PDA

View Full Version : พระกริ่งตั๊กแตน


ฐาณัฏฐ์
24-02-2008, 04:52 PM
พระกริ่งตั๊กแตน

http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20001.jpg
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20002.jpg
แฟน ๆ รายการทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์บางท่านอยากจะรู้ประวัติความเป็นมาของ พระกริ่งตั๊กแตน ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เปลี่ยนแปลงจากเทวสถานมาเป็นพุทธสถาน มีประวัติประสบการณ์อภินิหารมากมาย จากปากปู่ย่าตายายมาสู่ถึงคนในยุคปัจจุบัน ก็เลยเป็นที่เสาะแสวงหาของนักนิยมสะสมพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง ซึ่งทุกท่านมีความเชื่อกันว่าเมื่อได้กริ่งเขมรไม่ว่าจะเป็นยุคต้น ยุคกลาง หรือยุคปลายนำมาบูชาพกพาติดตัว ความเป็นสิริมงคลก็จะเกิดเรื่องของสิ่งที่เป็นอัปมงคลก็จะไม่มีเกิดขึ้นแน่นอน ผมจะย้อนประวัติศาสตร์ไปถึงอดีตว่าการนับถือศาสนาในประเทศเขมร กำเนิดของพระกริ่งตั๊กแตนจากศาสนาพราหมณ์ซึ่งเป็นนารายณ์อวตารปางหนึ่ง พระกริ่งตั๊กแตนแบบต่าง ๆ ที่อยู่ในความนิยม การเรียกชื่อพระกริ่งตั๊กแตนตามสัณฐานบัว การวิวัฒนาการของอักขระตามยุคตามสมัย
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20003.jpg

การรับนับถือศาสนาในประเทศเขมร มีการผันแปรไปมาเป็นเนืองนิตย์ ระหว่างพุทธศาสนาลัทธิ หินยาน มหายาน และ ศาสนาพราหมณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพระมหากษัตริย์ในยุคนั้น สมัยนั้น พระองค์ท่านรับนับถือศาสนาหรือลัทธิใด
ดังเราจะเห็นได้จากโบราณสถานเป็นหลักฐานพยานสำคัญ เช่นที่ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสร้างในระหว่างแผ่นดิน พระเจ้าไชยวรมัน ที่6 (พ.ศ.1623 – 1650) ล้วนแต่เป็นของสร้างในพุทธศาสนา รู้ได้จากภาพจำหลักสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นเรื่องในพุทธศาสนาทั้งสิ้น
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20004.jpg
ผิดกับภาพจำหลักบน ปราสาทหินบนเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์เป็นของสร้างในศาสนาพราหมณ์โดยได้จำหลักเป็นเรื่องของศาสนาพราหมณ์เป็นพื้น เฉพาะที่พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี หรือที่ พระปรางค์ วัดพระพายหลวง จังหวัดสุโขทัย เข้าใจว่าเป็นของสร้างในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน คือที่ยอดกลางเป็นที่ประดิษฐาน พระอาทิพุทธเจ้า (สร้างเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกทรงเครื่องข้างซ้ายมือประดิษฐ์พระโพธิสัตว์โลเกศวร หรืออวโลติเกศวร ขวามือประดิษฐานนางภควดี ปัญญาบารมี หรือ ปรัญญาปารมิตาซึ่งเป็นพระชายาพระวัชรสัตว์ (พระอาทิพุทธเจ้า)
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20005.jpg
จะอย่างไรก็ดีการนับถือศาสนาของเขมรในสมัยนั้นมีการผันแปรอยู่เสมอ บางทีก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ซึ่งสร้างไว้ในพระพุทธศาสนา ไปเป็นในศาสนาพราหมณ์ฯ เป็นในพระพุทธศาสนา เรื่องนี้ไม่สู้จะยุติ
ข้อนี้ถ้าผู้ใดได้ไปดูโบราณสถานในเมืองกัมพูชาจะเห็นได้ทั่ว ๆ ไป (หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์) ถ้าจะดูใกล้ ๆ มีพระนาคปรกอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานองค์หนึ่ง ซึ่งอัญเชิญลงมาจาก พระปรางค์สามยอด ที่เมืองลพบุรี
ถ้าพิจารณาดูที่ผ้านุ่ง เดิมสร้างเป็นเทวรูปยังไม่ทันจะแล้วเสร็จแก้เป็นพระพุทธรูปรอยแก้ยังมีปรากฎอยู่ ด้วยเหตุที่ประเทศเขมรแต่อดีตรับนับถือพุทธศาสนาลัทธิหินยาน มหายาน และศาสนาพราหมณ์เปลี่ยนไป มาเป็นของผันผวนซึ่งอาศัยกันและกันมาแต่บรรพกาลแล้วนั้นเองเป็นเหตุให้เกิดปฏิมากรรมตามนัยศาสนาพราหมณ์ขึ้นชนิดหนึ่งที่ชาวเรานิยมเรียกกันว่า พระกริ่งเขมร (หน้าตั๊กแตน)
พระกริ่งตั๊กแตน (พระกริ่งเขมร) จัดเป็นพระกริ่งนอกอีกชนิดหนึ่งที่ปรากฎนิยมเล่าหากันอย่างกว้างขวางและมีค่านิยมสูง มีกำเนิดมาจากประเทศเขมร ได้สร้างขึ้นตามตำรับไสยศาสตร์ อันสืบเนื่องมาจากศาสนาพราหมณ์ ในศาสนาพราหมณ์ได้กล่าวถึงพระผู้เป็นเจ้ายิ่งใหญ่อยู่หลายต่อหลายพระองค์ด้วยกัน เช่น พระอิศวร ผู้เป็นเจ้าโลก หรือที่เรียกว่า พระศิวะ พระวิษณุ และพระนารายณ์ ผู้เป็นใหญ่
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20006.jpg
โดยปกติแล้ว พระนารายณ์ท่านจะบรรทมสินธ์เหนือปฤษฎางค์พระยานาคในเกษียณสมุทรเป็นประจำ เมื่อเกิดเหตุการณ์ในเทวโลกก็ดีเหนือในมนุษย์โลกก็ดี เมื่อพระอิศวรผู้เป็นเจ้าจอมโลกไม่สามารถจะปราบปรามได้สำเร็จก็จะไปอัญเชิญพระนารายณ์ขึ้นมาจากเกษียณสมุทรอวตารจุติขึ้นมาปราบปรามยุคเข็ญกันเสียที เป็นเช่นนี้ตลอดมา
ดังมีรายละเอียดปรากฎอยู่ในเรื่อง พระนารายน์สิบปาง และจาก สมณาวตาร ซึ่งเป็นการอวตารของพระนารายณ์ปางหนึ่งที่ขึ้นมาจากเกษียณสมุทรเพื่อปราบยุคเข็ญในเทวโลก อันเป็นที่มาของพระกริ่งหน้าตั๊กแตน ซึ่งมีเค้าเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้
อันว่า พระอิศวร ผู้เป็นจอมโลกซึ่งทรงมีฤทธิ์เดชเป็นอันมาก เฝ้าปกปักรักษาทั้งสามโลกว่ากันอย่างนั้นเถอะ แต่ทว่าท่านใจดีเป็นอย่างยิ่ง มักจะเผลอตัวให้พรเหล่าอสูรผู้ประพฤติดีประพฤติชอบอยู่เสมอ ๆ จนกรทั่งเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ (ถ้ามิฉะนั้นแล้วเรื่องนารายณ์สิบปางคงจะไม่มีให้ท่านอ่านกันเป็นแน่)
ใน สมณาวตาร นั้นได้กล่าวถึงอสูรตนหนึ่งผู้เป็นเจ้าพระนครโสพัศชื่อ ตรีบุรำ เจ้าอสูรตนนี้ได้แสร้งกระทำความดีความชอบโดยซ่อนเจตนาร้ายไว้ภายในตามนิสัยอสูรร้าย ใจพาลประพฤติปฏิบัติอยู่เช่นนี้ จนกระทั่งพระอิศวร ตายใจเผลอให้พรตามที่อสูรตรีบุรำขอมาว่า อย่าให้ผู้ใดฆ่าตายด้วยศาสตราวุธใด ๆ ทั้งสิ้น
เมื่ออสูรตรีบุรำ ได้รับพรจากพระอิศวรแล้วได้คิดกำเริบสืบสายยิ่งใหญ่ โดยไปขอพรจากศิวลึงค์ในแม่น้ำสรภู ตรีบุรำเอาทูนศีรษะไว้ ยิ่งไปกว่านั้นยังคิดกำเริบฤทธิ์ เที่ยวรุกรานย่ำยีฤาษีเทวันทุกชั้นฟ้าให้ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีใครสามารถที่จะปราบปรามอสูรตรีบุรำได้เลย เพราะว่าฆ่าอย่างไรตรีบุรำก็ไม่ตาย แม้แต่พระอิศวรผู้ประทานพรให้ก็ยังมีอันต้องชิดซ้ายหลีกทางให้อสูรตรีบุรำ แล้วน้ำหน้าไหนจะสู้ได้
เฉพาะนางฟ้าสาวสวรรค์กำนัลในไม่ทราบว่า ต้องตกเป็นเมียของอสูรตรีบุรำสักเท่าไร (น่าอิจฉาเสียแล้ว) เรียกกันว่า พวกเทวันตลอด 16 ชั้นฟ้าต้องเดือดร้อนเพราะอสูรตรีบุรำก็แล้วกัน
เมื่อไรไม่มีใครที่จะปราบอสูรตรีบุรำได้ คงเหลือแต่พระเอกขี่ม้าขาวอยู่เพียงองค์เดียวคือ พระนารายณ์ที่บรรทมสินธ์อยู่ในเกษียณสมุทรต้องอวตารขึ้มาปราบปราม อสูรตรีบุรำ ในสมณาวตาร นั้นกล่าวว่า แม้แต่พระนารายณ์ก็ยังสู้ฤทธิ์อสูรตรีบุรำไม่ได้ ต้องใช้เล่ห์กระเท่เนรมิตเป็นพระไปขอบิณฑบาต ศิวลึงค์จากอสูรตรีบุรำ เมื่ออสูรตรีบุรำหลงกลมอบศิวลึงค์ให้
พระนารายณ์ไปแล้ว จึงเอากล่องแก้วส่องถูกอสูรตรีบุรำถึงแก่ความตายในทันที เรื่องสมณาวตารซึงเป็นเรื่องราวของพระนารายณ์ปางหนึ่งก็เอวังลงเพียงเท่านี้ จากเค้าเรื่องใน สมณาวตารนี้เอง เชื่อกันว่าพระนารายณ์ปางนี้ท่านมีฤทธิ์มีเดชมาก จึงนำเอามาสร้างเป็นรูปเคารพ มีชื่อเรียกว่า พระกริ่งเขมร หรือพระกริ่งหน้าตั๊กแตนนั่นเอง ฉะนั้น กำเนิดของพระกริ่งเขมร หรือพระกริ่งหน้าตั๊กแตน จึงมิใช่รูปจำลองของพระไภษัชยคุรุ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งอวตารลงมาเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้หายจากความเจ็บไข้ได้ป่วย ตายนัยพุทธศาสนาลัทธิมหายานไปประเทศจีนและธิเบต
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20007.jpg
แต่ทว่าสร้างเป็นรูปจำลองขององค์พระนารายณ์ในสมณาวตาร ดังพรรณนาความละเอียดไว้ในตอนต้นแล้ว กำเนิดของ พระกริ่งในประเทศจีนไทย และ ธิเบต จึงมีความแตกต่างกับพระกริ่งของเขมรที่เรียกกันว่า พระกริ่งตั๊กแตน ด้วยประการฉะนี้
วิธีการสร้างพระกริ่งเขมร พระกริ่งหน้าตั๊กแตน หรือพระกริ่งเขมร มีวิธีการสร้างที่แตกต่างไปจาก พระกริ่งของไทย จีน และธิเบต โดยสิ้นเชิง การสร้างพระกริ่งในประเทศไทย จีน และธิเบต นั้นมีรูปแบบที่ถอดมาจากแม่พิมพ์เป็นมาตรฐานเดียวกัน เมื่อหล่อหลอมเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมีขนาด น้ำหนักและตำหนิในพิมพ์เช่นเดียวกัน เช่น พระกริ่งใหญ่ บาเก็ง พระกริ่งหนองแส เป็นต้น
ส่วนการสร้างพระกริ่งตั๊กแตนนั้น ใช้วิธีปั้นหุ่นเทียนเป็นแต่ละองค์ไป ไม่ใช้วิธีถอดแม่พิมพ์เหมือนการสร้างพระกริ่งในประเทศไทย จีน และธิเบต ฉะนั้นพระกริ่งของเขมร เช่นพระกริ่งตั๊กแตน จึงไม่เหมือนกันสักองค์เดียว มักจะพูดกันว่าถ้าพระกริ่งตั๊กแตน หนึ่งองค์ใดเกิดไปเหมือนกันราวกับจุติมาจากแม่พิมพ์เดียวกันแล้วไซร้ ท่านว่า ต้องมีเก๊องค์หนึ่งเป็นแน่ หรือไม่ก็ทั้งสององค์เลย
ทั้งนี้ก็ด้วย พระกริ่งตั๊กแตนท่านมีวิธีการสร้างโดยวิธีการปั้นหุ่นเทียนเป็นแต่ละองค์ ๆ ไปดังกล่าวแล้ว พูดกันถึงการสร้างพระกริ่งในประเทศเขมรก็คงจะเหมือนกับการสร้างพระกริ่งในประเทศไทย คือมีการสร้างกันอยู่ทุกยุคทุกสมัย นับตั้งแต่เจ้าพระยามหากษัตริย์จนแม้กระทั่งท่านโบราณาจารย์ทั้งหลาย เราจึงมักจะพบเห็นพระกริ่งเขมรหรือพระกริ่งตั๊กแตนที่มีศิลปรูปแบบ ตลอดจนฝีมือและเนื้อหาที่จัดมากน้อย ดีงาม และต่ำทราม แตกต่างกันไป
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20008.jpg
อนึ่ง การสร้างพระกริ่งหน้าตั๊กแตนนั้นใช่ว่าจะมีสร้างแต่เฉพาะในประเทศเขมรแต่แห่งเดียวก็หาไม่ในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง เช่นประเทศลาว และท่านเกจิอาจารย์ในประเทศไทย ที่เป็นพระเขมร จาริกมาจำพรรษา ก็มีอยู่มิใช่น้อย หรือแม้แต่พระอาจารย์ของเรา เช่น หลวงพ่อทองอยู่ วัดหนองพะอง สมุทรสาคร ท่านก็นิยมสร้างพระกริ่งหน้าตั๊กแตนอีกเช่นกัน
พระกริ่งเขมรหรือพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน
รูปลักษณะของพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมันที่ว่านี้ เป็นพระหล่อแบบรูปลอยองค์ คือมีส่วนละเอียดแสดงทั้งด้านหน้าและด้านหลังรอบองค์นั่นเอง พระเกศ เป็นตุ่มนูนสูงเด่น รูปลักษณะของพระเศียร (ศีรษะ) ป่องกลมแบบศีรษะพระกริ่งทั่ว ๆ ไป
เม็ดพระศก (ผม) เป็นตุ่มนูนเฉพาะด้านหน้า วางเรียบร้อยลงมามาก จนแสดงเป็นกรอบพระพักตร์ (หน้า)
พระกรรณ (หู) เป็นเส้นวางอยู่บนเม็ดพระศก และยาวลงมาจรด พระอังสา (บ่า)
พระพักตร์ (หน้า) เป็นรูปนูนและแหลม เป็นที่ส่วนแสดงเป็นพระนาสิก (จมูก)
ส่วนพระพระเนตร (ตา) นั้นตอกเป็นเส้นลึกและเฉลียงขึ้นไปทางด้านบนแบบตาจีน ไม่มีส่วนละเอียดแสดงเป็นพระโอษฐ์ (ปาก) และพระโขนง (คิ้ว) แต่อย่างใด
พระศอ (คอ) จะคล้องประคำทุกองค์ พระหัตถ์ (มือ) ถ้าไม่ถืออะไรส่วนมากจะประสานสมาธิ ส่วนที่ถือดอกบัว สังข์ จักร และตรี ก็มี แตกต่างกันไปตามคตินิยมของผู้สร้างแต่ส่วนมากจะถือดอกบัวเป็นพื้น
ดอกบัว สังข์ จักร และตรีนั้นท่านว่าล้วนแต่เป็นเครื่องอุปโภคของพระนารายณ์ทั้งสิ้น การประทับนั่งส่วนมากเป็นแบบขันเพชร อยู่เหนืออาสนะยกเป็นฐานสูงสองชั้น ที่ด้านหน้าเฉพาะองค์นี้ประดับด้วยบัวขมวดเป็นวงคล้ายเลข 1 ลากหางซ้อน ๆ กันที่นักนิยมสะสมพระเครื่องนิยมเรียกกันว่า บัวฟองมัน ซึ่งเป็นบัวแบบหนึ่งของพระกริ่งเขมรที่สูงส่งไปด้วยราคาค่านิยม และนำมาเรียกเป็นชื่อของพระกริ่งตั๊กแตนอีกด้วยว่า พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20009.jpg
บางท่านก็ว่า เหตุที่เรียกชื่อบัวชนิดนี้ว่า บัวฟองมันก็เพราะดูคล้าย ๆ กับมันรังนกเชื่อมที่มีลักษณะเป็นเส้นเรียงซ้อนกัน เป็นก้อนกลมก็ดูเข้าเค้าดี ส่วนคำว่า ตั๊กแตน หรือบางท่านนิยมเรียกว่า พระกริ่งตั๊กแตนก็มี ทั้งนี้เข้าใจว่าท่านอาจจะหมายถึงรูปลักษณะของพระพักตร์ (หน้า) ที่นูนแหลมและยื่นออกมามากกว่า คล้ายกับหน้าตั๊กแตนก็เป็นได้ (ทั้ง ๆ ที่ผู้เขียนได้พยายามมองให้คล้ายหน้าตั๊กแตนก็ไม่เห็นจะมีส่วนไหนละม้ายเหมือนเลยสักนิดเดียว) เมื่อท่านโบราณคณาจารย์ท่านเรียกของท่านว่าอย่างนี้มานานแล้วครั้นจะเรียกชื่อท่านเป็นอย่างอื่นก็เกรงเขาจะหาว่าดัดจริต
เมื่อเรียกชื่อท่านอย่างนั้น และเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายก็เป็นอันว่าใช้ได้ ชื่อเสียงเรียงนามสำคัญไฉน พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมันนี้จะมีบังฟองมันปรากฎอยู่เฉพาะทางฐานด้านหน้าเท่านั้น ส่วนทางด้านหลังอาจจะเป็นบัวขีดหรือบัวฟันปลาผสมผสานกันอยู่ หรืออาจจะเป็นบัวอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้ ไม่เป็นที่ยุติ
พระกริ่งตั๊กแตน อันดับรองลงมาจากพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมันดังกล่าวแล้ว เห็นจะได้แก่ พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม บัวย้อย พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่มบัวย้อย ด้วยรูปลักษณะส่วนใหญ่ละม้ายเหมือนพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมันทุกประการ จะมีที่ผิดแผกแตกต่างไปจากพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมันก็คือบัวที่หน้าฐาน แทนที่จะเป็นบัวฟองมันดังกล่าว แต่ทว่ากลับเป็นตุ่มกลม ๆ เรียงรายกันอยู่ มีจำนวนตั้งแต่ 7 เม็ด ถึง 9 เม็ด เป็นอย่างสูง
ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตรงบัวเป็นตุ่มกลมที่ฐานนี่แหละ ท่านนิยมเอามาตั้งเป็นชื่อเรียกท่านว่า พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม เฉพาะที่มีชื่อเรียกว่า พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม บัวย้อยนั้น ลักษณะส่วนใหญ่จะเหมือนกันกับพระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่มทุกประการ เว้นแต่ที่ใต้บัวตุ่มเม็ดสุดท้ายทั้งสองข้างจะมีบัวตุ่มอีกดอกหนึ่งประดับอยู่ข้างละ 1 ดอก
ดอกบัวตุ่มทั้งสองดอกที่ย้อยลงมาติดอยู่ที่ตรงใต้สุดของบัวดอกสุดท้ายทั้งสองข้างนี้แหละทำให้มีชื่อเรียกต่างออกไปเป็น พระกริ่งตั๊กแตน บัวตุ่ม บัวย้อย
พระกริ่งตั๊กแตนบัวเม็ดมะยม สำหรับ พระกริ่งตั๊กแตนบัวเม็ดมะยม ซึ่งเป็นพระกริ่งตั๊กแตนที่หาได้ยากมากอีกแบบหนึ่ง มีรูปลักษณะเหมือนกันกับพระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม บัวย้อยทุกประการเว้นแต่ที่เม็ดบัวตุ่มและบัวย้อยที่ฐานด้านหน้า มีรอยบากลึกเป็นรูปกากะบาททุกดอก เฉพาะบัวที่ฐานด้านหลังอาจจะเป็นบัวขีดหรือบัวฟันปลาได้ทั้งสองประการ ยังไม่เป็นที่ยุติ
พระกริ่งตั๊กแตนบัวขีด ด้วยรูปลักษณะละม้ายเหมือนพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน บัวตุ่มบัวย้อย และบัวเม็ดมะยมทุกประการแต่ทว่า เอกลักษณะที่เด่นชัดของพระกริ่งตั๊กแตนบัวขีดก็คือ บัวที่อาสนะฐานด้านหน้าไม่เป็นรูปดอกบัวแต่อย่างใด แต่ทว่ากลับเป็นรอยขีด เป็นเส้นลึกลงไปในเนื้อ ลักษณะของการขีดเป็นลักษณะทแยงขึ้นลงสลับไปมาโดยราบอาสนะ
พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลา เป็นชื่อเรียกพระกริ่งตั๊กแตนอีกชื่อหนึ่งเฉพาะพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลานี้นิยมสร้างกันเป็นพื้นซึ่งมักจะพบเห็นมากกว่าบัวชนิดอื่น ลักษณะสำคัญก็เหมือน ๆ กับพระกริ่งตั๊กแตนทั่ว ๆ ไป จะมีส่วนผิดแผกแตกต่างกันไปบ้างก็ตรงฐานบัวรอบ ๆ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมวางเรียงอยู่รอบ ๆ ฐานอาจจะเป็นบัวสองชั้นและชั้นเดียวก็มี
ด้วยลักษณะของบัวที่เป็นรูปสามเหลี่ยมวางเรียงกันดูคล้ายกับฟันปลานี้แหละ ท่านจึงนำมาตั้งเป็นชื่อพระกริ่งเขมรอีกชื่อหนึ่งว่า พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลา จึงพอสรุปได้ว่า เหตุที่พระกริ่งตั๊กแตนซึ่งมีรูปลักษณะละม้ายเหมือนกันเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่ากลับมีชื่อเสียงเรียงนามเรียกแตกต่างกันไป เช่น พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมันบัวตุ่ม บัวย้อย บัวเม็ดมะยม บัวขีด และ บัวฟันปลา นั้นท่านหมายเอารูปลักษณะของบัวที่ฐานมาเรียกเป็นชื่อนั้นเอง
เฉพาะราคาค่านิยมและการเสาะหายากง่าย ถ้าจะเรียงตามลำดับคงจะได้ดังนี้
1. พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน
2. พระกริ่งตั๊กแตนบัวเม็ดมะยม
3. พระกริ่งตั๊กแตนบัวย้อย
4. พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม
5. พระกริ่งตั๊กแตนบัวขีด
6. พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลาฯ
การบรรจุเม็ดกริ่ง ดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การสร้างพระกริ่งตั๊กแตนนั้น เขาใช้วิธีปั้นหุ่นด้วยเทียนขี้ผึ้งเป็นแต่ละองค์ไป ไม่ได้ใช้วิธีถอดพิมพ์อย่างการสร้างพระกริ่งในประเทศจีน ไทยและธิเบต
ส่วนการบรรจุเม็ดกริ่งนั้น เป็นแบบ กริ่งใน คือเมื่อเขาปั้นหุ่นเทียนสีผึ้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจะคว้านเนื้อบริเวณใต้ฐานออก ส่วนจะมากน้อยเท่าใดตามความพอใจ เสร็จแล้วเอาดินอุดเข้าไปแทน แล้วจึงเอาเทียนขี้ผึ้งอุดที่ใต้ฐานให้เรียบร้อย เมื่อเอาหุ่นเทียนขี้ผึ้งไปเข้าหุ่นดิน เขาจะใช้ตะปูแทงหุ่นขี้ผึ้ง ส่วนมากจะเป็นบริเวณสะโพก เพื่อเป็นการยึดดินที่บรรจุไว้ใต้ฐานให้คงที่ไม่เขยื้อนไปมาตอนเวลาสำรอกเอาหุ่นเทียนออกก่อนจะเทเนื้อทองลงไป
ฉะนั้น เมื่อผ่านขั้นตอนกระบวนการหล่อหลอมพระกริ่งตั๊กแตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีตะปูเสียบติดอยู่ทางด้านหลังพระกริ่งตั๊กแตนทุกองค์ และเมื่อดึงเอาตะปูที่เสียบยึดแกนดินออกและใช้ตะขอเขาไปเขี่ยเอาดินที่บรรจุไว้แต่แรกออกจึงบรรจุเม็ดกริ่งลงไปแล้วปิดอุดด้วยทองชนวนเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้บรรจุลูกกริ่งแบบกริ่งในที่สมบูรณ์
ส่วนการบรรจุแบบกริ่งนอกนั้นเมื่อหล่อพระกริ่งแล้วใช้สว่านเจาะที่ใต้ฐานแล้วบรรจุเม็ดกริ่งลงไป จึงอุดปิดด้วยทองชนวนอีกทีหนึ่งก็เสร็จเรียบร้อย รู้สึกสะดวกสบายและไม่ลำบากยากเย็นเหมือนการบรรจุแบบกริ่งใน
เหตุที่คนโบราณท่านชอบการบรรจุแบบกริ่งในนั้น ก็เพราะสามารถที่จะคว้านใต้ฐานได้กว้างและช่วงเขย่าเม็ดกริ่งได้กว้างและยาวกว่าการเจาะด้วยสว่าน จึงทำให้เวลาเขย่าเกิดเสียงดังกังวานสดใสและไพเราะกว่า
แต่ทว่าการบรรจุเม็ดกริ่งในนั้น มีกระบวนการยุ่งยากสลับซับซ้อนและมีเปอร์เซ็นต์เสียมากกว่า การสร้างพระกริ่งสมัยใหม่จึงไม่นิยมสร้างกัน เฉพาะท่านที่มีความชำนาญในการศึกษาเรื่องพระกริ่ง เมื่อเขายกพระกริ่งเขย่าฟังเสียง จะทราบได้ทันทีเลยว่า การบรรจุเม็ดกริ่งนั้นเป็นแบบกริ่งใน หรือการบรรจุเม็ดกริ่งนอก ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้ว
ถือเป็นข้อสังเกตุได้ประการหนึ่งว่า พระกริ่งสมัยก่อนนั้นท่านนิยมบรรจุแบบเม็ดกริ่งใน รวมทั้งพระกริ่งตั๊กแตน (พระกริ่งเขมร) ทุกชนิดดังกล่าวแล้วด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบรรจุเม็ดกริ่งในนั้นจะมีรอยอุดปิดอยู่ที่บริเวณสะโพกหรือที่ฐานด้านหลังเป็นที่สังเกตุเสมอไป แต่ถ้าเป็นแบบบรรจุกริ่งนอกจะมีรอยอุดที่ใต้ฐาน อักขระวิเศษที่ใต้ฐานพระกริ่งตั๊กแตน พระกริ่งตั๊กแตน ส่วนมากจะมีอักขระที่ใต้ฐานเป็นรูปต่าง ๆ กันไป
เฉพาะ พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน บัวเม็ดมะยม บัวย้อย บัวตุ่ม บัวขีด และบัวฟันปลา ที่นิยมเล่นหากันเป็นสากลอย่างกว้างขวางนั้น ที่ใต้ฐานจะมีอักขระวิเศษคล้ายเลข 1 เป็นเส้นนูนอยู่ในเบ้าลึกท่านว่าเป็นพระกริ่งตั๊กแตนรุ่นแรก ๆ เล่นหากันด้วยราคาสูง
เรื่องเลขที่ 1 ที่ใต้ฐานพระกริ่งตั๊กแตน เรื่องอักขระวิเศษที่ก้นพระกริ่งตั๊กแตนนั้นศึกษามาเป็นข้อยุติได้ว่ามีความหมายว่า โอม คำว่า โอม นี้เป็นคำนำหน้าบทสวดและบทพระคาถาของพราหมณ์มีความหมายถึงเทพเจ้าทั้ง 3 ได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และ พระศิวะ อันเป็นรัตนตรัยในศาสนาพราหมณ์เขียนเป็นอักขระวิเศษมีรูปคล้ายเลข 1 สืบต่อมาด้วยวิวัฒนาการของการเขียนอักษรขอมได้เปลี่ยนแปลงไป จากเริ่มแรกเขียนคล้ายเลข เป็นยุคแรก ซึ่งมีความหมายว่า โอม ได้จากหางต่อยาวลงมามีรูปลักษณะคล้ายตัวอุ ในภาษาขอม ซึ่งเป็นการวิวัฒนาการของการเขียนอักขระขอมเป็นยุคที่ 2 สืบต่อมาเป็นยุคที่ 3 อักขระขอม ซึ่งมีความหมายว่า โอม นี้ได้ เปลี่ยนรูปไปอีกมีลักษณะดังนี้
ในยุคที่ 4 การเขียนคำว่า โอม ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นเครื่องหมายกากะบาทและเลข 1 แต่ในปัจจุบันนี้ คำว่า โอม เขียนเป็นภาษาขอม เมื่อเรานำอักขระขอมที่ผ่านว่า โอม ของแต่ละยุคแต่ละสมัยมาเขียนเปรียบเทียบให้ท่านได้พิจารณาดูแล้วจะเห็นได้ว่า อักษรขอมตามรูปนี้มีรากฐานมาจากตัวเดียวกัน แต่ทว่าได้แผลงรูปเปลี่ยนได้ ตามยุคตามสมัยเช่นเดียวกับการเขียนตัวอักษรภาษาไทยของเรานั่นเอง
เนื้อ เนื้อพระกริ่งตั๊กแตนสร้างด้วยเนื้อโลหะเท่าที่พบเห็นมีอยู่หลายเนื้อด้วยกัน ตั้งแต่ เนื้อทองเหลืองลงหิน สำริด สำริดเงิน และ สำริดทอง เฉพาะเนื้อพระกริ่งตั๊กแตน ยุคแรก ๆ ที่อยู่ในความนิยมของวงการและมีค่านิยมสูงขึ้น เป็นประเภทเนื้อสำริดเงิน มีผิดกลับดำประหนึ่งสีของหมึกจีน เนื้อแห้งสนิทไม่มีความมันวาวสดใสและชุมสนิมเกาะอยู่ลึกและหนามาก ในบางองค์จะมีขุมสนิมเกาะลึกและมีสนิมเขียวแดงเหมือนกับสนิมพระบูชาสมัยจัด ๆ นั่นเทียว ในบางองค์ที่ยังไม่ผ่านการใช้มาก่อนเลยจะเห็นอาบเมฆพัตรก็มี
ถ้าเป็นเนื้อสำริดทองแบบทองดอกบวบเนื้อสุกปลั่งนั้นหายากมากไม่ค่อยจะพบเห็นบ่อยนักสำหรับเนื้อสำริด ลงหิน และทองเหลือง นั้นความนิยมลดหลั่นกันลงมา
http://w2.thaiwebwizard.com/member/phrakruangdunk/images/คอลัมภ์นิวบางกอกทูเดย์/พระกริ่งตั๊กแตน/พระกริ่งตั๊กแตน%20010.jpg
ศิลป์ พระกริ่งตั๊กแตนไม่ว่าจะเป็นแบบบัวอะไรก็ตาม ถ้าสมัยจัดหน่อย มีข้อสังเกตอยู่ที่แขนคือ ช่วงแขนของท่านจะย้อยออกไปทางด้านหลังหรือไม่ก็เสมอกับระดับหลังถ้าแขนสั้น ๆ ลอย ๆ ไม่ล้วงมาจากด้านหลังละก็ส่วนมากสมัยจะไม่จัด
สำหรับเม็ดพระศกและเม็ดบัวตุ่มตลอดจนเม็ดประคำนั้น ยิ่งใหญ่ยิ่งจัดดี
กำหนดอายุและสมัย เชื่อกันว่า พระกริ่งตั๊กแตนยุคแรก ๆ นั้นสร้างในศตวรรษที่ 16 ในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมัน ยังค้นไม่พบหลักฐานที่พอจะระบุบอกได้ชัดเจนยิ่งไปกว่านี้
โดยเฉพาะพระกริ่งตั๊กแตนอันอุดมไปด้วยจตุรอาถรรพณ์ย่อมมีอานุภาพเป็นอเนกประการพอสรุปได้
ผู้ใดมีอยู่ในความรอบครองบูชาพกพาอาราธนาเสมอต้นเสมอปลายย่อม มีอานุภาพในด้านบำบัดภัยนานาประการ มีอานุภาพเพื่อบันดาลความสุขความเจริญ มีอานุภาพกำจัดศัตรูให้พ่ายไป มีอานุภาพในด้านสร้างเสริมเสน่ห์เมตตามหานิยม เรื่องค่านิยมค่อนข้างที่จะมีราคาเช่าบูชากันสูงมาก ๆ ฉะนั้นท่านพบท่านเจอ โปรดระวังก่อนจะตัดสินใจ โปรดหาผู้รู้ชี้แนะและท่านจะไม่พบความผิดหวัง ขอให้ทุกท่านโชคดี มั่งมีศรีสุข ลาภผลพูนทวี อายุ วัณโณ สุขัง พลัง ตลอดไป

อดุลย์ เมธีกุล
24-02-2008, 06:28 PM
สุดๆเลยคุณณัฐ ที่นำความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องมาลงไว้มีประโยชน์สำหรับคอพระเครื่องอย่างพวกเราจริงๆ แล้วนำสาระดีอย่างนี้มาลงอีกนะครับ

มันตรัย
25-02-2008, 08:23 AM
ขอบคุณมากๆเลยครับ ยิ่งให้ข้อมูลพระแท้สากลนิยมมากเท่าไหร่ พวกแอบขายพระปลอมก็จะหมดไปครับ