PDA

View Full Version : พระคาถาบูชาหลวงปู่เทพโลกอุดร ( ฉบับเต็ม )


Pavitta
26-07-2005, 04:37 PM
http://www.palungjit.com/news/albums/userpics/10002/lbook13_3.jpg
พระคาถาบูชาหลวงปู่เทพโลกอุดร

ตั้งนะโม ๓ จบ


โย อะริโย มหาเถโร อะระหัง อภิญญาธะโร

ปะฏิสัมภิทัปปัตโต เตวิชโช พุทธะสาวะโก

พะหู เมตตาทิวาสะโน มหาเถรานุสาสะโก

อะมะตัญเญวะ สุชีวะติ อภินันที คุหาวะนัง

โส โลกุตตะโร นาโม อัมเหหิ อภิปูชิโต

อิธะ ฐานูปะมาคัมมะ กุสะเล โน นิโยชะเย

ปุตตะเมวะ ปิยัง เทสิ มัคคะผะลัง วะ เทสสะติ

ปะระมะสารีริกะธาตุ วะชิรัญจาปิวานิตัง

โส โลเก จะ อุปปันโน เอเกเนวะ หิตังกะโร

อะยัง โน โข ปุญญะลาโภ อัปปะมัตโต ภะเวตัพโพ


สาธุกันตัง อะนุกะริสสามะ ยัง วะเรนะ สุภาสิตัง

โลกุตตะโร จะ มหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต

โลกุตตะระคุณัง เอตัง อะหัง วันทามิ ตัง สะทา

มหาเถรานุภาเวนะ สุขัง โสตถี ภะวันตุ เม




ขอความสุขสวัสดี และความเจริญมั่นคงในธรรมจงมีแด่ทุกท่าน (bb-flower

khunjiw
29-07-2005, 02:06 PM
ดีครับคนแรกเลยครับ

poprock
30-07-2005, 03:32 PM
ดีมากเลยครับ

สมถ
06-09-2005, 12:53 PM
อนุโมทนาครับ

UFO99
07-09-2005, 05:50 PM
สาธุครับ

Pavitta
08-09-2005, 08:08 PM
ขออนุโมทนาเช่นกันครับ

Sittirat
09-09-2005, 01:06 AM
ขอบคุณมากครับ

dalink
09-09-2005, 02:03 PM
เป็นประโยชน์อันชอบธรรมยิ่งค่ะ

artty
08-10-2005, 11:45 AM
โมทนาจ๊ะ

nay_ohho
08-10-2005, 10:03 PM
ขออนุโมทนาครับ และ ถ้าใครนำไปใช้ได้ผลเช่นไร ช่วยนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

Pavitta
18-10-2005, 07:18 PM
ขออนุโมทนาครับ และ ถ้าใครนำไปใช้ได้ผลเช่นไร ช่วยนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ความคิดดีครับ เห็นด้วยนะครับ

Attawat_Rx
19-10-2005, 12:15 AM
โมทนาครับ

poramase
19-10-2005, 11:46 AM
อนุโมทนาสาธุครับ

rosey
19-10-2005, 12:51 PM
อนุโมทนา สาธุ เจ้าค่ะ..[b-wai]

tuaj
07-11-2005, 05:40 PM
ขออนุโมทธา...........สาธุ.........(bb-flower

Pavitta
12-11-2005, 08:01 AM
โลกุตสะโร มหาเถโร อะหังวันทา เมตตาลาโภ นะโสมิยะ อะหะพุทโธ ( ฉบับย่อ ^^ )

http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=47849&stc=1&d=1132713902

------------------------------------------------

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านด้วยเช่นกันครับ
( อนุโมทนาไปอนุโมทนามาแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเน๊อะ ว่าแต่เมื่อไหร่มันจะจบหล่ะเนี่ย อิอิ ^^' )

mark
30-11-2005, 12:21 PM
โมทนา

sithiphong
04-12-2005, 12:33 PM
ขอเสริมด้วยคนนะครับ
สำรับคำบูชาหลวงปู่เทพโลกอุดร


วิธีบูชาพระบรมครูพระเทพโลกอุดร



จะเป็นภาพถ่ายหรือรูปหล่อของหลวงปู่ท่านหรือพระพิมพ์ที่หลวงปู่ท่านได้อธิษฐานจิตไว้ย่อมใช้ได้ทั้งสิ้นหลวงปู่ท่านโปรดผู้ประพฤติอยู่ในศีลธรรมชอบอาหารมังสะวิรัติชอบฟังคำสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ชอบบูชาด้วยดอกมะลิสด น้ำฝน 1 แก้วเทียนหนักหนึ่งบาท 1 คู่ ธูปหอม 5 ดอก (คณะพระโลกอุดรมีด้วยกัน 5 พระองค์) การปฏิบัติธรรมสังวรณ์ในกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ประกอบด้วยศีล 5 เป็นอย่างน้อยย่อมเป็นสิ่งพึงพอใจของหลวงปู่และทั้งยังให้ความสุชความเจริญทั้งคดีโลกและคดีธรรมแก่ผู้ปฏิบัติ><O:p></O:p>
<O:p> </O:p>

[B]วิธีอาราธนาพระพิมพ์<O:p></O:p>

โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา<O:p></O:p>


<O:p> </O:p>
เป็นคาถาสำหรับอาราธนาพระพิมพ์ทุกพิมพ์ทรง<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
สำหรับพิมพ์อรหันต์ พิมพ์ปิดตาและพิมพ์มหากัจจายนะซึ่งเป็นองค์เดียวกันแต่ปางต่างกันหากจะอารธนาอย่างพิศดารก็ย่อมกระทำได้กล่าวคือพิมพ์อรหันต์ใหญ่ พิมพ์อรหันต์กลางและพิมพ์อรหันต์น้อยอยู่ในหมวดพระมหากัจจายนะรูปงามซึ่งเป็นรูปเดิมก่อนการอธิษฐานวรกายให้ต่อท้ายด้วยคาถาดังนี้<O:p></O:p>
พิมพ์อรหันต์<O:p></O:p>
อรหันติกัจจายนะเถโร มหาโภโค มหาลาโภรูปะวะระเชยยะสิทธิเม<O:p></O:p>
(เชยยะ อ่านว่า ไชยะ ; รูปะวะระแปลว่า รูปงาม)<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
*** โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา อรหันติกัจจายนะเถโร มหาโภโค มหาลาโภ รูปะวะระเชยยะสิทธิเม ***<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
<O:p> </O:p>
<O:p> </O:p>
สำหรับสำหรับพิมพ์พระปิดตาซึ่งเป็นปางอธิษฐานวรกายให้สวดพระคาถาโลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตังสะทาแล้วต่อท้ายด้วยพระคาถาต่อไปนี้<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
พิมพ์พระภควัมปติ(ปิดตา)<O:p></O:p>
ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภเชยยะสิทธิเม<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
*** โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม ***<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
<O:p> </O:p>
<O:p> </O:p>
สำหรับพิมพ์พุงพลุ้ยที่นิยมเรียกกันว่าพระสังกัจจายน์ คำนี้ไม่มีศัพท์นี้ในภาษาบาลีที่ถูกต้องคือพระมหากัจจายนะ เถระเจ้าอัน<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
เป็นปางหลังจากที่นิมิตวรกายแล้วให้สวดพระคาถาโลกุตตะโร จะ มหาเถโรอะหัง วันทามิตัง สะทาแล้วต่อท้ายด้วยพระคาถาต่อไปนี้<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
อรหันติกัจจายนะเถโร มหาโภโค มหาลาโภเชยยะสิทธิเม<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
***โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา อรหันติกัจจายนะเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม ***<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
จะเห็นว่าตัดเอาคำว่ารูปะวะระออกไปเพราะสิ้นความงดงามแล้วพระพิมพ์ของคณะพระเทพโลกอุดรนั้นทุกรูปแบบทุกพิมพ์ทรงมีอานุภาพครอบจักรวาล อาราธนาทำน้ำมนต์ประสิทธิ์ยิ่งนักโดยให้นำเอาพระแช่ในภาชนะที่บรรจุน้ำเรียบร้อยแล้ว บูชาด้วยดอกไม้ จุดธูปเทียน แล้วอธิษฐานตามความมุ่งหมายเสร็จแล้วให้รีบนำพระขึ้นเช็ดน้ำด้วยสำลีหรือผ้าสะอาดผึ่งลมให้แห้งก่อนนำไปบรรจุตลับองค์พระจะไม่ละลายลบเลือนและไม่ควรแช่ในน้ำนานเกินควรจงทะนุถนอมให้จงดี เพราะหาไม่ได้อีกแล้ว<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
สำหรับท่านที่มีพระอันเป็นทิพยสมบัติอันทรงคุณค่าโดยได้รับสืบทอดมาจากบรรพชนหรือได้รับจากทางใดทางหนึ่งก็ตาม เสมือนมีแก้วสารพัดนึกอยู่กับตัวไม่จำเป็นต้องขวนขวายในอิทธิวัตถุอื่นอีก<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
หมายเหตุ : บทความที่นำมาเสนอนี้ได้รับการอนุญาตในการคัดลอกและเรียบเรียงเพื่อเผยแพรเป็นวิทยาทานจากท่าน อาจารย์ ประถม อาจสาครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับเป็นพระคุณและความกรุณาอย่างยิ่ง



สำหรับรูปนั้น เป็นรูปของหลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า ซึ่งเรียกกันว่า หลวงปู่โพรงโพ ,หลวงปู่อิเกสาโร เป็นลูกศิษย์ของพระโสณเถระเจ้า พระโสณเถระเจ้าท่านเป็นคณะพระธรรมทูต คณะที่ 8 (คณะพระโสณเถระเจ้ากับพระอุตรเถระเจ้า) ที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้ส่งมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิเมื่อ พ.ศ.236
พระมูนียะเถระเจ้า ท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
พระมูนียะเถระเจ้า ท่านเป็นองค์ที่ 3 ในคณะของหลวงปู่เทพโลกอุดร (ในคณะของหลวงปู่เทพโลกอุดร มีทั้งหมด 5 องค์
1.พระอุตรเถระเจ้า
2.พระโสณเถระเจ้า
3.พระมูนียะเถระเจ้า
4.พระฌาณียะเถระเจ้า ที่เราๆท่านๆรู้จักกันในนามของหลวงพ่อโอภาสี
5.พระภูริยะเถระเจ้า ที่เราๆท่านๆรู้จักกันในนามของหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา

Pavitta
04-12-2005, 03:38 PM
ข้อมูลดีๆเพียบเลย ดีจังครับ อนุโมทนาสาธุด้วยครับผม ^^

sithiphong
05-12-2005, 09:07 AM
<TABLE id=HB_Mail_Container height="100%" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0 UNSELECTABLE="on"><TBODY><TR height="100%" UNSELECTABLE="on" width="100%"><TD id=HB_Focus_Element vAlign=top width="100%" background="" height=250 UNSELECTABLE="off">ขออภัยด้วยครับ ขอแก้ไขรายชื่อของคณะพระธรรมทูต ขององค์ที่ 4 และองค์ที่ 5 ครับ
องค์ที่ 4 พระฌานียะเถระเจ้า หรือหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา
ส่วนองค์ที่ 5 คือพระภูริยะเถระเจ้า หรือหลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมดครับ

ต้องขอขอบพระคุณ อ.ประถม อาจสาคร ผู้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เทพโลกอุดร และเป็นผู้ให้ข้อมูลมา ขอขอบพระคุณครับ
</TD></TR><TR UNSELECTABLE="on" hb_tag="1"><TD style="FONT-SIZE: 1pt" height=1 UNSELECTABLE="on">
</TD></TR></TBODY></TABLE>

sithiphong
06-12-2005, 06:57 AM
ขอเพิ่มเติม อีกครั้งนะครับ
สำหรับคำบูชาหลวงปู่เทพโลกอุดรนั้น ใช้คำบูชาที่เป็นภาษาไทยได้เนื่องจากท่านบรรลุปฎิสัมภิทาญาณ ท่านรู้ภาษาทั่วโลก ทั้งภาษาของคน หรือกระทั่งภาษาของสัตว์ เพียงแต่นับถือท่านอย่างจริงจังเท่านั้น

ลูกหลานหลวงปู่
06-12-2005, 12:03 PM
รูปภาพนี้ได้ถ่ายจาก รูปที่วาดภาพนี้ขึ้นมาจากนิมิตของผู้ปฏิบัติธรรมท่านหนึ่ง เป็นพระครูเทพโลกอุดรและคณะที่เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสยามประเทศ

sithiphong
06-12-2005, 06:17 PM
ผมขอเสริมประวัติของหลวงปู่เทพโลกอุดรครับ

กล่าวย้อนไปถึงอดีตกาลพุทธศักราชผ่านพ้นไป 303 ปี (ตามหลักฐานบันทึกในหนังสือมหาวงศ์พงศาวดารลังกาคำบรรยายของหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์อดีตภัณฑารักษ์เอกกรมศิลปกร )และตามหลักฐานของวัดเพชรพลี (บันทึกอักษรเทวนาครีขุดค้นพบณซากศิลาวัดคูบัวตำบลคูบัวจังหวัดราชบุรี)ว่าพระพุทธศาสนาได้เริ่มแพร่เข้าสู่แคว้นสุวรรณภูมิในปีพุทธศักราช 235 ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันถึง 68 ปีพระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงกระทำตติยสังคายนาพระไตรปิฎกคือการชำระพระไตรปิฎกขึ้นเป็นครั้งที่ 3ครั้นแล้วจึงอาราธนาพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระองค์อรหันต์เป็นประธานคัดเลือกบรรดาพระอรหันต์เถระออกทำการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศต่างๆดังนี้
1. พระมัชฌันติกเถระปยังกัสสมิรและคันธารประเทศ (คือประเทศแคชเมียร์และอัฟฆานิสสถานปัจจุบัน)แห่งหนึ่ง<O:p</O:p
2. พระมหาเทวะเถระไปยังมหิสมมณฑล (คือแว่นแคว้นทางใต้ลำน้ำโคทาวดีอันเป็นประเทศไมสอหรือไมเซอร์์ในปัจจุบัน)แห่งหนึ่ง<O:p</O:p
3. พระรักขิตเถระไปยังวนวาสีประเทศ (คือแว่นแคว้นกะนาราเหนืออันเป็นเขตเมืองบอมเบย์ปัจจุบันแห่งหนึ่ง <O:p</O:p
4. พระธรรมรักขิตเถระไปยังปรันตกประเทศ (คือแว่นแคว้นตอนชายทะเลด้านเหนือเมืองบอมเบย์ปัจจุบัน)แห่งหนึ่ง <O:p</O:p
5. พระมหาธรรมรักขิตเถระไปยังมหารัฐประเทศ (คือแว่นแคว้นตอนเหนือของลำน้ำโคทาวารี)แห่งหนึ่ง <O:p</O:p
6. พระมหารักขิตเถระไปยังโยนกประเทศ (คือบรรดาหัวเมืองต่างๆที่พวกโยนกได้ครองความเป็นใหญ่ในดินแดน ประเทศเปอร์เซียปัจจุบัน)แห่งหนึ่ง <O:p</O:p
7. พระมัชฌิมเถระ ไปยังหิมวันตประเทศ(คือมณฑลซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาหิมาลัย มีเนปาลราช เป็นต้น)แห่งหนึ่ง <O:p</O:p
8. พระโสณเถระกับพระอุตรเถระไปยังสุวรรณภูมิประเทศ <O:p</O:p

เริ่มสมัยรัตนโกสินทร์ในราชกาลที่ 4 ประมาณปี พ.ศ.2395 ในขณะที่พระองค์เจ้ายอดหรือพระองค์เจ้ายอดยศ บวรราโชรสราชกุมารประสูติ ณ วันพฤหัสบดี เดือน 10 แรม 2 ค่ำปีจอสัมฤทธิศก จุลศักราช 1200 พุทธสกราช 2381ในรัชกาลที่ 3 เป็นพระเจ้าลูกยาเธอนับเป็นพระราชโอรสองค์ต้นในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระชนมายุได้ 14 พรรษาปี 2395 เป็นการปรากฎทั้งคณะพระธรรมฑูตมีดังนี้<O:p</O:p
1. พระอุตรเถระเรียกกันว่าพระครูโลกอุดรหลวงปู่ใหญ่หรือหลวงพ่อดำเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต)พรหมรังสีเรียกท่านว่า “พระโลกอุดร” <O:p</O:p
2. พระโสณเถระเรียกกันว่าพระครูโลกอุดรเช่นกัน ฉายานามขรัวตีนโตเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ท่านว่า “พระโสอุดร” <O:p</O:p
3. พระมูนียะเรียกกันว่าหลวงปู่โพรงโพท่านอิเกสาโร หรือหลวงปู่เดินหน <O:p></O:p>
4. พระฌานียะเรียกกันว่าหลวงปู่ขรัวขี้เถ้า <O:p</O:p
5. พระภูริยะเรียกกันว่าหลวงปู่หน้าปาน<O:p</O:p
ทราบโดยญาณของผมเองว่าพระอิเกสาโรเป็นศิษย์พระโสณเถระส่วนอีกสองท่านจะเป็นศิษย์พระอุตรเถระหรือพระโสณเถระยังไม่แจ้งชัดเพียงอาจารย์ผมบอกว่าท่านฌานียะ ยังมีอาจุแก่กว่าพระอุตรเถระด้วยซ้ำไปหลวงปู่ขรัวขี้เถ้ากับหลวงปู่หน้าปานจะจบกิจเป็นพระอรหันต์หรือยังมิอาจทราบได้เพียงท่านหายไปตอนตอนแรกอาจเป็นเพียงอรหัน (ตามคำวิเคราะห์ศัพท์ในตอนต้น)จึงต้องมาสร้างบารมีเพิ่มในรูปของหลวงหลวงพ่อกบวัดเขาสาริกาอำเภอบ้านหมี่จังหวัดลพบุรีก็คือท่านขรัวขี่เถ้าเผาแหลกมีอะไรท่านเผาหมดเป็นปริศนาธรรมอันหนึ่งว่า “ตูนี่แหละคือขรัวขี้เถ้า”ท่านแปรธาตุแบบสำนักโลกอุดรเป็นกบเลี้ยงลูกศิษย์จึงมีฉายาว่าหลวงพ่อกบกล่าวกันว่าเมื่อท่านมรณะภาพแล้วนำใส่โลงศพได้เกิดหายไปไม่มีร่องรอยก็ท่านตามจริงเสียเมื่อไรที่เห็นนั่นเป็นเพียงกายธรรมเท่านั้นส่วนอีกท่านหนึ่งมาในนามของหลวงพ่อโอภาสีหรือมหาชวนแห่งอาศรมบางมดท่านก็บอกว่ามหาชวนตายไปแล้วท่านเป็นพระสำเร็จมาอาศัยร่างเพื่อสร้างบารมีต่อปริศนาธรรมของท่านก็คือมีพระบรมสาทิศของล้นเกล้า ร.5 คนก็ตีความไปต่างๆนาๆว่าท่านนับถือรัชกาลที่ 5 มาเกิดบ้างก็รัชกาลที่ 5 สวรรคตในปีพ.ศ.2453ท่านมหาชวนเกิดก่อนแล้วความจริงก็คือ“ตูนี่แหละพระโลกอุดรองค์ที่ 5” ก็เท่านั้น<O:p</O:p
<O:p</O:p

พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศฯน่าจะสร้างบารมีต่อเนื่องมาแต่ปางบรรพ์ ทรงมีธรรมาพิสมัยแต่ครั้งยังเยาว์วัยนอกจากจะทรงสนพระทัยในวิทยาการทางอักษรศาสตร์รัฐศาสตร์การช่างช่างฝีมือยุทธศาสตร์จนถึงวิชาการฟ้อนรำทรงสนพระทัยในวิปัสสนากรรมฐานแต่เยาว์วัยขณะที่พระชนมายุเพียง14พรรษาฝึกฝนจนอินทรียพละฝึกฝนจนอินทรีย์พละแก่กล้าพอควรบรมครูพระเทพโลกอุดร (พระอุตร เถระ)เห็นว่าเจ้าชายท่านนี้เคยเป็นศิษย์ในความอุปการะกันมาจึงมาเข้านิมิตสอนธรรมกรรมฐานโดยต่อเนื่องในสภาพกายทิพย์(มองเห็นได้ด้วยตาใน)จนเห็นว่าบรรลุขั้นทิพยจักศุแล้วจึงปรากฏเป็นกายธรรมมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อและสามารถใช้ผัสสะจับต้องได้โดยที่ผู้ศึกษาไม่ถึงจะตู่ว่าเป็นองค์จริงแทบร้อยทั้งร้อยนั้นคือความไม่รู้จริงแล้วคิดว่ารู้สำหรับสำหรับเรื่องนี้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาอุปราชแห่งพระราชวังหน้าก็มิได้ทราบความจริงเท่าใดนักเพียงแต่กล่าวกันว่าพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศมักจะหายไปคราวหนึ่งๆประมาณ 15–20 วัน คงมีแต่เจ้าจอมมารดาเอมซึ่งเป็นพระชนนีที่ทราบความเป็นไปและในการที่กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญเสด็จทิวงคตด้วยโรควักกะ (ไต) พิการในปีพ.ศ.2428นั้นท่านมิได้ทิวงคตจริงแต่บรมครูพระเทพโลกอุดรหรือหลวงปู่ดำพาไปอยู่ด้วยและเสกใบพลูแทนตัวไว้เรื่องออกจะเหลือเชื่อแต่ก็น่าเชื่อเพราะปรากฏหลักฐานยืนยันจากท่านอาจารย์ชาญณรงค์ศิริสมบัติหรือท่านอภิชิโตภิกขุได้ไปพบท่านวังหน้าที่สำนักโลกอุดรแต่ไม่ใช่ถ้ำวัวแดงอย่างที่เล่าลือกันท่านวังหน้า กับ ท่านอาจารย์แจ้งฌาณ 2 รูปเป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดวิชาให้ท่านอภิชิโตมักเรียกว่า “ครูฝึก” โดยปกติหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรจะมิได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้โดยตรงต่อเมื่อเรียนจบขั้นหนึ่งๆแล้วท่านจะต้องทอสอบความรู้และรับรองให้เรียนขั้นสูงต่อไปปัจจุบันท่านวังหน้ายังดำรงชีวิตอยู่ประมาณ 150 ปีเศษ ท่านรู้จักผมดีเรียกผมว่า"โยมประถม"ท่านอภิขิโตได้ให้ช่างวาดภาพท่านวังหน้าด้วยถ่านเครยองมองเห็นครั้งแรกเกิดความสนใจคิดว่าเป็นภาพหลวงปู่ใหญ่เพราะเป็นภาพของบรรพขิตแต่กลับเป็นภาพของท่านวังหน้าส่วนภาพที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเพียงภาพของพระอิเกสาโรหรือหลวงปู่โพรงโพ พระโลกอุดรองค์ที่ 3 เคยมีผู้นำภาพถ่ายขนาดเล็กมาให้ชมท่านเขียนเป็นภาษาขอมว่า"ไตรโลกอุดร"หมายถีงพระโลกอุดรองค์ที่ 3 ผมเคยเรียนถามหลวงปู่ว่าในการอธิษฐานจิตพระพิมพ์โลกอุดรกรุแรกซึ่งบรรจุในเจดีย์วัดบวรสถานสุธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้าหลวงปู่ได้มาในสภาพของกายทิพย์ หรือกายธรรมท่านตอบว่าท่านอยู่ในรูปแห่งกายธรรมถามท่านว่าปัจจุบันเหตุใดท่านไม่เสด็จมาในรูปกายธรรมอีกท่านหัวเราะตอบว่าคนเราในสมัยปัจจุบันไม่เหมือนกับคนในสมัยก่อน<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p

พระพิมพ์ของวังหน้า<O:p</O:p
พระวังหน้า เริ่มมีการจัดสร้างจากพระบัณฑูรย์ของกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ (ท่านเป็นพระราชโอรสองค์ต้นของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า) โดยเริ่มมีการจัดสร้างขึ้นครั้งแรก ประมาณปี พ.ศ.2400 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว <O:p</O:p
<O:p</O:p

การจัดสร้างพระของวังหน้านั้น จะมีมวลสารที่นำมาสร้างอยู่หลายอย่าง เช่น ปูนเพชร (ซึ่งนำเข้ามาจากเทือกเขาเมืองอันฮุย ประเทศจีน โดยท่านกรมเจ้าคุณท่า ท่านเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี นามเดิมว่า ท้วม บุนนาค ส่วนกรมเจ้าคุณท่านั้น หน้าที่ราชการของกรมท่า มีหน้าที่ชำระความระหว่างคนไทยกับชาวต่างประเทศ ,รับรองพ่อค้าชาวต่างประเทศ รวมไปถึงการรับรองฑูตานุทูตของต่างประเทศ ,การนำฑูตานุฑูตของไทยไปเจริญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ,การค้าขายกับต่างประเทศ ถ้าเปรียบเทียบในสมัยปัจจุบัน คือกระทรวงการต่างประเทศ) ,ผงอิทธิคุณ (เป็นผงที่เกิดจากการที่พระสงฆ์เขียนบาลี หรือยันต์ต่างๆ ) ซึ่งได้จากวังหน้าเอง หรือสำนักมูลกจายย์ ทั่วพระนคร ,เศษผงทองคำ(ใช้ในการโรยที่หน้าพระพิมพ์ แต่ในบางพิมพ์ก็จะไม่มี) เป็นหลักใหญ่ ส่วนในการผสมผง ตำผงนั้น 1 ครกใช้ระยะเวลา 4 ชั่วโมง จึงจะใช้ได้<O:p</O:p
<O:p</O:p

ในการพุทธาภิเษกนั้น เป็นพิธีพุทธาภิเษกหลวง ที่วัดบวรสถานสุทธาวาส (อยู่ในวังหน้า ปัจจุบันสถานที่ของวังหน้า คือม.ธรรมศาสตร์ ,พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร ,วิทยาลัยนาฎศิลป์ ,โรงละครแห่งชาติ) องค์พระประธานที่วัดบวรสถานสุทธาวาสคือพระพุทธสิหิงค์ โดยเชิญสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี มาเป็นประธานการปลุกเสก แต่ท่านกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ท่านเชิญหลวงปู่เทพโลกอุดร มาปลุกเสกให้ด้วย <O:p</O:p
<O:p</O:p

ตัวอย่างของพระวังหน้านั้น เช่น สมเด็จวังหน้า ,สมเด็จกรมเจ้าคุณท่า ,หรืออย่างกรุวัดท้ายตลาด, ท่านกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญท่านได้นำพระไปบรรจุกรุที่วัดท้ายตลาด หรือพระหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ท่านกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญท่านนำพระไปถวายให้กับหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ (ท่านอ.ประถม อาจสาคร ท่านบอกว่า ชื่อของหลวงพ่อแก้ว นั้น ท่านชื่อ สุข แต่ที่ผู้คนเรียกท่านว่าหลวงพ่อแก้วนั้น เนื่องจากพระที่ท่านแจก เปรียบกับแก้วสารพัดนึก นั้นเอง)<O:p</O:p
<O:p</O:p

หากท่านใดมีพระวังหน้า ท่านสามารถนำไปพิสูจน์ได้โดยนำพระวังหน้าไปให้พระหรือครูบาอาจารย์ที่ท่านได้วิปัสสนาญาณแล้ว ท่านตรวจดูได้ว่าอิทธิคุณขององค์พระเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้เสก ส่วนที่ผมใช้คำว่าอิทธิคุณนั้น ปกติทั่วๆไปจะใช้คำว่าพุทธคุณ แต่ท่านอ.ประถม ท่านบอกว่า คำว่าพุทธคุณ นั้นหมายถึงคุณของพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพระพิมพ์ แต่อย่างใด<O:p</O:p

Pavitta
07-12-2005, 08:02 AM
ขออนุโมทนาในกุศลจิตครับผม ^^

------------------------------------------------------------


ใครสนใจประวัติความเป็นมา และเรื่องราวของหลวงปู่ท่านเพิ่มเติม คลิ๊กดูข้างล่างนี้เลยครับ

ตำนานหลวงปู่เทพโลกอุดร ตอนที่ ๑
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=100413#post100413

ตำนานหลวงปู่เทพโลกอุดร ตอนที่ ๒
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=11765

ธรรมะของสมเด็จเทพโลกอุดร.... และเรื่องประสบการณ์ลี้ลับ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=38144#post38144

Eakachai
16-01-2006, 08:54 AM
ขออนุโทนาด้วยคนครับ

ผ่านมา : )
26-05-2006, 11:52 AM
อนุโมทนาบุญด้วยครับ : )



... บุญรักษาครับ : )

อาณัติ
28-05-2006, 07:50 PM
อนุโมทนาครับ

numq
25-12-2006, 01:50 PM
อนุโมทนา....สาธุ

Pavitta
10-10-2007, 05:21 PM
กราบขออภัยกับทุกข้อความที่ถูกข้าพเจ้าลบไป ขออโหสิด้วย