PDA

View Full Version : หาความสุขด้วยการภาวนา ( เทศน์อบรมฆราวาส )


WebSnow
11-08-2005, 02:29 PM
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR align=right><TD><TABLE borderColor=#993300 cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" align=center bgColor=#ffcc99 border=0><TBODY><TR><TD>ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win) (http://www.luangta.com/archive1/Audio/y45w/a24-12-45pm.wma)
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>


<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR><TD>เทศน์อบรมฆราวาส

ณ สถานปฏิบัติธรรม วัชรธรรมสถาน จ.นครปฐม

วันที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕ [บ่าย]

“หาความสุขด้วยการภาวนา”



วันนี้เป็นวันอุดมมงคลของพี่น้องชาวดอนตูม เขตนครชัยศรีของเรา มีพลเรือเอกประเสริฐ บุญทรง ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิดวงแก้ว ได้ริเริ่มกิจการงานที่เป็นมหากุศลนี้ขึ้นในสถานที่นี้ โดยเชื้อเชิญบรรดาท่านผู้รักชาติและศรัทธาในพุทธศาสนาทั้งหลายมารวมกัน สร้างมหากุศลแก่จิตใจของเราทุก ๆ ท่าน และแก่ชาติของเราทั่วถึงกัน โดยการบริจาคสมบัติทั้งหลายเข้าสู่คลังหลวง เพื่อความแน่นหนามั่นคงแห่งชาติไทยของเรา ได้รวมกันในวันนี้ จากนั้นก็ยังเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ยินได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมเข้าสู่ใจ ซึ่งเป็นความสงบร่มเย็นแก่จิตใจไปนาน นอกจากนั้นยังเป็นคติเครื่องเตือนใจแก่เราจากอรรถธรรมที่เราได้ยินได้ฟัง และระลึกไว้ไม่ลืม นำไปปฏิบัติจะเป็นกุศลต่อจิตใจของเราไม่มีประมาณ นี้เป็นของสำคัญมากนะ

การได้ยินได้ฟังเป็นของสำคัญมาก เพราะฉะนั้นท่านจึงสอนว่าให้ได้ยินได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมในวันคืนหนึ่ง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งเราเป็นชาวพุทธ ให้มีเสียงอรรถเสียงธรรม รสแห่งอรรถแห่งธรรมเข้าสัมผัสสัมพันธ์ใจของเรา ด้วยความระลึกถึงพุทโธก็ได้ ธัมโมก็ได้ สังโฆก็ได้ นี่เป็นธรรมโอสถอันยิ่งใหญ่ที่สัมผัสกับจิตใจของเรา แต่ละครั้ง ๆ มีคุณค่ามาก มีอานิสงส์มากกว่าอารมณ์ใดที่เข้ามาผ่านจิตใจเราอยู่เป็นประจำ อารมณ์ที่เข้ามาสัมผัสสัมพันธ์คลุกเคล้าจนกลายเป็นฟืนเป็นไฟเผาหัวใจเรานั้น ส่วนมากต่อมากเป็นอารมณ์ของโลก หรืออารมณ์ของกิเลส มันแสดงออกมาด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตัณหา แสดงเข้ามาเผาผลาญจิตใจของเราให้ได้รับความเดือดร้อน แต่เสียงของธรรม และอรรถธรรม อารมณ์แห่งธรรมเข้ามาผ่านจิตใจนี้ แม้จิตใจจะมีความเดือดร้อนวุ่นวาย พอได้สัมผัสสัมพันธ์กับอรรถกับธรรมเข้าไป กลายเป็นน้ำดับไฟให้ใจสงบเย็นลง ในขณะที่ได้ยินเสียงอรรถเสียงธรรมนั้นแล

เพราะฉะนั้นธรรมจึงเป็นน้ำดับไฟ คือกิเลสที่ก่อขึ้นมาจากจิตใจของเราที่คิดปรุงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่มีน้ำดับไฟก็กลายเป็นไฟเผาเราไปเรื่อย ๆ แต่มีน้ำดับไฟ คือความสงบของธรรมเข้าสู่จิตใจ เช่น เราระลึกถึงพุทโธก็ดี ธัมโมก็ดี สังโฆก็ดี แม้จะมีอารมณ์โกรธกริ้วเขาอยู่ก็สงบตัวลงไปด้วยอำนาจแห่งน้ำดับไฟ คือธรรม เพราะฉะนั้นจึงควรให้มีธรรมในใจสำหรับชาวพุทธเรา ถ้ามีแต่โลกล้วน ๆ แล้ว โลกไหนก็ไม่ค่อยมีความหมาย เพราะไม่มีที่ยึดที่เกาะ ไม่มีที่อบอุ่นตายใจได้เหมือนธรรมมีอยู่ภายในใจ

สมบัติเงินทองข้าวของภายนอกนั้นเป็นที่อาศัย สำหรับร่างกายที่มีชีวิตอยู่ เราได้อาศัย เขาสืบไปเป็นวัน ๆ การอยู่ การกิน ใช้สอยต่าง ๆ อาศัยสิ่งเหล่านี้แล พอประทังชีวิตไปวันหนึ่ง ๆ จะให้มีความสุขเลยจากนี้ไปไม่ได้ เช่น อย่างเรารับประทาน พออิ่มแล้วก็มีความสุขแค่ความอิ่มเท่านั้น จะให้เลยเถิดขึ้นไปเป็นความแปลกประหลาดอัศจรรย์ เหมือนจิตใจที่มีความเอิบอิ่มด้วยธรรมนี้ไม่มี เวลาเป็นอยู่หลับนอนก็เหมือนกัน จะนอนที่ดิบที่ดีขนาดไหน เวลาหลับลงไปแล้วก็เหมือนคนตายแล้วนั่นแล คนที่ไม่ได้นอนที่ดิบที่ดีกับคนนอนที่ดิบที่ดี เวลาหลับลงไปแล้วมันก็พอ ๆ กัน เพราะไม่ห่วงใยกับที่หลับที่นอนหมอนมุ้ง แม้ที่สุดร่างกายเราเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจกัน เวลานั้นปราศจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพัน ตัวของเราเองคือร่างกายก็ปล่อยในขณะที่หลับสนิท ปล่อยหมดโดยประการทั้งปวง แล้วเวลาเรานอน สถานที่ดี ๆ กับไม่ดี เวลาหลับลงไปแล้วมันก็พอๆ กัน ไม่เห็นมีแปลกต่างอะไรกันเลย

จะนั่ง จะยืน จะเดิน ขอให้มีธรรมในใจจะเป็นที่แปลกประหลาดกับตัวของเราไปโดยสม่ำเสมอ จึงได้เตือนบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ให้ได้คิดอ่านไตร่ตรองถึงเรื่องอรรถเรื่องธรรมทั่วถึงกัน เพราะเราเป็นชาวพุทธ คำว่า พุทธ ๆ นี้ได้แก่พระนามของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมาแล้วจึงเรียกว่าพระพุทธเจ้าได้ ตามธรรมดาไม่มีใครเรียกได้ เพราะสังคมไม่ยอมรับ ต้องตรัสรู้ขึ้นมา สมควรแก่ความเป็นศาสดาเต็มภูมิแล้ว จึงเป็นศาสดา หรือเป็นคำว่าพุทโธได้ ในหัวใจของสัตว์ชุ่มเย็นไปหมด เมื่อใครระลึกถึงพุทโธ

ธัมโมที่พระองค์ตรัสรู้ขึ้นมานั้นก็เหมือนกัน คำว่าธรรมนี้เป็นธรรมชาติที่เลิศเลอสุดยอด ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนในสามแดนโลกธาตุนี้ มีธรรมนี้เท่านั้นเหนือและเลิศเลอกว่าสิ่งทั้งหลายทั่วดินแดน สังโฆ เมื่อได้บรรลุธรรมเข้าถึงขั้นวิมุตติหลุดพ้นแล้วก็เป็นใจดวงสว่างกระจ่างแจ้ง สง่างามเลิศเลอ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ จึงจัดว่าเป็นแก้วอันประเสริฐ ๓ ดวง ดังที่เราได้ประกาศถึงท่านว่า พระรัตนตรัย รัตนะ แปลว่าแก้ว ไตรคือ ๓ ดวง แก้ว ๓ ดวงอันเลิศเลอนั้นได้แก่ พระพุทธเจ้า หนึ่ง พระธรรม หนึ่ง พระสงฆ์ หนึ่ง

นี่แหละแก้ว ๓ ดวงนี้เป็นของคู่ควรกันกับจิตใจเท่านั้น ไม่คู่ควรกับสิ่งใด อะไรเข้าไปเกี่ยวข้องก็ไม่ค่อยมีความหมายและไม่มีความหมายเลย แต่จิตใจเมื่อได้เกี่ยวข้องกับ พุทธ ธรรม สงฆ์ นี้แล้ว จะเป็นความหมายขึ้นมาในตัวเอง แม้ที่สุดคนที่เคยทำความชั่วช้าลามกมา โดยแต่ก่อนไม่เคยระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พอได้ยินได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ได้ยินความผิด ถูก ชั่ว ดีต่าง ๆ จากอรรถจากธรรมไปแล้ว กลับรู้สึกตัว แก้ไขดัดแปลงตนเสียใหม่ จนกลายเป็นคนดิบคนดีขึ้นมา ในท่ามกลางแห่งความเป็นพาลของคน ๆ นั้นแล นี่ก็เพราะอำนาจแห่งธรรม

เราต้องอาศัยธรรมเป็นเครื่องขัดเกลาเราให้เป็นคนดิบคนดี รูปร่างกลางตัวนี้เกิดมาโดยหลักธรรมชาติแห่งกรรมท่านตกแต่งให้เกิดมา คำว่า กรรม หมายถึงการกระทำ กรรมดี กรรมชั่ว คนทำดี ทำชั่ว สัตว์ทำดี ทำชั่ว เป็นกรรมขึ้นมาในทางฝ่ายดีฝ่ายชั่วเสมอกันหมด ผู้ที่ทำกรรมดีไปเกิดก็มีรูปสดสวยงดงาม มีความเสียสละ มีจิตใจอันกว้างขวาง ไปที่ไหนไม่อดอยากขาดแคลน เพราะเป็นผู้มีจิตใจอันกว้างขวาง เบิกทางก้าวเดินของตัวเองไปโดยลำดับลำดา จะเกิดแม้ในภพเป็นสัตว์ก็เป็นสัตว์ที่มีจิตใจอันกว้างขวาง มีความสุขความเจริญดีกว่าบรรดาสัตว์ทั้งหลายที่เป็นบริษัทบริวาร

ส่วนมากท่านมักจะพูดถึงว่า ผู้มีความดีงามแล้วไม่ค่อยไปเกิดเป็นสัตว์ หากมีจับพลัดจับผลูกันบ้างก็เพียงเล็กน้อย แล้วก็พลิกตัวได้กลับขึ้นมา นี้มีนิดหน่อย แต่ส่วนมากที่เป็นพื้นฐานแห่งการยอมรับกันก็คือว่า ผู้ทำความดิบความดี เช่น อย่างผู้มีการให้ทาน มีความรักใคร่ใฝ่ใจในการทำบุญให้ทาน เสียสละทั่ว ๆ ไป ทั้งสัตว์ ทั้งบุคคล ทั้งผู้มีบุญมีคุณ ทั้งบูชาคุณท่านผู้เลิศเลอ เหล่านี้กลายมาเป็นกุศลหนุนจิตใจของเรา เวลาไปเกิดก็ไปเกิดเป็นเทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหม แม้จะมาเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่มีรูปสดสวยงดงาม ไม่ขัดสนจนใจในทรัพย์สมบัติเงินทอง นี่คืออำนาจแห่งการให้ทาน มีความราบรื่นไปทุกกาลสถานที่เวล่ำเวลา ทุกกำเนิดที่เกิดในสถานที่ใด มักจะเป็นกำเนิดของผู้มีบุญกันทั้งนั้น

การรักษาศีลก็เหมือนกัน ศีลกับทานเป็นเครื่องกลมกลืนกันไป เป็นเครื่องกล่อมหรือหล่อหลอมให้บุคคลผู้มีทานมีศีลนั้น มีรูปร่างกลางตัวสดสวยงดงาม มองดูแล้วยิ้มแย้มแจ่มใส ถ้าเป็นผู้ชายก็ผู้หญิงตอม ถ้าเป็นผู้หญิงก็ผู้ชายตอม เพราะอะไรจึงตอม ผู้หญิงมีทั่วโลก ผู้ชายมีทั่วโลก ทำไมไม่ไปตอม มาหาตอมอะไรกับคนๆ นี้ หญิงคนนี้ ชายคนนี้ นี่เพราะเขามีเสน่ห์ เขามีการทำบุญให้ทาน หล่อหลอม กาย วาจา ใจของเขา ประพฤติปฏิบัติตัวด้วยคุณงามความดีตลอดไป เมื่อหล่อหลอมไปด้วยคุณงามความดีหนักเข้า ๆ ถึงกาลเวลาที่พลัดพรากจากไป ตายแล้วกลับมาเกิดในชาติใดภพใด จะเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่สวยงาม จิตใจมีความกว้างขวาง เฉลี่ยเผื่อแผ่ ไปที่ไหนคนรักคนชอบ เขาเคารพสักการบูชา แม้เป็นเด็กก็น่ารัก นี่คนมีศีลมีทาน

คนมีการภาวนาจิตใจมักมีความรอบคอบเป็นอย่างน้อย มีใจเฉลียวฉลาด แล้วก็มาประดับตัวเองให้ประพฤติปฏิบัติตัวด้วยกาย วาจา ใจ ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ทำอะไรไม่ค่อยบกพร่อง เพราะปัญญาเป็นเครื่องไตร่ตรองเกิดขึ้นจากศีล และภาวนานั้นแหละ ธรรมเป็นเครื่องกล่อมสัตว์โลกให้เป็นคนดี ถ้ารูปร่างก็ให้มีรูปร่างอันดีงามทั้งหญิง ทั้งชาย การแสดงออกก็ไพเราะเพราะพริ้งด้วยเหตุด้วยผล ด้วยอรรถด้วยธรรม ไม่กระแทกแดกดันด้วยอำนาจแห่งโทสะที่หาเหตุผลไม่ได้ แล้วความรอบคอบทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรื่องภาวนา

คนมีศีลมีธรรมอยู่ในใจ มักจะใคร่ครวญพินิจพิจารณาถึงรายได้รายเสียของตน วันหนึ่ง ๆ เราได้ทำประโยชน์อะไรบ้างแก่โลก แก่ตัวของเรา ได้พินิจพิจารณาเสมอ ถ้าเป็นการทำความเสียหาย ก็พยายามดัดแปลงแก้ไขความประพฤติของตนเหล่านั้นเสีย กลายเป็นคนดี ประพฤติแต่ความดีงามขึ้นมา ไปที่ไหนคนก็รักชอบใจ เคารพบูชา ไม่เหมือนอันธพาลที่สันดานเลวร้าย ไปที่ไหนไม่มีใครอยากคบค้าสมาคม หมู่เพื่อนแตกกระจัดกระจายเพราะความดีไม่มีติดตัว นี่คนมีธรรมกับคนไม่มีธรรมต่างกันอย่างนี้

วันนี้ได้พูดถึงเรื่องการให้ทาน การรักษาศีลย่อ ๆ ให้แก่พี่น้องทั้งหลายได้ยินได้ฟัง แล้วนำไปปฏิบัติ ที่สำคัญที่สุดก็คือการอบรมจิตใจให้มีความสงบเย็นนั้นแล เป็นจุดหมายแห่งพุทธศาสนา หรือเป็นแก่นแห่งพระพุทธศาสนาโดยแท้ เราจะได้ประสบพบเห็นความสำราญบานใจ ความสงบร่มเย็น ความแปลกประหลาดและอัศจรรย์ภายในจิตใจของเราผู้บำเพ็ญเสียเอง ไม่ต้องไปถามคนนั้นคนนี้ เช่นถามว่า สวรรค์อยู่ที่ไหนพรหมโลกอยู่ที่ไหน นิพพานอยู่ที่ไหนก็ตาม ย่อมจะเริ่มทราบขึ้นภายในจิตใจของผู้มีจิตตภาวนา

เวลาภาวนาเบื้องต้นก็มีแต่ความสงบภายในจิตใจ เย็นภายในจิตใจ ครั้นต่อมาก็กระจายกระแสแห่งความสว่างกระจ่างแจ้งออกไป ให้มองเห็นสิ่งภายนอกจากตัวไปโดยลำดับ กว้างขวางลึกซึ้งออกไป สุดท้ายคำว่าบาป ว่าบุญ คำว่าเปรตว่าผี คำว่าสัตว์นรกอเวจีก็ไม่พ้นที่จิตดวงนี้จะสัมผัสสัมพันธ์ และเจอจนได้ในสิ่งเหล่านั้น เพราะจิตใจมีความสว่างไสว มองเห็นได้ไกลมากทีเดียว ไม่มีขอบเขต ญาณวิถีหยั่งทราบไปถึงไหน สัตว์อยู่ที่ไหน ดีชั่วประการใดบ้างเห็นไปหมด นี่คือพระญาณหยั่งทราบของนักภาวนา มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน

พระพุทธเจ้าเป็นพระองค์แรก ที่ทรงทราบเรื่องสัตว์ทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ทุกเพศทุกภูมิ รองจากนั้นก็เป็นสาวกทั้งหลาย ที่มีความเชี่ยวชาญเต็มกำลังวาสนาของตน ก็ทราบได้ แล้วนำมาสั่งสอนสัตว์โลกให้ละในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย อันเป็นแนวทางให้เป็นความชั่วช้าลามก เช่นเป็นเปรต เป็นผี ตกนรกอเวจีเป็นต้น ให้ละความชั่วช้าลามกนั้น แล้วบำเพ็ญคุณงามความดีเพื่อจะไปตามวิถีทางที่ถูกต้องดีงาม คือไปทางสวรรค์ สวรรค์ ๖ ชั้น ตั้งแต่จาตุมขึ้นไปถึงปรนิมมิตวสวัตดี สวรรค์ ๖ ชั้นนี้สำหรับคนบุญ มีกุศลศีลทานประจำใจ ตายแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นนั้น ๆ ตามความสามารถวาสนาของตนที่มีมากน้อย

ถ้าวาสนาเป็นพื้นแห่งสวรรค์ก็ขึ้นสวรรค์ชั้นจาตุมนี้ก่อน จากนั้นก็ลำดับขึ้นไปถึงดาวดึงส์ จนกระทั่งถึงสวรรค์ ๖ ชั้น เพราะอำนาจวาสนาต่างกัน เลื่อนขึ้นไปเป็นชั้น ๆ และขึ้นสู่พรหมโลก ๑๖ ชั้น นี่ด้วยอำนาจแห่งบุญกุศลศีลทานของเรา เราจะได้ครองสมบัติทิพย์ทั้งหลายบนสวรรค์ เราได้ยินแต่ตำรับตำราว่าท่านเป็นเทวบุตรเทดา อินทร์ พรหม อยู่สวรรค์ชั้นนั้น ๆ เราก็มีสิทธิที่จะบำเพ็ญตัวให้ไปในสถานที่เช่นนั้น ๆ ได้เหมือนกันกับคนอื่น หรือเทวดา อินทร์ พรหม ทั้งหลายอื่น ๆ นั้นแล เพราะทางสายเดินไปเพื่อความเป็นเช่นนั้น เกิดขึ้นจากการสร้างความดีของเรามากน้อย

การให้ทาน การรักษาศีล การเจริญเมตตาภาวนา การรักษาตัวด้วยความมีศีล ไม่เบียดเบียนทำลายผู้อื่นผู้ใดให้ได้รับความกระทบกระเทือนเสียหาย เป็นผู้มีปกติดีงามทางกาย วาจา ใจ ไม่กระทบคนอื่น ตัวเองก็เป็นสุข เหล่านี้แลเป็นเครื่องหนุนให้เราได้ไปเกิดสถานที่ดี คติที่เหมาะสมเป็นลำดับลำดาไป จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้อบรมจิตใจให้มีความสงบเย็นบ้างนะ วันหนึ่งๆ อย่างน้อยเวลาจะหลับจะนอน ขอให้มีการไหว้พระเสียก่อน คือเข้าห้องพระ หรือเวลาจะนอนไม่มีห้องพระก็ตาม เราจะนอนกราบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ที่หมอนเรียบร้อยแล้ว ให้พากันนั่งทำความสงบใจ

ทำความสงบใจอย่างไร คือปกติใจนั้นไม่สงบ เวลาจะนอนมันก็ยังคิดยังปรุงไปตามกระแสของกิเลสที่ฉุดลากไป ให้ได้รับความกังวลวุ่นวายอยู่นั้นแล เราให้สงบอารมณ์เหล่านั้นเสีย แล้วนำอารมณ์แห่งธรรมซึ่งเป็นอารมณ์น้ำดับไฟ คือความรุ่มร้อนของกิเลสให้เย็นลงด้วยคำบริกรรม เช่นเราบริกรรมพุทโธ ๆ หรือธัมโม หรือสังโฆ บทใดก็ได้ที่เราชอบใจตามจริตนิสัยของเรา นำเข้ามาบริกรรมจิตใจของเรา นึกคำว่า พุทโธๆ มีสติกำกับอยู่กับคำว่า พุทโธ ๆ นั้นตลอดไป สำรวมใจไม่ให้กิเลสฉุดลากออกไปคิดในแง่ต่างๆ นอกจากอรรถจากธรรมที่เราบริกรรมอยู่นี้เท่านั้น เราสำรวมระวังไว้ให้ดี

เมื่อเราสำรวมระวังไว้ด้วยดีโดยมีสติควบคุมอยู่เสมอแล้ว จิตใจของเราที่เคยคิดฟุ้งซ่านรำคาญนั้นจะค่อยสงบตัวเข้ามา สงบตัวเข้ามาสู่ตัวเองแล้วปรากฏเป็นความสงบผ่องใส รื่นเริงขึ้นที่ใจของเรา ด้วยธรรมซึ่งเป็นน้ำดับไฟ ที่เราบริกรรมอยู่นี้ไปเรื่อย ๆ นี่เรียกว่าน้ำดับไฟคือคำบริกรรม ดับความคิดปรุง ความเดือดร้อนทั้งหลาย กลายเป็นใจที่สงบเย็นขึ้นมาภายในตัวของเรา นี่คือภาวนาได้ผล คนที่มีการภาวนาจิตใจสงบลงแล้ว ตื่นขึ้นมาวันหลังนี้ มีความประหวัดมีความปฏิพัทธ์ยินดีในความสงบร่มเย็นจากผลแห่งการภาวนาของตนไม่ลดละ แม้จะไปประกอบหน้าที่การงานใด ๆ ก็ตาม จิตย่อมประหวัด ๆ มาถึงการภาวนาที่ได้ผลเป็นที่พอใจอยู่โดยสม่ำเสมอ นี่คืออารมณ์ที่ถูกต้องดีงามแก่จิตใจ

วันนั้นทำใจให้สงบเย็นทั้งวัน หน้าที่การงานเราก็ทำไปเหมือนที่เราเคยทำมา แต่จิตใจก็มีความประหวัดกับอรรถกับธรรมที่เราเคยทำไปอยู่โดยสม่ำเสมอเช่นนั้น ทีนี้เมื่อได้โอกาสเราก็ภาวนาเช่นเดียวกับที่เคยทำมา จิตใจเมื่อได้รับอารมณ์ที่ดีคือธรรมเข้ากล่อมอยู่แล้ว จะมีความสงบเย็นขึ้นเป็นลำดับลำดา นี่ฐานแห่งความสุข กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้ เราทั้งโลกทั้งสงสารนี้หาความสุขความเจริญกันทั่วโลกดินแดนก็จริง แต่ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้เจอ ความสุข ความเย็นใจ ความสบาย เป็นที่พึงพอใจมาประกาศให้ผู้อื่นผู้ใดได้รู้ได้เห็นบ้างเลย

ก็เพราะอารมณ์เหล่านี้เป็นอารมณ์ของกิเลส มันเจือปนด้วยฟืนด้วยไฟ เผาไหม้ตลอดไปเหมือนกันหมด จึงไม่มีใครยกเอาความสุขที่ดีดดิ้นไปตามกิเลสนั้นเข้ามาอวดอ้างกันได้ เพราะอารมณ์ของกิเลสไม่ใช่อารมณ์แห่งความสุข แต่เป็นอารมณ์ที่เป็นฟืนเป็นไฟ ไม่ได้เหมือนกับผู้ที่อบรมจิตใจให้มีความสงบเย็นแล้ว อยู่คนเดียวก็เย็น อยู่กับเพื่อนกับฝูงก็เย็น ระบายออกมาทางวาจาก็เป็นที่ชุ่มเย็นทางหู ทางใจ สบายใจ นี่ผู้นี้ผู้หาความสุขเจอ มาเจอที่ใจสงบเย็น

เวลาเราบำเพ็ญมาก ๆ ใจเรายิ่งสงบเย็นกว่านี้ จนแสดงเป็นความแปลกประหลาด เป็นความอัศจรรย์ขึ้นมาในใจ ทั้งวันทั้งคืน ยืน เดิน นั่ง นอน ไปที่ไหนมีแต่ความสงบเย็นหล่อเลี้ยงจิตใจไปตลอด เพราะอำนาจแห่งธรรมซึ่งเป็นน้ำดับไฟ คือคำบริกรรม เรานึกอยู่เสมอ ธรรมนั้นก็หล่อเลี้ยงจิตใจ ระงับดับทุกข์ภัยเวรทั้งหลายไปโดยลำดับลำดา จิตใจผู้นั้นมีความสงบเย็น นี่คือผู้หาความสุข เริ่มเจอความสุขแล้ว เวลาเราอบรมให้มากขึ้น ก็ยิ่งเป็นพื้นฐานอันแน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้น ๆ สุดท้ายผู้นั้นก็ไม่เดือดร้อนในการเป็นการตายของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนกลัวเป็นกลัวตายเหลือประมาณ

ทำอะไรอยู่ก็ตาม พอระลึกถึงความตาย จิตใจจะเหี่ยวแห้งยุบยอบไปทันที ไม่อยากคิดถึงเรื่องความเป็นความตายเลย เอาความเพลิดความเพลินมาคิดกลบกัน เพื่อระงับความคิดในเรื่องตายนี้เสีย อย่างนี้มีมากต่อมาก แต่เอามาคิดเท่าไรก็ไม่เกิดผลเกิดประโยชน์ ถ้าไม่คิดถูกทางด้านอรรถด้านธรรม เมื่อเราคิดถึงความเป็นความตาย ไปตามแนวของธรรมแล้ว คิดถึงความตายเท่าไร เราก็ยิ่งนึกบริกรรมของเราให้มาก แน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้น จิตใจก็มีฐานที่ตั้งแห่งความมั่นคง อยู่ก็สบาย ตายไปก็เป็นสุขอยู่กับหัวใจนี้ เลยไม่ดีดไม่ดิ้น ไม่กลัว คำว่าจะเป็นจะตายก็ไม่กลัว เพราะจิตนี้ทั้งที่ไม่ตายด้วย ทั้งมีบุญมีกุศลหล่อเลี้ยงจิตใจของตนอยู่ตลอดเวลาด้วย จึงเป็นจิตที่ไม่หวั่นไหวต่อความเป็นความตาย

ผู้นี้แลคือผู้ได้รับความสุข หาที่ไหนก็ไม่เจอ เมื่อหาจากด้านอรรถด้านธรรมแล้วเราจะเจอที่ใจของเรา ให้กิเลสพาหา หาเท่าไรก็ไม่มีใครเจอ ไม่ว่าเศรษฐีกุฎุมพีพาหา คนทุกข์ คนจน หาด้วยหน้าที่การงานประการใด มันก็เป็นเรื่องของโลกของสงสาร ซึ่งต้องถูกหลอกลวงจากกิเลสอยู่เรื่อยไปจนได้นั้นแหละ เราจึงหาความสุขไม่เจอ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายหาความสุขด้วยการภาวนา ดังสถานที่นี่ ท่านมาตั้งไว้เป็นที่อบรมจิตใจ ในเวลาว่าง แล้วก็มาสู่สถานที่เช่นนี้ บำเพ็ญจิตใจ รักษาจิตใจให้อยู่ด้วยศีลด้วยธรรม

จิตใจจะมีความสงบร่มเย็น พักเครื่องแห่งความหมุนของใจเสียได้เป็นลำดับลำดา มีตั้งแต่ความสงบเย็นใจเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจอยู่เสมอ ผู้นั้นจะเป็นผู้สบาย ความสบายจะหาจากที่อื่นใดไม่ได้ หาที่จิตดวงนี้แล เราบำเพ็ญธรรมตามแนวทางที่สอนไว้นี้จะต้องเจอโดยแน่นอน ไม่ผิดพลาดเป็นอื่นไปได้ ถ้าหาความสุขแบบกิเลสพาหานั้น ใครหากันทั้งโลกมีแต่คว้าน้ำเหลวๆ ไม่เคยมีใครได้ความสุขเป็นชิ้นเป็นอันมาอวดมาอ้างกันเลย พอจะมีแก่ใจดีดดิ้นไปกับกิเลส เพื่อหาความสุขอันยิ่งใหญ่กว่านี้ต่อไปได้ เราจึงต้องให้รู้

งานภายนอกก็มี โลกอันนี้โลกอยู่โลกกิน โลกหลับโลกนอน มีความบกพร่องต้องการ มีหิวมีกระหาย มีอยากกินอยากอยู่ อยากหลับอยากนอน อยากไปอยากมา การขับการถ่าย เป็นเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ที่เขาบกพร่อง แสดงความยุ่งเหยิงวุ่นวายมาสู่ตัวของเราผู้รับผิดชอบนี้จนได้ จึงต้องปฏิบัติต่อเขา อยู่ธรรมดาไม่ได้กินก็อยู่ไม่ได้คนหนึ่งๆ ไม่ได้หลับได้นอนอยู่ไม่ได้ ต้องวิ่งเต้นขวนขวายทั่วหน้ากัน อันนี้เราก็ให้ทราบตามหน้าที่การงานที่เกี่ยวกับธาตุกับขันธ์ในเวลามีชีวิตความเป็นอยู่ประการหนึ่ง

อันหนึ่งจิตที่เรียกร้องหาความช่วยเหลือจากเจ้าของ เพราะได้รับความเดือดร้อนวุ่นวายทั้งวันทั้งคืนอยู่ เราก็ควรจะมองดูใจของเรา ให้หาความสงบเย็นใจ สร้างคุณงามความดีเข้าสู่ใจเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจจะได้รับความสงบสุข เป็นตัวของตัวขึ้นมาภายในใจ เรียกว่าที่พึ่งภายนอกเราก็เสาะแสวงหา เช่น สมบัติเงินทองข้าวของ ตึกรามบ้านช่อง อะไรเราก็หาเพื่อความสะดวกทางร่างกาย ไปมาหาสู่ก็สะดวกสบาย ทางภายในจิตใจเรียกร้องหาความช่วยเหลือ เพราะบกพร่องความสุขอยู่มากทีเดียว เราก็อุตส่าห์พยายามเสาะแสวงหา บำเพ็ญการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ประดับประดาจิตใจไปพร้อม ๆ กัน

งานภายนอกเพื่อร่างกายเราก็มีพอเป็นพอไป งานภายในเพื่อธรรมเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ เราก็บำเพ็ญพอไป ๆ ทุกวันๆ ผู้นี้แลเป็นผู้ไม่เดือดร้อน ออกข้างนอกสมบัติเงินทองข้าวของก็พอถูไถ พอเป็นไฟ เข้าข้างใน จิตใจก็ไม่เดือดร้อน พอมีบุญมีกุศลเป็นที่รับรองไว้อยู่เสมอ ผู้นี้ชื่อว่าผู้เสมอ อยู่ก็อยู่ได้ ตายไปก็เป็นสุข ไม่เหมือนกับผู้ที่ดีดดิ้นหาตามอำนาจแห่งกิเลสตัณหาโดยถ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงอรรถถึงธรรม ถึงบุญ ถึงบาป ว่าเป็นประการใดบ้างเลย มีแต่ทำตามความอยาก ความทะเยอทะยาน ส่วนมากก็โกยเอาตั้งแต่เรื่องบาปเรื่องอกุศลกรรมเข้ามาหาตัวเอง เพราะความอยาก ความทะเยอทะยานนี้ ไม่คำนึงถึงเหตุผลดีชั่วประการใด จะมีแต่ความอยากทับถมไปหมด แล้วก็สร้างความชั่วขึ้นมาด้วยอำนาจแห่งความอยาก จึงเรียกว่าสร้างบาปไม่รู้ตัว เวลามันเผาก็ไม่รู้ว่าเผาเพราะบาปกรรมอันใด ก็ไม่รู้ตัวอีกเหมือนกัน แต่ยอมรับกรรมชั่วที่ตนได้รับเสวยในเวลานั้นทั่วหน้ากัน

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พินิจพิจารณาให้กลั่นกรอง งานทางโลกเพื่ออยู่เย็นเป็นสุขในเวลาเรามีธาตุมีขันธ์ครองกันอยู่ทั่วดินแดน ก็ให้พากันเสาะแสวงหา งานภายในคือการทำบุญให้ทาน รักษาศีล ภาวนา เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ หรือสมบัติของใจก็ให้พากันเสาะแสวงหา เป็นคู่เคียงกันไป อย่าปล่อยอย่าวางทั้งสองอย่าง ท่านทั้งหลายจะมีความสงบเย็นใจไปตาม ๆ กันนั้นแหละ ถ้ามีตั้งแต่สมบัติภายนอก สมบัติภายในคือบุญกุศลไม่มี ผู้นี้จะเป็นผู้เดือดร้อนมากยิ่งกว่าคนไม่มีเงินมีทองเป็นไหน ๆ ถ้าผู้มีบุญมีกุศลภายในใจ แม้จะเป็นความทุกข์ความเดือดร้อนในเรื่องการครองชีพของตน แต่ภายในใจก็ไม่เดือดร้อน นี่ต่างกัน

ส่วนคนไม่มีบุญมีกุศลเลย พอข้างนอกขัดข้องขาดเขินเท่านั้น ภายในก็เหือดแห้งไปตาม ๆ กัน เป็นทุกข์ทั้งร่างกายและจิตใจ ผิดกันมากนะ คนที่มีบุญมีกุศลภายในใจถึงข้างนอกจะเป็นทุกข์ขาดแคลนบ้างเป็นธรรมดา แต่ภายในใจคือบุญกุศลหล่อเลี้ยงจิตใจให้ชุ่มเย็นตลอดไป นี่ต่างกันอย่างนี้ สมบัติภายนอกคือเงินทองข้าวของ เรือกสวนไร่นา บริษัทบริวาร สมบัติภายในคือการให้ทาน การรักษาศีล การเจริญเมตตาภาวนา อบรมจิตใจให้อยู่ในอรรถในธรรมแล้วจะเป็นความสงบร่มเย็นเรื่อย ๆ ไป นี่คือสมบัติภายใน

ขอให้พากันเสาะแสวงไว้ให้ดี อย่าปล่อยเลยตามเลย ตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันตายไม่ได้ความดีอะไรติดเนื้อติดตัวเลยนี้ คนนั้นเรียกว่าเป็นคนที่ซวยมากที่สุด เกิดก็ไม่ได้สารประโยชน์อะไรจากธาตุขันธ์อันนี้ ตายแล้วก็ไปจมกันด้วยความชั่วที่ตัวทำด้วยความคึกความคะนอง ไม่กลัวบาปกลัวกรรม สิ่งที่เราไม่กลัวนั้นแหละมันมาเป็นภัยต่อตัวของเราเองผู้คึกผู้คะนอง ให้พากันระมัดระวัง

เฉพาะอย่างยิ่งหลวงตาเทศนาว่าการที่ไหน ไม่เคยปล่อยวางเรื่องจิตตภาวนาเลย เพราะอันนี้เป็นหลักใหญ่ของพุทธศาสนา เป็นหลักใหญ่ที่จะพึ่งเป็นพึ่งตายได้ในหัวใจของคนเราทุกคน ได้แก่การอบรมจิตใจให้มีหลักมีเกณฑ์ ให้มีความสงบเยือกเย็นด้วยการอบรมภาวนา นี่เป็นสำคัญมาก แม้พระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายก็เหมือนกัน ที่เลื่องลือมาจนกระทั่งบัดนี้ คือศาสดาองค์เอกตรัสรู้ขึ้นมา และพระสงฆ์สาวกได้บรรลุธรรมตามท่านมา มาเป็นสรณะของโลก ล้วนแล้วแต่ท่านผู้สมบูรณ์พูนผลด้วยอรรถด้วยธรรมภายในใจแล้วทั้งนั้น ท่านจึงไม่มีว้าเหว่กับสิ่งใดทั้งหมด สอนโลกด้วยความเพียงพอทุกด้านทุกทาง ไม่มีทุกข์แม้เม็ดหินเม็ดทรายเข้าเจือปนในจิตของท่านที่เป็นธรรมล้วนๆ ซึ่งบำเพ็ญมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วได้เลย

เราไม่ได้แบบท่านก็ขอให้ได้แบบลูกศิษย์มีครู ให้ระลึกถึงบุญถึงบาป ระวังเสมอนะ อย่าชินชา บาปอย่าไปชินกับมัน เหมือนกับไฟ ใครไปชินกับมันร้อนทุกคน ไฟไม่เคยปล่อยตัวในความร้อน เมื่อถูกไฟจี้เราก็ต้องร้อนไปตามมัน นี่บาปไม่เคยเป็นความชินต่อผู้ใด เราทำบาปเป็นบาปตลอดมา ใครจะปฏิเสธว่าบาปไม่มี บุญไม่มี อันนั้นเป็นความโง่เขลาเบาปัญญา ความมืดบอดของคนที่พูดออกมาด้วยความไม่รู้สึกตัวต่างหาก คำของพระพุทธเจ้า หรือธรรมของพระพุทธเจ้าพูดออกมาด้วยความรู้แจ้งแทงทะลุทุกอย่าง ว่าบาป บุญ นรก สวรรค์มี มีจริง ๆ เผาโลกได้อย่างถนัดชัดเจน พาโลกสู่สวรรค์นิพพานได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกันตลอดมาอย่างนี้แล

ขอให้พี่น้องทั้งหลายพากันบำเพ็ญทางด้านจิตใจบ้าง มีตั้งแต่การให้ทาน รักษาศีลธรรมดา แม้แต่ศีลก็ไม่ค่อยมีกัน ทานก็มีเป็นพื้นฐานแห่งชาวพุทธเรา เพียงเท่านั้นยังไม่พอกับความต้องการของใจที่เรียกร้องหาบุญหากุศล หาคุณงามความดี หาความสุขความเจริญจากเราทั้งหลายซึ่งเป็นเจ้าของนี้เลย จงพากันพยายามหาสิ่งที่บำรุงจิตใจที่เรียกร้องหาความช่วยเหลืออยู่นี้ ด้วยคุณงามความดี ใจเมื่อได้รับคุณงามความดีจากเจ้าของแล้ว จะเป็นใจที่เย็นฉ่ำภายในตัว ไปที่ไหนก็มีความสุขความสบาย โลกนี้ก็อยู่เหมือนโลกเขา แต่ใจอยู่ด้วยธรรม ตายไปแล้วธรรมเป็นเครื่องหนุนให้ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์จนได้แหละ

วันนี้แสดงธรรมให้พี่น้องทั้งหลายฟังพอเบาะ ๆ พอประมาณ จึงขอให้พากันนำธรรมนี้ไปปฏิบัติ เฉพาะอย่างยิ่งคือการภาวนาอย่าปล่อยอย่าวาง หลวงตาสอนที่ไหนไม่เคยลืมเรื่องภาวนาเลย พูดตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ที่ถือว่าเป็นการบำเพ็ญชั้นเอกได้แก่ การภาวนา จึงต้องนำอันนี้มาสอนพี่น้องทั้งหลายเสมอ โดยเหตุแล้วก็คือว่าเราก็เคยได้ผลดีมากน้อยมาจากการภาวนา เรียกว่าแทบทั้งนั้น ครั้นต่อมาก็เป็นจากการภาวนาทั้งนั้น ๆ เลย จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้ความอิ่มอกอิ่มใจ พออกพอใจ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจได้เลย ก็เพราะอำนาจแห่งธรรม

จิตเป็นธรรมทั้งแท่ง พ้นจากสมมุติโดยประการทั้งปวงแล้ว บรรดาสมมุติในแหล่งโลกธาตุนี้ ไม่มีสมมุติใด ชิ้นใดที่จะเข้าไปเฉียดไปสัมผัสจิตใจที่หลุดพ้นแล้วนั้นได้เลย เพราะฉะนั้นใจนั้นจึงเป็นใจที่วิเศษเลิศเลอจากการอบรมภาวนาจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ยึดเอาหลักเกณฑ์เหล่านี้ไปปฏิบัติตน

การแสดงธรรมวันนี้ก็เห็นว่าสมควรแก่ธาตุแก่ขันธ์ แก่กาลเวลา ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ



</TD></TR></TBODY></TABLE>

UFO99
19-08-2005, 06:44 PM
สาธุอนุโมทนาบุญกับธรรมมะคร๊าบ

แคท
27-08-2005, 02:12 AM
ขออนุโมทนา บุญ ด้วยค่ะ

พิพัฒน์
20-10-2005, 01:37 PM
ขออนุโมทนาบุญครับ

varanyo
22-12-2005, 03:02 PM
ขออนุโมทนา...สาธุ
------------------
ศึกษาวิธีสร้างบุญบารมี...ของสมเด็จพระญาณสังวร...ได้ที่

http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=19673 (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=19673)

เว็บไซต์ประวัติและธรรมเทศนาหลวงปู่หลวง กตตฺปุญฺโญ พระสุปฏิปันโนสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

http://members.thai.net/varanyo/pooluang.asp (http://members.thai.net/varanyo/pooluang.asp)

นายอดิศักดิ์
04-08-2006, 07:01 AM
ขออนุโมทนาบุญครับ
<!-- / message -->

orvet49
18-01-2007, 07:52 PM
ขออนุโมทนาครับ

แดนโลกธาตุ
19-01-2007, 09:22 AM
http://www.dhammajak.net/gallery/albums/userpics/normal_%CB%C5%C7%A7%B5%D2%C1%CB%D2%BA%D1%C7%20%AD%D2%B3%CA%D1%C1%BB%D1%B3%E2%B3.jpg

เทศนากัณฑ์ยอดฮิต (โดยท่านอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน)

มหาภัยในวงกรรมฐาน (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) (http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10251)

แดนโลกธาตุ
03-02-2007, 12:36 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=text_white>
http://www.watpa.com/images_subforum/16306.jpg


ประชาสัมพันธ์จากเว็บไซต์หลวงตา www.luangta.com (http://www.luangta.com/)
สำหรับท่านที่มี Hi-speed Internet สามารถรับชม ทีวีผ่านดาวเทียมเสียงธรรมบ้านตาด ตลอด 24 ชม.
ได้ที่ mms://www.luangta.com/live-sat

_____________________________________________________________________
</TD></TR></TBODY></TABLE>
_________________________________________

http://www.luangta.com/images_home/live.gif

ยินดีต้อนรับ



<TABLE cellSpacing=3 cellPadding=0 width="98%" align=center border=0><TBODY></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=3 cellPadding=0 width="98%" align=center border=0><TBODY><TR><TD>ขอเชิญติดตามรับชม....การถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ตช่วงเช้าเวลา 7.45น.-9.30 น.ทุกวัน

</TD></TR></TBODY></TABLE>

--------------------------------------------------------------------


<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 border=0><TBODY><TR style="COLOR: #666666"><TD style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: ms sans serif"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 border=0><TBODY><TR><TD colSpan=2 height=23>http://www.luangta.com/images_home/radio1.gif (mms://www.luangta.com/fm103_25)</TD></TR><TR><TD>http://www.luangta.com/images_home/radio2.gif (mms://www.luangta.com/station)</TD><TD>http://www.luangta.com/images_home/radio3.gif (mms://www.luangta.com/FM103_25)</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR style="COLOR: #666666"><TD style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: ms sans serif" bgColor=#ccff00 height=1></TD></TR><TR style="COLOR: #666666"><TD style="FONT-SIZE: 10pt; FONT-FAMILY: ms sans serif"><!-- <script language="JavaScript" src="http://www.luangta.com/popup.js"></script>-->http://www.luangta.com/images/icon_yellow.gif (http://www.luangta.com/salawatpa/radio) รายละเอียดวันและเวลาออกอากาศทางโทรทัศน์ ,ทางสถานีวิทยุระบบ AM,FM และทาง เคเบิลทีวี (http://www.luangta.com/showtime.php)<TABLE><TBODY><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

http://www.luangta.com/images/icon_new.gif • ในนามคณะกรรมการอำนวยการสถานีวิทยุเสียงธรรมที่หลวงตาแต่งตั้งและเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ รวบรวมคลื่นความถี่วิทยุเสียงธรรมฯ 97 สถานี ณ ปัจจุบันที่ถวายหลวงตาและออกอากาศเป็นที่แน่นอนแล้ว (http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=220)

http://www.luangta.com/images/icon_new.gif • แบบฟอร์มส่งข้อมูลการจัดตั้งสถานีวิทยุเสียงธรรมเครือข่ายให้สถานีวิทยุเสียงธรรมแม่ข่าย (http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=234)


http://www.luangta.com/images/icon_new.gif • (เพิ่มเติมหนังสือเชิญชวน) ร่วมบริจาคเข้ากองทุน (http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=212)

ครับญาติธรรมทั้งหลายขอเชิญร่วมรับฟังพระธรรมเทศนาหลวงตาได้ทุกที่ครับโดยหลวงตาท่านเมตตาบอกว่า "ไม่ต้องมาวัดให้ลำบากก็ได้อยู่ไหนทำอะไรก็ฟังได้ แต่จิตต้องฟังอย่างจริงจังไดเพริกได้ขิงไม่ใช่ว่าสักแต่ฟัง.."

ฟังแล้วรับรองครับหลวงตาท่านเทศน์นี้เผ็ดร้อนดุเดือดมากแทบว่ากิเลสนี้ทนไม่ได้ครับพูดตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อมเอาใจ ท่านบอกว่า
"ธรรมคือธรมหยอกล้อเล่นไม่ได้"

-----------------------------------------------------



"…เวลามีชีวิตอยู่นี้ เราจะทำความดีให้โลกทั้งหลายได้เป็นคติตัวอย่างอันดีงาม และทำด้วยความเมตตาสงสาร เพราะหลังจากนี้แล้ว… เราตายแล้ว…เราจะไม่กลับมาเกิดในโลกนี้อีกต่อไป เป็นตลอดอนันตกาล…"

ปณิธานของหลวงตาฯ

"พระช่วยโลกไม่ได้..ใครเล่าจะช่วยได้"

http://www.luangta.com/help/images/luangta.jpgอุปนิสัยที่โดดเด่นประจำองค์หลวงตามหาบัวฯ ตั้งแต่วัยหนุ่มนั้น ท่านเป็นผู้มีเมตตาธรรม มีน้ำใจชอบให้ความช่วยเหลือผู้น้อยผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง และผู้ด้อยโอกาสกว่าท่าน จตุปัจจัยไทยทานที่ท่านได้รับมาจึงไม่เคยเหลือเก็บเลย มีมากน้อยเพียงใด หลวงตาฯ ก็นำออกแจกจ่ายคนรอบข้างตลอดมา ความเมตตาดังกล่าวของท่านปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อท่านได้เริ่มตั้งวัดป่าบ้านตาดในปี พ.ศ.2499 ท่านได้ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือตั้งแต่รายย่อย ได้แก่ คนทุกข์ คนจน คนเจ็บป่วย คนตาบอด คนพิการ คนอนาถา เด็กกำพร้า จำนวนมาก และสำหรับการช่วยเหลือเพื่อสาธารณะประโยชน์นั้น ท่านเน้นความสำคัญเป็นกรณีพิเศษจนถือเป็นกิจวัตรประจำวันของท่านก็ว่าได้ คำกล่าวตอนหนึ่งแสดงได้ชัดเจนถึงความเป็นนักเสียสละของท่าน ดังนี้

"…พอตื่นขึ้น…สิ่งแรกที่คิดถึงก่อนอื่นก็คือเรื่องการช่วยโลก ไม่มีแม้แต่น้อยที่คิดถึงเรื่องตัวเอง… พระช่วยโลกไม่ได้ ใครเล่าจะช่วยได้…"

และคำกล่าวของท่านอีกตอนหนึ่ง

"…ไปดูที่ไหนๆ เราดูจริงๆ ช่วยจริงๆ… ถ้าเรายังไม่ตายแล้วเราจะช่วยตลอดไป ไม่ว่าโรงพยาบาลไหนๆ ช่วยทั้งนั้น โรงร่ำโรงเรียนก็ปลูกให้เป็นหลังๆ ขาดอุปกรณ์อะไรๆ บ้าง ให้ ให้ ให้ ไม่ว่าแต่โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ต่างๆ เราก็ให้…"

และด้วยความมุ่งมั่นจริงจังของหลวงตาฯ เช่นนี้เอง ส่งผลให้การช่วยโลกของท่านคิดมูลค่าเป็นตัวเงินมีจำนวนมากมายมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติชีวิตของบุคคลใดในประเทศ ท่านเคยคำนวณมูลค่าไว้ว่าจะต้องถึงหลักหมื่นล้านขึ้นไป เพราะท่านให้ความช่วยเหลือรอบด้านรอบทางหลายแง่หลายมุมและช่วยเช่นนี้ตลอดมาตั้งแต่ออกบำเพ็ญธรรม จตุปัจจัยไทยทานทั้งหลายที่ท่านได้รับมาจึงไม่มีเหลือติดเนื้อติดเลย ท่านได้รับมาเท่าไร ท่านก็ให้การสงเคราะห์มากเท่านั้น มีบ่อยครั้งถึงขนาดที่ท่านต้องยอมติดหนี้ติดสินเพราะเหตุผลที่ต้องช่วยเหลือในเรื่องนั้นๆ มีน้ำหนักมากกว่า ท่านจึงยอมออกรับประกันว่า ให้สั่งซื้อสิ่งนั้นได้เลย เมื่อท่านมีจตุปัจจัยเข้ามาท่านจะสั่งจ่ายให้ในทันที

ตัวอย่างการสงเคราะห์ด้านการแพทย์มีรายการต่างๆ กว่า 500 รายการ ตั้งแต่รายการเล็กๆ จนถึงรายการขนาดใหญ่ที่มูลค่าเป็นสิบๆ ล้านบาท ยกตัวอย่างพอสังเขปดังนี้

1.ครุภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ทั่วไป

<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องมือผ่าตัด</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องดมยาสลบ</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องตรวจเลือด </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องกระตุกหัวใจ</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องเฝ้าติดตามการทำงานของหัวใจ</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องช่วยหายใจชนิด Bipap Harmony S/T</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องช่วยชีวิตคนไข้ฉุกเฉิน</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-โคมไฟผ่าตัด</TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-รถทำแผล</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องนึ่ง</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องอัลตราซาวด์ </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-หัวต่อออกซิเจน</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องเอกซเรย์ ขนาด 320 เอ็ม เอ</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ตู้เย็นเก็บเลือด</TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องตรวจเลือดทางเคมีชนิดเทียบสี </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องกระตุกหัวใจแบบมีจอภาพ </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมความดัน </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องปรับอากาศใช้กับห้องเก็บยา</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องซักผ้าอบผ้าในตัว</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่อง Monitor 3 option 1) NIBP 2) EKG 3) O2 Saturation </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-หม้ออบไอน้ำเครื่องมือ</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ครุภัณฑ์การแพทย์ตึกรวมเมตตามหาคุณ</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ครุภัณฑ์ห้องผ่าตัดกระดูก 6 รายการ </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องบริหารหัวเข่าและสะโพกแบบอัตโนมัติ </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-โครงโลหะถ่างแขน-ขาผู้ป่วย</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องตรวจวิเคราะห์หูชั้นกลาง</TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ครุภัณฑ์เวชกรรมฟื้นฟู </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เตียงออกกำลังกายแขน </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ชุดออกกำลังกายแขน-หัวไหล่ </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ยาและวัสดุการแพทย์ </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ข้าวสารอาหารแห้งทุกเดือน </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ฯลฯ </TD></TR></TBODY></TABLE>
2.อุปกรณ์การแพทย์เกี่ยวกับ ตา หู จมูก คอ

<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ชุดส่องตรวจหู </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องเอกซเรย์ฟัน </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องขูดหินปูน </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ชุดตรวจตา หู จมูก คอ</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องตรวจตา slit lamp</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เลเซอร์ตา </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องตรวจตาพร้อมอุปกรณ์วัดแรงดันลูกตา </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องมือผ่าตัดตา</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องรักษาโรคตาด้วยแสงเลเซอร์ </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องมือประกอบการสลายต้อกระจก </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-แหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องตรวจวิเคราะห์ขั้วประสาทตาด้วยระบบเลเซอร์สแกนเนอร์ </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ฯลฯ </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1></TD><TD width="33%" bgColor=#dedede></TD></TR></TBODY></TABLE>

3. อุปกรณ์การแพทย์สำหรับเด็ก

<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องให้ความอบอุ่นเด็กแรกเกิด </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องส่องไฟเด็ก </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ชุดช่วยเหลือเด็กฉุกเฉิน </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องทำคลอดสูญญากาศ </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-เครื่องฟังหัวใจทารกในครรภ์ </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องทำคลอดสูญญากาศ </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-กล้องผ่าตัด หู คอ จมูก</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ครุภัณฑ์ ไอ ซี ยู เด็ก </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เครื่องบันทึกการบีบรัดของมดลูก</TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ฯลฯ </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede></TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1></TD></TR></TBODY></TABLE>
4.รถพยาบาล ที่ดิน อาคาร

<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-รถตู้พยาบาล พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตและวิทยุสื่อสาร</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-รถปิกอัพ เครื่องดีเซล 1 คัน</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-อาคารตึกคลอด 1 หลัง </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-อุปกรณ์ภายในตึก </TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-เตียงเฟาเลอร์พร้อมที่นอน หมอน</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ซื้อที่ดินให้จำนวน 16 ไร่ 3 งาน 67 ตรว.</TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ตึก ๓๐ เตียง</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ตึกหลวงตามหาบัวฯ </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก </TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ปรับปรุงอาคารผู้ป่วยโรคกระดูก</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-สร้างอาคารศัลยาคารอุตราทร</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ปรับปรุงตึก ไอ ซี ยู เด็ก</TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#dedede>-ตึกรวมเมตตามหาคุณ ๒ ชั้น</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ฯลฯ</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede></TD></TR></TBODY></TABLE>
5.ตั้งกองทุน มูลนิธิ

<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ตั้งกองทุนสงเคราะห์คนพิการ</TD><TD width="33%" bgColor=#dedede>-กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากจนและไร้ที่พึ่ง</TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ตั้งมูลนิธิรวมเมตตามหาคุณ</TD></TR><TR><TD width="33%" bgColor=#e3fff1>-ฯลฯ </TD><TD width="33%" bgColor=#dedede></TD><TD width="33%" bgColor=#e3fff1></TD></TR></TBODY></TABLE>สถานพยาบาล

สถานพยาบาลที่ได้รับความอนุเคราะห์ด้านการแพทย์และเครื่องอุปโภคบริโภค จาก หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (208 แห่ง) ( แก้ไขเพิ่มเติม 19 ม.ค. 2550 )

<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top noWrap bgColor=#dedede>ประเทศไทย (40 จังหวัด, 200 แห่ง ) :
</TD><TD bgColor=#dedede>ประกอบด้วยโรงพยาบาล 181 แห่ง, สถานีอนามัย 11 แห่ง, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 2 แห่ง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 3 แห่ง, ศูนย์ทางการแพทย์ 2 แห่ง,ศูนย์สุขภาพชุมชน 1 แห่ง</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top bgColor=#e3fff1>อุดรธานี (32 แห่ง) : </TD><TD>สาธารณสุขจังหวัด, ร.พ.ศูนย์อุดรธานี, ค่ายประจักษ์ศิลปาคม, หนองแสง, หนองวัวซอ, กุดจับ, สร้างคอม, เพ็ญ, นายูง, น้ำโสม, บ้านดุง, ทุ่งฝน, ไชยวาน, หนองหาน, ศรีธาตุ, วังสามหมอ, กองบิน 23, กุมภวาปี, โนนสะอาด, พิบูลรักษ์, บ้านผือ, ห้วยเกิ้ง, สถานีอนามัยบ้านตาด, สถานีอนามัยบ้านหนองหมื่นท้าว, สถานีอนามัยโนนสำราญ อ.โนนสะอาด, สถานีอนามัยกุดดอกคำ อ.โนนสะอาด, สถานีอนามัยทมนางาม อ.โนนสะอาด, ศูนย์สุขภาพชุมชน อ.โนนสะอาด,สถานีอนามัยทมป่าข่า, สถานีอนามัยท่าลุมภู, สถานีอนามัยหนองแสง, ร.พ.บ้านตูม อ.กุมภวาปี </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>สกลนคร (20 แห่ง) :


</TD><TD>สาธารณสุขจังหวัด, ร.พ.สว่างแดนดิน, บ้านม่วง, คำตากล้า, วาริชภูมิ, กุดบาก, พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร, เจริญศิลป์, ส่องดาว, ค่ายกฤษณ์สีวะรา, โพนนาแก้ว, นิคมน้ำอูน, อากาศอำนวย, พังโคน, วานรนิวาส, โคกศรีสุพรรณ, เต่างอย ,กุสุมาลย์, ร.พ. พระอาจารย์แบน ธนากโร(ภูพาน), สกลนคร</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>หนองคาย (15 แห่ง) :
</TD><TD>ร.พ.หนองคาย, พรเจริญ, บึงกาฬ, ปากคาด, โพนพิสัย, บึงโขงหลง, สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ, เซกา, ศรีเชียงใหม่, บุ่งคล้า, สังคม, สาธารณสุข อ.บึงโขงหลง, ศรีวิไล, โซ่พิสัย , สระใคร</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>นครพนม (12 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.นครพนม, บ้านแพง, นาหว้า, ศรีสงคราม, นาทม, เรณูนคร, โพนสวรรค์, ท่าอุเทน, สถานีอนามัยสามผง, สถานีอนามัยบ้านกกบก , สาธารณสุขอำเภอนาทม ,ร.พ.ศรีสงคราม</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>ขอนแก่น (12 แห่ง) : </TD><TD bgColor=#e3fff1>ร.พ.พล, แวงน้อย, แวงใหญ่, บ้านฝาง, เขาสวนกวาง, สีชมพู, ภูผาม่าน, ซำสูง ,สมเด็จพระยุพราชกระนวน ,ชุมแพ , สถานีอนามัยตำบลบ้านเซี่ยงซุน (ป่าหวาย) อำเภอบ้านฝาง, แผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขอนแก่น </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>เลย (8 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.วังสะพุง, ภูหลวง,นาแห้ว, ภูเรือ, ด่านซ้าย, ท่าลี่, ปากชม, เมืองเลย</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>หนองบัวลำภู(6 แห่ง) : </TD><TD>สาธารณสุขจังหวัด, ร.พ.หนองบัวลำภู, โนนสัง, ศรีบุญเรือง, นากลาง, สุวรรณคูหา </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>กาฬสินธุ์ (13 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.นามน, คำม่วง, หนองกุงศรี, ท่าคันโท, ยางตลาด, สหัสขันธ์, สมเด็จ, ร่องคำ, ห้วยเม็ก, ห้วยผึ้ง, กมลาไสย, สมเด็จฯ กุฉินารายณ์, เขาวง</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>มุกดาหาร (6 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.มุกดาหาร, ดงหลวง, หนองสูง, คำชะอี, ดอนตาล, หว้านใหญ่ </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>มหาสารคาม(4 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.กันทรวิชัย, วาปีปทุม, นาดูน, พยัคฆภูมิพิสัย </TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>เพชรบูรณ์ (4 แห่ง) :
</TD><TD>ร.พ.หล่มสัก, น้ำหนาว, เขาค้อ, เพชรบูรณ์</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>ชัยภูมิ (11 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.เกษตรสมบูรณ์, ชัยภูมิ, คอนสาร, คอนสวรรค์, หนองบัวระเหว, บ้านแท่น, ภักดีชุมพล, เทพสถิต, เนินสง่า, บ้านเขว้า, ภูเขียว</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>พิจิตร (2 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.พิจิตร, โพธิ์ประทับช้าง </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>ศรีษะเกษ (2 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.ศรีรัตนะ, ยางชุมน้อย </TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>นครราชสีมา(2 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.ครบุรี, พิมาย </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>บุรีรัมย์ (8 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.บ้านกรวด, นาโพ, พุทไธสง, พลับพลาไชย, ห้วยราช, หนองหงส์, บุรีรัมย์, บรบือ</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>สุรินทร์ (1 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.สนม </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>ร้อยเอ็ด (5 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.เมยวดี, โพนทราย, ธวัชบุรี , โพธิ์ชัย , ปทุมรัตน์</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>ยโสธร (1 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.คำเขื่อนแก้ว</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>เชียงราย (1 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.เวียงแก่น </TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>น่าน (1 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.น่าน </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>อุตรดิตถ์ (3 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.อุตรดิตถ์, ฟากท่า, น้ำปาด</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>อุบลราชธานี (6 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.เขมราฐ, โขงเจียม, บุณฑริก , สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม, สิรินธร, กุดข้าวปุ้น</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>สุราษฎร์ธานี (2 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.ไชยา, พุนพิน </TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top height=29>นราธิวาส (1 แห่ง) : </TD><TD height=29>ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ </TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>พังงา (3 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.เกาะยาว , พังงา ,ศูนย์พยาธิแพทย์อันดามัน ร.พ.พังงา</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>กระบี่ (2 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.ปลายพระยา, เกาะพีพี</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>ฉะเชิงเทรา (1 แห่ง) : </TD><TD>ร.พ.พนมสารคาม </TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top>นนทบุรี (1 แห่ง) : </TD><TD>ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top>จันทบุรี (3 แห่ง) :</TD><TD noWrap>ร.พ.สองพี่น้อง , แก่งหางแมว, พระปกเกล้า</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top noWrap>ตาก (1 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.แม่ละมาด</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top noWrap>อำนาจเจริญ (2 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.พนา, ทุ่งศรีอุดม</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top noWrap>พิษณุโลก (2 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.ชาติตระการ, แผนกจักษุวิทยา รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top noWrap>ระยอง (1 แห่ง ) :</TD><TD>ร.พ. ปลวกแดง</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top noWrap>ชลบุรี (1 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.สัตหีบ</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top noWrap>เชียงใหม่ (1 แห่ง) :</TD><TD>ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่(สวนดอก)</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top noWrap>สงขลา(1 แห่ง):</TD><TD>ร.พ.หาดใหญ่</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top noWrap>ราชบุรี (1 แห่ง):</TD><TD>ร.พ. โพธาราม</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top noWrap>สุพรรณบุรี (1 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ. สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top noWrap>นครปฐม (1 แห่ง) :</TD><TD>ร.พ.นครปฐม</TD></TR><TR bgColor=#e3fff1><TD vAlign=top noWrap bgColor=#e3fff1>ประเทศลาว (6 แขวง รวม 7 แห่ง) :</TD><TD bgColor=#e3fff1>ร.พ.เวียงจันทน์, คำม่วน, บริกำไชย, สุวรรณเขต, พงสาลี, ปากซัน , ศูนย์ปิ่นปัวและรักษาสุขภาพตานครหลวงเวียงจันทน์</TD></TR><TR bgColor=#dedede><TD vAlign=top noWrap>ประเทศพม่า (1 แห่ง)</TD><TD>ร.พ. ท่าขี้เหล็ก</TD></TR></TBODY></TABLE>

<!-- / message --><!-- / message -->