PDA

View Full Version : ความฉลาดไม่ต้องเหมือนใคร


Emptyme
24-04-2008, 06:34 AM
คนส่วนมากมักคิดเสมอว่า ตนเองไม่ฉลาด

แต่จริงๆแล้วคนเหล่านั้น เข้าใจผิดคะ

พวกเขาเพียงแต่มองเห็นผู้อื่นฉลาดกว่าตนเอง

จึงทำให้เห็น สิ่งที่ขาดมากกว่าสิ่งที่มี


เพราะพวกเขารู้ในสิ่งที่เราไม่รู้

ไม่ได้หมายความว่าเราโง่นะคะ

แต่ว่านั้นคือ จุดอ่อนของมนุษย์

เพราะทำให้ตนเองมองไม่เห็นตนเองมากยิ่งขึ้น


แท้ที่จริงแล้วทุกคน ฉลาดด้วยกันทั้งนั้นตามแบบตนเอง

คนที่ทุกคนมองว่าฉลาดก็ไม่ได้ทำทุกอย่างได้ดีนะคะ

เช่นให้หมอเข้าครัวทำกับข้าว หรือ ให้นักบินอวกาศเต้นบัลเล่ย์

ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนและการทุ่มเทกับ สิ่งที่ตนรัก

อัจฉริยะภาพอยู่ที่นี้คะ ศึกษาและค้นคว้า หาข้อมูลไปเรื่อยๆ

อย่าหยุดแสวงหาคำตอบ จากธรรมชาติ ตำรา และ ผู้คน

ความรู้ไม่เคยหมดโลก และความอยากรู้ก็ไม่มีวันหมดไปจากตัวเรา

อยู่ที่ว่า เรารู้หรือยังคะ ว่าเราอยากรู้อะไร


คนที่ฉลาดที่สุดในโลก คือ คนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรนะคะ

ขั้นแรก ต้องค้นหาตัวเองให้เจอ

เเล้วทุกอย่างจะง่ายเอง

http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=83990437

Emptyme
24-04-2008, 06:47 AM
ปิดโรงเรียน

วันนี้ไม่อยู่ที่ร้านไปธุระ..จะกลับเข้ามาอีกทีเย็น (ตอนนี้ร้อนเกินไป)

ป.ล. อาจารย์ขันธ์ไปทะเลาะกับคนอื่นก่อน
เดี๋ยวสันโดษกลับมาเคลียร์....
รู้ว่าเกลียดสันโดษแต่ชอบแว๊บเข้ามาเเฝงในกระทู้ของเขา
ทำเนียนอย่าคิดว่าสันโดษไม่รู้


อาจารย์ใหญ่ไม่อยู่กรุณาคุยกับอาจารย์ฝ่ายปกครองไปก่อน

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ในกระทู้ มารศาสนา

อาจารย์ขันธ์เรียกสันโดษว่า ศพ

คีตเสวี
24-04-2008, 07:13 AM
อนุโมทนาครับ

ผู้ฉลาดจะมีความฉลาดสามประการคือ

ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ

เมื่อฉลาดแล้วให้รู้จักว่าฉลาด แล้วก็ให้วางฉลาดลงเสีย ถ้าถือไว้จะหนัก

สิ่งที่รู้แล้วถือว่าฉลาดที่สุดคือรู้เห็นตามจริงในรูปนาม ว่ามีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้และไม่มีตัวมีตนจริง

มีทุกข์ให้รู้ว่าทุกข์ จึงจะวางทุกข์ได้ ถ้าทุกข์แล้วไม่รู้ว่าทุกข์นั้นไม่มีทางจะวางทุกข์ได้เลย

รู้ทุกข์เห็นทุกข์รู้เหตุแห่งทุกข์ รู้ว่าการยึดมั่นในรูปนามนำทุกข์มาให้ เรียกว่ามีสัมมาทิฏฐิ เมื่อเห็นตรงตามจริง จึงมีสัมมาสมาธิ และเกิดปัญญา ทำให้เกิดความสงบระงับ หรือที่เรียกว่าจิตว่าง

จิตว่างจะมีธรรมชาติของความสบาย เหมือนมีความสุขอ่อน ๆ อยู่ในนั้ตลอดเวลา เป็นความสุขที่ไม่ต้องเจือด้วยตัญหาคือความอยาก

เมื่อความทุกข์เกิดขึ้นให้เห็นทุกข์ให้ดับที่เหตุแห่งทุกข์ ผู้มีปัญญาไม่จมอยู่ในทุกข์ย่อมออกจากทุกข์ไปอยู่ในสภาวะไม่มีทุกข์


ถ้าความสุขที่ได้ยังต้องพึ่งพาสิ่งอื่นที่อยู่นอกตัวนั้น จะหาความเที่ยงแท้ในความสุขนั้นเป็นไม่มีเลย

ความสุขที่ต้องได้รับการยอมรับจากหมู่คณะก็ดี ความสุขที่หวังความชื่นชมยินดีก็ดี ความสุขที่ปราถนาให้ผู้อื่นคิดเห็นตามเราก็ดี ความสุขที่ไม่ได้เห็นผู้ที่นินทากล่าววาจาไม่ดีกับเราก็ดี

ล้วนแต่เป็นความสุขที่ต้องอาศัยอามิส จากสิ่งภายนอกมากระทำ ซึ่งไม่ใช่สุขที่ยั่งยืนเลย

เห็นทุกข์ให้ทัน วางให้เป็น ไม่ปล่อยใจหลงผิดลุ่มหลงมัวเมาจมอยู่ในทุกข์ ออกจากทุกข์ นั่นคือ ละให้เป็น เย็นให้พอ

เจริญในธรรมทุก ๆ ท่านครับ

wara43
24-04-2008, 07:25 AM
ขอโมทนาสาธุครับ สาธุ...

 หล่อโล๊ะสต๊อก 
24-04-2008, 09:06 AM
คนฉลาดต้องมีจินตนาการเก่ง และไม่เหมือนใครด้วย นั่นก็คือคิดไม่เหมือนใคร

ThesLong
25-04-2008, 06:56 PM
ใครเก่งช่วยแปล อุเบขา ให้ข้าพเจ้าฟังหน่อยขอรับ

อีโต้
25-04-2008, 07:46 PM
ความฉลาด

ก็เหมือนกับกางเกงใน

จำเป็นต้องใส่ แต่ไม่จำเป็นต้องโชว์

เด็กโชว์พาว
25-04-2008, 07:56 PM
อนุโมทนาครับ
พยายามเข้านะจ้ะ แต่อย่าเผลอล่ะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ หุๆ

tummaism
27-04-2008, 03:22 AM
ผมว่าเรามองว่าเราไม่ฉลาดน่ะดีเเล้วครับ เเต่ไม่ถึงกับต้องทําให้เรา down นะครับ คือมองตัวเองว่าเรายังไม่เก่งพอ เพราะบางคนที่มองว่าตัวเองดีเด่น ฉลาดมากๆนั้น คนพวกนี้จะมองไม่เห็นหัวคนอื่น ประมาณว่าข้ามากับอีโก้ อันนี้จะไม่มีวันมีความสุขที่เเท้จริงได้ครับ คนเก่งต้องรู้จักถ่อมตนครับ ผมว่านะ เเล้วเราจะได้ตั้งใจพัฒนาตนเองต่อไป ถ้าเราคิดว่าเราเก่งเเล้ว เราจะหยุดการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมครับ

OLDMAN AND A CAR
27-04-2008, 09:36 AM
ความฉลาด

ก็เหมือนกับกางเกงใน

จำเป็นต้องใส่ แต่ไม่จำเป็นต้องโชว์

.....อะแอ้ม...จะโชว์ ก็คงได้กระมังครับ แต่อย่าให้ใครรู้ว่าเป็นเรา ก็แล้วกัน......ม่ายงั้น...รับเละ