PDA

View Full Version : ความรู้พระครูบาศรีวิชัย ที่ต้องรู้


อดุลย์ เมธีกุล
20-02-2008, 05:00 AM
ขอความรู้พระครูบาศรีวิชัย รุ่นหลังจากท่านมรณะภาพแล้ว โดยลูกศิษย์ท่านนำเอาเถ้าอัฐิท่านมาทำเป็นพระรูปเหมือนเป็นเนื้อดินนวลผิวไม้ลวก อยากทราบว่าลูกศิษย์ท่านใดเป็นผู้สร้างและปีอะไรใครอฐิฐานจิต ผมหาข้อมูลไม่ได้จริงๆ

มันตรัย
20-02-2008, 12:46 PM
รอฟังด้วยครับ

อดุลย์ เมธีกุล
22-02-2008, 07:18 AM
ผมได้ไปขอความรู้กับครูเซียน เลยได้ความรู้เรื่องพระเกศาครูบาศรีวิชัย

เลยขออนุญาติก๊อปเพื่อนำมาเผยแผ่ในกระทู้นี้ขอเชิญอ่านได้เลยครับ


36.พระเกศาหลวงปู่ครูบาเจ้าศรีวิชัย หลวงปู่ครูบาอภิชัย(ขาวปี)สร้าง


ปริศนาแห่งพระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัย

เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตัวท่านศักดิ์สิทธิ์และมีอำนาจลึกลับชวนพิศวงกว่าเรื่องใดๆ จะมากกว่าการได้สัมผัสกับท่านด้วยตนเองเสียด้วยซ้ำ พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยหลายคนในหมู่บ้าน ยังเคยเข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพครูบาเจ้าฯ ถึงแม้จะอยู่กันดารห่างไกล ต้องเดินเท้าจากหมู่บ้านออกมาปากทางไกลถึง 14 กิโลเมตรกว่าจะถึงถนนที่มีรถวิ่งเข้าเมืองลำพูน การได้เข้ามาร่วมงานบุญในวันนั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ท่านเหล่านี้แหละที่เล่าขานตำนานครูบาเจ้าฯให้ผู้เขียนฟังเมื่อวัยเด็ก<O> </O>
เกี่ยวกับเรื่องการนับถือเส้นเกศานี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่า ผู้ที่สร้างพระเกศาครูบาเจ้าฯในยุคสมัยนั้น ได้แนวปฏิบัติมาจากไหน ด้วยว่าพระเครื่องที่มีเส้นเกศาผสมอยู่เท่าที่ปรากฏในล้านนา มีเฉพาะของครูบาเจ้าศรีวิชัยเท่านั้นที่เป็นที่รู้จัก ส่วนพระเกศาของพระสงฆ์รูปอื่นมักได้รับการบอกเล่าว่าสร้างขึ้นในตอนหลัง เช่นพระเกศาของครูบาขาวปี ศิษย์เอกของครูบาเจ้าฯ เป็นต้น พระเกศาของครูบาขาวปีมีรูปแบบต่างกับของครูบาเจ้าฯ ชัดเจน <O></O>
ี้<O> </O>
วิธีการบรรจุเส้นเกศาในองค์พระมีหลายวิธี เช่น การผสมกับมวลสารแล้วค่อยกดในแม่พิมพ์ การใส่เส้นเกศาในแม่พิมพ์ วิธีนี้จะพบเส้นเกศาด้านหน้าองค์พระ การใส่เส้นเกศาด้านหลังองค์พระ หรือห่อกระดาษฝังในองค์พระ วิธีแรกดูจะเป็นธรรมชาติที่สุด จะเห็นเส้นเกศาโผล่พ้นผิวเล็กน้อย ส่วนวิธีการต่อมาเหมือนการจงใจโชว์เส้นเกศาและเส้นเกศามักจะหลุดออก จะเห็นเพียงรอยเส้นทาบกับผิวองค์พระเท่านั้น องค์พระที่เห็นเส้นเกศาชัดเจนดังกล่าวนี้นิยมเรียกกันว่า เกศาลอย ที่ไม่ปรากฏเส้นเกศา เรียกว่า เกศาจม คนมักจะประมาณเอาว่า มี แต่ อยู่ข้างใน คนนิยมแบบเกศาลอยมากกว่าด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ พระเกศาก็ต้องเห็นเส้นเกศา นั่นเอง<O> </O>
ปริศนาลำดับต่อมาคือ พิมพ์ทรงพระเกศา ส่วนมากจะเป็น พิมพ์พระสกุลลำพูน เช่นพระคง พระบาง พระรอด พระเปิม พระลือ พระเหลี้ยม พระลบ พระสาม พระสกุลลำพูนคงหาได้ง่ายในยุคนั้นอีกทั้งยังเป็นที่เคารพของผู้คนในพื้นถิ่น จึงนำมาเป็นต้นแบบการสร้าง ต้นแบบสวยพระเกศาองค์ที่ถอดแบบออกมาก็สวยตาม พิมพ์ต่อมาคือ พิมพ์รูปเหมือนครูบาเจ้าฯ ที่พบมากคือมีลักษณะคล้ายกับพระเนื้อดินรุ่นอัฐิหลังย่นคือเป็นรูปครูบาเจ้าฯ นั่งเต็มองค์ พิมพ์ทรงกลุ่มสุดท้ายคือ พิมพ์ทรงพระพุทธ มีอยู่หลายแบบหลายปางหลายขนาด เวลากำหนดประเภทพระเข้าประกวดมักไม่เป็นมาตรฐาน เช่น แบ่งเป็นพิมพ์รัศมีใหญ่ รัศมีกลาง รัศมีเล็ก นั่งบัว ฯลฯ ความหลากหลายนี้คือเสน่ห์ของพระเกศาฝีมือแบบชาวบ้านที่สะท้อนความเคารพนับถือในตัวครูบาฯ ใครอยากทำแบบพิมพ์อย่างไรก็แล้วแต่ใจศรัทธา ผู้เก็บสะสมจึงตื่นเต้นตามความหลากหลายนั้นอย่างไม่มีวันจบสิ้น
<O></O>
โดย วิลักษณ์ ศรีป่าซาง

มันตรัย
22-02-2008, 09:30 AM
ผมโชคดีมีอยู่องค์นึงครับ รอตลับสวยๆอยุ่ แต่พระไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ บางองค์ที่เคยเห็นดูง่ายๆจะมีการลงชาดแดงด้วย

Shinray01
24-02-2008, 11:17 AM
เท่าที่รู้ครูบาศรีวิชัย่านไปเกิดป็นครูบาบุญชุ่ม

jakkapong_s
24-02-2008, 02:11 PM
ผมได้ยินมาว่า หลวงปู่แหวนกลับชาติมาเกิดครูบาน้อย อายุ 17 ปี บรรพชาเป็นสามเณรเพื่อสร้างบารมีอยู่ที่เชียงราย อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ครับ

อดุลย์ เมธีกุล
24-02-2008, 05:29 PM
ผมได้ยินมาว่า หลวงปู่แหวนกลับชาติมาเกิดครูบาน้อย อายุ 17 ปี บรรพชาเป็นสามเณรเพื่อสร้างบารมีอยู่ที่เชียงราย อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ครับ

หลวงปู่แหวนท่านหมดจดจากกิเลสแล้วดับขันธ์นิพพาน จิตจบสิ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว ขอคุณทำความเข้าใจใหม่ด้วยนะครับ แล้วแก้ความเข้าใจผิดของบุคคลอื่นๆ เพื่อบุญกุศลนะครับ ถ้าคุณเชื่อในองค์คุณธรรมหลวงตามหาบัว หลวงปู่ฤาษีลิงดำ ซึ่งกล่าวยืนยันต่อลูกศิษย์

อดุลย์ เมธีกุล
11-03-2008, 09:15 AM
พระเกศาครูบาศรีวิชัย สิ่งมงคลสูงสุดของชาวเหนือ


พระเกศาครูบาศรีวิชัย เป็นพระเครื่องที่ชาวบ้านเกิดความศรัทธาอาลัย ต่อครูบาเจ้าฯจึงได้ร่วมกันสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเก็บรักษาเส้นเกศาของครูบาศรีวิชัย เพื่อใช้บูชาหรือพกติดตัวยามเดินทางไปทำมาค้าขาย บ้างก็เก็บเอาไว้บูชากราบไหว้บนหิ้งพระประจำบ้าน จึงถือเอาได้ว่าพระเกศาครูบาศรีวิชัย เป็นพระเครื่องที่สร้างขึ้นจากฝีมือของช่างชาวบ้านโดยแท้ ในการนำเอาเส้นเกศาครูบาเจ้าฯ มาคลุกเคล้ากับมวลสารเกสร, ผงธูปเพื่อสร้างเป็นพระเครื่องนั้น เกิดจากการศรัทธานับถือเส้นเกศาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตามตำนานปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุในล้านนามาแต่โบราณ แม้แต่ในคำเทศนาของพระสงฆ์ในล้านนา มักจะกล่าวถึงการเสด็จมาของพระพุทธองค์ในดินแดนแถบล้านนานี้ เมื่อมาถึงทรงได้พบผู้คนในพื้นถิ่น และพระองค์ก็ได้มอบเส้นเกศาของพระองค์พร้อมคำทำนายว่า ในภายภาคหน้าดินแดนแคว้นนี้จะเจริญรุ่งเรืองเป็นที่ตั้งแห่งพระรัตนตรัย เจ้าเมืองก็จะสร้างที่บรรจุเส้นเกศาและพระบรมสารีริกธาตุซึ่งจะมาเพิ่มในภายหลัง เมื่อชาวบ้านหรือเจ้าเมืองได้รับเอาเส้นเกศาของพระพุทธองค์ไว้แล้ว ก็จึงได้เก็บบรรจุไว้ในกระบอกเงิน กระบอกทองคำ หรือบรรจุในกระบอกไม้อันเป็นมงคลบ้าง แล้วจึงนำไปบรรจุฝังดิน หรือบางแห่งก็สร้างพระสถูปเจดีย์จนเป็นพระบรมธาตุเจดีย์หลายองค์ในล้านนา สืบมาจวบทุกวันนี้
ในความเชื่อบูชาเส้นพระเกศาของพระพุทธองค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายาวสืบทอดกันมาจวบจนถึงพระครูบาเจ้าศรีวิชัย อันชาวบ้านล้านนา ยกย่องเคารพบูชาด้วยบารมีที่ครูบาเจ้าฯมีแต่ให้แก่พระพุทธศาสนา จวบวาระสุดท้ายได้มาถึง คุณงามความดีที่ได้สร้างถาวรวัตถุให้แก่ชาวพุทธล้านนาไว้มากเหลือคณานับ จึงบังเกิดบุญบารมีอันแก่กล้า เกิดศรัทธาของศิษย์และคณะศรัทธาชาวบ้าน อันส่วนใหญ่มักจะเป็นกรรมการของวัดต่างๆ ในจังหวัดลำพูน, เชียงใหม่ที่ได้ร่วมกันสร้างพระเกศาครูบาศรีวิชัยขึ้น ภายหลังจากที่ท่านได้ล่วงลับดับขันไปแล้ว
จากตำนานเล่าขานกันสืบมา ถึงการสร้างพระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัย มวลสารที่สร้างมักจะนำเอาผงเกสรและดอกไม้ต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมากราบไหว้พระในโบสถ์ ในพระวิหารรวมถึงตามพระบรมธาตุจากที่ต่างๆ มาผสมกับดอกพิกุลหรือดอกแก้วที่ตากแห้งดีแล้ว ตลอดทั้งเถ้าธูปจากกระถางบูชาพระพุทธอันหมายถึงพระประธานในพระวิหารของวัด ที่เป็นผู้สร้างพระเกศานั้นๆ
เมื่อได้มวลสารผงเกสรตลอดจนวัสดุมงคลครบถ้วนตามความเชื่อของศรัทธาชาวบ้านแล้ว ก็จะนำมาบดให้ละเอียด แล้วนำมาคลุกเคล้ากับยางรักโดยมีผงใบลานที่เป็นพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ซึ่งคนล้านนาโบราณได้จารึกอักขระไว้ เมื่อนำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าปั้นเป็นก้อนเหนียวได้ตามประสงค์เจตนา จึงนำเอามากดลงบนแม่พิมพ์เป็นองค์พระเครื่อง โดยจะผสมเอาเส้นพระเกศาครูบาเจ้าฯ ลงไปก่อนจะกดลงพิมพ์บ้าง นำเอาเส้นพระเกศาผสมลงในเนื้อผงเกสรเลยก็มีจึงปรากฏในภายหลังของพระเครื่องเส้นเกศาฯ นี้ ด้วยบางองค์ก็จะเห็นเส้นพระเกศาชัดเจน บางองค์ก็จะไม่พบเส้นพระเกศาข้างนอกเลย หลายท่านถึงกับลงทุนหักพระที่ได้มาเพื่อดูภายในว่ามีเส้นเกศาของครูบาเจ้าหรือไม่ ซึ่งวิธีการนี้ไม่ขอส่งเสริมแนะนำ เพราะหากเป็นพระเกศาครูบาเจ้าจากคำยืนยันและศึกษาไตร่ตรองดีแล้วไม่ควรได้ทำการพิสูจน์ด้วยวิธีหักองค์พระเพื่อดู จงมีความศรัทธาเชื่อถือบูชาพระเกศาครูบาเจ้าฯ ความสุขความเจริญจะบังเกิดแก่ท่าน อย่างไม่รู้ตัวในภายหลัง
สำหรับแม่พิมพ์ที่นำมาสร้างพระเกศาครูบาศรีวิชัยนั้นได้ยึดถือเอาแบบพุทธพิมพ์ของพระสกุลลำพูนเป็นตัวอย่างแม่พิมพ์พระเครื่องเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัย จึงมีหลายแบบหลายพิมพ์ทรงไม่ยึดถือเอา พิมพ์ทรงใดพิมพ์ทรงหนึ่ง
จากคำบอกเล่าของชาวบ้านผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปก็จะกล่าวคำบอกเล่าแตกต่างกันไป อย่าง เช่นพระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัย พิมพ์พระรอดนั้นมักจะสร้างโดยคณะศรัทธาชาวบ้านที่มอบไว้ให้แก่วัดพระธาตุเจ้าหริภุญไชย เพื่อเป็นของขวัญที่ระลึกมอบแก่ผู้มาร่วมงานบุญฉลองสมโภชน์พระบรมสารีริกธาตุ หริภุญไชยเจ้า
ส่วนพิมพ์พระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ก็จะสร้างตามแหล่งกำเนิดหรือตามกรุของพระพิมพ์นั้นๆ แต่จะสร้างกันในเวลาไม่ห่างกันมากนักเรียกได้ว่าทันยุคกัน จะแตกต่างกันไปของอายุก็ไม่เกิน 4-5 ปีเท่านั้น ข้อนี้เป็นคำยืนยันจากผู้สูงอายุที่เป็นชาวบ้านป่าซางบ้าง ชาวลำพูนเก่าแก่ดั้งเดิมบ้าง
แม่พิมพ์ของพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ กันจะสร้างจากดินเผา บางครั้งก็ใช้พระสกุลลำพูนกดลงบนพื้นดินแล้วนำไปเป็นแม่พิมพ์ เรียกได้ว่าลอกแบบเลยก็มี ดังนั้นมีพระเครื่องเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัยในรูปแบบพิมพ์ทรงเป็นพระสกุลลำพูนเป็นส่วนมาก จะมีเป็นพิมพ์ทรงแปลกๆ บ้าง ก็ขึ้นอยู่กับชาวบ้านที่ได้เก็บรักษา หรือได้มาซึ่งเส้นเกศาของครูบาเจ้าฯ แล้วนำเอาไปสร้างไปทำเป็นพระเครื่องเองก็มีมากพิมพ์องค์เหมือนกัน
ตลอดระยะเวลาที่พระครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย เมื่อยังมีชีวิตอยู่นั้นในครั้งคราใดที่พระครูบาเจ้าจะปลงผม (เส้นเกศา) เหล่าบรรดาพระลูกศิษย์และศรัทธา ชาวบ้านจะพากันเอาผ้าขาวมารอง พร้อมใบบัวมาคอยรับคอยห่อ เอาพระเกศาของท่านครูบาเจ้าฯ เมื่อได้เส้นเกศาที่ครูบาท่านปลงแล้ว ก็จะขออนุญาตินำออกไปแจกให้ คณะศรัทธาชาวบ้านส่วนหนึ่งเก็บเอาไว้กับวัดที่ท่านจำอยู่คราปลงเส้นผมนั้น ครั้นกาลเวลาต่อมาบางวัดก็ได้นำเอาไปบรรจุรวมกับอัฐิธาตุ ของพระครูบาเจ้าศรีวิชัยดังปรากฏตามประวัติการสร้างสถูป อนุสาวรีย์ของพระครูบาเจ้าศรีวิชัย สืบมาถึงปัจจุบัน
และยังมีชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งเมื่อได้รับเอาเส้นพระเกศาของครูบาเจ้าฯ มาแล้วก็จะนำเอาไปเก็บไว้ในกระบอกไม้ไผ่เสร็จแล้วก็จะลงรัก ลงชาดปิดทองคำเปลวบนกระบอกไม้ไผ่เก็บรักษา บูชาไว้บนหิ้งพระประจำบ้านก็ยังคงมีให้พบเห็นอยู่
เส้นเกศาของครูบาเจ้าศรีวิชัย ตามที่ได้พบเห็นจะมีความยาวประมาณมือหยิบ หรือประมาณ เซนติเมตร เป็นส่วนใหญ่ลักษณะเส้นผมจะเป็นสีน้ำผึ้ง, ใส ดุจดั่งเส้นใยแก้วก็มี
พุทธคุณของพระเครื่องเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัยนี้มากด้วยพุทธคุณทางเมตรตามหานิยมแคล้วคลาดภยันตรายพิษภัยจากการเจ็บไข้ได้ป่วยระหว่าการเดินทางรอดพ้นภัยดีนักแล อิทธิปาฏิหารย์ด้านคงกระพันชาตรีไม่ปรากฏ จะมีก็แต่เพียง เมื่อเกิดอุบัติเหตุมักจะแคล้วคลาดรอดพ้นมาได้ อาจมีบาดแผลบ้าง บางครั้งผู้มีประสบการณ์ที่ประสบอุบัติเหตุก็จะพบว่ารถที่ชนกันแหลกพังยับเยิน ตนเองน่าจะไม่รอดแต่กลับรอดพ้นมาได้ โดยไม่รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จากคำบอกเล่าของวัยรุ่น นักเรียนนักศึกษาในเชียงใหม่ ส่วนมากที่ประสบการณ์ในด้านการไปขอพรบนบานสารกล่าว ขอพรต่ออนุสาวรีย์พระครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ ทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพเชียงใหม่ ซึ่งทางจังหวัดและชาวล้านนาได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ รำลึกถึงพระครูบาเจ้าศรีวิชัยที่เป็นองค์ประธานสร้างทางขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพ อันเป็นอัศจรรย์ยิ่งสืบมา และด้วยแรงศรัทธาเคารพบูชาพระครูบาเจ้าฯ เหล่าบรรดานักเรียน นักศึกษาที่ไปกราบไหว้บนบานบูชาขอพรต่ออนุสาวรีย์ของครูบาเจ้าฯ ส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จในการสอบเข้าเรียนต่อยังสถาบันแห่งใหม่
เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วผู้ที่ทั้งอยู่ไกล อยู่ใกล้ก็จะมากราบลาอนุสาวรีย์ของครูบาเจ้าฯ อีกครั้งเป็นเหตุเสมอต้น เสมอปลายอยู่อย่างนี้ตลอดมา
ณ อนุสาวรีย์รูปเหมือนพระครูบาเจ้าศรีวิชัย บนทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพนั้นคณะศิษย์ยานุศิษย์ผู้จัดสร้างได้นำเอาอัฐิธาตุและเส้นพระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัยบรรจุไว้ ณ ที่แห่งนั้นด้วยดังปรากฏเป็นหลักฐานให้สาธุชนกราบไหว้บูชาตราบทุกวันนี้ สาธุ
ภิกขุ ปัญญานันทะ พูดถึงครูบาเจ้าศรีวิชัยว่า
ครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นผู้มีปกติไม่รับไว้ แต่ให้เสมอ ข้อนี้หมายความว่าท่านเป็นพระที่ไม่เก็บของอะไรอะไรไว้เพื่อตัวเองของท่านเลยของอันใดที่ทายกถวายแก่ท่าน ท่านก็ใช้ไปในงานที่ทำอยู่จนหมดไม่มีเก็บไว้เผื่อวันข้างหน้า ข้อนี้ควรจะเป็นจริยาของพระทั่วๆ ไป เพราะพระเราเป็นผู้ไม่มีเรือน ไม่ควรเก็บข้าวของไว้ให้พะรุงพะรัง บางท่านเก็บเงินไว้มากพอตายจึงได้รู้ว่ามีเงินเท่าใด การกระทำเช่นนี้ไม่ถูกกับพุทธนโยบาย ครูบาศรีวิชัยท่านไม่รับไว้ แต่จ่ายออกไปเสมอคนจึงได้เลื่อมใสท่านมาก
เป็นผู้มีปกติไม่ขอร้องกับใคร ใคร การสร้างของใหญ่ได้สำเร็จนั้น ไม่ใช่สำเร็จด้วยการพิมพ์ใบฎีกาแจก ท่านไม่เคยทำเช่นนั้น ท่านมีปกติทำอย่างเดียวที่จะทำได้ ชาวบ้านเห็นเข้าก็

ที่มา คม ชัด ลึก 19ส.ค. 2547

มันตรัย
11-03-2008, 11:49 AM
จริงครับหลวงปู่แหวนท่านไม่มาเวียนไหว้ตายเกิดในวัตสงสารแล้วครับ

คนสมเด็จ
12-03-2008, 07:47 PM
เรื่องพระเส้นเกศาที่ผมเคยได้รับรู้มาก็เป็นดังเช่นพี่ๆได้กล่าวมาครับ
โมทนาสาธุ.......

Shinray01
17-03-2008, 09:04 AM
พระครูบาศรีวิชัย
เป็นพระโพธิสัตว์ใช่ไหมครับ

อดุลย์ เมธีกุล
17-03-2008, 10:33 AM
พระครูบาศรีวิชัย
เป็นพระโพธิสัตว์ใช่ไหมครับ

ครับท่านเป็นพระโพธิสัตครับลองค้นกระทู้พระสายป่าดูซิครับผมลงกระทู้ที่ปราชญ์ร่วมสมัย สามองค์มาพบกัน ซึ่งหลวงปู่มั่นได้กล่าวไว้ถึงครูบาศรีวิชัย

อดุลย์ เมธีกุล
17-03-2008, 10:36 AM
ท่านพระอาจารย์มั่น ได้เคยพำนักอยู่วัดเจดีย์หลวงร่วมสมัยกับท่านเจ้าคุณอุบาลี ฯระหว่าง พ.ศ. 2472-

2474 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระครูบาศรีวิชัย พระนักบุญแห่งลานนาไทย ขึ้นมาพำนักอยู่ที่วัดสวนดอกเมือง

เชียงใหม่ เพื่อฟื้นฟูบูรณะวัดวาอาราม พระธาตุเจดีย์ ปูชนียสถาน ปูนียวัตถุต่างๆในเขตเมืองเชียงใหม่ รวม

ทั้งสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ พระครูบาศรีวิชัย แม้องค์ท่านจะไม่มีฐานันดรสมณศักดิ์ แต่ท่านก็เป็นพระมหา

เถระสมบูรณ์พร้อมด้วยคุณธรรมและวัตรปฏิบัติอันประเสริฐยิ่ง มีบุญบารมีอันสูงสุด จนผู้คนทางเหนือ

ยกย่องให้เป็น "ตนบุญ " หรือนักบุญแห่งล้านนาไทย พระครูบาศรีวิชัยได้เข้ามากราบนมัสการท่านเจ้าคุณ

อุบาลี ฯ วัดเจดีย์หลวงถึง 2 ครั้ง และพระเดชพระตุณก็มีโอกาสไปเยี่ยมพระครูบาศรีวิชัยเป็นการตอบแทน

ก่อนท่านจะส่เดินทางกลับไปกรุงเทพ

ส่วนท่านพระอาจารย์มั่นเคยพบและสนทนากับพระครูบาศรีวิชัย หลังจากที่พระครูบาศรีวิชัยถูกอธิกรณ์แล้ว

ท่านพระอาจารย์มั่นเคยเอ่ยปากชวนพระครูบาศรีวิชัยออกมาปฏิบัติกัมฐานด้วยกัน แต่พระครูบาศรีวิชัย

ปฏิเสธ โดยกล่าวว่า ท่านได้บำเพ็ญมาทางโพธิสัตว์และได้รับพยากรณ์แล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้


ต่อมา ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ สนใจใคร่รู้ถึงภูมิธรรมและปฏิ)ทาตามวิถีทางที่ครูบาศรีวิชัยดำเนินอยู่ จึงได้

สอบถามจากท่านหลวงปู่มั่นซึ่งท่านได้กราบเรียนท่านเจ้าคูณอุบาลีฯให้ทราบว่า "พระศรีวิชัยองค์เป็นพระ

โพธิสัตว์ ปรารถนาพระโพธิญาณขณะนี้กำลังบำเพ็ญเพียรสร้างบารมีธรรมอยู่ ซึ่งจะต้องเวียนว่ายตายเกิด

ในวัฏสงสารอีกนานจนกว่าจะสะสมบารมีธรรมบริบูรณ์"




ที่มา : จากหนังสือบูรพาจารย์ หน้า 437 <!-- / message --><!-- edit note -->

Shinray01
18-03-2008, 08:06 AM
มีคนเคยไปถามครูบาเทืองว่าระหว่างท่านกับครูบาบุญชุ่มกับท่านใครคือครูบาศรีวิชัยแรกเขาคิดกันว่าน่าจะเป็นครูบาเทืองแล้วสักครูเทืองเข้าไปในกุฏิก็บอกว่า เออครูบาบุญชุ่มคือครูบาศรีวิชัย ผมอ่าน แล้วที่ประวัติจากหลวงปู่โง่น
หลวงปู่ทพโลกอุดรมาบอกว่า ลูกพระสุพรรณกัลยาคนพี่จะมาเกิดเป็น
ครูบาบุญช่ม คนน้องปัจจุบันชื่อหมอหยอง ถ้าผิดผลาดประการใดผมขออภัยไว้ด้วยนะครับ

สายครูบา
11-04-2008, 11:30 PM
ขอความรู้พระครูบาศรีวิชัย รุ่นหลังจากท่านมรณะภาพแล้ว โดยลูกศิษย์ท่านนำเอาเถ้าอัฐิท่านมาทำเป็นพระรูปเหมือนเป็นเนื้อดินนวลผิวไม้ลวก อยากทราบว่าลูกศิษย์ท่านใดเป็นผู้สร้างและปีอะไรใครอฐิฐานจิต ผมหาข้อมูลไม่ได้จริงๆ

ไม่ทราบว่าพระรุ่นที่กล่าวถึงนี้ ใช่ที่นำรูปมาลงนี่หรือป่าวครับ ถ้าใช่ผมพอจะรู้นิดๆหน่อยๆ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=306142&stc=1&d=1207934756

อดุลย์ เมธีกุล
12-04-2008, 03:43 AM
ถูกต้องแล้ว ผมมีแบบนี้ครับไม่ทราบหลวงปู่ท่านใดสร้าง และปีอะไร มีส่วนผสมอะไรผมอยากทราบครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

สายครูบา
12-04-2008, 10:37 PM
พระรูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิไชย รุ่นนี้เรียกว่า รุ่นอัฐิหลังย่น หรือทั่วๆไปเรียก ครูบาหลังย่น

ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะเนือดินเมื่อแห้ง เผาแล้ว มีลักษณะเหี่ยวย่นเหมือนหนังคนมีอายุ จงได้ชื่อว่า อัฐิหลังย่น

พระรุ่นนี้ได้นำอัฐิครูบาเจ้า (อัฐิในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกระดูก น่าจะหมายถึงผงอังคาร ล้านนาเรียกว่า เถ้าเฝ่าหรือดินเฝ่า) ได้จากบริเวณที่ตั้งเมรุพระราชทานเพลิงศพชั่วคราว ณ วัดจามเทวี เมื่อ 21 มี.ค. 2489 มาเป็นมวลสาร และผสมกับพระสกุลลำพูนและมวลสารอื่นๆ(ที่ใช้สร้างพระสกุลลำพูน)

พระรุ่นนี้สร้างไว้ 4 ครั้ง คือ...

ครั้งที่1 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2489 - ต้นปี 2491 (ถือเป็นรุ่นแรก) โดยพระครูประสาสน์ สุตาคม เป็นประธานจัดสร้าง
ครั้งที่2 เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2496
ครั้งที่3 สร้างโดย ครูบาบุญทึม พรหมเสโน พ.ศ.2505 รุ่นนี้ใต้ฐานเจาะรู บรรจุเส้นเกศาครูบาเจ้าฯด้วย (รุ่นนี้เด็ดทั้งมวลสาร เด็ดทั้งผู้สร้าง)
ครั้งที่4 ไม่รวมของปลอมนะครับ สร้างเมื่อ พ.ศ.2511 รุ่นนี้ด้านหลังจะมีชื่อวัดจามเทวีปั้มเป็นเครื่องหมาย
พระทั้ง 4 รุ่นนี้ใช้บล๊อคเดียวกัน จึงทำให้มีขนาดเท่ากัน มีหลายสีเช่น เขียว ดำ แดง อมเทา ขาว เป็นรูปเหมือนของท่านนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ เห็นประคำ ผ้ารัดอก ใครโชคดีหน่อยก็จะได้องค์ที่เห็นใบหน้าของท่านชัดเจน เนืองจากพระรุ่นนี้ใช้มวลสาร(ยกเว้นอัฐิ)และดิน แบบเดียวกับพระสกุลลำพูนโดยทั่วไปอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ ทำให้เมื่อใช้ไปถูกเหงื่อไคลไปนานๆ ก็เนื้อพระคง ลำพูนดีๆนี่เอง

วัตถุประสงค์
ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อหาทุนสร้างกู่บรรจุอัฐิพะครูบาเจ้าศรีวิไชย โดยนำพระใส่พาน วางไว้กลางวิหารวัดจามเทวี ใครร่วมทำบุญ 50 สตางค์ ก็ได้รับพระไปหนึ่งองค์ แต่มา ณ บัดนี้ ราคาสูงลิบลิ่ว พระรุ่นนี้ถึงไม่ได้เสก ก็สบายใจได้ เพราะดูจากมวลสารแล้ว แม้เป็นเศษเสี้ยวผงอังคารครูบาเจ้าแล้ว ก็สบายหายห่วง เช่นเดียวกับพระเกศาครูบา ถือว่าศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว

ด้านพุทธคุณ กล่าวกันว่า ดีทางด้านแคล้วคลาดและเมตตา ซึ่งเป็นเรื่อธรรมดาของพระครูบาเจ้าศรีวิไชยทุกรุ่น ใครมีแล้วก็ขอให้พกติดตัวไว้ อุ่นใจเหมือนมีพระครูบาเจ้าฯคุ้มคลองอยู่ใกล้ๆตัว แล.



(ตอนนี้ผมก็กำลังสร้างอยู่เหมือนกัน พอดีมีเส้นพระกศา และผงอังคารพระครูบาเจ้าฯ กำลังลองหาวิธีการเผา ไว้ถ้าสำเร็จลุล่วง จะเอามาแจกนะคร๊าฟ)

อดุลย์ เมธีกุล
13-04-2008, 05:25 AM
นี่ครับเรียกว่าของจริง ขอบคุณมากครับ ตอนแรกนึกว่าหลวงพ่อทบเสียแล้ว ตอนนี้ผมเลยรู้เสียที

ถ้าทำแล้วผมขอลงชื่อจองคนแรกครับ

http://board.palungjit.com//attachment.php?attachmentid=302598&stc=1&thumb=1&d=1207274648 (http://board.palungjit.com//attachment.php?attachmentid=302598&d=1207274648)

ไกด์คุง
28-04-2008, 09:02 AM
ไขปริศนา พระเกศาครูบาศรีวิชัย...
พระเกศาครูบาศรีวิชัย ท่านสร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มาช่วยงานสร้างทางขึ้นดอยสุเทพคับ เพราะเมื่อก่อนครูบาท่านยังไม่มีเงินหรือสิ่งของตอบแทนท่านจึงนำเส้นเกศามาเป็นมวลสารมีหลายพิมพ์ด้วยกัน ซึ่งที่ผมมีอยู่คือพิมพระลือ
ลักษณะเป็นองค์สีดำเข้ม และพระส่วนมากของครูศรีวิชัยสร้างมีเพียงรุ่นนี้รุ่นเดียว นอกจากนั้นคือศิษย์เอกท่านครูบาอภิชัยขาวปี วัดผาหนาม และลูกศิษย์ของครูบาศรีวิชัยและครูบาขาวปี คือ ครูบาชัยยะวงศา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม
*-*อันนี้เป็นญาติเล่าให้ฟังนะคับ เพราะปู่ท่านเคยทำงานกับครูบาศรีวิชัย*-*

ไกด์คุง
28-04-2008, 09:03 AM
เป็นเด็กอ.ลี้ จ.ลำพูนคับ เลยรู้บ้าง

มันตรัย
28-04-2008, 09:21 AM
เป็นบุญตาและบุญสมองของผมเลยครับ ที่ได้เห็นและรับรู้เรื่องราวดีๆแบบนี้ครับ