View Full Version : หัวใจธาตุ นะ มะ พะ ทะ
harry
11-08-2005, 05:19 PM
นะ มะ พะ ทะ ธาตุน้ำ
มะ พะ ทะ นะ ธาตุน้ำ
พะ ทะ นะ มะ ธาตุน้ำ
ทะ นะ มะ พะ ธาตุน้ำ
ใครรู้วิธีใช้บอกด้วย แลกเบลี่ยนความรู้กัน
ไห่เฉากุหลาบไฟ
15-08-2005, 08:21 AM
[B]เล่นธาตุน้ำอย่างเดียวเลยเหรอ
ต้องอย่างนี้
นะ มะ พะ ทะ ธาตุน้ำ
มะ พะ ทะ นะ ธาตุดิน
พะ ทะ นะ มะ ธาตุไฟ
ทะ นะ มะ พะ ธาตุลม
ถึงจะถูกนะ
เนี่ยฟง
15-08-2005, 10:13 AM
เล่นธาตุ ต้องทำไงบ้างครับ
Magic99
18-08-2005, 05:03 PM
ก็ต้องรู้ทั้งแม่ธาตุ และวิธีการหนุนธาตุ รวมทั้งการถอดอักขระ และจุดประสงค์มุ่งหมายในตัวธาตุนั้นๆ
จิรศักดิ์
19-08-2005, 03:09 PM
รวมธาตุทำยังไงครับ
khunjiw
08-11-2005, 05:42 PM
นะมะพะธะ แปลว่า ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า
Attawat_Rx
09-11-2005, 12:23 PM
นะ มะ พะ ทะ ธาตุน้ำ
มะ พะ ทะ นะ ธาตุดิน
พะ ทะ นะ มะ ธาตุไฟ
ทะ นะ มะ พะ ธาตุลม
ตามนี้ครับ
นะมะพะธะ แปลว่า ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า
ครับ....หลวงพ่อบอกว่า นะมะพะธะ ที่ใช้ในมโนยิทธิ แปลว่า ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า ครับ คนละตัวกับ นะมะพะทะ ที่เป็นหัวใจธาตุทั้ง 4 ครับ
bingping
09-11-2005, 01:45 PM
ยังงัยก็ยังงง คัยก็ได้อธิบายให้ละเอียดได้ปะ จะได้ใช้บ้าง
ให้ท่านกำหนดจิตนำคาถามโนยิทธิทั้ง4ธาตุ16คำสร้างเป็นกำแพง6ด้าน หน้า ขวา หลัง ซ้าย บน ล่าง โดยมีกายท่านอยู่ตรงกลาง เหมือนกับท่านนั่งลอยอยู่กลางผลึกแก้วรูปกล่องสี่เหลี่ยม ภาวนาหมุนวนขวาบนล่างไปเรื่อยๆ คาถามโนยิทธิ4ธาตุนั้นถ้าสังเกตจะเห็นว่าอ่านได้ทั้งแนวนอนซ้ายไปขวา แนวนอนบนลงล่าง ให้คิด ว่า นะ เป็นก้อนอิฐแก้วผลึก มะ เป็นอีกก้อน พะ เป็นอีกก้อน ธะ เป็นอีกก้อน หัดก่ออิฐทั้ง16ก้อน หัดทีละด้านหัดทั้งแนวตั้งและแนวนอน พอเก่งแล้วหัดเพิ่มเป็นกำแพงทีละด้านโดยวนขวา ล่าง บน โดยทำซ้อนเพิ่มบนอิฐก้อนเดิมทุกครั้งให้ใจสงบจนสามารถตั้งรูปนิมิตเป็นตนเองนั่งอยู่ตรงกลางก้อนผลึกโดยไม่ต้องภาวนาคาถาได้อย่างรวดเร็วทุกครั้งเหมือนกับกำหนดสติโดยไม่ยึดติดกับคาถาซึ่งแค่อุบายในการสำรวมจิตเท่า มโนยิทธิที่แท้จริงเป็นฤทธิ์ทางใจใช้เอาชนะกิเลสอย่ายึดติดกับตัวคาถาให้รู้จักสติโดยใช้นิมิตร่วมเป็นกุศโลบายได้อยางรวดเร็วที่สุดให้เท่าความเร็วของจิตเท่านั้นเอง แต่ที่ได้จะออกมาแตกต่างกันในแต่ละบุคคลเพราะมีบุญกุศลและลักษระจิตแตกต่างกันไปแต่อิทธฤทธิ์เป็นแค่ของเล่นไม่ใช่สาระสำคัญการหมดกิเลสพ้นทุกข์ได้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่าหลงในอิทธฤทธิ์จะเสียเวลาแต่เอาไว้ใช้ตนเองและผู้อื่นเวลามีทุกข์หรืออันตราย ส่วนมากผู้ฝึกสำเร็จด้านนี้จะมีฤทธิ์ทางใจอธิษฐานอะไรในทางดีเป็นกุศลจะสำเร็จได้ง่าย จากBKK801@YAHOO.COM
[b-wai]
Banpong
25-11-2005, 08:58 PM
งงตึบ
Vayokasinung
28-11-2005, 03:26 PM
เหมียนกัน ???
aonwit01
25-01-2006, 05:39 PM
งา ผมสร้างอยู่ประจำเลย มันเป็นไปเอง ไม่รู้ว่าเป็นคาถา ( ขอบคุณที่โพสคับ )
BeerNP
25-01-2006, 06:25 PM
งงมากครับ
ขุนศรีธนชัย
05-02-2006, 04:14 PM
ถ้า นะ มะ พะ ธะ แบบเว้นกัน คือ คาถาธาตุ ครับ
ถ้า นะมะพะธะ แบบติดกัน คือ นอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งจะใช้
ในมโนมยิทธิครับ โดย หายใจเข้า นะมะ หายใจออก พะธะ ครับ
ถูกไหมครับ คนที่รู้ ช่วยบอกด้วยน่ะครับ เผื่อผม อธิบายผิดไป
Eyejang
04-09-2007, 12:55 PM
ขอบคุณครับ
Baby_par
26-09-2007, 06:18 PM
[b]เล่นธาตุน้ำอย่างเดียวเลยเหรอ
ต้องอย่างนี้
นะ มะ พะ ทะ ธาตุน้ำ
มะ พะ ทะ นะ ธาตุดิน
พะ ทะ นะ มะ ธาตุไฟ
ทะ นะ มะ พะ ธาตุลม
ถึงจะถูกนะ
เอาสะมึนเลยนะ หุๆ
Chonlathorn
02-05-2008, 09:02 PM
การตั้งธาตุ และหนุนธาตุ
<O:p</O:pธาตุ
<O:p</O:p
<O:p</O:p
สิทธิการิยะถ้าจะเรียนปลุกเสกใดๆก็ดี พึงให้รู้จักธาตุเป็นต้นไปก่อนจึงจะทําได้เป็นทุกสิ่งแล
<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะ คือธาตุนํ้าหล่อเลี้ยงร่างกายและดวงจิต เรียกว่า อาโปธาตุ <O:p</O:p
โม คือธาตุดินได้แก่ของที่แข็ง มีหนัง มีเนื้อ มีกระดูก เรียกว่า ปฐวีธาตุ <O:p</O:p
พุท คือธาตุไฟได้แก่ความอบอุ่นในร่างกาย เรียกว่า เตโชธาตุ <O:p</O:p
ธา คือธาตุลม ลมหายใจเป็นต้น เรียกว่า วาโยธาตุ <O:p</O:p
ยะ คืออากาศธาตุ
นะ คือธาตุนํ้า กําลัง =12 <O:p</O:p
โมคือธาตุดิน กำลัง = 21 <O:p</O:p
พุท คือธาตุไฟ กำลัง = 6 <O:p</O:p
ธา คือธาตุลม กำลัง =7 <O:p</O:p
ยะ คืออากาศธาตุ กำลัง =10 <O:p</O:p
รวมทั้งหมด=56 คือคุณของพระพุทธ <O:p</O:p
<O:p</O:p
คุณพระพุทธ56 นี้ ถ้าแบ่งครึ่งออกจะเป็น= 28 และ เอาอากาศธาตุ10 บวกรวมเข้าไปจะเป็น=38 คือคุณพระธรรม<O:p</O:p
คุณพระพุทธ56 นี้ ถ้าแบ่งออกเป็น4ส่วนก็จะ =14 คือคุณพระสงฆ์ <O:p</O:p
<O:p</O:p
ฉะนั้นคุณพระพุทธ56 คุณพระธรรม38 คุณพระสงฆ์14 <O:p</O:p
บวกรวมกันจะ =108 ดังนั้นสายประคําเขาจึงทำ 108 เม็ด
ในธาตุทั้ง5กอง นี้โดยเฉพาะอากาศธาตุนั้นมีอยู่โดยรอบในส่วนอันว่างเปล่าฉะนั้นจึงให้พิจารณาเพียง4 ธาตุ คือ ดิน นํ้า ลม ไฟ ที่คาถาเรียกว่าธาตุ 4คือนะมะพะธะ นะมะพะธะ นี้ถอดมาจากแม่ธาตุใหญ่คือ นะโมพุทธายะ <O:p</O:p
นะโมพุทธายะ นี้เปรียบเสมือนแม่ธาตุใหญ่เป็นรากเง่าของธาตุทั้ง 4 <O:p</O:p
<O:p</O:p
นะโมพุทธายะ ย่อมาจาก<O:p</O:p
นะ = พระกุกกุสันโธ <O:p</O:p
โม = พระโกนาโคม <O:p</O:p
พุท = พระกัสสปะ <O:p</O:p
ธา = พระสมณะโคดม<O:p</O:p
ยะ = พระศรีอาริยะเมตตรัย <O:p</O:p
ฉะนั้นต้องจํา คือ <O:p</O:p
อาโปธาตุน้ำ (นะ) = นะ <O:p</O:p
ปฐวีธาตุดิน (โม) = มะ<O:p</O:p
เตโชธาตุไฟ (พุท) = พะ<O:p</O:p
วาโยธาตุลม (ธา) = ธะ ทั้งหมดรวมกันเป็น นะ มะ พะ ทะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
เมื่อเราจะประกอปพิธีกรรมใดๆก็ดี เช่นจะปลุกเสกนางกวัก กุมารทอง รักยม หนุมาน สิงห์ เสืออะไรก็ดีที่มีชีวิตต้องประจุหรือใส่ธาตุทั้ง4 ก่อน แล้วตามด้วย อาการ32 ที่ว่า อัตถิอิมัสมิง กาเย เกษา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ
วิธีตั้งธาตุการตั้งธาตุนั้นให้ตั้งแม่ธาตุใหญ่ก่อน คือ นะโมพุทธายะแล้วตามด้วยธาตุ4 คือ นะมะพะธะ หนุนด้วยธาตุกรณีคือ จะภะกะสะก่อนที่จะตั้งธาตุให้ว่า<O:p</O:p
<O:p</O:p
คาถาชุมนุมธาตุ ดังนี้<O:p></O:p>
เอหิปะถะวีพรหมา เอหิอาโปอินทราเอหิเตโชนารายะ เอหิวาโยอิสสะรา<O:p</O:p
<O:p</O:p
คาถาตั้งแม่ธาตุใหญ่ ว่าดังนี้<O:p</O:p
นะอิเพชรคงอะระหังสุคะโตภะคะวา โมติพุทธะสังอะระหังสุคะโตภะคะวาพุทปิอิสะวาสุอะระหังสุคะโตภะคะวา ธาโสมะอะอุอะระหังสุคะโตภะคะวายะภะอุอะมะอะระหังสุคะโตภะคะวา<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะมะพะะธะ ต้องมีธาตุพระพุทธเจ้า คือ ธาตุพระกะระณี ตั้งกํากับลงไปด้วย คือ จะภะกะสะเพื่อเป็นพี่เลี้ยงคุมธาตุลงไปอีกทีหนึ่ง
วิธีตั้งธาตุพยายามจําให้ได้มีประโยชน์มากต่อผู้ที่เรียนคาถาอาคมว่าดังนี้ <O:p</O:p
<O:p</O:p
ตั้งอาโปธาตุ (ธาตุนํ้า) ว่า นะโมพุทธายะ นะมะพะธะ จะภะกะสะ<O:p</O:p
ตั้งปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ว่า นะโมพุทธายะ มะพะธะนะ ภะกะสะจะ <O:p</O:p
ตั้งเตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ว่า นะโมพุทธายะ พะธะนะมะ กะสะจะภะ<O:p</O:p
ตั้งวาโยธาตุ (ธาตุลม) ว่า นะโมพุทธายะ ธะนะมะพะสะจะภะกะ
<O:p</O:p
<O:p</O:p
วิธีหนุนธาตุ
การหนุนธาตุจํายากหน่อยนะครับ แต่อย่าท้อรักจะเรียนคาถาอาคมต้องรู้ให้จริงอย่ารู้แบบงูๆปลาๆอายเขาครับเมื่อตั้งธาตุเป็นแล้ว<O:p</O:p
ต้องหนุนธาตุท่านให้หนุนด้วยแก้ว4 ดวง คือ นะมะอะอุ <O:p</O:p
<O:p</O:p
นะ คือ แก้วมณีโชติ<O:p</O:p
มะ คือ แก้วไพทูรย์<O:p</O:p
อะ คือ แก้ววิเชียร<O:p</O:p
อุ คือ แก้วปัทมราช<O:p</O:p
<O:p</O:p
เมื่อตั้งอาโปธาตุ (ธาตุนํ้า) ให้เอาแก้วมณีโชติหนุน<O:p</O:p
เมื่อตั้งปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ให้เอาแก้วไพทูรย์หนุน<O:p</O:p
เมื่อตั้งเตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ให้เอาแก้ววิเชียรหนุน<O:p</O:p
เมื่อตั้งวาโยธาตุ (ธาตุลม) ให้เอาแก้วปัทมราชหนุน<O:p</O:p
<O:p</O:p
จะทําการปลุกเสกวัตถุมงคลใด ๆ ก็ ให้พิจารนาว่าต้องการมุ่งไปในทางด้านใด<O:p</O:p
ก็ตั้งธาตุนั้นแล้วหนุนธาตุนั้น ของจึงจะขลังได้ผลดีวิเศษนักแล
<O:p</O:p
หลักของการใช้ธาตุมีดังนี้
<O:p</O:p
<O:p</O:p
ธาตุนํ้า ใช้ทางเสน่ห์เมตตามหานิยม<O:p</O:p
ธาตุดิน ใช้ทางอิทธิปาฏิหารย์ คงกระพันชาตรี<O:p</O:p
ธาตุไฟ ใช้ทางสะเดาะกุญแจขับไล่ผี<O:p</O:p
ธาตุลม ใช้ทางสะกด กําบังตัว ล่องหน<O:p</O:p
<O:p</O:p
ต้องจําให้ดีนะว่าต้องหนุนด้วยแก้ว 4 ดวง ดังนี้
<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะ แก้วมณีโชตินั้นคือ หนุนอาโปธาตุนํ้า<O:p</O:p
มะ แก้วไพทูรย์นั้นคือ หนุนปฐวีธาตุดิน<O:p</O:p
อะ แก้ววิเชียรนั้นคือ หนุนเตโชธาตุไฟ<O:p</O:p
อุ แก้วปัทมราชนั้นคือ หนุนวาโยธาตุลม<O:p</O:p
<O:p</O:p
เราจะปลุกเสกของให้ไปทางด้านใดก็ภาวนาตั้งธาตุหนุนธาตุดังนี้<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทางเสน่ห์ เมตตามหานิยมใช้ธาตุนํ้า (อาโปธาตุ) ภาวนาว่า<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะโมพุทธายะ นะมะพะธะจะภะกะสะ แล้วหนุนด้วยแก้วมณีโชติว่า นะมะมะนะ นะอะอะนะ นะอุอุนะ
<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทางคงกระพันภาวนาปฐวีธาตุ(ธาตุดิน)ภาวนาว่า<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะโมพุทธายะ มะพะธะนะ ภะกะสะจะหนุนด้วยแก้วไพทูรย์ว่าต่อ มะนะนะมะ มะอะอะมะ มะอุอุมะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทางเสดาะขับไล่ผีภาวนาเตโชธาตุ(ธาตุไฟ) ภาวนาว่า<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะโมพุทธายะ พะธะนะมะ กะสะจะภะหนุนด้วยแก้ววิเชียร ว่าต่อ อะนะนะอะ อะมะมะอะ อะอุอุอะ<O:p</O:p
<O:p</O:p
ทางสะกด ล่องหน กําบังตัวภาวนา วาโยธาตุ(ธาตุลม) ภาวนาว่า<O:p</O:p
<O:p</O:p
นะโมพุทธายะ ธะนะมะพะ สะจะภะกะ หนุนด้วยแก้วปัทมราชว่าต่อ อุนะนะอุ มะมะอุ อุอะอะอุ<O:p</O:p
ลองเอาไปใช้ดูนะครับลองฝึกฝนดูค่อยๆทำไปครับ น่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างครับ
Tianshi
08-05-2008, 12:16 AM
เท่าที่รู้มาจากไหนไม่แน่ใจน่ะครับ
นะ มะ พะ ทะ หรือ นะมะภะธะ
เป็นเพียงเสียงของอักขระขอมซึ่ง
เชื่อว่าเป็นภาษาที่ได้รับมาจากเทพโดยตรง
เสียงที่ออกมาแต่ละพยางค์ จะมีคลื่นมนต์ตราติดมา
ตามความเชื่อ แต่ละคำก็จะมีพลังเป็นของตัวเองเช่น นะ เป็นพลังที่จะร่วมสมาธิและพลัง
เคยเห็นพิธีที่ให้คนที่สักยันต์ ท่องแต่ นะ คำเดียวแล้วมีอาการของขึ้น
กันไหมครับเมื่อสักเกือบ10ที่แล้วเคยออกข่าวดัง
พิสูจน์กันมากมายแต่ก็ไม่สามารถทำได้ นั้นคือพลังจากคลื่นมนตรา
ส่วนที่ว่าๆกันมาว่าหมายถึงโน่นนี่นั้นผมไม่ทราบว่ามาจากแหล่งใดแต่เป็นทีเชื่อกันต่อๆมากนานแล้วครับ
นะโมพุทธายะ ก็เหมือนกัน แปลกันไปต่างๆนาๆ แต่ที่จริงแล้วเป็นการ นำอักขระทั้งหมดมาลดรูปหรือลบผงอะไรสักอย่างผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน
จากมีหลายตัวจนเหลือ นะโมพุทธายะ และลดลงไปอีกเป็น นะมะพะทะ
และลดลงไปเป็น มะอะอุ และสุดท้ายก็เหลือ เพียงตัวเดียว ไม่ขอบอกน่ะครับเพราะจำไม่ได้
เท่าที่รุ้ก็มีแค่นี้ครับ ไม่อยากลบหลู่ใครแต่เป็นข้อมูลที่ผมเชื่อถือมากที่สุดเพราะมีการอ้างอิงที่ดี
แถมหนังสือที่ผมได้มาก็บอกราบละเอียดทุกขั้นตอนของการลดอักขระ ลบผง หรืออะไรประมาณยั้นครับ
vBulletin® v3.7.1, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.