PDA

View Full Version : หลวงพ่อใหญ่ วัดโยธานิมิต ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี


กัตติกา
13-04-2008, 06:41 AM
http://matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdPVEV6TURRMU1RPT0=&sectionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB4TXc9PQ==


หลวงพ่อใหญ่ วัดโยธานิมิต ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี

คอลัมน์ ไหว้พระ76จังหวัด




<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/04/bud09130451p1.jpg

</TD></TR></TBODY></TABLE>
จันทบุรี เป็นเมืองชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยในแต่ละยุคสมัย ทั้งสมัยก่อนกรุงธนบุรีและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดังปรากฏหลักฐานสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่จวบจนทุกวันนี้

หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งยังเป็นพระยาวชิรปราการ ได้นำกำลังพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกทางทิศตะวันออกของกรุงศรีอยุธยาและยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นเวลา 5 เดือน เพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรี้พลจากนั้นจึงนำกำลังพลทั้ง ไทย-จีน จำนวน 5,000 คน กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.2310

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี สามารถเห็นได้จากที่มีโบราณสถานและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้อง หรือจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในครั้งนั้น

จังหวัดจันทบุรี เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะ ทุเรียน เงาะ มังคุด และพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เป็นศูนย์กลางธุรกิจ ด้านอัญมณี และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ชายทะเล และโบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ

นอกจากนี้ จังหวัดจันทบุรี ยังมีสถานที่สำคัญที่เป็นศูนย์รวมใจแห่งศรัทธาของชาวเมือง คือ วัดโยธานิมิต

"วัดโยธานิมิต" ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลบางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระอุโบสถเป็นแบบหลังคาชั้นเดียว ไม่มีช่อฟ้าไม่มีใบระกา เป็นลักษณะเฉพาะของอุโบสถที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งได้รับอิทธิพลการก่อสร้างมาจากศิลปะแบบจีน

ภายในพระอุโบสถไม่มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สภาพปัจจุบัน วัดโยธานิมิต อยู่ในค่ายเนินวง และอยู่ห่างจากแนวกำแพงประมาณ 100 เมตร เนื้อที่วัดประมาณ 1 ไร่ โดยมีซากแนวกำแพงรอบวัดก่อด้วยศิลาแลง สภาพปัจจุบันเหลือแต่แนวกำแพงเป็นบางส่วน

จากแนวกำแพงรอบวัด หลังโบสถ์มีเจดีย์สูงประมาณ 20 เมตร มีกำแพงรอบอุโบสถก่ออิฐถือเป็นปูนสองชั้น ชั้นนอก กว้าง 27 เมตร ยาว 55 เมตร สูง 1.20 เมตร ชั้นในกว้าง 18 เมตร ยาว 28 เมตร สูง 1 เมตร

กำแพงเมืองวัดโยธานิมิต ก่อด้วยศิลาแลงโดยรอบ ภายในกำแพงวัดมีโบสถ์หลังหนึ่งขนาดกว้าง 5 ห้อง มีเฉลียงรอบพระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นซึ่งสร้างพร้อมกันกับโบสถ์ หลังโบสถ์ออกไปมีเจดีย์กลมแบบกังกาอยู่องค์หนึ่งสูงประมาณ 20 เมตร พร้อมกับศาลาการเปรียญ อยู่หลังหนึ่ง และกุฏิสงฆ์

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) ระบุว่า "...ในพุทธศักราช 2377 เมื่อเดือน 1 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลังเป็นแม่กองสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่เนินวง ด้วยบ้านราษฎรอยู่ลึกเข้าไปข้างหลักเมือง เป็นที่ป้องกันครอบครัวพลเมืองได้ แล้วจึงสร้างวัดขึ้นสำหรับเมืองวัด 1 ชื่อวัดโยธานิมิต..."

เหตุที่สร้างวัด เนื่องจากในครั้งนั้น เมื่อญวณขอเดินทางผ่านประเทศไทย เพื่อจะไปตีเมืองเขมร รัฐบาลไทยส่งหลวงประดิษฐ์ บุญนาค นำทัพมาปักหลักที่เมืองจันทบุรี ตรงบริเวณค่ายเนินวงค์ เพื่อขัตตาทัพ

แต่ทหารไทยไม่ได้รบกับต่างชาติ หลวงประดิษฐ บุญนาค จึงนำทหารสร้างวัดโยธานิมิต โดยสร้างโบสถ์ด้วยชันอ้อยผสมดินศิลาแลง ต่อด้วยฝาผนังเป็นไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผา มีเสมาทรงเหลี่ยมตั้งทับหลุมลูกนิมิต

ต่อมาในปีพุทธศักราช 2521 คณะกรรมการวัดโยธานิมิตได้ก่อสร้างอุโบสถ์หลังใหม่แทนอุโบสถหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม ด้วยการสร้างทับตามรอยเขตขอบเสมาเดิม

ปัจจุบัน วัดโยธานิมิต มี พระครูพินิจธรรมประภาส (พระอาจารย์ ต้อม) เป็นเจ้าอาวาส วัดโยธานิมิต เป็นหนึ่งใน 9 วัดของจังหวัดจันทบุรี ที่กำหนดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต้อนรับนักท่องเที่ยวมาจากต่างจังหวัด ที่มาเยือน ทางเข้าวัด อยู่ริมถนนท่าแฉลบ ห่างจากเขตเทศบาลเมืองจันทบุรีประมาณ 4 กิโลเมตร ตั้งอยู่ใกล้พิพิทธภัณฑ์แห่งชาติพาณิชยนาวี

พระมงคลเทพนิมิต หรือหลวงพ่อใหญ่ ประดิษฐานในพระอุโบสถวัดโยธานิมิต ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมืองของค่ายเนินวงค์ (ค่ายทหารเมืองเก่า) ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 4 เมตร หล่อด้วยดินศิลาแลงผสมงบน้ำอ้อย

ประชาชนนิยมเข้าสักการะหลวงพ่อใหญ่ เนื่องจากเชื่อว่ามีเมตตามหานิยม และแคล้วคลาด จึงมีชาวบ้านและบุคคลทั่วไป เดินทางมากราบไหว้จำนวนมากในแต่ละวัน

เมื่อปี 2542 เกิดเหตุประหลาดไฟฟ้าลัดวงจรเพลิงลุกไหม้หลวงพ่อใหญ่ เผาไหม้ที่ผ้าอังสะ ที่สวมใส่ในองค์หลวงพ่อใหญ่ ชาวบ้านช่วยกันดับไฟ พอเพลิงสงบ พบว่าอังสะที่สวมใส่องค์หลวงพ่อใหญ่ไม่มีร่องรอยไฟไหม้เลย

มีลูกศิษย์ได้นำอังสะติดตัวไปหลายคน และประสบความโชคดี ค้าขายดี บ้างก็มีโชค ตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไป และแคล้วคลาดภัยอุบัติเหตุ

หากมีโอกาสไปเยือนเมืองจันทบุรี ขอเชิญไปกราบไหว้ พระมงคลเทพนิมิต หรือหลวงพ่อใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลอันดีเทอญ

toss
14-04-2008, 12:56 AM
อนุโมทนาบุญด้วยครับ มีโอกาสจะไปกราบเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต

ธรรมวิวัฒน์
14-04-2008, 09:45 AM
อนุโมทนาครับ
<!-- / message --><!-- sig -->

Vay
15-04-2008, 05:21 PM
อนุโมทนาครับ

อรวี จุฑากรณ์
18-04-2008, 08:41 PM
โมทนาสาธุ