View Full Version : ใครรู้จักบทแผ่เมตตาเทพ บ้าง
วางจิต
21-04-2008, 06:53 PM
เพื่อนบอกว่า บทแผ่เมตตาเทพ เป็นบทสวดโบราณ
อยากได้มาก แต่เพื่อนบอกว่าคนที่จะแผ่ได้ต้องเป็นคนที่
ปฏิบัติอยู่เป็นประจำอ่ะ พอดีว่าเราปฏิบัติไม่เป็นประจำนี่อะดิ
ใครรู้จักช่วยบอกด้วยค่ะ ขอความรู้เพิ่มเติม
Tilip
21-04-2008, 07:07 PM
ไม่เคยได้ยินเลยนะคะ บทแผ่เมตตาเทพ ใช่ กะระณียะเมมตาสูตรหรือเปล่าคะ...
ธัมมนัตา
29-07-2008, 06:17 PM
สัพเพ เทวา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัพเพ เทวา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
สัพเพ เทวา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
สัพเพ เทวา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
พระที่12
29-07-2008, 07:15 PM
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar3253_1.gif
ในสมัยพุทธกาล...มีภิกษุหมู่หนึ่ง ไปจำพรรษาอยู่ในป่า ครั้นออกพรรษาก็พากันมาเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสถามถึงความทุกข์สุขว่าเป็นไฉน ภิกษุหมู่นั้นกราบทูลว่า แรก ๆ อยู่ในป่าอย่างมีความสุข แต่พอนานไปถูกเหล่าอมนุษย์เบียดเบียนให้หวาดสะดุ้งอยู่เสมอ พระพุทธเจ้าข้า...
พระพุทธองค์ทรงมีพระดำรัสสั่งให้ภิกษุทั้งหลายกลับไปยังป่าแห่งนั้นอีก พร้อมกับมอบคาถาบทเมตตากรณียสูตรให้ไป ภิกษุทั้งหลายก็ตั้งใจสวดสาธยายเมตตัญจะพร้อมกับแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ทั่วหล้า...
เหล่าอมนุษย์พอได้รับกระแสเมตตาอันชุ่มเย็น ก็กลับใจอ่อนเลิกรังควาน หันมาช่วยกันอุปัฏฐากแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้ได้รับความสุขสบายโดยทั่วหน้ากัน...ตั้งแต่นั้นมาภิกษุทั้งหลาย เวลาเข้าไปในป่าหรืออยู่ที่คับขันอันตราย ต่างก็อาศัยความเมตตานี้ พาตนให้พ้นภัยตลอดมา
หลวงปู่ดู่ท่านสอนว่า บทนี้เป็นบทสำคัญ เวลาไปที่หนึ่งที่ใดก็ตามให้ใช้สวด หมั่นสวดให้จำได้อยู่เสมอ มีอานุภาพมาก หรือแม้แต่เราผ่านศาลไปที่หนึ่งที่ใด เราใช้เพียงคำว่า เมตตัญจะ สัพพะโล กัสมัง มานะ เทวดาที่ประจำอยู่ศาลก็จะมาส่งเป็นทอด ๆ ไปจนสุดทาง"
๐ เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง,
๐ อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง,
๐ ติฎฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ,
๐ เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ,
๐ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะสีสะวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน,
๐ กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ ฯ
(แปล)
- กุลบุตรพึงเจริญเมตตาจิตในใจไม่มีประมาณ ในสัตว์ทั้งปวงทั้งหลายแม้ฉันนั้น,
- บุคคลพึงเจริญเมตตาให้มีในใจไม่มีประมาณ ไปในโลกทั้งสิ้น,
- ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง การเจริญเมตตาจิตนี้เป็นธรรมอันไม่แคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู,
- ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น จะยืนอยู่ก็ดี เดินไปก็ดี นั่งอยู่ก็ดี นอนอยู่ก็ดี เป็นผู้ปราศจากความง่วงเพียงใด,
- ก็สามารถตั้งสติไว้ได้เพียงนั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวถึงกิริยาอย่างนี้ว่า เป็นการเจริญพรหมวิหารในศาสนานี้,
- บุคคลผู้ที่มีเมตตา ไม่เข้าถึงความเห็นผิด เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยความเห็นคือปัญญา,
- นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออกได้แล้ว ย่อมไม่เข้าถึงความเข้าไปนอนในครรภ์เพื่อเกิดอีกโดยแท้แล ฯ
zaqua
28-09-2008, 08:51 AM
อนุโมทนาค่ะ
มีอีกวิธี
รำลึก ในบทพุทธคุณบทใดก็ได้ ที่ทำให้เรา มีปิติซาบซ่าน จนถึงขั้น
ขนลุกทั้งตัว เต็มหัว เต็มหน้า ได้ยิ่งดี
ยังไม่ต้อง เข้าไปที่สุขอย่างเต็มที่ ( ตัวเบาจนตัวหาย ตัวดับ ) หรือ ยังไม่ต้อง
เป็นอุเบกขา
ทำขนลุกให้เต็มที่ แล้วนึกว่า " ขอให้สรรพชีวิตเป็นสุข "
ทำดู ก่อนวิจารณ์
แล้วเทียบดู กับ การทำโดยเข้าองค์ฌาณที่ลึกกว่านี้ ( ตั้งแต่ สุข เอกัคตา อุเบกขา )
ว่าเป็นอย่างไร....
ข้อดีคือ ทำได้ตลอด แม้ไม่หลับตา ไม่มีใครรู้ แต่เราแผ่พลังเมตตาอัปปมัญญาแบบนี้ ได้ทุกอิริยาบถ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2009, Jelsoft Enterprises Ltd.