PDA

View Full Version : พระนเรศวร...


WebSnow
05-08-2005, 05:12 PM
ถาม : พระนเรศวรนี่เสียชีวิตแล้ว ตอนนี้มาเกิดแล้วใช่มั้ยครับ?
ตอบ : ก็ต้องเรียกว่า เกิดจนจะตายอยู่แล้ว (หัวเราะ)
ถาม : ประชาชนที่ม่สักการะพระรูปพระนเรศวรนี่?
ตอบ : ยังมีผลอยู่ บุคคลสำคัญเป็นที่เคารพนับถือของคน ถ้าหากว่าท่านไปเกิดในภพภูมิใหม่แล้วจะมีเทวดาหรือว่าพรหมที่มีอานุภาพใหล้เคียงกันรับหน้าที่แทน ท่านจะรับหน้าที่แทน ถ้าท่านบอกว่า ท่านคือพระนเรศวรนี่ เชื่อท่านได้นะ เพราะว่าท่านจะรับหน้าที่นั้นแทน แต่ว่าจริงๆ แล้วท่านเป็นองค์แทนไม่ใช่องค์จริง ถ้าหากว่าองค์จริงกลับไปสู่ลักษณะนั้นอีกที ก็รับงานตัวเองคืนไป...




กระโถนข้างธรรมมาสน์
สนทนาธรรมหลวงพ่อเล็ก สุธัมมปัญโญ
วันเสาร์ 30 ธันวาคม พ.ศ.2543

KomAon11
06-08-2005, 03:55 PM
มีประโยชน์มากครับ ที่หลวงพี่เล็กบอก

..เพราะว่า มันก็สงสัยเหมือนกัน

..ผมอ่านหนังสือหลวงพ่อ 2 เล่ม.. เล่มแรกบอกตอนนี้พระนเรศวรไปเกิดเป็นคนใหญ่สุดในประเทศไทย ... อีกเล่มบอกว่า กำลังอัญเชิญพระสยามเทวาธิราช พระนเรศวรมาหา ... ก็เลย งง ว่า ตกลงท่านมาเกิดหรือยัง

...พอหลวงพี่เล็กบอก ก็ ok เลย.. อ๋อ ... มีตั้งหลายเรื่องที่เราไม่รู้ ...

WebSnow
08-08-2005, 02:02 AM
ถาม : พระนเรศวรนี่เสียชีวิตแล้ว ตอนนี้มาเกิดแล้วใช่มั๊ยครับ ?
ตอบ : ก็ต้องเรียกว่า เกิดจนจะตายอยู่แล้ว (หัวเราะ)
ถาม : ประชาชนที่มาสักการะพระรูปพระนเรศวรนี่ ?
ตอบ : ยังมีผลอยู่ บุคคลสำคัญเป็นที่เคารพนับถือของคน ถ้าหากว่าท่านไปเกิดในภพภูมิใหม่แล้วจะมีเทวดา หรือว่าพรหมที่มีอานุภาพใกล้เคียงกันรับหน้าที่นั้นแทน ท่านจะรับหน้าที่แทน แต่ว่าจริง ๆ แล้วท่านเป็นองค์แทนไม่ใช่องค์จริง ถ้าหากว่าองค์จริงกลับไปสู่ลักษณะนั้นอีกที ก็รับงานตัวเองคืนไป
ถาม : หมายความว่า อย่างสมเด็จเตี่ย มีรูปทั้งหมดหลายแห่ง ก็แสดงว่าต้องมีเทวดา ?
ตอบ : ไม่ใช่องค์เดียว ถ้าหากว่าสมเด็จเตี่ยนี่ท่านยังอยู่ ท่านก็รับภาระหน้าที่ของท่าน แต่ว่าเสด็จพ่อ ร.๕ ก่อนหน้านี้ก็ ท่านท้าวสัจจพรหมรับ เทวดาหรือพรหมท่านมีความเป็นทิพย์ ท่านสามารถแยกเป็นพัน ๆ แ่ห่งได้ในพริบตาเดียว
ถาม : อ้อ ! แบ่งร่าง
ตอบ : สามารถแบ่งร่างไปได้แบ่งความเป็นทิพย์ไปได้ สามารถที่จะสงเคราะห์ได้ทุกที่พร้อม ๆ กัน

http://www.palungjit.com/board/showpost.php?p=103076&postcount=9

KomAon11
08-08-2005, 10:01 PM
[b-wai]

พระยาเดโชชัยมือศึก
09-08-2005, 02:46 PM
ได้เกิดในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรเป็นชาติสุดท้าย ของการเกิดเป็นมนุษย์ อิอิ

WebSnow
29-08-2005, 01:41 AM
<DIR>หลวงพ่อธุดงค์ หน้าที่ 40 นะ ข้อความดังนี้

เวลานี้พระนเรศรมหาราชเกิดเป็นคนแล้ว และอยู่ประเทศด้านทิศตะวันออกของประเทศไทย

</DIR>จึงถามท่านว่า (หลวงพ่อถามเทวดา)

<DIR>พระนเรศวรมหาราชเป็นคนไทย หรือ เป็นคนแขก หรือเป็นคนลาว หรือว่าเป็นฝรั่ง

</DIR><DIR>ท่านบอกว่า เป็นคนไทยแต่เกิดในต่างประเทศ

</DIR><DIR>เกิดที่เมืองฝรั่ง และในกาลข้างหน้า วาระเข้ามาถึง พระนเรศรมหาราชจะเข้ามาครองประเทศไทยฐานะเป็น พระมหากษัตริย์

ท่านบอกว่า ขึ้นชื่อว่า พระนเรศวร เกิด ชาติไหน รบชาตินั้น

แต่การรบตอนหลังพระนเรศวรจะไม่มีเวลาพักผ่อน แต่เริ่มต้นเป็นกษัตริย์ ก็จะรบไปเรื่อยไป จนกระทั้งวันตาย

เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้น คนไทยทั้งชาติ ไม่ต้องทำหาหากินกันหละ ก็รบอย่างเดียว

กุมภเทวดาท่านบอก ไม่ใช่ คนไทยทั้งชาติตั้งหน้าทำมาหากิน แต่พระนเรศวรมหาราช จะตั้งหน้าตั้งตารบ

ถามว่า รบองค์เดียวหรือ ท่านบอกว่า มีคู่หูรบ ถามว่ารบกับอะไร

</DIR><DIR>ท่านบอกว่า รบกับความยากจนของคนในชาติ นั้นคือ พระนเรศวรมหาราช มีพระเมตตตากรุณากับคนไทยมาก

</DIR><DIR>ถามท่านว่า อีกกี่ปี จะถึงวาระที่พะรเนรศวรมหาราชมาครองประเทศไทย

</DIR><DIR>ท่านบอกว่า หากท่านอยู่ไปไม่ตาย ไม่นานนัก ท่านก็จะมาครองประเทศไทยแน่ เวลาที่ถาม เป็นสมัยรัชกาลที่ 8

*******************************

ที่ผมเดาคือ ท่านคือ ร. 9
</DIR>

WebSnow
29-08-2005, 01:43 AM
โดยส่วนตัวผมฝันถึง ร 9 และราชินีและพระเทพบ่อยๆ

ครั้งหนึ่งตอนเปิดเว็ปใหม่ๆเคยฝันเห็นในหลวง ร 9. มาสอนธรรม ท่านนั่งแถวเดียวกับพระ

เด็กแม่กลอง
31-08-2005, 12:13 AM
เรารักในหลวงโดยส่วนตัวแล้วหนูเคารพสมเด็จพระนเรศวรและก็พระเจ้าตากมากๆใครที่มัความรู้เกี่ยวกับพระเจ้าตากสินก็บอกเพื่อนเป็นการเอาบุญบ้างนะแลกเปลี่ยนความคิดกันพี่วีระชัยคะขึ้นกระทู้เกี่ยวกับพระเจ้าตากสินบ้างจิพี่ขา....ถ้าเราไม่มีมหาราชองค์นี้วันนี้ก็คงไม่มีพวกเราอยากให้พี่ช่วยค้นคว้าหาประวัติองค์ท่านเพราะไม่ค่อยมีใครจะพูดถึงกันบ้างเลยน่ะพี่(b-smile) [b-hi] [b-wai] (bb-flower

moddang
07-09-2005, 11:44 PM
กระผม มีข้อมูลอีกกระแสครับ เคยอ่านมาจากหนังสือ ของพระองค์หนึ่ง ซึ่งตอนนี้อยู่นิวยอร์ค พระสังฆราชองค์ก่อน นิมนต์ให้ไปอยุ่ที่นั่น เพราะท่านบอกว่าที่นั่นมีมารศาสนาพุทธเยอะ พระองค์นี้ เป็นศิษย์ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา และ หลวงพ่อยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดใน องค์นี้ ท่านเล่าทุกอย่างลงหนังสือวัดของท่านทุกอย่างเลยครับ ตั้งแต่การปฏิบัติ ยัน การเกิดดับของโลก ว่ามีกี่แสนโกฏ จักรวาล ยุคอดีต จน ถึงยุคปัจจุบัน แต่ผมเล่ารายละเอียดได้คร่าวๆ เพราะจำไม่ได้หมดครับ ท่านบอกว่า ในจักรวาลของเรา มีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวสองดวงเท่านั้น คือ ดาวราหู หรือโลกเรานั่นเอง และ ดาวพฤหัส แต่ว่ามนุษย์ที่อยู่บนดาวพฤหัส เขาอยู่ใต้พื้นผิวดาวพฤหัส ท่านบอกหมดว่า โลกเรามีประชากรมาเท่าไร ดาวพฤหัสมีมนุษย์เกิดมาเท่าไรผมจำไม่ได้ คร่าวๆว่า มนุษย์บนดาวพฤหัสมีมากกว่ามนุษย์โลกมาก มีความเจริญทางเทคโนโลยีมาก แต่โลกที่มีพุทธเจ้ามาตรัสรู้ จะมีที่ดาวราหูหรือโลกเราที่เดียวในจักรวาลนี้ที่มีพระองค์มาตรัสรู้ แล้วจะเป็นอย่างนี้ทุกๆจักรวาล เหมือนกันหมด แล้วท่านก้อบรรยายเกี่ยวกะ ประเทศไทยว่า ตั้งแต่อดีต มีพระมหากษัตริย์มา หลายองค์ ซึ่งท่านก้อเกิด ดับ ช่วยประเทศไทยไว้มาก เช่น พ่อขุนรามคำแหง พระ นเรศวร แต่ผมสรุปคร่าวๆ ว่า ท่านบอกว่า องค์ฟ้าชายของเราเป็นพระนเรศวรมาเกิด ไม่ควรไปตำหนิ ติเตียนท่าน เพราะเป็นกรรมหนัก ท่านเป็นพระนิตยโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์อย่างจริงแท้แน่นอน ท่านจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สิบ ถ้าเริ่มนับจาก พระศรีอาริยเมตตรัย เป็นองค์แรก องค์ที่สิบชื่อ พระสุมังคลโพธิสัตว์ ส่วนตัวท่านเองที่อยู่นิวยอร์ค ท่านจะมาตรัสรู้เป็นองค์ต่อจากพระศรี ชือ่
องค์พูทธโธรามโพธิสัตว์ ส่วนหลวงพ่อยิ้ม และหลวงพ่อจง ท่านจะเป็น อักครสาวกของพระศรีอาริยเมตตรัย ทั้งฝ่ายปัญญา และ ฤทธิ อันนี้ ผมเล่าให้ฟังคร่าวๆ นะครับ เพราะเขียนหมดคงไม่ไหว ถ้าอยากรู้รายระเอียด เพื่ออ่าน หรือเอามาลงเพื่อเผยแพร่ความรู้ ผมจะไปยืมเพื่อนมาให้นะครับ เพราะลำพังผมไม่มีเครื่องแสกนมาลง ถ้าพิมพ์ ผมก้อตายพอดี แฮะ แฮะ แล้วยังมีรายละเอียดอย่างอื่นอีกมากมาย เช่น วิธีการฝึกถอดกายทิพย์ อย่างถูกวิธี ผมก้อลองทำดู แต่ก้อยังออกไม่ได้ซะที ใจคงยังไม่เด็ดพอ ถ้าอยากรู้รายละเอียด ก้อตอบมานะครับ แล้วจะไปเอามาให้ลงข้อมูล
อ้อ วัดชื่อ วัดอุษาพุทธยาราม อยู่นิวยอร์ค ครับ
องค์ท่านชื่อ หลวงพ่อจำลอง
หรือลองไปสืบหาดูนะครับ แต่รับรองว่าในหนังสือ ท่านเขียนไว้ประมาณนี้จริงๆ เล่มใหญ่ และหนามาก ผมก้อเขียนเท่าที่ผมชอบแต่ละเรื่องที่ได้อ่านมานะ

tamsak
09-09-2005, 11:46 AM
น่าสนใจดีครับ ลองหามาให้อ่านกันนะครับ

moddang
13-09-2005, 12:46 AM
คุณ tamsak ผมไปหาหลวงปู่ทองพูล วัดแสงสรรค์ มาแล้วครับ ท่านใจดีมาก สมถะมาก ไม่เอาอะไรกะใคร เข้าไปถึงวัดก้อมองดูรอบๆวัด ก้อพอจะทราบว่า ท่านต้องไม่ธรรมดา และท่านใจดี มาก เหมือนตอนไปหาหลวงปู่ชื้น วัด ญาณเสน ให้เสกท่านก้อเสก ท่าทางท่านจะละกิเลสได้หมดนะครับ ปรารถนาให้ท่านนิพพานน่ะครับ ท่าทางท่านไม่อยากดัง เรียกว่าเก่งเงียบ และเก็บตัวครับ ลูกศิษย์ท่านบอกว่า เมือ่ก่อนท่านเคยถูกนิมนต์ไปเสก ข้างๆ หลวงปู่แหวนครับ ผมไปมาได้พระขุนแผนและผ้ายันต์เมตตาค้าขายครับ คุณได้ของดีมาบ้างรึเปล่า เล่าให้ฟังหน่อย ถามท่านหรือเปล่าเกี่ยวกะ วิกฤตในประเทศไทย ท่านพูดอะไรเกี่ยวกะ ภัยภิบัติหรือเปล่า

น่าสนใจดีครับ ลองหามาให้อ่านกันนะครับ

moddang
13-09-2005, 12:48 AM
คุณ tamsak ผมไปหาหลวงปู่ทองพูล วัดแสงสรรค์ มาแล้วครับ ท่านใจดีมาก สมถะมาก ไม่เอาอะไรกะใคร เข้าไปถึงวัดก้อมองดูรอบๆวัด ก้อพอจะทราบว่า ท่านต้องไม่ธรรมดา และท่านใจดี มาก เหมือนตอนไปหาหลวงปู่ชื้น วัด ญาณเสน ให้เสกท่านก้อเสก ท่าทางท่านจะละกิเลสได้หมดนะครับ ปรารถนาให้ท่านนิพพานน่ะครับ ท่าทางท่านไม่อยากดัง เรียกว่าเก่งเงียบ และเก็บตัวครับ ลูกศิษย์ท่านบอกว่า เมือ่ก่อนท่านเคยถูกนิมนต์ไปเสก ข้างๆ หลวงปู่แหวนครับ ผมไปมาได้พระขุนแผนและผ้ายันต์เมตตาค้าขายครับ คุณได้ของดีมาบ้างรึเปล่า เล่าให้ฟังหน่อย ถามท่านหรือเปล่าเกี่ยวกะ วิกฤตในประเทศไทย ท่านพูดอะไรเกี่ยวกะ ภัยภิบัติหรือเปล่า

น่าสนใจดีครับ ลองหามาให้อ่านกันนะครับ

tamsak
13-09-2005, 03:59 PM
ขออนุโมทนาด้วยครับคุณ moddang ตอนผมไปกราบท่านก็ได้รับความเมตตาจากท่านมากครับ ท่านนั่งรอผมอยู่ชั่วโมงเศษๆ ปกติท่านจะจำวัดหลังจากฉันเพลแล้ว และจะออกมาอีกทีตอนประมาณบ่าย 3 โมง

วันนั้นพอท่านทราบว่าผมกับเพื่อนจะเข้าไปกราบท่าน ท่านก็บอกลูกศิษย์ของท่านว่า ท่านจะรอและให้ผมรีบเข้าไปพบ พอไปถึงเห็นท่านนั่งรออยู่จริงๆ ไม่มีแขกเลยครับ ท่านยิ้มตลอดเวลาเลย ผมก็เกรงใจท่านมาก เพราะท่านอายุมากแล้วก็เลยรีบถวายของที่นำมา แล้วรีบลากลับ เพื่อให้ท่านได้พักผ่อน ท่านได้มอบพระให้แก่ผมและเพื่อนคนละองค์เป็นเหรียญของท่านเองตอนฉลองอายุครบ 93 ปี (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)
และพรมน้ำมนต์ให้เพื่อเป็นสิริมงคล ....วันนั้นทั้งวันผมรู้สึกปลาบปลื้มใจ อิ่มใจมาก อยู่ใกล้ท่านแล้วรู้สึกเย็นใจอย่าง
บอกไม่ถูกเลยครับ....รู้สึกได้ถึงกระแสแห่งความเมตตาของท่านเป็นอย่างมาก....

KomAon11
14-09-2005, 11:34 AM
โมทนาครับ

แล้ว ท่าน อยู่ จ.ไหน คับ

moddang
18-09-2005, 11:27 PM
ผมเจอคนดูแลหลวงปู่อยู่คนหนึ่ง แกรูปร่างแบบคุณ tamsak นั่นแหละ ใส่แว่นเหมือนกันด้วย
ผมก้อนึกว่าคนเดียวกัน ก้อเลยคุยว่า ได้ข้อมูลมาจากเวปนี้ กลับมาดูหน้าเหมือนกันเลย นึกว่า อัดยายซื้อขนมยายซะแล้ว ฮ่า ฮ่า
ท่านอยู่ที่รังสิตคลองสองเองครับ มองทางซ้าย จะเห็นป้ายเลยว่า วัดแสงสรรค์ สีแดงซ้ายมือ ป้ายใหญ่ๆ ถ้ามาจากทางฟิวเจอร์นะครับ ไม่ใช่มาจากทางนครนายก

tamsak
19-09-2005, 11:52 AM
โมทนาครับ

แล้ว ท่าน อยู่ จ.ไหน คับ

ท่านอยู่ที่วัดแสงสรรค์ ทางเข้าวัดอยู่เชิงสะพานคลองสอง จ.ปทุมธานีครับ ถ้าไปจากฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต
ก็ไม่ไกลครับ

นายจันทร์เจ้า
31-01-2006, 03:18 PM
สาธุ โมทนาครับ

yeen
31-01-2006, 03:42 PM
อืม

poope10
01-04-2006, 10:54 PM
ตามที่ได้อ่านจากหนังสือของหลวงพ่อวัดท่าซุงก็ว่าเป็นในหลวงของเราแหล่ะครับ คงไม่ใช่ฟ้าชายหรอกและในหลวงท่านปรารถนาพุทธภูมิครับ

พระยาเดโชชัยมือศึก
10-11-2006, 01:12 PM
ท่านพ่อสงเคราะห์บอกแล้ว ว่าในหลวงก็คือรัชกาลที่ 4 ด้วย

พระยาเดโชชัยมือศึก
10-11-2006, 01:24 PM
ตอบให้เด็กแม่กลอง
ผมเคยฝันว่าในหลวงมาหา ท่านใส่ชุดทหาร โดยท่านชี้ให้ดูที่ป้ายชื่อว่า
ภูมิพล ณ นคร ท่านคงจะสงเคราะห์บอกว่าท่านเกิดในตระกูล ที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าตาก แล้วท่านก็สงเคราะห์บอกอีกหลายครั้ง เช่นครั้งนึงท่านเสด็จทางชลมารคเยี่ยมพสกนิการ กับพระราชินี และข้างทางมีคนไม่ดีซุ่มอยู่ เราก็เดินตามหลังเสด็จ คือในช่วงนั้น มีความปิติที่ว่าศีลข้อ1 เรารักษาได้สุดยอดแล้ว ยุงก็ไม่ตบ ในฝันก็เลยฝันแบบนี้ แล้วก็ในมือเราถือดาบ (เป็นมหาดเล็ก) เราก็เอาดาบจ้วงไปที่คนที่ไม่หวังดี แล้วก็พาสองพระองค์ลงเรือ แล้วก็พายเรือหนีศัตรู ปรากฎว่าพระราชินี ทางตกลงไปในน้ำ เรากระโดดลงไป ในหลวงท่านมั่นใจในตัวเรามากว่าจะช่วยได้ เราก็ว่ายน้ำไปช่วยพระราชินีได้ แล้วก็มีพระพุทธรูปลอยน้ำมา เราก็คว้าและอัญเชิญท่านขึ้นเรือ แล้วยังมีฝันต่ออีกว่าพระเทพเสด็จมา แต่ท่านบาดเจ็บที่แขนท่านใส่เผือก
ช่วงที่ฝันนี่ จะเป็นช่วงที่ผู้พิพากษา ที่ทางใต้ถูกยิงด้วย และพระเทพท่านก็ใส่เผือกจริงๆ
ก็เป็นอะไรที่เราคงได้เกิดเป็นข้าราชบริพารท่านพ่อท่านแม่มานะ อิอิ ถึงตอนนี้เราจะมาเป็นแค่อาจารย์อัตราจ้าง เงินเดือนกระจึ๋งเดียว แต่ก็เป็นข้าราชบริพาร ช้างแก้ว ม้าแก้ว และ ทหารทแกล้วกล้าของพ่อหลวง และก็ขึ้นชื่อว่าทหารเสือราชินี ตัวจริงเสียงจริง อิอิ

ตักศิลา
05-12-2006, 12:23 PM
พระยาเดโชชัยมือศึกทำไมถึงใช้ชื่อแบบนี้ ผมอยากรู้
เออแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าชาติที่แล้วได้เป็นทหารกล้าของแผ่นดินใดแผ่นดินหนึ่ง หรืออาจจะไม่ได้เป็นก็ได้

marine24
07-12-2006, 06:14 AM
หลวงพ่อพุธท่านบอกว่า ถ้าต้องกราบพระอรหันต์ ก็พระเจ้าอยู่หัวของเรา

numatc
13-12-2006, 07:53 PM
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านน่าจะเป็นพระโพธิสัตย์มากกว่าครับ

den_siam2523
13-12-2006, 11:35 PM
เป็นกระทู้ที่น่าสนใจมากครับ..ขอบคุณครับ...ก็ยังสงสัยกันต่อไป

numq
17-12-2006, 01:58 PM
...

bugkungz
26-01-2007, 08:00 AM
มีปราโหยดมากกกกกกก

Nu_Bombam
17-02-2007, 08:49 PM
มาเก็บความรู้ครับ

พระยาเดโชชัยมือศึก
07-04-2007, 07:17 AM
พระยาเดโชชัยมือศึกทำไมถึงใช้ชื่อแบบนี้ ผมอยากรู้
เออแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าชาติที่แล้วได้เป็นทหารกล้าของแผ่นดินใดแผ่นดินหนึ่ง หรืออาจจะไม่ได้เป็นก็ได้

ก็ใช้ชื่อแบบว่าคนน่ารักอ่ะ อิอิ จริงๆเป็นชื่อทหารในสมัยพระนารายณ์ การระลึกได้ก็หรือไม่ คิดว่าเมื่อถึงเวลา ท่านก็จะบอกเอง หรือเราอาจจะอุปาทานกิน ก็ให้พิจารณาว่าภาพที่เห็นมีความละเอียดหรือลายละเอียดมากแค่ไหน เพราะถ้าเป็นภาพที่เกิดจากการอุปาทาน * เราจินตนาการ * ภาพจะไม่ค่อยมีความละเอียด คือจะเป็นภาพหยาบๆ หรือภาพที่เรามักจะเคยเห็นจากในหนังสือ
แต่ถ้าเป็นภาพนิมิต ที่เกิดจากการใช้มโนฯ ภาพนั้นจะมีลักษณะที่มีลายละเอียดมาก ยกตัวอย่าง บางทีเราอาจจะไม่เคยคุ้นกับลายไทยโบราณ ดังนั้น โอกาสที่เราจะจิตนาการเองว่าภาพที่เห็นมันคือลายไทยนะ ภาพนั้นคงจะไม่แสดงรายละเอียดได้อย่างชัดเจนแน่นอน ประมาณนี้แหล่ะครับ อิอิ
และเคยสังเกตไหมที่พ่อให้พวกเราภาวนา บท...เหตุใดที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้น ได้โดยมิต้องกำหนดจิต...
อานิสงค์ก็คือ พอได้เจอหรือพบใคร หรือจะมีเรื่องอะไร ก็มักจะมีภาพแว๊ปๆมาบอกหรือให้เห็น จนบางคนอาจคิดว่าเป็นการปรุงแต่ง แต่ที่จริงแล้วคืออานิสงค์ของการภาวนาบทนั้น

kn2p
25-04-2007, 11:48 PM
ตอบ : ไม่ใช่องค์เดียว ถ้าหากว่าสมเด็จเตี่ยนี่ท่านยังอยู่ ท่านก็รับภาระหน้าที่ของท่าน แต่ว่าเสด็จพ่อ ร.๕ ก่อนหน้านี้ก็ ท่านท้าวสัจจพรหมรับ เทวดาหรือพรหมท่านมีความเป็นทิพย์ ท่านสามารถแยกเป็นพัน ๆ แ่ห่งได้ในพริบตาเดียว
สงสัยข้อความนี้ครับ แสดงว่า ร.5 มาเกิดแล้ว ใบ้หน่อยครับ

คนเก่า
26-04-2007, 11:00 AM
ตอบ : ไม่ใช่องค์เดียว ถ้าหากว่าสมเด็จเตี่ยนี่ท่านยังอยู่ ท่านก็รับภาระหน้าที่ของท่าน แต่ว่าเสด็จพ่อ ร.๕ ก่อนหน้านี้ก็ ท่านท้าวสัจจพรหมรับ เทวดาหรือพรหมท่านมีความเป็นทิพย์ ท่านสามารถแยกเป็นพัน ๆ แ่ห่งได้ในพริบตาเดียว
สงสัยข้อความนี้ครับ แสดงว่า ร.5 มาเกิดแล้ว ใบ้หน่อยครับ

...เสด็จพ่อ ร.๕ ก่อนหน้านี้ก็ ท่านท้าวสัจจพรหมรับ.... = ปัจจุบันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ใบ้ให้แล้วนะ

suthamma
04-06-2007, 02:15 AM
"..เสด็จพ่อ ร.๕ ก่อนหน้านี้ก็ ท่านท้าวสัจจพรหมรับ = ปัจจุบันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ใบ้ให้แล้วนะ.."

คุณคนเก่าใบ้ยากจัง เอาเป็นว่าพระองค์ท่านเกิดใหม่ จนกลับไปข้างบนอีกรอบแล้วครับ ดูท่ารอบนี้จะไม่มาใหม่แล้วด้วย..!<!-- / message -->

คนเก่า
04-06-2007, 10:20 AM
แหะๆ ที่ท่านพี่ว่า ตำราผมเรียกว่าบอกแล้วครับ

tamsak
04-06-2007, 08:23 PM
แหะๆ ที่ท่านพี่ว่า ตำราผมเรียกว่าบอกแล้วครับ


ตำราของพี่น่ะ ....ผมอ่านไม่ออกอ่ะ...ขนาดรู้แล้วยังอ่านไม่ออกเล้ยยยย

เจอ "ท่านพี่" เบรกเข้าให้...เป็นไงละเฮีย...เอิ๊ก...เอิ๊ก.... (b-oneeye)



.
.

ท่าข้าม
05-06-2007, 01:22 AM
ในหลวงท่านเป็นพระโพธิสัตว์บารมีใกล้เต็มแล้ว (หลวงพ่อฤาษีท่านว่าเช่นนั้น) เคยเห็นท่านในนิมิต ท่านมาสอนธรรมมะและมีเมตตามาก บารมีท่านสุดยอดจริงๆเป็นบุญของคนไทยทุกคนนะ "เรารักในหลวง" สาธุ ๆๆๆ

คนเก่า
05-06-2007, 11:25 AM
สาธุ รักในหลวงด้วยจ้า

เออแฮะ ชักฉุกใจได้คิดนะ พี่ตั้มจ๋า ได้ยินพระอาจารย์พูดให้ฟังหลายรอบแล้ว เรื่องฉายาของท่านที่หลวงพ่อตั้งให้ ท่านก็ปรารภว่าท่านไม่รู้สึกว่าปัญญาดีพิเศษตรงไหน แต่กลับเป็นที่พึ่งคนรุ่นหลังได้มาก

ผมคงพอจะได้เศษมาบ้างกระมัง ท่านจึงเมตตาปรารภให้ฟังบ่อยๆ ฮิๆ ไม่งั้นปกติจะคิดว่าปัญญาของตนเป็นระดับทั่วไป นึกว่าผู้อื่นจะเข้าใจอะไรง่ายๆเหมือนตนเอง

tamsak
05-06-2007, 04:48 PM
รักในหลวง
รักพระนเรศวร
รักในหลวง = รักพระนเรศวร
ในหลวง = พระนเรศวร

อ่ะนะ... ได้ทีขี่แพะไล่เลยนะเฮีย ไอ้ผมน่ะมันคันมือคันไม้อยากจะพิมพ์บอกให้โต้งๆ ไปเลย แต่เกรงว่า ผู้อ่านที่ไม่ใช่ลูกหลานในสายเดียวกันมาอ่านเจอเข้า แล้วเผลอไปปรามาสท่านเข้าละก้อ ผมจะได้อานิสงส์ส่งคนลงไปข้างล่างซะเปล่าๆ เลยอยากให้อาเฮียผู้ชอบบอกใบ้ให้ใบ้ชัดๆ หน่อย... หุ..หุ...

.
.

suthamma
06-06-2007, 02:39 AM
รักในหลวง
รักพระนเรศวร
รักในหลวง = รักพระนเรศวร
ในหลวง = พระนเรศวร

ระวังถอดสมการผิดสูตร ติด F มีหวังถูกถอดจากด๊อกเตอร์แหงม ๆ..!

tamsak
06-06-2007, 06:49 AM
รักในหลวง
รักพระนเรศวร
รักในหลวง = รักพระนเรศวร
ในหลวง = พระนเรศวร

ระวังถอดสมการผิดสูตร ติด F มีหวังถูกถอดจากด๊อกเตอร์แหงม ๆ..!






โดนเข้าเองบ้างแล้วเรา ... เอิ๊ก...เอิ๊ก....(b-oneeye)

วิชาคณิตศาสตร์กับผมไม่ค่อยถูกกันมาตั้งนานแล้วครับท่านพี่ เลยใช้สูตรที่คิดขึ้นเอง ผิดหรือถูกก็ม่ายลู้....รู้แต่ว่า สมัยเรียนเคยได้ยินมาว่า จะเป็นด๊อกเตอร์เนี่ย...ต้องคิดค้นสิ่งใหม่ๆ.. ในฐานะด๊อกเตอร์ใหม่ เลยคิดสมการนี้ขึ้นมาซะ สมการที่คิดขึ้นเนี่ยจะถือว่าใหม่ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่รักในหลวงและรักพระนเรศวร เลยได้สมการออกมาหน้าตาแบบนี้แหละครับ....เอาแบบกำปั้นทุบดิน ใครจะนำไปใช้ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ อิ..อิ....


.
.

คนเก่า
06-06-2007, 10:08 AM
ฮ่าๆ..เอิ้ก..ฮ่าๆ.. ต้องหัวเราะแบบลงลูกคอถึงจะซะใจ นะท่านด๊อกจ๋า

ทั้ง 2 พระองค์ทรงมีอะไรคล้ายๆกันอยู่จริงๆนะ ผมว่า กรณีของ
สมเด็จพระนเรศวร ต้องอ่านหนังสือ"กฤษฎาภินิหาริย์อันบดบังมิได้"
ของอาจารย์คึกฤทธิ์ ท่านจะเน้นให้เห็นถึงความน่าอัศจรรย์ต่างๆ ราว
กับวีระกษัตริย์ในเทพนิยาย แต่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ของไทย
อย่างน่าภาคภูมิเป็นที่สุด

ส่วนพระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา เห็นกันมาตลอดชีวิตของทุกคนอย่าง
ชัดเจนแจ่มแจ๋ว จนบางทีก็เคยชินจนมองข้าม ต้องอาศัยบทความดีๆ
อย่างของอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์บ้าง อาจารย์ ดร.สุเมธบ้าง
ท่านวสิษฐ์ เดชกุญชรบ้าง เป็นต้น เป็นเครื่องสะกิดเตือนให้ระลึกถึง
ความหมายอันลึกซึ้งเกินพรรณาของคำว่า

"พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม"

ผมมั่นใจว่าถ้าคนไทยทุกคนล้วนรักในหลวงกันอย่างไม่ตอแหล
ป่านนี้ได้เป็นมหาอำนาจไปนานแล้ว

Nothingness11
06-06-2007, 10:32 AM
รักในหลวงเช่นเดียวกันค่ะ บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงได้รักท่านขนาดนี้ แค่นึกถึงท่านหรือเห็นรูปท่านน้ำตาก้อรื้นขึ้นมาทุกที อยากช่วยพระองค์แบ่งเบาภาระจริงๆค่ะ ใครที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ขอให้คิดถึงพระองค์นะคะ ท่านทำงานเพื่อคนอื่นมา 60 ปี ทำงานหนักมาก และเป็นงานที่ไม่มีเงินเดือน ไม่มีโบนัส แต่ท่านก้อทำด้วยความเต็มใจเสมอมา ......... สุดจะบรรยายค่ะ

theseng99
04-08-2007, 07:24 PM
คุณ moddang ลองไปหาอ่านจุไรท่องดาวดาวดูนะครับ

sharingidea
05-08-2007, 12:22 AM
กราบโมทนาสาธุครับ...

wara43
10-08-2007, 09:58 AM
ขออนุโมทนาครับ สาธุ…

sharingidea
19-08-2007, 12:38 AM
ขออนุโมทนาสาธุครับ สาธุ…

ปัชฌา
03-09-2007, 08:20 PM
สาธุ สาธุ สาธุ

โอม.
04-09-2007, 09:06 AM
ครั้งหนึ่ง ประมาณปี 2518 (อาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย)

ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบ้านเมือง ท่านไปกราบหลวงพ่อเกษม เขมโก

แห่งสุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง ว่า.........

" มีคนกล่าวว่า ผมเป็นนักรบที่เก่งมากมาในอดีต ดังนั้นต้องผิดศีลปาณาฯ
มามาก แล้วตอนนี้ได้มาเกิดอีก...ท่านเห็นเช่นไร "


หลวงพ่อเกษม ท่านตอบว่า...


" อาตมาเป็นพระธรรมดา ( แต่คนมากมายรู้ว่าท่านระดับไหน เกินธรรมดา )

ต้องไปถามหลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เถอะ

ท่านเชี่ยวชาญนัก ( ตอนนั้นใครก็รู้ว่าท่านอภิญญาระดับ...) "



99999999999999999999999999999999999999999999999999


เป็นการตอบอย่างยอดเยี่ยมมากในทัศนะของข้าพเจ้า

เพราะ 1. ท่านรักษาพระธรรมวินัย ไม่อวดอุตริ ไม่เปิดช่องให้ใคร
มาปรามาสท่าน เพราะจะเป็นบาปหนักมาก
2. แม้คำกล่าวทำนายนั้นจะจริงหรือ ไม่ ผู้ที่จะยืนยันได้นั้น
ท่านก็เพิ่งละขันธ์ และ หลวงพ่อเกษมท่านไม่พูดเอง ดังนั้น
ไม่มีใครที่จะวิจารณ์ท่านผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นได้มากกว่านี้ เป็นการรักษา
ประโยชน์ของทุกฝ่าย


พระอริยเจ้า ทรงใคร่ครวญดีแล้วว่า

การกระทำด้วย กาย วาจา ใจ อันใดที่จะก่อวิบาก ก่อภพ ก่อชาติ ไม่สิ้นสุด

เป็นการเบียดเบียนชีวิตอื่นทางตรงและอ้อม ท่านจะไม่ทำ

นี่เป็น อธิศีลอันยิ่ง

ขอสาธุชน ใช้มหาปัญญาพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม อย่าดึงฟ้าลงต่ำ
จริง หรือไม่จริง ท่านก็ได้รับการกระทบไปแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือ
คนที่จริงจังกับเรื่องอจินไตยของฌาณวิสัย มากเกินไป ต้องได้คำตอบที่
เที่ยงตรง อธิบายได้ 100% อาจนำมาซึงการปะทะวาทะ ไม่สิ้นสุด
อาจเป็นมโนกรรม วจีกรรม เพิ่มมา ..ซึงท่านไม่ประสงค์เลย...


มีคำตอบที่อธิบายได้มากกว่านี้ ..แต่เกินวิสัยแห่งเหตุผล..

โอม.
04-09-2007, 10:43 AM
<TABLE class=tborder id=post687237 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>CHAYA MARUTY (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=138519)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_687237", true); </SCRIPT>
สมาชิก

http://www.palungjit.com/board/image.php?u=138519&dateline=1188683304 (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=138519)

เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 10:57 AM
วันที่สมัคร: Apr 2007
ข้อความ: 317 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 2,823 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 3,345 ครั้ง ใน 294 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 370 http://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_green.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_green.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_green.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_green.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_green.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_greenh.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_greenh.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_greenh.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_greenh.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_greenh.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_gold.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_gold.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_gold.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_gold.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_gold.gifhttp://www.palungjit.com/board/images/reputation/reputation_gold.gif


</TD><TD class=alt1 id=td_post_687237 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ โอม. http://www.palungjit.com/board/images/buttons/viewpost.gif (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=687197#post687197)
999999999999999999999999999999999999999999999

ตอบไว้ในโพสวันนี้แล้วครับที่กระทู้ตามลิ๊งค์มา เพื่อไม่ให้มีประเด็นใหม่แทรก

ในกระทู้นี้ให้ยาวไป ขอเชิญผู้รู้ ไปตอบที่นั่นด้วยครับ

/สาธุ โมทนาในกุศลจิต และธรรมทาน
</TD></TR></TBODY></TABLE>
คุณ โอม ลองอ่านตรงนี้ ดูน่ะครับ



<DL><DD>ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ <DD>ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว <DD>ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ <DD>ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง </DD></DL><DL><DD><DL><DD>จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด <DD>จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง <DD>จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง <DD>จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา </DD></DL></DD></DL><DL><DD>ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร <DD>ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา <DD>ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา <DD>ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป </DD></DL><DL><DD><DL><DD>นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง <DD>หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส <DD>ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด <DD>ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน </DD></DL></DD></DL><DL><DD>โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ <DD>เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน <DD>ยังคงหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ <DD>ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย </DD></DL>
<!-- / message -->เพลงนี้ คนส่วนใหญ่จะทราบความเป็นมาเพียงว่า เป็นบทเพลงบทเพลงพระราชนิพนธ์
น้อยคนนักจะทราบว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชนิพนธ์ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ได้ร้องเพื่อปลุกใจ แต่ว่า ความเป็นมาลึกๆ คงมีคนทราบไม่มากนัก ถึงจะทราบ ก็อาจจะไม่เชื่อก็ได้ แต่ก็สมควรจะรับทราบไว้ เพื่อจะได้รับรู้ถึงความห่วงใยของอดีตมหาราช ผู้ทรงสวรรคตไปแล้ว แต่ยังคงรักบ้านเมืองเฉกเช่นเดียวกับเมื่อครั้งยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ทราบไหมครับว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด เพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด" ขึ้น?

พล ตต. เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน รอง ผบ.ตำรวจตระเวนชายแดน ได้เล่าประวัติความเป็นมา ของเพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ไว้ในหนังสือ "วารสารลูกเสือชาวบ้าน" ของ มานพ ลิ้มจรูญ ฉบับปฐมฤกษ์ ซึ่งผมขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อว่า

เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๕ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ได้เสด็จฯ ไปในงานพระราชพิธีสังเวยดวงวิญญาณอดีตมหาราช (สมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิบัติเป็นประจำทุกปี สำหรับในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ นี้ ได้เสด็จฯ ไปที่ ต.แม่อาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นสถานที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เสด็จฯ มาตั้งค่ายพักแรม ณ ที่นี้ก่อนยกทัพเข้าไปตีเมือง ซึ่งยังปรากฏร่องรอยรั้วป้อมค่ายต่างๆ อยู่ และในปัจจุบันนี้ รัฐบาลได้สร้างอนุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จนเรศวรมหาราชทรงช้างต้น และได้จำลองค่ายที่ประทับแรมจินตนาการ และร่องรอยที่ปรากฏอยู่ตามสภาพจริง

หลังจากเสร็จพระราชพิธี เมื่อ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๕ แล้วเสด็จฯ กลับประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ในคืนนั้น ก่อนรุ่งสว่าง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงสุบินนิมิตว่า

" สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จฯ มาปรากฏพระองค์ขึ้น ที่หน้าพระแท่นบรรทม ในพระสุบินนิมิต สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้กราบถวายบังคม โดยที่ทรงทราบจาก พระวรกายและฉลองพระองค์ทรงเครื่องออกศึกว่า คือ องค์พระนเรศวรมหาราช และได้มีกระแสพระดำรัส แก่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า พระองค์ท่านปัจจุบันนี้ ดวงพระวิญญาณยังอยู่ในประเทศไทย เพราะทรงเป็นห่วงบ้านเมือง ประชาชนคนไทย ยังไม่ได้ไปประสูติใหม่ ณ ที่ใดเลย และที่มาปรากฏในสุบินนิมิตนี้ ก็เพื่อจะทรงเตือนว่า ในอนาคตต่อจากนี้ไป บ้านเมืองไทยจะประสบกับความวุ่นวายยุ่งยาก และความมืดมนยิ่งขึ้น อย่างน่ากลัวอันตราย เหมือนกับที่เกิดขึ้นในสมัยพระองค์ท่าน (อนาคตนั้นก็น่าจะเป็น สมัยปัจจุบันนี้เอง -ผู้เรียบเรียง) ขอให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นกำลังพระทัยถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน เพื่อที่จะได้ทรงนำประชาชน และชาติไทยฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวง ให้ผ่านพ้นไปได้ และพระองค์ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน จักเป็นผู้นำให้ชาติไทยและประชาชนชาวไทย ผ่านพ้นห้วงวิกฤตินี้อย่างแน่นอน และพระองค์ท่านจะเสด็จฯ ติดตามช่วยเหลืออยู่ตลอดไป และขอให้ทั้งสองพระองค์ ได้ทรงให้กำลังใจแก่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ ที่เขาเหล่านั้น ไม่มีโอกาสเข้าใกล้ถวายงานโดยใกล้ชิด แต่เป็นประชาชนที่ยึดมั่นในพระองค์ท่าน โดยไม่เคยแสดงตัวออกมาให้ปรากฏ เหมือนกับการทำบุญปิดทองหลังองค์พระปฏิมา และเขาเหล่านั้นพร้อมที่จะถวายชีวิต เพื่อพระองค์ท่านและชาติไทย จึงทรงขอให้รวบรวมชาวไทยผู้รักชาติเหล่านั้น และสนับสนุนให้เขาได้มีกำลังใจเพื่อรักษาชาติบ้านเมืองไว้"

ในพระสุบินนิมิตนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า พระองค์ทรงสะดุ้งพระองค์ตื่นจากที่บรรทม และทรงประทับนั่งก็ยังทรงทอดพระเนตรเห็น องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชปรากฏอยู่ จึงทรงปลุกพระบรรทมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปรากฏให้ทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตรเห็นชั่วครู่ ก็เสด็จฯ ไป เมื่อทั้งสองพระองค์ได้ทรงถวายบังคมแล้ว

และจากพระสุบินนี้เอง ทั้งสองพระองค์จึงได้ทรงพระราชนิพนธ์ เพลงความฝันอันสูงสุดนี้ขึ้น และได้พิมพ์เพลงพระราชนิพนธ์นี้ พระราชทานแก่ ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่ออกปฏิบัติหน้าที่ ป้องกันอธิปไตยของชาติโดยทั่วหน้า และได้โปรดเกล้าฯ ให้คุณทนงศักดิ์ ภักดีเทวา และคุณจินตนา สุขสถิตย์ ร้องเพลงนี้ สอนให้แก่ข้าราชการทหาร ตำรวจ และพลเรือน เป็นครั้งแรกที่ตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ก่อนที่จะแพร่หลายไปทั่วประเทศในเวลาต่อมา.....

โดยที่ ผู้ที่ไม่ได้สัมผัส ย่อมไม่รู้ซึ้งเรื่องเหล่านี้ จะเชื่อไว้บ้างก็ไม่เสียหาย เพื่อความไม่ประมาท ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อได้รับรู้แล้ว สมควรอย่างยิ่ง ที่เราชาวไทยทุกคน จะได้ทำตัวให้สมกับที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงห่วงใย เพื่อช่วยประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติได้โดยเร็ว ซึ่งอันตรายที่พระองค์ทรงกล่าวถึง ก็น่าจะเป็น อันตรายจากการที่คนในชาติ ไม่สามัคคีกัน, รักชาติแต่ปาก, ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ฯลฯ นั่นเอง

ก็ขอให้ทุกคนช่วยกันเถอะครับ โดยการช่วยกันทำความดี ช่วยชาติโดยการ ๑. รักษาศีล ๕ ให้ครบถ้วนจริงๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ๒. งดอบายมุข ไม่ว่า สุรานารีพาชีกีฬาบัตร กัดปลา ชนไก่ แทงหวย แทงม้า แทงข้างหลัง ค้าผู้หญิง ฯลฯ ทั้งหลาย เลิกให้หมด ประเทศชาติล่มจมกับไอ้พวกนี้มามากแล้วครับ ๓. เลิกโกงกินเสียที ๔. ลด ละ เลิก ความชั่วร้าย ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ความหยิ่งทะนงตัวทั้งหลายทั้งปวง ๕. สามัคคีในเรื่องที่สมควร ไม่เหยียบย่ำกันเอง ฯลฯ.
จะมีพระนเรศวร สอง พระองค์ปรากฏตัวพร้อมกัน ได้รึครับ(sing) ในหลวงทรงพระราชนิพนธ์พลงนี้ เพราะได้พบกับ พระนเรศวร ครับ
<!-- / message --><!-- sig -->
____________________________________________________________
THE FORCE TO BE WITH YOU
<!-- / sig --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย CHAYA MARUTY : วันนี้ เมื่อ 10:57 AM.
<!-- / edit note --></TD></TR></TBODY></TABLE>

คนขายธูป
04-09-2007, 10:58 AM
นี่คือสัจจะธรรมความจริง

พระอรหันต์ไม่ใช่พระพุทธเจ้า จึงไม่มีสัพพัญญูญาณ จึงรู้บางสิ่ง แต่ไม่ใช่ทุกสิ่ง
พระอรหันต์รู้ระดับเดียวกันที่จิตละเอียดถึง บุญบารมีถึง ย่อมรู้ถึงได้ แต่ไม่อาจ
รู้ได้ว่า "พระมหาโพธิสัตว์" เป็นอย่างไร เพราะนี่กลายเป็น "อจิณไตย" สำหรับ
พระอรหันต์ เฉกเช่นเดียวกันกับ พระมหาโพธิสัตว์ ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ถึงระดับจิต
ของพระพุทธเจ้า จึงไม่อาจทำนายนิตยโพธิสัตว์ได้แบบพระพุทธเจ้า


อย่ายึดติดพระอรหันต์มากไป อย่ายึดติดตัวบุคคล
พระอรหันต์ดีเลิศแน่นอน ผมไม่ได้ปรามาส
แต่ความจริง ก็คือ ความจริง


"ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ๑๐๐%" ฉะนั้น อย่ายึดติดตัวบุคคล

nirvana4485
05-09-2007, 04:51 PM
อนุโมทนาคับ

Nongmaika
07-09-2007, 10:34 AM
ขออนุโมทนาค่ะ

chirakit
13-09-2007, 07:20 AM
กราบโมทนาสาธุครับ...
[b-wai] [b-wai] [b-wai]

ใบเฟิร์นเจ้าค่ะ
21-05-2008, 05:58 PM
อนุโมทนาเจ้าค่ะ

เด็กเมื่อวานซืน
22-05-2008, 09:04 AM
ขอสาธุชน ใช้มหาปัญญาพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม อย่าดึงฟ้าลงต่ำ
จริง หรือไม่จริง ท่านก็ได้รับการกระทบไปแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือ
คนที่จริงจังกับเรื่องอจินไตยของฌาณวิสัย มากเกินไป ต้องได้คำตอบที่
เที่ยงตรง อธิบายได้ 100% อาจนำมาซึงการปะทะวาทะ ไม่สิ้นสุด
อาจเป็นมโนกรรม วจีกรรม เพิ่มมา ..ซึงท่านไม่ประสงค์เลย...


มีคำตอบที่อธิบายได้มากกว่านี้ ..แต่เกินวิสัยแห่งเหตุผล..



เขียนแค่ประโยคนี้ก็พอแล้วครับ

การที่คุณยก ตัวอย่าง ครูบาอาจารย์มาประกอบกับ แนวคิดของคุณเนี่ย มันสุ่มเสี่ยงเหลือเกินครับ ที่จะทำให้คนเข้าใจผิด

ว่าอาจารย์องค์ไหนสอนผิดสอนถูก สุดท้าย คนก็จะไปปรามาสอีก ก็ลงนรกอีก

มันไม่มีประโยชน์เลยครับ

เด็กเมื่อวานซืน
22-05-2008, 09:15 AM
นี่คือสัจจะธรรมความจริง

พระอรหันต์ไม่ใช่พระพุทธเจ้า จึงไม่มีสัพพัญญูญาณ จึงรู้บางสิ่ง แต่ไม่ใช่ทุกสิ่ง
พระอรหันต์รู้ระดับเดียวกันที่จิตละเอียดถึง บุญบารมีถึง ย่อมรู้ถึงได้ แต่ไม่อาจ
รู้ได้ว่า "พระมหาโพธิสัตว์" เป็นอย่างไร เพราะนี่กลายเป็น "อจิณไตย" สำหรับ
พระอรหันต์ เฉกเช่นเดียวกันกับ พระมหาโพธิสัตว์ ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ถึงระดับจิต
ของพระพุทธเจ้า จึงไม่อาจทำนายนิตยโพธิสัตว์ได้แบบพระพุทธเจ้า




พระโพธิสัตว์ ยังไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้านะครับ มีกิเลสอยู่ครบถ้วน แต่สามารถทำอารมย์จิตเทียบเคียงกับ พระอริยบุคคลต่าง ๆ ได้เท่านั้น

ถ้าใช้ตรรกะ ข้อนี้เพิ่มเติมเข้ามาด้วย

ผมเชื่อโดยส่วนตัวว่า ถ้าพระท่านถึงระดับ (พระอริยเจ้า)จริง ๆ มี ญาณต่าง ๆ จริง
ท่านรู้ครับ แต่ว่า รู้แล้วจะพูดหรือไม่ก็อีกเรื่องนึง ครับ !

------------------------------------------------------------