PDA

View Full Version : Tropical Temptation


Vay
16-04-2008, 11:47 AM
<TABLE cellSpacing=8 cellPadding=0 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left>Tropical Temptation</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=left background=../../images/dot3.gif>http://women.msnth2.com/images/dot3.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=left>เรื่อง นพ. ชัชดนัย มุสิกไชย และอติญาณี มัธยมจันทร์

ลิ้มรสอาหารสไตล์ทรอปิคอล แปซิฟิก ริม ที่ผสมผสารกลิ่นอายอาหารจากหลากเชื้อชาติ จนออกมาเป็นเมนูเด็ดแสนอร่อย

จากความมีเอกลักษณ์โดดเด่นและบริการที่เปิดมายาวนานถึง 15 ปี ห้องอาหาร เทรเดอร์ วิคส์ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ก็ยังคงสร้างความประทับใจให้ผู้มาชิมแวะเวียนกลับมาเยี่ยมกันอยู่เนืองๆ สิ่งที่ขึ้นชื่อของที่นี่และไม่เหมือนใครคืออาหารต้นตำรับในแบบทรอปิคอล แปซิฟิก ริม ซึ่งมีที่มาจากอาหารพื้นเมืองโพลีนีเซียนที่ถูกผสมผสานเข้ากับอิทธิพลหลากหลายทั้งจากจีน อินเดีย และฝรั่งเศส อาหารส่วนใหญ่จึงใช้อาหารทะเลเป็นวัตถุดิบหลักและปรุงโดยใช้ผลไม้ท้องถิ่น เช่นมะละกอ สับปะรด นอกจากนี้ยังมีการใช้กะทิเป็นส่วนผสม ต่อมาภายหลังเมื่อได้รับอิทธิพลจากจีน จึงมีการนำเนื้อหมูมาใช้ในการประกอบอาหาร และริเริ่มใช้วิธีการปรุงด้วยการผัดหรือทอดกับน้ำมัน

ห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ ถือกำเนิดขึ้นที่อเมริกาในปี ค.ศ. 1930 และประสบความสำเร็จจนปัจจุบันมีสาขาทั่วโลกกว่า 20 สาขา รวมทั้งในประเทศไทยซึ่งมีเพียงแห่งเดียว นอกจากชื่อเสียงในเรื่องอาหารและบรรยากาศในแบบแปซิฟิกใต้แล้ว ห้องอาหารแห่งนี้ยังเป็นต้นแบบของค็อกเทล "ไมไท" (Maitai) ที่ปรุงจากเหล้ารัมชั้นดี จากที่เคยนิยมดื่มฉลองกันริมชายทะเล "ไมไท" กลายมาเป็นชื่อที่รู้จักกันดีทั่วโลก

อาหารมื้อนี้ เชฟประจำห้อง บุณสอน ปิลอง ต้อนรับและพาชมโอ่งดินอบอันเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเทรเดอร์ วิคส์ โอ่งใบนี้เลียนแบบมาจากเตาย่างจีนที่มีประวัติย้อนหลังกลับไปถึงสมัยราชวงฮั่น ความพิเศษคือเป็นวิธีการปรุงสุกด้วยการรมควันโดย ฟืนที่ใช้ก่อไฟจะอยู่ด้าานหน้าของเตา มันของเนื้อสัตว์ที่ย่างจึงไม่ตกโดนไฟ ทำให้ไม่ก่อให้เกิดการไหม้และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การรมควันด้วยไม้เชื้อเพลิงชั้นดีทำให้เนื้อวัตถุดิบมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน จึงไม่น่าแปลกใจที่โอ่งดินใบนี้จะกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเทรเดอร์ วิคส์ทั่วโลก
http://woman.impaqserver.com/imagelib/012008/4769baf6ad4aa4c.jpg
อาหารจานแรกในชื่อเทรเดอร์ วิคส์ คอมบิเนชั่น (Trader Vic's Combination) ผสมผสานอาหารเรียกน้ำย่อยให้ได้อิ่มเอมกันถึง 6 แบบ สลัดปลาแซลมอนโลมิ-โลมิ (Lomi-Lomi) ปรุงด้วยน้ำมะนาว ซอสเปรี้ยว วูดสเตอร์ไชร์ (Worcestershire) ซอสทาบาสโก้ และน้ำมันมะกอก หอยเอสคาโก (Escargot) กับซอสเครโอล (creole) ที่ปรุงด้วยการผัดกับเนย หอมแดง กระเทียม ซอสพริกสดดองคาลาเปญโย (Jalapeno) รสเปรี้ยวอมเผ็ด แล้ว Flambee ด้วยไวน์ขาว มิกซ์สลัด (Mixed Salad) สูตรเทรเดอร์ วิคส์ ใส่ซอสชวารสออกเปรี้ยวเค็มหวานแต้มเผ็ด สลัดล็อบสเตอร์กับอโวคาโด (Lobster & Avocado Salad) เป็นกุ้งล็อบสเตอร์สุกคลุกหอม มะเขือเทศ อโวคาโด และซอสตาฮิติ หอยเชลล์ย่าง (Grilled Scallops) ปรุงด้วยซอสพริกทาบาสโก้ เกลือ พริกไทย น้ำมันมะกอก ตกแต่งหน้าด้วยไข่ปลา แซลมอน และท้ายสุดปลาเทราต์จากเชียงใหม่ (Chiang Mai Trout) ที่หอมด้วยการรมควัน จัดวางบนผักสลัดและมันฝรั่ง
http://woman.impaqserver.com/imagelib/012008/28e5a212c6d1ec9.jpg
จากอาหารเรียกน้ำย่อยที่สะท้อนความเป็นแป็นแปซิฟิกในหลากสีสัน ซุปบองโก (Bongo-Bongo Soup) ซึ่งเสิร์ฟเป็นอันดับต่อมาให้กลิ่นอายของทะเลไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อปรุงโดยนำผักโขมมาปั่นกับหอยนางรมก่อนเติมด้วยซอสวูดสเตอร์ไชร์ ทาบาสโก้ แล้วแต่งด้วยวิปปิ้งครีม บองโกเป็นซุปข้นโดยธรรมชาติ ไม่ต้องปรุงแต่งมาก ส่วนผสมหลักที่เป็นหอยนางรมทำให้ซุปบ่งบอกความเป็นทะเลอย่างชัดเจน การนำผักโขมมาผสมช่วยไม่ให้ซุปเข้มข้นมากเกินไปและยังทอนความมันได้ดี
http://woman.impaqserver.com/imagelib/012008/1ffa682a5fe35f3.jpg
เมนคอร์สเป็นซี่โครงหมูอบ (Mustard, Garlic and Rosemary Spareribs) หน้าตามชวนชิมด้วยอิทธิพลของจีน ซี่โครงหมูทั้งอกถูกนำมาหมักกับเครื่องเทศที่เป็นสูตรเฉพาะของเทรเดอ วิคส์ แล้วจึงนำไปอบรมควันในโอ่งอบดินจนสุกพอดี การใช้ไม้การบูรเป็นฟืนทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมมีความนุ่มและไม่แห้ง ส่วนซอสซึ่งเป็นน้ำหมักที่ได้จากการรมควันรสออกหวานโดยธรรมชาติ ซี่โครงหมูจานนี้ให้กลิ่นอายของจีนผสมฝรั่งด้วยการใส่เครื่องเทศกระเทียมและโรสแมรี่ เสิร์ฟพร้อมผักเขียวจากโครงการหลวง เช่น บรอคโคลี่ ผักกวางตุ้ง หน่อไม้ฝรั่ง พริกหยวกเหลืองแดง ที่นำมาผัดรวมกันโดยผักยังคงความกรอบและสด
http://woman.impaqserver.com/imagelib/012008/8949291bb4e00e0.jpg
ตบท้ายเป็นซูเฟล่แกรนด์มานิเยร์ (Chilled Grand Manier Souffle) ที่เด่นด้วยเหล้ากลิ่นส้มตีฟูใส่ในภาชนะ กะลามะพร้าวเผา เสิร์ฟพร้อมช็อกโกแลตมูส 3 รส คือมูส ช็อกโกแลตขาวใส่เหล้า กวงโทร (Cointreau) มูส ช็อกโกแลตดำใส่บรั่นดี และมูสช็อกโกแลตนมใส่คาลัว ราดด้วยซอสผลไม้ทำจากมะม่วงและราสพ์เบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวตัดกับมูสหวาน ซึ่งนอกจากจะถูกใจคนชอบช็อกโกแลตแล้ว ยังเป็นรสชาติที่ปิดท้ายได้อย่างลงตัว และที่ลืมไม่ได้ก่อนจะจากกัน คือค็อกเทลผลไม้รัมรสนุ่มในชื่อ "ไมไท" ที่แปลว่าอร่อยในภาษาฮาวาย เพื่อความรื่นรมย์ครบถ้วนแบบแปซิฟิก ริม
วิธีทำ

เทรเดอร์ วิคส์ คอมบิเนชั่น (Trader Vic's Combination) (http://women.msnth2.com/articles/835/35001109.aspx)
ซุปบองโก (Bongo-Bongo Soup) (http://women.msnth2.com/articles/835/35001107.aspx)
ซี่โครงหมูอบ (Mustard, Garlic and Rosemary Spareribs) (http://women.msnth2.com/articles/835/35001108.aspx)
ซูเฟล่แกรนด์มานิเยร์ (Chilled Grand Manier Souffle) (http://women.msnth2.com/articles/835/35001110.aspx)
สูตรอาหารจาก เชฟ บุญสอน ปิลอง จากห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์
โรงแรม แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ โทร 0-2476-0021
ช่างภาพ สมโภช พงศาภิชาติ ดำเนินงานโดย พิมพิไล บุญจอง และ มินทิรา ตัณฑวณิช

ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Harper's Bazaar ฉบับภาษาไทย</TD></TR></TBODY></TABLE>

บุษบากาญจ์
16-04-2008, 12:59 PM
http://woman.impaqserver.com/imagelib/012008/4769baf6ad4aa4c.jpg

น่าทานจังเลย

เฮียปอ ตำมะลัง
16-04-2008, 10:48 PM
ใช่...น่าทานกับคนรู้ใจจัง

บุษบากาญจ์
16-04-2008, 10:49 PM
ไม่ยากเฮียก็พามาดามไปทานสิ หุหุหุ