PDA

View Full Version : พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก


กัตติกา
19-04-2008, 05:42 PM
http://matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXhNakU1TURRMU1RPT0=&sectionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB4T1E9PQ==


พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก

คอลัมน์ ไหว้พระประธาน




<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/04/bud12190451p1.jpg

</TD></TR></TBODY></TABLE>
"พระพุทธชินราช" ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารใหญ่ ด้านทิศตะวันตกของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นด้านหน้าวัด ผินพระพักตร์ไปทางแม่น้ำ เป็นพระพุทธรูปที่มีส่วนสัดสมตามแบบประติมากรรม มีลักษณะงดงามมากองค์หนึ่งในประเทศไทย

ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตรัสยกย่องสรรเสริญพระพุทธชินราช ว่า "งามหาพระพุทธรูปองค์ใดเปรียบมิได้ เป็นพระพุทธปฏิมากรดีล้ำเลิศ ประกอบไปด้วยพุทธลักษณะอันประเสริฐ มีสิริอันเทพยดาหากอภิบาลรักษา ย่อมเป็นที่สักการบูชานับถือแต่โบราณ"

พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว มีส่วนสูงตั้งแต่หน้าตักถึงพระเกศ 7 ศอก พระพักตร์ทรงรูปไข่ หรือเรียกว่า รูปหน้านาง ที่แสกพระพักตร์มีเครื่องหมายศูลประดับด้วยเพชร แสดงให้เห็นเป็นอุณาโลม

การสร้างใช้วิธีหล่อเป็นท่อนๆ ด้วยทองสัมฤทธิ์ตลอดทั้งองค์ นิ้วพระพักตร์และพระบาทเสมอกัน แต่แรกสร้างนั้นยังไม่ได้ปิดทอง คงขัดเกลี้ยงแบบทองสัมฤทธิ์เท่านั้น

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างพระพุทธชินราชในปีใด แต่มีการสันนิษฐานโดยอ้างอิงตามพงศาวดาร คาดว่าน่าจะสร้างพร้อมกับ พระพุทธชินสีห์ และ พระศรีศาสดา ในรัชสมัย พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)

จากนั้นจึงมีการลงรักปิดทององค์พระเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2174 สมเด็จพระเอกาทศรถ โปรดให้นำทองเครื่องราชูปโภคไปแผ่เป็นทองแผ่นแล้วนำมาปิดพระพุทธชินราชด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองจนแล้วเสร็จ

ต่อมา ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ ได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์และลงรักปิดทององค์พระพุทธชินราชอีกครั้ง พระพุทธชินราช จึงงดงามยิ่งดังที่เห็นในปัจจุบัน

พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปที่มีเรือนแก้ว หรือที่เรียกว่า พระรัศมี แกะสลักด้วยไม้สักลงรักปิดทอง มีลวดลายเป็นรูปนาค วงขนานไปตามทรงขององค์พระ ขึ้นไปบรรจบกันที่เหนือพระเกศ มีลักษณะเป็นลายรักร้อยและลายทองสร้อยสลับกัน มีสายสังวาล ทำด้วยทองเนื้อนพเก้า หรือทองสีดอกบวบ คือ ตรานพรัตน์ราชวราภรณ์ ประดับด้วยบุศย์น้ำเพชร ซึ่งรัชกาลที่ 7 ทรงสร้างถวายเป็นพุทธบูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้ถวายตรานพรัตน์แด่พระพุทธชินราช เมื่อคราวเสด็จภาคเหนือ ในปี พ.ศ.2501 ซึ่งยังไม่เคยมีพระพุทธรูปองค์ใดได้รับเครื่องราชสักการะสูงส่งถึงเพียงนี้ และมีรูปยักษ์ทั้งซ้ายขวา คือ ท้าวเวสสุวรรณ และ ท้าวอาฬวกยักษ์ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์

พระพุทธรูปนี้ แสดงออกซึ่งความสงบเย็น ความมีสติปัญญา ความเมตตาอันหาที่เปรียบไม่ได้ ถือเป็นความอัศจรรย์ที่คนไทยเมื่อประมาณพันปีล่วงมาแล้ว มีความสามารถอย่างสูงส่ง ที่สามารถนำเอาพุทธจริยาทั้งสามประการ คือ พระมหากรุณาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ ซึ่งเป็นนามธรรมมาถ่ายทอดเป็นรูปลักษณะของมนุษย์ที่ปั้น หล่อ ให้มองเห็นในความรู้สึกส่วนลึกของผู้ที่ได้ประสบพบเห็นได้เช่นที่ปรากฏในพุทธลักษณะของพุทธชินราชนี้

พระพุทธชินราช นอกจากเป็นพระปฏิมากร ที่มีลักษณะงดงามอย่างยอดเยี่ยมแล้ว ยังเป็นพระพุทธรูปที่ทรงมีพระปาฏิหาริย์เป็นอัศจรรย์อีกมากมายหลายอย่าง ซึ่งหลายๆ คนได้เคยเล่าสืบต่อกันมา ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ก็มี เช่นเมื่อคราวเมืองพิษณุโลกถูกเผาในรัชกาลพระเจ้ากรุงธนบุรี ตอนอื่นๆ ไฟไหม้หมด แต่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งเป็นที่สถิตของพระพุทธชินราช หาได้ไหม้ไฟไม่

ปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่นิยมกราบไหว้ขอพรให้ประสบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต ประสบความสำเร็จในทุกกิจการงาน รวมถึงการสักการะวัตถุมงคลที่มีพระพุทธชินราชเป็นองค์ประกอบหลัก

สำหรับคาถากราบไหว้มีอยู่ว่า "นะ ชาลีติ ปะสิทธิลาภา ปะสันนะจิตตา สะทา โหติ ปิยัง มะมะ สัพเพ ชะนา พะหู ชะนา สัพเพ ทิสา สะมาคะตา กาละโภชะนา วิกาละโภชะนา อาคัจฉันติ ปิยัง มะมะ"

เนื่องจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดหลวง แต่เดิมวัดนี้มีงานฉลองกันตามโอกาส หลังจากในการสร้างพระพุทธรูปขึ้นมา หรือเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จมานมัสการพระพุทธชินราช จึงจะโปรดให้มีการฉลองสมโภช 3 วันบ้าง 5 วันบ้าง 7 วันบ้างแล้วแต่ความเหมาะสม

ปัจจุบันนี้ ทางวัดได้จัดงานประจำปีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2477 กำหนดเอาวันพระกลางเดือน 3 เป็นต้นไป มีการฉลองใหญ่ถึง 7 วัน 7 คืน กลายเป็นงานประจำปีของทางวัด จัดขึ้นในราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้นมัสการกราบไหว้พระพุทธชินราช หรือหลวงพ่อใหญ่ได้อย่างทั่วถึง

บุษบากาญจ์
19-04-2008, 09:32 PM
เพิ่งไปกราบเมื่อต้นปีนี่เองอ่ะ สาธุ สาธุ สาธุ

nongyao
20-04-2008, 09:31 AM
เห็นด้วยอย่างยิ่ง พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปที่งามจริงๆ เรื่องความศักดิ์สิทธิ์คงไม่ต้องพูดให้ฟัง ถ้ามีโอกาสลองเข้าไปไหว้พระเวลาเช้ามืด ประมาณตีห้านะ จะรู้ว่าอภินิหารมีจริง

ธรรมวิวัฒน์
20-04-2008, 02:17 PM
อนุโมทนาครับ สาธุ

เมฆดำ
20-04-2008, 03:02 PM
ร่วมกราบอนุโมทนาครับ ยังไม่เคยไปกราบองค์ท่านเลย

DITCE
20-04-2008, 03:49 PM
อนุโมทนาครับ

หลงเข้ามา
20-04-2008, 04:24 PM
ยังไม่เคยไปกราบพระพุทธชินราชเลยครับ
แต่ที่บ้านก็มีพระพุทธรูปพุทธชินราชอยู่เหมือนกัน
คิดว่าแทนกันได้นะ หุหุ

AddWassana
20-04-2008, 09:10 PM
ขออนุโมทนาค่ะ ถือเป็นบุญที่ได้เคยไปกราบหลายครั้งแล้ว

หนึ่ง898989
21-04-2008, 10:02 AM
อูโมทนาบุญด้วยครับ