PDA

View Full Version : คิดปรามาสพระรัตนะตรัย


มงคล
05-11-2004, 08:34 PM
ผู้ถาม
กราบเรียนหลวงพ่อที่เคารพ กระผมมีความเคารพนับถือหลวงพ่อเป็นอย่างมาก และมีความเคารพในพระรัตนะตรัยอย่างจริงใจ แต่ว่าในระยะมาไม่นานนี้ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ในดวงจิตของลูกอยากจะด่าหลวงพ่อ บางครั้งก็อยากจะว่าพระรัตนะตรัย อารมณ์ของจิตอย่างนี้แก้ไม่ตกเลยขอรับ ขอเมตตาจากหลวงพ่อช่วยแก้และอโหสิกรรมด้วยเถิดขอรับ


หลวงพ่อ
แก้ตรงไหน...แก้ล่างหรือแก้บน....อารมณ์อย่างที่ว่าเมื่อกี้ที่ เขาเขียนมาเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่มีกันทุกคนนะ มีกันหลายคน อารมณ์อย่างนี้เวลาเจริ_พระกรรมฐานพอเข้าถึงปิติเต็มอัตรา กิเลสมาร เข้าสิงใจ นี่ไม่ใช่อารมณ์เดิมเขานะ พยายามหักห้ามใจไปตามระยะก็แล้วกัน ไม่ช้าก็หาย นี่ของธรรมดานะ ฉันเองก็เคยเจอะเลย ในตอนต้นมีเหมือนกัน ความจริงจิตเผลอย่อมมีนะ
นักเจริ_กรรมฐานนี่บางคนแล้วก็บางวาระ จิตเป็นปฏิปักษ์ต่อพระศาสนา เห็นพระพุทธรูปบางทีอยากจะด่า อารมณ์อย่างนี้เขาเรียกว่า "กิเลสมาร"เข้าสิงใจ มันเป็นเฉพาะเวลา บางเวลาก็จากหายไป บางเวลาก็มีอารมณ์อย่างนี้ เป็นอยู่สักพักหนึ่งไม่นานนัก สัก 2-3เดือนก็จะหายไป


ผู้ถาม
อย่างนี้เราจะขอขมาโทษต่อพระรัตนะตรัยทุกวันดีไหมครับ....?


หลวงพ่อ
อย่างนั้นดีลูก...เวลาบูชาพระ ขอขมาโทษทุกวันเลยเป็นการป้องกัน เรื่องนี้พระพุทธเจ้าก่อนจะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิ_าณ ตอนท่านจะตัดราคะ โทสะ โมหะ ก็โดนท่านมาราธิราชสอบ มาท้าทาย
แต่ความจริงเรื่องจริงๆ แล้วไม่มีตัว มันเป็นอารมณ์ ในปฐมสมโพธิ เขาเขียนให้มีตัวมีตนขึ้นมา ตอนนั้นกิเลสตีกลับ เขาเรียก กิเลสมาร ก็เกิดอารมณ์รัก ต่อมาก็โทสะเกิดโดยไม่มีเหตุผล ต่อมาท่านก็ตัดได้ เมื่อได้วิชชาสามแล้ว ต่อมาท่านก็บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิ_าณ


(หลวงพ่อบอกในภายหลังว่า พระยามาราธิราชท่านมาสะกิดข้างๆ เท่านั้น ไม่ได้ยกทัพให_่โตตามภาพเขียน)




จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปั_หาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 5

http://www.praruttanatri.com/member/htm/kpmp.html

มงคล
05-11-2004, 08:38 PM
ผู้ถาม
เวลาปฏิบัติพระกรรมฐาน พอจิตเริ่มสงบสงัดความแค้นก็เกิดขึ้นทันที แล้วก็แก้ไม่ตกสักที ของหลวงพ่อแก้แค้นให้หน่อยเจ้าค่ะ


หลวงพ่อ
อ้อ...นี่ไปแค้นใคร เอาชื่อมาให้ฉัน ฉันจะฝังดินให้


ผู้ถาม
(หัวเราะ) พอจิตไม่สงบก็ไม่แค้น พอสมาธิสงบ แหม...มันก็แค้น!


หลวงพ่อ
เรื่องนี้ดีมาก ที่ญาติโยมถาม ถามดี...การเจริญพระกรรมฐานต้องพิจารณาถึง "มาร 5 อย่าง" ให้มาก


ผู้ถาม
เป็นไงครับหลวงพ่อ มาร 5 อย่าง...?


หลวงพ่อ
มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ใช่ไหม....มาร 5 อย่าง คือ...

1. กิเลสมาร

2. มัจจุราช

3. อภิสังขารมาร

4. เทวปุตตมาร

5. ขันธมาร


มาร แปลว่า ผู้ฆ่าความดี พระพุทธเจ้าท่านบอกมี 5 อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีความสำคัญๆ ก็คือ "กิเลสมาร" กับ "ขันธมาร" รบกวนเราเรื่อย

ขันธมาร หมายความว่า เวลาจะทำความดี ปฏิบัติพระกรรมฐาน ทำสมาธิจิตหรือทำบุญทำทาน ไอ้ความป่วยไข้ไม่สบายมันเข้ามาขวาง อย่างนี้เรียกว่า "ขันธมาร"

อย่างที่โยมถามมาเมื่อกี้นี้เป็น "กิเลสมาร" ตัวนี้สำคัญ ต้องถือว่าคนนี้เป็นคนที่น่าชมมาก คนดีนะคนนี้ เพราะอะไร...เพราะยามปกติไม่โกรธใช่ไหม...แสดงว่าอารมณ์หยาบหมดไป ไอ้กิเสลหยาบที่โกรธหมดไป

ทีนี้เวลาที่ทำจิตละเอียด เกิดความแค้นขึ้นมา กระตุ้นขึ้นมา ตัวนี้ไอ้กิเลสที่เป็น "อนุสัย" ตัวละเอียด อย่างนี้ถือว่า เขาชนะมากแล้วนะคนนี้ อย่างนี้ถือว่าชนะหยาบต่อสู้กันละเอียดแล้ว ถ้าต่อสู้กับละเอียดชนะก็จะเด็ดขาดเลย วิธีทำแบบนี้ก็เคยมีมาด้วยกันทุกคนนะ ฉันก็เคยเจอมา


ผู้ถาม
หลวงพ่อก็เคยมีเหมือนกันเหรอครับ...?


หลวงพ่อ
มี...ทุกอย่างที่ถามมามีทุกอย่าง


ผู้ถาม
อ้อ...มีครบเลยนะ


หลวงพ่อ
มีครบถ้วน...เพราะเลวมีครบถ้วน!


ผู้ถาม
เป็นพระมีเลวเหมือนกันหรือครับ...?


หลวงพ่อ
เลว...ถ้าพระไม่เลว บวชอยู่ไม่ได้


ผู้ถาม
เอ๊ะ! เป็นยังไงครับหลวงพ่อ...?


หลวงพ่อ
ถ้าพระดีเขาไม่ต้องบวช ไปนิพพานเลย


ผู้ถาม
อ้อ...


หลวงพ่อ
เป็นอรหันต์ใช่ไหม...?


ผู้ถาม
ครับ....


หลวงพ่อ
ฉันมันเป็นกังหันนี่ หมุนดะ...แต่ว่าเมื่อกี้ถามว่ายังไงนะ วิธีแก้ใช่
ไหม...?


ผู้ถาม
ครับวิธีแก้


หลวงพ่อ
ถ้ารู้สึกตัวมา ถ้าอารมณ์ระงับก็ถอยหลังคิดว่า อารมณ์จิตอย่างนี้ไม่น่าจะมีกับเรา เพราะว่าตามปกติเราก็ให้อภัยอยู่แล้ว ทำไมเวลาจิตสงบสงัดจะต้องมาคิดอย่างนี้ ให้คิดว่าอันนี้ไม่ควรอารมณ์อย่างนี้ ให้คิดแค่นี้ว่าอันนี้ไม่ควร อารมณ์อย่างนี้มันจะมีไม่นานนัก ถ้าเวลาเลิกจิตสบายแล้วก็คิดว่า อันนี้มันผิดไปแล้ว ไม่ควรจะทำให้เศร้าหมองแบบนี้ ความดีที่มีอยู่จะคุ้มครองไม่ได้ เมื่อเวลาตาย ถ้าเวลาตายจิตเศร้าหมองแบบนี้ เราต้องลงอบายภูมิ 2-3 ครั้งมันจะหาย ค่อยๆ เรื่อยๆ ไปไม่ช้ามันจะหาย
อันนี้ดีมาก ต้องขอชม คนนี้กิเลสหยาบเฉพาะโทสะ ผ่านไปแล้ว อันนี้น่าต้องคิด


ผู้ถาม
ควรแก่การอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง


หลวงพ่อ
ใช่...ควรแก่ก่รรับ "ทาน"


ผู้ถาม
เอ๊ะ....!


หลวงพ่อ
อ้าว...พระ "ให้" ไม่มี...มีแต่ "ขอ" อย่างเดียว


ผู้ถาม
อ๋อ....


บทความเกี่ยวเนื่อง "คิดปรามาสพระรัตนะตรัย"


จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 5

http://www.praruttanatri.com/member/htm/m5y.html