ปทุมธานี
05-04-2008, 06:34 PM
<CENTER>http://www.tourwat.com/webboard/uploadpath/webboard_image01_00109.jpg</CENTER>พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร(ช้างเอราวัณ)
ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทสายเก่า เกิดจากการสร้างสรรค์ของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของสมุทรปราการ เป็นประติมากรรมทองแดงรูปช้างสามเศียรที่ตั้งโดดเด่นตระการตาสูงถึง 50 เมตร ล้อมรอบด้วยสวนพักผ่อน
เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2537
ภายในเป็นอาคารสามชั้น ชั้นล่างเป็นชั้นบาดาล มีรูปปั้นมนุษย์นาค และโบราณวัตถุมีค่า ชั้นที่สองเป็นชั้นมนุษยโลก ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลวดลายปูนปั้นประดับเบญจรงค์ ฝีมือช่างเมืองเพชร มีซุ้มพระเกตุประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมอายุเก่าแก่ถึง 1,300 ปี เพดานเป็นกระจกสีรูปแผนที่โลก ชั้นที่สามเป็นชั้นสวรรค์ซึ่งอยู่ในตัวช้าง เป็นประดิษฐานพระพุทธรูปและเทวรูป ผนังท้องช้างเป็นภาพเขียนสีฝุ่นรูปสุริยะจักรวาล ทวีปทั้งห้าและจักรราศี ตึกสูงรูปทรงช้างเอราวัณแห่งนี้
จุดประสงค์ในการสร้าง
เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาศิลปวัตถุ โบราณวัตถุที่เก็บสะสมมานานและ พื้นที่บริเวณ โดยรอบอีกหลายสิบไร่จะจัดให้เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีทั้ง ต้นไม้ น้ำตก ลำคลอง เพื่อให้ผู้เข้าชม พิพิธภัณฑ์ได้มาพักผ่อนหย่อนใจ
อาคารนี้ มีความสูงเท่ากับตึกสูงประมาณ 17 ชั้น ความสูงจากพื้นดินถึงยอด 50 เมตร ตัวอาคารด้านล่าง มีระเบียงรอบเป็นวงกลม มีทางเข้าภายในอาคารได้หลายทาง เมื่อเดินเข้ามาจะเป็นเหมือนห้องโถง ตรงกลางโถงเป็นซุ้ม โอบรอบด้วยบันไดวน 2 ข้าง ที่ขึ้นมา บรรจบกันตรงชั้น 1 ความวิจิตรบรรจงเริ่มตั้งแต่ตรงนี้ อาคารประกอบไปด้วย 5 ชั้น เมื่อเดินเข้ามาภายในอาคาร จะเป็นเหมือนห้องโถง ตรงกลางโถงเป็นซุ้มโอบรอบด้วยบันไดวน 2 ข้าง ที่ขึ้นมาบรรจบกัน ในส่วนนี้ช่างปูนปั้นฝีมือดีจากเพชรบุรีเป็นผู้ออกแบบและดูแลการทำงาน ซึ่งต้องใช้คนไม่น้อยกว่า 30 คน ปูนปั้นที่ใช้ในงานนี้เป็นปูนปั้นที่ทำมาจากหินฟูลออไรท์ จึงมีสีขาวต่างจากปูนซีเมนต์ ช่างจะปั้นเป็นดอกเป็นลายที่ละดอก ไม่ได้ทำเป็นแบบหล่อขึ้นมา แต่ละส่วนจึงมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน
จากชั้นหนึ่งขึ้นบันไดเวียนไปถึงบริเวณห้องท้องช้าง ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอาคารเป็นห้องแสดงศิลปวัตถุใน ส่วนนี้จะมีเหล็กที่ก่อสร้างขึ้นมาเป็นคาน เพื่อแบกรับน้ำหนักของโครงสร้างส่วนบนทั้งหมดพาดไปมา คานส่วนนี้ทำขึ้นเพื่อรับน้ำหนักส่วนที่เป็นหัวช้างทั้ง 3 หัว ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน
ส่วนของเพดานนั้นใช้กระจกสีออกแบบเป็นรูปแผนที่โลก ช่างชาวเยอรมันกำลังทำงานส่วนนี้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะเหมือนหลังคาโลก ส่วนวัสดุที่นำมาทำผิวช้าง ผู้รับผิดชอบโครงการเลือกใช้ทองแดงบริสุทธิ์ เมื่อเวลาผ่านไปจะมีสนิมสีเขียวจับ ทำให้ผิวช้างมีลวดลายและเป็นวัสดุที่คงทนอยู่ได้นาน
วิธีเคาะขึ้นรูปนี้ คุณรักชาติ ศรีจันทร์เคน ได้คิดค้นวิธีทำขึ้นมาเอง เป็นรูปปฏิมากรรมลอยตัว วิธีใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงกล่าวได้ว่า เป็นงานปฏิมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะด้วยมือเป็นแห่งแรก ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ถ้าคุณได้มีโอกาสมาจากแยกบางนาเข้ามาตามถนนสุขุมวิทสายเก่า เลยแยกบางพลี พระประแดงมาไม่ไกล ด้านซ้ายมือ พอพ้นโค้งถนนมาจะเห็นช้างสามเศียรโด่ดเด่นเป็นสง่า จนคุณอดที่จะมองเหลียวหลังไม่ได้อีกทั้งยังเกิดจากความคิดและสรรค์สร้างของคนไทย ลองหาโอกาสไปชมดูน่ะค่ะ รับรองคุณต้องทึ่งแน่ๆค่ะ เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทสายเก่า เกิดจากการสร้างสรรค์ของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของสมุทรปราการ เป็นประติมากรรมทองแดงรูปช้างสามเศียรที่ตั้งโดดเด่นตระการตาสูงถึง 50 เมตร ล้อมรอบด้วยสวนพักผ่อน
เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2537
ภายในเป็นอาคารสามชั้น ชั้นล่างเป็นชั้นบาดาล มีรูปปั้นมนุษย์นาค และโบราณวัตถุมีค่า ชั้นที่สองเป็นชั้นมนุษยโลก ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลวดลายปูนปั้นประดับเบญจรงค์ ฝีมือช่างเมืองเพชร มีซุ้มพระเกตุประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมอายุเก่าแก่ถึง 1,300 ปี เพดานเป็นกระจกสีรูปแผนที่โลก ชั้นที่สามเป็นชั้นสวรรค์ซึ่งอยู่ในตัวช้าง เป็นประดิษฐานพระพุทธรูปและเทวรูป ผนังท้องช้างเป็นภาพเขียนสีฝุ่นรูปสุริยะจักรวาล ทวีปทั้งห้าและจักรราศี ตึกสูงรูปทรงช้างเอราวัณแห่งนี้
จุดประสงค์ในการสร้าง
เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาศิลปวัตถุ โบราณวัตถุที่เก็บสะสมมานานและ พื้นที่บริเวณ โดยรอบอีกหลายสิบไร่จะจัดให้เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีทั้ง ต้นไม้ น้ำตก ลำคลอง เพื่อให้ผู้เข้าชม พิพิธภัณฑ์ได้มาพักผ่อนหย่อนใจ
อาคารนี้ มีความสูงเท่ากับตึกสูงประมาณ 17 ชั้น ความสูงจากพื้นดินถึงยอด 50 เมตร ตัวอาคารด้านล่าง มีระเบียงรอบเป็นวงกลม มีทางเข้าภายในอาคารได้หลายทาง เมื่อเดินเข้ามาจะเป็นเหมือนห้องโถง ตรงกลางโถงเป็นซุ้ม โอบรอบด้วยบันไดวน 2 ข้าง ที่ขึ้นมา บรรจบกันตรงชั้น 1 ความวิจิตรบรรจงเริ่มตั้งแต่ตรงนี้ อาคารประกอบไปด้วย 5 ชั้น เมื่อเดินเข้ามาภายในอาคาร จะเป็นเหมือนห้องโถง ตรงกลางโถงเป็นซุ้มโอบรอบด้วยบันไดวน 2 ข้าง ที่ขึ้นมาบรรจบกัน ในส่วนนี้ช่างปูนปั้นฝีมือดีจากเพชรบุรีเป็นผู้ออกแบบและดูแลการทำงาน ซึ่งต้องใช้คนไม่น้อยกว่า 30 คน ปูนปั้นที่ใช้ในงานนี้เป็นปูนปั้นที่ทำมาจากหินฟูลออไรท์ จึงมีสีขาวต่างจากปูนซีเมนต์ ช่างจะปั้นเป็นดอกเป็นลายที่ละดอก ไม่ได้ทำเป็นแบบหล่อขึ้นมา แต่ละส่วนจึงมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน
จากชั้นหนึ่งขึ้นบันไดเวียนไปถึงบริเวณห้องท้องช้าง ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอาคารเป็นห้องแสดงศิลปวัตถุใน ส่วนนี้จะมีเหล็กที่ก่อสร้างขึ้นมาเป็นคาน เพื่อแบกรับน้ำหนักของโครงสร้างส่วนบนทั้งหมดพาดไปมา คานส่วนนี้ทำขึ้นเพื่อรับน้ำหนักส่วนที่เป็นหัวช้างทั้ง 3 หัว ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน
ส่วนของเพดานนั้นใช้กระจกสีออกแบบเป็นรูปแผนที่โลก ช่างชาวเยอรมันกำลังทำงานส่วนนี้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะเหมือนหลังคาโลก ส่วนวัสดุที่นำมาทำผิวช้าง ผู้รับผิดชอบโครงการเลือกใช้ทองแดงบริสุทธิ์ เมื่อเวลาผ่านไปจะมีสนิมสีเขียวจับ ทำให้ผิวช้างมีลวดลายและเป็นวัสดุที่คงทนอยู่ได้นาน
วิธีเคาะขึ้นรูปนี้ คุณรักชาติ ศรีจันทร์เคน ได้คิดค้นวิธีทำขึ้นมาเอง เป็นรูปปฏิมากรรมลอยตัว วิธีใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงกล่าวได้ว่า เป็นงานปฏิมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะด้วยมือเป็นแห่งแรก ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ถ้าคุณได้มีโอกาสมาจากแยกบางนาเข้ามาตามถนนสุขุมวิทสายเก่า เลยแยกบางพลี พระประแดงมาไม่ไกล ด้านซ้ายมือ พอพ้นโค้งถนนมาจะเห็นช้างสามเศียรโด่ดเด่นเป็นสง่า จนคุณอดที่จะมองเหลียวหลังไม่ได้อีกทั้งยังเกิดจากความคิดและสรรค์สร้างของคนไทย ลองหาโอกาสไปชมดูน่ะค่ะ รับรองคุณต้องทึ่งแน่ๆค่ะ เปิดให้เข้าชมทุกวัน