sithiphong
19-04-2008, 06:56 PM
<table id="table110" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr><td rowspan="3" width="6">
</td> <td colspan="2">
</td></tr> <tr> <td width="608"> คอลัมน์ สปารมณ์ โดย อนุสรณ์ ศิริชาติ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=27622&catid=30
<table align="left" border="0" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"> <tbody> <tr bgcolor="#f8b8cb"> <td>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2008/04/cho02190451p1.jpg
</td></tr></tbody></table>"ขนอม" เป็นอำเภอหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกมองว่าเป็นเสมือนเพชรเม็ดงามอีกแห่งหนึ่ง ในท้องทะเลอ่าวไทย และมีทัศนียภาพสวยงามไม่แพ้ชายทะเลแห่งใดในประเทศ
แต่ที่ผ่านมาถูกบดบังเอาไว้ด้วยรัศมีความโด่งดังของสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งเกาะสมุย เขาหลัก พังงา และภูเก็ต
ที่สุด เพชรเม็ดงามเม็ดนี้ เมื่อถูกเจียระไนจนเจิดจรัส ด้วยความพยายามของ "บัลลังก์ บัวเชย" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชาคีรีรีสอร์ท ที่พัฒนาพื้นที่ริมเขาบริเวณหาดในเพลา 16 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่ติดทะเลยาวกว่า 1 กิโลเมตร ให้เป็นรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว ที่ชื่อ "ราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา"
"จุดเริ่มต้นที่เลือกลงทุนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใน อ.ขนอม ด้วยเหตุผลคือผมเป็นคนพื้นที่ ญาติพี่น้องก็อยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด เมื่อได้พบกับภรรยา (สุมาลี พยุหนาวีชัย) ซึ่งเกิดความประทับใจที่ขนอม แล้วก็เห็นพ้องต้องกันกับทางญาติของภรรยาที่จะเข้ามาทำธุรกิจที่นี่"
"บัลลังก์ บอกถึงที่มาของรีสอร์ทระดับหรูแห่งเดียวในขนอม ที่เขาลงทุนร่วมกับญาตพี่น้องฝ่ายภรรยาจากตระกูล "พยุหนาวีชัย" จำนวน 11 คน หมายรวมถึง พี่ชายคนโต "ชาติชาย พยุหนาวีชัย" ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริการผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารกสิกรไทย และ "วิชิต พยุหนาวีชัย" ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย <table align="right" border="0" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"> <tbody> <tr bgcolor="#f8b8cb"> <td>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2008/04/cho02190451p2.jpg
บรรยากาศสุดหรูใน "สิขรา สปา"
</td></tr></tbody></table>
"เดิมครอบครัวผมเองก็มีธุรกิจหลายๆ แห่งในภาคใต้ ที่ขนอมก็มีโรงแรม แล้วก็มีที่ดินริมทะเลอยู่พอสมควร อีกทั้งความสวยงามในด้านของภูมิทัศน์ ที่ไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในภาคใต้ พอสร้างไปสร้างมาก็เลยมาทำเป็นราชาคีรีรีสอร์ท แล้วผมก็มาบริหารเต็มตัว แม้จะอยู่ในตำแหน่งของรองกรรมการผู้จัดการ แต่ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากซีอีโอ"
ซีอีโอแห่งราชาคีรีฯ บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดรีสอร์ตหรูขึ้น โดยมี "หาดในเพลา" ที่มีหาดทรายยาวติดต่อกันหลายหาด น้ำทะเลใส และสวย มีความบริสุทธิ์ของสถานที่เป็น "จุดขาย"
"และในตอนเช้าๆ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพัก จะได้พบเห็นปลาโลมาสีชมพู เข้ามาว่ายวนเวียนอยู่แถบนี้เป็นประจำ"
ราชาคีรีฯ ถือเป็นรีสอร์ท ระดับ 5 ดาว ที่ใช้งบลงทุนร่วม 200 ล้านบาท เป็นค่าที่ดิน ออกแบบ ตกแต่ง และวัสดุของใช้ภายในตกแต่งด้วยสไตล์โคโลเนียล สมัยต้นรัชกาลที่ 5 แบบประยุกต์ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับความเป็นสากลได้ลงตัว โดยมีห้องพักสไตล์วิลล่า 12 ห้อง สปาสวีท 16 ห้อง มินิสวีท 3 ห้อง และแกรนด์สวีท 2 ห้อง ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไทย ในแบบศิลปะแบบไทยร่วมสมัย ซึ่งลงตัวกับแนวคิดเล่นระดับลดหลั่นไปตามไหลเขา เหมือนมองทะเลมาจากภูเขา ให้ความรู้สึกที่ดี มีจุดเด่นที่เป็นภูเขา หันหลังก็คือภูเขา แล้วก็ตรงกลางคือทะเลที่เป็นอ่าวสวยน้ำใส โอบล้อมด้วยภูเขาสูงที่เป็นภาพที่ลงตัวในทุกๆ มุมมอง
บริเวณรีสอร์ทนอกจากติดทะเลแล้ว ยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สงบและสามารถผ่อนคลายกับ "สิขรา สปา" เป็นห้องสปาสวีท 4 ห้อง 8 เตียง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากผ่อนคลายด้วยการนวดและทรีทเมนต์แบบต่างๆ ทั้งที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องเซาน่า และห้องอาหารที่สามารถมองท้องท้องทะเลได้กว้างไกล ได้อรรถรสในการริ้มรสอาหารทะเลสดๆ ที่นี่ด้วย
"บัลลังก์"บอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป และสแกนดิเนเวีย
"ผลตอบรับที่เห็นได้ชัดคือ การเข้ามาพักในระยะยาว เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน เพราะความเงียบสงบและได้พักผ่อนจริงๆ ส่วนคนไทย และกลุ่มเอเชีย ที่ปกติไม่ค่อยรู้จักนครศรีฯเท่าไหร่ในส่วนของทะเลที่สวยงาม พอมาเห็นนี่ ก็บอกเลยว่าไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือขนอม"
เวลานี้ "บัลลังก์" กำลังเตรียมที่จะขยาย "ความรู้จัก" ไปในหมู่คนไทย คนเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ให้มากขึ้น โดยเฉพาะคู่รักที่ต้องการมาฮันนีมูน
"กลุ่มที่จะมาฮันนีมูน เวลานี้ก็มี 5-6 คู่ต่อวันและมีตลอดเวลา อีกทั้งในอนาคตอาจจะมีการสร้างกิจกรรมที่เป็นจุดเด่นของเราขึ้นมา อย่างเรื่องของกอล์ฟทะเล กีฬาทางน้ำ การเดินป่า"
ส่วนการเดินทางไปยัง ราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา บูติก รีสอร์ท สามารถบินจากกรุงเทพฯถึงสุราษฎร์ธานีหรือนครศรีธรรมราชเพียง 1 ชั่วโมง และเดินทางต่อด้วยรถยนต์เพียง 50 นาทีจากสนามบิน เพียงเท่านี้ก็จะได้สัมผัสธรรมชาติแห่งท้องทะเลอ่าวไทยที่ประทับใจอย่างมิรู้ลืม ติดต่อได้ที่ : 0-7552-7847 แฟกซ์ : 0-7552 -7833</td></tr></tbody></table>
</td> <td colspan="2">
</td></tr> <tr> <td width="608"> คอลัมน์ สปารมณ์ โดย อนุสรณ์ ศิริชาติ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=27622&catid=30
<table align="left" border="0" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"> <tbody> <tr bgcolor="#f8b8cb"> <td>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2008/04/cho02190451p1.jpg
</td></tr></tbody></table>"ขนอม" เป็นอำเภอหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกมองว่าเป็นเสมือนเพชรเม็ดงามอีกแห่งหนึ่ง ในท้องทะเลอ่าวไทย และมีทัศนียภาพสวยงามไม่แพ้ชายทะเลแห่งใดในประเทศ
แต่ที่ผ่านมาถูกบดบังเอาไว้ด้วยรัศมีความโด่งดังของสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งเกาะสมุย เขาหลัก พังงา และภูเก็ต
ที่สุด เพชรเม็ดงามเม็ดนี้ เมื่อถูกเจียระไนจนเจิดจรัส ด้วยความพยายามของ "บัลลังก์ บัวเชย" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชาคีรีรีสอร์ท ที่พัฒนาพื้นที่ริมเขาบริเวณหาดในเพลา 16 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่ติดทะเลยาวกว่า 1 กิโลเมตร ให้เป็นรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว ที่ชื่อ "ราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา"
"จุดเริ่มต้นที่เลือกลงทุนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใน อ.ขนอม ด้วยเหตุผลคือผมเป็นคนพื้นที่ ญาติพี่น้องก็อยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด เมื่อได้พบกับภรรยา (สุมาลี พยุหนาวีชัย) ซึ่งเกิดความประทับใจที่ขนอม แล้วก็เห็นพ้องต้องกันกับทางญาติของภรรยาที่จะเข้ามาทำธุรกิจที่นี่"
"บัลลังก์ บอกถึงที่มาของรีสอร์ทระดับหรูแห่งเดียวในขนอม ที่เขาลงทุนร่วมกับญาตพี่น้องฝ่ายภรรยาจากตระกูล "พยุหนาวีชัย" จำนวน 11 คน หมายรวมถึง พี่ชายคนโต "ชาติชาย พยุหนาวีชัย" ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริการผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารกสิกรไทย และ "วิชิต พยุหนาวีชัย" ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย <table align="right" border="0" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"> <tbody> <tr bgcolor="#f8b8cb"> <td>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2008/04/cho02190451p2.jpg
บรรยากาศสุดหรูใน "สิขรา สปา"
</td></tr></tbody></table>
"เดิมครอบครัวผมเองก็มีธุรกิจหลายๆ แห่งในภาคใต้ ที่ขนอมก็มีโรงแรม แล้วก็มีที่ดินริมทะเลอยู่พอสมควร อีกทั้งความสวยงามในด้านของภูมิทัศน์ ที่ไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในภาคใต้ พอสร้างไปสร้างมาก็เลยมาทำเป็นราชาคีรีรีสอร์ท แล้วผมก็มาบริหารเต็มตัว แม้จะอยู่ในตำแหน่งของรองกรรมการผู้จัดการ แต่ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากซีอีโอ"
ซีอีโอแห่งราชาคีรีฯ บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดรีสอร์ตหรูขึ้น โดยมี "หาดในเพลา" ที่มีหาดทรายยาวติดต่อกันหลายหาด น้ำทะเลใส และสวย มีความบริสุทธิ์ของสถานที่เป็น "จุดขาย"
"และในตอนเช้าๆ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพัก จะได้พบเห็นปลาโลมาสีชมพู เข้ามาว่ายวนเวียนอยู่แถบนี้เป็นประจำ"
ราชาคีรีฯ ถือเป็นรีสอร์ท ระดับ 5 ดาว ที่ใช้งบลงทุนร่วม 200 ล้านบาท เป็นค่าที่ดิน ออกแบบ ตกแต่ง และวัสดุของใช้ภายในตกแต่งด้วยสไตล์โคโลเนียล สมัยต้นรัชกาลที่ 5 แบบประยุกต์ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับความเป็นสากลได้ลงตัว โดยมีห้องพักสไตล์วิลล่า 12 ห้อง สปาสวีท 16 ห้อง มินิสวีท 3 ห้อง และแกรนด์สวีท 2 ห้อง ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไทย ในแบบศิลปะแบบไทยร่วมสมัย ซึ่งลงตัวกับแนวคิดเล่นระดับลดหลั่นไปตามไหลเขา เหมือนมองทะเลมาจากภูเขา ให้ความรู้สึกที่ดี มีจุดเด่นที่เป็นภูเขา หันหลังก็คือภูเขา แล้วก็ตรงกลางคือทะเลที่เป็นอ่าวสวยน้ำใส โอบล้อมด้วยภูเขาสูงที่เป็นภาพที่ลงตัวในทุกๆ มุมมอง
บริเวณรีสอร์ทนอกจากติดทะเลแล้ว ยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สงบและสามารถผ่อนคลายกับ "สิขรา สปา" เป็นห้องสปาสวีท 4 ห้อง 8 เตียง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากผ่อนคลายด้วยการนวดและทรีทเมนต์แบบต่างๆ ทั้งที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องเซาน่า และห้องอาหารที่สามารถมองท้องท้องทะเลได้กว้างไกล ได้อรรถรสในการริ้มรสอาหารทะเลสดๆ ที่นี่ด้วย
"บัลลังก์"บอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป และสแกนดิเนเวีย
"ผลตอบรับที่เห็นได้ชัดคือ การเข้ามาพักในระยะยาว เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน เพราะความเงียบสงบและได้พักผ่อนจริงๆ ส่วนคนไทย และกลุ่มเอเชีย ที่ปกติไม่ค่อยรู้จักนครศรีฯเท่าไหร่ในส่วนของทะเลที่สวยงาม พอมาเห็นนี่ ก็บอกเลยว่าไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือขนอม"
เวลานี้ "บัลลังก์" กำลังเตรียมที่จะขยาย "ความรู้จัก" ไปในหมู่คนไทย คนเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ให้มากขึ้น โดยเฉพาะคู่รักที่ต้องการมาฮันนีมูน
"กลุ่มที่จะมาฮันนีมูน เวลานี้ก็มี 5-6 คู่ต่อวันและมีตลอดเวลา อีกทั้งในอนาคตอาจจะมีการสร้างกิจกรรมที่เป็นจุดเด่นของเราขึ้นมา อย่างเรื่องของกอล์ฟทะเล กีฬาทางน้ำ การเดินป่า"
ส่วนการเดินทางไปยัง ราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา บูติก รีสอร์ท สามารถบินจากกรุงเทพฯถึงสุราษฎร์ธานีหรือนครศรีธรรมราชเพียง 1 ชั่วโมง และเดินทางต่อด้วยรถยนต์เพียง 50 นาทีจากสนามบิน เพียงเท่านี้ก็จะได้สัมผัสธรรมชาติแห่งท้องทะเลอ่าวไทยที่ประทับใจอย่างมิรู้ลืม ติดต่อได้ที่ : 0-7552-7847 แฟกซ์ : 0-7552 -7833</td></tr></tbody></table>