paang
08-08-2005, 11:02 AM
http://www.phrathai.net/images/48072701.jpg
พระคุณเจ้าที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในเขต 3 จังหวัดภาคใต้ ที่เคารพ และน่าบูชาอย่างยิ่ง การที่พระคุณเจ้าทั้งหมด ได้แสดงความกล้าหาญ เสียสละชีวิตอุทิศเพื่อเป็นพุทธบูชา โดยอยู่เป็นหลักชัยให้ชาวไทยพุทธนั้น นับว่าเป็นวีรกรรมที่ชาวโลกและชาวพุทธ ทั้งมวลควรกระทำ การบูชา ทั้งด้วยใจ และด้วยการทะนุบำรุง
คณะสงฆ์ควรหันมาให้ความสนใจ ยกย่องเชิดชู ให้มากๆ มากกว่า ที่จะส่งเสริมแค่วัดใกล้ตัว บริวารใกล้ตน กิจนิมนต์ใกล้มือ วัดใหญ่ๆ มีมหาเปรียญสูงๆ ไม่ค่อยมีผลงาน ได้เป็น ท่านเจ้าคุณกันพึ่บพั่บ พระที่อุทิศตนเสี่ยงตาย ยังไม่เห็นจะขยับทีท่าอะไร รอดูผลของ การเสนอเลื่อน ตั้งสมณศักดิ์ปีนี้ก็จะรู้
ขอพระคุณเจ้าทุกรูปที่อยู่ใน เขตอันตราย จงระลึกถึงบทบาท ของพระอินทร์ และท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ซึ่งปรากฏใน ธชัคคสูตร ว่า ผู้นำนั้นต้องกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้านำ กล้าตาย"
พระพุทธเจ้าทรงเป็นธงชัยในยามวิกฤติ พระองค์สละแล้วซึ่งชีวิต "ไม่สะดุ้ง ไม่หวาดหวั่น ไม่หวาดกลัว ไม่ถอย ไม่หนี"
ถ้าพระคุณเจ้าแพ้ ชาวพุทธจะมีสภาพย่ำแย่กว่าพระ ถ้าพระคุณเจ้าท้อถอย ชาวพุทธก็จะเหงาหงอยสร้อยเศร้า ถ้าพระคุณเจ้าขลาดกลัว ชาวพุทธจะเอาหัวใจไปฝากไว้กับใคร
"ความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้มาจากความขัดแย้งทางศาสนา" มักเป็นข้อกล่าวอ้างของผู้ไม่มีภูมิความรู้ที่แท้จริง ด้วยเหตุที่ว่า
คำสอนของพระพุทธเจ้ามีคำใดบ้างสอนให้สร้างความขัดแย้ง แกล้ง รังแก ทำลายศาสนาอื่น
ขณะเดียวกันคำสอนของศาสนาอิสลาม ท่านจุฬาราชมนตรี ก็ยืนยันทางสื่อต่างๆ ว่า
ไม่มีสอนให้ฆ่าให้ทำร้ายทำลายคนต่างศาสนา ไม่มีสอนให้ฆ่าพระกำลังเดินบิณฑบาต
ถึงกระนั้นก็ตาม ปัจจุบันพระสงฆ์ใน 3 จังหวัด ออกบิณฑบาตต้องมีทหารเดินนำหน้า และตามหลัง ขนาดนั้นยังถูกระเบิด พระตายบ้าง บาดเจ็บบ้าง ทำให้พระภิกษุใน 3 จังหวัดต้องย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น ทำให้วัดร้างจำนวนมาก ขนาดวัดใหญ่ พระอายุ 24 บวชแค่ 3 พรรษา ได้มาเป็นเจ้าอาวาส แต่ก็มีเจ้าอาวาสองค์เดียว พระลูกวัดไปหมดแล้ว
หลวงตาสำรวย อายุ 59 ปี พรรษา 11 รักษาการเจ้าอาวาสวัดอุไรรัตนราม อ.บาเจาะ จ.นาราธิวาส ซึ่งเป็นพระอาสมัครร่วมโครงการ พระธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจภาคใต้ ได้สะท้อน "สถานการณ์พุทธ ท่ามกลางดงระเบิดและเสียงปืน!!" แบบ "คม ชัด ลึก" ไว้น่าสนใจดังนี้
หลวงตาลงไปอยู่ใต้ได้อย่างไรครับ?
อาตมาได้มาอบรมที่พุทธมณฑล ระหว่างนั้น เขาก็เปิดรับอาสาสมัคร รับพระ เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการสอบประวัติคราวๆ เช่น บวชเมื่อไร ภูมิลำอยู่ที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร สอบวันที่ 6 ธันวาคม 2547 จากนั้นวันที่ 7 ธันวาคม 2547 ก็ถูกส่งไปจำวัดเขากง 4 คืน สุดท้าย ก็ถูกส่งมาวัดอุไรรัตนรามมาจนถึงทุกวันนี้
http://www.phrathai.net/images/48072702.jpg
เขามีอะไรให้บ้างครับ?
ตอนนั้นเขาบอกว่าขาดเหลืออะไรให้บอก พอลงจากเครื่องบินเขาถวายเงิน ให้พระรูปละ 1,000 บาท เงินจำนวนนี้อาตมาคิดว่าเป็นเงินเพื่อว่า พระรูปใด ไม่อยากอยู่ก็ให้ใช้เงินนี้เป็นค่ารถกลับวัดเดิมได้ จากนั้น ก็ได้รับเงินถวาย มาอีก 1,340 บาท
ที่บอกว่าจะถวายพระวันละ 100 บาทล่ะครับ?
-ไม่มีเลย อาตมาก็พยายามสอบถามไปเช่นกัน แต่ก็ไม่มีใครให้ความชัดเจนได้ เท่าที่รู้เขาบอกว่ามีการตัดเงินเดือนพระตั้งแต่เจ้าคณะตำบลขึ้นไป แต่ไม่รู้ว่าทำไมเงินยังเดินทางมาไม่ถึง อย่าถามเรื่องเงินเลย อาตมาไม่รู้เรื่องอะไรมากหรอก
หลวงตาเจอเหตุอะไรรุนแรงบ้างครับ?
โดนซุ่มยิง 2 หน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ส่วนครั้งที่สองก็เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มันยิงในขณะที่พระทำวัตร เมื่อเสียงปืนเงียบอาตมาก็ออกมาดู เท่าที่ได้ยินมาส่วนใหญ่เป็นการซุ้มยิง ไม่เคยเห็นตัวเลยสักครั้งเดียว ส่วนเรื่องคำขู่นั้นมีเข้ามาตลอด ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะจะทำให้มีการระมัดระวังตัวมากกว่าปกติ
แล้วหลวงตามีของดีอะไรบ้างครับ?
มีพระหูยานและพระยอดธง และอื่นๆ อีก 2-3 องค์ ก็แบ่งให้ทหารชุดที่มาคุ้มครองวัด เอาไว้ป้องกันตัวด้วย ถ้าใครมาขอน้ำมนต์ก็ทำให้ โดยจะสวดมนต์ ตีสี่ครึ่งและตอนห้าโมเย็นครึ่ง อาตมาได้อะไรมาก็แจกทั้งทหารและชาวบ้าน ส่วนจะช่วยได้หรือไม่นั้น ณ เวลานี้ ต้องอยู่ที่บาปกรรมเท่านั้น
มีพอแจกให้ชาวบ้านและทหารหรือเปล่าครับ?
แม้ว่าพุทธศาสนาจะสอนมาว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่วัตถุมงคลก็เป็นที่พึ่งทางใจอย่างหนึ่ง ทั้งพระและทหารหาญล้วนมีวัตถุมงคลทั้งสิ้น ส่วนจะเป็นอะไรนั้นสุดแล้วแต่ใครจะหามาได้
ถามจริงๆ เถอะว่า หลวงตากลัวตายหรือเปล่าครับ?
ถ้ากลัวตายคงไม่สมัครมา ความจริงเรื่องความตายอยู่ที่ไหนก็ตายเหมือนกัน อาตมาไม่ลงมาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ก็ต้องตายอยู่ดี ถ้าต้องตายก็ได้ขึ้นชื่อว่า ตายเพื่อปกป้อง พระพุทธศาสนา ก่อนหน้านี้ อาตมา เคยเป็นทหาร นาวิกโยธินมาก่อน ตอนนั้น มีคำปฏิญาณว่า จะต้อสู้เพื่อปกป้อง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งอาตมาคิดว่า คงต้องต่อสู้เพื่อ 2 สถาบันเท่านั้น คือ ชาติ และพระมหากษัตริย์
ส่วนการต่อสู้เพื่อปกป้องพระศาสนานั้น คิดไม่ออกว่า จะไปปกป้องพระพุทธศาสนาได้อย่างไร เมื่อตัดสินใจบวชเป็นพระ ก็เท่ากับว่า ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา จะตายก็ไม่เสียดายชีวิต เกิดเป็นชายชาติทหารและก็ได้บวชเป็นพระด้วย ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้อง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว
วันที่พระลูกวัดโดนระเบิดหลวงตาอยู่ไหนครับ?
วันนั้นอาตมาไม่อยู่ เพราะอาตมากลับไปวัดป่าหินลาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดที่อาตมาบวชอยู่ วันที่เกิดเหตุนั้น เกิดขึ้นระหว่างบิณฑบาต พระโดนสะเก็ดระเบิดที่ขาและหัว
http://www.phrathai.net/images/48072703.jpg
ถ้าเกิดเหตุจวนตัว หลวงตาจะทำอย่างไรครับ?
มีทหารเคยเอาปืนมาให้เก็บไว้ในกุฏิ เผื่อว่ามีเหตุจวนตัว จะได้ใช้ แต่อาตมาไม่เอา เพราะเป็นพระอย่างไรก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง เราสอนเขาไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แล้วเรามาทำเสียเอง ก็ไม่ถูก แต่ถ้าบุกเข้ามาอาตมาก็ต้องป้องกัน และรักษาชีวิต ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ขึ้นชื่อว่าคน ก็รักชีวิตด้วยกันทั้งนั้น
ใครอยู่ในภาวะเสี่ยงที่สุดครับ ?
ก็เสี่ยงกันทุกคน แต่ที่เสี่ยงมากที่สุดก็น่าจะเป็นครู รองลงมาก็คือพระ และชาวบ้าน ส่วนทหารตำรวจก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน แต่ทหาร และตำรวจมีอาวุธไว้ป้องกันตัวตลอดเวลา อย่างไรก็ยังว่าปลอดภัยกว่า
หลวงตาคิดอย่างไรกับจีวรเกราะครับ?
จะพูดว่าไม่ดี ใส่แล้วเว่อร์เกินไปก็ไม่ได้ เดี่ยวคนทำเขาจะเสียความตั้งใจ ถ้าคิดจะมาแจกโดยส่วนตัวของอาตมาแล้วคิดว่า อย่ามาแจกเลย เอาปัจจัย มาถวายเพื่อเอาเงินไปซื้อของกินดีกว่า เดี๋ยวนี้ผู้ก่อการร้ายไม่ได้โง่ อาจจะฉลาดกว่าเจ้าหน้าที่ด้วยซ้ำไป ถ้ารู้ว่าสวมเกราะ มันก็จ่อยิงที่หัว โป้งเดียวก็ตายคาที่แล้ว
วันนี้วัดอุไรรัตน์มีพระกี่รูปครับ?
เมื่ออาทิตย์ก่อนเหลืออาตมาเพียงรูปเดียว พระที่มาด้วยกันชุดแรกหนีกลับไปหมดแล้ว อาตมาเองก็คิดอยากกลับเหมือนกัน แต่ญาติโยมนิมนต์ไว้ พร้อมกับบอกว่า ถ้าไม่มีพระ เขาจะเอาใครเป็นที่พึ่งทางใจ ตายแล้วจะไปเผาผีที่ไหน อาตมาได้ยินคำนี้แล้วต้องเปลี่ยนใจ
ตายบ่อยๆ เขาเอาศพมาเผาที่วัดหรือเปล่าครับ?
ศพสุดท้ายที่มาเผาก็เมื่อปีที่แล้ว ไม่ใช่ใครอื่น เป็นพระลูกวัดที่นี่ ซึ่งถูกฆ่าตัดคอ
ในพรรษานี้มีพระบวชใหม่หรือเปล่าครับ ?
http://www.phrathai.net/images/48072704.jpg
ไม่มีเลยสักรูปเดียว อย่าว่าแต่พระบวชใหม่เลย พระเก่าที่บวชมาหลายพรรษาก็ยังสึกไปหมดแล้ว พระส่วนใหญ่ที่มาจำวัดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเพราะสมัครมาจากภาคอื่นๆ
หลวงตาคิดจะกลับวัดเดิมหรือเปล่าครับ?
ตอนแรกคิดจะกลับเมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา แต่ญาติโยมในพื้นที่ขอร้องไว้ บอกว่า หาพระมาพัฒนาวัด หาพระมาอยู่วัดไม่ได้ พระชุดที่เดินทางมาพร้อมกัน 109 รูป ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 30 รูป ส่วนพระอาสาสมัครชุดต่อๆ มาก็ไม่มี
ตอนเช้าต้องออกบิณฑบาตหรือเปล่าครับ?
ยังออกบิณฑบาตทุกๆ เช้า ภาพทหารถือปืนคอยคุมเชิงหน้าหลัง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของพระใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่ชาวพุทธยังคงใส่บาตรให้พระได้ฉันได้กิน
แล้ววันพระมีคนเข้าวัดหรือเปล่าครับ?
มี...ประมาณ 7 -8 คน เท่านั้น อย่างในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ต้องเวียนเทียนกันตอนบ่าย 2 โมง ไม่เกินบ่าย 3 โมง เพราะหลังจากนั้นจะไม่ปลอดภัย
ก่อนบวชหลวงตาทำงานอะไรมาก่อนครับ?
อาตมาเคยถูกเกณฑ์เป็นทหารมาก่อน เป็นนาวิกโยธิน อยู่ที่สัตหีบ ส่วนเหตุ ที่อาตมาบวชพระนั้น เพราะอาตมาบนบวชไว้ตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้บวช เลยสักครั้งเดียว ระหว่างนี้ก็เจ็บป่วยมาตลอด จึงตัดสินใจ บวชเมื่อปี 2537 คิดจะสึกครั้งใดก็ป่วย เลยบวชอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ปีนี้อาตมาอายุ 59 เกือบ 60 ปี บวชได้ 11 พรรษาแล้ว อาตมาบวชที่วัดยางศรีเจริญ จ.ชัยนาท มีพระครู สถิตมงคลชัย เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ฐานยุโต" แปลว่า ตนของตนต้องพึ่งตนเอง
ประสบการณ์นาวิกโยธินช่วยอะไรได้บ้างครับ?
มันช่วยได้เยอะทีเดียว โดยเฉพาะการสังเกตการณ์ ถ้าพบสิ่งใดผิดปกติ ก็ไม่เข้าใกล้ ที่สำคัญ คือ เรื่องความกลัวตายนั้น อาตมาไม่กลัว ใครที่บวชพระแล้วคิดว่า บิณฑบาต ฉัน นอน สวดศพ รับกิจนิมนต์ แล้วบอกว่า ได้ทำกิจของสงฆ์อย่างสมบูรณ์แล้ว อาตมาคิดว่า ไม่ถูกต้องนัก
หลวงตามีอะไรจะฝากถึงกรมการศาสนา และสำนักพุทธฯบ้างครับ?
อยากฝากแต่เขาจะช่วยได้หรือ ฝากไปก็เหมือนบ้วนน้ำลายลงดิน พูดไปขอไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา พูดดีก็เสมอตัว ถ้าพูดไม่ดี ก็เสียอีก ถ้าอยากจะช่วย หรือให้อะไร เขาคงช่วยมาเอง เราพอใจสิ่งที่มีอยู่ดีกว่า
แล้วมีอะไรฝากถึงญาติโยมบ้างครับ?
อยากให้จัดผ้าป่ามาทอดบ้าง พระและวัดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่กันอย่างลำบากมากจริงๆ <HR>
http://www.phrathai.net/images/48072705.jpg
พระรูปอื่นๆ คิดอย่างไร?
รอบๆ บริเวณวัด กุฏิพระสงฆ์ ของวัดใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ คือ กุฏิทหาร (ที่พักทหาร) ที่มารักษา ความปลอดภัย จำนวนหลายสิบหลัง ที่พักทหารหลังคาสีเขียว สร้างอยู่รอบล้อมติดรั้ววัด โดยมีหลักปฏิบัติอยู่ 5 อย่าง เพื่อ ความปลอดภัย คือ 1. ทหารจะถางป่ารกด้านหลัง ด้านข้างวัด ให้เรียบเพื่อเห็นชัดขึ้น 2.ติดสปอตไลน์ส่องไฟเข้าป่า 3.ตั้งวงลวดหนาม 2 ชั้นล้อมทั่วบริเวณวัด 4.ตั้งกระสอบทราย ทำบังเกอร์ ระยะห่าง 2-3 เมตร บ้าง 4-5 เมตรบ้างล้อมวัด และ 5.ทหารต้องประจำบังเกอร์ 1 คนบ้าง 2 คนบ้าง ตลอดทั้งคืนเวรละ 2 ชม.
พระอาจารย์เกษมสุข เขมสุโข พระลูกวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ บางซื่อ กทม. ซึ่งครั้งหนึ่งได้เดินทางไปให้กำลังใจพระที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส บอกว่า อาตมาอยากไปดูสภาพความเป็นอยู่และแนะนำ เพราะมีพระที่อยู่ในพื้นที่มี 2 แบบ แบบถูกฆ่าตายก็ไม่สู้ ใช้วิธีหนีกับซ่อนตัว ในขณะที่มีพระบางองค์พร้อมที่จะสู้โจร
ระหว่างที่พระอาจารย์เกษมสุข ไปอยู่สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น วันที่ 27 เมษายน 2548 ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองพัน มาบรรยายอบรมวิชาชีพให้ชาวบ้าน ณ สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม เวลา 13.30 น. พูดบรรยายไปได้ไม่นานวิทยุแจ้งว่า มีการวางระเบิดอีก เวลา 13.50 น. ขอหยุดการบรรยายทันที ให้ลูกน้องบรรยายต่อ ท่านจะไปดูแลในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม ไม่มากนัก และวันที่ 29 เมษายน 2548 มีการซุ่มยิงรถที่แล่นผ่าน ได้รับบาดเจ็บที่เจาะวาไอบาตู ซึ่งอยู่ใกล้สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม
งงๆ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นวัดหรือสำนักสงฆ์ตั้งบังเกอร์กระสอบทรายทั้ง 2 ข้างซ้ายมือบนหอสูงเป็นบังเกอร์ ปืนกลหนัก เครื่องบินหรือ ฮ ถูกระยะหวังผลก็ร่วง ใต้หอปืนกลหนักมีช่องยิง เอ็ม 16 อีก 2 ช่อง เพื่อยิงสนับสนุน นี่คือความรู้สึกของพระอาจารย์เกษมสุข
พระสมพร ซึ่งเคยจำวัดปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม บอกว่า "อาตมาบวชพรรษาแรกอยู่วัดโคกโก ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ห่างจากสำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม เพียง 2-3 ก.ม. เป็นคนในพื้นที่ ไม่กลัวอะไร เคยชิน แต่จะย้ายมากรุงเทพเพื่อเรียนบาลี"
ทางด้าน พระสมหมาย บอกว่าขณะไปปฏิบัติธรรมที่พุทธมณฑล ทางคณะสงฆ์ประกาศหาอาสาสมัครไปอยู่วัด 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะพระในพื้นที่หนีไปอยู่อื่นหมด หรือเกือบหมด พอทราบว่าจะให้ไปอยู่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ไม่มีพระรูปใดสมัคร พระสมหมายจึงสมัคร ท่านเคยผ่านเรื่อง ต่อย ตี ผ่านคดีมาจนต้องหนีคู่อริ จึงไม่กลัวความลำบากไม่กลัวเรื่องตีรันฟันแทง
ในขณะที่ พระศักดิ์ติชัย ถือว่า เป็นพระใจเด็ดใจเพชรไม่กลัวตายขณะที่มีเหตุการณ์พระถูกลอบฆ่าตายพระในพื้นที่หนีไปอยู่วัดอื่น ท่านอยู่ จ.ศรีสะเกษ อาสามาอยู่วัดร้างใน 3 จังหวัดเอง บอกว่า "อาตมาไม่ประมาท จะย้ายที่นอนทุกคืน ไม่ให้ใครรู้แน่ว่า จำวัดตรงไหน แถมกุฎิก็ออกแบบให้มีที่ซ่อนตัวได้ในกรณีโจรบุกมาฆ่าพระ ตี 4 ตื่นสวดมนต์ ทำสมาธิไปจน 6.00 น. จึงออกบิณฑบาตโดยมีทหารคุ้มกันหน้าหลัง บางครั้งก็มี ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ถือปืนลูกซองมาร่วมคุ้มกัน"
นอกจากนี้ พระถิระศักดิ์ บอกด้วย ตอนสถานการณ์รุนแรง วัยรุ่นชายฉกรรจ์หลายสิบคนบุกโรงพักฆ่าตำรวจ ลอบฆ่าพระขณะกำลังเดินบิณฑบาต มีตั้งแต่วางระเบิด ยิง ฟัน จนทหารต้องยกกำลังเข้าคุ้มกันวัดและสำนักสงฆ์ คุ้มกันพระตอนออกบิณฑบาต พระจะออกไปไหนต้องมีทหารคุ้มกันตลอดเวลา
ช่วงนั้นทหารพรานเข้ามาคุ้มครอง ก็ไม่แน่ใจฝ่ายตรงข้ามว่า มีกำลังมากน้อยเท่าใด และมีอาวุธร้ายแรงขนาดไหน ขนาดโรงพักมันยังบุกเข้าไปฆ่าตำรวจ กองพันทหารมันบุกฆ่าทหาร ปล้นเอาปืนไป กำลังทหารมีไม่กี่สิบนาย กลางคืนทหารบางคนเป็นห่วงพระ เอาปืนมาให้ พร้อมกับบอกว่า "หลวงพี่ ถ้าพวกมันบุกเข้ามา พวกผมต้านไม่อยู่ หรือตายแล้ว หลวงพี่ต้องช่วยเหลือตัวเองนะครับ"
ทหารชุดใหม่มาเปลี่ยนแทน กลัวจะเป็นบาป เอาปืนมาให้พระป้องกันตัว ก็มีอุบายวิธีการฉลาด ไม่บอกให้พระฆ่าโจร ป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกโจรฆ่า โดยเอาปืนมาฝากไว้ในกุฏิพระ ถ้ามีโจรบุกเข้ามาฆ่า ก็เป็นหน้าที่ของพระท่านเองว่า ท่านจะสู้ หรือยอมให้มันฆ่าตาย ปืนทหารฝากไว้ในกุฏิแล้ว เขาไม่เกี่ยว พระตัดสินใจเอาเอง
พระถิระศักดิ์ บอกด้วยว่า กลางคืนท่านขอปืนทหารมาไว้ป้องกันตัว เคยเป็นทหารผ่านศึกมาแล้ว ไม่กลัวและไม่ยอมให้มันฆ่าพระได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม พระธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจภาคใต้อีกหลายรูป ได้ฝากข้อสังเกตว่า ระหว่างเปิดรับพระอาสาสมัครนั้น พิธีกรประกาศอย่างดีว่า จะดูแลไปเยี่ยมเยียน อุปถัมภ์อย่างดี พูดต้องการให้พระไปอยู่ ถ้าบอกความจริงว่า หลอกไปลอยแพ ให้ช่วยตัวกันเอง ก็จะไม่มีพระกล้าไปอยู่
พระถิระศักดิ์ พระสมหมาย และพระในโครงการอีก 2 รูป ต่างยืนยันว่า ไม่เคยมีใครมาดูแลเยี่ยมเยียนเลย จะกลับบ้านเดิมไปเยี่ยมญาติพี่น้องบ้าง ก็ไม่มีใครให้ความสนใจ เงินค่ารถจะกลับบ้านเดิมก็ไม่มี
ที่มา : นสพ.คมชัดลึก
พระคุณเจ้าที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในเขต 3 จังหวัดภาคใต้ ที่เคารพ และน่าบูชาอย่างยิ่ง การที่พระคุณเจ้าทั้งหมด ได้แสดงความกล้าหาญ เสียสละชีวิตอุทิศเพื่อเป็นพุทธบูชา โดยอยู่เป็นหลักชัยให้ชาวไทยพุทธนั้น นับว่าเป็นวีรกรรมที่ชาวโลกและชาวพุทธ ทั้งมวลควรกระทำ การบูชา ทั้งด้วยใจ และด้วยการทะนุบำรุง
คณะสงฆ์ควรหันมาให้ความสนใจ ยกย่องเชิดชู ให้มากๆ มากกว่า ที่จะส่งเสริมแค่วัดใกล้ตัว บริวารใกล้ตน กิจนิมนต์ใกล้มือ วัดใหญ่ๆ มีมหาเปรียญสูงๆ ไม่ค่อยมีผลงาน ได้เป็น ท่านเจ้าคุณกันพึ่บพั่บ พระที่อุทิศตนเสี่ยงตาย ยังไม่เห็นจะขยับทีท่าอะไร รอดูผลของ การเสนอเลื่อน ตั้งสมณศักดิ์ปีนี้ก็จะรู้
ขอพระคุณเจ้าทุกรูปที่อยู่ใน เขตอันตราย จงระลึกถึงบทบาท ของพระอินทร์ และท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ซึ่งปรากฏใน ธชัคคสูตร ว่า ผู้นำนั้นต้องกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้านำ กล้าตาย"
พระพุทธเจ้าทรงเป็นธงชัยในยามวิกฤติ พระองค์สละแล้วซึ่งชีวิต "ไม่สะดุ้ง ไม่หวาดหวั่น ไม่หวาดกลัว ไม่ถอย ไม่หนี"
ถ้าพระคุณเจ้าแพ้ ชาวพุทธจะมีสภาพย่ำแย่กว่าพระ ถ้าพระคุณเจ้าท้อถอย ชาวพุทธก็จะเหงาหงอยสร้อยเศร้า ถ้าพระคุณเจ้าขลาดกลัว ชาวพุทธจะเอาหัวใจไปฝากไว้กับใคร
"ความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้มาจากความขัดแย้งทางศาสนา" มักเป็นข้อกล่าวอ้างของผู้ไม่มีภูมิความรู้ที่แท้จริง ด้วยเหตุที่ว่า
คำสอนของพระพุทธเจ้ามีคำใดบ้างสอนให้สร้างความขัดแย้ง แกล้ง รังแก ทำลายศาสนาอื่น
ขณะเดียวกันคำสอนของศาสนาอิสลาม ท่านจุฬาราชมนตรี ก็ยืนยันทางสื่อต่างๆ ว่า
ไม่มีสอนให้ฆ่าให้ทำร้ายทำลายคนต่างศาสนา ไม่มีสอนให้ฆ่าพระกำลังเดินบิณฑบาต
ถึงกระนั้นก็ตาม ปัจจุบันพระสงฆ์ใน 3 จังหวัด ออกบิณฑบาตต้องมีทหารเดินนำหน้า และตามหลัง ขนาดนั้นยังถูกระเบิด พระตายบ้าง บาดเจ็บบ้าง ทำให้พระภิกษุใน 3 จังหวัดต้องย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น ทำให้วัดร้างจำนวนมาก ขนาดวัดใหญ่ พระอายุ 24 บวชแค่ 3 พรรษา ได้มาเป็นเจ้าอาวาส แต่ก็มีเจ้าอาวาสองค์เดียว พระลูกวัดไปหมดแล้ว
หลวงตาสำรวย อายุ 59 ปี พรรษา 11 รักษาการเจ้าอาวาสวัดอุไรรัตนราม อ.บาเจาะ จ.นาราธิวาส ซึ่งเป็นพระอาสมัครร่วมโครงการ พระธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจภาคใต้ ได้สะท้อน "สถานการณ์พุทธ ท่ามกลางดงระเบิดและเสียงปืน!!" แบบ "คม ชัด ลึก" ไว้น่าสนใจดังนี้
หลวงตาลงไปอยู่ใต้ได้อย่างไรครับ?
อาตมาได้มาอบรมที่พุทธมณฑล ระหว่างนั้น เขาก็เปิดรับอาสาสมัคร รับพระ เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการสอบประวัติคราวๆ เช่น บวชเมื่อไร ภูมิลำอยู่ที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร สอบวันที่ 6 ธันวาคม 2547 จากนั้นวันที่ 7 ธันวาคม 2547 ก็ถูกส่งไปจำวัดเขากง 4 คืน สุดท้าย ก็ถูกส่งมาวัดอุไรรัตนรามมาจนถึงทุกวันนี้
http://www.phrathai.net/images/48072702.jpg
เขามีอะไรให้บ้างครับ?
ตอนนั้นเขาบอกว่าขาดเหลืออะไรให้บอก พอลงจากเครื่องบินเขาถวายเงิน ให้พระรูปละ 1,000 บาท เงินจำนวนนี้อาตมาคิดว่าเป็นเงินเพื่อว่า พระรูปใด ไม่อยากอยู่ก็ให้ใช้เงินนี้เป็นค่ารถกลับวัดเดิมได้ จากนั้น ก็ได้รับเงินถวาย มาอีก 1,340 บาท
ที่บอกว่าจะถวายพระวันละ 100 บาทล่ะครับ?
-ไม่มีเลย อาตมาก็พยายามสอบถามไปเช่นกัน แต่ก็ไม่มีใครให้ความชัดเจนได้ เท่าที่รู้เขาบอกว่ามีการตัดเงินเดือนพระตั้งแต่เจ้าคณะตำบลขึ้นไป แต่ไม่รู้ว่าทำไมเงินยังเดินทางมาไม่ถึง อย่าถามเรื่องเงินเลย อาตมาไม่รู้เรื่องอะไรมากหรอก
หลวงตาเจอเหตุอะไรรุนแรงบ้างครับ?
โดนซุ่มยิง 2 หน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ส่วนครั้งที่สองก็เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มันยิงในขณะที่พระทำวัตร เมื่อเสียงปืนเงียบอาตมาก็ออกมาดู เท่าที่ได้ยินมาส่วนใหญ่เป็นการซุ้มยิง ไม่เคยเห็นตัวเลยสักครั้งเดียว ส่วนเรื่องคำขู่นั้นมีเข้ามาตลอด ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะจะทำให้มีการระมัดระวังตัวมากกว่าปกติ
แล้วหลวงตามีของดีอะไรบ้างครับ?
มีพระหูยานและพระยอดธง และอื่นๆ อีก 2-3 องค์ ก็แบ่งให้ทหารชุดที่มาคุ้มครองวัด เอาไว้ป้องกันตัวด้วย ถ้าใครมาขอน้ำมนต์ก็ทำให้ โดยจะสวดมนต์ ตีสี่ครึ่งและตอนห้าโมเย็นครึ่ง อาตมาได้อะไรมาก็แจกทั้งทหารและชาวบ้าน ส่วนจะช่วยได้หรือไม่นั้น ณ เวลานี้ ต้องอยู่ที่บาปกรรมเท่านั้น
มีพอแจกให้ชาวบ้านและทหารหรือเปล่าครับ?
แม้ว่าพุทธศาสนาจะสอนมาว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่วัตถุมงคลก็เป็นที่พึ่งทางใจอย่างหนึ่ง ทั้งพระและทหารหาญล้วนมีวัตถุมงคลทั้งสิ้น ส่วนจะเป็นอะไรนั้นสุดแล้วแต่ใครจะหามาได้
ถามจริงๆ เถอะว่า หลวงตากลัวตายหรือเปล่าครับ?
ถ้ากลัวตายคงไม่สมัครมา ความจริงเรื่องความตายอยู่ที่ไหนก็ตายเหมือนกัน อาตมาไม่ลงมาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ก็ต้องตายอยู่ดี ถ้าต้องตายก็ได้ขึ้นชื่อว่า ตายเพื่อปกป้อง พระพุทธศาสนา ก่อนหน้านี้ อาตมา เคยเป็นทหาร นาวิกโยธินมาก่อน ตอนนั้น มีคำปฏิญาณว่า จะต้อสู้เพื่อปกป้อง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งอาตมาคิดว่า คงต้องต่อสู้เพื่อ 2 สถาบันเท่านั้น คือ ชาติ และพระมหากษัตริย์
ส่วนการต่อสู้เพื่อปกป้องพระศาสนานั้น คิดไม่ออกว่า จะไปปกป้องพระพุทธศาสนาได้อย่างไร เมื่อตัดสินใจบวชเป็นพระ ก็เท่ากับว่า ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา จะตายก็ไม่เสียดายชีวิต เกิดเป็นชายชาติทหารและก็ได้บวชเป็นพระด้วย ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้อง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว
วันที่พระลูกวัดโดนระเบิดหลวงตาอยู่ไหนครับ?
วันนั้นอาตมาไม่อยู่ เพราะอาตมากลับไปวัดป่าหินลาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดที่อาตมาบวชอยู่ วันที่เกิดเหตุนั้น เกิดขึ้นระหว่างบิณฑบาต พระโดนสะเก็ดระเบิดที่ขาและหัว
http://www.phrathai.net/images/48072703.jpg
ถ้าเกิดเหตุจวนตัว หลวงตาจะทำอย่างไรครับ?
มีทหารเคยเอาปืนมาให้เก็บไว้ในกุฏิ เผื่อว่ามีเหตุจวนตัว จะได้ใช้ แต่อาตมาไม่เอา เพราะเป็นพระอย่างไรก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง เราสอนเขาไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แล้วเรามาทำเสียเอง ก็ไม่ถูก แต่ถ้าบุกเข้ามาอาตมาก็ต้องป้องกัน และรักษาชีวิต ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ขึ้นชื่อว่าคน ก็รักชีวิตด้วยกันทั้งนั้น
ใครอยู่ในภาวะเสี่ยงที่สุดครับ ?
ก็เสี่ยงกันทุกคน แต่ที่เสี่ยงมากที่สุดก็น่าจะเป็นครู รองลงมาก็คือพระ และชาวบ้าน ส่วนทหารตำรวจก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน แต่ทหาร และตำรวจมีอาวุธไว้ป้องกันตัวตลอดเวลา อย่างไรก็ยังว่าปลอดภัยกว่า
หลวงตาคิดอย่างไรกับจีวรเกราะครับ?
จะพูดว่าไม่ดี ใส่แล้วเว่อร์เกินไปก็ไม่ได้ เดี่ยวคนทำเขาจะเสียความตั้งใจ ถ้าคิดจะมาแจกโดยส่วนตัวของอาตมาแล้วคิดว่า อย่ามาแจกเลย เอาปัจจัย มาถวายเพื่อเอาเงินไปซื้อของกินดีกว่า เดี๋ยวนี้ผู้ก่อการร้ายไม่ได้โง่ อาจจะฉลาดกว่าเจ้าหน้าที่ด้วยซ้ำไป ถ้ารู้ว่าสวมเกราะ มันก็จ่อยิงที่หัว โป้งเดียวก็ตายคาที่แล้ว
วันนี้วัดอุไรรัตน์มีพระกี่รูปครับ?
เมื่ออาทิตย์ก่อนเหลืออาตมาเพียงรูปเดียว พระที่มาด้วยกันชุดแรกหนีกลับไปหมดแล้ว อาตมาเองก็คิดอยากกลับเหมือนกัน แต่ญาติโยมนิมนต์ไว้ พร้อมกับบอกว่า ถ้าไม่มีพระ เขาจะเอาใครเป็นที่พึ่งทางใจ ตายแล้วจะไปเผาผีที่ไหน อาตมาได้ยินคำนี้แล้วต้องเปลี่ยนใจ
ตายบ่อยๆ เขาเอาศพมาเผาที่วัดหรือเปล่าครับ?
ศพสุดท้ายที่มาเผาก็เมื่อปีที่แล้ว ไม่ใช่ใครอื่น เป็นพระลูกวัดที่นี่ ซึ่งถูกฆ่าตัดคอ
ในพรรษานี้มีพระบวชใหม่หรือเปล่าครับ ?
http://www.phrathai.net/images/48072704.jpg
ไม่มีเลยสักรูปเดียว อย่าว่าแต่พระบวชใหม่เลย พระเก่าที่บวชมาหลายพรรษาก็ยังสึกไปหมดแล้ว พระส่วนใหญ่ที่มาจำวัดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเพราะสมัครมาจากภาคอื่นๆ
หลวงตาคิดจะกลับวัดเดิมหรือเปล่าครับ?
ตอนแรกคิดจะกลับเมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา แต่ญาติโยมในพื้นที่ขอร้องไว้ บอกว่า หาพระมาพัฒนาวัด หาพระมาอยู่วัดไม่ได้ พระชุดที่เดินทางมาพร้อมกัน 109 รูป ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 30 รูป ส่วนพระอาสาสมัครชุดต่อๆ มาก็ไม่มี
ตอนเช้าต้องออกบิณฑบาตหรือเปล่าครับ?
ยังออกบิณฑบาตทุกๆ เช้า ภาพทหารถือปืนคอยคุมเชิงหน้าหลัง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของพระใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่ชาวพุทธยังคงใส่บาตรให้พระได้ฉันได้กิน
แล้ววันพระมีคนเข้าวัดหรือเปล่าครับ?
มี...ประมาณ 7 -8 คน เท่านั้น อย่างในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ต้องเวียนเทียนกันตอนบ่าย 2 โมง ไม่เกินบ่าย 3 โมง เพราะหลังจากนั้นจะไม่ปลอดภัย
ก่อนบวชหลวงตาทำงานอะไรมาก่อนครับ?
อาตมาเคยถูกเกณฑ์เป็นทหารมาก่อน เป็นนาวิกโยธิน อยู่ที่สัตหีบ ส่วนเหตุ ที่อาตมาบวชพระนั้น เพราะอาตมาบนบวชไว้ตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้บวช เลยสักครั้งเดียว ระหว่างนี้ก็เจ็บป่วยมาตลอด จึงตัดสินใจ บวชเมื่อปี 2537 คิดจะสึกครั้งใดก็ป่วย เลยบวชอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ปีนี้อาตมาอายุ 59 เกือบ 60 ปี บวชได้ 11 พรรษาแล้ว อาตมาบวชที่วัดยางศรีเจริญ จ.ชัยนาท มีพระครู สถิตมงคลชัย เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ฐานยุโต" แปลว่า ตนของตนต้องพึ่งตนเอง
ประสบการณ์นาวิกโยธินช่วยอะไรได้บ้างครับ?
มันช่วยได้เยอะทีเดียว โดยเฉพาะการสังเกตการณ์ ถ้าพบสิ่งใดผิดปกติ ก็ไม่เข้าใกล้ ที่สำคัญ คือ เรื่องความกลัวตายนั้น อาตมาไม่กลัว ใครที่บวชพระแล้วคิดว่า บิณฑบาต ฉัน นอน สวดศพ รับกิจนิมนต์ แล้วบอกว่า ได้ทำกิจของสงฆ์อย่างสมบูรณ์แล้ว อาตมาคิดว่า ไม่ถูกต้องนัก
หลวงตามีอะไรจะฝากถึงกรมการศาสนา และสำนักพุทธฯบ้างครับ?
อยากฝากแต่เขาจะช่วยได้หรือ ฝากไปก็เหมือนบ้วนน้ำลายลงดิน พูดไปขอไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา พูดดีก็เสมอตัว ถ้าพูดไม่ดี ก็เสียอีก ถ้าอยากจะช่วย หรือให้อะไร เขาคงช่วยมาเอง เราพอใจสิ่งที่มีอยู่ดีกว่า
แล้วมีอะไรฝากถึงญาติโยมบ้างครับ?
อยากให้จัดผ้าป่ามาทอดบ้าง พระและวัดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่กันอย่างลำบากมากจริงๆ <HR>
http://www.phrathai.net/images/48072705.jpg
พระรูปอื่นๆ คิดอย่างไร?
รอบๆ บริเวณวัด กุฏิพระสงฆ์ ของวัดใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ คือ กุฏิทหาร (ที่พักทหาร) ที่มารักษา ความปลอดภัย จำนวนหลายสิบหลัง ที่พักทหารหลังคาสีเขียว สร้างอยู่รอบล้อมติดรั้ววัด โดยมีหลักปฏิบัติอยู่ 5 อย่าง เพื่อ ความปลอดภัย คือ 1. ทหารจะถางป่ารกด้านหลัง ด้านข้างวัด ให้เรียบเพื่อเห็นชัดขึ้น 2.ติดสปอตไลน์ส่องไฟเข้าป่า 3.ตั้งวงลวดหนาม 2 ชั้นล้อมทั่วบริเวณวัด 4.ตั้งกระสอบทราย ทำบังเกอร์ ระยะห่าง 2-3 เมตร บ้าง 4-5 เมตรบ้างล้อมวัด และ 5.ทหารต้องประจำบังเกอร์ 1 คนบ้าง 2 คนบ้าง ตลอดทั้งคืนเวรละ 2 ชม.
พระอาจารย์เกษมสุข เขมสุโข พระลูกวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ บางซื่อ กทม. ซึ่งครั้งหนึ่งได้เดินทางไปให้กำลังใจพระที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส บอกว่า อาตมาอยากไปดูสภาพความเป็นอยู่และแนะนำ เพราะมีพระที่อยู่ในพื้นที่มี 2 แบบ แบบถูกฆ่าตายก็ไม่สู้ ใช้วิธีหนีกับซ่อนตัว ในขณะที่มีพระบางองค์พร้อมที่จะสู้โจร
ระหว่างที่พระอาจารย์เกษมสุข ไปอยู่สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น วันที่ 27 เมษายน 2548 ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองพัน มาบรรยายอบรมวิชาชีพให้ชาวบ้าน ณ สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม เวลา 13.30 น. พูดบรรยายไปได้ไม่นานวิทยุแจ้งว่า มีการวางระเบิดอีก เวลา 13.50 น. ขอหยุดการบรรยายทันที ให้ลูกน้องบรรยายต่อ ท่านจะไปดูแลในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม ไม่มากนัก และวันที่ 29 เมษายน 2548 มีการซุ่มยิงรถที่แล่นผ่าน ได้รับบาดเจ็บที่เจาะวาไอบาตู ซึ่งอยู่ใกล้สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม
งงๆ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นวัดหรือสำนักสงฆ์ตั้งบังเกอร์กระสอบทรายทั้ง 2 ข้างซ้ายมือบนหอสูงเป็นบังเกอร์ ปืนกลหนัก เครื่องบินหรือ ฮ ถูกระยะหวังผลก็ร่วง ใต้หอปืนกลหนักมีช่องยิง เอ็ม 16 อีก 2 ช่อง เพื่อยิงสนับสนุน นี่คือความรู้สึกของพระอาจารย์เกษมสุข
พระสมพร ซึ่งเคยจำวัดปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม บอกว่า "อาตมาบวชพรรษาแรกอยู่วัดโคกโก ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ห่างจากสำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุงธรรม เพียง 2-3 ก.ม. เป็นคนในพื้นที่ ไม่กลัวอะไร เคยชิน แต่จะย้ายมากรุงเทพเพื่อเรียนบาลี"
ทางด้าน พระสมหมาย บอกว่าขณะไปปฏิบัติธรรมที่พุทธมณฑล ทางคณะสงฆ์ประกาศหาอาสาสมัครไปอยู่วัด 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะพระในพื้นที่หนีไปอยู่อื่นหมด หรือเกือบหมด พอทราบว่าจะให้ไปอยู่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ไม่มีพระรูปใดสมัคร พระสมหมายจึงสมัคร ท่านเคยผ่านเรื่อง ต่อย ตี ผ่านคดีมาจนต้องหนีคู่อริ จึงไม่กลัวความลำบากไม่กลัวเรื่องตีรันฟันแทง
ในขณะที่ พระศักดิ์ติชัย ถือว่า เป็นพระใจเด็ดใจเพชรไม่กลัวตายขณะที่มีเหตุการณ์พระถูกลอบฆ่าตายพระในพื้นที่หนีไปอยู่วัดอื่น ท่านอยู่ จ.ศรีสะเกษ อาสามาอยู่วัดร้างใน 3 จังหวัดเอง บอกว่า "อาตมาไม่ประมาท จะย้ายที่นอนทุกคืน ไม่ให้ใครรู้แน่ว่า จำวัดตรงไหน แถมกุฎิก็ออกแบบให้มีที่ซ่อนตัวได้ในกรณีโจรบุกมาฆ่าพระ ตี 4 ตื่นสวดมนต์ ทำสมาธิไปจน 6.00 น. จึงออกบิณฑบาตโดยมีทหารคุ้มกันหน้าหลัง บางครั้งก็มี ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ถือปืนลูกซองมาร่วมคุ้มกัน"
นอกจากนี้ พระถิระศักดิ์ บอกด้วย ตอนสถานการณ์รุนแรง วัยรุ่นชายฉกรรจ์หลายสิบคนบุกโรงพักฆ่าตำรวจ ลอบฆ่าพระขณะกำลังเดินบิณฑบาต มีตั้งแต่วางระเบิด ยิง ฟัน จนทหารต้องยกกำลังเข้าคุ้มกันวัดและสำนักสงฆ์ คุ้มกันพระตอนออกบิณฑบาต พระจะออกไปไหนต้องมีทหารคุ้มกันตลอดเวลา
ช่วงนั้นทหารพรานเข้ามาคุ้มครอง ก็ไม่แน่ใจฝ่ายตรงข้ามว่า มีกำลังมากน้อยเท่าใด และมีอาวุธร้ายแรงขนาดไหน ขนาดโรงพักมันยังบุกเข้าไปฆ่าตำรวจ กองพันทหารมันบุกฆ่าทหาร ปล้นเอาปืนไป กำลังทหารมีไม่กี่สิบนาย กลางคืนทหารบางคนเป็นห่วงพระ เอาปืนมาให้ พร้อมกับบอกว่า "หลวงพี่ ถ้าพวกมันบุกเข้ามา พวกผมต้านไม่อยู่ หรือตายแล้ว หลวงพี่ต้องช่วยเหลือตัวเองนะครับ"
ทหารชุดใหม่มาเปลี่ยนแทน กลัวจะเป็นบาป เอาปืนมาให้พระป้องกันตัว ก็มีอุบายวิธีการฉลาด ไม่บอกให้พระฆ่าโจร ป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกโจรฆ่า โดยเอาปืนมาฝากไว้ในกุฏิพระ ถ้ามีโจรบุกเข้ามาฆ่า ก็เป็นหน้าที่ของพระท่านเองว่า ท่านจะสู้ หรือยอมให้มันฆ่าตาย ปืนทหารฝากไว้ในกุฏิแล้ว เขาไม่เกี่ยว พระตัดสินใจเอาเอง
พระถิระศักดิ์ บอกด้วยว่า กลางคืนท่านขอปืนทหารมาไว้ป้องกันตัว เคยเป็นทหารผ่านศึกมาแล้ว ไม่กลัวและไม่ยอมให้มันฆ่าพระได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม พระธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจภาคใต้อีกหลายรูป ได้ฝากข้อสังเกตว่า ระหว่างเปิดรับพระอาสาสมัครนั้น พิธีกรประกาศอย่างดีว่า จะดูแลไปเยี่ยมเยียน อุปถัมภ์อย่างดี พูดต้องการให้พระไปอยู่ ถ้าบอกความจริงว่า หลอกไปลอยแพ ให้ช่วยตัวกันเอง ก็จะไม่มีพระกล้าไปอยู่
พระถิระศักดิ์ พระสมหมาย และพระในโครงการอีก 2 รูป ต่างยืนยันว่า ไม่เคยมีใครมาดูแลเยี่ยมเยียนเลย จะกลับบ้านเดิมไปเยี่ยมญาติพี่น้องบ้าง ก็ไม่มีใครให้ความสนใจ เงินค่ารถจะกลับบ้านเดิมก็ไม่มี
ที่มา : นสพ.คมชัดลึก