามหมอเอ ถามหวยถามหมอเพชรเจ็บไข้ได้ป่วยไปหาหมอต้านะ (หัวเราะ) หมดเรื่องไปเลย
http://www.palungjit.com/board/showpost.php?p=106786&postcount=16
ตอบ : อ๋อ อันนี้ถามได้แต่ตอบไม่ได้นะ ทำไมจะรีบออกไปไหนฮึ หนีราชการเหรอ
ถาม : เบื่อแล้วค่ะ ทำมาหลายปีแล้วเบื่อค่ะ
ตอบ : บนพระวิสุทธิเทพดู เรื่องหน้าที่การงานต่าง ๆ เกี่ยวกับบนให้ได้งาน บนให้ออกจากงานอะไรนี่ พระวิสุทธิเทพท่านเคยตรัสบอกกับหลวงพ่อเอาไว้ว่าถ้าเกี่ยวกับเรื่องงานให้บนฉันได้ แต่มีข้อแม้ว่าเมื่อสำเร็จแล้ว การแก้บนท่านเอาว่าต้องรักษาศีล ๕ หรือศีล ๘ พร้อมเจริญกรรมฐาน ๗ วัน อย่างอื่นไม่เอาเลย เน้นการทำความดีขนาดหนักล้วน ๆ
ความจริงเดือนนี้นะ ถ้าไม่ใช่หลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านทำแบบเอาไว้อาตมาก็มารับสังฆทานไม่ทัน บังเอิญว่าหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านทำแบบอย่างที่ดีไว้ ก็คือว่าพระวัดท่าซุงท่านให้อธิษฐานพรรษาในวันอาสาฬหบูชา แล้วก็ให้ปวารณาพรรษาในวันเทโว เข้าก่อนเขา ๑ วัน ออกทีหลัง ๑ วัน มันจะได้ ๙๐ วันถ้วน ๆ ส่วนใหญ่มันก็เกิน ๙๐ วันอยู่แล้ว
แต่ว่าถ้าหากว่านับตามทางจันทรคติท่านถือว่า ๓ เดือนถ้วน ๆ ก็เลยกลายเป็นว่าพอวันอาสาฬหบูชาปุ๊บอาตมากับพระทั้งหมดก็อธิษฐานพรรษาอธิษฐานเสร็จเราก็ขออนุญาตลาต่อมาเลยคือขอสัตตาหะ ในขณะที่เข้าพรรษาอยู่ถ้ามีเหตุจำเป็นพระพุทธเจ้าท่านอนุญาตให้ไปได้แต่ต้องไม่เกิน ๗ วัน เรียกว่า สัตตาหะกรณียะ เหตุที่ท่านอนุญาตให้ก็คือ พ่อป่วย แม่ป่วย ครูบาอาจารย์ป่วยไปเพื่อรักษาพยาบาลได้ วัดพังไปหาทัพพะสัมภาระมาซ่อมวัดได้ เพื่อนสหธรรมมิกที่อยู่ต่างวัดไกลๆ จะสึก ไปเพื่อห้ามปรามได้ ได้รับกิจนิมนต์เพื่อเจริญศรัทธาไปได้ ถ้าไม่ใช่ว่าตามแบบวัดท่าซุงมาอธิษฐานพรรษาในวันเข้าพรรษา เป็นอันว่าอาตมามาไม่ทันพวกเราก็ชะเง้อคอยาว
ตั้งแต่มานั่งตรงนี้เขาถามเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว ว่าเข้าพรรษามาได้ยังไง เลยบอกให้เข้าใจไว้แล้วก็จำไปบอกต่อด้วย ขี้เกียจอธิบายบ่อย ๆ อาตมาจะบอกเคล็ดลับให้อย่างหนึ่งนะ ถ้าอยากจะถามปัญหาทางโลกถามหมอเอ ถ้าอยากจะถามหวยไปถามหมอเพชร (หัวเราะ) ๒ คนนี่เขาถนัดกันคนละอย่าง ถ้าไปบวชอยู่ที่วัดเดียวกันเมื่อไหร่ละก็อาตมาจะสบายใจมาก ไม่ต้องเหนื่อย
ถามปัญหาทางโลก ถามฆราวาสท่านตอบได้มากกว่า ของพระข้อจำกัดมันเยอะ โดยเฉพาะว่าหลายอย่างที่เราเป็นพระเราจำเป็นต้องยอมรับกฎของกรรม บางทีรู้ก็พูดไม่ได้อกจะแตกตายเหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันว่าฆราวาสของเขาข้อจำกัดจะน้อยกว่า
แต่มันก็มีเยอะต่อเยอะที่ว่ากฎของกรรมเขาแรงจริง ๆ เล่นเอาหมอดูปรุงคำพูดแทบแย่กว่าจะได้คำพูดในลักษณะที่เรียกว่าเป็นที่พอใจของคนฟังด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่เกินกฎของกรรมด้วย ปางตายเหมือนกัน ถึงถามฆราวาสได้มากกว่าก็เถอะบางอย่างก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ปัญหาทางโลกถามหมอเอ ถามหวยถามหมอเพชรเจ็บไข้ได้ป่วยไปหาหมอต้านะ (หัวเราะ) หมดเรื่องไปเลย
http://www.palungjit.com/board/showpost.php?p=106786&postcount=16