NoOTa
17-04-2008, 09:33 PM
<TABLE id=Table1 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=550 border=0><TBODY><TR><TD style="BORDER-BOTTOM: 1px solid" colSpan=2>รัฐ-เอกชนเร่งกระตุ้นท่องเที่ยวแก้วิกฤติเศรษฐกิจไทย </TD></TR><TR><TD colSpan=2>ข่าววันที่ 17 เมษายน 2551 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ
</TD></TR><TR><TD colSpan=2></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle colSpan=2>http://www.siamrath.co.th/ImagesUpload/Graphic-P11.JPG</TD></TR><TR><TD vAlign=top colSpan=2><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD style="BORDER-BOTTOM: 1px solid">
เมื่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในเวลานี้ค่อนข้างตึงตัว ส่งผลให้หลายๆ คนระมัดระวังในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญแม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ ผันผวนไปเช่นใด อัตราการเติบโตก็ยังไม่ลดลง นั่นก็คืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งนับวันมีแต่โตขึ้นๆ ดังนั้นทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดเป็นเม็ดเงินเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศได้ตลอดทั้งปี
<O:p</O:p
เน้นกิจกรรมสร้างรายได้
<O:p
ซึ่งนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้เตรียมแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นไว้หลายโครงการด้วยกัน ซึ่งอันดับแรกคงจะมุ่งเน้นการทำตลาดใหม่ๆ หรือบางตลาดที่พร้อมจะมาเที่ยวเมืองไทย อาทิ ประเทศ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ระดับไฮเอ็นไม่ได้สนใจเรื่องเวลานั้น ก็จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซั่นที่จะมาถึงนี้
สำหรับการคืนชีพพืชสวนโลก จังหวัดเชียงใหม่ได้ถือฤกษ์ปีใหม่ไทย ในเทศกาลสงกรานต์ ล้านนา เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าระยะยาวของประเทศนั้นได้เปิดงานในช่วงเย็น เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ได้เข้าร่วมชม Midnight ไม้ดอก สวนกล้วยไม้ ชื่นชมเสน่ห์ความงามของมรดกไม้ไทยนั้น นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการขยายเวลาท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหมายถึงรายได้หมุนเวียนที่จะเกิดขึ้นย่อมมีมากกว่าเดิม โดยมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบอากาศในช่วงกลางวันเป็นต้น
โดย นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า โครงการต่างๆ ที่จะนำมากระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตลอดทั้งปีนั้น เริ่มตั้งแต่หลังวันที่ 14 เมษายนเป็นต้นไป จะมีการแจกวีดีซีเกี่ยวกับงานลอยกระทงให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ อาทิ จีน มาเลเซีย เวียดนาม และยุโรป ที่เดินทางกลับประเทศ เพื่อให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านั้นได้รับทราบข้อมูล พร้อมวางแผนที่จะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกในช่วงปลายปี
ทั้งวันสงกรานต์ และวันลอยกระทงนับเป็นเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศรู้จักเป็นอย่างมาก โดยในเวลานี้ได้ร่วมมือกับสถานทูตไทยในต่างประเทศ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานต่างประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานดังกล่าว พร้อมจัดงานขึ้นตามประเทศต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อผลักดันให้ทั้งสองเทศกาลนี้เป็นการท่องเที่ยวระดับโลกในอนาคต
ขณะที่ในช่วงกลางปีจะมีโครงการกระตุ้นการล่องเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์หนึ่งในแคมเปญท่องเที่ยวที่สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้ง ไทย และชาวต่างประเทศ ได้ไม่น้อย นอกจากบรรยากาศสองข้างทางที่เป็นจุดขายอันโดดเด่นรวมไปถึงศิลปะวัฒนธรรม โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ วิถีชุมชนริมแม่น้ำ และอาหารไทยแล้ว
เส้นทางแรกจะจัดกิจกรรมล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาชมโบราณสถานริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามเย็น พร้อมชมแสงสีในยามค่ำคืนระหว่างสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ถึงจังหวัดนนทบุรี ซึ่งในเวลานี้ได้พูดคุยกับการไฟฟ้านครหลวง และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องรองบประมาณกลางปี ซึ่งเมื่อใดได้งบประมาณมาก็สามารถเริ่มงานได้ทันที รวมไปถึงการจัดแสงสีในยามค่ำคืนตามโบราณสถานต่างๆ ที่เป็นมรดกโลก อาทิ จังหวัดอยุธยา สุโขทัย ซึ่งจะเป็นโครงการต่อไป
<O:p</O:p
แอตต้าวอนโปรโมทต่อเนื่อง
<O:p
ด้านนายอภิชาติ สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผย สยามรัฐ ถึงแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ว่า สิ่งดังกล่าวมาข้างต้นนั้นจะต้องพิจารณาถึงคุณภาพของแต่ละประเทศด้วย เนื่องจากการท่องเที่ยวจะไม่เหมือนกัน อีกทั้งจะต้องมาดูการทำโปรโมชั่นแต่ละเทศกาลว่าตลาดไหนจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยบ้าง เพราะเทรนด์ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเมืองไทยในช่วงโลซีซั่นจะเป็นตลาดออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ตลาดมิสเดอร์อีสต์ รวมถึงตลาดอินเดีย เกาหลี จีน ญีปุ่น
โดยตลาดเกาหลี จีน ญี่ปุ่น นั้นจะเน้นในด้านการทำบุญตักบาตร ซึ่งสามารถทำตลาดได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นอินเดีย หรือออสเตรเลีย ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นจะต้องพิจารณาภาพรวมทั้งหมดและจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน แม้กระทั่งเวลานี้ช่วงเทศกาลสรงกรานต์ที่ทางภาครัฐย้ำให้ภาคเอกชน ช่วยกันกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาไทยนั้น ในความจริงอาจเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวสงกรานต์จริง ๆ น้อยมาก และส่วนใหญ่จะเป็นเพียงกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งใจจะมาเล่นน้ำเท่านั้น ส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพก็ไม่กล้าเข้ามาเล่นสงกรานต์ในเมืองไทย เพราะกลัวเปียก
สำหรับสาเหตุหลักก็คือไทยไม่เคยทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้ทำตลอดเวลา ซึ่งพอมีเทศกาลที ก็มาโหมทีหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่มีความต่อเนื่องทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวขาดหายไป นอกจากนี้ควรจะทำสถานที่ให้เหมาะสมกับประเพณีที่สวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมได้ หรือร่วมเล่นสงกรานต์ได้ ซึ่งปัจจุบันการเล่นสงกรานต์ของบ้านเราจะเล่นอยู่ริมถนนสาดน้ำเล่น ซึ่งมีเพียงถนนข้าวสารแห่งเดียว ดังนั้นควรจะนำส่วนที่ดี นำมาใช้เพื่อโปรโมชั่นเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทย อีกทั้งจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้ดังๆ และทำอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่เทศกาลลอยกระทงก็เช่นกัน เมื่อใกล้จะถึงเทศกาลลอยกระทงก็มาโหมประชาสัมพันธ์ทีหนึ่ง
<O:p
จัดสถานที่รองรับตลาดจีน
นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องพิจารณาก่อนว่าตลาดไหนจะมาในช่วงฤดูเทศกาลนั้น ๆ และสาเหตุที่มีนักท่องเที่ยวเกาหลี หรือจีนเข้ามาในเมืองไทยมากในช่วงนี้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลี และจีน และมีการร่วมมือกันจัด ชาร์เตอร์ไฟส์ เหมาลำ ซึ่งถ้ามีการเดินทางไปขาเดียว ก็ไม่สามารถรองรับได้ ดังนั้นจะต้องมีทั้งสองขา ทั้งไปและกลับนั่นเอง แต่เมื่อเข้ามาแล้วไทยก็ประสบปัญหาเรื่องสถานที่ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในการรองรับนักท่องเที่ยวมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดกันอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครทำจริงจัง
ส่วนถนนข้าวสารก็อาจจะจัดให้เป็นสถานที่เล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ไปเลยทุก ๆ ปี หรือบริเวณรอบ ๆ สนามหลวง ทั้งนี้จะต้องกำหนดสถานที่เล่นน้ำไว้อย่างชัดเจน และไม่ควรขับรถกระบะเล่นน้ำด้วยการสาดไปทั่วเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มก็ไม่ชอบเล่นน้ำในช่วงนี้ โดยเฉพาะแถวย่านสุขุมวิท,สีลม
นอกจากนี้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คนไทยยังนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศสูงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเดินไปทางท่องเที่ยวไปยังประเทศเกาหลีมากขึ้น ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เริ่มปรับราคาลงมาเพื่อแข่งขันกับประเทศเกาหลี ทำให้สามารถดึงนักท่องเที่ยวไทยเข้าไปในประเทศได้มากขึ้น ส่วนตลาดจีนที่เดินเข้ามาประเทศไทยประมาณ 10,000 คนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เนื่องจากคนไทยจัดไปเที่ยวจีนมากเช่นกันโดยมีเที่ยวบินไปประเทศจีนประมาณ 50 ลำ
อย่างไรก็ตามเมื่อภาครัฐมีการจัดทำแผนการตลาดเพื่อกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวทุกเทศกาลนั้น ทางภาคเอกชนก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพียงแต่ว่าควรจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ดังและต่อเนื่อง แม้กระทั่งงานช้างสุรินทร์ ก็ไม่ควรจะหายไปเลย และควรจะกลับมาทำใหม่ให้ดี หรือแม้แต่กระทั่งงานลอยกระทง ก็ควรจะทำให้สวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสได้ง่าย โดยต้องพิจารณาถึงแต่ละเทศกาลว่ากลุ่มต่างชาติประเทศใดสนใจเทศกาลใดเป็นพิเศษ และควรจะกระตุ้นตลาดกลุ่มที่สนใจ นายอภิชาติกล่าว
<O:p</O:p
ล้อมกรอบ<O:p</O:p
เดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยว
<O:p
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้เตรียมเสนอแผนอนุมัติงบกระตุ้นท่องเที่ยวสำหรับปีงบประมาณ 2551 จำนวนเงิน 3,492 ล้านบาท ต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งมีพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลนโยบายการท่องเที่ยว เป็นประธาน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งในปี 2551-2554 รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวและการลงทุนด้านการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ในการของบได้เตรียมไว้ 2 ทางเลือก คือ 1.ของจัดสรรงบท่องเที่ยวจำนวน 1% ของรายได้จากการท่องเที่ยว 1 ล้านล้านต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาการตลาดและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กัน ส่วนทางเลือกที่สองคือ การขอเสนองบประมาณตามกรอบยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระหว่างปี 2551-2554 มูลค่ารวม 3.4 หมื่นล้านบาทภายใต้ 2 ยุทธศาสตร์หลัก
สำหรับอันดับแรก คือการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมของประเทศไทย มูลค่า 2.45 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยโครงการประทับใจไทยแลนด์ ดำเนินการโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และงบประมาณสนับสนุนสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และ อันดับ 2. เป็นการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวและบริการ ประกอบด้วยโครงการขนาดใหญ่ด้านการท่องเที่ยวหรือเมกะโปรเจค และการสนับสนุน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่าง หรืออพท. มูลค่า 9,437 ล้านบาท
<O:p
</TD></TR><TR><TD></TD></TR><TR><TD>http://www.siamrath.co.th/Images/arrow.gifรูปประกอบข่าว</TD></TR><TR><TD><TABLE id=NewsCurrentDetail1_dlimage style="WIDTH: 100%; BORDER-COLLAPSE: collapse" cellSpacing=0 cellPadding=1 border=0><TBODY><TR><TD><TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=TableAnswerContent><TABLE width="100%"><TBODY><TR><TD align=left>http://www.siamrath.co.th/ImagesUpload/Graphic-P11.JPG</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>-----------
ref.
http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=68&nid=12003
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR><TR><TD colSpan=2></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle colSpan=2>http://www.siamrath.co.th/ImagesUpload/Graphic-P11.JPG</TD></TR><TR><TD vAlign=top colSpan=2><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD style="BORDER-BOTTOM: 1px solid">
เมื่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในเวลานี้ค่อนข้างตึงตัว ส่งผลให้หลายๆ คนระมัดระวังในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญแม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ ผันผวนไปเช่นใด อัตราการเติบโตก็ยังไม่ลดลง นั่นก็คืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งนับวันมีแต่โตขึ้นๆ ดังนั้นทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดเป็นเม็ดเงินเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศได้ตลอดทั้งปี
<O:p</O:p
เน้นกิจกรรมสร้างรายได้
<O:p
ซึ่งนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้เตรียมแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นไว้หลายโครงการด้วยกัน ซึ่งอันดับแรกคงจะมุ่งเน้นการทำตลาดใหม่ๆ หรือบางตลาดที่พร้อมจะมาเที่ยวเมืองไทย อาทิ ประเทศ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ระดับไฮเอ็นไม่ได้สนใจเรื่องเวลานั้น ก็จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซั่นที่จะมาถึงนี้
สำหรับการคืนชีพพืชสวนโลก จังหวัดเชียงใหม่ได้ถือฤกษ์ปีใหม่ไทย ในเทศกาลสงกรานต์ ล้านนา เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าระยะยาวของประเทศนั้นได้เปิดงานในช่วงเย็น เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ได้เข้าร่วมชม Midnight ไม้ดอก สวนกล้วยไม้ ชื่นชมเสน่ห์ความงามของมรดกไม้ไทยนั้น นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการขยายเวลาท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหมายถึงรายได้หมุนเวียนที่จะเกิดขึ้นย่อมมีมากกว่าเดิม โดยมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบอากาศในช่วงกลางวันเป็นต้น
โดย นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า โครงการต่างๆ ที่จะนำมากระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตลอดทั้งปีนั้น เริ่มตั้งแต่หลังวันที่ 14 เมษายนเป็นต้นไป จะมีการแจกวีดีซีเกี่ยวกับงานลอยกระทงให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ อาทิ จีน มาเลเซีย เวียดนาม และยุโรป ที่เดินทางกลับประเทศ เพื่อให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านั้นได้รับทราบข้อมูล พร้อมวางแผนที่จะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกในช่วงปลายปี
ทั้งวันสงกรานต์ และวันลอยกระทงนับเป็นเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศรู้จักเป็นอย่างมาก โดยในเวลานี้ได้ร่วมมือกับสถานทูตไทยในต่างประเทศ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานต่างประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานดังกล่าว พร้อมจัดงานขึ้นตามประเทศต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อผลักดันให้ทั้งสองเทศกาลนี้เป็นการท่องเที่ยวระดับโลกในอนาคต
ขณะที่ในช่วงกลางปีจะมีโครงการกระตุ้นการล่องเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์หนึ่งในแคมเปญท่องเที่ยวที่สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้ง ไทย และชาวต่างประเทศ ได้ไม่น้อย นอกจากบรรยากาศสองข้างทางที่เป็นจุดขายอันโดดเด่นรวมไปถึงศิลปะวัฒนธรรม โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ วิถีชุมชนริมแม่น้ำ และอาหารไทยแล้ว
เส้นทางแรกจะจัดกิจกรรมล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาชมโบราณสถานริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามเย็น พร้อมชมแสงสีในยามค่ำคืนระหว่างสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ถึงจังหวัดนนทบุรี ซึ่งในเวลานี้ได้พูดคุยกับการไฟฟ้านครหลวง และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องรองบประมาณกลางปี ซึ่งเมื่อใดได้งบประมาณมาก็สามารถเริ่มงานได้ทันที รวมไปถึงการจัดแสงสีในยามค่ำคืนตามโบราณสถานต่างๆ ที่เป็นมรดกโลก อาทิ จังหวัดอยุธยา สุโขทัย ซึ่งจะเป็นโครงการต่อไป
<O:p</O:p
แอตต้าวอนโปรโมทต่อเนื่อง
<O:p
ด้านนายอภิชาติ สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผย สยามรัฐ ถึงแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ว่า สิ่งดังกล่าวมาข้างต้นนั้นจะต้องพิจารณาถึงคุณภาพของแต่ละประเทศด้วย เนื่องจากการท่องเที่ยวจะไม่เหมือนกัน อีกทั้งจะต้องมาดูการทำโปรโมชั่นแต่ละเทศกาลว่าตลาดไหนจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยบ้าง เพราะเทรนด์ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเมืองไทยในช่วงโลซีซั่นจะเป็นตลาดออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ตลาดมิสเดอร์อีสต์ รวมถึงตลาดอินเดีย เกาหลี จีน ญีปุ่น
โดยตลาดเกาหลี จีน ญี่ปุ่น นั้นจะเน้นในด้านการทำบุญตักบาตร ซึ่งสามารถทำตลาดได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นอินเดีย หรือออสเตรเลีย ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นจะต้องพิจารณาภาพรวมทั้งหมดและจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน แม้กระทั่งเวลานี้ช่วงเทศกาลสรงกรานต์ที่ทางภาครัฐย้ำให้ภาคเอกชน ช่วยกันกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาไทยนั้น ในความจริงอาจเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวสงกรานต์จริง ๆ น้อยมาก และส่วนใหญ่จะเป็นเพียงกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งใจจะมาเล่นน้ำเท่านั้น ส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพก็ไม่กล้าเข้ามาเล่นสงกรานต์ในเมืองไทย เพราะกลัวเปียก
สำหรับสาเหตุหลักก็คือไทยไม่เคยทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้ทำตลอดเวลา ซึ่งพอมีเทศกาลที ก็มาโหมทีหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่มีความต่อเนื่องทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวขาดหายไป นอกจากนี้ควรจะทำสถานที่ให้เหมาะสมกับประเพณีที่สวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมได้ หรือร่วมเล่นสงกรานต์ได้ ซึ่งปัจจุบันการเล่นสงกรานต์ของบ้านเราจะเล่นอยู่ริมถนนสาดน้ำเล่น ซึ่งมีเพียงถนนข้าวสารแห่งเดียว ดังนั้นควรจะนำส่วนที่ดี นำมาใช้เพื่อโปรโมชั่นเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทย อีกทั้งจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้ดังๆ และทำอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่เทศกาลลอยกระทงก็เช่นกัน เมื่อใกล้จะถึงเทศกาลลอยกระทงก็มาโหมประชาสัมพันธ์ทีหนึ่ง
<O:p
จัดสถานที่รองรับตลาดจีน
นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องพิจารณาก่อนว่าตลาดไหนจะมาในช่วงฤดูเทศกาลนั้น ๆ และสาเหตุที่มีนักท่องเที่ยวเกาหลี หรือจีนเข้ามาในเมืองไทยมากในช่วงนี้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลี และจีน และมีการร่วมมือกันจัด ชาร์เตอร์ไฟส์ เหมาลำ ซึ่งถ้ามีการเดินทางไปขาเดียว ก็ไม่สามารถรองรับได้ ดังนั้นจะต้องมีทั้งสองขา ทั้งไปและกลับนั่นเอง แต่เมื่อเข้ามาแล้วไทยก็ประสบปัญหาเรื่องสถานที่ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในการรองรับนักท่องเที่ยวมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดกันอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครทำจริงจัง
ส่วนถนนข้าวสารก็อาจจะจัดให้เป็นสถานที่เล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ไปเลยทุก ๆ ปี หรือบริเวณรอบ ๆ สนามหลวง ทั้งนี้จะต้องกำหนดสถานที่เล่นน้ำไว้อย่างชัดเจน และไม่ควรขับรถกระบะเล่นน้ำด้วยการสาดไปทั่วเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มก็ไม่ชอบเล่นน้ำในช่วงนี้ โดยเฉพาะแถวย่านสุขุมวิท,สีลม
นอกจากนี้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คนไทยยังนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศสูงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเดินไปทางท่องเที่ยวไปยังประเทศเกาหลีมากขึ้น ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เริ่มปรับราคาลงมาเพื่อแข่งขันกับประเทศเกาหลี ทำให้สามารถดึงนักท่องเที่ยวไทยเข้าไปในประเทศได้มากขึ้น ส่วนตลาดจีนที่เดินเข้ามาประเทศไทยประมาณ 10,000 คนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เนื่องจากคนไทยจัดไปเที่ยวจีนมากเช่นกันโดยมีเที่ยวบินไปประเทศจีนประมาณ 50 ลำ
อย่างไรก็ตามเมื่อภาครัฐมีการจัดทำแผนการตลาดเพื่อกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวทุกเทศกาลนั้น ทางภาคเอกชนก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพียงแต่ว่าควรจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ดังและต่อเนื่อง แม้กระทั่งงานช้างสุรินทร์ ก็ไม่ควรจะหายไปเลย และควรจะกลับมาทำใหม่ให้ดี หรือแม้แต่กระทั่งงานลอยกระทง ก็ควรจะทำให้สวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสได้ง่าย โดยต้องพิจารณาถึงแต่ละเทศกาลว่ากลุ่มต่างชาติประเทศใดสนใจเทศกาลใดเป็นพิเศษ และควรจะกระตุ้นตลาดกลุ่มที่สนใจ นายอภิชาติกล่าว
<O:p</O:p
ล้อมกรอบ<O:p</O:p
เดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยว
<O:p
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้เตรียมเสนอแผนอนุมัติงบกระตุ้นท่องเที่ยวสำหรับปีงบประมาณ 2551 จำนวนเงิน 3,492 ล้านบาท ต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งมีพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลนโยบายการท่องเที่ยว เป็นประธาน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งในปี 2551-2554 รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวและการลงทุนด้านการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ในการของบได้เตรียมไว้ 2 ทางเลือก คือ 1.ของจัดสรรงบท่องเที่ยวจำนวน 1% ของรายได้จากการท่องเที่ยว 1 ล้านล้านต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาการตลาดและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กัน ส่วนทางเลือกที่สองคือ การขอเสนองบประมาณตามกรอบยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระหว่างปี 2551-2554 มูลค่ารวม 3.4 หมื่นล้านบาทภายใต้ 2 ยุทธศาสตร์หลัก
สำหรับอันดับแรก คือการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมของประเทศไทย มูลค่า 2.45 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยโครงการประทับใจไทยแลนด์ ดำเนินการโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และงบประมาณสนับสนุนสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และ อันดับ 2. เป็นการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวและบริการ ประกอบด้วยโครงการขนาดใหญ่ด้านการท่องเที่ยวหรือเมกะโปรเจค และการสนับสนุน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่าง หรืออพท. มูลค่า 9,437 ล้านบาท
<O:p
</TD></TR><TR><TD></TD></TR><TR><TD>http://www.siamrath.co.th/Images/arrow.gifรูปประกอบข่าว</TD></TR><TR><TD><TABLE id=NewsCurrentDetail1_dlimage style="WIDTH: 100%; BORDER-COLLAPSE: collapse" cellSpacing=0 cellPadding=1 border=0><TBODY><TR><TD><TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=TableAnswerContent><TABLE width="100%"><TBODY><TR><TD align=left>http://www.siamrath.co.th/ImagesUpload/Graphic-P11.JPG</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>-----------
ref.
http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=68&nid=12003
</TD></TR></TBODY></TABLE>