PDA

View Full Version : แสงสีในสมาธิคือสั_ลักษณ์ของชนิดกิเลส(มีวิธีแก้)


กระเจียว
22-09-2004, 04:08 AM
สีของแสงคือสั_ลักษณ์ของกิเลส

แสงที่เกิดขึ้นจากการฝึกจิตในขั้นต้นนี้ เกิดได้ด้วยเหตุที่ธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายเราปรับรวมตัวเข้ากันเสมอ จิตนิ่งสงบ แล้วจึงเปล่งแสงออกมาทางจิตใจ ความรู้สึก และแสงนั้นจะมีสีต่างกัน

สีเหล่านี้ เป็นปรากฏการณ์จากอารมณ์ภายในของจิตใจ ได้แผ่ออกมาเป็นไปตามสั_ลักษณ์ตัวแทนของกิเลส 3 กอง คือ โลภ โกรธ หลง

ท่านที่ฝึกจิตให้สงบในขั้นนี้ใหม่ๆ แสงสีนั้นจะปรากฏเป็นสีขาว อันหมายถึง ความบริสุทธิ์ ของจิตเฉพาะในสภาวะขณะนั้นที่นิ่งสงบสะอาดอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้วก็จะเปล่งสีที่แท้อันเป็นธาตุแท้ของจิตออกมา



วิธีแยกพิจารณาสีที่ปรากฏในขั้นนี้

1. โลภจริต (ราคะจริต)

ตระกูลสีเขียวหม่นหมอง คือมีสีเขียวเป็นหลักแต่เป็นสีที่ไม่สดใส คือเป็นสีที่ดูแล้วหม่นหมองขุ่นมัว มีสีแก่อ่อนลดหลั่นลงไปตามลำดับแบบขั้นบันได เช่น สีเขียวใบไม้แก่ใกล้จะร่วง สีเขียวใบไม้เน่า สีเขียวตองอ่อน สีเหลืองขุ่นมัว เป็นต้น เป็นสั_ลักษณ์ปรากฏให้รู้ว่า คนประเภทนี้ มีโลภจริตเป็นเจ้าเรือน มีอารมณ์โลภอยากได้ มักติดอกติดใจ มีอารมณ์หนักเบาตามสีแก่อ่อนที่แสดงออกมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นสีแสดงออกของคนที่มีเลือดบ้าใฝ่ใจถึงกามตัณหา โดยเน้นหนักไปในด้านความกำหนัดเพศสัมผัสกามราคะ

วิธีแก้
ต้องหมั่นฝึกจิต ให้สงบเพื่อมองเห็นผลร้ายของกิเลส เจริ_ปลงอสุภะ พิจารณาถึงความที่ร่างกายคนเรานั้นเป็นสังขารที่ไม่เที่ยงแท้ เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะที่ทุกคนต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ว่าคนที่เรารัก
หรือตัวเราเองต่างก็ต้องตายเมื่อใดก็ได้ เนื้อหนังผุพัง เน่าเปื่อย ความสวย ความงามที่น่ารักที่เคยมีอยู่ก็จะสลายไปตามกาลเวลา ไม่ยั่งยืนจีรัง

จิตได้ปลงจนสงบระงับลง ปลงจนทุกครั้งที่เรานึกคิดถึงหรือเวลาที่เราได้พบปะเห็นเพศฝ่ายตรงข้ามที่เราเคยสัมพันธ์ หรือความอยากได้ทั้งปวงว่าเป็นของไม่เที่ยงแท้ เป็นทุกข์ทนอยู่ไม่ได้ แล้วก็ผุพังเน่าไปโดยไม่มีอะไรให้ยึดมั่นถือมั่น จิตปลงเช่นนี้ทุกครั้งที่จิตเรานึกคิดกามราคะ จิตปลงบ่อยๆเข้า จิตก็จะคลายออกจากกามราคะ


2.โทสจริต (โกรธ)

ตระกูลสีแดง คือสีที่มีส่วนผสมของสีแดงตั้งแต่ สีแก่ลดหลั่นลงไปตามลำดับแบบขั้นบันไดเช่น สีแดงแก่ แดงม่วง แดง ส้มแดง ส้ม เป็นต้น เป็นสั_ลักษณ์ปรากฏให้รู้ว่าคนประเภทนี้มี โทสจริต เป็นเจ้าเรือน มีอารมณ์ขี้โมโห โทโส เลือดขึ้นหน้าบ่อยมีอารมณ์หนักเบาตามสีแก่อ่อนที่แสดงออก
อนึ่ง ถ้ามีสีขุ่นมัวเข้าผสม ที่เรียกว่า ช้ำเลือด ช้ำหนอง สีน้ำล้างเนื้อเข้าผสมในสีแดงที่มีอยู่แล้ว แสดงว่า คนๆนี้ เป็นคนโทสะโกรธง่ายแล้วยังเป็นคนขี้โกรธอย่างไม่มีเหตุผล เอาแต่อารมณ์ของตนเป็นให_่ เวลาโกรธขึ้นมาไม่ฟังใครคัดค้านหรือหักห้ามทั้งนั้น

วิธีแก้
ต้องหมั่นอบรมฝึกใจเพ่งเล็งไปยังนิสัยที่ตรงกันข้ามกับความโกรธ ปลูกฝังความโอบอ้อมอารี ความเห็นใจ ความสงสารให้เกิดขึ้นในจิตใจ สร้างพลังแห่งกุศลธรรมด้วยการให้ได้ครองพรหมวิหารธรรม 4 ประการคือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และ

หมั่นเจริ_แผ่เมตตาที่ประกอบด้วยเจตนาดีจากส่วนลึกของจิตใจอุทิศกุศลถึง พรหมโลก เทวโลก มนุษย์โลก นรกโลก เจ้ากรรมนายเวร และเผื่อแผ่ไปยังสิ่งมีชีวิตทั้งปวงอย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย

ด้วยอารมณ์ เมตตา เป็นคนใจดีชอบเผื่อแผ่ช่วยเหลือคนอื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัว
กรุณา เกิดความสงสารที่เห็นคนอื่นได้รับทุกข์

มุทิตา ยินดีด้วยกับคนอื่นที่ได้รับความสุข

อุเบกขา การควบคุมจิตใจให้สม่ำเสมอวางเฉยไว้ได้ ไม่ไปยินดียินร้ายและไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมกับกรรมวิบากของสัตว์โลกที่เราไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้


3.โมหจริต (ความหลง)

ตระกูลสีดำ คือสีที่มีส่วนผสมของสีดำตั้งแต่สีเข้มแก่ลดหลั่นลงไปตามลำดับแบบขั้นบันไดเช่น สีดำสนิท สีเทาแก่ เทาอ่อน เป็นต้น เป็นสั_ลักษณ์ปรากฏให้รู้ว่า คนประเภทนี้มี โมหจริตเป็นเจ้าเรือน และอกุศลกรรมกำลังวิบาก ดวงกำลังมืด ได้เข้าปิดบังปั__า ให้เห็นผิดเป็นชอบ จิตใจฟุ้งซ่าน หงุดหงิด รำคา_ และบางครั้งมองไม่เห็นภัยอันตรายในภาวะนั้น จึงอาจจะกระทำสิ่งไม่ดีที่คิดไม่ถึง หรือประสบเหตุการณ์อันไม่คาดฝันมาก่อน เช่น บาดเจ็บเล็กน้อยถึงขั้นสาหัสหนักๆอาจจะถึงตายได้ ทั้งนี้หนักเบาตามแต่อกุศลกรรมที่กำลังวิบากแล้วแสดงออกมาเป็นสั_ลักษณ์ตามความแก่อ่อนของสี

วิธีแก้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประพฤติตนเป็นคนดี หมั่นถือศีล สวดมนต์ ไหว้พระทำสมาธิให้ใจสงบเกิดปั__าระลึกชอบ พิจารณาจนแจ้งซึ่งเหตุผลอันดีที่ควรประพฤติปฏิบัติต่อไปด้วยการ แผ่เมตตาอุทิศกุศล อย่างสม่ำเสมอทุกขณะจิต ขอให้เจ้ากรรมนายเวรจงอโหสิกรรมและฝึกเป็นคนใจกว้าง พร้อมอภัยให้กับคนอื่นและตนเอง สร้างจิตใจให้มีอภัยทานเป็นสรณะ และช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่เห็นแก่ตัว

จิตใจที่มืดมนและอกุศลกรรมที่วิบากก็จะค่อยๆคลายจากหนักเป็นเบาได้จิตก็จะค่อยๆสว่างขึ้น

telwada
22-09-2004, 05:04 AM
แสง สี ที่เกิดขึ้นในสมองขณะนั่งสมาธินั้น เกิดขึ้นเพราะ ความรู้ ความจำ อันได้พบเห็น และสัมผัสมา เกิดการปรุงแต่ง หรือฟุ้งซ่าน ไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ในสมาธิ จึงเกิด แสง สี หรือเสียงขึ้น
ถ้าหากเป็นตามหลักการแพทย์เขาเรียกว่า ภาพหลอน หากเกิดขึ้นบ่อยๆ และไม่สามารถควบคุมได้ ก็ควรไปปรึกษา จิตแพทย์ หรือไปรักษาที่โรงพยาบาลโรคประสาทได้เลยขอรับ

กระเจียว
22-09-2004, 05:06 AM
นั่นน่ะสิคะ

ยิ่งถ้าคิดว่าตนเองเป็นพระศรีอาริยเมตไตร ไม่มีหมอที่ไหนรักษาหายหรอก


บทความนี้ ก็อปมาจาก (เพื่อเป็นธรรมทาน)


http://www.thai.net/book_2546/

bluecoral
23-09-2004, 02:25 AM
เมื่อตอนตีสามคืนที่ผ่านมากำลังคุยโทรศัพท์กับแฟนอยู่ ก็คุยกันเรื่องธรรมะเพราะต่างคนต่างนอนไม่หลับ แต่ในขณะที่คุย แล้วก็ฟังเค้าคุย ก็หลับตาทำสมาธิไปด้วย ... อยู่ๆก็เห็นแสง สีเขียว หมุนเหมือนเข็มเรด้า ที่มีเงาๆ ก็ดูไปซักพักก็หมุนไปเรื่อยๆ ก็เลยทักขึ้น ว่าแสงอะไรน๊า ซักพักก็หายไปเลย ... ยังสงสัยอยู๋ว่า เหมือนเรด้าจับทิศทางไรซักอย่าง ... ครายเคยเห็นบ้างเนี่ยะ