PDA

View Full Version : รบกวนท่านผู้มีปัญญาธรรมช่วยชี้แนะหนทางเรื่องลูกให้ผมทีครับ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี


ใต้ดอกบัว
25-02-2008, 12:43 PM
ตอนนี้ผมได้เลิกกับภรรยาแล้วครับ ตั้งแต่ภรรยาคลอดลูกมาก็นำไปเลี้ยงที่บ้านแม่ของเขาจนถึงปัจจุบันลูกสาวอายุได้ 5 ขวบแล้วครับ ลูกสาวผมเป็นผู้หญิงคุยเก่ง จำเก่ง พูดรู้เรื่องกว่าผู้ใหญ่เสียอีก เป็นเด็กที่น่ารัก ตัวผมเองไม่ได้อยู่กับภรรยาที่บ้านแม่ยาย เนื่องจากเข้ากับนิสัยบ้านภรรยาไม่ได้ครับ (อย่าว่าผมกับภรรยานะครับว่าทำไมเหตุผลส่วนตัวครับ)

พอหลังจากเลิกกันก็มีปากเสียงกัน ผมอยากจะเอาลูกมาอยู่กับผมเฉพาะ ส-อ แต่อาจจะไม่ทุก ๆ ส-อ เดือนหนึ่งซัก 1-3 ครั้ง เพราะ จ-ศ ลูกผมต้องไป ร.ร ที่นั้นครับ พอเย็นวันศุกร์ก็มารับลูกไปนอนบ้านผม เย็นวันอาทิตย์ก็มาส่ง แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นมาเอง ภรรยาผมและแม่ยายพาลูกผมไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเฉพาะวันอาทิตย์ ทำให้เวลาที่ผมจะอยู่กับลูกเหลือเพียงแค่ 2 คืน กับอีก 1 วัน ผมจะต้องไปส่งในตอนเย็นวันเสาร์ เร็วขึ้นไปอีก 1 วัน

ทำเหมือนพวกเขาจะวางแผนกีดกันผมเลยครับ เพราะกลัวว่าลูกจะรักผมมากกว่าพวกเขา พอผมพูดกับแม่ยายและภรรยาก็บอกว่าไม่อยากให้ลูกสาวมาบ้านผมเพราะบ้านผมมีแต่เด็กผู้ชาย ผมก็เลยบอกไปว่าบ้านผมมีแม่ผม มีเด็กผู้ชายจริงแต่อายุแค่ 5 ขวบ 10 ขวบ เด็กทั้งสองคนนี้ติดแต่เกม เอาแต่เล่น เขาคงไม่มีความรู้สึกสนใจทางเพศหรอกครับ ส่วนอีกคนผู้ชาย 16 ปี ก็ติดเกมติดหญิง น้องสาวผมไปทำงานเช้ากับมืด ส่วนผม ส-อ ก็หยุดงานไม่ได้ทำอะไรจึงมีเวลาว่างที่จะดู ทำไมถึงคิดกับบ้านผมแบบนั้นล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่ภรรยาและลูกก็เคยไปนอนที่บ้านผม (ผมมีห้องนอนส่วนตัว) ส-อ หลาย ๆ ครั้ง นับไม่ถ้วน แต่พอเกลียดกันก็อ้างต่า ๆ นา นา ตั้งแค่คลอดลูกมาผมเสียค่าคลอดไปตั้ง 24,000 บาท ค่าเล่าเรียนต่าง ๆ เทอมล่ะเป็นหมื่น ค่าประกันสุขภาพลูก ปีล่ะ 3หมื่นบาท รายจ่ายต่อเดือนอีก (เป็นค่านม ขนม ของใช้) ยกเว้น กับข้าวต่อวัน และเสื้อผ้าที่ครอบครัวเขาหาให้ลูกผม

ผมรับผิดชอบเกือบจะทุก ๆ อย่าง เพียงแต่เราสองคนไม่ได้ชีวิตอยู่รวมกันเหมือนครอบครัวคนอื่น ๆเพราะภรรยาผมไม่กล้าจะออกมา เพราะเขารักพ่อแม่เขา ผมก็เข้าใจครับ พอผมเรียกร้องลูกหาว่ากีดกัน เขาก็หาว่าผม ต้องการจะเอาชนะ ผมและน้องเรียน ป. ตรี มีงานทำ มีบ้านเป็นของตนเอง มีปัญญาหาเลี้ยงลูกผมได้ครับ ผมเองระอายใจไม่อยากไปเจอหน้าลูกเลย เพราะต้องคิดถึงภรรยาและลูก กลัวเขาหาว่าผมจะมาเอาลูกเขาไป ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกผมเหมือนกัน และได้จดทะเบียนรับรองบุตรแล้วด้วย ลำบากใจมากครับ ยอมให้ตลอด เพราะไม่อยากมีปากเสียงกัน เพราะทุกวันนี้มีแม่ยายคอยให้ท้ายภรรยาผมในเรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน หาว่าผมไม่ให้เขากิน เขาใช้ ทั้ง ๆ ที่ผมก็ให้ แต่ผมมีเงินเดือนอยู่แค่นี้ (12,000 บาท) ไหนจะลูก ไหนจะแม่ผม ไหนจะเมียผม ผมก็ให้ภรรยาบ้างเดือนหนึ่งก็ไม่เกิน 2 พันบาท ยังไม่รวมค่าเสื้อผ้าและอะไรต่ออะไรของผู้หญิงผมออกให้หมด เพราะบางครั้งผมก็พาครอบครัวไปกินข้าวนอกบ้านบ้างเดือนหนึ่งก็ประมาณ 4-5 ครั้ง แต่พอดีภรรยาผมต้องเลือกที่จะอยู่บ้านของเขา ผมก็ไม่ได้หวงเรื่องกินมากเท่าไร ภรรยาผมว่างงานมา 1ปี กว่า ๆ พึ่งจะได้งานทำเมื่อต้น ม.ค. 51 นี้เอง

ถ้าผมนำเงินไปกินเหล้ากินยา การพนัน เลี้ยงเมียน้อย ก็ว่าไปอย่าง แต่แม่ยายให้เลิกเพราะเงินเดือนให้ไม่พอกิน จะให้ผมมีนิสัยเหมือนพ่อเขาที่ได้เงินเดือนมาแล้วให้ภรรยาให้หมด พ่อเขาเงินตั้ง 6-7 หมื่นบาท ผมคงทำไมได้ครับ แถมแนะนำให้ภรรยาผมไปลองหาคนรวย ๆ จะได้สบาย ๆ ในอนาคต

ผมควรจะเอาลูกมาเลี้ยงดูได้บ้างไหม ส-อ หรือควรจะปล่อยเอาไว้ และลืมไปซะ มันจะบาปไหมครับถ้าทิ้งลูก ลูกเองก็รักผม อยากจะไปอยู่ ไปนอนและไปเล่นกับน้อง ๆ ผม ช่วยชี้นำให้ทีครับ กลุ้มใจมาก ๆ ๆ

(cry)

siratsapon
25-02-2008, 02:23 PM
ปัญหาทุกอย่าง ล้วนจะต้องมีเหตุ และมีปัจจัย ย่อมมีที่มาที่ไป สิ่งที่ปรากฏขึ้นกับคุณในตอนนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นวิบากของกรรม ซึ่งอาจจะมีจากกรรมไม่ดีที่เคยทำเอาไว้ในชาตินี้ หรือชาติก่อนก็ได้ครับ

ผมขอให้คุณมองให้เห็นถึงสัจธรรมว่าคนเราย่อมมีพบ มีจากเป็นธรรมดา เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณเป็นเรื่องธรรมดา มีคนมากมายที่เผชิญปัญหาคล้ายๆ กับคุณ หรือมากกว่าคุณ

ขอให้พยายามสำรวจดูว่าบทบาทหน้าที่ของคุณ ณ ตอนนี้คืออะไร คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง ขอให้ทำสิ่งนั้นให้เต็มที่ เท่าที่คุณจะทำได้ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ต้องเก็บมาทุกข์ใจ ทำไปๆ

และเวลาจะทำ จะพูดอะไรขอให้คำนึงถึงประโยชน์สุขของลูก และคุณเอง และคนอื่นๆ เป็นสำคัญ ว่าหากสิ่งที่คุณจะทำ หรือว่ากำลังทำอยู่ หรือว่าสิ่งที่คุณจะพูด หรือกำลังพูดอยู่นั้น ทำให้เกิดปัญหาบานปลาย หรือทำให้เกิดความทุกข์แก่คุณเอง หรือลูก หรือคนอื่นๆ แล้วขอให้อย่าทำ อย่าพูดสิ่งนั้น ถ้าคุณทำอย่างนี้แล้วคุณจะผ่านพ้นช่วงนี้ของชีวิตไปอย่างคนที่มีสติปัญญาคอยกำกับ

หากคุณไม่มีสติปัญญาคอยระวังอย่างที่ผมบอกไปแล้ว ปัญหาย่อมบานปลาย ความทุกข์จะไม่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าแก้ปัญหาจากภายใน คือ ใจของคุณเองให้ได้เสียก่อน เมื่อแก้ได้แล้วคุณจะไม่มืดบอด คุณจะสามารถมองเห็นทางแก้ไขปัญหาจากภายนอกที่เกิดขึ้นอยู่นี้ได้ และถึงแม้จะยังไม่มีทางแก้ไขปัญหาหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คุณ ลูก บุคคลอื่นย่อมจะไม่ทุกข์เพิ่มไปกว่านี้ครับ

"เมื่อมีความรัก ย่อมมีความหวัง เมื่อมีความหวัง ความผิดหวังย่อมรอเราอยู่ และเราย่อมจะทุกข์ในเมื่อเราไม่ได้ดังหวัง หรือเมื่อรักไม่สมปรารถนา"

น้ำใสไหลเย็น
03-03-2008, 02:52 AM
อยากให้กำลังใจคุณใต้ดอกบัว
คุณรักลูก รักภรรยา อยากให้คนที่คุณรักมาอยู่ด้วย เมื่อไม่เป็นดังหวัง เราก็ทุกข์ วุ่นวายใจ
คิดว่าเป็นเรื่องของกรรมเก่า เราไม่คู่ควรกับเค้า คิดอย่างมีสติ พยายามทำบุญสร้างกุศลอย่างสม่ำเสมอ ชีวิตจะค่อยๆดีขึ้นเองค่ะ
อยากเป็นกำลังใจ สู้ต่อไป แต่อาจต้องใช้เวลา

iofeast
03-03-2008, 12:34 PM
ตอนนี้ผมได้เลิกกับภรรยาแล้วครับ ตั้งแต่ภรรยาคลอดลูกมาก็นำไปเลี้ยงที่บ้านแม่ของเขาจนถึงปัจจุบันลูกสาวอายุได้ 5 ขวบแล้วครับ ลูกสาวผมเป็นผู้หญิงคุยเก่ง จำเก่ง พูดรู้เรื่องกว่าผู้ใหญ่เสียอีก เป็นเด็กที่น่ารัก ตัวผมเองไม่ได้อยู่กับภรรยาที่บ้านแม่ยาย เนื่องจากเข้ากับนิสัยบ้านภรรยาไม่ได้ครับ (อย่าว่าผมกับภรรยานะครับว่าทำไมเหตุผลส่วนตัวครับ)

พอหลังจากเลิกกันก็มีปากเสียงกัน ผมอยากจะเอาลูกมาอยู่กับผมเฉพาะ ส-อ แต่อาจจะไม่ทุก ๆ ส-อ เดือนหนึ่งซัก 1-3 ครั้ง เพราะ จ-ศ ลูกผมต้องไป ร.ร ที่นั้นครับ พอเย็นวันศุกร์ก็มารับลูกไปนอนบ้านผม เย็นวันอาทิตย์ก็มาส่ง แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นมาเอง ภรรยาผมและแม่ยายพาลูกผมไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเฉพาะวันอาทิตย์ ทำให้เวลาที่ผมจะอยู่กับลูกเหลือเพียงแค่ 2 คืน กับอีก 1 วัน ผมจะต้องไปส่งในตอนเย็นวันเสาร์ เร็วขึ้นไปอีก 1 วัน

ทำเหมือนพวกเขาจะวางแผนกีดกันผมเลยครับ เพราะกลัวว่าลูกจะรักผมมากกว่าพวกเขา พอผมพูดกับแม่ยายและภรรยาก็บอกว่าไม่อยากให้ลูกสาวมาบ้านผมเพราะบ้านผมมีแต่เด็กผู้ชาย ผมก็เลยบอกไปว่าบ้านผมมีแม่ผม มีเด็กผู้ชายจริงแต่อายุแค่ 5 ขวบ 10 ขวบ เด็กทั้งสองคนนี้ติดแต่เกม เอาแต่เล่น เขาคงไม่มีความรู้สึกสนใจทางเพศหรอกครับ ส่วนอีกคนผู้ชาย 16 ปี ก็ติดเกมติดหญิง น้องสาวผมไปทำงานเช้ากับมืด ส่วนผม ส-อ ก็หยุดงานไม่ได้ทำอะไรจึงมีเวลาว่างที่จะดู ทำไมถึงคิดกับบ้านผมแบบนั้นล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่ภรรยาและลูกก็เคยไปนอนที่บ้านผม (ผมมีห้องนอนส่วนตัว) ส-อ หลาย ๆ ครั้ง นับไม่ถ้วน แต่พอเกลียดกันก็อ้างต่า ๆ นา นา ตั้งแค่คลอดลูกมาผมเสียค่าคลอดไปตั้ง 24,000 บาท ค่าเล่าเรียนต่าง ๆ เทอมล่ะเป็นหมื่น ค่าประกันสุขภาพลูก ปีล่ะ 3หมื่นบาท รายจ่ายต่อเดือนอีก (เป็นค่านม ขนม ของใช้) ยกเว้น กับข้าวต่อวัน และเสื้อผ้าที่ครอบครัวเขาหาให้ลูกผม

ผมรับผิดชอบเกือบจะทุก ๆ อย่าง เพียงแต่เราสองคนไม่ได้ชีวิตอยู่รวมกันเหมือนครอบครัวคนอื่น ๆเพราะภรรยาผมไม่กล้าจะออกมา เพราะเขารักพ่อแม่เขา ผมก็เข้าใจครับ พอผมเรียกร้องลูกหาว่ากีดกัน เขาก็หาว่าผม ต้องการจะเอาชนะ ผมและน้องเรียน ป. ตรี มีงานทำ มีบ้านเป็นของตนเอง มีปัญญาหาเลี้ยงลูกผมได้ครับ ผมเองระอายใจไม่อยากไปเจอหน้าลูกเลย เพราะต้องคิดถึงภรรยาและลูก กลัวเขาหาว่าผมจะมาเอาลูกเขาไป ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกผมเหมือนกัน และได้จดทะเบียนรับรองบุตรแล้วด้วย ลำบากใจมากครับ ยอมให้ตลอด เพราะไม่อยากมีปากเสียงกัน เพราะทุกวันนี้มีแม่ยายคอยให้ท้ายภรรยาผมในเรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน หาว่าผมไม่ให้เขากิน เขาใช้ ทั้ง ๆ ที่ผมก็ให้ แต่ผมมีเงินเดือนอยู่แค่นี้ (12,000 บาท) ไหนจะลูก ไหนจะแม่ผม ไหนจะเมียผม ผมก็ให้ภรรยาบ้างเดือนหนึ่งก็ไม่เกิน 2 พันบาท ยังไม่รวมค่าเสื้อผ้าและอะไรต่ออะไรของผู้หญิงผมออกให้หมด เพราะบางครั้งผมก็พาครอบครัวไปกินข้าวนอกบ้านบ้างเดือนหนึ่งก็ประมาณ 4-5 ครั้ง แต่พอดีภรรยาผมต้องเลือกที่จะอยู่บ้านของเขา ผมก็ไม่ได้หวงเรื่องกินมากเท่าไร ภรรยาผมว่างงานมา 1ปี กว่า ๆ พึ่งจะได้งานทำเมื่อต้น ม.ค. 51 นี้เอง

ถ้าผมนำเงินไปกินเหล้ากินยา การพนัน เลี้ยงเมียน้อย ก็ว่าไปอย่าง แต่แม่ยายให้เลิกเพราะเงินเดือนให้ไม่พอกิน จะให้ผมมีนิสัยเหมือนพ่อเขาที่ได้เงินเดือนมาแล้วให้ภรรยาให้หมด พ่อเขาเงินตั้ง 6-7 หมื่นบาท ผมคงทำไมได้ครับ แถมแนะนำให้ภรรยาผมไปลองหาคนรวย ๆ จะได้สบาย ๆ ในอนาคต

ผมควรจะเอาลูกมาเลี้ยงดูได้บ้างไหม ส-อ หรือควรจะปล่อยเอาไว้ และลืมไปซะ มันจะบาปไหมครับถ้าทิ้งลูก ลูกเองก็รักผม อยากจะไปอยู่ ไปนอนและไปเล่นกับน้อง ๆ ผม ช่วยชี้นำให้ทีครับ กลุ้มใจมาก ๆ ๆ

(cry)

ไม่รู้จะแนะนำอย่างไร จะนำเอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟังก็แล้วกันครับ
เมื่อก่อนนั้น แฟนกับแม่เขาเอาลูกผมไปซ่อนเลยด้วยซ้ำไปครับ เราก็ส่งเสียให้ไม่มีขาดตกบกพร่อง ตัวแฟนเก่าผมเองก็ไม่ได้ดูแล บางครั้งก็ไม่ได้กลับเป็นวันๆ เราก็เฉยๆนะเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาคงจะไม่อยากเลี้ยง และก็คงจะเลี้ยงกันไม่ไหวหรอกครับ ที่เอาเด็กไปก็หวังต่อรอง เอาไปซ่อนได้ระยะหนึ่ง เราก็ได้ไปเจอเข้า อยู่กันพร้อมทั้งแฟนเก่า ทั้งแม่เขา ทั้งลูก ตอนนั้นถามเด็กเองว่าอยากอยู่กับใคร เด็กบอกจะอยู่กับพ่อ เราก็เลยพาเด็กกลับมาเลยครับ

ตอบ
ถ้าโอกาสอำนวย ก็ควรจะไปรับมาอยู่ด้วยมาดูแลบ้างครับ ถึงยังไงคุณก็เป็นพ่อเด็กย่อมมีสิทธิที่จะทำได้ ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เจอเด็กเนี่ยยังไงเขาก็รู้ว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่เขา เขาก็รักพ่อแม่เขาอยู่ดีแหละครับ ขอให้โชคดีครับ

Komodo
03-03-2008, 12:42 PM
อย่าไปคิดมากครับ มี 1 วันก็ยังดีครับ ใช้เวลาให้คุ้มค่าครับ ทำอะไรให้คิดถึงลูกมากๆนะครับ

อักขรสัญจร
03-03-2008, 12:48 PM
บวชไปเล้ยย
โอกาสมาถึงแย้ว http://www.kapook.com/msn/upload/emoticons/thumbnail/kapook-18436-7546.gif

boontar
13-03-2008, 02:53 PM
ช่วงวิบากนี่ต้องสู้ๆครับ ประคองๆไปอย่าทิ้งความดี อย่าทิ้งความถูกต้อง พอกรรมบรรเทาเบาบางลง จะได้ไม่เสียใจภายหลัง