อดุลย์ เมธีกุล
16-02-2008, 05:04 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD background=images/corner_line_left.gif></TD><TD vAlign=top align=left width="100%" bgColor=#ffffff><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left><!--เนื้อหา--><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><!--Middle--><TD vAlign=top align=left bgColor=#ffffff>จำนวนคนอ่านล่าสุด 33 คน <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TD vAlign=top align=left>วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6288 ข่าวสดรายวัน
ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/02/bud08160251p1.jpg
พระขุนแผนไข่ผ่า
</TD></TR></TBODY></TABLE>สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้ผมจะมาคุยถึงเรื่องพระกรุวัดพระรูปสุพรรณบุรี เพราะนอกจากพระขุนแผนไข่ผ่าที่เราคุ้นเคยกันดีแล้ว ยังมีพระที่เราๆ ท่านๆ ไม่ค่อยได้พบเห็นกันนัก ของกรุวัดพระรูป เช่น พระพลายงามและพระกุมารทองหรือพระยุ่ง วันนี้จึงนำมาพูดคุยกันพร้อมรูปพระครับ
วัดพระรูปตั้งอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง สุพรรณบุรี อยู่ตรงข้ามกับตัวตลาดจังหวัดสุพรรณบุรี วัดพระรูปเป็นวัดเก่าแก่ รุ่นราวคราวเดียวกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดเขา วัดอินทร์ วัดมรกต ซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัดในสมัยอู่ทองปลาย เนื่องจากยังเหลือหลักฐานองค์พระเจดีย์และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ศิลปะอู่ทองปลายอยู่
พระกรุวัดพระรูปนั้นพบกันตามลานดินภายในบริเวณวัดพระรูป ไม่ได้พบอยู่ในองค์พระเจดีย์ ผู้เฒ่าผู้แก่ในสมัยนั้นต่างก็บอกว่าพบพระกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆ ไป พอฝนตกองค์พระก็โผล่ขึ้นมาจากดิน ก็มีผู้เก็บเอาไปไว้บ้างตั้งแต่ในสมัยก่อน และต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ทางวัดพระรูปจะสร้างพระอุโบสถใหม่แทนหลังเก่าซึ่งชำรุดทรุดโทรม ด้วยการสร้างคร่อมหลังเก่า พระอาจารย์ดี รองเจ้าอาวาสในสมัยนั้นเป็นแม่งาน ท่านรู้ดีว่าพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ของวัดพระรูปฝังจมอยู่ในดินโดยทั่วไป ท่านจึงป่าวประกาศชักชวนชาวบ้านให้มาช่วยกันขุดหลุมรอบๆ โบสถ์หลังเก่า โดยไม่มีค่าจ้างแรงงาน ใครพบพระก็เอาไป ชาวบ้านดีใจเป็นอันมาก เพราะรู้ดีว่าใต้พื้นดินนั้นมีพระตระกูลขุนแผนอยู่ ดีกว่าค่าจ้างขุดหลุมเป็นไหนๆ จึงอาสามาขุดกันจำนวนมาก พอขุดไปเพียงศอกเศษก็ได้พระ ยิ่งขุดลึกก็ยิ่งพบ แต่บางคนไม่พบเลยก็มี ปรากฏว่าในการขุดหลุมโบสถ์ครั้งนั้นได้พระพิมพ์ต่างๆ เป็นจำนวนร้อยกว่าองค์ ต่อมาในราวปี พ.ศ. 2510 ทางวัดเอารถเกรดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดไปปราบที่ของวัดซึ่งมีต้นไม้ปกคลุมรกรุงรัง ก็ยังพบพระตระกูลขุนแผนประปราย <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/02/bud08160251p2.jpg
1.พระพลายงาม
2.พระกุมารทอง
3.พระพันวษา
4.พระขุนไกร
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ทางวัดมีความประสงค์จะก่อสร้างวิหารพระปางไสยาสน์ ซึ่งอยู่ใกล้กับพระอุโบสถ ซึ่งเก่าแก่ใกล้จะพัง ด้วยการสร้างคลุมเช่นเดียวกับพระอุโบสถ พระอาจารย์ดีท่านก็ดำเนินตามแบบเดิมโดยชักชวนชาวบ้านมาขุดหลุม ปรากฏว่าได้พระตระกูลขุนแผนไปอีกร้อยกว่าองค์ จากการสอบถามท่านอาจารย์ดี วัดพระรูปของอาจารย์มนัส โอภากุล จึงทราบว่าในสมัยก่อนนั้น วัดพระรูปมีพระเจดีย์อยู่หลายองค์ แต่ต่อมาภายหลังได้ชำรุดทรุดโทรมหักพังไปหมดแล้ว ยังเหลืออยู่เพียงองค์เดียวคือพระเจดีย์ที่ยังเห็นอยู่ปัจจุบันนี้เท่านั้น
จึงสันนิษฐานได้ว่า พระเครื่องของวัดพระรูปคงจะบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ที่ได้ปรักหักพังลงไปแล้วนั่นเอง ต่อมาจึงได้พบพระเครื่องตระกูลขุนแผนกระจายอยู่เกลื่อนพื้นวัดเต็มไปหมด และส่วนฐานของพระเจดีย์ที่หักพังลงไปแล้วนั้นก็คงฝังจมอยู่ใต้พื้นดิน พระตระกูลขุนแผนที่พบในบริเวณวัดพระรูปที่เป็นเนื้อดินเผานั้นมีทั้งหมดด้วยกัน 5 พิมพ์ คือ พระขุนแผน พระขุนไกร พระพลายงาม พระพันวษา พระกุมารทอง หรือพระยุ่ง และที่เป็นเนื้อชินพบพระศิลปะอู่ทองอยู่อีกเล็กน้อย
วันนี้ผมนำรูปพระเนื้อดินกรุวัดพระรูปมาให้ชมกันครบทุกพิมพ์กันเลยครับ ทั้งพระขุนแผนไข่ผ่า พระพลายงาม พระกุมารทอง พระพันวษา และพระขุนไกรครับ
ด้วยความจริงใจ
แทน ท่าพระจันทร์
หน้า 30
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/02/bud08160251p1.jpg
พระขุนแผนไข่ผ่า
</TD></TR></TBODY></TABLE>สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้ผมจะมาคุยถึงเรื่องพระกรุวัดพระรูปสุพรรณบุรี เพราะนอกจากพระขุนแผนไข่ผ่าที่เราคุ้นเคยกันดีแล้ว ยังมีพระที่เราๆ ท่านๆ ไม่ค่อยได้พบเห็นกันนัก ของกรุวัดพระรูป เช่น พระพลายงามและพระกุมารทองหรือพระยุ่ง วันนี้จึงนำมาพูดคุยกันพร้อมรูปพระครับ
วัดพระรูปตั้งอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง สุพรรณบุรี อยู่ตรงข้ามกับตัวตลาดจังหวัดสุพรรณบุรี วัดพระรูปเป็นวัดเก่าแก่ รุ่นราวคราวเดียวกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดเขา วัดอินทร์ วัดมรกต ซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัดในสมัยอู่ทองปลาย เนื่องจากยังเหลือหลักฐานองค์พระเจดีย์และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ศิลปะอู่ทองปลายอยู่
พระกรุวัดพระรูปนั้นพบกันตามลานดินภายในบริเวณวัดพระรูป ไม่ได้พบอยู่ในองค์พระเจดีย์ ผู้เฒ่าผู้แก่ในสมัยนั้นต่างก็บอกว่าพบพระกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆ ไป พอฝนตกองค์พระก็โผล่ขึ้นมาจากดิน ก็มีผู้เก็บเอาไปไว้บ้างตั้งแต่ในสมัยก่อน และต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ทางวัดพระรูปจะสร้างพระอุโบสถใหม่แทนหลังเก่าซึ่งชำรุดทรุดโทรม ด้วยการสร้างคร่อมหลังเก่า พระอาจารย์ดี รองเจ้าอาวาสในสมัยนั้นเป็นแม่งาน ท่านรู้ดีว่าพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ของวัดพระรูปฝังจมอยู่ในดินโดยทั่วไป ท่านจึงป่าวประกาศชักชวนชาวบ้านให้มาช่วยกันขุดหลุมรอบๆ โบสถ์หลังเก่า โดยไม่มีค่าจ้างแรงงาน ใครพบพระก็เอาไป ชาวบ้านดีใจเป็นอันมาก เพราะรู้ดีว่าใต้พื้นดินนั้นมีพระตระกูลขุนแผนอยู่ ดีกว่าค่าจ้างขุดหลุมเป็นไหนๆ จึงอาสามาขุดกันจำนวนมาก พอขุดไปเพียงศอกเศษก็ได้พระ ยิ่งขุดลึกก็ยิ่งพบ แต่บางคนไม่พบเลยก็มี ปรากฏว่าในการขุดหลุมโบสถ์ครั้งนั้นได้พระพิมพ์ต่างๆ เป็นจำนวนร้อยกว่าองค์ ต่อมาในราวปี พ.ศ. 2510 ทางวัดเอารถเกรดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดไปปราบที่ของวัดซึ่งมีต้นไม้ปกคลุมรกรุงรัง ก็ยังพบพระตระกูลขุนแผนประปราย <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/02/bud08160251p2.jpg
1.พระพลายงาม
2.พระกุมารทอง
3.พระพันวษา
4.พระขุนไกร
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ทางวัดมีความประสงค์จะก่อสร้างวิหารพระปางไสยาสน์ ซึ่งอยู่ใกล้กับพระอุโบสถ ซึ่งเก่าแก่ใกล้จะพัง ด้วยการสร้างคลุมเช่นเดียวกับพระอุโบสถ พระอาจารย์ดีท่านก็ดำเนินตามแบบเดิมโดยชักชวนชาวบ้านมาขุดหลุม ปรากฏว่าได้พระตระกูลขุนแผนไปอีกร้อยกว่าองค์ จากการสอบถามท่านอาจารย์ดี วัดพระรูปของอาจารย์มนัส โอภากุล จึงทราบว่าในสมัยก่อนนั้น วัดพระรูปมีพระเจดีย์อยู่หลายองค์ แต่ต่อมาภายหลังได้ชำรุดทรุดโทรมหักพังไปหมดแล้ว ยังเหลืออยู่เพียงองค์เดียวคือพระเจดีย์ที่ยังเห็นอยู่ปัจจุบันนี้เท่านั้น
จึงสันนิษฐานได้ว่า พระเครื่องของวัดพระรูปคงจะบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ที่ได้ปรักหักพังลงไปแล้วนั่นเอง ต่อมาจึงได้พบพระเครื่องตระกูลขุนแผนกระจายอยู่เกลื่อนพื้นวัดเต็มไปหมด และส่วนฐานของพระเจดีย์ที่หักพังลงไปแล้วนั้นก็คงฝังจมอยู่ใต้พื้นดิน พระตระกูลขุนแผนที่พบในบริเวณวัดพระรูปที่เป็นเนื้อดินเผานั้นมีทั้งหมดด้วยกัน 5 พิมพ์ คือ พระขุนแผน พระขุนไกร พระพลายงาม พระพันวษา พระกุมารทอง หรือพระยุ่ง และที่เป็นเนื้อชินพบพระศิลปะอู่ทองอยู่อีกเล็กน้อย
วันนี้ผมนำรูปพระเนื้อดินกรุวัดพระรูปมาให้ชมกันครบทุกพิมพ์กันเลยครับ ทั้งพระขุนแผนไข่ผ่า พระพลายงาม พระกุมารทอง พระพันวษา และพระขุนไกรครับ
ด้วยความจริงใจ
แทน ท่าพระจันทร์
หน้า 30
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>